Medicine พี่หมอปากร้ายกับยัยน้องสาวตัวแสบ

ตอนที่ 6 : ตาม (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 6,814
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    30 ต.ค. 63


-------------------------------------------------------------------------

บทที่ 5

ตาม

 

เสียงโทรศัพท์ของทิวดังขึ้น มันทำให้ฉันได้สติทันที ฉันปัดมือเขาออกจากตัวฉันก่อนจะพยายามดันร่างเขาให้ออกห่าง

“ทิว โทรศัพท์”

“อือ...”

“นี่ รับโทรศัพท์ก่อน”

“รับแล้วค่อยกลับมาทำได้ใช่ป่ะ” เขาเงยหน้าขึ้นมาถาม

“รับ!” ฉันถลึงตาใส่เขาเพราะเขาเอาแต่คิดอะไรก็ไม่รู้

ทิวผละออกจากฉันก่อนจะทำเสียงจิ๊จ๊ะแล้วคว้าเอาโทรศัพท์ขึ้นมาดู        คนเอาแต่ใจทำหน้าตกใจเล็กน้อยตอนที่มองมัน

ทันทีที่เป็นอิสระฉันรีบคว้าผ้าห่มมาคลุมตัวเองไว้ทันที

“ฮัลโหล” ได้ยินเสียงเขารับสายด้วยน้ำเสียงนิ่งเรียบ แต่ฉันต้องห่วงตัวเองก่อน

ฉันพยายามมองหาเสื้อนักศึกษาของตัวเอง เขาถอดมันแล้วเขวี้ยงไปไว้ไหนเนี่ย อ๊ะ! เห็นแล้ว มันหล่นอยู่ข้างเตียงใกล้ ๆ กับฉันพอดี

ฉันรีบโน้มตัวลงไปเก็บเอาเสื้อแล้วรีบนำมันมาสวมทันทีโดยที่ไม่ลืมติดตะขอบราเซียใหม่ นี่ฉันอยู่ในสภาพล่อแหลมขนาดนี้เลยหรอเนี่ย

พวกเรา...ทำอะไรลงไป

“ไม่รู้ กลับไปตั้งนานแล้ว” ฉันได้ยินเขาว่า “อือ...มึงก็ตามเองสิ”

ฉันหันไปหาเขาทันทีที่ได้ยินเขาพูดพลางติดกระดุมเสื้อไปด้วย ทิวมองฉันอยู่ด้วยท่าทางนิ่ง ๆ

“กูจะนอน...” ฉันได้ยินเสียงที่คุ้นเคยดังออกมาจากโทรศัพท์ “อะไรนักหนาวะ”

เขาพูดเหมือนหงุดหงิดแต่น้ำเสียงมันไม่ใช่ เขาเหมือนกำลังปิดบังอะไรบางอย่างกับปลายสายอยู่

“เดี๋ยวก็กลับมาหรอก มึงอย่าห่วงนักเลย” เขาพูดโดยที่ยังคงมองมาที่ฉันอยู่

ฉันรู้สึกตัวชาวาบเมื่อรู้ว่าคนที่ทิวคุยโทรศัพท์ด้วยเป็นใคร แม้จะไม่เห็นว่าเป็นใครแต่ฉันก็พอเดาได้ คงเป็นพี่ไผ่ที่โทรมาหาทิว อาจเพราะฉันยังไม่กลับบ้านเขาเลยโทรมาตาม

ทำยังไงดี พี่ไผ่คงโทรไปหาเพื่อน ๆ ของฉันแล้วแน่ ๆ

[แล้วออมมันจะไปไหนได้วะ กุญแจรถก็อยู่นี่ โทรศัพท์ก็อยู่นี่] พี่ไผ่โวยวายเสียงดังลอดออกมายิ่งทำให้ฉันตัวเกร็ง

กลัวว่าพี่ไผ่จะรู้ว่าฉันอยู่ที่นี่ ทั้งยังรู้สึกผิดที่ทำให้เขาเป็นห่วงด้วย

“ใจเย็น ๆ ก่อน เดี๋ยวกูออกไป แค่นี้แหละ” ทิววางสายแล้วถอนหายใจออกมาก่อนจะก้มลงไปเก็บเอาเสื้อข้างเตียงมาสวมใส่อย่างลวก ๆ

ฉันมองเขาด้วยท่าทางไม่ไว้ใจจนทิวจ้องฉันตอบด้วยสายตาดุดัน

“ฉันจะออกไปข้างนอกกับไอ้ไผ่ เธอก็รีบกลับบ้านไปแล้วกัน จะถ่วงเวลาไว้ให้นานที่สุด” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะลุกขึ้นแล้วเดินไปที่ประตูห้อง

“เดี๋ยว” ทิวชะงักก่อนจะหันกลับมามองฉัน “ไม่คิดจะขอโทษกันหน่อยหรอ”

“...” ทิวไม่ตอบอะไร เขาหันกลับไปเปิดประตูแล้วออกไปจากห้องทิ้งให้ฉันนั่งนิ่งอึ้งอยู่บนเตียง

รู้ว่าที่ถามเมื่อกี้มันน่าอายเพราะตัวเองก็เผลอตัวไปกับเขาด้วย แต่การที่ทิวทำแบบนี้มันทำให้ฉันไม่พอใจอย่างมาก

คำขอโทษจากปากเขาแบบออกมาจากใจ...ฉันไม่เคยได้ยินเลยสักครั้ง

ไม่เลยสักครั้งเดียว...

ฉันลุกขึ้นจัดแจงเสื้อผ้าของตัวเองก่อนจะค่อย ๆ เดินออกจากห้องตามหลังเขาไป แต่ฉันทิ้งระยะห่างไว้มากพอสมควร ได้ยินเสียงเครื่องยนต์ก็มั่นใจแล้วว่าเขากับพี่ไผ่น่าจะกำลังออกไปข้างนอก

เมื่อได้ยินเสียงเครื่องยนต์ไกลออกไปแล้วก็ค่อย ๆ เดินออกจากบ้านเขาโดยที่พยายามไม่ให้ใครเห็น ตอนนี้เป็นเวลาดึกมากแล้วด้วย พ่อแม่ของเขารวมทั้งพ่อแม่ของฉันน่าจะหลับกันไปหมดแล้วล่ะ

ฉันเดินออกจากบ้านเขาผ่านประตูเดิมแล้วเข้าบ้านของตัวเองทันที ฉันเดาว่าพี่ไผ่คงโกหกพ่อกับแม่เรื่องฉันเพราะกลัวว่าฉันจะโดนดุแน่ ๆ แล้วตัวเองก็ออกไปตามฉันตอนดึก ๆ

รู้สึกผิดยังไงไม่รู้ที่ทำให้พี่ชายของตัวเองเป็นห่วงและลำบาก

ฉันเข้ามาในห้องแล้วตรงไปยังห้องน้ำเพื่อชำระเอาสัมผัสของเขาออกจากร่าง

ทันทีที่ฉันถอดเสื้อออกก็เห็นรอยแดงเต็มลำคอรวมถึงตรงเนินอกด้วย รู้สึกแปลก ๆ ตอนที่เห็นมัน มันเป็นรอยที่ทิวทำไว้

ฉันเปิดฝักบัวแล้วลูบไล้ถูร่างกายของตัวเองด้วยความแรง อยากให้มันหลุดออกไป ฉันถูริมฝีปากตัวเองจนรู้สึกว่ามันร้อนและแสบไปในคราเดียวกัน

เราจูบกัน ภาพนั้นฉันไม่สามารถลบมันออกไปได้

ไม่ชอบเลย...ความรู้สึกแบบนี้

 

หลายวันต่อมา

หลังจากวันนั้นฉันกับทิวเราก็ไม่ได้เจอกันอีก เขาก็ไม่ได้แวะมาที่บ้านฉัน ฉันเองก็ไม่แวะไปที่บ้านเขา ทุกครั้งที่พ่อแม่เขาชวนไปทานข้าวที่บ้านฉันจะพยายามปฏิเสธ อ้างว่ากิจกรรมเยอะ เรียนหนัก บางวันฉันก็ไม่กลับบ้าน ไปนอนห้องเพื่อนแทนเพราะไม่อยากเจอหน้าเขา

โชคดีที่ฉันสามารถแถได้อย่างแนบเนียนว่าวันนั้นนอนหลับอยู่ห้องโดยลืมเอาโทรศัพท์กับกุญแจรถไปเก็บบนห้องด้วย โชคดีอีกอย่างคือวันนั้นพี่ไผ่ไม่ได้เปิดเข้าไปดูในห้องฉันเพราะมันล็อกจากด้านใน ทำให้มันเข้าทางฉันทุกอย่าง

พี่ไผ่เหมือนจะไม่เชื่อแต่เขาแค่หาอะไรมาแย้งฉันไม่ได้เท่านั้นเอง อีกอย่าง...หลังจากนั้นเขาก็ตามตัวฉันตลอด ไม่ว่าฉันจะอยู่ที่ไหน ทำอะไรก็ตาม เขาจะให้ฉันโทรบอกหรือไม่ก็ไลน์หาตลอดเวลา

ทิวเองก็เหมือนไม่ค่อยอยู่บ้านเพราะไม่ค่อยเห็นเขา อาจออกไปอยู่คอนโดแล้วก็ได้ ดีเหมือนกัน ไม่อยากเจอหน้า ไม่รู้จะทำหน้ายังไงเวลาเจอกัน

แม้จะผ่านมาหลายวันแล้วแต่รอยที่เขาฝากไว้มันก็ยังไม่หายไปสักที ถึงจะจางลงบ้างแต่ก็ยังเห็น ฉันต้องปล่อยผมมาเรียนทุกวันแถมยังต้องหลีกเลี่ยงกิจกรรมเชียร์คณะฯ ที่ต้องให้มันผมขึ้นอีกต่างหาก

ตอนนี้ฉันโดนเพื่อนตามไซโคเพราะไม่ยอมเข้าเชียร์จนกลายเป็นว่าเสียชื่อสาขาหมดแล้ว วันนี้ฉันไม่เข้าเรียนเพราะไม่อยากเจอเพื่อนสาขาที่เอาแต่พูดว่าฉันเห็นแก่ตัว ทำให้เพื่อนโดนลงโทษ

ความจริงฉันจะเอารองพื้นมาปิดรอยก็ได้อยู่หรอก แต่พอเจอเพื่อนสาขาพูดแบบนี้ฉันเลยไม่ค่อยโอเคเท่าไหร่ ไม่เข้าก็ไม่เข้าสิ แคร์ที่ไหน ไม่ใช่มีแค่ฉันคนเดียวสักหน่อยที่ไม่เข้าเชียร์

...ถ้าเลือกได้ฉันก็ไม่ทำแบบนี้หรอก

เป็นปีหนึ่งนี่ลำบากจัง...เหนื่อย ท้อ

ฉันมาเดินเล่นที่ห้างสรรพสินค้าใกล้ ๆ กับมหาวิทยาลัยคนเดียวเพราะฟ้า มะนาว และน้ำหวานมีเรียนเลยไม่ว่างมาด้วย

เบื่อจัง...

หาหนังดูดีกว่า ฉันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมากดเข้าแอพลิเคชั่นของโรงภาพยนตร์เพื่อเช็คดูว่ามีเรื่องอะไรน่าสนใจบ้าง

ขณะที่ยืนกดโทรศัพท์อยู่นั้นก็รู้สึกเหมือนมีคนเข้ามายืนอยู่ตรงหน้า ฉันจึงเงยหน้าขึ้นไปมองทันที เขาเป็นคนที่ฉันไม่อยากเจอที่สุด

“ทำไมไม่ห้อยป้ายชื่อ แล้วมาทำอะไรที่นี่ตอนนี้ เดี๋ยวนี้หัดโดดเรียนหรอ” เขารัวคำถามใส่ฉันคล้ายจะต่อว่ากลาย ๆ

ฉันเก็บโทรศัพท์แล้วเตรียมตัวจะเดินหนีเขาทันที

หมับ!

“ผู้ใหญ่ถามก็ตอบดิ เดินหนีแบบนี้ไม่น่ารักเลย ถ้ารุ่นพี่ที่คณะฯ มาเห็นเธอจะโดนไม่ใช่น้อย”

“ก็เพราะกลัวเขารู้ไงว่าฉันอยู่ปีหนึ่งเลยไม่ห้อยป้ายชื่อ และมาที่นี่เพราะเบื่อ ๆ ที่โดดเรียนเพราะไม่อยากเจอเพื่อนที่เอาแต่ต่อว่าฉันไม่เข้าเชียร์” ฉันตอบคำถามเขาเพราะไม่อยากให้เขาคาดคั้นอะไรต่ออีก

ป้ายชื่อที่เขาว่าคือป้ายชื่อที่ให้เฉพาะเด็กปีหนึ่งห้อยคอไว้ ในนั้นจะมีชื่อเล่น สาขา รหัสนักศึกษาของเราระบุไว้ด้วย โดยทั่วไปป้ายชื่อแต่ละคณะฯ ก็จะแตกต่างกันออกไป ใครที่ห้อยป้ายชื่อคนนั้นก็คือเด็กปีหนึ่งนั่นเอง

“แล้วทำไมไม่เข้าเชียร์”

“ไม่อยากรวบผม”

“...?” ทิวขมวดคิ้วเหมือนไม่เข้าใจที่ฉันพูด ฉันสะบัดข้อมือออกจากเขา

“อย่ามายุ่งได้ป่ะ ต่างคนต่างอยู่ดิ”

“ก็ไม่อยากยุ่งหรอกถ้าเธอไม่ทำเป็นเด็กมีปัญหาจนไอ้ไผ่มันวานให้ฉันตามเธอ”

“แล้วมันเพราะใครล่ะ” เพราะเขานั่นแหละทำให้ฉันต้องมาทำอะไรแบบนี้ “แล้วอีกอย่าง ฉันก็ไม่ได้เป็นเด็กมีปัญหาด้วย”

ฉันเดาว่าวันนี้พี่ไผ่คงวานให้ทิวมาตามฉันกลับบ้าน ไม่งั้นก็คงกลับไปเรียน

“อย่าเถียง ไม่ชอบ”

“ก็ไม่ได้อยากให้ชอบ เลยเถียงไง”

“ปากดี”

“ปากดีมันก็ปากฉันนี่แหละ นายจะทำไม”

“...” ทิวเงียบแล้วหลุบตามองริมฝีปากฉัน เขาจ้องมันอยู่นานจนฉันรู้สึกอึดอัด ...มันทำให้ฉันนึกถึงวันนั้นอีกแล้ว

บ้าจริง! ฉันหมุนตัวแล้วรีบวิ่งออกห่างจากเขาเพราะไม่อยากอยู่คุยด้วยแล้ว คนยิ่งไม่อยากเจอก็ยิ่งมาเจอเข้าจนได้

ฉันคิดว่าทิวไม่ได้ตามมาหรอก เขาไม่ได้มีเวลาว่างมาตามฉันขนาดนั้น ช่วงนี้ฉันเองก็ได้ยินแม่เขาบ่นให้แม่ฉันฟังว่าทิวยุ่งมาก คงเพราะเรียนหนัก ก็นะ...พวกหมอก็เรียนหนักอยู่แล้วนี่นา

กึก!!

ฟึ่บ!!

ขณะที่ฉันกำลังวิ่งอยู่นั้นฉันก็โดนใครไม่รู้คว้าแขนไว้แล้วดึงให้เข้าไปในซอกตรงทางเข้าห้องน้ำของห้างสรรพสินค้า

“เป็นอะไรกับพี่ทิว ทำไมต้องจับมือถือแขนกันด้วย”

ทันทีที่ดึงฉันเข้ามาได้ก็มีเสียงผู้หญิงถามขึ้นทันที ฉันเงยหน้าขึ้นไปมองก็เห็นว่าเป็นผู้หญิง 3 คนยืนล้อมฉันไว้

คนนึงดันฉันให้ติดผนัง อีกสองคนยืนขนาบข้างไว้

“รู้มั้ยว่าเขาเป็นของทุกคน เธอไม่มีสิทธิ์เข้าใกล้เขา” พวกบ้านี่พูดอะไรกัน

“ฉันสังเกตมานานแล้วว่าเธอกับเขาน่ะ ใกล้ชิดกันเกินไปแล้ว...อ่อยเขาหรอ”

“พูดบ้าอะไรของพวกเธอ” ฉันผลักอกผู้หญิงตรงหน้าออกแต่อีกสองคนก็เดินมาจับมือฉันไว้ก่อน

หมาหมู่!!

“เธอกับเขาเป็นอะไรกัน”

“ไม่ได้เป็นไรกันทั้งนั้นแหละ”

“ไม่ได้เป็นอะไรทำไมต้องจับมือกันด้วย” จับมือตอนไหนวะ

“แล้วพวกเธอมีสิทธิ์อะไรมาทำแบบนี้กับฉัน” ฉันถามกลับอย่างไม่ยอม   ง่าย ๆ

“สิทธิ์ในฐานะแฟนคลับเขาไง”

แฟนคลับ? แบบพวกดาราไรงี้? ทิวอัพเวลไปถึงขั้นนั้นแล้วหรอ?

“ปัญญาอ่อน” ฉันพูดพร้อมกับกลอกตาอย่างเบื่อหน่ายในความคิดตื้น ๆ ของคนพวกนี้

“นี่กล้าว่าพวกฉันหรอ?” ยัยผู้หญิงคนหนึ่งถลึงตาใส่ฉันก่อนจะง้างมือหวังจะตบ

“อย่า...พี่มันเรียนวิศวะฯ” แต่อีกคนร้องห้ามไว้ก่อน “...พี่มันใหญ่ด้วย”

ฉันกลอกตาอย่างเบื่อหน่ายอีกครั้งก่อนจะออกแรงสะบัดแขนผู้หญิงสองคนออกแล้วผลักคนที่อยู่ตรงหน้าจนเธอล้มลงไปกองกับพื้น

รู้ว่าฉันมีพี่เรียนวิศวะฯ แต่ไม่รู้ว่าพี่ฉันเป็นเพื่อนกับทิวเนี่ยนะ แฟนคลับประสาไรวะ

 “ถ้าอยากตบก็ตบเลย อย่าพูดมากเสียเวลา” ฉันเตรียมตัวจะตบคนพวกนั้นที่บังอาจมาพูดจาไม่เข้าหูตอนที่ฉันอารมณ์ไม่ดี

เวลาอารมณ์ไม่ดีฉันมักจะหาที่ระบายแบบนี้แหละ กับผู้ชายฉันอาจสู้ไม่ได้ แต่ถ้าเป็นผู้หญิง...สบายมาก

“จะทำอะไร หยุดนะ” ฉันได้ยินเสียงร้องห้ามในจังหวะที่ยกมือขึ้น “อย่าทำตัวเป็นเด็กมีปัญหา”

ฉันหันไปมองตามเสียงเรียกก่อนจะถอนหายใจออกมาอย่างหงุดหงิด เขาสาวเท้าเข้ามาใกล้เรื่อย ๆ พร้อมกับส่งสายตาตำหนิมาให้ฉัน

ยังตามไม่เลิกนะไอ้หมอหน้าหมา เพราะเขานั่นแหละทำให้ฉันต้องมาเจออะไรแบบนี้

“อะไร ๆ ก็เด็กมีปัญหา เออ! จะมีปัญหาให้ดู”

“พี่ทิวคะ ช่วยพวกเราด้วยค่ะ” ฉันเห็นปฏิกิริยาของผู้หญิงพวกนั้นแล้วรู้สึกสะอิดสะเอียน คนยิ่งหงุดหงิดยิ่งมาทำให้โมโห

เหมือนฉากในละครน้ำเน่าเลย =_=

ฉันผละออกจากคนพวกนั้นแล้วหันหลังเดินหนีทันที ไม่เอาหรอก เลี่ยงได้เลี่ยง ไม่อยากอยู่ใกล้เขา

แต่ฉันรู้สึกคุ้นหน้าหนึ่งในกลุ่มผู้หญิงกลุ่มนั้นมาก แต่นึกเท่าไหร่ก็นึกไม่ออก รู้สึกหงุดหงิดระดับสิบ!

ฉันเดินออกมาแล้วตรงไปลานจอดรถทันที ไม่อยู่แล้วโว้ย

หมับ!!

“จะไปไหน กลับบ้านเดี๋ยวนี้” นี่ก็ตามไม่เลิก

“เรื่องของฉัน” ฉันสะบัดมือออกอีกครั้ง กี่ครั้งแล้วเนี่ย

“กลับ บ้าน เดี๋ยว นี้” เขาพูดทีละคำเหมือนต้องการให้ฉันฟัง

เขาไม่พูดอะไรต่อ หันมากระชากกระเป๋าไปจากฉันจากนั้นก็ควานหาอะไรสักอย่างก่อนจะดึงมันออกมา

“เอาคืนมานะ” ฉันรีบวิ่งไปแย่งทันทีเมื่อเห็นว่าเขาคว้าเอากุญแจรถฉันออกมา

มันมีบางอย่างที่ฉันไม่อยากให้เขาเห็น

“กลับด้วย ไม่ได้เอารถมา” ไม่รู้ว่าเขาจะเห็นมันหรือเปล่า แต่ร่างสูงตรงหน้าก็ชะงักไปนิดนึงก่อนจะทำตัวให้เป็นปกติตามเดิม

“ไม่ให้กลับ ไม่กลับบ้าน...เข้าใจป่ะ” ไม่สนใจละว่าจะยังไง แต่ที่แน่ ๆ ฉันจะไม่ยอมให้เขาทำตามอำเภอใจเด็ดขาด

“กลับบ้าน!” บอกฉันทีว่าเขากำลังขอติดรถฉันกลับ

“นี่นายฟังภาษาคนไม่รู้เรื่องหรอ เรียนก็เก่ง ทำไมพูดแค่นี้ไม่เข้าใจวะ” ไม่น่าหลุดปากเผลอไปชมมันเลย

“แล้วจะวะทำไมล่ะโว้ย”

“แล้วจะโว้ยทำไมล่ะวะ” ตอนนี้เรากำลังทะเลาะกันตรงลานจอดรถที่มีผู้คนผ่านไปผ่านมากันให้วุ่น

“เงียบ!” ทิวพูดแค่นั้นก่อนจะลากฉันไปยังที่ที่รถฉันจอดอยู่

“อย่ามาสั่ง” ฉันสะบัดมือเขาออก

เดี๋ยวนะ เขารู้ได้ยังไงว่ารถฉันจอดอยู่ที่ไหน คงไม่ได้ตามมาตั้งแต่แรกหรอกใช่ไหม

เขาถอนหายใจก่อนจะเอื้อมมือมาจับแขนฉันไว้อีก คราวนี้มันแน่นจนสะบัดไม่ออกเลยล่ะ

บีบเข้าไป บีบมันเข้าไป นี่คิดว่าฉันเป็นท่อนเหล็กหรือไง เจ็บไม่เป็นสินะ

ทิวปลดล็อกรถแล้วเปิดประตูรถก่อนจะยัดฉันเข้าไป เขาปิดประตูเสียงดังลั่นก่อนจะเดินไปอีกฝั่ง มันเป็นจังหวะเดียวกับที่ฉันเปิดประตูแล้ววิ่งออกไปทันที

“เฮ้ย!” ฉันได้ยินเสียงเขาไล่หลังมาแต่ไม่คิดจะหยุดหรอก

ให้มันได้อย่างนี้วิ่งหนีออกจากรถตัวเอง บ้าฉิบ..

ฉันวิ่งเข้าไปในห้างสรรพสินค้าอีกครั้งก็ต้องหยุดชะงักทันทีเมื่อนึกอะไรขึ้นได้ หันไปมองข้างหลังก็ไม่เห็นว่าทิววิ่งตามมา

เออ...ให้มันได้อย่างนี้ กระเป๋า โทรศัพท์ กุญแจรถ ทุกอย่างอยู่กับทิวหมดเลย

เขาฉลาดพอที่จะไม่วิ่งตามฉันมาให้เสียเวลาเพราะรู้ว่ายังไงฉันก็ต้องกลับไปหาเขาอยู่แล้ว

แต่ฝันไปเถอะ ฉันกลับเองได้

ฉันเดินไปยังจุดประชาสัมพันธ์หวังจะให้เขาโทรเรียกแท็กซี่ให้ เมื่อถึงบ้านค่อยขอเงินแม่มาจ่ายค่าแท็กซี่แล้วกัน แต่พอมาคิดดี ๆ แล้วก็ไม่อยากตอบคำถามแม่ว่าทำไมฉันถึงกลับแท็กซี่ ทำไมกลับเร็วทั้ง ๆ ที่วันนี้มีเรียน

จะให้ประชาสัมพันธ์โทรหาเพื่อนก็จำเบอร์ไม่ได้ จะโทรหาพี่ไผ่ก็กลัวโดนดุอีก

โอ้ย! ทำไงดี ฉันลังเลอยู่นานว่าจะเอายังไงต่อไปดี แต่สุดท้ายก็จำต้องเดินไปจุดประชาสัมพันธ์อยู่ดีนั่นแหละ

มัวแต่คิดไปเรี่อยฉันก็เดินมาถึงจุดประชาสัมพันธ์แล้ว แต่สายตาดันไปเจอผู้ชายคนนึงยืนอยู่ตรงเคาน์เตอร์ ทันใดนั้นเขาก็หันกลับมาทางฉันพอดี

เราสบตากันพร้อมกับที่เขายิ้มให้ฉันอย่างเยาะเย้ยเพราะคงรู้อยู่แล้วสินะว่าฉันจะต้องมาที่นี่

เกลียดมัน! มันแสนรู้!

ทิวขยับตัวออกจากเคาเตอร์แล้วเดินตรงมาทางฉัน

“ไม่วิ่งเล่นแล้วนะ กลับกันได้ยัง” เขาพูดด้วยท่าทางขำ ๆ คล้ายคนอารมณ์ดี เขาถือกระเป๋าฉันไว้ก่อนจะเดินนำหน้าฉันไป

ตอนนี้ผู้คนในห้างฯ ต่างมองเราสองคนกันยกใหญ่ คงเพราะทิวเองก็เป็นถึงเดือนมหาวิทยาลัยและก็...เอ่อ...หน้าตาดีด้วย อีกอย่างตอนนี้เขากำลังถือกระเป๋าฉันอยู่ ภาพมันเหมือนผู้ชายคนนึงถือกระเป๋าให้แฟนแล้วเดินห้างด้วยกัน

แต่ความจริงแล้วไม่ใช่เลย หมอนี่กลัวฉันหนีอีกต่างหากเลยไม่ยอมคืนกระเป๋าให้

มาแฟนเฟินอะไรกันวะ ฉันนี่คิดอะไรไม่เข้าท่าอยู่เรื่องเลย

ฉันจำใจเดินตามหลังเขาไปเงียบ ๆ เพราะไม่อยากเสวนากับเขาเท่าไหร่ จนในที่สุดก็เดินมาถึงรถ ฉันเปิดประตูรถเข้าไปนั่งเองอย่างว่าง่าย

“บอกง่าย ๆ แบบนี้ตั้งแรกก็ไม่ต้องวิ่งให้เหนื่อยหรอก” ทิวพูดในตอนที่เข้ามานั่งตรงเบาะคนขับแล้ว

ฉันไม่อยากพูดกับเขาจึงหันหน้าหนีแต่ทิวก็มากระชากร่างฉันให้กลับไปมองเขาก่อนจะปัดผมของฉันไปไว้ด้านหลัง

“ยังไม่หายหรอ”

“ยุ่ง!” ฉันปัดมือเขาออกก่อนจะลูบเอาผมว่าไว้ด้านหน้าเหมือนเดิม

ยังมีหน้ามาถาม ฉันอุตส่าห์ไม่คิดแล้วนะ รู้งี้ลงรองพื้นปิดรอยมันซะก็ดีหรอก ไม่น่าขี้เกียจเลย

“หึหึ” ทิวหัวเราะในลำคอก่อนจะติดเครื่องยนต์แล้วออกตัวรถทันที “แผลเป็นไงบ้าง วิ่งหนีได้ขนาดนั้นคงหายดีแล้วสินะ”

“...” ฉันนิ่งเงียบเพราะไม่อยากพูดอะไรกับคนข้าง ๆ จริง ๆ พูดไปก็เหมือนอะไรสักอย่างที่เป็นสำนวนไทยอ่ะ ฉันนึกไม่ออก คือฉันไม่ค่อยถนัดภาษาไทยไรงี้ ไม่ใช่ยัยมะนาวสักหน่อย

พอเห็นฉันเงียบเขาก็เงียบด้วย

เขาขับรถไปเรื่อย ๆ จนถึงสี่แยกใกล้ ๆ กับซอยเข้าบ้าน แต่จู่ ๆ เขาก็เลี้ยวรถออกไปอีกทาง

“เฮ้ย จะไปไหนอ่ะ”

“ไปเอาของ ลืมไว้ที่คอนโดฯ”

“ไปเอาวันหลังดิ ฉันจะกลับบ้าน”

“ฉันก็จะกลับเหมือนกัน แต่แวะเอาของก่อน” เขาพูดเหมือนหงุดหงิดที่ฉันซักไซ้

“นี่รถฉัน ฉันจะกลับตอนนี้” ฉันหันไปเถียงกับเขา

“แต่ฉันขับอยู่ ฉันจะไปเอาของ” แม้เขาจะเถียงฉันหรือแสดงความเอาแต่ใจ แต่ฉันก็สัมผัสได้ถึงอารมณ์ของเขาที่ตอนนี้มันกำลังดีมาก ๆ ไม่รู้ว่าเพราะอะไรที่ทำให้เขาเป็นแบบนั้น

โว๊ะ! ไอ้บ้านี่ วันนี้เขาทำฉันโมโหตลอดเวลาที่เจอกันเลย

ฉันถอนหายใจฟึดฟัดก่อนจะนั่งเงียบตลอดทาง ไม่นานทิวก็เลี้ยวเข้าคอนโดของเขา

“ไม่ลงนะ จะรอที่รถ” ฉันบอกตอนที่เขาจอดรถแล้ว

“ไปขนของช่วยหน่อย มันเยอะ”

“...”

“ถ้าไม่ลงก็ไม่ต้องกลับหรอก นอนมันที่นี่แหละ” เขาพูดแค่นั้นแล้วเปิดประตูรถออกไปโดยไม่ลืมเอากุญแจและกระเป๋าฉันไปด้วย

สุดท้ายฉันก็ต้องจำใจลงจากรถแล้วเดินตามเขาไปเพราะความเผด็จการของเขานั่นแหละ

ไม่เคยมาคอนโดของทิวเลย รู้แค่ว่าเขามีแต่ไม่เคยมา ที่นี่สวย หรู ดูแพงมาก ๆ คือก่อนหน้านี้เขาอยู่อีกที่หนึ่งแต่ตอนนี้เมือนจะย้ายออกมาอยู่ที่นี่แล้ว

ใช้เวลาไม่นานเราก็ถึงห้องของเขา ทิวเดินเข้าไปในห้องห้องหนึ่งที่ฉันคิดว่าน่าจะเป็นห้องนอนของเขา ไม่นานเขาก็เปิดประตูชะโงกหน้าออกมา

“รอแป๊บนึง อาบน้ำก่อน”

“ไม่ตลก ฉันไม่ได้มีเวลามานั่งรอนายอาบน้ำนะ”

“ไม่รอก็หาทางกลับเอง” เขาพูดแค่นั้นก่อนจะปิดประตูใส่หน้าฉัน

ไอ้นี่มันกวนตีนขึ้นทุกวัน ฉันยืนคิดอยู่นานว่าจะทำยังไงดี สุดท้ายก็เดินไปเปิดประตูห้องเขาหวังจะเข้าไปเอากระเป๋าและกุญแจรถ

แอ๊ดดดด

“เฮ้ย!

“เฮ้ย!!!

ฉันตกใจมากจนต้องร้องอุทานออกมาเพราะไอ้หมอหน้าหมามันถอดเสื้อผ้าเดินโทง ๆ อยู่ในห้อง ย้ำ! ถอดเสื้อผ้าทุกชิ้น

ทิวตกใจมากจนคว้าเอาผ้าขนหนูที่อยู่ใกล้ ๆ ขึ้นมาพันรอบเอวปิดช่วงล่างไว้

“จะเข้ามาทำไมไม่เคาะประตูก่อน” เขาพูดพร้อมกับส่งสายตาตำหนิมาให้ฉัน

“ใครจะไปคิดล่ะว่าจะมาเจออะไรแบบนี้”

“แบบนี้มันแบบไหน”

“อย่าถามได้ป่ะ รู้อยู่แก่ใจ” ฉันพูดแค่นั้นก่อนจะหมุนตัวหวังจะออกจากห้องเพราะไม่อยากอยู่กับเขา

เออ ไม่เอาก็ได้วะ รอข้างนอกก็ได้วะ

ปัง!

ขณะที่ฉันกำลังเปิดประตูและจะแทรกตัวออกไปเขาก็ดันฝ่ามือเฉียดหน้าฉันไปปิดมันลงโดยที่เขายืนซ้อนอยู่ข้างหลังฉัน

“จะไปไหน ยังไม่ได้คำตอบ” เสียงเขากระซิบอยู่ใกล้ ๆ ใบหูของฉัน

---------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

คู่นี้ก็ใกล้ชิดกันตลอดดดดดดด


ไม่สะดวกเมนท์ก็กดโหวตให้เค้าก็ได้น้าเตงงงงง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,450 ความคิดเห็น

  1. #1426 16482539 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 สิงหาคม 2560 / 15:43
    แหม่!!!!! อยากสานต่อก็บอกเหอะ 555
    #1,426
    0
  2. #1425 Mee I'ya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 23:40
    ต่อค่ะ
    #1,425
    0
  3. #1424 Mee I'ya (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2560 / 23:40
    ต้ใ่อค้ด
    #1,424
    0
  4. #428 YulSica (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2559 / 23:23
    อิพี่มันลวงน้องมาคอนโดป่ะว้าาา
    #428
    1
    • #428-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 6)
      16 ตุลาคม 2559 / 09:32
      พี่ทิวมันร้ายยยย
      #428-1
  5. #405 Minrt (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2559 / 17:38
    ฟินอะ อ่านแล้วฟิน
    #405
    1
  6. #96 samngamjan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 22 กันยายน 2559 / 09:22
    มีความฟินนนมาต่ออีกนร้าาาา
    #96
    1
  7. #95 somsomjirapapa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 23:16
    คอนทิวอยู่หนายยยยยยยบอกเจ้มาเจ้จะไปปปปปปปปปปป
    #95
    1
    • #95-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 6)
      22 กันยายน 2559 / 00:25
      อย่าไปขัดจังหวะเขาเลยค่ะเจ้ ฮ่าาาา
      #95-1
  8. #94 Ramphai21 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 20:15
    อ๊ายยยต่อเลยนะคะแอดดด
    #94
    1
    • #94-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 6)
      21 กันยายน 2559 / 20:27
      ขอบคุณค่าาา
      #94-1
  9. #93 bphadungkarn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 21 กันยายน 2559 / 19:32
    แม่เจ้า เปลือยเลยสิน้ะ
    #93
    1
    • #93-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 6)
      21 กันยายน 2559 / 20:27
      มีความกำเดาพุ่งงงง
      #93-1
  10. #92 IKEBANA AIYATO (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 23:28
    วิ่งๆออมวิ่ง
    #92
    1
    • #92-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 6)
      21 กันยายน 2559 / 10:54
      วิ่งงงงงงงงงงงงงงงงง
      #92-1
  11. #91 Roschees94 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 07:13
    เอาเลยออม วิ่งไปเลยย 5555
    #91
    1
  12. #90 somsomjirapapa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 06:19
    แสบมากลูกสาวแม่.......แคทต้องแคทแง๋ม
    #90
    1
  13. #89 evefiiz00 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 02:54
    ทิวอิปากแข็งงงง ฉันอยากเห็นแกหึงแล้วล่ะ
    #89
    1
  14. #88 bphadungkarn (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 20 กันยายน 2559 / 02:08
    โอ้ย แซ่บค้ะ
    #88
    1
  15. #87 Ramphai21 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 21:13
    รอน๊าาา
    #87
    1
  16. #86 Mai Thanyarat (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 20:57
    รออิค่ะ
    #86
    1
  17. #85 BO^^OM (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 20:02
    จัดไปค่ะยาวๆๆๆ
    #85
    1
  18. #84 kcinkoon (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 19:41
    ออมจัดไปทีอย่าไปยอม555555
    #84
    1
  19. #83 Luve Seo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 19:32
    รอนะคาาาาา
    #83
    1
  20. #82 somsomjirapapa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 19:27
    เจอยากเห็นทิวหึงนุงออมแล้วอ่ะหาคนเข้ามาหานุงออมได้แล้ววววววววเอาแบบแซ่บบบบบบบบเลยนะเอาแบบประกาศให้ประชาชีรู้กันไปเลยว่าเมียข้าใครอย่าแตะ5555#มโนแรงรอการตอบสนองหึหึหึหึ
    #82
    1
  21. #81 somsomjirapapa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 19:24
    ออมตอบเขาไปลูกตอบเขาไป
    #81
    1
  22. #79 somsomjirapapa (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 19 กันยายน 2559 / 07:48
    ทิวนี้ยังไงกะเครมน้อง#ถ้ารับแล้วกับมาทำได้ชั้ยะ
    #79
    1
    • #79-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 6)
      19 กันยายน 2559 / 08:55
      พี่ทิวมันร้ายยยย
      #79-1
  23. #78 BeakTae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 23:07
    พี่ไผ่ ขัดจังหวะทำมายยยยยยยย
    #78
    1
  24. #77 Roschees94 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 22:36
    งื้อออ. อิพี่หมอ ไม่มาให้น้องออมเห็นหน้าบ้างเลยย 5555
    อิพี่ไผ่ก็ขัดจังหวะ 5555 ????????
    #77
    1
    • #77-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 6)
      18 กันยายน 2559 / 22:39
      มีความน้อยใจ ฮ่าาาาา
      #77-1
  25. #76 Roschees94 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 18 กันยายน 2559 / 21:40
    ไรท์มายางงงงงงงง
    #76
    1
    • #76-1 Y2E-Jaa(จากตอนที่ 6)
      18 กันยายน 2559 / 22:13
      มาแว้วววววว
      #76-1