Artificial Love Or Real ? [VIXX n EXO]

ตอนที่ 11 : Darkness Eyes ll

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 52
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    20 ก.ค. 61





เอ็น เป็นนักเรียนม.ปลาย ปีสาม ที่มีเรื่องทะเลาะวิวาทกับเด็กโรงเรียนอื่นเป็นประจำ นิสัยคาดเดายาก เป็นคนเงียบๆไม่ค่อยพูด ไม่ค่อยยิ้ม จึงดูเหมือนว่าหยิ่ง...แต่มีข้อยกเว้นเป็นพิเศษสำหรับฮงบินที่เป็นแฟนของเขา และก็เพื่อนที่สนิทจริงๆของเขาเท่านั้น (แต่เอาจริงๆเอ็นน่ะชอบอยู่คนเดียวเสียมากกว่า)

 

          แต่ถึงแม้ว่า เอ็นจะดูเป็นคนเย็นชาไม่แคร์โลกแบบนั้น แต่ว่าเขากลับป๊อปมากๆเลยนะ แบบพวกสาวๆทั้งในและต่างโรงเรียน อืม ก็แบบว่าเป็นกลุ่มใหญ่เลยหล่ะ ที่แอบปลื้มและพวกเธอยังตั้งตัวเป็นแฟนคลับของเอ็นด้วยนะ ขนาดว่ารู้กันอยู่ว่าเอ็นเป็นคนน่ากลัวจนได้ขึ้นชื่อว่าอันตรายที่สุดในโรงเรียนอย่างนั้น แต่ว่าสาวๆก็ยังคงตามกรี๊ดกราด ยังคงหลงใหลคลั่งไคล้ความงดงามในรูปลักษณ์ภายนอกของเอ็นอยู่ดี (ไม่ค่อยเข้าใจสาวๆพวกนั้นเลยจริงๆ)

 

          และแน่นอนว่า มันมีสิ่งที่หลายๆคนคาดหวังและพูดถึงกันอยู่บ่อยๆว่า ถ้าหากว่าท่านเอ็นจะมีรอยยิ้มประดับอยู่บนใบหน้าสวยนั้นบ้างสักนิด ก็คงดูน่ารักดีไม่น้อยเลย นัยน์ตาสีรัตติกาลกลมโตสวยคู่นั้นก็ด้วย ที่มันช่างดูลึกลับ ดูน่ากลัว เหมือนว่ามีอันตรายซ่อนอยู่ตลอดเวลานั้น หากว่ามันจะดูอ่อนโยนกว่านี้บ้าง ก็คงจะทำให้ใครต่อใครหลงใหลจนไม่อาจจะถอนตัวมากกว่าแน่ๆ (กรี๊ดดด)

 

          สวบ สวบ


          "เออ คือว่า...." เด็กสาวน่ารักคนหนึ่งก้าวเข้ามายืนขว้างหน้าเอ็นที่เพิ่งเดินผ่านประตูหน้าโรงเรียนเข้ามา ด้วยท่าทางกล้าๆกลัวๆ และค่อนข้างเขินอายสุดๆเลยมากกว่า เธอคนนั้นเข้ามาพร้อมกับกล่องคุ๊กกี้ที่ผูกโบว์มาอย่างสวยงามด้วย


          "ช่วยรับคุ๊กกี้จากชั้นด้วยค่ะ" 


           เอ็นมองดูกล่องคุ๊กกี้ที่เธอยืนมาให้นิ่งๆก่อนจะพูดปฏิเสธออกไปตรงๆด้วยน้ำเสียงเย็นชาว่า "ไม่เอาหรอก"


          จากนั้นเอ็นก็เดินเลี่ยงออกไปจากตรงนั้นโดยไม่ได้คิดสนใจ สาวสวยที่โดนตัวเองปฏิเสธจนต้องยืนร้องไห้ด้วยความอับอายและเสียใจอยู่ตรงนั้นไปเรียบร้อย

          และนี่ก็เป็นเรื่องปกติของทุกเช้าที่เอ็นมาโรงเรียน เขามักจะโดนสาวๆมาดักหน้า บ้างก็เอาขนมมาให้ บ้างก็เข้ามาสารภาพรัก ทั้งๆที่ไม่ว่าจะเป็นใคร ไม่ว่าจะสวย หรือว่าน่ารักแค่ไหน ทุกคนที่เข้ามาต่างก็โดนเอ็นปฏิเสธไปอย่างไม่ใยดีสักคนเลยแท้ๆ ถึงจะรู้กันดีอยู่อย่างนั้นก็เถอะ แต่พวกเธอก็ไม่เคยละความพยายามที่จะเข้ามาพิชิตใจของเอ็นกันอยู่ดี (พวกเธอช่างมีความมุมานะดีเยี่ยมกันเสียจริง)



 

          "นิสัยไม่ดีเลยนะ ทำผู้หญิงร้องไห้แบบนั้นได้ยังไงกัน" เสียงเล็กๆของผู้ชายคนหนึ่งที่ดังขึ้นมาจากทางหลังของเอ็น ฟังดูยังไงก็รู้ว่าเป็นคำพูดจงใจตำหนิในเรื่องที่เอ็นเพิ่งทำมาเมื่อครู่แน่ๆ


          "...." เอ็นหยุดเดินแล้วหันหลังไปมองหน้าคนที่อยู่ๆก็(กล้า)มาพูดตำหนิตัวเองแบบนั้น ทั้งๆที่ผ่านมาไม่เคยมีใครเลยสักคนที่จะ(กล้า)เข้ามายุ่ง หรือมาหาเรื่องเขา(หมายถึงนักเรียนที่เรียนอยู่โรงเรียนเดียวกันน่ะนะ)


          "อา แบบนี้นี่เอง...แต่ว่านะ ถึงนายจะหน้าตาดี(สวย) แต่ว่านายก็ไม่ควรทำให้เธอร้องไห้เสียใจแบบนั้น"


          "นายเป็นใคร?"


          "ชั้นเป็นนักเรียนใหม่ชื่อ เลโอ" ร่างสูงตอบเสียงเรียบด้วยสีหน้าออกแววคล้ายว่าจะท้าทาย(อำนาจมืด)อยู่หน่อยๆด้วย


          "เป็นเด็กใหม่?" เอ็นหรี่ตามองพร้อมทวนถามเสียงเย็น


          "อืม" เลโอก็ยักคิ้วตอบอย่างชิคๆ (แต่มันดูกวน...มากเลยสำหรับเอ็น)


          "ไม่ได้รู้จักกันสักหน่อย ...นายมายุ่งอะไรกับชั้นไม่ทราบ?" เอ็นเป็นคนที่ไม่ชอบให้ใครเข้ามาจุ้นจานวุ่ยวายอะไรแบบนี้กับตัวเองเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว พอเจอแบบนี้เข้าเลยยิ่งเหมือนว่าเลโอไปจุดไฟให้เอ็นอารมณ์เดือดขึ้นมา


          "หา?" เลโอคิ้วกระตุกทันที ก็ท่าทางวางท่าใหญ่โตแบบนั้นของเอ็นมันทำให้เลโอรู้สึกหมั่นไส้ยังไงอยู่ไม่รู้


          "ถ้าสงสารนัก ทำไมนายไม่เข้าไปปลอบเธอซะล่ะ" ทั้งสีหน้า ทั้งน้ำเสียงที่เอ็นพูดออกมามันก็ค่อนข้างยั๊วะเลโออยู่ไม่น้อยเลย เอาสิ ถ้าอยากมีเรื่องผมก็จะจัดให้...ไม่ขัดหรอก


          "ตลกรึไง ชั้นไม่ใช่คนที่ทำเขาร้องไห้สักหน่อย ทำไมชั้นต้องไปทำอะไรอย่างนั้นด้วยไม่ทราบ" เลโอตอบกลับหน้านิ่ง แต่น้ำเสียงก็เริ่มจะเอาเรื่องแล้วเหมือนกัน ตัวแค่เนี่ย...มันจะชักเท่าไหร่กันนักเชี่ยว


          "ห๋าา~(ลากเสียงยาวพร้อมมองหน้าอย่างกวนๆ) ถ้างั้นก็อย่ามาทำตัวเป็นเจ้าชายแสนดีปกป้องสาวๆแบบนี้สิ ...น่ารำคาญเป็นบ้า" ประโยคสุดท้ายเอ็นนั้นหันหน้าบ่นไปทางอื่น แต่ท่าทางก็แสดงออกมาชัดเจนเลยว่า เขารำคาญเลโออย่างไม่ปิด


          "นายนี่มันเสียมารยาทเป็นบ้า" เลโอพูดออกมาอย่างเหลืออด


          "หึ แล้วไอ้คนที่มายุ่งเรื่องของคนอื่นเนี่ย มีมารยาทมากเลยนะ" เอ็นก็หันหน้ามาย้อนกลับใส่เลโออย่างไม่ยอมแพ้เช่นกัน


          เปรี๊ยะ! เปรี๊ยะ!


          กระแสไฟฟ้าที่ยิงออกมาใส่กันจากนัยน์ตาสองคู่ที่ต่างคนต่างก็จ้องมอง(สู้)กันอย่างไม่มีใครยอมใคร


          หนึ่งคนที่เป็นคนไม่ยอมใคร กับอีกหนึ่งที่ไม่ชอบให้ใครมาต่อต้าน อ่า.. ดูช่างเป็นคู่ต่อสู้ที่น่าสนใจจริงๆ


          "ไม่รู้ว่านายต้องการอะไรหรอกนะ แต่ขอเตือนว่าอย่ามายุ่งกับชั้นมากกว่านี้จะดีกว่า" เอ็นพูดเตือนเลโอเสียงเย็น


          "ทำตัววางท่าจังเลยนะ ชิส์" หมอนี่.... เลโอขบกรามแน่นอย่าข่มอารมณ์เดือดดาลข้างในเอาไว้ 


          "หมดธุระนายแล้วใช่มั้ย ...เสียเวลาจริงๆ" เอ็นเดินหนีออกไปหลังพูดจบ ด้วยท่าทางอารมณ์เสีย


          "...." เลโอยืนมองตามหลังเอ็นไปอยู่ตรงนั้นด้วยความรู้สึกมากมาย โดยที่เด่นชัดสุดเลยก็คงจะเป็นความรู้สึกโมโหอีกคนเนี่ยแหละ 

          เฮ้อ นอกจากเจ้าพี่บ้าทัตสึที่ชอบทำตัวน่ารำคาญแล้ว นี่ผมยังต้องมาเจอคนแบบหมอนี่ที่แม่-งแค่เจอกันแค่นี้ก็รู้แล้วว่า ยังไงซะ ผมก็เกลียดคนแบบหมอนี่ที่สุด!



          -ช่วงพักกลางวัน บนดาดฟ้าตึก 3-


          หลังจากหนีออกมาจากเรื่องวุ่นวายตรงนั้นแล้ว เอ็นก็ไม่ได้ไปที่ห้องเรียนของตัวเอง แต่เลือกหนีขึ้นมาหลบอยู่บนหลังแท่งน้ำบนดาดฟ้าที่ที่ประจำของเขาแทน

          ถ้าไม่ใช่วิชาบังคับหรือว่ามีสอบอะไรสำคัญ เอ็นก็มักจะไม่เคยโผล่หน้าไปที่ห้องเรียนของเขาเท่าไหร่นัก (นายมาโรงเรียนทำไมเหรอ?)

          


          หนังสือเล่มหนึ่งที่เอ็นใช้มันขึ้นมากางปิดหน้าเพื่อบังแสงแดดที่มันแยงตาเวลาหลับ ได้ถูกมือของใครบางคนถือวิสาสะดึงมันออกไปจากใบหน้าสวยของเอ็นโดยไม่มีคำเอ่ยขออะไรก่อนเลย


          พรืบ


          "โดดเรียนมานอนอยู่ตรงนี้อีกแล้วนะ" เสียงทุ่มต่ำที่เอ่ยพูดขึ้นเรียบๆของคนที่ดึงหนังสือเล่มนั้นไป 


          "อา ก็มันไม่มีวิชาเรียนที่น่าสนใจเลยนี่นา" เอ็นพูดเสียงเอื่อยๆขึ้นทั้งที่ยังคงนอนหลับตาอยู่ท่านั้นเหมือนเดิม


          "รู้ว่านายเรียนเก่ง แต่ถ้าโดดเรียนบ่อยๆแบบนี้เดี๋ยวก็ได้มีปัญหาเอาหรอก" ฮงบินนั่งลงข้างๆเอ็นแล้วก็พูดขึ้นมาพร้อมทั้งเกลี้ยปอยผมเส้นเล็กโดนลมพัดลงมาปิดหน้าปิดตาของเอ็นออกให้อย่างอ่อนโยน


          "อา เรื่องนั้นน่ะ ไม่ต้องห่วงหรอก แค่เข้าเรียนให้ครบชั่วโมงบังคับก็ไม่มีปัญหาแล้ว" เอ็นบอกไปอย่างสบายๆ


          "เฮ้อ คงบังคับนายเรื่องนี้ไม่ได้จริงๆ" ฮงบินถอนหายใจก่อนจะพูดเสียงขึ้นอย่างยอมแพ้ และจึงถามต่อว่า  "ว่าแต่ เมื่อวานหายไปไหนมา? ติดต่อไม่ได้เลย...เป็นห่วง"


          "อา มีเรื่องนิดหน่อยน่ะ ขอโทษนะ แต่ไม่ต้องเป็นห่วงหรอก ตอนนี้ไม่มีอะไรแล้ว" เอ็นลืมตาขึ้นมาพูดกับฮงบินด้วยน้ำเสียงสำนึกผิดก่อนจะยิ้มหวานให้ฮงบิน


          ฮงบินตั้งใจว่าจะโน้มหน้าลงไปจุ๊บที่หน้าผากมนของเอ็นอย่างเช่นทุกที แต่ก็ต้องหยุดชะงัก...เพราะว่า


          "หืม ที่ตรงนี้มันยังมีรอยช้ำจางๆอยู่ด้วยนี่..." ฮงบินใช้นิ้วโป้ลูบไปมาเบาๆที่ตรงมุมปากซ้ายของเอ็น  "มีเรื่องนอกสนามอีกแล้วสินะ" ฮงบินพูดเสียงเข้มพร้อมหรี่ตามองเอ็นด้วยสายตาดุ แต่ทว่าปลายนิ้วอุ่นที่สัมผัสอยู่บนใบหน้าเล็กของเอ็นนั้นมันช่างนุ่มนวลและอ่อนโยนมากเสียเหลือเกิน 

          ฮงบินเนี่ยถึงจะชอบบ่นชอบดุแต่ก็ยงคงอ่อนโยนกับผมที่สุด แบบนี้สินะ ผมถึงได้ชอบฮงบินที่สุด      


          "นี่ ฮงบินอา..นายรู้ใช่มั้ย ว่าไม่ใช่ชั้นแน่นอนที่เป็นคนเริ่มก่อนอ่ะ" เอ็นพูดเสียงออกแนวอ้อนๆอย่างต้องการให้ฮงบินเข้าใจ ว่าตัวเองน่ะ ไม่ได้อยากมีเรื่องกับใครเลยนะ แต่ที่เป็นอย่างนั้น มันก็เพราะว่าเขาโดนคนอื่นเขามาหาเรื่องก่อนต่างหาก


          "ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ" ฮงบินยังคงทำหน้าดุ "อย่างน้อยก็น่าจะโทรมาหาชั้นหน่อยสิ รู้มั้ยว่าชั้นเป็นห่วงนายแค่ไหน"


          เฮ้อ เหมือนว่าฮงบินจะยังไมรู้สินะ เรื่องที่เราย้ายเข้ามาอยู่ที่หอของโรงเรียน



          -ภาคบ่าย ชั่วโมงพละกับนัดแข่งที่สำคัญ-


          ที่โรงยิมตอนนี้กำลังมีเกมส์แข่งบาสกันของนักเรียน(ชาย)ปี 3 ห้อง A กับห้อง B ที่เล่นกันมาจนจะถึงครึ่งเกมส์แรกแล้ว และแน่นอนว่าห้องที่คะแนนนำก็คงยังเป็นของห้อง A ที่มีชู้ตติ้งการ์ดมือหนึ่งอย่าง คิมมินซอก อดีตกัปตันทีมบาสของโรงเรียนมาลงเล่นในเกมส์นี้ด้วย 

          ถึงแม้ว่าเกมส์นี้จะดูเหมือนเป็นแค่เกมส์แข่งกันธรรมดาๆระหว่างนักเรียนสองห้องก็เถอะ แต่ถ้าจะให้พูดกันจริงๆแล้วล่ะก็ เกมส์นี้น่ะ มันเป็นเกมส์แห่งศักดิ์ศรีของอดีตเซ็นเตอร์ทีมบาสของโรงเรียน คริส อู๋ กับอดีตกัปตันทีมบาสของโรงเรียน คิมมินซอก ที่ต่างก็เป็นอดีตผู้เล่นที่เก่งกาจจนยากจะมีใครมาสู้ด้วยได้ 

          เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อตอนที่ทั้งคู่ลาออกจากทีมบาสหลังจบการแข่งวินเตอร์คัพและทีมของพวกเขาก็ชนะได้เป็นที่หนึ่งของประเทศ โดยสาเหตุที่ทั้งสองคนลาออกจากทีมบาสก็เพราะว่าต้องเตรียมเข้ามหาวิทยาลัย(ก็เท่านั้นแหละ)

          คริส อู๋ กับ คิมมินซอก ทั้งสองคนได้ให้ข้อตกลงกันเอาไว้หลังจากที่พวกเขาลาออกจากทีมบาสว่า พวกเขาทั้งสองคนจะมาแข่งบาสกันทุกเดือนเพื่อวัดความแข็งแกร่ง และในภาคเรียนแรกของปี 3 พวกเขาก็พลัดกันแพ้-ชนะมาโดยตลอด เพราะงั้นจนกว่าจะรู้ผลว่าใครกันแน่ที่เหนือกว่า พวกเขาก็จะนัดกันมาแข่งบาสอย่างนี้ทุกเดือนต่อไป


          ปี๊ด


          "ชู้ตได้สวยมากมินซอก" เซฮุนผู้เล่นตำแหน่งเซ็นเตอร์ของห้อง A วิ่งเข้ามาแปะมือกับมินซอกที่ชู้ตลูกสามแต้มได้


          "ยังหรอกน่า เราต้องทำแต้มนำมากกว่านี้อีก ไม่งั้นพวกคริสไล่ตามมาทันแน่ๆ" มินซอกบอกกับทุกคนในทีมด้วยสีหน้าจริงจัง ถึงแม้จะเป็นเกมส์แข่งเล่นๆ แต่ถ้าเป็นเรื่องบาสมินซอกก็มักจะจริงจังเสมอ


          "ทุกคนได้ยินกัปตันคิมพูดแล้วนะ" แพคฮยอนแกล้งพูดล้อเลียนด้วยสีหน้าขึงขัง จึงโดนมินซอกตบหัวไปหนึ่งป้าบ


          จากนั้นเกมส์ในครึ่งหลังก็เริ่มดำเนินต่อ...



          สวบ 


          เอ็นเดินมือล้วงกระเป๋ากางเกงเข้ามาในโรงยิมเงียบๆ เพื่อมาดูการแข่งบาสของเจ้าเพื่อนบ้าพลังทั้งสองคน...เอาจริงๆ ถ้าเลือกได้เอ็นก็ไม่อยากมาหรอก แต่เผอิญว่าโดนมินซอกกับคริสบังคับ(ขู่)ว่าต้องมาดูพวกเขาแข่งให้ได้ทุกนัด ถ้านัดไหนพวกเขาไม่เห็นเอ็นโผล่หน้ามาดูพวกเขาแข่งละก็ นัดนั้นเอ็นจะต้องเป็นผู้รับผิดชอบเรื่องรางวัลของผู้ชนะ ซึ่งแน่นอนว่ารางวัลในแต่ละรอบในแต่ละนัดที่พวกเขาวางไว้นั้นมัน มีแต่อะไรที่...เหนือคำบรรยายกันทั้งนั้น เพราะงั้นแม้ว่าจะเป็นช่วงครึ่งหลังของเกมส์ เอ็นก็จะต้องโผล่หน้ามาให้พวกเขาเห็นให้ได้ยังไงล่ะ


          ฟิ้ว


          อยู่ๆลูกบาสก็ลอยฟิ้วหลุดออกมานอกสนาม(อย่างแรง)


          ตึง


          ฝากมือเรียวกางขึ้นมาตามสัญชาตญาณเพื่อหยุดลูกบาสที่ลอยพุ่งตรงเข้ามาหาตัวเองอย่างแรงนั้น ไว้ด้วยมือเปล่าเพียงแค่ข้างเดียว ความแรงของลูกบาสพุ่งเข้ามานั้นมันแรงมากจนดูอันตรายไม่น้อยเลยนะหากว่าหลบไม่ทัน แต่ว่าเอ็นก็ไม่ได้หลบและเขายังสามารถหยุดมันเอาไว้ด้วยมือเพียงข้างเดียวของเขาอย่างสบายๆเลย้วยซ้ำ  และนั่นจึงทำเอาทุกคนที่อยู่ในสนามต่างพากันมองมาอย่างอึ้งค้างกันไปเลย (กรี๊ดดดด ท่าหยุดลูกบาสของท่านเอ็นโคตรเทพ)


          "โอ้ โทษทีนะ พอดีว่าเผลอส่งลูกพลาดแรงไปหน่อยน่ะ" เลโอวิ่งออกมาตามลูกบาสที่ตัวเอง(จงใจ)ทำหลุดออกนอกสนาม ด้วยน้ำเสียงขอโทษแต่ว่าสีหน้าที่ยิ้มมุมปากแบบนั้นของเขามันกลับตรงกันข้ามอย่างสิ้นเชิง (กระตุกยิ้มร้าย)


          "นาย..." เอ็นเค้นเสียงต่ำพร้อมหรี่ตามองหน้าคนตรงหน้าด้วยสายตาดุดันน่ากลัว "จงใจสินะ"


          "เอ๋ พูดอะไรเหรอครับ? ก็บอกไปแล้วนี่ว่าส่งลูกพลาดน่ะ ...แต่ไม่คิดว่าจะหยุดลูกบาสแบบนี้ได้ด้วย หึ" ประโยคท้ายเลโอขยับเข้าไปพูดกระซิบใกล้หูเอ็นอย่างจงใจยั๊วะอารมณ์ของเอ็นเล่น และก็เหมือนว่ามันจะได้ผลดีซะด้วยสิ หึหึ


          "ท้าทายกันอยู่สินะ" เอ็นยังเค้นเสียงต่ำพร้อมหรี่ตามองเลโอด้วยหางตาอย่างชิงชังด้วย "นายคงจะเป็นพวกสมองปลาทองสิท่า ถึงได้ไม่จำคำเตือนของชั้นเมื่อเช้า"


          "หืมม คำเตือนเด็กๆแบบนั้น คิดว่าจะทำให้ชั้นกลัวนายได้รึยังไงกัน บากะ"


         ปึ้ด เส้นความอดทนของเอ็นขาดลงทันทีเมื่อได้ยินคำว่า บากะ หลุดออกมาจากปากเลโอ   


         ไอ้บ้าเนี่ย กล้าดียังไงมาด่าชั้นว่าโง่ (บากะ)


          "หึ บากะ....เห็นทีว่าคงจะถึงเวลาที่ชั้นจะต้องสั่งสอนนายให้รู้สึกตัวบ้างแล้วล่ะ "


          พรืบบบ


          ตึงงงง


          ในชั่วพริบตาที่ไม่มีใครได้ทันคาดคิด สิ่งที่น่าทึ่งก็ได้บังเกิดขึ้น


          ลูกบาสที่อยู่ในมือของเอ็นลูกนั้นก็ถูกเหวี่ยงขึ้นไปอย่างแรง และเพียงแค่อึดใจเดียวลูกบาสที่ถูกส่งออกไปด้วยความแรงสูงนั้นก็ไปตกลงห่วงที่อยู่อีกฝากหนึ่งของสนามได้อย่างแม้นยำ และก็นั้นแหละเพราะเหตุที่ทำให้ทุกคนที่ได้เห็นลูกชู้ตไกลของเอ็นจึงต่างพากันอึ้งกันทั้งสนาม (ไม่เว้นแม้แต่เหล่าผองเพื่อนของเอ็นเองก็ต่างพากันอ้างปากอึ้งค้างไปตามๆกันด้วย)


          "พร้อมจะยอมรับความพ่ายแพ้รึยังล่ะ นายเด็กใหม่ หึ " เอ็นยังคงใช้หางตามองเลโอและกดยิ้มร้ายขึ้นอย่างเอาจริง 


          "หืมมม ฟังดูน่าสนุกดีนี่^^" เลโอเองก็กดยิ้ม(ร้าย)ลึกอย่างรับคำท้าด้วยเช่นกัน ยังไงซะ ก็ไม่มีใครสามารถเอาชนะเจ้าชายที่สมบูรณ์แบบอย่างผมคนนี้ได้หรอกน่า


          "เฮ้ มินซอก" เอ็นร้องถามเพื่อนตัวเล็กที่ยืนอยู่ในสนามกับผู้เล่นคนอื่นๆ


          "โอ้ " มินซอกขานรับทันทีที่ได้ยินเอ็นเรียก


          "หมอนี่อยู่ทีมไหน?" เอ็นถามเสียงเรียบ


          "หา?  อ้าว นายยังไม่รู้...เลโออยู่ห้องเดียวทีมเดียวกับพวกเราน่ะ" มินซอกตอบซื่อๆ


          "!...งั้นเหรอ" แววตาของเอ็นวูบไวไปเล็กน้อยเมื่อได้ยินตอบจากมินซอก แต่ก็เพียงแค่วูบเดียวเท่านั้น แล้วเอ็นก็ประกาศขึ้นมาเสียงดังต่อหน้าทุกคนในสนามอย่างชัดเจนว่า "ฟังนะ ชั้นจะเล่นในทีมคริส (ห้อง B) ถ้าหากห้อง A แพ้...มันก็เป็นเพราะนายนะ เด็กใหม่"


          "เฮ้ ล้อเล่นเหรอ? นายอยู่ห้อง A นะเว้ยเอ็น อยู่ๆจะเล่นให้ห้อง B ...บ้าไปแล้วเหรอ?!"


          "หุปปากไปซะ คำพูดของชั้นถือเป็นที่สุด ...ลืมไปแล้วรึไงแพคฮยอน"


          "อึก..." แพคฮยอนเม้นปากเข้าหากันแน่นและไม่คิดจะโต้ตอบอะไรอีก เมื่อได้เห็นเอ็นร่างสอง(เอ็นโหมดเย็นชาไร้หัวใจกับออร่าสีดำทะมึนนั้นน่ากลัวเกินจะเข้าไปใกล้)


          "เดิมพันในครั้งนี้คือ คนแพ้จะต้องออกไปจากโทรัน" เอ็นประกาศขึ้นมาอย่างชัดเจน เดิมพันของเอ็นมันน่ากลัวจนทำเอาคนทั้งสนามเงียบกริบ


          "ว่าไงล่ะเด็กใหม่ นายกล้าพอจะลงเดิมพันนั้นกับชั้นมั้ย?" เอ็นหันมาจ้องมองเลโอตรงๆด้วยนัยน์ตาที่นิ่เย็นชา และไร้แววปราณี


          "ฮะ ต้องบอกก่อนเลยนะว่านายเป็นคนแรกที่กล้าท้าชั้นแบบนี้" เลโอกดเสียงต่ำพูดด้วยแววตานิ่งสงบไร้ความหวั่นกลัว เลโอจ้องลึกเข้าไปในนัยน์ตาที่เย็นชาคู่นั้นของเอ็นนิ่งอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะกดยิ้มลึกที่มุมปากและพูดขึ้นอย่างไม่ยอมแพ้ว่า "ชั้นเองก็เป็นลูกผู้ชาย เพราะงั้นถึงตายก็ไม่ยอมแพ้หรอก"


          "ดี งั้นก็จดจำคำพูดของตัวเองเอาไว้ด้วยล่ะ" พูดจบเอ็นก็เดินออกไปพร้อมทั้งถอดเสื้อนอกของตัวเองออกแล้วโยนไปพาดไว้ที่ม้านั่งข้างสนามที่มีผู้เล่นตัวสำรองนั่งกันอยู่ แล้วจากนั้นเอ็นก็เดินเข้าไปในสนามอย่างมาดมั่น



อนาคตเป็นสิ่งที่ไม่แน่นอนนะ 






To be continued


       




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

7 ความคิดเห็น