คัดลอกลิงก์เเล้ว

นัยน์ตาของผม

โดย Ryoma+

เรื่องจากชีวิตจริงของมะหมาตัวหนึ่ง มาร่วมรับรู้ความรักอันเเสนบริสุทธิ์ที่สัตว์เลี้ยงมีต่อเจ้าของ ขอย้ำ!ฟองฟู่ตัวจริงยังมีชีวิต

ยอดวิวรวม

610

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


610

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  15 ม.ค. 56 / 14:55 น.
นิยาย ¹Ңͧ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องราวเล็กๆที่สุนัขตัวหนึ่งมีต่อเจ้าของ
สำหรับฟองฟู่ จิมคือคนที่มันรักที่สุด 
เเม้จะไม่มีใครรู้ว่าความรักที่ฟองฟู่มีให้กับจิมนั้นมากมายเท่าไหร่
เเต่ฟองฟู่ก็ขอเเค่ได้รักจิมก็พอ
เเต่หากวันหนึ่งเกิดการเปลี่ยนเเปลงขึ้นกับฟองฟู่ เเล้วฟองฟู่จะเป็นอย่างไร
เมื่อมันไม่สามารถกลับมาเหมือนเดิมได้อีกต่อไป

เนื้อเรื่อง อัปเดต 15 ม.ค. 56 / 14:55


 

นัยน์ตาของผม
                ผมชื่อฟองฟู่ครับ ผมเป็นสุนัขพันธุ์พูเดิ้ลตัวเล็ก ผมเองก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่าทำไมผมถึงได้ชื่อนี้ อาจเป็นเพราะร่างกายของผมถูกปกคลุมไปด้วยขนสีน้ำตาลฟูฟ่องไปทั้งตัวของผมเขาถึงเรียกผมแบบนั้น
                จิมเป็นคนตั้งชื่อนี้ให้กับผม ผมจึงชอบชื่อนี้มากและชอบที่สุดเวลาที่จิมเรียกผม

                จิมคือเจ้านายของผมและเป็นคนที่ผมรักมากที่สุด ผมก็บอกไม่ถูกว่าทำไมผมถึงรักจิมได้มากมายนัก อาจเป็นเพราะในวันที่ผมมาถึงที่นี่ก็เป็นได้ คนที่พาผมมาคือพ่อของจิม ผมไม่รู้จักจิม ไม่เคยเห็นหน้าจิมเลยสักครั้ง ผมรู้เเต่ว่าผมถูกพามาที่นี่เพื่อมาเป็นของขวัญวันเกิดของใครสักคน

                ทันทีที่ผมมาถึง ผมกลับถูกขังเอาไว้ในห้องมืดๆ ที่เเทบจะมองอะไรไม่เห็น ภายในนั้นมืดสนิท นั่นในเป็นครั้งเเรกที่ผมต้องอยู่ท่ามกลางความมืดมิดเพียงลำพัง ผมไม่รู้อะไรทั้งสิ้นว่าเขาจับผมมาขังไว้ทำไม แต่สำหรับลูกสุนัขตัวเล็กๆอย่างผม ผมรู้เพียงอย่างเดียวว่า 'ผมกลัว' 

                เเอ๊ดด...

                ประตูถูกเปิดออกเเสงสว่างจากภายนอกส่องเข้ามาพร้อมกับร่างๆหนึ่ง ผมหันไปมองร่างนั้นเขาคือคนที่มาช่วยผมให้รอดพ้นจากความกลัวอันมืดมิด เขายิ้มให้ผมอย่างเอ็นดูก่อนจะเดินเข้ามาอุ้มผมไว้ในอ้อมกอด

                "ว่าไงเจ้าหนู ยินดีที่ได้รู้จักนะ ฉันชื่อจิม เเกรู้มั้ยว่าเเกเป็นของขวัญวันเกิดที่ฉันรักที่สุดในโลกเลย

******
               
                ผมทอดสายตาออกไปด้านนอกผ่านประตูกระจกบานใหญ่ก่อนจะเหลียวกลับมามองจิมพลางส่ายหางสั้นๆที่ปกคลุมด้วยขนหยิกฟูอย่างมีความสุข ในอีกไม่กี่นาทีจากนี้ผมก็จะได้ออกไปวิ่งเล่นกับจิมแล้ว เราทำอย่างนี้ทุกวันจนเหมือนเป็นกิจวัตรประจำวัน

                'ช่วงเวลาที่ผมมีความสุขที่สุดคือเวลาที่ผมได้อยู่กับจิม'

                "จิม! ออกมาเล่นกันเถอะ!" เสียงตะโกนจากเด็กข้างนอกดังเข้ามาถึงในบ้าน พวกนั้นเป็นเพื่อนใหม่ที่จิมพึ่งรู้จักได้ไม่นานแล้วดูเหมือนว่าจิมก็กำลังเห่อเพื่อนใหม่ด้วยเช่นกัน เขารีบวิ่งผลักประตูออกไปข้างนอก 

                ผมไม่ลืมที่จะวิ่งตามไปด้วยอย่างดีใจเเต่จิมก็วิ่งไกลออกไปเเล้วโดยไม่หันมาสนใจผมเเม้เเต่น้อย ถึงจะเป็นอย่างนั้นผมก็ยังดั่งด้นที่จะตามจิมไป

                'จิม รอผมด้วย...'  เเต่ใครล่ะจะได้ยินเสียงของสุนัขตัวหนึ่ง

                เมื่อคิดว่าผมคงตามไปไม่ทันผมจึงรีบวิ่งกลับมาที่บ้านเพื่อรอให้จิมกลับมาเล่นกับผมเร็วๆ เเต่ทันทีทันใดนั้นร่างใหญ่ๆสีครีมนวลก็ก้าวเข้ามาใกล้ผมอย่างน่าหวาดหวั่น

                'พี่ชายนั่นเอง' ผมคิด พี่ชายเป็นสุนัขอีกตัวหนึ่งที่จิ๊บพี่สาวของจิมเลี้ยงไว้ 

                ถึงเเม้ผมจะอยู่ใต้ชายคาเดียวกับพี่ชายเเต่ผมกลับไม่เคยรู้สึกว่าพี่ชายจะเป็นมิตรกับผมเลยสักครั้ง พี่ชายเป็นสุนัขพันธุ์ลาบราดอร์ที่ตัวใหญ่กว่าผมมากและมาอยู่ที่นี่ก่อนผม ผมจึงไม่เคยคิดที่จะก้าวร้าวกับพี่ชาย

                พี่ชายใช้จมูกใหญ่ๆสูดฟึดฟัดที่ร่างของผม ก่อนจะค่อยๆเปลี่ยนเป็นนิ่งและเริ่มขู่ 

                ผมเกร็งตัวเเข็งทื่อกับท่าทีของพี่ชาย ซึ่งมันเป็นเหมือนสัญญาณอันตรายว่าภัยกำลังจะมาถึงตัว

                เเง่งงงง!!!!

                เขี้ยวถูกฝังเข้าที่ร่างของผม ผมดิ้นสะบัดไปมา พลางส่งเสียงร้องทันทีที่รับรู้ถึงความเจ็บปวด

                "หยุด! หยุดเดี๋ยวนี้!!! "  เสียงดังลั่นมาจากจิมที่กำลังวิ่งกลับมา

                จิ๊บพี่สาวของจิมทะเล่อทะล่าออกมาจากบ้านหน้าตาตื่น พลางจับร่างเล็กๆของผมเเยกออกมาจากพี่ชาย เธออุ้มผมขึ้นกอดเเละปลอบปละโลม จิมวิ่งมาดูอาการของผมก่อนจะรับร่างของผมไปจากจิ๊บ

                "ไม่เป็นไรนะ ไม่ต้องกลัวเเล้ว"  จิมเอ่ยอย่างเเผ่วเบา

                ผมไม่ได้กลัวเเล้วตั้งเเต่ที่ผมได้ยินเสียงของจิมดังเข้ามา เเต่ผมกลับรู้สึกปวดระบมไปทั่วทั้งร่างเเละที่เจ็บที่สุดคือดวงตาข้าง 'ขวา' มันเริ่มพล่าลงเรื่อยๆจนเห็นไม่ถนัด ผมไม่เข้าใจว่าตาขวาของผมเป็นอะไร  'เเต่ไม่เป็นไร ขอเพียงยังสามารถมองเห็นจิมได้ผมก็ไม่กังวลอะไรอีกเเล้ว' 

                วันเวลาผ่านไปเเผลของผมทุเลาลงและจางหายไปหมดสิ้นเหลือเพียงดวงตาขวาเท่านั้นที่ถึงเเม้ว่าจะไม่เจ็บเเต่ประสาทในการรับภาพดูเหมือนจะผิดปกติ ผมไม่สามารถเห็นภาพอะไรจากมันได้เลย 

                ในตอนเเรกไม่มีใครรู้ว่าตาขวาผมบอด เเต่ไม่นานทุกคนก็เริ่มเอะใจเมื่อปฏิกิริยาตอบรับจากตาข้างขวาของผมเปลี่ยนไป

                ผมเดินชนโต๊ะ ชนเก้าอี้ ชนโซฟา และชนทุกอย่างที่พอจะชนได้ ผมไม่ชินกับการมีตาข้างเดียว ผมยังเสียวสันหลังทุกครั้งที่ต้องออกไปข้างนอก 'เเต่ไม่เป็นไร เพราะผมมีจิม เเค่มีจิมอยู่ด้วยผมก็ไม่กลัวอะไรอีกเเล้ว'                 

                "จิม!!!ไปเล่นกันเถอะ!!!"  เสียงตะโกนดังเข้ามาเหมือนครั้งก่อน ผมเองก็ยังตั้งตารอทุกครั้งที่จะได้ออกไปเล่นกับจิม

                เเละดูเหมือนคราวนี้ก็ยังเหมือนเดิม จิมคงจะลืมไปว่ามีผมอยู่ด้วย จิมไม่เเม้เเต่จะหันมามองเลยสักนิดว่าผมวิ่งตามเขาอยู่ข้างหลัง

                'จิม รอผมด้วย'

                ผมถูกทิ้งอีกครั้งเเละร่างใหญ่สีครีมนวลก็วิ่งตรงเข้าหาผมทันทีที่ผมอยู่ลำพัง เขี้ยวคมๆของพี่ชายฝังลึกลงบนร่างผมอีกเป็นครั้งที่สองเเต่ครั้งนี้ไม่เหมือนเดิม ผมเจ็บกว่าทุกตรั้งที่ตาข้าง 'ซ้าย' และมีเลือดไหล

                เอ๋งงง!!!

                ผมส่งเสียงร้องระงมด้วยความเจ็บปวดเกินที่จะบรรยายออกมา จิ๊บวิ่งออกมาจากบ้างด้วยความตกใจก่อนจะตรงเข้าตีพี่ชายเพื่อให้พี่ชายปล่อยผม เมื่อร่างผมเป็นอิสระผมก็พาร่างตัวเองวิ่งหนีอย่างสะเปะสะปะ ชนข้าวของไปทั่วอย่างน่าเวทนา

                "ฟองฟู่!!!"

                จิ๊บชะงักมองผมอย่างชั่งใจก่อนจะเป็นฝ่ายเดินมาอุ้มผมเข้าบ้านเสียเอง เเละทันทีที่จิ๊บได้เห็นผมอย่างถนัดตา จิ๊บก็ต้องตกใจเเละสะเทือนใจกับภาพที่เห็นตรงหน้า

                ภาพตรงหน้าคือสุนัขร่างเล็กๆตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัวและพยายามหาที่ปลอดภัยให้กับตัวเอง ดวงหน้าที่มีขนสีน้ำตาลปกคลุมบดบังลูกตาจนเเทบจะมองไม่เห็นแต่บัดนี้ลูกตาข้าง 'ซ้าย' ที่เคยถูกบดบังนั้นกลับถลนหลุดออกมาจากเบ้าตาซ้ายทั้งลูกมันห้อยค้างติดอยู่ที่ขอบตาอย่างน่าขนลุก

                ผมถูกพาตัวส่งโรงพยาบาลทันที ในตอนนี้ผมอยากให้จิมมาอยู่ข้างๆผมมากที่สุด จิ๊บเเวะเรียกจิมก่อนที่จะไปเเต่ดูเหมือนจิมจะไม่สนใจอะไร ผมจึงถูกพาตัวไปโดยไม่มีจิม

                เมื่อถึงมือหมอ หมอบอกว่าจะทำการใส่ลูกตาของผมที่หลุดออกมากลับเข้าไปให้อีกครั้ง เพราะเส้นประสาทตายังไม่ขาด 

                หมอฉีดยาสลบให้ผม ในเวลานั้นผมรู้สึกกลัวอย่างบอกไม่ถูก เหมือนกับว่ารอบกายผมเต็มไปด้วยอันตรายอ ผมรู้สึกเจ็บปวดไปหมด ผมไม่อาจไว้ใจอะไรได้เลย ความระแวงได้ถลันเข้ามาในจิตใจ คงเป็นเพราะสัญชาตญาณดิบของสัตว์อย่างผมก่อนที่จะสลบล่ะมั้ง

                'ทำไมถึงมืดไปหมด ที่นี่ที่ไหน ผมมาทำอะไรที่นี่ แล้วจิมล่ะ ทำไมผมถึงไม่เห็นจิม'

                ผมป้องกันตัวเองด้วยการใช้คมเขี้ยวของตัวเองเป็นอาวุธ ผมกลายเป็นเหมือนหมาบ้าที่คอยแว้งกัดทุกสิ่งทุกอย่างที่เข้ามาใกล้แต่กระทั่งจิ๊บที่เป็นคนพาผมมารักษา แต่ไม่นานนักจิตของผมก็สงบลงและเข้าสู่ห้วงนิทราในที่สุด       

                ค่ำคืนนี้ดูเหมือนจะยาวนานและน่ากลัวมากมายสำหรับสุนัขตัวเล็กๆอย่างผม  หมอบอกว่าบางทีผมอาจจะกลับมามองเห็นได้อีกหรืออาจไม่เห็นอีกเลยก็เป็นได้ ตาขวาผมบอด ส่วนตาซ้ายก็ดันหลุดรอเวลาว่าจะหายหรือไม่หายเท่านั้น

                แต่โชคดีหรือโชคร้ายล่ะที่จะเลือกเข้าข้างผม แน่นอนผมไม่เคยโชคดีหรอก ผมถูกพรากจากอกแม่มาตั้งแต่เล็กต้องใช้ชีวิตเพียงลำพังบนโลกกว้าง ต้องถูกตัวมาไว้ในห้องมืดๆอันแสนเลวร้าย มีแต่จิมเท่านั้นที่ทำให้ผมยังคิดว่าชีวิตของผมมีค่าแต่จิมหายไปไหนตอนที่ต้องเผชิญกับความหวาดผวาและความเจ็บปวดที่โรงพยาบาล

                ในตอนนี้เเม้ดวงตาซ้ายของผมจะเข้าที่แล้วแต่ผมไม่อาจกลับมามองเห็นได้อีก

                ถ้าคุณเป็นผมคุณจะเสียใจไหม? ในครั้งสุดท้ายก่อนที่ความมืดมิดจะเข้ามาแทนที่ความสว่างในชีวิตผมตลอดกาล ผมกลับไม่ได้เห็นหน้าของคนที่ผมรัก เวลาที่ผมต้องการเขาที่สุดเขากลับไม่มาอยู่ข้างๆผม ถ้าคิดทบทวนดูให้ดีแล้วจะบอกว่าต้นเหตุที่ทำให้ผมตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ก็คือเขา คุณจะโกรธเขามั้ย? จะเกลียดเขาลงหรือเปล่า?

                จิมไม่ใช่เจ้าของที่ดีสำหรับสัตว์เลี้ยงอย่างผมเท่าไหร่นัก บางทีเขาก็ทำโทษผมทั้งๆที่ผมไม่เข้าใจว่าผมทำอะไรผิด บางครั้งเขาแกล้งผมแล้วหัวเราะแต่ในความสนุกของเขานั้นเขาคงไม่รู้หรอกว่าเขาทำให้ผมเจ็บ บางทีเขาก็ลืมให้อาหารผมหรือทำอิดออดเวลาที่ต้องอาบน้ำหรือเล่นกับผม บางครั้งเขาก็ทำเป็นไม่สนใจผม ปล่อยปละละเลยให้ผมต้องเหงา

                มนุษย์ทำกับสัตว์เลี้ยงของตัวเองแบบนี้ทุกคนหรือเปล่านะ?

                แต่หากคุณเคยรักใครสักคน รักเขาอย่างที่ผมรัก รักโดยไม่หวังอะไรจากเขา ผมจะไม่ถามคำถามพวกนี้ ถึงเเม้จะเป็นเพียงรักเล็กๆที่ไม่มีใครเห็น ไม่มีใครรู้ และผมเองก็ยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าเขาจะรับรู้ถึงความรักที่ผมมีให้บ้างไหม แล้วผมควรจะให้อภัยเขาไหม?

                คำตอบของคำถามคือ ‘ผมให้อภัยเขาเสมอ’ ไม่ว่ายังไงก็ตามผมจะยังคงยึดมั่นในหัวใจดวงนี้ต่อไป

                ครั้งหนึ่งผมเคยคิดว่า 'ขอเพียงผมยังสามารถมองเห็นจิมได้ผมก็ไม่ต้องกังวลอะไรอีกแล้ว' แต่เวลานี้ผมไม่มีโอกาสนั้นอีกเป็นครั้งที่สอง

                ไม่เป็นไร ผมยังสามารถได้ยินเสียงของคนที่ผมรัก จมูกผมก็ยังได้กลิ่น ผมยังเห็นจิมได้ในความฝัน ผมบอกสิ่งหนึ่งกับตัวเองเสมอ เเม้จะไม่มีใครได้ยินก็ตามว่า...

                'เอาเถอะ แม้ว่าผมจะสูญเสียทุกสิ่ง แต่แค่ผมได้อยู่กับจิม ไม่ต้องเห็นหน้าก็ได้ แค่รู้ว่าจิมอยู่ตรงหน้านี้ ผมก็พอใจแล้ว'
**************************************************


                                   
                                  

 

 

 

 

 

ผลงานอื่นๆ ของ Ryoma+

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 13 พฤษภาคม 2557 / 15:57
    นี่ถ้ากล้าบอกว่าตัวเองเขียนไม่เก่งฉันจะโดดถีบเธอ!!!น้ำตาเกือบไหลแล้วเนี่ย! หรือตอนที่เขียนมันมีฟิลลิ่งสุดๆ?
    #8
    0
  2. วันที่ 26 เมษายน 2554 / 15:56
    T^Tแงๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #7
    0
  3. ฟองฟู่~T^T น่าสงสารอ่า คุณพี่ชายใจร้ายจัง แงๆ
    #6
    0
  4. วันที่ 23 มีนาคม 2554 / 23:40
     T^Tน่าสงสารฟองฟู่อะซึ้งมากมายT^T
    #5
    0
  5. วันที่ 21 มีนาคม 2554 / 14:56
     แงงงงงงง~~~~~~~~~~~~~~~~~ ToT

    สงสารฟองฟู่อ่ะ    ทำไมพี่ชายนิสัยไม่ดีเลย ToT      
    #4
    0
  6. วันที่ 17 มีนาคม 2554 / 15:07
    แงๆๆๆเหมือนน้องหมาที่บ้านเลยอ่ะ อ่านแล้วร้องไห้หน้าจอคอมเลยอ่ะ
    #3
    0
  7. วันที่ 28 พฤศจิกายน 2553 / 21:08
    น้องกัปตันน้ำตาตก!!! T^T
    #2
    0
  8. วันที่ 26 ตุลาคม 2553 / 11:48
     เศร้าจัง T^T ฟองฟู่น่าสงสารอ่า...
    #1
    0