Artificial Love Or Real ? [VIXX n EXO]

ตอนที่ 12 : Darkness Eyes lll

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    26 ก.ค. 61





    "เดิมพันในครั้งนี้คือ คนแพ้จะต้องออกไปจากโทรัน" เอ็นประกาศขึ้นมาอย่างชัดเจน เดิมพันของเอ็นมันน่ากลัวจนทำเอาคนทั้งสนามเงียบกริบ


          "ว่าไงล่ะเด็กใหม่ นายกล้าพอจะลงเดิมพันนั้นกับชั้นมั้ย?" เอ็นหันมาจ้องหน้าเลโอตรงๆด้วยนัยน์ตาที่นิ่เย็นชา และไร้แววปราณี


          "ฮะ ต้องบอกก่อนเลยนะว่านายเป็นคนแรกที่กล้าท้าชั้นแบบนี้" เลโอกดเสียงต่ำพูดด้วยแววตานิ่งสงบไร้ความหวั่นกลัว เลโอจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาที่เย็นชาคู่นั้นของเอ็นนิ่งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่มุมปากของเขาจะกดยิ้มลึกและพูดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ว่า "ชั้นเองก็เป็นลูกผู้ชาย เพราะงั้นถึงตายก็ไม่ยอมแพ้หรอก"


          "ดี งั้นก็จดจำคำพูดของตัวเองเอาไว้ด้วยล่ะ" พูดจบเอ็นก็เดินออกไปพร้อมทั้งถอดเสื้อนอกของตัวเองออกแล้วโยนไปพาดไว้ที่ม้านั่งข้างสนามที่มีผู้เล่นตัวสำรองนั่งกันอยู่ แล้วจากนั้นเอ็นก็เดินเข้าไปในสนามอย่างมาดมั่น




          ครืดด ครืดดด


          ติ๊ด


          "ครับ" ฮงบินรับโทรศัพท์เสียงเรียบ


          /ไงน้องชาย ยังสบายดีอยู่สินะ


          "บอกธุระที่คุณโทรมาเถอะครับ โชเซ" ฮงบินพูดเสียงเรียบปกติ แต่ในแววตาของเขานั้นเริ่มดูเครียดขึ้นมาอย่างไม่อาจเก็บซ่อนไว้ได้


          /แหม นายนี่ยังเป็นคนไม่ตลกเหมือนเลยนะฮงบิน จริงจังตลอดเวลาเลยนะ


          "...." ฮงบินเพียงเงียบฟังอยู่นิ่งๆ


          /โอเคๆ ชั้นเข้าใจว่านายคงไม่อยากฟังเรื่องไร้สาระจากชั้นเท่าไหร่


          "ถ้ารู้อย่างนั้นแล้วก็รีบพูดธุระของคุณมาซะสิครับ" คราวนี้ฮงบินพูดกดเสียงต่ำ อย่างต้องการให้โชเซรู้ตัวว่าไม่ควรพูดเพ้อเจ้อมากไปกว่านี้


          /ก็ไม่มีอะไรหรอก ก็แค่เบื้องบนเขาส่งข้อความมาบอกว่าถึงกำหนดแล้วน่ะสิ (โชเซเริ่มจริงจังพูดเสียงนิ่ง)


          "!...." สีหน้าฮงบินเปลี่ยนไปทันทีเมื่อได้ยิน


          /มันถึงเวลาแล้ว และภารกิจของนายต้องสำเร็จ ไม่มีคำว่าผิดพลาดเด็ดขาด เข้าใจใช่มั้ยฮงบิน


          "ครับ...." ฮงบินรับคำเสียงหนักแน่น แต่ทว่า...แววตาของเขาดูหม่นแสงลงอย่างชัดเจน


          /เวลาสี่ปีเนี่ย จะว่าไปมันก็นานเหมือนกันนะ ว่าไหม? (โชเซพูดอย่างมีนัยแฝง)


          "...." ฮงบินรู้ว่าโชเซพูดถึงอะไร และเขาเองก็ไม่มีอะไรที่จะพูดปฏิเสธ...


          /ฮงบิน ฟังนะ สำหรับพวกเราแล้ว ภารกิจและหน้าที่สำคัญกว่าความรู้สึกเสมอ


          "ครับ...." ผมทราบดีและไม่เคยลืมมัน...ฮงบินได้แต่บอกตัวเองอยู่ในใจ


          /ชั้นรู้ว่านายรู้ว่าชั้นพูดถึงอะไร และแน่นอนว่าชั้นยังคงเชื่อมั่นในตัวนาย ฮงบิน


          "ครับ ผมทราบมันดี" ฮงบินพยายามตอบรับเสียงนิ่ง ทั้งๆในตอนนี้ไม่ว่าจะทั้งสีหน้าและแววตาของเขามันกำลังสับสนและเจ็บปวดมากอยู่ก็ตาม


          /เยี่ยม งั้นก็รีบจัดการให้เสร็จ แล้วกลับมาที่ของนายซะ


          "ครับ" แววตาที่เคยสับสนเจ็ดปวดของฮงบินเมื่อครู่ ค่อยๆเริ่มเย็นชาและไร้ความรู้สึกขึ้น


          มันถึงเวลาที่ชั้นต้องทิ้งบทของเด็กนักเรียนม.ปลายธรรมดาที่ชื่อว่า อีฮงบิน

          มันถึงเวลาที่ความทรงจำในสี่ปีที่ผ่านมา จะต้องกลายเป็นแค่เพียงบทละครไร้ความหมาย...

          ใช่แล้ว เวลาของผมมันกำลังหมดลงแล้ว 





          -ที่สนามบาส-


          เกมส์แข่งบาสด้วยเดิมพันราคาสูงยังคงดำเนินไปอย่างดุเดือด เมื่อสองผู้เล่นหลักของเกมส์อย่าง เอ็นกับเลโอ ต่างยังคงพากันเล่นบาสกันอย่างจริงจังเต็มที่(โหดสุดๆ)แบบที่ว่าไม่ยอมให้ได้พักหายใจกันเลย และตั้งแต่ควอเตอร์ 3 จนมาถึงควอเตอร์ 4 ทั้งสองทีมก็ทำแต้มแข่งกันได้อย่างสูสีกันมาตลอด แบบว่าไม่มีทีมไหนทำแต้มได้เกิน 3 แต้มเลยด้วยซ้ำ 

          หากจะบอกว่าทั้งสนามกำลังลุกเป็นไฟก็คงไม่ผิด นอกจากเอ็นกับเลโอที่ยังคงเครื่องติดไม่ยอมกันแล้ว ผู้เล่นอีกแปดคนที่เหลือก็ดูท่าว่าต่างก็ใกล้จะหมดแรงกันลงเรื่อยๆแล้วสิ 

          ถึงแม้ว่าผู้เล่นทั้งแปดคนนั้นต่างก็เคยเป็นผู้เล่นตัวจริงของทีมบาสกันทั้งหมดเถอะ แต่ลองมาเจอเกมส์ที่เล่นกันอย่างหนักหน่วงตลอดเวลาแบบนี้ดูสิ ถ้ายังสบายีกันอยู่ก็ไม่ใช่คนกันแล้ว อา...แล้วสองคนนั่นมันอะไรกัน ? เล่นเกมส์ดุเดือดโต้กลับกันไปมาแบบที่ไม่ยอมให้น้อยหน้ากันเลยเนี่ย แบบนั้นมัน....ปีศาจชัดๆ 

          การเล่นของเอ็นและเลโอนั้นมันกดดันทั้งดุเดือดและน่ากลัว จนบางช่วงผู้เล่นคนอื่นก็ไม่ต้องหลบทางให้ทั้งคู่เล่นกันแบบหนึ่งต่อหนึ่ง โดยไม่เข้าไปปล่อยขว้าง

          ทุกคนในสนามต่างก็ไม่มีใครอยากเชื่อว่าวันนี้จะได้เห็นเกมส์แข่งบาสที่ดุเดือดจนสนามแทบไฟลุกอะไรอย่างนี้ ทั้งการบุกและทั้งการตั้งรับทั้งสองทีมต่างก็เล่นกันได้อย่างดีเยี่ยมเลย ทั้งๆที่พวกเขาพึ่งเคยเล่นด้วยกันเป็นครั้งแรกแท้ๆ แต่ว่าทุกคนก็สามารถปรับตัวให้เข้ากับเกมส์ของเอ็นและเลโอได้อย่างไม่มีข้อพลาดเลยเช่นกัน (นึกว่ามาดูการแข่งของระดับมืออาชีพเสียแล้ว)

          แม้แต่อดีตผู้เล่นตัวจริงที่เป็นมือหนึ่งของทีมบาสอย่าง มินซอกกับคริสยังต้องยอมรับว่า ฝีมือของเอ็นกับเลโอนั้นไม่ใช่ระดับของคนธรรมดาแล้ว (ปีศาจอะ พวกเขามันปีศาจ) 

          เกมส์ที่ยิ่งกว่าสนามรบ ความกดดันที่น่ากลัว และต้องลุ้นกันแทบทุกวินาทีที่เอ็นและเลโอขยับตัว การทำแต้มก็ว่าเป็นเรื่องยากแล้ว แต่ทว่าการจะสลัดตัวให้หลุดออกจากแนวป้องกันของอีกทีมก็เป็นเรื่องที่ยากกว่าเสียอีก



          พรืบ


          ตึง ง ง (เสียงลูกบาสที่หลุดลงจากห่วงกระทบกับพื้นสนาม)


          ปี๊ดดด


          เสียงเป่านกหวีดจากกรรมการดังขึ้น เป็นสัญญาณบอกว่าห้อง B ได้ 2 แต้มจากการดังก์ลูกลงห่วงของเอ็น 


ห้องA        01:45 ]       ห้องB

 PERIOD

97       [ควอเตอร์ 4]        98






          "แรงไม่ตกเลยนะ แต่เดี๋ยวชั้นก็ทำแต้มนำนายได้อีกอยู่ดีนั่นแหละ" เลโอพูดกับเอ็นยืนประกบตัวเขาอยู่ข้างหลัง


          "หึ จะยอมรับก็ได้ ว่านายก็เป็นคู่ต่อสู้ที่ใช้ได้อยู่เหมือนกัน...แต่จะบอกให้นะ ว่าแค่นี้น่ะ เอาชนะชั้นคนนี้ไม่ได้หรอก!" เอ็นพูดจบก็ใช้ความเร็วแย้งลูกบาสจากเลโอที่แพคฮยอนส่งมาให้ แล้ววิ่งบุกขึ้นไปทันที


          ตึก ตึก


          พรืบ


          "...." เอ็นหยุดอยู่ที่ใต้แป้นไม่สามารถชู้ตลูกได้ เพราะเลโอวิ่งตามขึ้นมาขว้างไว้ทัน


          "เอาสิ ถ้าเก่งนักก็ชู้ตเลยสิ" เลโอพูดอย่างท้าทาย


          "คิดว่าชั้นจะกลัวเพราะการกดดันเด็กๆแบบนี้ของนายรึไง หึ ยังไงซะ ชั้นก็ไม่เคยชู้ตพลาดอยู่แล้ว" 


          พรึบ


          เอ็นเลี้ยงลูกหลอกทางเลโอให้สับสน แล้ววาร์ปผ่านเลโอด้วยความเร็วชั่วพริบตาไปอยู่ข้างหลังเลโอ แล้วเอ็นก็กระโดดดังก์ลูกลงห่วงอย่างบ้าบิ่นทันที 

          แม้จะเป็นชั่วพริบตา แต่ว่าเลโอก็ตั้งตัวและรีบหันกลับไปกระโดดบล็อกเอ็นไว้ แตว่า... ก็เป็นอย่างที่เอ็นพูดไว้ว่าเขาไม่เคยชู้ตพลาด เพราะงั้นเอ็นจึงสามารถดังก์ลูกลงห่วงได้อย่างสบาย 

          แต่ว่านะ...การได้แต้มในครั้งนี้ มันเหมือนว่าจะมีอะไรแปลกๆอยู่ว่า... 

          เลโอลดการป้องกันลงและยอมให้เอ็นทำแต้มได้ง่ายๆแบบนี้ มันน่าสงสัยนะ ชักอยากรู้แล้วสิว่าภายใต้ใบหน้าที่มีรอยยิ้มสยองแบบนั้น จริงๆแล้วมีอะไรแอบซ่อนอยู่? 

          เลโอกำลังคิดอะไร....แต่ว่าบรรยากาศมันชักเริ่มรู้สึกขนลุกขึ้นมาแปลกๆแล้วสิ


           แต่ว่า...ก่อนที่จะกังวลใจเรื่อนนั้น  ตอนนี้ผมรู้หมั่นไส้จัง ขออัดกำปั้นใส่หน้ากวนประสาทของหมอนั้นก่อนได้มั้ยว่ะ (เออ ท่านเอ็นใจเย็นก่อน)



ห้องA        00:55 ]       ห้องB

PERIOD

97       [ควอเตอร์ 4]        100


                      

     

          "ท่าดังก์สวยดีนะ" เลโอหยิบลูกบาสขึ้นมาถือไว้และมองเอ็นด้วยรอยยิ้มที่ไม่สามารถคาดเดาได้ แต่มันก็ชัดเจนว่าเป็นรอยยิ้มที่ทำให้รู้สึกเย็นขึ้นมาที่กระดูกสันหลัง 


          ตึง ตึง


          เลโอย่อตัวลงเล็กน้อยเพื่อเลี้ยงลูกเอาไว้ โดยที่ใบหน้าของเขายังคงมีรอยยิ้มอยู่


          "สามแต้ม...." เลโอพูดเสียงเรียบโดย ที่สายตาคมก็ยังคงมองจ้องตาเอ็นไม่ได้ละไปไหนเลยแม้สักเสี้ยววินาทีเดียว "ไม่ให้มากกว่านี้หรอกนะ รู้มั้ย^^"


          พรึบ


          ในเสี้ยววินาทีนั้นเอง ที่เอ็นยังไม่ทันตั้งตัว เลโอก็กระโดดขึ้นและชู้ตลูกออกไป ณ ตรงนั้น ที่ตรงใต้แป้นของเขานั่นแหละ เอ็นตกใจอยู่แวบหนึ่งแล้วก็รีบกระโดดขึ้นสุดแรงหมายจะหยุดลูกชู้ตของเลโอไว้ แต่ก็ช้าไป ลูกบาสลอยขึ้นสูงหลายเมตร ก่อนมันจะดิ่งพรวดลงในห่วงของห้อง B อย่างแม้นยำ


          วืดดด ตึง ง ง

 

          ปี๊ดดด 



ห้องA        00:35 ]       ห้องB

 PERIOD

100       [ควอเตอร์ 4]      100


                     

   

          "ชิส์ บ้าเอ๊ย!" เอ็นสบถออกมาอย่างเจ็บใจ 


          "ก็บอกแล้วนี่ ว่าไม่ยอมให้นำเกินสามแต้มหรอก หึ" เลโอเดินเข้าไปพูดข้างๆเอ็นอย่างต้องการบอกให้รู้ว่า ไม่ว่ายังไงซะ เอ็นก็เอาชนะเขาไม่ได้(ง่ายๆ)หรอก


          "เกมส์มันยังไม่จบ อย่าพึ่งมาอวดดีหน่อยเลย บากะ!" เอ็นเหล่มองเลโอด้วยหางตาพร้อมกระตุกยิ้มเย็นขึ้นอย่างเหมือนไม่ได้สะทกสะท้านอะไร ถึงแม้ว่าจริงๆจะเจ็บใจและเลือดในกายของเขามันจะเดือดพล่านขึ้นมากแค่ไหน แต่เอ็นก็ยังคงเก็บอาการพวกนั้นเอาไว้ไม่แสดงออกมาให้เลโอเห็น


           ยังไงซะ คนที่ชนะและอยู่เหนือกว่าใครก็ต้องเป็นเขาคนนี้เท่านั้น!


          "งั้นก็มาลองดูกัน ว่าใครกันแน่ที่เหนือกว่า" เลโอบอกอย่างไม่ยอมอ่อนข้อ และเอ็นเองก็ไม่คิดจะแพ้ด้วย


          "แน่นอน ชั้นไม่เคยแพ้อยู่แล้ว" เอ็นพูดจบทั้งสองคนก็ออกตัววิ่งเข้าไปหาลูกบาสที่ถูกส่งมาจากผู้เล่นของห้อง B ทันที


.


.


.


          -เวลาต่อมา-


         ตึงงง 


          ปี๊ดดด (เสียงเป่านกหวีดบอกหมดเวลาแข่ง)



          เอ็นยืนหอบหายใจเข้า-ออกอย่างแรง หลังจากที่ใช้แรงเฮือกสุดท้ายเพื่อกระโดดบล็อคเลโอเอาไว้ไม่ให้เลโอกระโดดดังก์ลูกลงห่วงในช่วงวินาทีสุดท้ายของเกมส์


          เลโอเองก็ยืนหอบหายใจเหนื่อยไม่ต่างจากเอ็นสักเท่าไหร่นัก


          "สู้จนวินาทีสุดท้ายเลยนายเนี่ย ชั้นนับถือในความไม่ยอมแพ้ของนายจริงๆ" เลโอยืดตัวขึ้นตรงและยืนมือขวาออกไปหาเอ็นด้วยรอยยิ้มที่ดูเป็นมิตรขึ้น


          "...." เอ็นยืดตัวขึ้นตรงพร้อมเหลือบมองลงไปที่มือของเลโอที่ยืออกมาหาตัวเองนิ่งๆ ก่อนจะกระตุกยิ้มขึ้นที่มุมปาก ก่อนจะเหลือบตาขึ้นมาสบตากับเลโอด้วยสายตาที่เย็นชาจนดูน่ากลัว และไม่รู้เลยว่าในสายตาเย็นชาแบบนั้นเอ็นกำลังคิดอะไรอยู่ ...แต่แน่ๆที่มันในตอนนี้ที่สุด ก็คงไม่ได้เป็นอะไรที่ดีสำหรับเลโอแน่ๆ


          "ถ้าอยากฝันก็ไปกลับนอน เพราะชั้นไม่คิดจะเป็นมิตรกับนายง่ายๆหรอก" เอ็นพูดสียงเย็นชาใส่เลโอก่อน จะเดินหนีออกจากสนามไปเก็บเอาเสื้อนอกของตัวเองที่โยนทิ้งไว้แถวนั้น แล้วจากนั้นเอ็นก็เดินออกไปจากโรงยิมอย่างไม่สนใจใคร



[ผลการแข่งขัน]


ห้องA        00:00 ]       ห้องB
PERIOD
                      

   100       [ควอเตอร์ 4]      100




          ปึก


          "น่าๆ เขาก็เป็นอย่างนี่แหละ อย่าไปใส่ใจคำพูดของเขาเลยนะ" คริสเดินเข้าตบไหล่กว้างของเลโออย่างให้ปลอบใจ 


          "เฮ้~นายนี่เล่นบาสได้สุดยอดจริงๆเลยนะ ที่โรงเรียนเก่านายคงเป็นผู้เล่นตัวจริงมือหนึ่งเหมือนกันสินะ 5555" แพคฮยอนเดินเข้ามาพูดกับเลโออย่างชื่นชมความสามารถของเลโอจากใจจริง


          "หา? เออ เปล่า...ชั้นไม่เคยเป็นนักกีฬาอะไรของโรงรียนอย่างที่นายคิดอะไรนั้นหรอก" เลโอหันไปบอกแพคฮยอนตามความจริง ...ก็ผมเป็นเจ้าชายอ่ะ ผมไม่มีเวลาทำอะไรแบบนั้นหรอก แค่ต้องเรียนการปกครองก็ปวดหัวจะตายอยู่แล้ว


          "หา? พูดจริง?!" แพคยอนร้องขึ้นเสียงดังพร้อมทำหน้าตกใจ แม้แต่คริสที่ฟังยืนอยู่ข้างๆกันนั้นก็ยังต้องเบิกตากว้างอ้าปากค้างอย่างเหลือเชื่อไม่ต่างกันเลย


          "ทั้งๆเล่นเก่งขนาดนี้เนี่ยนะ" คริสพูดอย่างไม่ยอมเชื่อที่เลโอบอก ทักษะที่เขาใช้น่ะ ไม่ใช่ว่าใครก็ทำได้หรอกนะ พูดเป็นเล่นน่า


          "อืม ก็แค่โดนพี่ชายบังคับให้เล่นเป็นเพื่อนเวลางว่างๆเท่านั้นแหละ" เลโอบอกออกไปอย่างว่ามันเป็นแค่เรื่องธรรมดาทั่วไปที่ใครก็สามารถทำได้ ...ทั้งๆที่มันไม่ใช่เลยสำหรับคนอื่น


          "ให้ตายเถอะ นี่นายเองก็เป็นประเภทเดียวกันกับเอ็นสินะ" แพคฮยอนจ้องหน้าเลโอนิ่งอย่างพินิจแล้วพูดอย่างนั้นขึ้น


          "หา?" เลโอทำหน้างงไม่เข้าใจที่แพคฮยอนพูด


          "อื้มม ชั้นเองก็รู้สึกเหมือนนายเลยว่ะ" คริสหันหน้าไปยักคิ้วขึ้นให้แพคฮยอนอย่างเห็นด้วย


          "พูดอะไรน่ะ ชั้นเนี่ยนะ กับคนที่นิสัยแย่อย่างหมอนั้นน่ะนะ...เหอะ มันเป็นไปไม่ได้หรอก" เลโอตีหน้ายุ่งอย่างไม่พอใจเล็กน้อยก่อนจะกระตุกยิ้มขำให้กับคำพูดและความคิดไม่เข้าท่าของแพคฮยอนกับคริส 


          "ก็นะ มันก็อาจจะจริงอยู่ ว่าวันนี้เอ็นอาจจะดูหัวเสีย" มินซอกเดินเข้ามาพูดกับเลโอบ้าง "แต่จะบอกอะไรให้นะ...ถึงแม้ว่าที่ผ่านมาจะไม่เคยมีใครสู้เขาอย่างสูสีได้เท่านายมาก่อนก็จริง แต่แค่นี้มันไม่พอจะทำให้คนเลือดเย็นอย่างเอ็นของขึ้นได้หรอก" มินซอกพูดขึ้นเรียบๆ อย่างมีนัยยะบางอย่างแฝงอยู่


          "หา?" เลโอหันไปมองมินซอกนิ่งอย่างพยายามค้นหาคำตอบบางอย่างในสิ่งที่มินซอกพูดออกมา อยู่ครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าเบาๆอย่างเข้าใจ แล้วจึงพูดขึ้นมาว่า "ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไร แต่ถึงยังไงซะ เขาก็นิสัยแย่เกินไปอยู่ดีนั้นแหละ และชั้นก็ไม่ชอบด้วยสิ"


          คริส แพคฮยอน และมินซอกหันมองหน้ากันเงียบๆ โดยที่มีความคิดหนึ่งเกิดขึ้นมาเหมือนกันว่า 



'หมอนี่มันก็มีกลิ่นน่ากลัวแปลกๆไม่ต่างจากเอ็นเลยนะ ว่าไหม?'



.


.


.



To be continued....



          




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น