ตอนที่ 18 : ตอนที่ 9 ผู้ชายกะล่อน! [2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    8 พ.ค. 62

ตอนที่ ผู้ชายกะล่อน!


              “ถ้าอย่างนั้นก็ให้ไอ้วิทย์มันพาผู้หญิงสักคนเข้าไปพบคุณแม่หรือไม่ก็ให้มันผลัดไปก่อนอย่างที่เคยทำมา ไหนๆ มันก็หลอกคุณแม่มาตั้งสามปีแล้ว วิวก็ให้มันใช้ความกะล่อนเจ้าเล่ห์ของมันต่ออีกสักหน่อยสิครับ” พานุเสนอแต่วิราราชกลับไม่เห็นด้วยและส่ายหน้า


            “ทำอย่างนั้นยิ่งไม่ได้ใหญ่ค่ะ เพราะคุณแม่ลงทุนจ้างนักสืบสืบเรื่องพี่วิทย์จนรู้ว่าตอนนี้พี่วิทย์เป็นพ่อพวงมาลัยลอยชาย ส่วนเรื่องจะหาผู้หญิงไปพบคุณแม่พี่วิทย์ไม่มีทางทำหรอกค่ะ เพราะตอนนี้ทะนายของคุณแม่เตรียมพร้อมตลอดยี่สิบสี่ชั่วโมง ขืนพี่วิทย์พาผู้หญิงเข้าหาคุณแม่สุ่มสี่สุ่มห้ามีหวังถูกจับตีทะเบียนกันเดี๋ยวนั้น ซึ่งพี่วิทย์ก็รู้ข้อนี้ดี พักนี้ถึงไม่ยอมรับสายคุณแม่ไงล่ะ” วิราราชบอกอย่างหนักใจทำเอาคนเป็นสามีอึ้งค้างและนึกโมโหเพื่อนรักที่ทำแสบสันขนาดนี้แล้วยังไม่ยอมบอกกัน แถมร่วมมือกับน้องสาวปกปิดเขามาตั้งสามปี


            “ไอ้วิทย์นะไอ้วิทย์ทำอะไรไม่ปรึกษากันเลยถ้ามันบอกพี่สักนิดป่านนี้พี่ก็หาวิธีพิสูจน์ตัวเองไปเรียบร้อยแล้ว และคงไม่ต้องมานั่งปวดหัวกับเรื่องนี้แน่ วิวเองก็ด้วย ต่อไปมีอะไรต้องบอกพี่นะครับ ไม่ใช่ทำให้พี่สบายใจมาตลอดแล้วตัวเองยังมีเรื่องกังวลอยู่แบบนี้”


            “วิวขอโทษนะคะ...แล้วเราจะทำไงกับเรื่องนี้ดี” หญิงสาวถามคนเป็นสามีอย่างไม่สบายใจนัก พานุจึงเอ่ยอย่างหนักแน่น


            “เดี๋ยวพี่จัดการเอง”

 

+++++++++++


            ขณะเดียวกันในสวนสาธารณะแห่งหนึ่งไม่ห่างจากบ้านของวีรวิทย์มากนัก ท้องฟ้ามืดสนิทเงียบสงัดไร้เสียงผู้คนและเสียงรถราสัญจรหากแต่มีแสงจากดวงจันทร์ที่กำลังส่องสว่างกระทบผืนน้ำเบื้องหน้าทำเอานันท์นภัสแทบไม่อยากเชื่อว่าในกรุงเทพฯ ยังมีสถานที่สงบเงียบและสวยงามถึงเพียงนี้อยู่


            “ถ้าไม่บอกฉันไม่เชื่อจริงๆ นะว่าที่นี่อยู่ในกรุงเทพฯ เมืองแห่งความวุ่นวายที่เต็มไปด้วยผู้คนและรถราเต็มท้องถนน” หญิงสาวเอ่ยออกมาอย่างทึ่งๆ และรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกเมื่อมองดวงจันทร์นวลๆ ที่สะท้อนอยู่บนผิวน้ำ วีรวิทย์ยิ้มบางๆ อย่างพอใจและลอบมองอากัปกิริยาของหญิงสาวอย่างชื่นชม


            “ถ้าคุณมาเห็นที่นี่ในตอนกลางวันคุณจะไม่เชื่อเลยว่ามันมีที่แบบนี้อยู่จริง” ชายหนุ่มบอกด้วยน้ำเสียงสบายๆ ทำให้คนที่ยืนอยู่ข้างๆ หันมามองอย่างไม่เข้าใจ


            “ทำไมหรือคะ” เอ่ยจบวีรวิทย์ก็หันมามองด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนโดยที่เจ้าตัวไม่รู้ด้วยซ้ำว่าทำหน้าอย่างไรเมื่อมองหญิงสาว


            “ตอนกลางวันที่นี่จะมีร้านค้ามากมายตั้งขึ้นเต็มไปหมดและมีคนเดินกันให้ควัก เพราะตรงนี้เป็นทางผ่านตึกให้เช่าออฟฟิศที่ใหญ่ที่สุดซึ่งมีพนักงานจำนวนมากและลูกค้าของบริษัทต่างๆ เข้าออกตลอดทั้งวัน แต่พอเริ่มมืดที่นี่ก็เงียบสงัดไปโดยปริยาย”


            “ไม่น่าเชื่อนะคะว่ามันจะเงียบได้ขนาดนี้ ทำไมไม่มีพ่อค้าแม่ค้ามาขายของกันบ้างล่ะ” หญิงสาวถามอย่างสนใจและสงสัย


            “ไม่มีคนเดินใครจะเสี่ยงเข้ามาขายกันล่ะ คุณขืนดันทุรังมาขายก็มีแต่เจ๊งกับเจ๊ง”


            “ก็ไม่แน่หรอก” นันท์นภัสเถียงอย่างหมั่นไส้ วีรวิทย์จึงหัวเราะเบาๆ กับท่าทางของเธอ


            “ก็จริงนี่นา...ที่จริงอีกเหตุผลที่คนไม่มาเดินเพ่นพ่านแถวนี้ก็เพราะมันเป็นแหล่งรวมของพวกปล้นชิงทรัพย์ฆ่าข่มขืนอะไรเทือกนี้อะ” ชายหนุ่มเล่าต่ออย่างไม่สะทกสะท้านทำเอาคนฟังถึงกับเบิกตาโพลงอย่างตกใจ


            “ยะ...อย่าบอกนะว่าที่มันเงียบเพราะเป็นแหล่งซ่องสุมของพวกโจรห้าร้อย กรี้ดๆ คนบ้า! คุณเป็นบ้าหรือไงพาฉันมาในที่แบบนี้ เล่นพิเรนทร์อะไรของคุณหา!” นันท์นภัสทั้งทุบทั้งตีชายหนุ่มที่พาเธอมาในสถานที่ที่คนปกติเขาไม่มากันเช่นนี้ แต่แทนที่วีรวิทย์จะสำนึกกลับหัวเราะชอบใจเสียอย่างนั้น ทำเอาคนไม่พอใจทั้งฉุนทั้งโมโห


            “หึๆ ผมก็บอกแล้วว่ามันไม่พิเรนทร์สำหรับผมหรอก แต่สำหรับคุณอาจจะ...แต่มันก็ไม่ได้น่ากลัวถึงขนาดนั้นหรอกน่า เราคงไม่ซวยถึงขั้นถูกปล้นฆ่าตายคาที่หรอก...ดูสิที่นี่โรแมนติกจะตายไป” ชายหนุ่มบอกยิ้มๆ อย่างที่คิดหากนันท์นภัสกลับไม่เห็นด้วยเอาซะเลย


            “โรแมนติกกับผีนะสิ! พาฉันกลับบ้านเดี๋ยวนี้เลยฉันไม่ชอบ! แล้วไหนบอกง่วงนักง่วงหนา แทนที่จะนอนกลับพาฉันออกมาข้างนอกเนี่ยนะ?”


            “ไหนบอกจะทำทุกอย่างที่ผมต้องการไง แค่นี้ก็จะผิดคำพูดแล้วเหรอ อย่าลืมนะว่าผมตามหาคุณทั้งคืนไม่ได้นอนเชียวนะ และนี่ก็เป็นเหตุผลหลักที่คุณควรจะต้องตามใจผมเพราะมันเลยเวลานอนจนผมตาค้างทั้งที่ง่วงจะตายอยู่แล้ว” ชายหนุ่มบอกอย่างจริงจังนันท์นภัสจึงค้อนขวับอย่างฉุนๆ


            “ใครใช้ให้คุณตามไม่ทราบ! บอกมาเลยว่าจะอยู่ตรงนี้อีกกี่นาทีฉันจะได้ทำใจถูก บอกตามตรงแบบไม่อ้อมค้อมเลยนะว่าฉันโรแมนติกไม่ลงหรอก ยืนๆ อยู่จะมีใครลอบเข้าข้างหลังหรือเปล่าก็ไม่รู้”


            “ไม่มีใครกล้าเข้าข้างหลังหรอกน่า ผมอยู่นี่ทั้งคน” ชายหนุ่มยิ้มทะเล้นนันท์นภัสจึงค้อนขวับอีกหน มองไปเบื้องหน้าที่มีแสงนวลๆ ของดวงจันทร์ ทว่ายังไม่ทันหายขุ่นใจที่ถูกพามายังที่ที่ไม่ควรมา จู่ๆ ไฟรอบสระในสวนสาธารณะก็พร้อมใจกันดับพรึ่บ ทำเอาคนที่กลัวเป็นทุนเดิมอยู่แล้วถึงกับผวาเฮือกโผเข้ากอดคนข้างๆ ทันที


            “ว้าย...คะ คุณเกิดอะไรขึ้นทำไมไฟดับ” หญิงสาวบอกเสียงสั่นกอดชายหนุ่มแน่นด้วยความกลัว คนถูกกอดจึงยิ้มพอใจแล้วกอดกระชับร่างบางแน่นแต่ไม่ยอมตอบ ผ่านไปหลายนาทีก็ไม่มีคำตอบจากคนเจ้าเล่ห์จนนันท์นภัสชักเอะใจจึงดันร่างหนาออกอย่างแรงจนเกือบเป็นผลักก่อนมองฝ่าความมืดที่เงียบสงัดอย่างระแวดระวัง แต่จนแล้วจนรอดไฟที่ดับก็ไม่มาเสียที ทำเอาคนที่ทำใจกล้ายืนมองหาสิ่งแปลกปลอมในความมืดที่เห็นเพียงเงาสลัวผ่านแสงจันทร์ชักใจไม่ดี


            “สงสัยไฟจะดับน่ะ” วีรวิทย์บอกเสียงกวนๆ


            “ไม่ต้องสงสัยก็แน่ใจแล้วว่ามันดับ! บ้าจริง! คุณ...ฉันว่าเรากลับกันเถอะนะ อยู่ในสถานที่อันตรายแบบนี้มันไม่ดีหรอก” หญิงสาวพยายามหว่านล้อมแต่แทนที่เขาจะยอม กลับผละจากร่างบางเดินอ้อมไปฝั่งคนขับหน้าตาเฉย 


ชั่วอึดใจแสงไฟหน้ารถก็สว่างโร่ขึ้นแยงตาคนที่ไม่ทันตั้งตัว ทำให้นันท์นภัสต้องหรี่ตายกมือป้องแสง พยายามมองหาร่างหนาที่จู่ๆ ก็หายไปเงียบๆ แต่ยังไม่ทันที่สายตาจะปรับเข้ากับแสงได้สำเร็จคนเจ้าเล่ห์ที่ทำอะไรไม่ปรึกษาใครก็เดิมอ้อมมาด้านหลัง มือหนาวางลงบนไหล่บางโดยไม่บอกกล่าว ทำเอาคนใจไม่ดีกรีดร้องอย่างตกใจเพราะคิดว่ากำลังถูกโจรจู่โจมทางด้านหลัง


            “กรี้ด!!” หญิงสาวหลับหูหลับตาร้องด้วยความตกใจเพื่อเรียกให้คนช่วย แต่ก่อนที่จะทันได้ร้องหาวีรวิทย์ จู่ๆ ร่างบางก็ถูกมือหนาที่วางบนไหล่จับผินกายอย่างรวดเร็ว และโดยไม่ทันตั้งตัวกลีบปากบางที่เผยอร้องลั่นอย่างไม่คิดชีวิตก็ถูกริมฝีปากร้อนผ่าวประกบลงอย่างรวดเร็ว ปิดเสียงร้องที่ดังสนั่นของเธอได้สนิท


            “อื้อ...” หญิงสาวเบิกตากว้างอย่างตกใจและก็แทบช็อกเมื่อถูกอีกฝ่ายจู่โจมจูบแบบไม่บอกกล่าว ดวงตากลมโตที่เบิกโพลงมองเห็นแต่ใบหน้าคมเท่านั้นที่ใกล้จนแนบชิดกัน และเมื่อดวงตากลมโตปะทะเข้ากับสายตาที่ทอประกายบางอย่างก็ทำเอาคนที่พยายามร้องประท้วงถึงกับเงียบสนิท มือบางที่กำลังจะทุบตีค่อยๆ ลดระดับลงมาที่อกแกร่งในขณะที่มือหนาทั้งสองข้างจับใบหน้างามล็อกไว้ไม่ให้ดิ้น


ภาพคนสองคนที่ยืนจูบกันอย่างดูดดื่มซึ่งต้องแสงไฟหน้ารถจนเกิดเงาดำทะมึนเคลื่อนไหวไปมาทำเอาหญิงสาวถึงกับหัวใจสั่นไหว...แต่ที่ยิ่งไปกว่านั้นคือตำแหน่งหัวใจของใครบางคนที่มือเธอสัมผัสได้ก็กำลังเต้นแรงไม่แพ้กัน        

 





 

 


e book เรื่อง เสน่ห์เล่ห์ร้าย 

โปรโมชั่น 179 บาท ตอนนี้หมดแล้วนะคะ 

ขายราคาปกติที่ 209 บาท ค่ะ

ขออภัยในความผิดพลาดด้วยนะคะ แจงลืมเปลี่ยนข้อมูลค่ะ


สามารถสั่งซื้อได้ที่เว็บไซต์ สำนักพิมพ์ ไลต์ออฟเลิฟ 

หรือทางเฟสบุ๊ค ไลต์อออฟเลิฟ บุ๊คส์ ค่ะ 

ราคาหนังสือ 259 บาท

อยู่ในซีรีย์ชุด เสน่ห์รัก เสน่ห์ร้าย ค่ะ 


 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

263 ความคิดเห็น