นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย (OS) | dreamcatcher (END)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
B
E
R
L
I
N
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 ธ.ค. 63 / 19:12



.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

.

 

I NIGHT

 

กลางคืน ช่วงเวลาที่เหมือนเซฟโซนสำหรับบางคน ความมืด บางทีก็เป็นเพื่อนแก้เหงาสำหรับคนนอนดึกได้ แต่ก็ยังไม่ใช่สำหรับทุกคน

 

บางคน ความมืดอาจเป็นสิ่งที่น่ากลัวสำหรับเขา

 

การหลับ ก็อาจทำให้บางคนทรมานด้วยเช่นกัน

 

เคสที่น่าเห็นห่วง หนึ่งในนั้นคือ วาด เด็กชายวัยมัธยมที่เสพติดการนอนหลับตอนเช้า หลังเที่ยงคืนเวลาที่หลายคนหลับ และหลายคนตื่น วาด คือหนึ่งคนที่ยังคงไม่หลับใหล ช่วงเวลาผ่านไปจากตีหนึ่ง ตีสอง ตีสาม และตีสี่ ดวงตาที่ใกล้จะปิด แต่จิตสำนึกยังไม่อยากนอน แม้จะรู้ว่าอีกไม่เกินสองชั่วโมง แม่ก็จะเข้ามาปลุก ตอนนี้มีแค่ทางเลือกเดียวในหัว คือการนั่งเล่นเกมส์รอเวลาเตรียมตัวไปเรียนตอนเช้าเลย

 

วาดไม่ชอบกลางคืน กลัวความมืดที่มองไม่เห็น เมื่อหลับตาลงแล้วก็มีแต่จินตนาการลบๆ ที่มักทำให้ต้องตื่นขึ้นมาท่ามกลางห้องนอนที่มืดมิด แสงไฟจากโคมไฟไม่สามารถช่วยได้ กลิ่นอายเทียนหอม หรือเสียงเพลงคลอก็ไม่สามารถเบี่ยงเบยสิ่งที่วาดฝันถึงได้ เป็นเวลาห้าปีได้แล้วที่ไม่สามารถหลับได้เต็มอิ่ม รวมถึงนอนกลางวันที่ไม่สามารถหลับลงได้

 

ในฝันเขาได้รับบทเป็นตัวเอง ที่เริ่มดำเนินเรื่องด้วยห้องของเขาเอง ความมืดไม่สามารถทำให้ขยับตัวได้ ผ้าห่มอุ่นจนร้อนทำให้อึดอัดไปหมด ไม่ว่าจะเปลี่ยนท่านอนหรือเครื่องนอนยังไงก็ไม่สามารถแก้ได้

 

สิ่งเดียวที่ทำให้เขารู้สึกปลอดภัยคือแสงสว่างและตุ๊กตานกฮูก ตัวโปรดที่ได้เป็นของขวัญจากคุณตาที่เสียไปกว่าหกปี

 

นกฮูกสีขาวที่เป็นตุ๊กตาอยู่ในอ้อมกอดของวาดทุกค่ำคืน ช่วงเวลาที่น่ากลัวถูกทำลายลงเพียงเพราะรับรู้ถึงสิ่งอยู่ตนกอดเอาไว้

 

คืนนี้ไม่ว่าเพราะสิ่งใด วาดได้หลับลงไป และจมดิ่งเข้าสู่ห้วงแห่งความฝัน

 

 

II NIGHT

 

อากาศเย็นที่ตามมาหลังจากสายฝนที่โหมกระหน่ำช่วงเช้ามืด ฟ้าสดใสค่อยๆ เคลื่อนตัวขึ้นมาอรุณสวัสดิ์

 

เด็กหนุ่มลุกขึ้นบิดขี้เกียจก่อนจะลุกไปทำกิจวัตรประจำวันอย่างทุกวัน เข้าห้อง อาบน้ำ ล้างหน้า แปรงฟัน แต่งตัว และเดินสะพายกระเป๋านักเรียนลงไปที่ห้องครัว

 

คุณแม่ที่อยู่ในชุดผ้ากันเปื้อน และเสื้อยืดสีเข้มเก่าๆ กับกางเกงขายาว ชุดนอน ชุดเดียวกับช่วงหัวค่ำเมื่อวาน

 

เขาเอ่ยอรุณสวัสดิ์ทักทายพร้อมกับนั่งลงข้างๆ คุณพ่อที่นั่งชงกาแฟอยู่ด้านซ้ายมือ

 

หยิบแซนวิชทูน่าของโปรดมากัด พร้อมกับนมกล่องที่ซื้อไว้เมื่อตอนเย็น รสชาติยังช็อคโกแลตเข้ากันได้ดีกับแซนวิชในมือ เป็นมื้อเช้าที่ได้เริ่มต้นวันด้วยสิ่งดีดี

 

วาดขึ้นรถประจำทางตรงปากซอยเพื่อไปโรงเรียน ไม่มีเพื่อนที่ต้องรอขึ้นรถพร้อมกัน มีเพียงเขาและผู้ใหญ่วัยทำงานที่อาศัยขึ้นรถไปลงที่ใกล้ๆ กลางเมือง

 

นั่งได้ไม่นานก็ถึงป้าย โรงเรียนที่มีป้ายติดชื่ออยู่ด้านหน้า และนักเรียนที่เดินเข้าไปอย่างไม่เร่งรีบ เพื่อนคนเดียวที่เค้าสนิทด้วย ชื่อคุณ พวกเราสูงเท่าเท่ากันแต่คุณมีผิวขาว แต่เขาเป็นสีแทน

 

เราสองคนเดินขึ้นเรียนไปพร้อมกัน วางกระเป๋า ส่งการบ้าน และลงมารอเข้าแถว เราพูดคุยกันเรื่องเกมส์ หนังสือ หรือวิชาที่น่าเบื่อ ข้ามเวลาก่อนจะถึงเวลาต่อแถว

 

ชายหนุ่มอีกคนเดินถือลูกฟุตบอลเข้ามาทัก เขาตัวเล็กกว่าทั้งผมและคุณ ชื่อว่าเมฆ เขาเป็นนักเรียนใหม่ ที่บังเอิญนั่งติดกับผมและคุณ พวกเราจึงได้คุยกัน และจับกลุ่มด้วยกันบ่อยๆ

 

เขาเดินเข้ามาทักด้วยสภาพเหงื่อโชก เมฆไม่ใช่นักกีฬาแต่เค้าชอบออกกำลังกาย ด้วยกีฬาในยามเช้าเสมอ วันนี้คงเป็นฟุตบอล

 

พวกเราคุยกัน ทำกิจกรรม และเดินขึ้นห้องไปตามปกติ เรียนแต่ละวิชา สลับกับคาบว่างไปจนพัก ลงมาทานข้าวที่โรงอาหาร และเดินไปรอขึ้นรถกลับด้วยกัน แต่แยกไปคนละทาง คุณรอพี่ชายมารับ เมฆกลับรถไฟฟ้า และเขาขึ้นรถเมล์กลับ

 

ยามเย็นที่แสนยาวนานเพราะรถที่ติดขัดทำให้ถึงบ้านเกือบค่ำ แต่ยังดีที่มีแสงไฟช่วยนำทางให้เขาได้กลับบ้านอย่างปกติ

 

ทักทายคุณพ่อและคุณแม่ ก่อนจะขอตัวขึ้นไปอาบน้ำทำการบ้าน ค่อยลงมาทานมื้อเย็น แล้วพยายามเตรียมจะเข้านอน ก่อนที่จะ

 

III NIGHT

 

ตื่นขึ้นมา วาดสะดุ้งตื่นขณะที่กำลังจะเข้านอนในความฝัน เขาไม่แน่ใจว่าที่เขาใช้ชีวิตไปนั้นเป็นเรื่องจริงหรือเป็นเพียงความฝันกันแน่ ช่วงเวลาไม่ถึงเที่ยงคืน เขาตื่นมาเป็นรอบที่สาม และจะเป็นแบบนี้ไปอีกเกือบหกรอบ ความฝันที่เหมือนจริงจนเขาไม่รู้ว่าทำไม

 

เขาไม่ใช่คนนอนเช้า แต่เพียงแค่ไม่ได้รู้สึกว่าได้นอนเลยต่างหาก เขาเหมือนใช้ชีวิตวนอยู่แบบนี้ บ้าน โรงเรียน และห้องแห่งนี้ บนเตียงที่เป็นที่พักผ่อนของเขาในยามค่ำคืน แต่ไม่เคยเลยที่จะรู้สึกว่าได้นอน หากไม่ใกล้เช้า เขาก็ไม่สามารถจะหลับแบบไร้ซึ่งฝันได้สักที นั้นเองเป็นสาเหตุที่ทำให้บางครั้งเขาเลือกที่จะตื่น มานอน เพื่อไม่ให้ตัวเองรู้สึกเหนื่อยกับการดำเนินฝันที่เปลี่ยนไปเรื่อยๆ แต่ยังคงมี setting เดิมๆ ให้รู้สึกเหนื่อยโดยใช่เหตุ

 

แต่อย่างไรก็ตาม เค้าก็พยายามหลับลงไปอีกครั้ง จะหลับ จะตื่น ก็ทำให้เขารู้สึกไม่ได้นอนพอๆ กัน ดังนั้นวาดกับ ตุ๊กตาในอ้อมกอดที่ยังคงอยู่ตำแหน่งเดิม ข้างตัวของเขาเป็นนกฮูกสีขาวที่ไม่ได้ดูน่ากลัว แต่ช่วยทำให้รู้สึกปลอดภัย เขากลิ้งไปกลิ้งมา นอนเพดาน และนาฬิกาดิจิทอลตรงผนัง ก่อนจะเคลิ้มหลับไปอีกครั้ง

 

เช้าอันแสนสงบสุข เขาตื่นมาโดยมีเสียงทำอาหารจากชั้นล่างของคุณแม่มาแทนเสียงนาฬิกา วาดลุกขึ้นยืดเส้นยืดสาย ก่อนจะเดินเข้าห้องน้ำไปทำกิจวัตรประจำวันเช่นเดิม เขาพาตัวเองในชุดนักเรียนและเป้สีเข้มลงมา ทักทายทั้งพ่อและแม่ในอยู่ในครัว

 

ทานไข่ดาวและไส้กรอกทอด แบบไม่ใส่ซอส กินน้ำแล้วรีบออกไปรอรถเมล์ ณ เวลาเดิมเหมือนทุกวัน

 

วันนี้บนรถคนแน่น จนเขาต้องยืน และพยายามทรงตัวให้อยู่ได้ โชคดีที่รถไม่ติดทำให้เขามาถึงโรงเรียนโดยไม่สะดุดหรือเป็นลมบนรถแน่นๆ นั้น

 

เขาเดินเข้ามาโรงเรียนพร้อมนักเรียนหลายคน ก่อนจะวางกระเป๋าไว้บนโต๊ะและมองไปที่เพื่อนตัวเล็กที่นอนงีบอยู่ เมฆลืมตาขึ้นมาเมื่อรู้สึกถึงแรงจากโต๊ะข้างตัว เอ่ยทักทายแล้วเอ่ยถามถึงการบ้าน ก่อนที่คุณ เพื่อนที่นั่งโต๊ะด้านหลังจะเอาสมุกการบ้านตีหัวเมฆจนร้องโวยวาย แต่ก็รับสมุดมาหลอกการบ้านส่ง โดยมีเขารอไปส่งพร้อมกัน

 

ตกเย็นผมก็กลับบ้านด้วยรถเมล์ ที่วันที่ดูคนจะโล่งผิดปกติ และผิดปกติอีกตรงที่เมฆ และคุณขึ้นรถสายเดียวกับเขา ทั้งๆ ที่ไม่ใช่ทางไปบ้านตัวเอง และพอผมถึงป้าย ผมก็บอกลาทั้งสองแล้วเดินเข้าซอยบ้านไป โชคดีที่ระยะทางจากปากซอยเขาไม่ไกลมาก เพราะแสงไฟที่ไม่ค่อยมีทำให้ในบางครั้งเขาก็รู้สึกกลัวที่จะต้องเดินเข้ามาคนเดียว

 

พอถึงห้องก็เอ่ยทักกับคุณพ่อคุณแม่ที่ดูทีวีอยู่ ของดข้าวเย็นแล้วเดินขึ้นไปทำธุระส่วนตัว ก่อนจะล้มตัวลงไปนอน อีกครั้ง

 

และใช่ เขาสะดุ้งตื่นขึ้นมาอีกครั้ง ท่าทางเดิม หมอนข้าง ตุ๊กตา ผ้าห่ม ทุกอย่างเหมือนเดิม ยกเว้นนาฬิกาที่ขยับเวลาให้ใกล้ยามเช้าขึ้นมาเรื่อยๆ และนี่ก็เป็นวันใหม่แล้ว

 

ครั้งที่เท่าไหร่แล้วนะ กับฝันวนลูปที่เหมือนมีอะไรเปลี่ยนแปลงไป แต่เค้าก็ไม่ได้สนใจ มันเป็นแค่ฝัน จะเอาอะไรกับมันมาก ก็แค่นอนอีกครั้ง ให้ถึงตอนเช้าก็พอ

 

คิดดังนั้น วาดก็เอนตัวลงนอนอีกครั้ง กกกอดตุ๊กตาก้อนนกฮูกขนสีขาวในแขนแน่นขึ้น ก่อนจะหลับตาลง เพื่อรอให้ฝันเข้ามาแล้วปลุกเขาในตอนเช้า

 

'เด็กนี่ขยันคิดขยันฝันจริงๆ น่าหงุดหงิดชะมัด' ชายในชุดสูทสีดำ ผมสีดำปลายน้ำเงินเข้มยืนกอดอกมองคนที่อยู่บนเตียง

 

'เขาก็แค่อยากมีความสุขบ้างเท่านั้นเอง' ชายหนุ่มผมสีเงินในชุดสูทเช่นกันนั่งอยู่ข้างเตียง ก่อนจะลูบหัวของคนบนเตียงอย่างปลอบโยน

 

'แล้วต้องเข้าไปอีกกี่รอบนะ' ชายคนแรกเอ่ยแล้วเตรียมดีดนิ้วเพื่อหายเข้าไปในฝัน

 

'คงต้องแล้วแต่วาด ฉันยังไม่คิดบัญชีที่เอาสมุดมาตีหัวฉันหรอกนะ บลู' ชายตัวเล็กกว่าตำหนิ แล้วดีดนิ้วหายตัวไปก่อน

 

'เฮอะ' คนที่ชื่อบลูดีดนิ้วตามแล้วหายตัวไปอีกคน ไม่มีใครรับรู้ถึงพวกเขา ยกเว้นนกฮูกสีขาว ของขวัญต่างหน้าที่มีเครื่องรางดักฝันอยู่ภายในตัว

 

IV NIGHT

 

วาดกำลังนั่งเรียนในห้องในคาบที่สอง เด็กใหม่สองคนก็เดินเข้ามาในห้องพร้อมแนะนำตัวออกมา

 

คนตัวใหญ่กว่าชื่อคุณ ส่วนอีกคนชื่อเมฆ ทั้งสองเดินมานั่งด้านข้างของเขาทั้งสองข้าง ก่อนจะหันมาทักทายวาดพร้อมๆ กัน จนไม่รู้จะหันไปทักคนไหนก่อน วาดหัวเราะ และตอบจากซ้ายไปขวา พักกลางวันก็เป็นคนพานำทั้งสองไปยังโรงอาหาร แนะนำร้านโปรด และเมนูที่น่าสนใจ เราพูดคุยกันสัพเพเหระ ก่อนจะขึ้นห้องไปเรียนช่วงบ่าย โชคดีที่การบ้านวันนี้ไม่มีทำให้เมฆและคุณชวนเขสมาเล่นบาสในโรงยืมเล็ก คนไม่มี เหลือเพียงพวกเราในช่วงเลิกเรียน เราสลับกันเล่น เป็นตัวบ็อก และชู้ต วาดได้คะแนนเยอะที่สุด ยิ้มออกมาเมื่อเพื่อนใหม่ทั้งสองบอกจะให้ของขวัญเขาเป็นรางวัล แต่จะเป็นวันพรุ่งนี้ ที่มาโรงเรียน ใช่ พวกเขาว่าไว้ขณะเดินมารถส่งวาดขึ้นรถเมล์ เป็นวันที่เหนื่อย เพราะเสียเหงื่อไปกับการเล่นกีฬา แต่ก็สนุก และดีใจที่จะได้รางวัลตอบแทน

 

วาดมาถึงบ้าน แล้วเล่าเรื่องของวันนี้ให้แม่ฟัง ขณะทานอาหารเย็น คุณพ่อที่เลิกงานช้าจึงอดที่จะเชิญชมลูกชาย

 

ร่างเล็กเดินขึ้นห้องไปอาบน้ำ และเตรียมเข้านอนเร็วๆ เพื่อที่จะได้ตื่นมาลุ้นกับของขวัญจากเพื่อนใหม่ทั้งสองคน

 

V NIGHT

 

'หลับได้แล้วสินะ' บลูพูดขึ้นข้างเตียงแล้วระบายยิ้มบางออกมา เช่นเดียวกับกรีน ที่อยู่อีกฝั่ง ดึงผ้าห่มหนาให้คลุมปิดตัววาดได้พอดี

 

'เรื่องของขวัญนี่เอายังไงดี'

 

'ไม่รู้เหมือนกัน ของขวัญคือการได้นอนก็ได้มั้ง' ร่างสูงของบลูมองนาฬิกาเวลาตีสาม ร่างบางบนเตียงจะได้นอนหลับจนถึงเวลาหกโมงเช้าโดยไม่มีอะไรมาขัดขวางได้อีก

 

'มาคอยเข้าฝันแบบนี้มาหลายปีแล้ว ทำให้ฝันเป็นจริงหน่อยดีมั้ย' กรีนเสนอขึ้น

 

'ถ้ามันสนุก และทำได้ก็น่าสน' บลูว่าอย่างเห็นด้วยกับสิ่งที่อีกคนคิด

 

'งั้นก็ฝันดีนะ วาด'

 

'ฝันดี'

 

และร่างของทั้งสองก็ค่อยๆ หายวับไป โดยทิ้งละอองสีทองกระจายไปทั่วร่างของคนบนเตียง

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

"วาด ตื่นได้แล้ว จะสายแล้วนะ" คุณแม่ที่อยู่ในชุดทำงานเดินขึ้นมาเอ่ยเรียกลูกชายเพียงคนเดียว เขาเป็นคุณแม่เลี้ยงเดี่ยว หลังจากที่สามีเสียชีวิตไปเพราะอุบัติเหตุ หลังจากเหตุการณ์ของคุณตาในสองปีถัดมา

 

วาดตื่นขึ้นมาเพราะแสงที่สาดส่องมาจากหน้าต่าง แม่ชอบปลุกเขาด้วยวิธีนี้เสมอ

 

"ไปอาบน้ำแต่งตัว แม่ทำอาหารรอข้างล่างนะ" วาดพยักหน้าด้วยท่าทางงัวเงีย ก่อนจะทำตามกิจวัตรประจำวันในทุกวัน เดินหิ้วกระเป๋านักเรียนเก่าๆ ลงมานั่งที่โซฟา และกินโอวัลตินร้อน กับขนมปังปิ้งทาแยมส้ม ก่อนจะเดินตามแม่ที่เตรียมออกไปทำงาน ทั้งสองคนขึ้นรถเมล์กันคนละสาย ไปกันคนละทาง

 

วาดเดินเอื่อยๆ เข้าโรงเรียนไป นั่งลงที่ประจำตรงริมสุดด้านขวาของห้อง ติดผนัง ไม่มีคนนั่งข้างๆ และเขาไม่ได้มีเพื่อนสนิท มีเพียงเพื่อนร่วมห้องที่คุยกันด้วยเรื่องงานเป็นหลักมากกว่า แต่ก็มีที่มาชวนเขาไปกินข้าวบ้าง แต่เป็นเขาเองที่ไม่ชอบสุงสิงกับใครมากมาย วันนี้เขาก็ยังคงนั่งรอในห้อง จนกว่าจะถึงเวลาเข้าเรียน ไม่มีใครว่าอะไรนักกับการที่ไม่ลงไปเข้าแถว บางทีเขาก็ลืม เพราะเผลอเหม่อ จนรู้ตัวอีกทีเสียงเพลงก็ดังขึ้น และเขาไม่ได้เข้าแถวเหมือนคนอื่น

 

เวลาเข้าเรียนมาถึง อาจารย์ที่ปรึกษาเดินเข้าคาบโฮมรูมอย่างเคย แต่ก็ต้องประหลาดใจ กับการมาของนักเรียนใหม่สองคน

 

คนโตกว่าหน้าคล้ายกระต่ายเอ่ยแนะนำชื่อว่าคุณ

 

คนตัวเล็กกว่าตาตี่ผิวขาวเอ่ยแนะนำชื่อว่าเมฆ

 

และทั้งสองก็เป็นผู้โชคดีได้มานั่งด้านหน้าและหลังของเขาในท้ายห้องแถวริมผนัง

 

ทั้งสองหันมาหาเขาแล้วเอ่ยทักทายอย่างเป็นกันเอง

 

"สวัสดี/หวัดดี" พูดพร้อมกันจนทำให้เขางง

 

"ชื่ออะไรเหรอ/ชื่ออะไร" ทั้งสองยังคงเอ่ยขึ้นมาพร้อมกัน น่าแปลกที่รอบห้องดูไม่ได้สนใจพวกเขา เช่นเดียวกับอาจารย์ที่ปรึกษาที่นั่งลงแล้วหยิบสมุดมาเขียนเอกสารอะไรสักอย่าง

 

"ฉันชื่อวาด หวัดดีนะ เมฆ แล้วก็คุณ" ทั้งสองคนยิ้มให้เขาอย่างเป็นมิตร รู้สึกเหตุการณ์มันคุ้น แต่กลับนึกไม่ออก ชื่อก็คุ้น ใบหน้าก็คุ้น ทุกอย่างดูเหมือนเป็นเหตุการณ์ที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว และถูกนำมาฉายซ้ำ

 

แรงจิ้มตรงแก้ม และแรงยีหัวทำให้วาดหายเหม่อ "ไม่ใช่ฝันแล้วนะ" เมฆพูดขึ้นขณะผละมือจากเส้นผมนิ่ม

 

"นี่เรื่องจริง" คุณพูดบ้างแล้วเขยิบตัวไปนั่งด้านหลังวาดเช่นเดิม คนที่อยู่ตรงกลางยังคงมึนงงอยู่ แต่ก็ไม่ได้คิดอะไรต่อ หันมานั่งเตรียมเรียนในวิชาหลังจบคาบโฮมรูม แต่ใบหน้าก็มีรอยยิ้มแห่งความสุขประดับไว้อยู่

 

///end///

 

ถาม ว่า งง มั้ย งง เรื่องเกี่ยวกับ ฝันในฝัน และตื่นของตื่น เอาเป็นว่าไรท์ก็งงค่ะ แต่งไปอย่างฟุ้งๆ ขอบคุณที่หลงมางงด้วยกันนะคะ ♡

 

แด่ชาวนอนไม่หลับ และไม่อยากหลับค่ะ

ผลงานอื่นๆ ของ jukialol

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น