นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว
นิยาย (OS) | о (END)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

⚠️ WARNING ⚠️


 

Take a deep breath before reading this!


 

___________________________________

tb

เนื้อเรื่อง อัปเดต 18 พ.ย. 62 / 20:46



 

มันเป็นเพียงวันหนึ่งในช่วงฤดูร้อน ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าเป็นวันที่ร้อนที่สุดของฤดูหรือไม่ แต่คงเพราะเวลายามค่ำคืน ที่ช่วยนำความมืดมาให้ แล้วนำพาอากาศเย็น พร้อมกับสายลมที่พัดผ่านเพื่อขจัดความร้อนให้ล่องลอยไป จะมีร้อนบ้าง ก็จากแสงไฟจากป้ายโฆษณา แสงไฟจากร้านค้า แสงไฟจากเสาไฟฟ้า แสงไฟจากสัญญาณไฟ และแสงไฟจากรถยนต์ ที่ทำให้รู้สึกแสบตาบ้าง แต่ก็ไม่ได้ทำร้ายผมไปมากกว่าที่ผมรู้สึกอยู่


 


 

ผม... กวิน นายกวิน แค่ กวิน นามสกุลนั้นคงไม่จำเป็นต้องบอกหรอก มันคงทั่วๆ ไป ไม่จำเป็นต้องใส่ใจเพราะไม่ได้สลักสำคัญอะไร พอๆ กันกับชื่อของผม ที่หลายคนมักจะใช้กันผิด

โดยจะถูกเรียกว่า กวี แทนตลอด ผมก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมถึงได้ชื่อนี้มา แต่เพราะใช้คำว่า ไม่เป็นไร เพื่อปลอบใจตัวเองให้ยิ้มรับกับชื่อที่ไม่ใช่ชื่อของตน


 

บางคนปลอบใจตัวเองด้วยคำว่าไม่เป็นไรจนชินชา แต่คงไม่ผิดใช่ไหม ถ้าสักวันนึง คำว่าไม่เป็นไร ก็ไม่สามารถช่วยเยียวยาอะไรได้เลย


 

บางคนอดทนได้เป็นร้อยเป็นล้านครั้ง แต่บางคนแค่ครั้งเดียวก็อาจทนไม่ไหวแล้ว


 

โชคดีใช่ไหมที่ผมเป็นอย่างแรก


 

ใช้คำว่า ไม่เป็นไร ในการกักเก็บทุกสิ่งที่ เป็น เอาไว้เพื่อไม่ให้คนรอบข้างคิดมาก ใช่ ทุกอย่างล้วนเพื่อให้คนรอบข้างทั้งนั้น


 

แต่จริงๆ แล้ว มันอาจเป็นเพียงคำที่ใช้เพื่อปกป้องตัวผมเอง จากความอ่อนแอที่ผมมี ในการทนรับกับแรงกดดันรอบข้างที่ส่งมาให้ในหลากหลายรูปแบบ


 


 

.

.

.

.

.


 

ผมยืนนิ่งมองท้องถนนเบื้องหน้า ที่ถึงแม้ว่าจะใกล้เข้าสู่เที่ยงคืนของเช้าวันใหม่ แต่ก็ยังมีรถยนต์แล่นไปมาบนเลนถนนกว้าง รวมถึงผู้คนที่เพิ่งเลิกงานจากบริษัท หรือห้างสรรพสินค้าแถวๆ นี้ออกมารอรถ และเดินซื้อของตามริมฟุตบาทที่มีไฟสลัวๆ บ้างในบางจุด


 

ผมมองสิ่งแวดล้อมรอบๆ ตัว มองผู้คนที่เดินผ่านไปผ่านมาข้างๆ พวกเขากำลังใช้ชีวิตของตนเอง ในแต่ละวันอยู่ กิจวัตรประจำวันของมนุษย์เงินเดือนทุกคนที่ต้องหาเงินเลี้ยงปากเลี้ยงท้อง ดูแลครอบครัว


 


 

ผมเริ่มหลับตาลงและนึกถึงชีวิตของตนเอง มันเริ่มต้นตั้งแต่ตอนไหนนะ เด็กธรรมดาที่ไม่ได้มีผลการเรียนดีเด่นอะไร เรียนจบ ได้ทำงาน มีแฟน มีเงินเดือน ได้เลื่อนตำแหน่ง มีบ้านให้พ่อแม่ และกำลังจะขอแฟนแต่งงาน เลื่อนขั้นให้เป็นภรรยาของเขา


 

ชีวิตปกติทั่วๆ ไป


 

ชีวิตปกติทั่วไปของคนทำงานสำหรับผมมันก็เพียงเท่านี้เอง


 

เท่านี้จริงๆ


 

แต่เหมือนมันจะมากเกินไปสำหรับคนอย่างผม


 


 

.

.

.


 


 

กวี มีหลากหลายรูปแบบ ทั้งที่แต่งจากที่นึกคิด แต่งจากที่ฟังมา แต่งตามความจริง หรือแต่งสดๆ ขึ้นมา


 

สำหรับผม กวี คงเป็นเรื่องจริงที่เจ็บปวด มันอาจใช้เป็นคำสอนคนอื่นๆ ต่อไป แต่สำหรับผม มันคงเป็นความทุกข์ ที่ผมต้องยอมรับให้ได้


 

หากในชีวิตเป็นดั่งบทละคร ก็คงจะมีทั้งช่วงที่มีความสุย และช่วงที่ทุกข์ระทม


 

คงไม่มีเรื่องที่หวานตลอด เศร้าตลอด ความสุขและความทุกข์ ผมว่ามันเป็นสิ่งที่คู่กัน มันจะเคียงคู่กัน และมาบรรจบกันเป็นตอนจบที่สมบูรณ์ในตอนท้ายของเรื่อง


 


 

.

.

.


 


 

ชีวิตผมดูเหมือนว่าจะผ่านช่วงเวลาที่ดีที่สุดในชีวิตไปแล้ว ถึงผมจะไม่แน่ใจว่าที่ผ่านมามันดีที่สุดแล้วหรือไม่ แต่ถ้ามันสุดได้แค่นั้น ผมก็ยินดีที่จะรับมันไว้


 

และคงไม่มีใครที่มีแต่ความสุขหรอกใช่ไหม


 

ช่วงเวลาที่เลวร้ายที่สุดในชีวิตของผม


 

มันกำลังดำเนินอยู่


 

.

.

.


 

การที่ทำงานหนักเพื่อให้ครอบครัวมีความสุขมันคงไม่ใช่เรื่องผิด แต่การไม่มีเวลาให้พวกเขาต่างหากที่มันผิด


 

แฟนของผม ที่คบกันมานานตั้งแต่สมัยเรียน รักกันดี ผมใช้คำนี้ ถึงแม้ว่าคำว่ารักกันของพวกเรา มันอาจจะไม่เท่ากัน


 

อดีตแฟนของผม นอกใจ มันเป็นเหตุผลธรรมดาๆ ที่คิดว่าใครๆ ก็น่าจะเคยพบเคยเป็น เพียงแต่ผมไม่ได้เตรียมใจสำหรับสิ่งนี้เอาไว้เท่านั้นเอง เพราะผมไม่มีเวลาอยู่กับเขา ทำให้เขาไปหาคนที่มีเวลาให้มากกว่า มันก็คงจะถูกต้องที่สุดแล้วล่ะ


 

เวลามันมีค่า...ผมเองก็รู้ดี


 

เวลาเสียใจคนก็คงทำงานหนักขึ้นเพื่อจะได้ลืมสิ่งแย่ๆ เหล่านั้น แต่จริงๆ แล้วบางที มันก็อาจไม่ได้ช่วยให้ความรู้สึกนั้นหายไปหรอก


 

ทำงานหนักก็ควรได้เงินเพิ่ม และก็ใช่


 

ผมได้เงินมากขึ้น


 

แต่ก็ไม่นาน...


 

ไม่นานเลย หลังจากเลิกรากับแฟนไป ครอบครัวของผมก็เริ่มมีปัญหา เป็นปัญหาทั่วๆ ไปอีกครั้ง


 

ปัญหาสุขภาพ


 

ร่างกายที่เจ็บป่วยตามกาลเวลา มันห้ามกันไม่ได้หรอก คนที่ช่วยได้น่าจะเป็นหมอ ที่ทำให้อาการไม่ทรุดหนักลงไปมากกว่าที่เป็น ก็เท่านั้นเอง ค่าใช้จ่ายมากมายเพื่อแลกกับความปลอดภัยของคนที่ผมรักมันไม่น่าเสียดายเลยสักนิด


 

.

.

.


 

ชีวิตมันต้องมีขึ้นมีลง ถ้าขึ้นไปจนถึงจุดจุดนึงแล้ว วันหนึ่งก็อาจตกต่ำจนเรี่ยดินก็เป็นได้


 


 

ตอนนี้ผมคงเป็นเริ่มจะเป็นเศษดินแล้วล่ะ


 

.

.

.


 

ผมถอนหายใจออกมาเบาๆ พ่อค้าแม่ค้าแผงลอยตามริมฟุตบาทเริ่มมองมาที่ผม ผู้ชายแต่งตัวสุภาพในชุดสูทสีเข้ม รองเท้าหนังมันเงา สะพายกระเป๋าเป้สีดำเอาไว้แนบหลัง สองมือถือกล่องกระดาษแข็ง ที่ด้านในมีเอกสารต่างๆ รวมไปถึงของใช้สามสี่ชิ้น


 

สภาพแบบนี้...


 

ใช่ ผมตกงาน


 

แต่ถ้าจะเรียกให้ถูกก็คือ


 

ผมโดนไล่ออกต่างหาก


 

.

.

.


 

แปลกดีนะ... ที่บทจะย่ำแย่ ก็โถมเข้ามาแบบไม่ทันได้ตั้งตัวอะไรเลยสักอย่าง


 

จู่ๆ ในช่วงบ่ายของวันนี้ ขณะที่ผมกำลังทำงานอย่างปกติ ผมก็โดนเรียกตัวเข้าไปพบกับหัวหน้างาน ในห้องกว้างที่นานๆ ผมจะมีโอกาสได้เข้าไปพบกับบอสใหญ่สักที วันนี้ก็คิดว่าคงมีงานอะไรสำคัญจะได้รับมอบหมายแน่ๆ แต่กลับกลายเป็นว่าผมคิดผิด


 

มีเพียงคำบอกกล่าวสั้นๆ ไม่กี่ประโยค แต่เพียงเท่านั้นก็สมองของผมว่างเปล่า ไม่มีคำพูดใดใดเปล่งออกมาจากผม ไม่มีคำถามใดใดที่ได้เอ่ยออกไป ผมไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามันเกิดอะไรขึ้น


 

จนกระทั่งมาหยุดที่โต๊ะทำงานที่อยู่ด้วยกันมาหลายปี เก็บข้าวของบนโต๊ะใส่กล่องที่ถูกนำมาวางเอาไว้ก่อนที่ผมจะเดินกลับมา ทุกอย่างเหมือนถูกจัดวางเอาไว้พร้อมแล้ว เรื่องที่ผมต้องไป ก็คงเป็นเรื่องที่ถูกกลั่นกรองมาอย่างดีแล้วเช่นกัน


 

.

.

.


 

ผมยกยิ้มหยันให้ตัวเอง กับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเมื่อตอนบ่ายของวัน ผมเก็บของ บอกลาเพื่อนร่วมงานที่ผมเรียกเขาว่าเพื่อน แม้ว่าจะไม่รู้ว่าเราเป็นเพื่อนกันจริงๆ หรือไม่ก็ตาม ชีวิตผมไม่ได้เฮฮา สังสรรค์ หรือคบหาคนมากมาย ผมเป็นเพียงคนเงียบๆ ขยัน และแสดงออกไม่เก่งนัก


 

ผมเริ่มได้ยินเสียงนินทาของเหล่าแม่ค้าพ่อค้าแถวๆ นั้น ไม่แน่ใจว่านินทาผมหรือเปล่า แต่ทางที่ดี ผมควรย้ายตัวเองออกจากที่ตรงนี้สักที


 

ผมเดินเรื่อยๆ ตามริมฟุตบาทก่อนจะหยุดทิ้งขยะตรงทางขึ้นสะพานลอย ถังขยะสาธารณะที่ตั้งเอา มีเศษขยะมากมายทิ้งจนล้นพูนออกมา บ้างก็อยู่ที่ฝาถัง บ้างก็อยู่ตามพื้นซีเมนต์บนฟุตบาท หรือบางชิ้น ก็ตกอยู่ที่พื้นคอนกรีต


 

ผมวางกล่องกระดาษเอาไว้ใกล้ๆ กับตัวถัง ยืนมองจากมุมนี้ ที่ถังขยะนั้นบนฝามีขยะที่รอดพ้นจากการหล่นลงพื้น ถึงแม้จะวางไว้อย่างหมิ่นเหม่ก็ตามที ผมเคลื่อนสายตาไปหยุดที่สิ่งของในกล่องของผมอีกครั้ง เหมือนจะทบทวนก่อนจะลาจากไป


 

ด้านในเป็นกระดาษเอกสารของบริษัท ที่อาจจะสำคัญหรือไม่สำคัญ แต่ทางบริษัทก็คงจะปริ๊นใบใหม่ออกมาได้ โดนไม่ได้มีผลกระทบอะไร ส่วนของใช้ที่หยิบติดมือออกมาด้วย ยอมรับว่ามันเป็นสิ่งของที่ล้วนไม่ได้มีราคามาก แต่ก็เป็นสิ่งที่มีผลต่อจิตใจอยู่พอสมควร


 

.

.

.


 

แต่ก็เท่านั้น ตอนนี้สำหรับผมแล้ว ไม่มีอะไรที่พอจะช่วยทำให้จิตใจของผมดีขึ้นได้หรอก


 

ผมละความสนใจจากกองขยะทั้งหลาย และตัดสินใจก้าวเดินอีกครั้ง หลังจากยืนเหม่อมองกองขยะที่ใต้สะพายลอย แล้วมีกระแสลมพัดจนโชยกลิ่นฉุน เป็นการไล่เขาให้เดินจากไปแต่โดยดี


 


 

ผมเดินขึ้นบันไดไปอย่างแน่วแน่ ผู้คนที่เริ่มบางตาจากช่วงเวลาที่เข้าสู่เช้าวันใหม่ในยามเที่ยงคืนเช่นนี้... อาจจะช่วยให้สิ่งที่ผมตัดสินใจจะทำเป็นจริงได้มากยิ่งขึ้น


 

ผมเดินทีละก้าวผ่านแต่ละชั้นของบันไดขึ้นไปจนไปถึงยังตัวสะพานที่เชื่อมให้เพื่ออำนวยความสะดวกในการข้ามท้องถนนได้เป็นอย่างดี แต่ก็ยังมีข่าวคาวออกมาบ้าง ที่จะเห็นว่าใช้การข้ามถนน แบบไม่ได้แคร์ทางม้าลาย หรือสะพายลอยที่อยู่ถัดออกไปไม่กี่สิบก้าวสักนิด อุบัติเหตุที่เกิดจากความประมาทของคน มันก็เป็นเรื่องทั่วๆ ไปเหมือนกันสินะ


 

.

.

.


 

ผมหยุดยืนนิ่งอีกครั้ง ณ ที่แห่งนี้ ที่ตรงกลางของตัวสะพาน มองบรรยากาศรอบๆ ยามค่ำคืนที่ไร้ซึ่งเมฆหมอก มีเพียงท้องฟ้ามืดๆ และแสงไฟจุดเล็กๆ ในที่ไกลๆ ดวงดาวที่พบได้ยากในเขตตัวเมืองเช่นนี้ก็เป็นเครื่องบอกได้ดีถึงความเจริญของเมืองทำให้ธรรมชาติที่ควรมี ลดลง และห่างหายไปในที่สุด ตึกรามบ้านช่องที่ปิดไฟสนิท แสงไฟจากหน้าบ้านที่เปิดเอาไว้เผื่อคนเดินถนนถือว่าเป็นอีกความน่ารักหนึ่งของมนุษย์ มองเห็นไฟจากป้ายโฆษณาต่างๆ ไฟจากป้ายบิลบอร์ดใหญ่ๆ ที่ถึงแม้จะไกลจากตรงนี้แต่ก็ยังคงเห็นตัวอักษร และภาพโฆษณาอย่างเด่นชัด ตึกสูงบางตึกมีไฟเปิดสว่างในบางชั้น บางห้อง ตึกไหนสักตึกตรงนั้นน่าจะมีบริษัทเก่าของผมรวมอยู่ด้วย


 

ผมยังคงซึมซับบรรยากาศ สิ่งต่างๆ รอบตัว ในมุมมองที่ผมไม่เคยได้ค้นพบมาก่อน สิ่งที่อยู่เหนือหัวของผมขึ้นไป และสิ่งที่อยู่รอบกายของผม


 


 

ก่อนที่ผมจะก้มมองลงไปยังพื้นด้านล่าง ผมไม่รู้หรอกว่ามันสูงมากแค่ไหน แต่ก็รู้แน่ชัดว่าถ้าตกลงไปจะเป็นอย่างไร รถที่ผมเห็นในมุมนี้ก็เห็นได้เพียงหลังคา และแสงไฟจากหน้าและท้ายรถยนตร์ มันก็สวยดี ในความคิดของผม ไม่แปลกใจเลยที่บางทีผมจะเห็นคนถ่ายรูปรถยนตร์ที่ขับอยู่บนถนนในยามค่ำคืนเช่นนี้


 


 

ผมเงยหน้าขึ้นอีกครั้ง สูดอากาศเย็นสบายในช่วงเวลานี้ ก่อนจะระบายยิ้มให้กับสิ่งที่ผมตัดสินใจจะทำต่อจากนี้...


 

ผมน่ะ


 

ขอให้เงินประกัน เงินเดือนงวดสุดท้ายที่ได้ รวมไปถึงเงินเก็บในธนาคารทั้งหมดที่ผมมอบให้พ่อและแม่ของผม จะเพียงพอที่จะทำให้พวกท่านมีความสุขและสุขภาพดี


 

ขอให้พวกท่านอยู่ได้


 

ถึงแม้จะไม่มีผมอยู่ด้วยอีกต่อไปแล้วกันตาม...


 

.

.

.


 

ผมค่อยๆ ปีนขึ้นไปจนไปยืนอยู่ตรงส่วนของราวกั้น ดีนะที่ตรงนี้ไม่มีหลังคา มีเพียวรั้วเหล็กกับพุ่มไม้เล็กๆ ตกแต่ง ไม่งั้นผมคงยืนลำบากแน่ๆ เลย ผมได้แต่หัวเราะน้อยๆ กับช่วงเวลาสุดท้ายของชีวิตนี้ ก่อนจะมองลงไปด้านล่าง ณ ที่นี่ ณ ความทรงจำสุดท้ายของผม ผมมองนิ่งอยู่เพียงครู่นึง ก่อนจะหลับตาลง และกระโดดลงไป...สู่ความว่างเปล่านั้น


 


 


 

ลาก่อนนะครับ


 

จบ.

ผลงานอื่นๆ ของ rapbitplus

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น