ตอนที่ 17 : ตอนที่ 9 ผู้ชายกะล่อน! [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1262
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    8 พ.ค. 62

ตอนที่ 9 ผู้ชายกะล่อน!

 

            นันท์นภัสยังคงหน้าบึ้งบอกบุญไม่รับแม้จะเอาคืนชายหนุ่มไปได้บ้างแล้วก็ตาม ยิ่งเมื่อได้ยินวีรวิทย์ทวงสัญญาที่หญิงสาวให้ไว้กับเขายิ่งทำให้โมโหมากยิ่งขึ้นหากก็ทำอะไรไม่ได้ ทางด้านคนเจ้าเล่ห์เมื่อสงบศึกกับนันท์นภัสได้ก็อมยิ้มมองคนหน้าบึ้งอย่างอารมณ์ดี


            “หน้าบึ้งแบบนี้อย่าบอกนะว่าจะผิดคำพูด...เฮ้อ...ผมว่าแล้วเชียว ไม่น่าเชื่อคำพูดพวกเด็กเลี้ยงแกะอย่างคุณเลย พูดอะไรไปไม่น่าจะทำได้อย่างที่พูดหรอก” วีรวิทย์ส่ายหน้าอย่างปลงๆ ทำเอาคนถูกกล่าวหาถึงกับฉุนมองคนตรงหน้าตาดุทันที


            “ว่าใครเด็กเลี้ยงแกะไม่ทราบ!”


            “เอ๊า! เด็กเลี้ยงแกะคือเด็กที่พูดจาเชื่อถือไม่ได้...ถ้าใครมีพฤติกรรมแบบนั้นคนนั้นก็คือเด็กเลี้ยงแกะ...ว่าแต่คุณเถอะน้องหนู ที่บอกว่ายอมทำได้ทุกอย่างเมื่อคืนนี้ทำได้อย่างที่พูดจริงหรือเปล่าล่ะ” ชายหนุ่มถามกวนๆ ยักคิ้วอย่างผู้ชนะ ทำเอาคนถูกท้าทายขบเขี้ยวเคี้ยวฟันมองชายหนุ่มอย่างอยากจะกินเลือดกินเนื้อ หากแต่สุดท้ายก็จำต้องข่มใจรักษาคำพูดของตน และอีกนัยคือต้องการชดใช้ที่เป็นต้นเหตุทำให้เขาต้องเดือดร้อนอดตาหลับขับตานอนตามหาเธอทั้งคืน


            “ก็ว่ามาสิ ฉันเป็นคนรักษาคำพูด!” หญิงสาวบอกเสียงสะบัดแต่ก็ไม่วายใช้สายตาเตือนแกมขู่ “แต่อย่าทำพิเรนทร์กับฉันอีก ไม่อย่างนั้น...ตาย!”


            “น่ากลัวจริงจริ๊ง...หึๆ แต่สิ่งที่ผมอยากให้คุณทำมันอาจไม่พิเรนทร์สำหรับผมแต่อาจจะพิลึกสำหรับคุณนิดหน่อย พร้อมหรือยัง?” ชายหนุ่มบอกสีหน้าจริงจังหากแววตากลับท้าทายอยู่ในที


นันท์นภัสมองอย่างไม่ไว้ใจและโดยไม่ทันตั้งตัวคนที่เธอคาดการณ์อะไรไม่ได้เลยอย่างวีรวิทย์ก็ลากตัวหญิงสาวออกไปจากบ้านทันที


            “คุณจะพาฉันไปไหนนี่มันค่ำแล้วนะ แล้วไหนบอกว่าจะนอนไง!” หญิงสาวถามอย่างไม่ไว้ใจพยายามขัดขืน หากชายหนุ่มไม่ตอบ แต่กลับดันร่างบางยัดเข้าไปในรถหน้าตาเฉย นันท์นภัสมองการกระทำของชายหนุ่มอย่างไม่เข้าใจ


            “เดี๋ยวก็รู้...หึๆ” ชายหนุ่มบอกอย่างมีเรศนัยก่อนขับรถออกจากบ้านอย่างอารมณ์ดี

           

++++++++++++++


            “ฮ่าๆ อย่าให้พูดเลย...งานนี้ไม่เชื่อก็ต้องเชื่อ” เสียงพานุหัวเราะลั่นบ้านเมื่อคุยโทรศัพท์ทางไกลกับเพื่อนรักอย่างจิราวัฒน์ที่อาศัยอยู่ดูไบกับภรรยาและลูกสาวตัวน้อยวัยสองขวบ วิราราชมองท่าทางของสามีอย่างระอาหลังส่งลูกชายวัยขวบเศษเข้านอนได้สำเร็จ หญิงสาวเลือกนั่งลงข้างๆ สามีและมองเขานินทาที่ชายตัวเองกับเพื่อนอย่างสนุกปาก


ทางด้านคนเป็นสามีเมื่อเห็นภรรยานั่งหน้าตูมอยู่ข้างๆ ก็วาดวงแขนเกี่ยวเอวบางก่อนออกแรงนิดหน่อยเพื่อดึงเธอขึ้นมานั่งบนตักอย่างเอาใจ แต่ก็ไม่มีทีท่าว่าจะวางสายลงง่ายๆ


“ไอ้วิทย์เนี่ยนะจะกลายเป็นเสือเชื่องๆ เพราะผู้หญิง หึๆ ไม่อยากจะเชื่อ ชักอยากจะเห็นกับตาแล้วสิ” จีราวัฒน์บอกเสียงขบขันอย่างไม่อยากเชื่อเพราะเพื่อนรักคนที่ตกเป็นหัวข้อสนทนาประกาศมาตลอดว่าจะไม่ลงเอยกับใครง่ายๆ และดูท่าทางจะเป็นเช่นนั้นมาตลอดเพราะวีรวิทย์ทั้งควงผู้หญิงเป็นว่าเล่นแถมยังกะล่อนขั้นเซียน


“เชื่อฉันเถอะว่ะ เมื่อคืนนี้มันถึงกับออกตามหาเจ้าหล่อนเสียทั่วกรุงเทพฯ เพราะติดต่อเธอไม่ได้...แกคอยดูฝีมือผู้ชายที่ชาญฉลาดที่สุดในประเทศอย่างฉันก็แล้วกัน...ในฐานะที่ไอ้วิทย์มันเป็นเสือตัวสุดท้ายในกลุ่มเราที่ยังไม่มีเมีย ฉันจะจัดให้มันหนักๆ ไปเลย หึๆ” พานุบอกน้ำเสียงภูมิใจกับแผนแก้เผ็ดเพื่อนรักที่เคยทำแสบสันไว้กับตัวเองสมัยยังไม่ได้แต่งงานกับวิราราช


“เออๆ ไอ้คนฉลาด ไปแกล้งพี่ชายเมียแบบนั้นระวังถูกงอนนะโว้ย...อย่าหาว่าฉันไม่เตือน ว่าไงจ๊ะน้ำผึ้ง ง่วงแล้วหรือ จ๊ะๆ ฉันก็ง่วงแล้วเหมือนกัน” เสียงจีราวัฒน์ตอบภรรยาดังเข้ามาในสายทำเอาพานุถึงกับทำหน้าเซ็ง


“แกนี่ไม่เคยเปลี่ยนเลยนะ เวลาคุยกับเพื่อนไม่ต้องหันไปคุยกับเมียบ้างก็ได้เถอะไอ้วัฒน์ ทีฉันเมียนั่งอยู่ด้วยยังไม่เห็นเสียมารยาทคุยเลย” พานุกระแนะกระแหนเพื่อนรักอย่างหมั่นไส้แต่จีราวัฒน์หาได้สนไม่


“เรื่องของแกสิ! เอองั้นแค่นี้นะ ฉันขี้เกียจคุยแล้ว พาเมียปั๊มลูกดีกว่า ลูกคนที่สองของฉันจะได้มาสักที” จีราวัฒน์บอกเสียงหงุดหงิดเมื่อพูดถึงลูกคนที่สองที่ไม่ยอมลงมาเกิดในท้องของภรรยาเสียทีทั้งที่เขาตั้งใจทำทุกคืนเสียขนาดนี้


“ไม่มีน้ำยาละสิแกน่ะ” พานุแซวขำๆ แต่ดูเหมือนปลายสายจะตัดไปเสียแล้ว และทันทีที่จีราวัฒน์วางสายชายหนุ่มก็หันมาหอมแก้มภรรยาฟอดใหญ่อย่างเอาใจ


“เล่นเป็นเด็กๆ อีกแล้วนะคะพี่นุ บอกวิวมาเลยนะว่าคิดแผนอะไรจะทำร้ายพี่ชายวิว” หญิงสาวบอกเสียงงอนๆ พานุจึงยิ้มตาใสอย่างเอาใจ


“เปล่านี่ครับวิว คนอย่างพี่จะไปทำอะไรมันได้ มีแต่ไอ้วิทย์นั่นแหละที่ทำร้ายพี่มาตลอด ทั้งกันท่าไม่ให้พี่เข้าใกล้วิว คอยพูดจาทำร้ายจิตใจพี่ว่าให้คิดกับวิวแค่น้อง แถมหนักสุดมันยังนัดรวมผู้หญิงมาถล่มบ้านพี่จนวิวเกือบตัดสินใจผิดพลาดไม่ได้แต่งงานกับผู้ชายดีๆ อย่างพี่เลยนะ”


“แหวะ! ไม่ต้องมายอตัวเองหรอกค่ะ แล้วนี่พี่นุคิดจะทำอะไรพี่วิทย์คะ บอกวิวได้หรือเปล่า...ถ้าเป็นเรื่องน้องหนูวิวจะร่วมด้วย” หญิงสาวบอกอย่างจริงจังทำเอาคนเป็นสามีถึงกับเบิกตาโต เพราะปกติวิราราชไม่ชอบเล่นอะไรเป็นเด็กๆ แกล้งคนนั้นคนนี้อย่างที่เขาชอบทำกับเพื่อนๆ ในกลุ่ม


“วิวแน่ใจนะครับว่าจะร่วมมือกับพี่”


“แน่ใจหรือไม่แน่ใจก็ต้องทำแล้วล่ะค่ะ เพราะคุณแม่ทั้งขู่ทั้งบังคับให้วิวทำยังไงก็ได้ให้พี่วิทย์ยอมแต่งงานเป็นฝั่งเป็นฝาเสียที แล้วงานนี้ไม่ได้กระทบวิวคนเดียวแต่ส่งผลถึงครอบครัวของเราด้วย เพราะถ้าวิวทำไม่สำเร็จคุณแม่จะให้เราสองคนเลิกกัน” หญิงสาวบอกเสียงเครียด


“เฮ๊ย! คุณแม่ทำงี้ได้ไงครับ เราสองคนแต่งงานกันแล้วนะและที่สำคัญมีลูกด้วยกันแล้วตั้งคนหนึ่ง จะให้เลิกกันง่ายๆ ได้ยังไง” พานุร้องเสียงหลง


“งานนี้คุณแม่ทำจริงๆ ค่ะ ความจริงวิวโกหกพี่นุเฉยๆ ว่าทุกคนเห็นดีเห็นงามกับการแต่งงานของเรา...แต่ความจริงแล้วคุณแม่ท่านอยากให้พี่วิทย์แต่งก่อนแล้วค่อยให้วิวแต่งทีหลังเพราะวิวยังเด็กส่วนพี่วิทย์ก็แก่ขึ้นทุกวัน อีกอย่างท่านมีความเชื่อว่าลูกคนโตต้องออกเรือนก่อนลูกคนเล็กชีวิตถึงจะเป็นระบบและราบรื่นเหมือนที่คุณแม่ท่านออกเรือนหลังพี่สาวไงคะ”


            “แต่ถึงยังไงเราก็แต่งงานกันแล้ว ไม่น่าจะมาขู่กันขนาดนี้เลย...พี่ว่าแล้วเชียวทำไมคุณแม่ท่านดูไม่ต้อนรับพี่เท่าไร วิวนะวิวทำไมไม่บอกกันก่อน” พานุบอกเสียงงอนๆ ที่ถูกภรรยาหลอกมาตลอดว่าครอบครัวของเธอยินดีรับเขาเข้าไปเป็นเขยทำเอาวิราราชหน้าเจื่อน


            “แต่คุณแม่ท่านก็ไม่ได้รังเกียจอะไรพี่นุนะคะ เรื่องฐานะยิ่งไม่เกี่ยวเลย ท่านก็แค่ไม่พอใจที่วิวแต่งก่อนพี่วิทย์...ความรู้สึกของท่านก็คล้ายๆ เราสองคนชิงสุกก่อนห่ามอะไรประมาณนี้”


            “เอาเถอะครับ ยังไงเรื่องมันก็ผ่านมาแล้ว...บางทีคุณแม่ท่านอาจจะแค่ขู่ก็ได้ ใครจะบ้าบังคับลูกสาวเลิกกับลูกเขยทั้งที่มีลูกด้วยกันเป็นตัวเป็นตนแบบนี้ล่ะ” พานุบอกอย่างไม่อยากเชื่อทำเอาคนเป็นภรรยายิ้มเจื่อนทันที


            “แต่ว่าคุณแม่ท่านเป็นคนจริงจังนะคะ พูดคำไหนก็เป็นคำนั้น ต่อให้วิวร้องไห้จะเป็นจะตายต่อหน้าก็ไม่ยอมใจอ่อน”


            “เป็นไปไม่ได้หรอกครับ ไม่อย่างนั้นท่านจะยอมให้เราแต่งงานกันง่ายๆ หรือครับ” พานุยังคงไม่เชื่อ วิราราชจึงตัดสินใจบอกความจริงทั้งหมดที่ปิดบังเขามาตลอด


            “ก็พี่วิทย์น่ะสิคะดันไปบอกคุณแม่ว่ามีคนที่คบหาดูใจกันเงียบๆ แล้ว ถ้าคุณแม่ยอมให้เราแต่งงานกันพี่วิทย์จะพามาเปิดตัวแล้วจัดงานแต่งกันทันที และที่ผ่านมาพี่วิทย์ก็ผัดวันประกันพรุ่งมาตลอดเวลาที่คุณแม่ถามถึงเรื่องนี้ จนตอนนี้ท่านรู้ความจริงแล้วว่าพี่วิทย์โกหกเรื่องแฟนเพราะพักนี้พี่วิทย์เป็นข่าวบ่อยมาก...ท่านก็เลยยื่นคำขาดกับวิวฝากไปถึงพี่วิทย์วันนี้นี่เอง”





 


e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย 

โปรโมชั่น 179 บาท ตอนนี้หมดแล้วนะคะ 

ขายราคาปกติที่ 209 บาท ค่ะ

ขออภัยในความผิดพลาดด้วยนะคะ แจงลืมเปลี่ยนข้อมูลค่ะ


สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 


 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

263 ความคิดเห็น