คัดลอกลิงก์เเล้ว

ความร้อน (ฤดูร้อน2014)

เป็นเพราะผลกระทบของโลกร้อน และอากาศร้อนขึ้นจริงๆหรือ?

ยอดวิวรวม

232

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


232

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  5 ส.ค. 58 / 14:09 น.
นิยาย ͹ (Ĵ͹2014)

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
เรื่องสั้นเรื่องนี้เขียนทิ้งไว้หลายปี (3-4ปีได้)

แต่ไม่เคยเขียนให้จบได้เลย
1 เม.ย 47


 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 5 ส.ค. 58 / 14:09


            ความร้อน


            “พรุ่งนี้ก็ปิดเทอมฤดูร้อนกันแล้ว ครูขอฝากการบ้านปิดเทอมหน่อยได้ไหมจ๊ะ” คุณครูประจำชั้นคนสวยกล่าวก่อนหมดคาบเรียน ทำให้เด็กนักเรียนในห้องบางคนหน้าเหยเกเมื่อได้ยินคำว่าการบ้าน

            “ยังต้องมีการบ้านอีกเหรอครับ” นักเรียนชายคนหนึ่งเอ่ย

            “เป็นการบ้านง่ายๆ ตามแต่ความสมัครใจจ๊ะ” คำตอบของครูสาวคนสวยทำให้เด็กหลายคนโล่งใจ แต่นักเรียนหญิงคนหนึ่งไม่ได้รู้สึกแบบเพื่อนๆ ไม่ว่าจะเป็นการบ้านที่ครูบังคับหรือสมัครใจ ยังไงเธอก็สนใจจะทำมันอยู่ดี เพราะการบ้านคือสิ่งที่ทำให้เธอเข้าใจและมีความรู้เพิ่มเติมมากขึ้น เธอจึงยกมือขึ้นก่อนเอ่ย

            “เป็นการบ้านอะไรคะ หนูขอทำได้ไหมคะ”

            “ได้สิจ๊ะวารีรัตน์ ครูขอให้นักเรียนที่สนใจ อ่านบทความที่ครูจะเขียนต่อไปนี้ แล้วลองตีความตามแบบที่พวกเธอเข้าใจดูนะจ๊ะ” ครูสาวคลี่ยิ้มก่อนจะเขียนบทความลงบนกระดานดำ

 

            “ครั้นใดที่โลกร้อนขึ้น อากาศก็ร้อนขึ้น แล้วอารมณ์คนเราก็มักผันแปรตามอุณหภูมิของโลก แต่ทว่าคราใดที่อากาศภายนอกเย็นลง ความรู้สึกในใจบางคนกลับไม่ได้ผันแปรตาม ซึ่งบางครั้งมันกลับตาลปัตรด้วยซ้ำ”

 

            วารีรัตน์ลอกบทความนี้ลงสมุดก่อนจะอ่านทวนอีกครั้ง แต่ไม่ว่าอย่างไรเธอก็ไม่เข้าใจ

            “ทำไมยากจัง โลกข้างนอกข้างในน่าจะร้อนเย็นเท่ากันหมดสิ ว้า! ไม่เข้าใจเลย” เธอพึมพำขณะยืนรอคุณครูประจำชั้นที่เก็บอุปกรณ์การสอนลงกระเป๋า

            พอนักเรียนคนสุดท้ายเดินออกจากห้อง เด็กสาวก็รีบเอ่ยกับครูสาวอย่างสนิทสนม

            “พี่ฟ้า! วาไม่เห็นจะเข้าใจบทความของพี่เลย”

            “กลับบ้านกันเถอะ” ฟ้าเอ่ยชวนน้องสาว

            “แล้วพี่จะอธิบายให้วาฟังไหม” วารีรัตน์ต่อรอง

            “แน่นอน! แต่ยังไม่ใช่ตอนนี้นะ วาไปรอพี่ที่รถเลยนะ” ฟ้าสั่งน้องสาวแล้วเดินออกจากห้องเรียนอย่างเร่งรีบ ขณะวารีรัตน์ยืนมองพี่สาวที่เดินไปยังห้องพักครูสักพัก ก่อนจะไปเก็บกระเป๋านักเรียนตนเองแล้วลงไปรอฟ้าที่รถ

 

            อากาศยามบ่ายของปลายเดือนมีนาคมระอุไม่น้อย วารีรัตน์ยืนรอฟ้าข้างรถยนต์สีเทาคันเล็กซึ่งจอดอยู่ที่จอดรถกลางแจ้งของโรงเรียน เพียงไม่กี่นาทีเสื้อนักเรียนแขนยาวก็ชุ่มไปด้วยเหงื่อ ขณะตามไรผมก็เปียกโชก เด็กสาวรีบหยิบสมุดในกระเป๋ามาพัดก่อนจะเริ่มรำคาญเปียสองข้างที่เสียดสีคอเธอไปมา เป็นจังหวะเดียวกับที่ฟ้าเดินมาถึงพอดี

            “ทำไมพี่ฟ้ามาช้าจังคะ” วารีรัตน์เอ่ยขณะเปิดประตูรถด้านข้างคนขับ

            “ขอโทษที พอดีอาจารย์ใหญ่เรียกพบ เราคงร้อนมากเลยสิ” ฟ้ากล่าวพลางปรับอุณหภูมิเครื่องปรับอากาศของรถให้เย็นมากขึ้น ก่อนเหยียบคันเร่ง

            “ก็นิดหน่อยค่ะ แล้วพี่ฟ้าจะอธิบายบทความให้วาฟังเลยรึเปล่าคะ” เด็กสาวเอ่ย

            “แล้วเราเข้าใจว่ายังไงล่ะ” ฟ้าหันมายิ้มให้น้องสาวก่อนจะหันกลับไปมองถนน วารีรัตน์จึงหยิบสมุดที่ลอกบทความมาอ่านอีกครั้งก่อนกล่าว ขณะนึกถึงความรู้สึกตอนที่รำคาญเปียทั้งสองข้างไปด้วย

            “เอาเฉพาะประโยคแรกก่อนนะคะพี่ฟ้า เพราะประโยคหลังวายังไม่ค่อยเข้าใจ”

            “ได้สิ” ฟ้ารับคำ

            “เพราะโลกร้อน อากาศจึงร้อนขึ้น แล้วนั่นก็ทำให้เราใจร้อน บางครั้งก็เกิดอารมณ์เสีย ควบคุมความรู้สึกโมโหโกรธ หงุดหงิดไม่ได้ ซึ่งอาจทำให้เราเป็นคนเจ้าอารมณ์ได้” เด็กสาวอธิบายตามความเข้าใจ

            “อืม! รู้สึกเราจะตีความเกินประโยคไปหน่อยแฮะ” ฟ้ายิ้มอย่างเอ็นดูก่อนเสริม

            “ก็ประมาณอย่างที่เราเข้าใจแหละ อากาศร้อนก็มักทำให้อารมณ์คนเราร้อนขึ้นด้วย แต่พี่ว่าความจริงแล้วอุณหภูมิอากาศไม่ใช่ตัวแปรหลัก ที่ทำให้คนเราเกิดอารมณ์หรอกนะ” คำทิ้งท้ายของฟ้า ทำให้วารีรัตน์พยักหน้าอย่างเข้าใจ เพราะเด็กสาวไม่เคยเห็นฟ้าโมโหใส่เธอสักครั้ง แม้อากาศจะร้อนขนาดไหนก็ตาม

            ทว่าจู่ๆเสียงเอะอะโวยวายก็ดังเข้ามาในรถ วารีรัตน์หันมองกระจกด้านข้างเห็นรถเก๋งสองคันประสานงากันอยู่ข้างถนน ขณะที่เจ้าของรถต่างออกมายืนกล่าวโทษอีกฝ่ายและไม่มีใครยอมรับผิด ฟ้าส่ายหัวน้อยๆก่อนจะรีบขับผ่าน แต่เธอก็เร่งความเร็วมากขึ้นไม่ได้ เพราะรถคู่กรณีนั้นทำให้ถนนสายหลักของกรุงเทพฯยิ่งติดขึ้นมากกว่าเดิม

            “ทำไมเขาไม่ขอโทษกันดีๆล่ะคะ อากาศยิ่งร้อนๆแล้วโมโหใส่กันจะไม่ยิ่งแย่เหรอ” เด็กสาวสงสัย

            “นั่นแหละคือโทษของคนอารมณ์ร้อน ทำให้เรื่องที่จะจบลงง่ายๆกลับไม่จบ” ฟ้าเอ่ยขณะมองกระจกหลังแล้วพิจารณารถเก๋งทั้งสองคันซึ่งมีรอยเฉี่ยวชนตรงกันชนเท่านั้น

            “วาตีความประโยคแรกไปแล้ว คราวนี้พี่ฟ้าอธิบายประโยคหลังให้วาฟังหน่อยได้ไหมคะ” เด็กสาวอ้อนวอน เพราะเธอไม่รู้จะตีความประโยคหลังยังไงจริงๆ

            “พี่มีข้อแลกเปลี่ยน” ฟ้าอมยิ้มเล็กน้อย

            “ได้สิคะ ข้อแลกเปลี่ยนว่าอะไรคะ” วารีรัตน์สนเท่ห์

            “ข้อหนึ่ง เราต้องสรุปให้พี่ฟังว่าบทความนี้ต้องการสื่ออะไร ข้อสอง ปิดเทอมนี้เราต้องเป็นคนทำงานบ้านแทนพี่ ตกลงไหม” สิ้นคำพี่สาววารีรัตน์ก็ร้องขึ้น

            “เอ้ย! พี่ฟ้าขี้โกงนี่”

            “ถ้าไม่ตกลงพี่ก็ไม่อธิบายนะ แถมการบ้านครั้งนี้ไม่ต้องส่งก็ได้” ฟ้าหัวเราะเล็กน้อยก่อนจะเปิดไฟเลี้ยวแล้วหมุนพวงมาลัยเลี้ยวเข้าหมู่บ้าน

            “แต่วาชอบทำการบ้าน แถมอุตส่าห์เข้าใจบทความไปครึ่งหนึ่งแล้วด้วย” เด็กสาวกล่าวก่อนจะเดาะลิ้นเล่นไปมาอย่างคิดหนัก

            “ตกลงก็ได้ค่ะ ทำเฉพาะตอนปิดเทอมเท่านั้นนะคะ”

            “ตกลงจ๊ะ!” ฟ้ารับคำแล้วค่อยๆขับไปตามทางของหมู่บ้านก่อนเอ่ย

            “วาเคยเห็นคนที่เปิดแอร์เย็นฉ่ำอยู่ในบ้าน แต่ก็ยังหงุดหงิดไหม”

            เด็กสาวนั่งนึกตามคำของฟ้าแต่ก็ยังไม่ค่อยเข้าใจเท่าไร ขณะนั้นเองรถก็ได้ขับผ่านสระว่ายน้ำของหมู่บ้าน เด็กเล็กๆหลายคนกำลังว่ายน้ำกันอย่างสนุก แต่วารีรัตน์ก็เห็นเด็กชายคนหนึ่งยืนร้องไห้ ทำให้เธอนึกถึงตอนตนเองเป็นเด็กที่ยังอยู่กับครอบครัวเดิม ก่อนฟ้าจะรับมาเลี้ยงเป็นน้องสาวบุญธรรม ซึ่งเด็กสาวต้องรับอารมณ์ของแม่เลี้ยงทุกวัน แอบร้องไห้ทุกครั้ง     ไม่ว่าจะเป็นฤดูใดหรืออากาศเย็นแค่ไหน แม่เลี้ยงที่วารีรัตน์เคยอยู่ด้วยก็ไม่เคยจะหยุดโมโห ตะคอก ตวาดใส่เธอ เด็กสาวสูดลมหายใจเข้าทีหนึ่งเพื่อลืมเหตุการณ์เก่าๆก่อนคลี่ยิ้มแล้วเอ่ย

            “วาเข้าใจแล้วค่ะ บทความนี้ต้องการสื่อให้เห็นว่าอารมณ์คนเราเกิดขึ้นจากใจ หากเราฝึกให้ตนเองใจเย็น ต่อให้โลกจะร้อน อุณหภูมิสูงขนาดไหน จิตใจภายในก็จะไม่รู้สึกร้อน แล้วจะยังควบคุมจิตใจตนเอง ไม่ให้วู่วามตามอารมณ์ภายนอกที่มาปะทะได้”

            “ใช่จ๊ะ อุณหภูมิของโลกไม่ได้ทำให้ใจเราร้อนได้อย่างแท้จริง แต่เพราะความรู้สึกของเราที่ร้อน ขัดเคือง ไม่พอใจ ซึ่งเป็นส่วนผสมชั้นดีของอารมณ์ร้อน ก็เลยประทุออกมา แต่หากเราค่อยๆควบคุมจิตใจตนเอง ให้ใจเย็นลงบ้าง ปัญหาอย่างรถชนเมื่อกี้ก็จะไม่เกิดหรือไม่ก็จบลงด้วยดี โดยไม่ต้องหาเรื่องใส่กัน” ฟ้าอธิบายขณะขับรถถึงหน้าบ้านพอดี

            “ขอบคุณมากค่ะพี่ฟ้า วาเข้าใจขึ้นเยอะเลย” เด็กสาวยิ้มก่อนเสริม

            “ถ้าอย่างงั้นตั้งแต่ฤดูร้อนนี้ วาจะพยายามไม่ให้ความรู้สึกผันแปรตามอากาศและก็จะไม่ให้มันกลับตาลปัตรด้วยค่ะ” วารีรัตน์เอ่ยตามบทความก่อนจะลงจากรถ

            “จ้ะ! แต่ก่อนอื่นเราต้องเริ่มทำงานบ้านแทนพี่แล้วล่ะ” ฟ้าคลี่ยิ้มแล้วกอดคอน้องสาวเดินเข้าบ้าน

            “พรุ่งนี้ถึงจะนับเป็นวันปิดเทอมนี่คะ”

            “แต่สำหรับพี่ มันเริ่มวันนี้แล้วล่ะจ๊ะ” ฟ้าคลี่ยิ้มก่อนจะหัวเราะเมื่อเห็นน้องสาวทำหน้ามุ่ยใส่

            “เอ๊ะ! เมื่อกี้ใครว่าจะไม่ปล่อยความรู้สึกตามอากาศและจะไม่ให้กลับตาลปัตรด้วยนะ” ฟ้าแกล้งย้ำประโยคของวารีรัตน์

            “พี่ฟ้า!”  เด็กสาวได้แต่ร้องเรียกชื่อพี่สาวเพราะเถียงไม่ออก ก่อนจะยิ้มเผล่แล้วจี้เอวพี่สาว ทำให้ฟ้าได้แต่หัวเราะก่อนจะวิ่งหนี ขณะเด็กสาวก็วิ่งไล่ตาม แล้วเสียงหัวเราะของสองสาวพี่น้องก็ดังลั่นไปทั่วบ้าน ท่ามกลางแสงแดดยามบ่ายแห่งวันสุดท้ายของการเรียนและอากาศที่ร้อนระอุตามแบบฉบับของคิมหันต์ฤดู

 

           

     

ผลงานอื่นๆ ของ ภัสนภางค์,White Sonata

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 zorazen
    วันที่ 3 เมษายน 2557 / 14:00
    เรื่องแรกที่ไม่หักมุม(ที่ผมได้อ่าน)
    อบอุ่น ละมุนอยู่ในที ผมไม่มีพี่น้องไม่ค่อยทราบโมเมน้นต์แบบนี้
    แต่อ่านแล้วรุ้สึกมีความสุขร่วมไปด้วย ^ ^
    #2
    0
  2. วันที่ 2 เมษายน 2557 / 19:07
    สั้นและเรียบง่ายได้ใจความ คือนิยามของเรื่องนี้(ฮา)

    อ่านแล้วเหมือนได้คำสอน ได้แง่คิดไปด้วย ว่าแต่เด็กสาวในเรื่องอยู่ชั้นอะไร? ผมจะได้รู้ว่าอายุ(สมอง)ของผมพอๆ กับเธอ 555+
    การศึกษาไทย ไม่ชอบให้เด็กตีความหรือคิดวิเคราะห์ ให้แต่จำและลอก
    เรื่องง่ายๆ ก็อาจจะคิดไม่ถึง หรือกว่าจะรู้ก็ช้าไป เราควรปฎิวัติการศึกษา เอ๋... เริ่มนอกเรื่องไปกันใหญ่

    โดยรวมเหมือนบทความให้รู้แก่เด็กระดับประถมศึกษา
    เข้าใจง่ายไปหน่อย ตัวอย่างที่ยกก็เช่นกัน(รถชน โดนรังแก)
    แต่จุดดีที่เห็นได้ชัด อ่านแล้วรู้สึกเป็นเรื่องสั้น เพราะโฟกัสตรงประเด็น ตัวละครน้อย และกระชับ
    #1
    0