THE FREAK OUT ! [fic vixx leon]

ตอนที่ 21 : บทส่งท้าย [1.2]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 231
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 3 ครั้ง
    11 ธ.ค. 60

THE FREAK OUT!

회 21 ...?




          "...ไม่ได้เจอกันนานเลยนะคะ แทคอุน^^"

          "ครับ ...เซรา"  

               หญิงสาวที่รูปร่างหน้าตาสวยเพอร์เฟคจนสามารถดึงดูดสายตาของใครหลายๆคน  ให้หันมามองมาชื่นชมความสมบูรณ์แบบที่ธรรมชาติได้มอบให้เธอโดยไม่จำเป็นต้องพึ่งพาสิ่งที่มันจอมปลอบ...ใดๆ 


อิม เซรา เป็นคนรักเก่าของแทคอุน

เป็นผู้หญิงคนแรก...คนเดียวที่แทคอุนเคยวาดฝันอนาคตด้วย


               แทคอุนเคยรักและยอมมอบทุกอย่างของเค้าให้เธอคนได้อย่างไม่มีข้อแม้   เพราะแทคอุนรักเธอคนนี้[ในตอนนั้น]สุดหัวใจ

               แทคอุนกับเซรารู้จักกันตั้งแต่ตอนเรียนชั้นประถม...ก่อนที่แทคอุนจะใช้ความกล้าทั้งหมด...ขอเธอเป็นแฟน  ในตอนใกล้จบปีสุดท้ายของชั้นม.ต้น

               แทคอุนคบกับเซราเรื่อยมา...จนพวกเค้าทั้งสองคนเริ่มเข้าเรียนมหาลัยฯปี1

               เรื่องราวของพวกเค้าทั้งสองถึงได้จบลง...และเป็นแทคอุนเองที่ถูกเซราของเลิก...




'แทคอุน...ฉันรู้ว่ามันคงใจร้ายเกินไป
แต่ว่า...ฉันไม่สามารถรักษาสัญญาของเราได้อีกต่อไปแล้ว
เพราะฉันต้องการไปตามฝันขอฉัน..'

'ผมรอคุณได้นะ...เซรา'

'อย่าเลย...เพราะฉันเองก็ไม่รู้ว่าฉันจะกลับมา...อีกไหม'

'เซรา...'

'ฉันขอโทษนะคะ ..แทคอุน'


แล้วเธอก็หันหลังเดินจากผมไปโดยไม่หันกลับมามอง  
ผมที่ทรุดเข่าล้มลง
ที่พื้นหญ้าตรงข้างริมสระกว้างของสวนธารณะแห่งหนึ่ง...

และน้ำตาของลูกผู้ชายก็ค่อยๆไหลรินออกมาเงียบๆ
ไร้เสียงสั่นสะอื้น...แม้มันจะเจ็บปวดใจเจียนตาย
ที่เธอคนที่รักสุดหัวใจ...ทิ้งไปอย่างไม่ใยดี

ผมต้องจมกับความทุกข์เศร้าเสียใจแสนสาหัส
เพราะยังคงทำใจไม่ได้  ที่โดนทิ้งไปอย่างนั้น

ผมผิดอะไร?
เปล่าเลย...เธอบอกว่าผมไม่ได้ผิดอะไร?
เพียงแต่เธอต้องการอิสระ...เพื่อไปตามเส้นทางฝันของเธอ


มันช่างโหดร้ายและเจ็บปวด
เพราะผมเอาแต่วาดฝันอนาคตที่มีแต่ผมกับเธอ

แต่ทว่า...
เธอ...ไม่เคยวาดฝันอนาคตของเธอ...ว่าต้องมีผมอยู่ด้วยเลย
นี่คือ...สิ่งที่เจ็บปวดที่สุด






******






               "ตกใจเลยนะคะ  เซราไม่คิดว่าจะได้เจอแทคอุนที่นี่เลย"  เซรายังคงพูดคุยกับแทคอุนด้วยรอยยิ้มหวานที่แทคอุนไม่เคยลืม

               "ครับ ..ผมเองก็ไม่นึกว่าจะได้เจอคุณ...อีกแล้วเซรา" แทคอุนยิ้มตอบกลับเธอไปอย่างขมขื่น เพราะความรู้สึกเก่าๆที่เค้าคิดว่ามันได้จางหายไปแล้ว...กำลังตีย้อนกลับขึ้นมาอีกตั้งเมื่อต้องมาเจอเธอคนนี้...คนที่เค้า[เกือบ]ลืมไปแล้ว

               "แทคอุนดูเปลี่ยนไปเยอะเลยนะคะ ..จริงๆ  ตอนที่เซรารู้ข่าวว่าแทคอุนได้เป็นนักร้องฯ ก็ตกใจมากๆเลยเช่นกัน...ไม่คิดเลยว่าคนที่ชอบฟุตบอลมากๆอย่างแทคอุน  จะเปลี่ยนเส้นทางไปเป็นนักร้องฯ  เป็นไอดอลที่กำลังโด่งดังมากๆด้วยนี่! ใช่มั้ยคะ? แต่ว่า...เซราก็ยังคงรู้สึกยินดีกับแทคอุน...ยินดีด้วยนะคะ^^" เซรายังคงพูดเจื้อยแจ้วเสียงใสร่าเริงอย่างเช่นเคย...เหมือนตอนที่พวกเค้าทั้งสองคนยังคบกันอยู่

               "ขอบคุณครับ  เซราก็ยังสวย...น่ารักสดใสเหมือนเดิมนะครับ"  แทคอุนเอ่ยพูดออกไปตามจริงตามความคิดของเค้าอย่างไม่ทันได้นึกไตร่ตรองใดๆ 

               แต่ทว่า  คำพูดคำชมที่แทคอุนพูดออกมาตรงๆ มันก็ยังคงมีผล...เธอตรงหน้าก็เลยมีอาการยิ้มเขินและหน้าขึ้นสีน้อยๆพอทำให้คนที่มองอยู่...รู้ว่าเธอกำลังเขินอายจริงๆ


ไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานแค่ไหน
อิม เซรา ก็ยังรู้สึกคงเขินอายทุกครั้งที่แทคอุนเอ่ยชม...

ทำไม?

คุณยังมาทำให้ใจผมหวั่นไหว
เพราะอาการเขินอายที่แสนน่ามองเช่นนี้อยู่อีกละ?
...อิม เซรา








******












          ณ  ตรอกซอยแคบไร้คน...หลังตึกสูงสามชั้น  ที่ตั้งอยู้ในระยะห่างจากลาดจอดรถของร้านกาแฟอยู่เพียงแค่หนึ่งช่วงตึก

          "เป็นปาปารัซซี่...คงชอบความท้าทาย ชอบทำงานลับๆล่อๆ ...เพื่อมีจบจุดแบบนี้สินะ"

               น้ำเสียงทุ่มต่ำเย็นยะเยือกจนทำร่างหนาของปาปารัซซี่หนุ่มที่โดนจับกดหัวให้ก้มหน้าฟังคำพูดมีนัยแฝงนั้นยังต้องรู้สึกขนลุกสั่นกลัว    เมื่อเริ่มสัมผัสได้ถึงอำนาจมืด?จากเงาสูงทะมึนจากคนที่ใส่โค้ทยาวราคาแพงสีเนวี่บลูที่ยืนมือล่วงกระเป๋าโค้ทยาวอยู่ตรงริมใกล้ทางซ้ายข้างกำแพงสูง  และบุคคลผู้นั้นก็ยังคงแผ่ออร่ามืดดำออกมา กดข่มขวัญเหยื่อผู้โชคร้าย   ที่ดันเข้าแตะต้องอณาเขตที่แสนหวงแหนของเขาเข้าให้...เจ้าเหยื่อที่แสนโง่เขลารนหาที่...คนนี้!

               "พะ  พวกคุณเป็นใคร?! ปล่อยผมนะ!"  ปาปารัซซี่หนุ่มพยายามดิ้นรนให้ตัวเองหลุดรอดออกจากการจับกุม  และพยายามหันหน้าขึ้นไปมองดูอีกฝ่าย  เพื่อต้องการรู้ว่าใคร?ที่มาจับกุมเค้าตอนนี้  

               แม้ว่าคนที่จับกุมตัวปาปารัซซี่อยู่คนนี้  จะมีรูปร่างที่ค่อนข้างโปร่งบางกว่าร่างหนาของปาปารัซซี่คนนี้...อย่างโคตรต่างไซส์  

               แต่ทว่า... ปาปารัซซี่หนุ่มร่างหนาคนนั้นก็ยังคงไม่สามารถขัดขืนหรือต้านแรงที่มหาศาล?จากร่างโปร่งบุคคลผู้ที่เป็นมือจับกุมคนนี้ได้เลย...แม้เพียงสักนิด


               "ไม่ต้องพยายามดิ้นรนไปให้เหนื่อยเปล่า...ถ้าเราใจดี...นายก็จะรอดไปเอง"  เสียงทุ่มต่ำจากเจ้าของจอมพลังมือจับกุมปาปารัซซี่...  ได้เอ่ยพูดเรียบๆกับร่างเหยื่อที่จนตรอก 


               "ปกติเราไม่ใจดีมาเสียเวลาเจรจาอะไรแบบนี้หรอกนะ  ...คุณปาปารัซซี่"   เสียงทุ้มใสก้องกังวานแต่ยังคงฟังดูน่าขนลุกกลัวไม่ได้ต่างจากสองเสียงก่อนหน้านี้เลยสัยนิด ...สำหรับปาปารัซซี่หนุ่มเหยื่อผู้โชคร้าย


ตึก ตึก ..ตึก


               เสียงการย่างก้าวของฝีเท้า...   ที่กำลังเดินใกล้เข้ามาอย่างมั่งคงของอีกหนึ่งบุคคลผู้มาใหม่   ...ร่างสูงโปร่งที่ปาปารัซซี่เหยื่อผู้โชคร้ายสามารถมองเห็นได้เพียงแค่ chelsea boots saint laurent สีดำขัดมันและขากางเกงยีนส์สีซีดของบุคคลผู้มาใหม่เพียงเท่านั้น  ...แต่ทว่า  ยังมีหนึ่งสิ่งที่มันต่างออกไปจากทั้งสามคนนี้ได้อย่างชัดเจนคือ...



แรงกดดันและอำนาจมืดน่ากลัว
ที่แผ่กระจายออกมาตัวของบุคคลนี้...มันมีอนุภาพที่ร้ายแรงกว่าทุกคน



               "ทำไม?  รึว่า...การมีชีวิตอยู่เช่นนี้...มันยังไม่ท้าทายพอ?  เลยต้องวิ่งเข้ามาเป็นเหยื่อ...เหยื่อ! ที่ไม่มีทางรู้เลยว่า...อีกสัก!กี่วินาทีข้างหน้าจะยังมีลมหายใจอีกมั้ย?!"  เสียงนุ่มหวานของผู้มาใหม่เอ่ยพูดด้วยวาจานิ่งๆที่มันมีนัยชวนให้ขนหัวลุกและเสี่ยวส้นหลังวาบไปพร้อมๆ กันสำหรับเหยื่อผู้โชคร้าย...ที่ไม่มีสิทธิ์ใดๆเลย 

               แม้แต่สิทธิ์ในการได้เห็นหน้าของบุคคลปริศนาทั้งสี่  ที่จู่ๆก็โผล่เข้ามาจับกุม กดหัวให้เขาคุกเข่า หน้าแนบพื้น...โดยไม่มีแม้สักเสี้ยววินาทีให้ได้เตรียมตัว...หรือให้ทันได้เห็นหน้าเห็นตาของผู้บุกรุก?...ยังไม่ได้เลย


ปาปารัซซี่หนุ่มผู้ชะตา[กำลัง]ขาด?
โดยที่ไม่มีสิทธิ์ทราบเลยว่าเพชรฆาต...เป็นใคร?


               "ปล่อยผมนะ ..พวกคนไม่มีสิทธิ์มาจับกุมผมแบบนี้!!!"  แม้จะสั่นกลัวและหวั่นเกรงต่ออำนาจมืดตรงหน้านี้อยู่มากมายแค่ไหน   แต่เพราะศักดิ์ศรี...ปาปารัซซี่หนุ่มคนนี้ก็เลยยังไม่คิดจะยอมจำนนอะไรง่ายๆ


               " มุน ยองอี ...ปาปารัซซี่อายุงาน 9 ปี 6 เดือน 17 วัน... จาก Dispatch"


               "...!!!" คนพวกนี้รู้จักชื่อ-สกุลของเรา แล้วยังรู้เรื่องงานของเราด้วยอย่างนั้นหรือ?!  ปาปารัซซี่หนุ่มได้แต่คิดหวั่นวิตกอยู่ในใจ


               "รู้อะไรมั้ย? มุน ยองอี! ..ไม่ใช่ว่ามีแค่ที่เราพูดไปเพียงเท่านี้นะที่เรารู้?  แต่เป็นข้อมูลทุกอย่างที่เกี่ยวข้องกับ มุน ยองอี  ...เพราะฉะนั้นก็จงสำเนียจซะนะว่า!  คุณจะสามารถมีวินาทีต่อไปให้ได้หายใจอีกมั้ย? ..ในตอนนี้มันก็ขึ้นอยู่กับเราแล้ว มุน ยองอี!"  ผู้มาใหญ่ยังคงยืนกอดอกอย่างผู้กุมอำนาจอยู่ตรงหน้าเหยื่อ...เอ่ยพูดด้วยวาจาลึก..แฝงนัยน่ากลัวเช่นนี้ต่อไปนิ่งๆ


               "...."


               "ฟังนะ มุน ยองอี    ...ณ วันนี้..คุณยังคงมีโชคดี?  เพราะเราจะยอมปล่อยให้คุณมีลมหายใจต่อ..."


               "...."


               "แต่ก็อย่างที่บอกไปแล้วว่า...ข้อมูลทุกอย่างของ มุน ยองอี  ก็ยังคงอยู่ในกำมือของเรา ...เมื่อไหร่ก็ตาม มุน ยองอี!"


               "....!!!"


               "รับปากสิ!" [เสียงข่มเตือนจากร่างบางที่จับกุมตัวเขาอยู่]


               "คะ ...ครับ!" [เอ่ยรับคำอย่างหวาดกลัว]


               "หึ เราจะพูดมันเพียงแค่ครั้งเดียว  เพราะฉะนั้นจงจำใส่หัวไว้ให้ดีละ...คุณปาปารัซซี่ มุน ยองอี"


               "ครับ..."


               "เมื่อไหร่ก็ตามที่เราได้รู้ว่าคุณได้กระทำการล่ำเส้น...ไม่ว่าจะด้วยทางไหน!  เมื่อนั้น...จุดจบที่แท้จริงของคุณก็จะมาถึงทันที!"


               "..!!!" 

  
               "หึ   ถ้าโง่...อยากลองของ?  ก็จงอย่าลืมบอกว่าลาลมหายใจทุกอย่างของคุณก่อนด้วยละ มุน ยองอี  ...ปึก-ก!"  สิ้นเสียงสุดท้าย...สติของปาปารัซซี่หนุ่มก็ดับวูบไป  ด้วยแรงหนักๆจากสันมือเรียวเล็กของ knight ประจำตัวประมุข Zea'Die'to 


               "ว้าว!  ท่าสับมือสุดเท่จากคุณชายเล็ก อี ฮงบิน ก็ยังคงน่าภาคภูมิใจสำหรับพี่ชายอย่างฉันเสียจริง  แปะๆๆ"

               "หึ  คุณชายใหญ่ อี แจฮวาน ก็อยากลองสัมผัมแรงพลังสันมืดพิฆาตของผมดูบ้างสินะครับ"

               "อ้าว? ก็มาสิมา!  คิดว่าฉันจะไม่มีท่าไม้ตายสู้กับแกเหรอห๊ะ! ไอ้ถั่ว!"


               "เฮ้! พอๆ เลิกเล่นกันได้แล้วน่า แจฮวาน! ฮงบิน!"  และก่อนจะเกิดเหตุอันวุุ่นวายน่าปวดสมองไปมากกว่านี้

                 ชา ฮัคยอน  บุคคลผู้ที่กุมอำนาจสูงสุดในการจัดการ...จึงต้องเป็นคนหยุดความบ้าบอของสองพี่น้องตระกูลอีสุดป่วน?ให้มันได้ยุติลง  ...ในที่สุด


               "เราเสียเวลากับเรื่องไร้สาระ!  น่ารำคาญ!  กับเจ้า!...ปาปารัซซี่นั้นมากพอแล้ว  ...แทคอุนเองก็คงรอฉันนานแล้วเช่นกัน"  ฮัคยอนเอ่ยบ่นอย่างนึกหงุดหงิด  ที่วันดีๆแบบนี้...ต้องมีเรื่องบ้าๆอย่างนี้เกิดขึ้นมาเสียได้


               ฮึ่ยย  ก็เพราะแบบนี้ไง!

               เพราะกลัวว่ามันจะเกิดเรื่องแบบนี้ไง..เค้าถึงไม่อยากพาแทคอุนออกไปไหนด้วยกันข้างนอก  ตัวเค้านะมันไม่เป็นไรหรอก...แต่เค้าไม่อยากให้แทคอุนต้องเจอกับเรื่องพวกนี้...ให้ชีวิตของการไอดอลที่กำลังไปได้ดีของแทคอุนต้องมาวุ่นวายและเกิดปัญหาเพราะเรื่องพวกนี้มากว่า

               นี่ยังดีนะ  ที่พวกเด็กๆ? เออ...เหล่าน้องชายทั้งสี่คน?ของผม  ได้ขับรถตามผมมาด้วย  พวกน้องๆของเค้า ต่างก็เป็นพวกชอบช่างสังเกตกันเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว ดังนั้น น้องๆจึงทันสังเกตเห็นปาปารัซซี่ผู้โง่เขลา...ที่มันช่างกล้าดีมาจุ้นเรื่องของพวกเค้าเข้าพอดี



พวกเราจึงต้องทำการตักเตือนกันสักหน่อยเล็กๆน้อยๆ
เพื่อจะได้เข้าใจถึงอำนาจมืดที่แท้จริง



               "โอเคครับ  งั้นเอ็นฮยองก็กลับเข้าไปหาแทคอุนฮยองเถอะ  ...เดี๋ยวพวกผมจะขับรถล่วงหน้าไปรอฮยองสองคนกันที่บ้านพักของพวกเราเลยแล้วกันครับ"  เป็นซังฮยอกมักเน่น้อย?ที่น่ารักของเหล่าฮยองได้เป็นคนพูดสรุปเรื่องตรงนี้ออกไปกับทุกคน

               "โอเค เอาตามที่น้องฮยอกบอกไปเลยแล้วกัน   ..งั้นก็เจอกันที่บ้านพักนะทุกคน!" ฮัคยอนพูดจบก็โบกมือลาทุกคนไป   เพื่อกลับเข้าไปหา จอง แทคอุน คนรักที่เค้าปล่อยทิ้งให้เข้าไปรออยู่ในร้านกาแฟ...นานเกือบครึ่งชั่วโมงได้แล้ว


'ไม่รู้ว่าป่านนี้...คนรักของเค้าจะทำหน้างอแค่ไหน?
อ่า...ก็โดนปล่อยให้รออยู่คนเดียวเป็นเวลาขนาดนั้น'




*** 100% ***










RAVI  talk part. [cut]




"ทำไมทุกคนถึงได้ปล่อยทิ้งผมไว้ที่รถคนเดียวแบบนี้ล่ะ?"



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 3 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

63 ความคิดเห็น

  1. #40 เด็กน้อยแสงดาว (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 24 กรกฎาคม 2560 / 20:42
    ยาห์!!!!!จองแทคอุนหวั่นไหวงั้นหรอเดี๋ยวแม่ตบหน้าแหกเลยนิ
    #40
    0