นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย (OS) #繺ʹ촢ͧ (END)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
H a s h

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 ธ.ค. 63 / 18:16



.

.

.

.

.

.

 

"ฮยองเป็นอะไรเนี่ย" มินยุนกิที่จำไม่ได้ว่าเกิดอะไรขึ้นเอ่ยทักทันทีที่เห็นคนตรงหน้า คิมซอกจินพี่ชายคนโตของวงที่สวมชุดสูท จับปืนพกถือใบหน้าซีเรียสและมีคราบเหมือนเลือดสีแดงติดอยู่ที่ใบหน้าและเสื้อผ้าที่สวมใส่

 

ยุนกิก้มมองตัวเองก็พบว่านั่งพิงโซฟาตัวยาวที่ถูกคว่ำมาเหมือนใช้แทนโล่ป้องกัน ตามลำตัว เสื้อเชิ้ตสีอ่อนมีรอยเลือดกระเด็นติด รวมถึงคราบเลือดที่ติดอยู่ที่มือ

 

ยังไม่มีใครตอบคำถามเขา เสียงปืนดังมาไม่สองสามนัดก่อนจะเงียบไป พร้อมเสียงของจองกุกที่ตะโกนบอกว่าเคลียร์พื้นที่เรียบร้อยแล้ว

 

พี่จินเข้ามาช่วยพยุงตัวเขาขึ้นมาแล้วพาเดินไปนั่งบนเก้าอี้ เดินหายไปสักพักก็กลับมาพร้อมกับผ้าเปียก ใช้เช็ดตามเนื้อตัวที่มีคราบเลือดติดอยู่

 

แปลก แปลกมาก นี่มันเกิดอะไรขึ้น ทำไมพี่จินถึงมีปืน มีเลือด แล้วตัวเขาทำไมเสื้อผ้ายับเยิน แถมยังมีรอยเลือดเต็มตัว

 

ยังไม่ทันได้หายสงสัย จองกุกและแทฮยองก็เข้ามาสมทบ ทั้งสองคนใส่สูทแบบเดียวกับพี่จินถือปืนมาคนละกระบอก ใบหน้าเคร่งเครึยด "พวกมันหนีไปได้ครับ" แทฮยองพูดขึ้นแล้วโค้งคำนับให้ผม ส่วนจองกุกยืนก้มหน้าเหมือนรอคำสั่งต่อไปอยู่ พี่จินที่เช็ดตัวและเช็คความเรียบร้อยแล้วก็จ้องหน้าผมเหมือนรอคำตอบเช่นกัน

 

"นี่มันเรื่องบ้าอะไร" ผมถามเพราะไม่เข้าใจสถานการณ์ใดใดทั้งสิ้น ทำไมทุกคนแต่งชุดเหมือนพวกบอดี้การ์ด แล้วปืนจริงใช่มั้ยที่ถือกันอยู่เนี่ย ที่นี่ที่ไหน แล้วเขามาทำอะไรที่นี่

 

"คุณยุนกิเป็นอะไรหรือเปล่าครับ พวกเรากำลังหนีพวกแก๊งจอง ของคุณโฮซอกอริที่หักหลังแก๊งพวกเราไปขายข่าวให้พวกแก๊งปาร์คไงครับ" พี่ซอกจินพูดขึ้นใบหน้าจริงจัง ต่อให้เรียนการแสดงมายังไง นี่ไม่ใช่การแสดงแน่ พี่ซอกจินไม่คิดจะเรียนเขาด้วยความสุภาพและเคารพอะไรแบบนี้หรอก แล้วชื่อคนคุ้นเคยที่บอกมานี่มันยังไงกัน โฮซอกเนี่ยนะอริ หักหลัง ขายข่าว ไร้สาระ

 

"บอสสมองกระทบกระเทือนหรือเปล่าครับ" แทฮยองพูดขึ้นขณะผมยังประมวลผลไม่เสร็จดี จองกุกทำหน้าเป็นกังวล แต่ก็ยังมองอยู่ห่างๆ

 

พวกนายต่างหากที่สมองกลับ ฉัน เป็นบอสเนี่ยนะ แล้วก็โดนซุ่มทำร้ายได้รับบาดเจ็บ แต่ว่าความจริงฉันควรจะนอนหลับพักผ่อนหลังจากอัดเทปรายการรันบังทันจบไม่ใช่เหรอ นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน

 

หรือนี่เป็นการซ่อนกล้อง! หลอกว่าถ่ายเสร็จแล้วจะให้กลับแต่กำลังถ่ายละครแกล้งฉันต่อใช่ไหม

 

"ฮยองเล่นซ่อนกล้องอยู่หรือไง ผมไม่ขำด้วยหรอกนะ แล้วจัดฉากซะเนียนแบบนี้ผมตกใจนะ" ผมพูดโวยวายขึ้นมาแต่ทุกคนกลับนิ่งและทำหน้างงใส่

 

"บอสอาการหนักแล้วมั้งพี่จิน พูดอะไรไม่รู้เรื่องเลยเนี่ย" แทฮยองว่าพลางเกาหัวตัวเอง

 

"จองกุกไปเตรียมรถ พี่จะพาคุณยุนกิไปให้หมอนัมจุนเช็ค" ว่าจบจองกุกก็รีบเดินออกไปเตรียมรถทันที และทั้งพี่จินและแทฮยองก็มาหิ้วผมเตรียมพาไปที่รถ ทำไมกลายเป็นผมต้องไปตรวจ ทุกคนต่างหากที่ควรตรวจ เล่นบ้าอะไรกันอยู่เนี่ย แล้วหมอนัมจุนอะไร นัมจุนมันไปปั่นจักรยานขึ้นเขาอยู่มั้งตอนนี้ มาเป็นหมอแล้วไม่ทำเครื่องมือแพทย์พังทั้งโรงพยาบาลหรือไง

 

ยุนกิโวยวาย บ่นนู่นนี่ยาวเพราะไม่รู้จะพูดยังไงให้บอดี้การ์ดที่ตัวติดผมอยู่ทั้งสามคนเข้าใจได้ เอาไว้รอเช็คแล้วปลอดภัยดี ปกติทุกอย่างค่อยบอกดีกว่า เผื่อจะเชื่อง่ายขึ้นมาบ้าง

 

เมื่อมาถึงโรงพยาบาล บุรุษพยาบาลก็เตรียมรถเข็นมารับ พี่จินเดินมาขอเป็นคนพาผมไปแทน ส่วนพวกน้องๆ ก็เอารถไปจอด

 

ห้องแผนกฉุกเฉินด้านในมีห้องแยกต่างหากอีกห้อง เปิดเข้าไปเจอคิมนัมจุนกำลังรดน้ำต้นแคคตัสอยู่ คิมนัมจุนตัวจริงเสียงจริงในชุดกาวน์ใส่แว่น

 

"นัมจุน" ผมเรียกอีกคนแล้วทำหน้าไม่เข้าใจ คุณหมอเจ้าของห้องขมวดคิ้วแล้วหยิบหูฟังมาตรวจเช็คร่างกาย

 

"ก็ปกติดีนี่หน่าซอกจิน" นัมจุนเอ่ยตอบพี่จินที่ทำหน้าเป็นห่วง

 

"แต่บอสเขาเหมือนลืมว่าตัวเองเป็นใคร ลืมว่าพวกเราเป็นใคร เอาแต่บอกว่าให้พวกเราเลิกเล่น เลิกซ่อนกล้อง" ซอกจินอธิบายอาการเพิ่มเติมแต่นัมจุนทำเพียงเกาคางหรี่ตามองคนที่อาจจะป่วยอย่างผม

 

"ไปสแกนสมองหน่อยดีไหมยุนกิ" นัมจุนบอกพร้อมเตรียมเข็ดผมออกจากห้อง

 

"เดี๋ยวก่อนๆๆๆ ขอฉันอธิบายก่อน"

 

"ไปสแกนก่อนค่อยมาคุยก็ได้"

 

"ไม่สแกน ไม่อะไรทั้งนั้น ฟังฉันพูดให้ดีๆ นะ ฉันมินยุนกิปกติดี และไม่รู้ด้วยว่าเรื่องพวกนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ฉันเป็นนักร้อง เป็นศิลปินวงบีทีเอสที่เพิ่งจะคัมแบ็คได้ไม่เก้าวันเอง แล้วอีกอย่างฉันก็ไม่ใช่มาเฟีย เจ้าพ่อ หัวหน้าแก๊ง หรือบอสอะไรของพวกนาย ฉันไม่ได้บ้า ไม่ต้องมามองแบบฉันแบบนั้นเลยคิมนัมจุน นายไม่ใช่หมอ นายเป็นหัวหน้าวงของพวกเรา จอมเซ่อซ่าทำลายข้าวของที่ฉลาดเป็นกรด อารมณ์สุนทรีย์และอ่อนไหวง่าย ส่วนพี่ พี่คิมซอกจิน พี่เป็นรูมเมทผมนะ วันก่อนเรายังไปตกปลาด้วยกันอยู่เลย" ผมร่ายออกมายาวมาก ทุกคนเงียบและตั้งใจฟังผม จนตอนนี้ก็ยังไม่หยุดมองหน้าผม

 

"ผมว่าคุณนัมจุนพาคุณยุนกิไปสแกนสมองดูหน่อยดีกว่าครับ อาการน่าเป็นห่วงแล้ว" คิมซอกจิน!!! พี่ไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลยหรือไงเนี่ย

 

แล้วโทรศัพท์ของพี่จินก็ดังขึ้น พอกดรับสายสีหน้าก็เครียดเกร็งขึ้นทันที "ค่อยสะกัดเอาไว้ พี่จะพาคุณยุนกิหนีออกไปอีกทาง" พอวางสายเสร็จก็หันมาพูดกับผมพร้อมบอกลานัมจุนทันที

 

"พวกแก๊งปาร์คมันตามมาเล่นงานเราครับ มันกำลังจะบุกเข้ามา เราหนีออกไปอีกฝั่งก่อนดีกว่าครับ" พี่จินพยุงผมลุกขึ้นแต่ผมกลับสะบัดแขนแล้วลุกขึ้นทำอะไรเอง ผมไม่ได้เจ็บปวดอะไร มีเพียงรอยเลือกและถลอกนิดหน่อยไม่ได้รุนแรง พี่ซอกจินมองผมด้วยความเป็นห่วง "ไหวหรือเปล่าครับบอส"

 

"ไหว จะไปไหนก็นำไปเลย ไว้ค่อยคุยกันต่อก็ได้" ผมว่าแล้วเดินนำอีกคนออกมาจากห้อง เสียงปืนดังออกมาจากตัวอาคารจอดรถ น่าแก๊งปาร์คที่พูดถึง จองกุกกับแทฮยองจะไหวไหมเนี่ย

 

"พี่ซอกจินไม่ไปช่วยพวกแทฮยองก่อนเหรอ ผมดูแลตัวเองได้นะ" ผมว่าขณะพวกเราก็หลังเดินเร็วไปทางออกอีกฝั่งของโรงพยาบาลที่ทะลุไปทางสถานีรถไฟฟ้าได้

 

"พวกจองกุกกับแทฮยองเอาอยู่ครับ ผมมีหน้าที่ปกป้องอยู่ข้างๆ คุณยุนกิ"

 

"ปกป้องทำไม" พวกเราก็มีคนปกป้องอยู่แล้ว พวกสตาฟและเมเนเจอร์ที่คอยช่วยเหลือพวกเราตอนทำงาน บอร์ดี้การ์ดฝีมือที่จ้างมาก็มาจากบริษัทชั้นนำ แล้วทำไมพี่จินต้องมาปกป้องเขาด้วย หรือไอแก๊งของเขานี่มันมีลูกน้องอยู่แค่นี้เนี่ย

 

"ก็คุณให้ผมมาเป็นบอดี้การ์ดของคุณไงครับ"

 

"บอร์ดี้การ์ดเหรอ บอร์ดี้การ์ด คุ้นๆ นะ" จำได้ว่าเหมือนเคยพูดประโยคทำนองนี้อยู่ เอ--- บอร์ดี้การ์ด บอร์ดี้การ์ด เอ- เหมือนว่าตอนเล่นเกมส์ รายการรันบีทีเอสตอนล่าสุดที่มีเกมส์ให้จับตัวเมมเบอร์แล้วทายว่ากำลังเต้นเพลงอะไรอยู่ ตอนนั้นผมได้เป็นคนทาย แล้วก็บอกให้พี่จินมาเป็นคนนำทาง มาเป็นบอร์ดี้การ์ดให้ แต่ที่พูดมันคือเกมส์เฉยๆ ไม่ใช่แบบนี้นี่

 

ยุนกิหน้ายุ่งเข้าไปใหญ่ หนีจากการไล่ล่าแล้วต้องมาวุ่นวายกับเรื่องที่มาที่ไปของเรื่องราวพวกนี้อีก พอได้ขึ้นรถไฟฟ้าผมก็นั่งลงที่เก้าอี้ในขบวน พี่ซอกจินเดินตามมานั่งข้างๆ และสังเกตคนรอบๆ ตัวดูความเรียบร้อย

 

ขบวนรถไฟฟ้าแล่นไปเรื่อยๆ คนบนรถเริ่มเพิ่มมากขึ้น และเสี่ยงต่อการบุกทำร้ายได้ พี่ซอกจินจับมือของผมเอาไว้แน่นแล้วใช้สายตาสังเกตการณ์ไปในตัวด้วย จนถึงสถานีที่พวกเรานัดแนะกับจองกุกเอาไว้ พี่ซอกจินก็เตรียมพาผมออกมา แต่แล้วเมื่อพ้นประตูกั้น ก็มีชายชุดดำหลายคนเข้ามาล้อม ถือปืนมาดักอยู่ข้างหน้า พวกมันมีกันสามคน ถ้าสู้กันอาจพอมีลุ้น แต่ผมน่ะไม่ได้อยากจะสู้กับปืนอันตรายพวกนี้สักหน่อย พี่ซอกจินบีบมือผมแน่นแล้วดันให้ไปหลบอยู่ข้างหลัง ผมพยายามหาโทรศัพท์เพื่อจะติดต่อกับพวกแทฮยอง แต่ก็ไม่มี คงมีแต่ของพี่จินที่ตอนนี้ออกไปลุยเดี่ยวจัดการอริทั้งสามคนอยู่

 

ผมคอยดูและเตือนเขาเมื่อพวกมันบางคนจะใช้วิธีสกปรกอย่างแทงข้างหลัง จนเกือบจะจัดการได้ครบหมดแล้ว แต่เสียงปืนก็ดังขึ้นมา พร้อมกับร่างพี่จินที่ล้มลง พวกมันไม่ได้มากันแค่สามชคน แต่มากันห้าคน และอีกสองคนก็ดักซุ่มอยู่รอโอกาสจะทำร้ายพวกเรา ผมรีบวิ่งเข้าไปหาพี่จินที่จับแผลบริเวณต้นขาที่โดนยิง พยายามจับหาโทรศัพท์ของอีกฝ่ายแต่ก็ไม่เจอ สงสัยจะหายไปตอนที่กำลังต่อสู้อยู่ ผมจะทำยังไงดี พวกมันจ่อปืนมาที่พวกเราสองคน ผมตกใจทำอะไรไม่ถูก เลือดที่ขาพี่จินยังคงไหลออกไม่หยุด กระสุนยิงเข้าที่ขาสองนัด พี่จินอาจไม่ได้เสียชีวิตแต่ก็บาดเจ็บหนักจนพาเขาหนีไม่ได้แน่ พวกมันมีมากเกินไป และตอนนี้ติดต่อขอความช่วยเหลือจากใครไม่ได้เลย

 

"คุณยุนกิหนีไปเถอะครับ ไปที่จุดนัด ผมจะจัดการกันพวกมันไว้ให้เอง" พี่จินเอื้อมมือมาจับมือของผมไว้แล้วบีบเบาๆ เชิงให้กำลังใจ

 

"จะไปก็ต้องไปด้วยกันสิ ใครเขาจะหนีเอาตัวรอดคนเดียวกัน" ผมพยายามคิดหาทางออกแต่พวกตัวร้ายทั้งห้าคนที่ยืนล้อมอยู่ก็จ่อมือมาที่หัวผมและตัวพี่จินเรียบร้อยแล้ว

 

"หนีไม่พ้นหรอกพวกหน้าโง่ ฮ่าๆๆๆๆๆ"

 

"ปล่อยพวกเราไปเถอะ"

 

"ไม่ได้หรอกครับ เจ้านายพวกผมสั่งมาให้กำจัดพวกคุณซะ"

 

"..."

 

"ผมไม่อยากขัดคำสั่งนาย"

 

"..."

 

"ตายไปซะเถอะ"

 

"..."

 

---ปัง

 

------ปังปังปัง

 

 

 

!!!!!

 

"มินยุนกิ!!!!"

 

"..."

 

"..."

 

"มินยุนกิ"

 

"..."

 

"มินยุนกิ!!!! ตื่นได้แล้ว ฝันบ้าอะไรโวยวายจนฉันนอนไม่ได้แล้วโว้ยยยย"

 

.

 

.

 

.

 

the end ☆

ผลงานอื่นๆ ของ jukialol

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น