{GOT7} MARKBAM #ฟิคแค้นรักร้าย2

ตอนที่ 42 : SPECIAL PART : PAPER HEART -7-

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 449
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    25 มี.ค. 62





PAPER HEART

-7-




ในชีวิต...

 

ไม่เคยคิดเลยว่าจะต้องมาอยู่ในสถานการณ์ที่อึดอัดแบบนี้

 

“ป๋ายหยางจูเหรอ..สรุปเป็นแฟนกับลูกชายของฉันจริงๆงั้นเหรอ?” เสียงเข้มของมาร์คต้วน เรียกให้หยางูที่ก้มหน้านิ่งอยู่นานเงยหน้าขึ้นมาพร้อมกับเม้มปากแน่น ถึงจะเคยถูกถามแบบนี้แต่ครั้งนี้มันน่าอึดอัดมากกว่า..



“คือ..คะ..ครับ” ต้องจำยอมตอบไปเพราะตอนนี้ยังไงเขาก็ยังคงสวมบทบาทนี้อยู่ ปวดหัวก็ปวด เกร็งก็เกร็ง กลัวก็กลัว ไม่รู้ควรจะทำยังไงต่อเลย ไม่เคยคิดเลยว่าพอมาอยู่ต่อหน้าแล้วจะทำตัวไม่ถูกแบบนี้



“คบกันมานานแล้วเหรอ” คำถามถูกยิงออกมาอีกจนหยางจูคิดคำตอบไม่ทัน ร่างบางหันไปมองร่างสูงข้างๆเพื่อขอความช่วยเหลือ



“อ๋อพวกเราคบกันมา..”




“วิน..พ่อไม่ได้ถามลูก” ยังไม่ทันที่วินจะเอ่ยจบมาร์คต้วนก็เอ่ยขัดขึ้นมาทันทีทำให้เจ้าตัวต้องเงียบไป



“ขอโทษครับ” ร่างสูงเอ่ยก่อนจะนั่งนิ่งๆอย่างเลี่ยงได้



“เอาล่ะสรุปคบกันมานานรึยัง”



“อะ..อาทิตย์นึงครับ” หยางจูตอบไปตามความเป็นจริงเพราะ เอาจริงๆพวกเขาพึ่งพูดคุยกันเรื่องสัญญากันได้แค่ห้าวันเอง ปัดๆไปเป็นหนึ่งอาทิตย์ก็คงไม่เป็นอะไรหรอกมั้ง..



“อาทิตย์นึง ? ได้ข่าวว่านายเป็นคนทำข่าวฉาวของลูกชายฉันไม่ใช่เหรอ”



“ชะ..ใช่ครับ” แน่นอนสิป๋ายหยางจู นายตามทำข่าวลูกชายเขาแค่นี้ทำไม

จะไม่รู้ เขาหูตาไวจะตาย มาเฟียนะนี่มาเฟียฉันกำลังนั่งอยู่ตรงหน้ามาเฟียนะ หยางจูได้แต่ทะเลาะกับตัวเองในใจตอนนี้เขาไม่รู้ว่าควรจะทำยังไงปวดหัวจนจะระเบิดแล้ว



“แด๊ดครับ คือเราค่อยคุยกันพรุ่งนี้ได้มั้ยครับ...พอดีหมอนี่ไม่สบายอยู่” วินเอ่ยแทรกขึ้นเพราะเห็นหยางจูนั่งเกร็งหน้าซีดไปหมด



“ไม่สบายอยู่เหรอ งั้นลูกพาเขาเข้าไปพักก่อนส่วนลูกออกมาคุยกับพวกเราแทน” เป็นแบมแบมที่เอ่ยบอก เพราะเขาก็สังเกตเห็นอยู่แล้วว่าหยางจูมีท่าทางเหมือนคนไม่สบาย



“ครับ..” วินเอ่ยก่อนจะค่อยๆประคองร่างของหยางจูเข้าไปในห้องนอนก่อน เมื่อลุกขึ้นก็ทำเอาหยางจูล้มลงไปกับพื้นทันทีเพราะไม่มีแรงแต่วินก็คว้าตัวเอาไว้ทัน



“ขะ..ขอโทษ ผมไม่มีแรง..แค่กๆ”



“ไม่เป็นไรเข้าไปพักข้างในเดี๋ยวฉันพาไป” วินเอ่ยก่อนจะประคองร่างของอีกคนเข้าไป จะอุ้มเลยก็ไม่ได้เพราะก็แอบเกรงใจคนเป็นพ่อเป็นแม่อยู่ เมื่อพาร่างบางเข้าไปถึงในห้องร่างบางก็ทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่มอย่างไร้เรี่ยวแรง วินดึงผ้าห่มมาห่มให้อีกคนก่อนจะเช็คอีกคนอีกครั้งว่ากำลังนอนในท่าที่สบายหรือไม่ พอจัดแจง

เรียบร้อยเขาก็เอามือขยี้กลุ่มผมนุ่มของอีกคนเบาๆ



“นอนพัก ไม่ต้องคิดมากเรื่องนี้ ฉันมีหน้าที่ตอบคำถามเองไม่ต้องห่วง”





“ครับ..แค่กๆ”



“เดี๋ยวฉันมา” ว่าแล้วร่างสูงก็เปิดไฟที่โคมไฟเอาไว้พร้อมปิดไฟดวงใหญ่กลางห้องเพื่อให้อีกคนได้นอนพักสบายขึ้น แสงไฟสีนวลทำให้อีกคนเคลิ้มหลับไปได้ไม่ยาก เมื่อเห็นว่าอีกคนหลับไปแล้วร่างสูงก็เดินออกมายังห้องรับแขกดังเดิมที่ตอนนี้มีพ่อและแม่ของเขานั่งอยู่ที่เดิม ส่วนดีแลนน่ะเหรอรายนั้นชิ่งไปนานแล้ว



“มานั่งคุยกัน ว่าตกลงเรื่องมันเป็นมายังไง” มาร์คเอ่ยกับลูกชาย วินเดินไปนั่งที่เดิมก่อนจะมองไปยังผู้เป็นพ่ออย่างไม่คิดหลบสายตา ไม่ได้แสดงออกด้วยสายตาที่ก้าวร้าวแต่แค่ในตอนนี้เขาพร้อมที่จะตอบในทุกๆข้อส่งสัยของผู้เป็นพ่อนั่นเอง



“ข่าวที่ฟลอริดา...พ่อเห็นภาพพวกนั้นแล้ว ปกติถ้าเป็นพื้นที่ส่วนตัวของเรานักข่าวจะเข้าไปได้ยากมากนะ แต่ภาพถ่ายพวกนั้นมันอยู่ในพื้นที่ของเรา ลูกรู้ใช่มั้ยว่าพ่อสงสัยใคร”



“หยางจูใช่มั้ยครับ”



“ใช่”



“เขาไม่ได้เป็นคนทำครับ”



“แต่หมอนั่นเคยทำงานที่นั่น...”



“แต่ผมยืนยันได้ว่าไม่ใช่เขาครับ..หมอนั่นไม่โกหกแน่ๆ” วินยืนยันคำตอบของตนเองด้วยความมุ่งมั่น เขามั่นใจ มั่นใจมากๆว่าหยางจูไม่ได้เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ ถึงแม้อะไรหลายๆอย่างมันจะทำให้เขารู้สึกได้ว่าหยางจูคือคนน่าสงสัยมากที่สุด แต่เขาเชื่อ


 

เชื่อในคำพูดของอีกคนว่ายังไงก็ไม่มีทางเป็นหยางจูแน่นอน


 

“ทำไมลูกเชื่อขนาดนั้นว่าไม่ใช่เขา” แบมแบมเป็นฝ่ายถาม ทำให้วินนิ่งไปชั่วขณะ.. นั่นสิ

 


ทำไมถึงเชื่อใจเขานะ

 


วินนั่งนิ่งด้วยท่าทีครุ่นคิด เขาทบทวนคำตอบของตนเองไปมาก่อนจะตัดสินใจตอบออกไปที่ตัวเขารู้สึกในตอนนี้



“เพราะความเชื่อใจครับ”



“ความเชื่อใจที่มันอาจจะย้อนมาทำร้ายลูกเหรอ”



“ผมเชื่อครับ เขาไม่ได้ทำแน่ๆ” เมื่อทั้คู่ได้ฟังคำตอบของลูกชายก็ได้แต่หันมามองหน้ากันก่อนที่แบมแบมจะเอ่ยถามขึ้น



“ลูกไม่ได้กำลังเล่นตลกอะไรอยู่ใช่มั้ย...ไม่ได้กำลังเล่นสนุกอะไรกันอยู่ใช่มั้ย” น้ำเสียงที่แฝงความจริงจังนั้นถูกเอ่ยออกไปพร้อมกับดวงตากลมที่จ้องมองลูกชายเพื่อหาคำตอบ



“ไม่ครับ เราคบกันจริงๆ” วินยังคงยืนยันคำพูดของตนเองอย่างหนักแน่น ทั้งๆที่ตอนนี้เขาก็ไม่รู้ว่าที่พูดออกไปแบบนั้นเพราะกำลังโกหกกลบเกลื่อนไปตามเกม หรือว่า...ในใจรู้สึกกับป๋ายหยางจูเป็นอีกแบบนึงแล้วกันแน่

 

 

 

 

กลางดึกคืนนั้น

ดีแลนเลือกมานั่งอยู่ที่บาร์แห่งหนึ่งที่อยู่บนตึกสูงเสียดฟ้ากลางแอลเอ เป็นบาร์นั่งชิวที่เหล่าคนรวยและคนมีตังค์กระเป๋าหนักมักจะเลือกมานั่งดื่มกันที่นี่ เพราะที่นี่เป็นส่วนตัว คนไม่พลุกพล่าน ร่างสูงยกแก้วเหล้าขึ้นมาก่อนจะจรดมันลงบนริมฝีปาก ปล่อยให้เหล้าสีอ่อนไหลลงคอไปราวกับมันเป็นเพียงน้ำเปล่า ตอนนี้ความคิดของเขามันว่างเปล่าไปหมด คำถามเรื่องของเดนนิสยังวนเวียนอยู่ในหัวเขาอยู่เสมอ

 


เด็กคนนั้นมีคนรักแล้ว...


 

โทรศัพท์เครื่องกระทัดรัดที่ตอนนี้วางอยู่ใกล้ๆมือเขามีแสงส่องสว่างออกมาเรื่อยๆพร้อมกับข้อความของแฝดคนพี่ที่ส่งมาอย่างไม่ขาดสาย คงไม่วายกรนด่าที่เขาหนีออกมาแน่ๆ



“คงโดนแด๊ดล้วงความลับแล้วสินะเนี่ย” ดีแลนเอ่ยออกลอยๆก่อนจะยกแก้วเหล้าขึ้นมาดื่มต่อ เขาไม่ได้มาดื่มเพราะเสียใจอกหัก หรือเศร้ากับชีวิต แค่รู้สึกไม่เข้าใจนอกจากที่เดนนิสจะมีคนรักแล้วนั้นทำไมท่าทีของเดนนิสที่แสดงออกเวลาพูดคุยกับเขามันไม่เป็นมิตรเอาซะเลย



“หรือเราจะไปทำอะไรให้เดนนิสรู้สึกไม่ดีวะ” ได้แต่เอ่ยถามกับตัวเองโดยไม่ได้คำตอบ ก่อนที่โทรศัพท์ของเขาจะสั่นขึ้นอีกครั้งแต่คราวนี้มันไม่ใช่ข้อความจากวินแต่มันเป็นเบอร์โทรของคีร่า ดีแลนขมวดคิ้วด้วยความประหลาดใจก่อนจะกดรับสายช้าๆ

 



“ฮัลโหล ว่ายังไงคีร่า”



/พี่ดีแลน.../ เบอร์ของคีร่าโทรเข้ามา แต่เสียงของคนปลายสายกลับไม่ใช่เสียงของคีร่า แต่มันดันเป็นเสียงของเดนนิส เสียงที่เอ่ยเรียกชื่อเขาทั้งๆที่ตั้งแต่มาที่นี่เขายังไม่ได้ยินเดนนิสเรียกเขาเลย



“เดนนิส..”



/ยูอยู่ที่ไหน/



“ตอนนี้เหรอ ? พี่อยู่ที่..”



/หันหลังมา/ สิ้นคำพูดของเดนนิส ดีแลนก็หันหลังควับไปมองทันที สิ่งที่เห็นคือเด็กหนุ่มร่างบางที่ยืนถือโทรศัพท์แนบหูอยู่พร้อมกับใบหน้าหวานที่มองมาที่เขา



“เดนนิส ทำไมเรามาอยู่ที่นี่”

 



“ทียูยังอยู่ได้เลย ทำไมไอจะมาไม่ได้” เดนนิสเอ่ยพร้อมกับเดินก้าวมานั่งอยู่ข้างๆที่เก้าอี้ที่อยู่ข้างดีแลน เจ้าตัวได้แต่มองคนตัวเล็กกว่าข้างๆด้วยท่าทีงุนงง เด็กหนุ่มลูกเสี้ยวหน้าหวานทำให้ดีแลนละสายตาไม่ได้เลยสักครั้ง แต่ที่น่าแปลกคนคนนี้รู้ได้ยังไงว่าเขาอยู่ที่นี่



“แล้วรู้ได้ไงว่าพี่อยู่ที่นี่”



“ก็ไม่ใช่เรื่องยาก” เดนนิสเอ่ยพร้อมกับมองไปยังคนตรงหน้าด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถาม



“พี่ว่า...มันแปลกๆนะที่เรามาที่นี่” ดีแลนมองคนตรงหน้าด้วยแววตาสงสัย


 

เขามาได้ยังไง ?


 

มาทำไม ?


 

รู้ได้ยังไงว่าผมอยู่ที่นี่

 


“...” เดนนิสไม่ตอบ ได้แต่มองทอดกระจกบานกว้างออกไปด้านนอก ดีแลนมองคนที่อยู่ข้างๆก่อนจะยกยิ้มกริ่ม ไม่รู้หรอกว่าอีกคนมาทำไม แต่ที่รู้ๆอย่างน้อยก็ดีใจที่ได้อยู่ใกล้...



“เราจะดื่ม...”



“ไอเกลียดยูมาก ยูรู้ใช่มั้ย” คำพูดลอยๆที่เอ่ยออกมาทำให้คำถามที่ดีแลน

จะเอ่ยถามหายลงคอไปหมด ตัวเขาถึงกับพูดอะไรไม่ออก เขาถอนหายใออกมาเบาๆก่อนจะครางเบาๆในคอเป็นการตอบ



“อืม”



“เกลียดมาก มากที่สุด..แต่ทำไมยูยังชอบไออีก” คำถามถูกยิงออกมาอีกยิ่งเรียกความสงสัยให้ดีแลนมากยิ่งขึ้น

 


คนตรงหน้าต้องการจะสื่ออะไร ?


พูดถึงเรื่องนี้ทำไม ?


 

“ก็..มันชอบไปแล้วนิ” เอ่ยก่อนจะนั่งลงพร้อมทำท่าจะยกแก้วเหล้าของตนเองขึ้นมาดื่มอีกครั้งแต่ยังไม่ทันที่จะรินลงที่ปากมือเรียวของอีกคนก็แย่งแก้วใบนั้นไปในทันทีก่อนจะกระดกดื่มจนหมดแล้วพร้อมกระแทกแก้วเหล้าลงบนโต๊ะแล้วหันไปมองร่างสูงที่อยู่ข้างๆ



“เดนนิส เราดื่มเหล้าไม่ได้นะเอาแก้วมานี่เลย” ร่างสูงพยายามดึงแก้วมาจากมือของอีกคน แต่เดนนิสก็ดึงมือหนี



“ทำไมยูชอบมองว่าไอเป็นเด็กอยู่เรื่อย” คนตัวเล็กตะวาดเสียงดังพร้อมกำ

แก้วแน่น



“ก็เรายังเป็นเด็ก เอาแก้วมานี่เดี๋ยวพี่พาเรากลับไปส่งที่คอนโด เอาโทรศัพท์น้องมาแล้วยังปล่อยให้น้องอยู่คนเดียวแบบนี้ไม่น่ารักเลยนะ” ดีแลนดุออกไปไม่จริงจังมากนักพร้อมกับดึงแก้วจากมืออีกคนได้สำเร็จ



“ก็ไอมันไม่น่ารักนี่ ! ยูนั่นแหละน่าโมโหมากเลยยูรู้ตัวมั้ย” คนตัวเล็กเอ่ยพร้อมมองตาขวาง



“นี่เราเป็นอะไรเนี่ยเดนนิส” ดีแลนดึงมือของคนตัวเล็กกว่าเอาไว้พร้อมมองหน้าอีกคน



“เป็นบ้าไง” เอ่ยจบก็ยืดตัวขึ้นจูบอีกคนที่สูงกว่า ไม่ได้จูบแบบลึกซึ้งเพียงกดจูบไปที่ริมฝีปากของอีกคนแรงๆก่อนจะผละออก ดีแลนได้แต่กระพริบตาปริบๆงงงวยกับสิ่งที่เกิดขึ้น



“เดนนิส..นี่...เรา”



“ไอจะกลับแล้ว” เอ่ยจบก็หมุนตัวจะเดินหนี แต่ดีแลนก็คว้าแขนอีกคน

เอาไว้พร้อมกับดึงเข้ามาหาตัว



“เดี๋ยวก่อนเรายังคุยกันไม่รู้เรื่องเลยนะ”



“รู้เรื่องแล้ว เราจะคุยกันแค่นี้แหละ ไม่คุยแล้ว” เดนนิสเบนหน้าหนีอีกคนไม่

แม้แต่จะสบตา



“เราเป็นอะไรกันแน่เดนนิส เราไม่ชอบพี่แต่มาโวยวายแบบนี้ ให้ความหวังพี่แบบนี้เพื่ออะไร ?” เมื่อถูกยิงคำถามไปเดนนิสก็จ้องอีกคนทันที



“ไอไม่เคยให้ความหวัง มีแต่ยูนั่นแหละที่ทำ ทำในสิ่งที่ไอเกลียด ยูบอกว่าชอบ แต่ยูไม่เคยแสดงอะไรที่เป็นเครื่องยืนยันเลยด้วยซ้ำ คนแบบนี้น่ะไอเกลียดที่สุด” ยิ่งฟังดีแลนยิ่งไม่เข้าในการกระทำของอีกคน ไม่เข้าใจทั้งคำพูดและท่าทีแปลกๆที่อีกคนแสดงออก


เดนนิสกำลังต้องการบอกอะไรกันแน่ ?

 

 

 

ผลสุดท้ายดีแลนก็พาเดนนิสมาส่ง ระหว่างทางไม่มีการสนทนาใดๆเกิดขึ้นเลย ดีแลนก็กำลังปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นว่ามันเริ่มมาจากอะไร แล้วทำไมวันนี้เดนนิสถึงเป็นแบบนี้ไปได้


“อัปป้าบอกว่า ตอนเด็กๆยูเคยชอบออมม่ามาก มากถึงขั้นที่บอกอยาก

แต่งงานด้วย” เป็นเดนนิสที่เป็นคนทำลายกำแพงความเงียบลง



“อืม ใช่...คนในอุดมคติของพี่คงเป็นแบบอาชาลีล่ะมั้ง”



“...”



“แปลกนะที่เราถามขึ้นมา แปลกทุกอย่าง บอกพี่มาเถอะว่าตกลงเราเป็นอะไร” ดีแลนถามเพราะเขาอยากรู้ อยากรู้ว่าอีกคนเป็นอะไรกันแน่ถึงได้แปลกไปแบบนี้ แต่เดนนิสก็เลือกที่จะไม่ตอบ



“...”



“ไม่ตอบก็แล้วแต่เราแล้วกัน เราอาจจะแค่เหงาเพราะคงอยู่ห่างจากแฟน พี่ก็จะพยายามเข้าใจนะ” ดีแลนเอ่ยออกไปตามที่คิด เขาคิดเพียงแค่ว่าคนตัวเล็กนั้นอาจจะแค่รู้สึกเหงา หรือหงุดหงิดจากอะไรมาถึงได้มีพฤติกรรมแบบนี้



“ไอไม่ได้มีแฟน! คนที่มีคือยูไม่ใช่เหรอ ?”



“ไปเอามากไหนว่าพี่มีแฟน”



“ก็...ช่างมันเถอะ”



“เดี๋ยวนะ ที่เราโมโหเพราะหึงพี่เหรอ ?” ดีแลนเอ่ย



“ไม่ได้หึง บอกแล้วว่าเกลียดไง ยูไม่เข้าใจเหรอ”


เอี๊ยดดดดดด


ดีแลนเหยียบเบรกรถกะทันหันจนอีกคนหัวทิ่มลงไปกระแทกกับคอนโซนหน้ารถ ดวงตากลมไม่วายที่จะหันไปมองอีกคนพร้อมกำลังจะโวยวายแต่ยังไม่ทันที่จะได้โวยวายอะไรดีแลนก็ยื่นหน้าเข้ามาใกล้จนแทบหยุดหายใจ



“เกลียด ? แต่เรามาหาพี่เองนะ” เอ่ยด้วยน้ำเสียงราวกับเอ่ยเยาะอีกคนด้วยรอยยิ้มร้ายๆ แน่ละวันนี้เจ้าแมวมาติดกับเขาเอง



“ก็ไม่ได้ตั้งใจจะไปหรอก ใครจะอยากเจอ”



“เหรอครับ ? ไม่อยากเจอเหรอครับ..อ่า ใช่สิเราไม่ชอบพี่มากๆนี่” เอ่ยเสร็จก็ดึงตัวเองกลับไปนั่งหลังตรงประจำที่นั่งคนขับอีกครั้ง



“เพราะยูไม่เคยชัดเจนรู้เอาไว้ซะด้วย” เอ่ยจบเดนนิสก็หันหน้าหนีออกไปนอกหน้าต่าง ไม่คุยไม่ตอบไม่สบตาอีกคนเลย ไม่ว่าดีแลนจะเอ่ยอะไรอีกคนก็ไม่คิดจะสนใจในคำพูดเลย เอาแต่เงียบจนเลี่ยงไม่ได้ที่จะต้องพากลับไปยังคอนโด



“ขอบคุณที่มาส่ง” คนตัวเล็กเอ่ยพร้อมเอื้อมมือไปเปิดประตูรถ แต่มือหนาก็พาดข้ามมาพร้อมกับดึงประตูรถฝั่งของคนตัวเล็กกว่าเอาไว้



“พี่ขอคุยด้วยก่อน”



“ไม่มีอะไรจะคุยแล้ว”



“แต่พี่มี...” ร่างสูงเอ่ยจบก่อนจะมองหน้าของคนตัวเล็กนิ่งๆ อีกคนที่ตอน

แรกสู้สายตา ตอนนี้กลับหลบสายตาเอาดื้อๆตอนนี้ดีแลนกำลังไม่เข้าใจ เขากำลังสับสนว่าคนตรงหน้าเป็นอะไร คิดจะไม่สนใจเขาก็ไม่สนใจ จู่ๆอยากคุยก็พูดซะเยอะแยะจนเขาไม่เข้าใจ



“จะคุยอะไร” อีกคนเอ่ยโดยที่ตัวเขาไม่ได้หันไปมองหน้าอีกคนเลย แต่ยังไม่ทันที่ดีแลนจะเปิดปากพูดเสียงเปิดประตูก็ดังขึ้นมาพร้อมกับชายหนุ่มคนหนึ่งที่ยืนจังกล้าตาขวางมองมาที่ทั้งคู่ด้วยแววตาไม่พอใจ



“ใคร ?” ดีแลนเอ่ยถามพร้อมกับหันไปมองยังชายหนุ่มฝรั่งที่ดูๆไปแล้วน่าจะอายุรุ่นราวคราวเดียวกับเดนนิส และที่น่าแปลกทำไมเด็กหนุ่มคนนั้นถึงเข้ามาในห้องนี้ได้ มีคีย์การ์ดได้ยังไงถึงเปิดเข้ามาแบบนี้



“นี่มันอะไรกันเซน นายบอกเลิกฉันไม่ถึงสองชั่วโมงนายจูบกับผู้ชายคนอื่น แถมนายพาเขาขึ้นมาบนห้องด้วย” ชายหนุ่มผมบอล์นเอ่ยพร้อมกับชี้หน้าดีแลนที่

อยู่ตรงหน้า


 

เลิก  ? เด็กคนนี้เป็นแฟนเดนนิส ?


 

“นายจะมาที่นี่อีกทำไม เลิกก็คือเลิกในเมื่อนายไม่เคารพการแบ่งเส้นของ

เรา ฉันก็ไม่ควรจะยุ่งกับนายอีก” เดนนิสเอ่ยด้วยแววตาโกรธ โกรธแบบที่ดีแลนไม่เคยเห็นมาก่อน



“นี่นายจะเลิกกับฉันเพราะเหตุผลแบบนี้เนี่ยนะ ตลกน่า” ชายคนนั้นเอ่ยพร้อมกับทำหน้าตาราวกับไม่รู้สึกอะไร ขายาวกว้างเข้ามาใกล้เดนนิสหมายจะเอื้อมมือเข้าไปคว้าแขนของคนตัวเล็กกว่าแต่ดีแลนก็เข้าไปขวางเอาไว้ซะก่อน ดวงตาคมมองเด็กหนุ่มตรงหน้าด้วยแววตานิ่งพร้อมกับเอ่ยถามขึ้นด้วยน้ำเสียงเรียบ



“กลับไปซะ”



“เหอะ ปกป้องกันจัง หมอนี่ใครแฟนใหม่นายเหรอ แบบนี้มันคงไม่ใช่เพราะฉัน...” เด็กหนุ่มกระแทกเสียงในลำคอพร้อมกับมองดีแลนตั้งแต่หัวจรดเท้าด้วยสายตาเหยียด



“มันไม่มีเหตุผลอื่น มันเป็นเพราะนายไม่ฟังที่ฉันพูด ! นายล้ำเส้นฉัน เพราะฉะนั้นฉันไม่เลือกที่จะอยู่กับนายต่อ!” เดนนิสตะโกนจนสุดเสียงที่มีอยู่ ตะโกนออกไปด้วยความโกรธจนตัวสั่นหน่วยตาแดงกร่ำเหมือนกับคลอไปด้วยน้ำตาจนดีแลนต้องหันไปมองผู้มาเยือนอีกครั้ง



“นายกลับไปซะอย่าให้ฉันต้องใช้กำลัง”



“ใช้กำลัง ? คิดว่านายทำเป็นคนเดียวเหรอ..อุ๊ค..” ยังเอ่ยไม่ทันจบดีแลนก็เหนี่ยวหมันออกไปสุดแรงกระแทกมุมปากจนอีกคนล้มไปอยู่กับพื้น คงไม่ต้องบอกว่าหมัดนี้มันแรงขนาดไหน


เดนนิสที่ยืนมองอยู่ก็ตกใจไม่น้อยได้แต่มองดีแลนสลับกับชายคนรักเก่าตรงหน้าไปมาพร้อมกับคว้าแขนของดีแลนเอาไว้ เพราะเขากำลังจะเหวี่ยงหมัดใส่คนตรงหน้าอีกครั้ง


“พี่ดีแลน..พอแล้ว” เดนนิสเรียกอีกคนเสียงแผ่ว แววตาของดีแลนตอนนี้ดูดุจนน่ากลัว ซึ่งเป็นมุมที่เขาไม่เคยเห็นมาก่อนเลย เดนนิสดึงดีแลนออกมาห่างจากชายคนรักเก่าก่อนจะเอ่ยออกไปด้วยร้ำเสียงที่เย็นลงอีกครั้ง



“ฉันจะบอกอะไรให้นะ ที่นายเข้าใจน่ะถูกแล้ว คนคนนี้เป็นคนรักใหม่ของฉัน รู้แบบนี้ก็กลับไปได้แล้ว”



“ฮึ ฉันว่าแล้ว ว่านายต้องมีคนอื่นแล้วเอาเรื่องล้ำเส้นมาอ้าง” เอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจก่อนจะยกมือขึ้นแตะมุมปากที่ตอนนี้มีเลือดไหลซิปออกมาเพราะแรงหมัดของดีแลน



“งั้นนายก็กลับไปสิ รู้แล้วเราก็ควรจบ”



“ถ้ามันยากนักพี่เอาหมอนี่ออกไปจากห้องเองน่าจะง่ายกว่า” เอ่ยจบดีแลน

ก็ใช้มือกระชากคอเสื้อของคนที่นั่งกองอยู่ที่พื้นก่อนจะลากออกมาเหวี่ยงไว้ที่หน้าห้อง



“กลับไป”



“เออ ไม่ต้องไล่หรอก! ฝากไว้ก่อนเถอะ” เอ่ยจบคนที่โดนต่อยจนปากแตกก็ค่อยๆลุกขึ้นยืนแล้วเดินไปจากตรงนั้น เมื่อกลับเข้ามาในห้องก็เห็นเดนนิสที่ทิ้งตัวนั่งอยู่บนโซฟามือเล็กกำแน่นพร้อมร้องไห้ออกมาจนตัวโยน



“เดนนิส..”



“กลับไปก่อน...อยากอยู่คนเดียว” คำพูดที่เหมือนจะดีในตอนแรกกลับหายไป มันกลับไปเป็นคำพูดแบบเดิมเหมือนที่ร้าน คำพูดห้วนๆ



“แต่..”



“บอกให้กลับไปไง”



“ทีเมื่อกี้บอกว่าพี่เป็นแฟนเราอยู่เลยนะ ตอนนี้จะไล่กันไปแบบนี้เหรอ” ดีแลนพยายามพูดให้อีกคนอารมณ์ดีขึ้นแต่เดนนิสกลับยกมือขึ้นปาดน้ำตาก่อนจะหันมามองดีแลนด้วยแววตาไม่สบอารมณ์



“ผมพูดไปก็เพราะไม่อยากให้หมอนั่นมายุ่ง ไม่ได้หมายความอย่างที่คิดจริงๆ ที่จูบพี่ก็เพราะอยากประชดหมอนั่น ที่พูดแบบนั้นเพราะแค่อยากให้หมอนั่นเลิกยุ่งก็เท่านั้น รู้แบบนี้แล้วพี่ก็กลับไปได้แล้ว” คำพูดแต่ละคำที่พูดไม่ได้มีคำหยาบคาย แต่ดันทำให้คนฟังถึงกลับหุบยิ้ม รู้สึกสับสนมากกว่าเดิมเขาได้แต่ยิ้มแห้งๆก่อนจะพยักหน้าเบาๆ



“โอเค งั้นพี่ไปก่อนนะ” เอ่ยจบดีแลนก็หมุนตัวออกจากห้องไป ตอนนี้ไม่รู้ตัวเองเดินเร็วขนาดไหนเขารู้แค่ว่ารู้สึกตัวอีกทีก็กลับมาอยู่ที่รถแล้วเขาพาตัวเองเข้าไปนั่งในรถ จริงๆเขาไม่ควรจะออกมาเพราะคอนโดของเขาก็อยู่ที่นี่ แต่มันกลับเป็นที่ที่ไม่อยากเข้าไปมากที่สุด เขาไม่อยากอยู่ตรงนี้ในตอนนี้เขาเหมือนเป็นคนโง่ โง่ที่แอบดีใจคิดว่าเดนนิสจะดีใจ แต่ทั้งหมดมันโกหกทั้งเพ

 


ได้แต่นั่งหัวเราะกับความโง่เขลาของตนเอง หรือควรร้องไห้ดี...


 

“โง่ชะมัด” ดีแลนสตาร์ทรถก่อนจะขับออกไป ท่ามกลางช่วงเวลากลางคืนที่เงียบงันเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่าตอนนี้ตนเองควรจะไปที่ไหน แต่ที่แน่ๆเขาไม่อยากจะเจอใครเลย ไม่เลยสักคน...


ฉันควรจะเลิกยุ่งกับเดนนิสจริงๆสักที... ก่อนหน้านี้ที่ได้แต่อยู่ไกลๆมันยังไม่เจ็บเท่าการอยู่ใกล้แต่เหมือนเป็นอะไรที่เขาจะจับจะขว้างแบบไหนก็ได้อย่างนี้เลย


เดนนิสเดินออกมากห้องน้ำหลังจากที่อาบน้ำเสร็จแล้วก่อนจะขมวดคิ้วด้วยความรู้สึกแปลกใจเมื่อหันไปเห็นกระเป๋าสตางค์ของใครบางคนที่ตกอยู่บนพื้น มือเรียวหยิบมันขึ้นมาก่อนจะเปิดออกดูช้าๆก็พบว่าในกระเป๋านั้นมีภาพตัวเขาเองใส่เอาไว้อยู่


 

ของใคร ? เจมส์ ?


 

คนแรกที่นึกถึงก็ไม่พ้นแฟนเก่า แต่เท่าที่เขาจำได้กระเป๋าของผู้ชายคนนั้นไม่ใช่ยี่ห้อและสีนี้ และอีกอย่างรูปที่นี้ก็เป็นรูปของเขาที่ถูกถ่ายไว้เมื่อหลายปีก่อนในตอนที่เขายังไม่รู้จักเจมส์ด้วยซ้ำ

 


หรือว่า..ของพี่ดีแลน..



tbc



ไม่รู้ว่าจะยังมีคนรออ่านมั้ย 

จริงๆตอนแรกไรท์จะไม่อัพจนจบ

แต่ว่ามีหลายคนอยากอ่านไรท์เลยมาอัพให้น๊า

อาจจะช้าไปหน่อยแต่ก็มาอัพแล้วนะคะ 

อ่านให้สนุกนะคะ 


B
E
R
L
I
N
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

1,259 ความคิดเห็น

  1. #1251 แค่คนอินดี้ (@0942845903) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 19 เมษายน 2562 / 10:36

    ดีแลนนน น่าสงสารรรรร รออัพอยู่นะคะะ

    #1251
    0
  2. #1250 My love markbam (@a_mote3030) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 28 มีนาคม 2562 / 23:19
    โถ่ ดีแลนลูกกก
    #1250
    0
  3. #1249 Moji_Sweety (@moji_sweety) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 21:46
    สงสารดีแลนTT
    #1249
    0
  4. #1248 Smile Diamond (@fonsmilediamond) (จากตอนที่ 42)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 22:49
    เดนนิส หนูเป็นอะไรลูกกก นิสัยไม่ดีเลยน้าาา สงสารพี่ดีแลนนน
    #1248
    0