นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

KAMISAMA [undo me]

โดย jielne

“แตะต้องได้…ร่างกายก็อุ่น…หัวใจก็เต้น” เอ็นเงยขึ้นมองร่างสูงของชายหนุ่มรูปงามผมยาวด้วยรอยยิ้มที่เผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัว และถามคนที่ตัวเองสัมผัสอยู่อีกครั้งว่า “งั้นคุณก็เป็นมนุษย์เหมือนกันสินะ?”

ยอดวิวรวม

53

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


53

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


3
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 มิ.ย. 62 / 12:05 น.
นิยาย KAMISAMA [undo me]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



เนื้อเรื่อง อัปเดต 16 มิ.ย. 62 / 12:05



Undo me



เรื่องราวบทหนึ่งได้เริ่มต้นขึ้น....ในวันที่ท้องฟ้าแจ่มใส



ศาลเจ้าคือสถานที่อันศักดิ์สิทธิ์และแสนเงียบสงบเป็นที่ที่ซึ่งคงไว้สำหรับการไหว้สักการะขอพรของเหล่าผู้คนที่มีศรัทธา




บึบ!




เสียงทสึรุเนะดังแหวกอากาศในความเงียบจากบุรุษหนุ่มที่งดงามราวภาพวาดในวรรณกรรมของเหล่าทวยเทพ  ไหนจะชุดกิโมโนสีดำ(ชุดสำหรับพิธีโอกาซาวาระของคิวโดที่แสดงถึงภาพลักษณ์อันสง่างามและแข็งแกร่งของขุนนางขั้นสูงนั่นยิ่งทำให้ไม่อาจละสายตาได้เลย


ลำแขนเรียวข้างซ้ายที่ดูแข็งแกร่งทรงพลังค่อยๆดันคันธนูออกไปข้างหน้าอย่างมั่นคงมือขวาที่จับปลายลูกดอกตึงสายธนูไว้อยู่ในตำแหน่งที่พร้อมยิงและในเสี้ยวสินาทีต่อมาลูกดอกนั้นก็ได้ถูกปล่อยออกไปเสียงดัง




บึบ!




แล้วเสียงทสึรุเนะจากคันธนูสวยของชายหนุ่มก็คงดังขึ้นอยู่อย่างเนื่องพร้อมกับลูกดอกที่ถูกยิงออกไปอย่างแม่นย้ำที่ตรงกลางเป้าทุกดอกเช่นนั้นอยู่ซ้ำแล้วซ้ำเล่า




.




.




.





สถานีชินจูกุ


ไม่ว่าจะช่วงเวลาไหนๆสถานีแห่งนี้ก็คงพรุ่นพรานเต็มแน่นไปด้วยผู้คนมากมายที่ต่างเข้ามาใช้บริการในสถานีรถไฟแห่งนี้แต่นั่นคงเป็นเพราะว่าที่นี่คือจุดศูนย์ร่วมของสายรถไฟทั้งหมดในโตเกียวด้วยละมั้ง


หนุ่มแว่นหุ่นบางร่างสูงที่ดูท่าทางเงอะงะกับการหาทางออกไปจากสถานีแห่งนี้ไม่เจอเพราะพึ่งเคยเข้ามาที่นี่เป็นครั้งแรก


อีกทั้งยังโผล่มาคนเดียวด้วยนี่สิเฮ้อไหนจะเรื่องภาษาที่ไม่คุ้น(อ่านแทบไม่ออกสักตัวเลยก็ว่าได้มั้งแต่ด้วยความปรารถนาอันแรงกล้าจึงทำให้เขามาที่นี่ด้วยมุ่งมั่นทั้งๆที่ไม่รู้อะไรเกี่ยวกับที่นี่เลยสักนิดแต่ด้วยเหตุเดียวคือ 


ต้องไปที่แห่งนั้นให้ได้” มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้เขาคนนี้มีความกล้าและพร้อมเผชิญหน้ากับอุปสรรคทุกอย่างที่ขว้างหน้า



แม้ว่าจะต้องใช้เวลามากมายกับการเดินหลงวนไปมาเพื่อหาทางออกไปจากตรงจุดนั้นก็ตามถึงมันจะเหนื่อยแต่มันก็สนุกดีนะสีสันชีวิตในอีกแบบไงหล่ะน้า~ตื่นเต้นดีออก





เหรอ?






เฮ้อ...” แบบนี้คงไม่ไหวหรอกมั้งนี่เกือบสองชั่วโมงแล้วนะที่เดินวนหลงอยู่ในสถานีนี้เนี่ยอะพอเถอะเลิกพยายามด้วยตัวเองคนเดียวและควรหันไปพึ่งคนอื่นได้แล้ว




ทิ้งฐิถิงี่เง่านั่นไปซะ!





แท็กซี่!” ใช่แล้วคุณแท็กซี่นี่แหละคือคำตอบที่ดีที่สุดในเวลาที่แสนยากลำบากและอ่อนแรงเหนื่อยล้าอย่างตอนนี้ 


ยอมแพ้กับความดื้อรนความมั่นใจมากเกินไปของตัวเองได้แล้วไม่อย่างนั้นวันนี้คงไปไม่ถึงโรงแรมแน่ๆ




.




.




.





เวลาต่อมาที่ห้องพักในโรงแรมยอดนิยมแห่งหนึ่งที่ตั้งอยู่ในใจกลางย่านดังชินจูกุ



อ่า~~” ได้นอนแช่น้ำแบบนี้แล้วรู้สึกดีเป็นบ้าเลยคิดถูกจริงๆที่ตัดสินใจนั่งแท็กซี่มาที่นี่หลังจากนี้...ไปที่นั่นเลยดีมั้ยนะ?”




ชายหนุ่มทำหน้าครุ่นคิดเขากำลังนึกถึงเรื่องที่จะต้องไปทำหลังจากที่ได้พักผ่อนจนร่างกายหายเหนื่อยล้าจากการเดินทางมานานหลายชั่วโมงแล้ว


ผจญภัยเหรออ่า...แค่คิดก็รู้สึกสนุกแล้ว

 







เวลาเดียวกันที่ศาลเจ้า



ท่านยูกิฝีมือยิงธนูของท่านวันนี้ก็ยังคงงดงามเหมือนเช่นเคยเลยนะครับ” ชายหนุ่มร่างสูงในชุดสูทสีเข้มดูเป็นภาพลักษณ์ของคนเจ้าระเบียบและเคร่งครัดเขาได้เอ่ยทักทายด้วยวาจาสุภาพอ่อนน้อมกับชายหนุ่มรูปงามผู้มีศักดิ์เป็นเจ้านายที่พึ่งเดินออกมาจากโดโจคิวโดด้วยท่าทางที่สุขุมดูสงบและใจเย็น




อาถึงจะพูดชมกันยังไงผมก็คงไม่มีอะไรจะให้หรอกนะครับนอกจากคำว่าขอบคุณครับ” น้ำเสียงนุ่มอย่างคนที่สุขุมใจเย็นเอ่ยตอบชายหนุ่มที่มีอายุมากกว่าอย่างสุภาพเช่นเดียวกันยังไงผมก็ขอตัวไปอาบน้ำเปลี่ยนชุดก่อนนะครับริโอะซัง



งั้นผมเองก็จะไปรอท่านยูกิที่รถเลยแล้วกันครับ” ริโอะโค้งให้ชายหนุ่นผู้เป็นเจ้านายด้วยความเคารพก่อนที่ทั้งสองคนจะเดินแยกกันออกไปคนละทาง







เวลาต่อมา






กำหนดการของวันนี้เป็นเพียงการเข้าร่วมประชุมของคณะผู้บริหารที่หอกลางชินจูกุในช่วงบ่ายสองครึ่งครับอืมตอนนี้ยังมีเวลาอยู่...ท่านยูกิอยากจะแวะที่ร้านกาแฟก่อนไปรึเปล่าครับ?”



ก็ดีครับได้ดื่มกาแฟซักแก้วก่อนเข้างานก็เป็นความคิดที่ไม่เลวครับ



รับทราบครับ








เวลาเดียวกันที่โรงแรมฯ




หนุ่มแว่นที่ชาร์จแบตให้ตัวเองอย่างเต็มที่แล้วก็ได้ถึงเวลาที่เขาพร้อมออกไปเปิดโลกกว้างในย่านดังชินจูกุแล้ว



อาอากาศยามบ่ายที่มีแสงอาทิตย์สาดส่องแบบนี้...ก็ใช่ว่าจะไม่หนาวสินะ” เขาบ่นขึ้นพร้อมกระชับเสื้อโค้ตตัวยาวที่ใส่อยู่ให้แน่นขึ้นเมื่อเดินออกมาอยู่ที่หน้าถนนตรงทางข้ามม้าลายสี่แยกใหญ่ใกล้สถานีชินจูกุแล้วเจอลมหนาวพัดกระโชกแรงมาเป็นละลอกช่วงบ่ายวันนี้อากาศเย็นและมีลมแรงด้วย



อาหนาวจังรู้อย่างนี้น่าจะหยิบผ้าพันคอออกมาด้วยก็คงดีเฮ้อ” ได้แต่บ่นให้กับความไม่รอบคอบของตัวเองก่อนจะยิ้มขำออกมาเมื่อนึกตลกตัวเองที่ทำตัวบ้าๆ



ไม่เป็นไรไม่เป็นไรยังไงก็ออกมาตั้งไกลแล้วจะเดินกลับไปที่โรมแรงเพื่อเอาพันคอผืนเดียวนั่นมันคงไม่เข้าท่าหรอกน่า  ลูกผู้ชายน่ะความหนาวแค่นี้มันฆ่าเราไม่ได้หรอกจงเดินต่อไปข้างหน้าเถอะอย่าไปกังวลกับเรื่องเล็กน้อยแค่นั้นเลยน่าเรามีเป้าหมายใหญ่ที่จะต้องไปพิชิตมันอยู่นะจะหันหลังกลับตอนนี้ไม่ได้แล้ว







อีกครั้งที่สถานีชินจูกุ....



อาเผลอชะลาใจจนพลาดไปสินะเฮ้อ” เสียงถอนหายใจยาวอย่างคนที่นึกเสียดายกับความผิดพลาดของตัวเองที่มัวแต่ทำตัวชิลเกินไปจนไม่ทันคาดถึงความน่าจะเป็นที่อาจจะเกิดได้ในเวลานั้นมันคือความผิดพลาดที่เกิดขึ้นอีกครั้ง



ก็นะ  ถึงจะพลาดจากจุดที่ตั้งเป้าเอาไว้อันดับแรกไปแล้วก็จริงแต่มันก็ใช่ว่าสิ่งที่เขาต้องการพิชิตจะมีอยู่เพียงแค่ที่นั่นที่เดียวเสียที่ไหน 



พลาดที่ตรงนั้นไปก็ไม่เป็นไรยังไงที่เขตมินาโตะก็ยังมีอยู่...อื้อยังไม่ยอมแพ้หรอกนะ” พูดให้กำลังใจตัวเองแล้วก็หยิบเอาตั๋วรถไฟขึ้นมาดูและยิ้มออกมาด้วยความมุ่งมั่นอย่างไม่ย้อท้อ 



อื้มเพราะงั้นต้องรีบไปถึงที่นั่นก่อนหกโมงเย็นให้ได้!”





อ่าตอนนี้ก็บ่ายสามโมงหน่อยๆแล้วด้วยสิอืมจากชินจูกุไปที่นั่นโดยรถไฟก็ใช่เวลาเพียงแต่ไม่นานด้วยเพราะงั้นยังไงก็ต้องไปทันได้แน่ๆ 








อีกด้านที่ห้องจัดประชุมในหอกลางชินจูกุ



การประชุมในครั้งนี้ถือว่าเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ท่านยูกิได้มาเข้าร่วมการประชุมกับเราด้วยตัวเองผมในฐานะประธานจัดการประชุมในครั้งนี้รู้สึกเป็นเกียรติอย่างมากจริงๆครับ


ท่านประธานฟุจิวาระผมเองก็ต้องขอบคุณจากใจที่คุณให้ความสำคัญกับผมเช่นกันครับ” ยูกิลุกขึ้นและโค้งให้ประธานฟุจิวาระด้วยเช่นกัน


อาท่านยูกิช่างสุภาพอ่อนน้อมอยู่เสมอเลยนะครับท่านช่างบุรุษที่น่ายกย่องเหลือเกิน” สมาชิกผู้บริหารระดับสูงต่างพากันเอ่ยปากพูดชมถึงความสุภาพอ่อนน้อมของชายหนุ่ม 


แม้ยูกิจะมีฐานะสูงศักดิ์เหนือกว่าใครๆในที่แห่งนี้แต่ทว่าเขาก็ไม่เคยแสดงกิริยาท่าทางอันไม่เหมาะออกมาเลยซักนิด 


มีเพียงความสุขุมสงบเยือกเย็นในแบบอย่างของขุนนางชั้นสูงที่ฝึกตนมาอย่างดีเท่านั้นที่ทุกคนได้เห็นได้สัมผัสจากเขาคนนี้


และนี่ก็เป็นภาพลักษณ์ที่ทุกคนต่างในเกียรติเคารพยกย่องเขาในฐานะของมนุษย์ผู้ที่มีพลังของเทพอารักษ์






เวลาได้ผ่านล่วงเลยมาจนถึงช่วงค่ำของวัน



อาได้กินของอร่อยๆแบบนี้หลังจากที่วิ่งตามหาเป้าหมายมาทั้งวันมันก็ทำให้หายเหนื่อยได้เหมือนกัน~” หนุ่มแว่นพูดขึ้นกับตัวเองเบาๆด้วยใบหน้าที่ดูมีความสุขที่สุดในวันนี้



มาคิดๆดูแล้ววันนี้เขาเดินหลงทางไปกี่รอบกันนะ



อามันช่างเป็นความรู้สึกที่แปลกใหม่จนอธิบายไม่ถูกเลยจริงๆที่ต้องเผชิญกับความท้าทายที่ต้องก้าวข้ามไปให้ได้ในวันนี้


ช่างเป็นประสบการณ์ที่น่าจดจำแม้ว่ามันจะแลกมาด้วยความเหนื่อยล้าทางร่างกายอย่างหนักก็เถอะแต่มันก็คุ้มเพราะเขาได้ไปพิชิตเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้ได้สำเร็จแล้วไงล่ะ(ยิ้มออกมาอย่างภาคภูมิใจ)




หน้าเคาน์เตอร์แคทเชียร์...ปัญหาใหญ่ได้เกิดขึ้น!?




เห———-?!!!” ไม่จริงน่าเรื่องแบบนี้น่ะจะมาเกิดขึ้นในตอนนี้เนี่ยนะ



ยอดชำละทั้งหมด3400 เยนค่ะ” พนักงานแคทเชียร์แจ้งยอดราคาค่าอาหารให้ลูกค้าหนุ่มแว่น(นักผจญภัยมือสมักเล่นด้วยรอยยิ้มของพนักงานที่ดี



เออ....” หนุ่มแว่นเหงื่อตกและมีสีหน้าที่ดูไม่สู้ดีออกมาอย่างชัดเจนเมื่อเขาได้รับรู้ถึงความจริงอันแสนโหดร้ายอีกอย่างของเขาในวันนี้ว่าทำกระเป๋าเงินหาย!



เออคุณลูกค้าคะ...” พนักงานเห็นสีหน้าและท่าทางที่ดูเหมือนคนเจอปัญหาใหญ่ของลูกค้าหนุ่มตรงหน้าแล้วก็พอจะเดาได้ว่าเกิดอะไรกับเขาแน่ๆ



เออ...คือเออ...ผม...” หนุ่นแว่นเริ่มลนลานเลิกลั่กไปมาอย่างคนที่แก้ปัญหาหาทางออกไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้นอีกทั้งแรงกดดันจากลูกค้าคนอื่นๆที่ยืนต่อแถวรอจ่ายตังอยู่ด้านหลังของเขาก็ยิ่งทำให้เขายิ่งอยากจะร้องไห้และตระโกนเสียงร้องออกมาดังๆว่า  ช่วยผมด้วยครับ!!!!



ขอโทษนะครับช่วยคิดเงินผมร่วมกับของเขาด้วยครับ” อยู่ๆเสียงทุ่มนุ่มจากลูกค้าคนแรกที่ยืนต่อแถวอยู่ด้านหลังของเขาก็ดังขึ้นมาราวกับเสียงระฆังช่วยชีวิต




ควับ





หนุ่มแว่นรีบหันไปหาต้นเสียงนั้นทันทีอย่างนึกประหลาดใจในความคาดไม่ถึงที่อยู่ๆก็มีคนใจดีเข้ามาช่วยเขาในยามคับขันเช่นนี้




นี่ผมยังมีชีวิตต่อไปอยู่สินะรู้สึกขอบพระคุณเหลือเกิน




เออคือว่า...อึก!” โหโคตรดูดีจนตกตะลึงไปเลยอะเหมือนเขาไม่ใช่มนุษย์ที่อยู่บนโลกใบนี้เลยอะครับคนบ้าอะไรออร่าที่เปล่งประกายออกมารอบๆตัวเขานั่นมันอะไรกันคล้ายๆว่าเมื่อตะกี้เราจะเห็นปีกสีขาวที่โผล่งอกออกมาจากหลังของเขาด้วยนะ 




“.....” ชายหนุ่มผู้ใจดีไม่ได้หันมาสนใจอะไรกับหนุ่มแว่นที่ยืนอึ้งกับรูปลักษณ์ของตัวเองเลยสักนิดเขาทำเพียงแค่ควักเอาธนาบัตรเงินสดออกมาจ่ายอย่างเงียบๆพอเสร็จเรียบร้อยเขาก็เดินหนีออกไปเลย



เอ๊ะเดี๋ยวก่อนครับ!” หนุ่มแว่นรีบเรียกอีกคนเอาไว้ก่อนที่เขาจะผลักปะตูออกไปจากร้าน



ครับ?” เขาหยุดแล้วหันกลับเข้ามาตามเสียงเรียกด้วยใบหน้าที่เรียบนิ่งไม่ได้แสดงออกถึงอารมณ์ใดๆ



ขอบคุณครับผม...ผมจะรีบคืนเงินให้คุณ—-“



ไม่ต้องหรอกครับ” เขาปฏิเสธในทันที



ไม่ได้ครับผมต้องจ่ายคืนให้คุณ” หนุ่มแว่นเองก็ไม่ยอม



ไม่จำเป็นหรอกครับ” เขายังคงปฏิเสธ



ไม่ได้นะครับยังไงผมก็ไม่—“



หันไปมองข้างหลังดูซักหน่อย...แถวมันยาวนะครับและคุณกำลังทำให้คนอื่นเขาเสียเวลาอยู่ครับ” เขาพูดน้ำเสียงนิ่งดูจริงจังขึ้น



เอ๊ะ?”  หนุ่มแว่นรีบหันกลับไปมองข้างหลังก็เห็นสีหน้ากดดันอย่างแรงกล้าจากทุกคนที่ยือรอในแถวก็เลยเผลอสะดุ้งเฮือกก่อนจะรีบตั้งสติและรีบโค้งขอโทษทุกคนตรงนั้นทันทีว่าขอโทษครับขอโทษด้วยครับๆ” แล้วจึงรีบวิ่งตามชายหนุ่มรูปงามคนนั้นออกไปนอกร้าน




นี่คุณครับ” หนุ่มแว่นวิ่งตามออกมาหยุดตรงหน้าเขาคนนั้นอย่างมุ่งมั่น



“.....” เขาหยุดมองหน้าคนที่วิ่งเข้ามาขว้างทางนิ่งๆ



ผมน่ะทำกระเป๋าตังหาย



ก็พอเดาได้ครับ



แต่ถึงอย่างนั้นผมก็อยากยืนยันกับคุณว่าผมจะคืนเงินที่คุณจ่ายให้ผมแน่นอนครับ



ไม่จำเป็นหรอกครับเงินแค่นั้นไม่ได้ทำให้ผมเดือดร้อนอะไร



ไม่ได้ครับยังไงผมก็จะคืนเงินให้คุณครับ



ดูจากภาษาก็รู้ว่าคุณไม่ใช่คนที่นี่คงเป็นนักท่องเที่ยวใช่มั้ยครับ?”



เอ๊ะอาเออก็....ใช่ครับ?”



คงลำบากนะครับที่กระเป๋าตังหายไปแบบนั้น



เออ....” ก็แหงสิลำบากสุดๆเลยล่ะครับ



เพราะงั้นก็ไม่จำเป็นหรอกครับถือว่าเป็นผมเลี้ยงคุณก็ได้ครับ



หา?”



ถ้าไม่มีอะไรแล้วผมขอตัวนะครับหวังว่าคุณจะพบกระเป๋าตังของคุณได้เร็วๆนะครับโชคดีและลาก่อนครับ” พูดจบเขาก็รีบเดินจากไปทันที



“.....” หนุ่มแว่นได้แต่ยืนค้างไปต่อไม่ได้อยู่ตรงนั้นทามกลางสายลมหนาวของค่ำคืน




นี่มันเรื่องบ้าอะไรกันเหรอเรื่องแบบนี้น่ะ...มันไม่สนุกเลยนะ!!!!







หนุ่มแว่นเดินกลับมาที่โรมแรมเหม่อลอยอย่างกับร่างไร้วิญญาณ


อาจจะบอกว่าในความโชคร้ายนั้นมันก็ยังเหลือเรื่องดีอยู่ข้อหนึ่งตรงที่ว่าร้านอาหารที่เขาไปทานเมื่อก่อนหน้านั้นมันอยู่ห่างจากโรมแรมที่เขาพักเพียงแค่ใช้เวลาเดินยี่สิบนาทีก็ถึง(แต่ถึงความเป็นจริงแล้วเขาจะใช้เวลาเดินมานานกว่านั้นอยู่นิดหน่อยก็เถอะเฮ้อ—-ก็มันช่วยไม่ได้นี่นาก็เขาไม่ใช่คนแถวนี้สักหน่อยอะจะหลงทางไปบ้างก็คงไม่แปลกอะไรหรอกเฮ้อ)



อา—-ถึงแล้วโรงแรมที่พึ่งสุดท้ายของเขาในวันนี้แล้ว~~



ดีนะที่เขาแยกคีย์การ์ดห้องพักไว้ในกระเป๋าเสื้อไม่ได้เอาเก็บในกระเป๋าตังไม่งั้นมันคงได้หายไปพร้อมกันทั้งกระเป๋าตังทั้งคีย์การ์ดแล้วแน่ๆ



เฮ้อ.....ชีวิตวันแรกกับที่นี่มันช่างเต็มไปด้วยเรื่องที่คาดเดาอะไรไม่ได้เลยเสียจริงๆ 




หนุ่มแว่นผู้ดวงซวยซ้ำซ้อนยังคงนั่งเหม่อลอยอยู่ในอ่างน้ำมานานเกินครึ่งชั่วโมงแล้วตั้งแต่กลับมา


พรืดจ๋อม——เขาไถลตัวนอนจมลงในน้ำอย่างคนหมดเรี่ยวแรงเพราะเรื่องราวมากมายที่เกิดขึ้นกับเขาในวันนี้ 




พรวด



หนุ่มหน้าสวยผู้ดวงซวยลุกโผล่ขึ้นมานอนแนบซบที่ขอบอ่างจากุชชี่ด้วยแววตาเลื่อนลอย



แค่วันแรกก็โดนซะหมดสภาพเลยสินะ” เขาพูดขึ้นมาอย่างนึกสมเพชตัวเองทิ้งทุกอย่างแล้วหนีมาที่นี่คนเดียว...นี่คงเป็นบทลงโทษของคนเห็นแก่ตัวอย่างเรางั้นสินะ



ใช่แล้วเหตุผลจริงๆของการมาที่นี่น่ะมันก็แค่เป็นการหนีปัญหา...ความอึดอัดกดดันที่เขาสะสมมันมานานเป็นปีสุดท้ายเขาก็เลือกที่จะวิ่งหนีมาที่นี่


ทิ้งทุกอย่างไว้ข้างหลังโดยที่รู้ว่านั่นคือความเห็นแก่ตัว


ทิ้งงานทิ้งหน้าที่...ทิ้งทุกอย่าง


หนีจากความจริงมาอยู่ในความฝันที่ก็รู้ดีว่ามันเป็นความฝันแค่ชั่วคราวและเมื่อเวลาสองสัปดาห์หมดลง...ความจริงก็ยังคงเฝ้ารอเขากลับไปเผชิญกับมันอีกครั้ง




เพราะเอาแต่เก็บเงียบอยู่คนเดียวมาตลอดจึงต้องชดใช้ทุกอย่างเองคนเดียวแบบนี้





ก็หวังที่อยากจะสร้างความทรงจำดีๆกับที่แห่งความฝันนี้บ้างแต่ว่า...เฮ้อ





ไม่จำเป็นหรอกครับเงินแค่นั้นไม่ได้ทำให้ผมเดือดร้อนอะไร





เขา...อึก” ไม่สามารถสลัดภาพของผู้ชายคนนั้นออกไปได้เลย



น้ำเสียงทุ่มนุ่มใบหน้านิ่งเฉยนัยน์ตาสีนิลคู่นั้นที่ยามเผลอไปมองสบตาก็จะเกิดความรู้สึกสั่นไหวจนต้องรีบหลบหันไปมองที่อื่น


ริมฝีปากเล็กๆสีสดที่มักจะพูดถ้อยคำสุภาพแต่พอได้ฟังมันกับรู้สึกตะหงิดๆในใจแปลกๆก็กลายเป็นที่พักสายตาของเราอย่างห้ามตัวเองไม่ให้มองไม่ได้เลยแม้นั่นจะเป็นเพียงแค่ชั่วเวลาสั้นๆที่ได้พบกับผู้ชายคนนั้นก็ตาม



หนีบุญคุณกับชายหนุ่มรูปงามงั้นเหรอ?







เขาดูดีจนเราเกิดความรู้สึก...”



อา——ทำไมอยู่ๆก็รู้สึกอายจนหน้าร้อนแบบนี้หล่ะแถมข้างในตัวเรามันก็รู้สึกปั่นป่วนวูบวาบคล้ายว่าจะเป็นไข้เอ๊ะ...หรือว่าเราจะเป็นไข้จริงๆ




โอ๊ะแย่จริงดันลืมถามชื่อเขา...อาแล้วแบบนี้จะเอาเงินไปคืนให้เขาได้ยังไงล่ะโธ่!”







หลายวันต่อมา


ที่ศาลเจ้าบนเขาเขตชานเมืองบรรยากาศที่คงเงียบสงบของโดโจคิวโดในช่วงยามเย็นที่พระอาทิตย์ใกล้จะตกกับชายหนุ่มร่างสูงรูปงามคนเดิมที่วันนี้เขาก็ยังเป็นเพียงคนเดียวที่ยืนสง่างามอยู่กลางโดโจแห่งนี้หลังจากหมดช่วงฝึกซ้อมของนักยิงธนูที่เป็นสมาชิกและลูกศิษย์ของที่นี่ไปแล้วในช่วงกลางวัน



บึบ



วันนี้บรรรยากาศก็เงียบสงบทำให้มีสมาธิกับการฝึก...” เขาพูดขึ้นมาเบาๆกับตัวเองหลังจากที่ยิงลูกดอกลูกที่20 ออกไปโดนกลางเป้าอย่างสวยงามแล้ว 




ทุกท่วงท่าในทุกจังหวะของเขาดูงดงามอย่างเป็นธรรมชาติไร้ที่ติซะจนหากใครได้มาเห็นก็คงยากที่จะละสายตาไปจากเขาคนนี้ได้





ซ่าซ่า




ห่างจากโดโจคิวโดลึกเข้าไปหน่อยทางด้านหลังของศาลเจ้าแห่งนี้ตรงนั้นมีธารน้ำตกเล็กๆอยู่แต่ทว่ามีน้อยคนนักที่จะได้เข้ามาชมความสวยงามของธารน้ำตกแห่งนี้


นั่นเพราะว่าเป็นธารน้ำตกศักดิ์สิทธิ์ของศาลเจ้าที่มีตำนานเล่าต่อกันมาว่าหากไม่ได้รับอนุญาตหรือว่าถูกเชิญจากเจ้าของ(เทพอารักษ์ก็ไม่สามารถเข้าไปถึงธารน้ำตกได้ 


อาจจะมีบ้างในบางครั้งที่เสียงของกระแสน้ำตกดังแววผ่านมาตามสายลมพัดให้กับผู้คนที่เข้ามาสักการะขอพรที่ศาลเจ้าได้ยินเป็นบางครั้ง




ดังนั้นด้านหลังของศาลเจ้าแห่งนี้จึงมีบรรยากาศที่ค่อนข้างพิศวงกว่าบริเวณในศาลเจ้าแม้แต่ในยามกลางวันที่มีแสงแดดจ้าก็ตาม




ตึก


ตึก


ตึก



เฮ้อ...” ในที่สุดก็เดินขึ้นมาถึงข้างบนนี้จนได้ว้าว—— พอหันกลับลงไปที่บันไดทางขึ้นศาลเจ้าแล้ว...สูงสุดยอดเลยแหะ




สมแล้วที่ศาลเจ้าแห่งนี้สามารถมองเห็นได้อย่างเด่นชัดแม้จะอยู่ห่างไกลหลายกิโลเมตรก็ยังมองเห็นและก็รู้สึกว่าจะบางอย่างดึงดูดเราให้มาที่นี่ซะด้วยสิ



อ่า ข้างบนนี้บรรยากาศชวนให้รู้สึกผ่อนคลายได้อย่างสุดยอดเลยทั้งๆที่เมื่อตะกี้ยังรู้สึกเหน็ดเหนื่อยจากการเดินขึ้นบันไดหลายร้อยขั้นของที่นี่อยู่เลยแท้ๆ อา~สุดยอดจริงๆ



หนุ่มแว่นยืนมองสำรวจออกไปรอบบริเวณลานหน้าศาลเจ้าด้วยความรู้สึกสดชื่นและเริ่มหลงไหลกับความเงียบสงบของที่แห่งนี้จนเผลอยิ้มกว้างออกมาอย่างไม่รู้ตัว




หนุ่มแว่นเดินเข้าไปไหว้ศาลเจ้าตามมารยาทธรรมเนียมที่ควรปฏิบัติต่อสถานที่ศักดิ์สิทธิ์โดยที่เขานั้นไม่ได้ของพรใดๆเพียงแค่พูดออกไปว่าแม้ว่าจะเป็นเวลาช่วงเย็นมากแล้วแต่ผมก็ขออนุญาตเยี่ยมชมสถานีที่อันแสนศักดิ์สิทธิ์และสงบเงียบแห่งนี้หน่อยนะครับ



หลังจากนั้นเขาก็เริ่มเดินออกไปเที่ยวชมสิ่งต่างๆที่อยู่ในศาลเจ้าด้วยความเคารพสถานที่สุดๆโดยที่เขาเพียงแค่เดินชมอย่างเดียวไม่เข้าไปแตะต้องสิ่งของใดๆเลยสักชิ้นก็เขาน่ะเป็นคนที่ค่อนข้างให้ความสำคัญกับการไม่ไปยุ่งเกี่ยวสิ่งของของคนอื่นหากไม่รับอนุญาตจากเจ้าของก่อนก็จะไม่แตะต้องเด็ดขาด





ซ่าซ่า





หือเสียงน้ำ...” พอเดินออกมาทางด้านหลังศาลเจ้าเพียงเล็กน้อยเขาก็ได้ยินเสียงน้ำตกดังแว่วผ่านตามลมที่พัดโชยมาทันที




หือที่นี่มีน้ำตกด้วยเหรอ...อาจริงสิบนยอดเขาที่เป็นพื้นที่ศักดิ์สิทธิ์แบบนี้ก็คงมีอยู่สินะ 





อาอยากเข้าไปเห็นจังเลยน้า~” หนุ่มแว่นพูดขึ้นด้วยความรู้สึกตื่นเต้นเอ๋...หากจะไปดูก็ควรไปขออนุญาตผู้ดูแลที่นี่ก่อนสินะคงไม่ดีหากจะถือวิสาสะเข้าไปเอง




พอคิดเช่นนั้นเขาก็จึงเริ่มเดินหาใครสักคนที่อยู่ที่นี่เพื่อขออนุญาต





ผ่านไปเกือบสิบนาทีที่เขาเดินตามหาใครสักคนที่เป็นผู้ดูแลที่นี่แต่ว่าทุกอย่างก็ยังคงเงียบไร้การตอบรับจากใครทั้งสิ้นราวกับว่าที่แห่งนี้ไม่มีใครอาศัยอยู่เลย





เอ๋—? ทั้งๆที่นี่ก็ดูเหมือนว่าจะถูกดูแลเป็นอย่างดีจนสะอาดสวยงามแบบนี้แท้ๆแต่ทำไมถึงเงียบเหมือนไม่มีใครอยู่เลยนะ?”





สวบ




มีอะไรให้ช่วยรึเปล่าครับ?”



อ่ะ!” หนุ่มแว่นหันควับไปตามเสียงที่ดังขึ้นจากด้านหลังเขาก็ได้เห็นว่ามีเด็กหนุ่มตัวเล็กผมยาวสีเงินใส่ชุดญี่ปุ่นคนหนึ่งดูๆแล้วเหมือนเด็กหนุ่มม.ต้นที่มีหน้าตาน่ารักซะด้วยพอเห็นแบบนั้นเขาจึงเผลอยิ้มออกไปและพูดอย่างโล่งอกว่าอาเจอแล้วล่ะ





เอ๋?” เด็กหนุ่มมีสีหน้าแปลกใจกับท่าทางของหนุ่มแว่นอยู่เล็กน้อยแล้วเขาจึงแย้มยิ้มให้หนุ่มแว่นบ้าง




เออคุณเป็นคนของที่นี่ใช่ไหมครับ?” หนุ่มแว่นลองถามดูก่อน




ครับผมอยู่ที่นี่...”




อาคือว่าผมอยากจะขออนุญาตเดินไปชมน้ำตกตรงด้านหลัง...” หนุ่มแว่นเอ่ยบอกความประสงค์กับเด็กหนุ่มพร้อมชี้มือบอกตำแหน่งที่จะไปด้วยผมได้ยินเสียงน้ำตกดังมาจากตรงนั้นน่ะครับเลยอยากจะเดินเข้าไปดูใกล้ๆ



อาครับ



เออไม่ทราบว่าผมสามรถเดินเข้าไปดูได้ไหมครับ?”



อาได้สิครับ



จริงเหรอครับ” หนุ่มแว่นตาเป็นประกายขึ้นด้วยความดีใจ



ครับตอนนี้ประตูเปิดรออยู่...คุณสามารถเข้าไปได้ครับ



อา(ดีใจจังนึกว่าจะต้องถอดใจแล้วสิครับขอบคุณที่ออกมาพบผมนะครับ” 



ครับ” ก็ผมเห็นมุ่งมั่นตามหากันขนาดนั้นถ้าจะไม่ออกมาพบเลยก็คงจะดูใจร้ายกับแขกน่ะสิครับ



ถ้างั้นผมขอไปชมน้ำตกก่อนนะครับ



เดี๋ยวก่อนครับ



ครับ?”



คงให้เข้าไปทั้งแบบนี้เลยไม่ได้หรอกครับ



“ ? “ ทำไมล่ะ?



นี่ครับ” เด็กหนุ่มยื่นของที่ถือมาด้วยไปให้หนุ่มแว่นที่ยืนทำหน้างงและอธิบายว่าที่นั่นค่อนข้างจะยุ่งยากนิดหน่อยคุณควรจะเปลี่ยนใช่ชุดนี้ก่อนจะเข้าไปนะครับ



เปลี่ยนชุด?” หนุ่มแว่นรับชุดสีขาวจากเด็กหนุ่มมาถือเอาไว้และมองดูชุดนั้นอย่างงงๆ



ก็คล้ายๆยูกาตะที่ใส่ไปออนเซนน่ะแหละครับ” เด็กหนุ่มอธิบายด้วยรอยยิ้มน่ารัก



หมายความว่าผมสามารถลงเล่นน้ำได้อย่างงั้นเหรอครับ?” หนุ่มแว่นลองถามดูเล่นๆแต่ในใจก็หวังเช่นนั้นอยู่จริงๆก็ไปถึงน้ำตกทั้งทีถ้าได้เล่นน้ำก็คงสนุกมากแน่ๆ



ก็...ครับถ้าคุณอยากลงเล่นก็ได้ครับ” เด็กหนุ่มเว้นเสียงก่อนตอบ



ว้าวแบบนั้นก็ดีเลยสิครับ




ฟิ้วววว———




ลมหนาวพัดวืบผ่านหน้าเขาไปอย่างเป็นการเตือนสติให้เขารู้ว่านี่มันฤดูหนาวนะอุณหภูมิในวันนี้ก็อยู่ที่10-8 องศาจะลงเล่นน้ำตกที่แสนเย็นเฉียบในฤดูที่อากาศหนาวเช่นนี้นะคิดอะไรอยู่(บ้าไปแล้วรึไง)




“.....” ง่ะลืมไปเลยว่าอากาศมันไม่ใช่สำหรับการเล่นน้ำกลางแจ้ง...และที่นี่ก็ไม่ใชออนเซนสงสัยจะตื่นเต้นเกินไปจนลืมความจริงข้อนี้ไปเฮ้อ



ฮ่าๆผมคงดีใจมากเกินไปเลยพูดอะไรแปลกๆออกไปต้องขอโทษด้วยนะครับ



ครับ



งั้นผมขอยืมใส่ชุดนี้เข้าไปเดินชมนะครับ



เดินตรงไปทางขวามือจะมีห้องให้เปลี่ยนชุดอยู่คุณไปเปลี่ยนชุดตรงนั้นได้เลยครับ



อาขอรบกวนด้วยนะครับ



ด้วยความยินดีครับ



ผมจะไปชมอย่างระมัดระวังขอบคุณที่อนุญาตให้ผมนะครับ” หนุ่มแว่นโค้งขอบคุณอีกครั้งก่อนจะเดินออกไปตามทางที่เด็กหนุ่มแนะนำ




ขอให้รื่นเริงกับธรรมชาติแห่งแดนศักดิ์สิทธิ์นะครับ” เด็กหนุ่มพูดขึ้นด้วยรอยยิ้มพิศวงหลังจากที่แผ่นหลังร่างสูงของหนุ่มแว่นได้หายลับสายตาเข้าไปหลังศาลเจ้าแล้ว




สวบ




จะดีเหรอปล่อยให้คนนอกเข้าไปแบบนั้น” เสียงทุ่มของชายหนุ่มร่างสูงผมยาวสีแดงอีกคนที่ใส่ชุดคล้ายกันดังขึ้นเมื่อเขาเดินเข้ามายืนข้างๆเด็กหนุ่มแล้ว



ก็ดูเหมือนเขาอยากจะไปที่นั่นมากเลยและประตูทางเข้ามันเปิดอยู่พอดีด้วยน่ะครับ



หือไม่ใช่ว่านายเองหรอกเหรอที่เปิดทางเข้าน่ะ



ฮ่าๆแอบดูอยู่เหมือนกันเหรอครับท่านพี่เร็น



ก็นายน่ะชอบเล่นสนุกตามใจตัวเองพี่เลยต้องคอยตามดูนายไงล่ะมิกะ



เห็นผมเป็นเด็กดื้อรึไงครับท่านพี่เร็น?”



ก็นายมันเด็กดื้อจริงๆไม่ใช่เหรอมิกะ



เขาคนนั้นน่ะมีคุณสมบัติบางอย่างซ่อนอยู่น่ะครับ” มิกะเปลี่ยนเรื่องพูดด้วยสีหน้าที่ดูจริงจังขึ้น



คุณสมบัติ?”



ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ามันคืออะไรนะครับแต่ผมสัมผัสมันได้จากตัวเขาตอนที่เราได้คุยกัน



เพราะงั้นนายจึงเปิดประตูให้เขาเข้าไปงั้นสินะ



ก็มันอยากรู้นี่ครับเรื่องแบบนี้น่ะ...ท่านพี่เร็นไม่อยากรู้เหมือนผมเหรอครับ?”



หึงั้นจะรอดูด้วยก็ได้



ต้องมีเรื่องสนุกเกิดขึ้นแน่ๆครับ” แล้วพี่น้องเร็นกับมิกะก็หันมองหน้ากันด้วยรอยยิ้มพิศวงก่อนที่จะเกิดลมหมุนลมหมุนลูกใหญ่และร่างของพี่น้องเร็นกับมิกะก็หายวาปไปจากตรงนั้น







อีกด้านหนึ่งของศาลเจ้าในโดโจยังคงถูกใช้งานโดยหนุ่มรูปงามที่แต่จะแตกต่างจากทุกครั้งหน่อยตรงที่ชุดของเขาสวมใส่ในวันนี้ที่เป็นเพียงฮากามะสีขาวดำธรรมดาไม่ใช่กิโมโนสีดำที่เป็นทางการอย่างทุกทีแต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังดูงดงามดั่งเดิม




น่าแปลกจังตั้งแต่เมื่อกี้นี้แล้วที่เกิดความรู้สึกสังหรณ์ใจแปลกๆ...อะไรกันนะความรู้สึกแบบนี้?





ขออภัยที่เข้ามารบกวนการฝึกของท่านยูกิในตอนเวลานี้ครับ




ท่านเซนะมีเรื่องอะไรเหรอครับ?”



มีแขกพิเศษเข้ามาที่นี่น่ะครับ



แขกพิเศษ?”



ท่านมิกะเปิดประตูข้ามเขตแดนให้กับเขาตอนนี้คงอยู่ที่ธารน้ำตกแล้วครับ



มิกะเปิดประตูนั่นงั้นเหรอ?” หนุ่มรูปงามทำหน้าครุ่นคิดถึงอะไรบางอย่างก่อนจะหันไปถามชายหนุ่มนามว่าเซนะที่เข้ามาแจ้งข่าวว่าเข้าไปนานรึยัง?”



ครับเข้าไปได้ครึ่งชั่วโมงแล้วครับ



เข้าใจแล้วครับผมขอจัดการธุระตรงนี้ให้เสร็จก่อนแล้วผมจะเข้าไปหาแขกพิเศษคนนั้นหลังจากนี้ครับ



ครับตามที่ท่านยูกิเห็นควรผมไม่รบกวนแล้วขอตัวก่อนครับ” เซนะโค้งลาให้ยูกิก่อนจะเดินออกไป




ยูกิกลับมายืนตั้งท่าในตำแหน่งเดิมเพื่อจะเริ่มยิงธนูใหม่อีกครั้งด้วยสีหน้าที่ต่างไปจากเดิมแววตาของเขาในตอนนี้ดูกำลังสนุก...






ด้านในธารน้ำตก



ว้าว” หนุ่มแว่นยืนร้องว้าวอย่างตะลึงเมื่อเดินเข้ามาถึงหน้าน้ำตก



นี่มันสุดยอดกว่าที่คิดเอาไว้เสียอีกว้าว~เป็นน้ำตกที่โคตรสวยเลย



คิดว่าจะเป็นแค่น้ำตกเล็กๆที่ดูธรรมดากว่านี้ซะอีกนะเนี่ยแต่มันไม่ใช่เลยนี่มันอย่างกับน้ำตกในหุบเขาสูงเลยอะ


ไม่คิดเลยว่าภูเขาเล็กๆของศาลเจ้าเขตชานเมืองจะสามารถมีน้ำตกที่สุดยอดได้ขนาดนี้ดีใจจริงๆที่ได้เข้ามาเห็นด้วยตาตัวเองแบบนี้



รู้สึกเหมือนได้รับพรจากท่านเทพหลังจากที่พบเจอแต่เรื่องโชคร้ายมาเลย







สวยจังเลยอ่ะระยิบระยับโอ้~ตรงนั้นมีสายรุ่งด้วยล่ะอ่า——อยากถ่ายรูปเก็บเอาไว้ดูจังเลย” หนุ่มแว่นบ่นเพ้อขึ้นมากับความงดงามของที่นี่ที่ไม่ว่าจะมองออกไปดูทางไหนมันก็สวยงามราวกับอยู่ในแดนสวรรค์ไปหมด



รู้สึกแตกต่างจากข้างนอกราวกับว่าที่นี่ไม่ใช่โลกมนุษย์แต่เป็นแดนสวรรค์เลยอา~อยากอยู่ที่นี่ไปตลอดจังเลย





งั้นก็อยู่ที่นี่ซะสิ





อ่ะ?!” อะไรน่ะเหมือนว่าจะได้ยินเสียงใครพูดแว่วๆหนุ่มแว่นหันมองไปรอบๆเพื่อหาต้นตอของเสียงที่ดังแว่วเข้ามาเมื่อครู่





ว่างเปล่า






หูแว่วไปเองหรอกเหรอ...”  รู้สึกกลัวขึ้นมาแวบหนึ่งแต่ก็ทำเป็นไม่ใส่ใจแล้วเดินเที่ยวชมความสวยงามของที่นี่ต่อไป



ไม่แปลกหรอกหากจะมีความรู้สึกตื่นกลัวขึ้นมาบ้างแบบนั้นก็เข้ามาเดินเที่ยวเล่นในป่ายามเย็นคนเดียวนี่นะเป็นคนธรรมดาที่ไหนก็ต้องเกิดความรู้สึกกลัวแบบนั้นขึ้นมากันบ้างล่ะน่า



ไม่คิดเลยว่าใส่แค่ยูกาตะตัวเดียวแล้วจะสามารถเข้ามาเดินเที่ยวในนี้ได้อย่างไม่รู้สึกหนาวนี่คาดไม่ถึงเลยจริงๆ” หนุ่มแว่นก้มมองชุดที่ตัวเองใส่อย่างนึกประหลาดใจไม่หายเพราะใส่ชุดแบบนี้ด้วยรึเปล่านะถึงได้รู้สึกว่าหลุดเข้ามาอยู่ในโลกที่ต่างออกไป



เหมือนหลงเข้ามาในดินแดนลี้ลับที่ลายล้อมไปด้วยธรรมชาติที่ไม่อาจหาได้ในโลกมนุยษ์...ก็วทาไปนั่นฮ่าฮาแต่ว่าที่นี่ก็สวยมากจริงๆนั่นแหละหากจะเผลอคิดอะไรบ้าบอแบบนั้นบ้างก็คงไม่แปลก



อาความรู้สึกที่เหมือนว่าที่นี่คือคำตอบที่ตามหามาตลอดชีวิตเป็นแบบนี้นี่เอง 




อ่าติดใจที่นี่เข้าให้แล้วจริงๆจนอยากจะยอมแลกทุกอย่างเพื่อให้ได้อยู่ที่นี่...เฮ้อ” รอยยิ้มสวยหุบลงแววตาที่เป็นประกายหลังเลนส์แว่นจู่ๆเป็นนัยน์ตานิลคู่นั้นก็หม่นแสงลงราวกับคนที่เต็มไปด้วยเศร้าทุกข์ใจกับอะไรบางอย่างที่ไม่สามารถพูดมันออกมาได้




อยู่ๆก็รู้สึกหมดแรงจนต้องไปนั่งพักเหนื่อยที่ใต้ร่มไม้ใหญ่ข้างลำธารจากนั้นเขาก็เริ่มมีอาการเหม่อลอยจนลืมชื่นชมความสวยงามที่ตัวเองหลงไหลอยู่เมื่อครู่นี้ไปเสียหมด




การได้มาที่นี่...” ทั้งๆที่ได้เข้ามาอยู่ในสถานที่งดงามขนาดนี้แต่ตัวเขากลับรู้สึกหดหู่ใจขึ้นมาซะงั้น






ดวงตะวันได้ลาลับขอบฟ้าไปนานแล้วแต่ทว่าหนุ่มแว่นที่ถูกความรู้สึกหม่นในใจคอบง่ำอยู่ก็ยังคงนั่งจมปักอยู่ที่ตรงนั้นไม่ยอมขยับลุกไปไหนและดูเหมือนว่าเขาจะไม่ได้รู้ตัวเลยว่าตอนนี้ท้องนภาสีแดงส้มในยามเย็นได้เปลี่ยนเป็นสีแห่งยามราตรีเสียแล้ว




สวบสวบ




หือ?!” เสียงอะไรน่ะ?! “ฮึก?! นี่...มืดแล้ว?” พอรู้สึกตัวก็ถึงได้รู้ว่าตอนนี้ฟ้ามืดไปหมดแล้ว 



อะไรกันนี่เราจมอยู่ในความคิดของตัวเองจนไม่รู้ตัวขนาดนี้เลยเหรอเนี่ยไม่ไหวๆทำไมถึงได้เป็นแบบนี้ไปได้นะเฮ้อ




ต้องรีบกลับออกไปแล้ว” พูดจบก็ลุกขึ้นจัดชุดให้ดูเรียบร้อยก่อนจะเดินไปที่ทางออก 




ก็ตั้งใจว่าอย่างนั้นแหละแต่ว่า....




ทางออกมันต้องเดินไปทางไหนนะ?” เจอเรื่องปวดหัวเข้าอีกแล้วก็จำได้ว่าเดินเข้ามาจากทางนี้นี่นา...แล้วไหงมันถึงไม่ใช่กันล่ะเนี่ย?”




นี่หลงทางในตอนฟ้ามืดแบบนี้มันไม่สนุกหรอกนะ(จะบ้าตาย)




อ่ะจริงสิ” ในตอนที่กำลังเครียดและกลุ้มใจกับการหาทางออกอยู่ๆก็นึกขึ้นได้ว่าทางออกมันอยู่อีกฝากของธารน้ำตกโน้นนี่นาอ่า——บ้าจริงๆดันลืมเรื่องนี้ไปได้ไงเนี่ย



ยืนบ่นกับตัวเองจนพอใจแล้วเขาก็เดินกลับไปที่หน้าน้ำตกที่มีโขนหินให้ใช้เป็นทางข้ามไปอีกฝากเพราะชอบความท้าทายและรักการผจญภัยเขาเลยซนปีนโขนหินข้ามมาเล่นฝั่งนี้นั่นแหละนะหาเรื่องให้ตัวเองชัดๆ



อาทำไมเป็นคนซนอย่างนี้กันนะเนี่ยดูสิเห็นมั้ยว่าตอนนี้ฟ้ามืดจนแทบมองทางไม่เห็นแบบนี้แล้วจะข้ามโขนหินไปฝั่งโน้นได้ยังไงกันโถ่…” เฮ้อคิดแล้วก็ปวดหัวขึ้นมาเลย(บ้าจริง)




ถึงมันจะดูบ้าบิ่นเกินตัวไปหน่อยแต่นี่ก็เป็นทางเดียวที่จะสามารถออกไปจากที่นี่ได้เพราะงั้นก็มีแต่ต้องทำมันไปเท่านั้นแหละถ้าไม่อยากในหนาวตายในป่านี้น่ะนะ





อื้อไม่เป็นไรค่อยๆไปเดี๋ยวก็คงถึงทางโน้นได้แน่ๆอย่ายอมแพ้เด็ดขาด





หือช่างเป็นคนที่มีความกล้าหาญซะจริงนะ





ควับ-ควับ





“?!” ได้ยินเสียงนี้อีกแล้วดังมาจากตรงไหนกันมองหาไม่เจอเลยน่าหงุดหงิดชะมัดเฮ้จะมาทำให้กลัวรึไง




แต่เหมือนว่าจะไม่กลัวเลยนี่นา




ใครน่ะ?” เขาหยุดยืนนิ่งอยู่บนโขนหินตรกลางน้ำตกเพราะเสียงที่ได้ยินมันชัดมากกว่าตอนกลางวันอย่ามาล้อเล่นตอนที่คนเขากำลังอยู่ในช่วงลำบากสิเสียมารยาทจริงๆ




สีหน้าดูดีขึ้นนะ




อยู่ไหนน่ะออกมานะ” สีหน้าของเขาดูหงิดหงุดไม่น้อยที่ถูกใครไม่รู้แกล้งทั้งที่จริงควรจะรู้สึกกลัวมากกว่าแท้ๆแต่ไม่รู้ว่าทำไมเหมือนกันที่เสียงที่ได้ยินนั้นมันทำไมเขารู้สึกหงุดหงิดมากกว่าที่จะรู้สึกกลัว




ไม่กลัวรึไงหากต้องพบกัน




กลัวสิ




หือ?”




แต่ถึงอย่างนั้นก็รู้สึกไม่พอใจที่โดนแกล้งในเวลานี้มากกว่าออกมาเลยนะ!”




แกล้งยังไม่ได้ทำอะไรให้เลยทำไมถึงบอกว่าโดนแกล้งเนี่ยเกินไปนะ




คนที่เอาพูดเล่นไม่ยอมแสดงตัวออกมานี่แหละที่เรียกว่ากำลังแกล้งน่ะรู้ตัวไว้ด้วย!” เขากระแทกเสียงใส่อย่างไม่พอใจในตอนท้าย




หือนึกว่าจะเป็นคนขี้กลัวพูดน้อยกว่านี้ซะอีกทำให้ตกใจเลยนะเนี่ย




พอสักทีถ้าอยากพูดกันจริงๆก็ออกมาซะแต่ถ้าไม่อยากออกมาก็หุปปากไปเลยเสียเวลาคนอื่นเค้าจะข้ามโขนหินจริงๆเลยเนี่ย” พูดออกไปอย่างนั้นแล้วเขาก็เริ่มเดินข้ามโขนหินตรงนั้นออกไป




บ้าจริงๆเลยทำไมต้องมาแกล้งให้รู้สึกกลัวในเวลาแบบนี้ด้วยนะแย่จริงๆถึงจะหงุดหงิดหัวเสียกับเสียงที่ได้ยินแต่ร่างกายของเขาก็ค่อยๆขยับไต่โขนหินไปทีละก้าว



ถึงเขาจะทำเป็นปากดีตอบโต้สู้กับเสียงนั้นไปอย่างเหมือนว่าไม่เกรงกลัวอะไรเลยแบบนั้นน่าแปลกจริงๆแต่นั่นมันก็เป็นเพราะว่าห้ามปากตัวเองไม่ได้เมื่อได้ยินเสียงกวนประสาทนั้นนี่เราเป็นเหมือนคนบ้าเลยเฮ้อ





ซ่า-าาา!




เฮ้ย!....” ไหงเป็นแบบนี้ได้ล่ะเนี่ยเปียกหมดเลย....ฮึกนะหนาวววว” 



กำลังไต่ข้ามโขนหินอยู่ดีๆก็โดนน้ำสาดซะงั้นแย่จริงๆแค่ลำพังไต่โขนหินตอนมืดๆแบบพยายามไม่ให้พลัดตกลงไปในน้ำก็ลำบากมากแล้วแท้ๆแต่นี่ยังจะโดนน้ำสาดใส่จนเปียกไปทั้งตัวแบบนี้อีกเฮ้อความยากลำบากกับเส้นทางที่จะไปต่อมันก็ยิ่งทวีคูณเลยนะสิโธ่....



กึด!



พรืด———-




วะเหวอ!!”





ตูบ!!





แย่แล้วพลัดตกน้ำจนได้





บุ๋มๆ





จะจมแล้วต้องรีบกลับขึ้นไปข้างบน




หือทำไมร่างกายไม่ยอมขยับล่ะเนี่ยเกิดอะไรขึ้น?!



ขยับสิขยับสิถ้าไม่ขยับละก็จมแน่ๆไม่ได้นะแบบนั้น...







หรือว่าปล่อยให้มันเป็นแบบนี้อาจจะดีกว่า...



นั้นสินะอาจจะดีกว่าก็ได้...



ปล่อยให้มันเป็นแบบนี้ก็ดีแล้วไม่ต้องพยายามตะเกี้ยตะกายดิ้นรนอะไรทั้งนั้นแค่ปล่อยทุกอย่างให้มันจบลงตรงนี้




แค่จบลงตรงนี้




แค่ปล่อยมันจบไป




ให้ทุกอย่างมันจบไป




จบซะที....







หมับ





เป็นแบบนั้นก็แย่น่ะสิ





.



.



.





แสงแดดสีส้มในยามเย็นลอดผ่านเข้ามาตามช่องหน้าต่างของห้องนอนญี่ปุ่นขนาดกว้างที่บนฟูกนอนสีขาวมีชายหนุ่มคนหนึ่งกำลังหลับอยู่



เปลือกตาของคนที่หลับอยู่ค่อยๆขยับขึ้นช้าๆนัยน์ตาสีเข้มเหม่อมองตรงเพดานห้องและพยายามปรับสายตาให้เข้ากับแสงสว่างภายในห้องอยู่พักหนึ่งก่อนเรียวปากเล็กจะพูดขึ้นมาว่าที่นี่...นรกหรือว่าสวรรค์กันนะ?”




พอปรับตาเข้ากับแสงในห้องได้แล้วเขาจึงค่อยๆดันตัวลุกขึ้นมานั่งด้วยอาการมึนๆงงๆและความรู้สึกหนักอึ้งคล้ายกับว่าร่างกายถูกพันธนาการด้วยอะไรบางอย่างที่ทำให้ร่างกายหนักและขยับได้ยากกว่าปกติ




ตึกตัก




อ่าถึงจะแผ่วเบาแต่ก็รู้สึกได้ว่าหัวใจยังคงทำงานอยู่และร่างกายก็อุ่นไม่ได้เย็น....นี่เรายังไม่ตายสินะพอรู้ตัวแบบนั้นแล้วแววตาของเขาก็ดูผิดหวังอยู่ไม่น้อยเลยเฮ้อ...ยังไม่ถึงเวลาแบบนั้นสินะ



เขาหลับตาลงและยกมือขึ้นมาปิดหน้าเอาไว้อย่างคนที่ท้อใจอยากยอมแพ้นี่มันไม่ใช่สิ่งที่เขาต้องการเลยสักนิด 



จมอยู่กับความคิดความสับสนนานอยู่หลายนาทีเขาถึงยอมเปิดหน้าออกมาเพื่อเผชิญความจริงอีกครั้ง




อือ...หายไปไหน?” เขาพยายามกวาดมือไปรอบๆตัวเพื่อหาอะไรบางอย่างที่จำเป็นสำหรับคนที่สายตาสั้นแบบเขาแว่นหายไปไหน?”




ครืด




เสียงเลื่อนบานประตูห้องดังขึ้นมาในขณะที่คนในห้องยังยุ่งอยู่กับการหาแว่นตาที่ไม่รู้ว่ามันอยู่ตรงไหนของห้องจนไม่ทันได้สนใจเสียงเปิดประตูห้องเข้ามาจากใครอีกคน



อ้าวตื่นแล้วเหรอครับ?” เสียงทักขึ้นด้วยความประหลาดใจดังจากคนที่เปิดประตูเข้ามา 



เอ๊ะ?” คนที่หาของอยู่รีบหันควับไปตามเสียงที่ทักถามนั้นด้วยความสะดุ้งตกใจใครครับ?”



สวัสดีครับผมเซนะเป็นผู้ดูแลศาลเจ้าแห่งนี้ครับ” เซนะแนะนำตัวด้วยรอยยิ้มที่ใจดีดูเป็นมิตร



ศาลเจ้า?” เขาทำหน้าตกใจที่ได้ยินแบบนั้นผม..”



คุณจำเรื่องที่เกิดขึ้นเมื่อคืนไม่ได้เหรอครับ?”



ผม...ไปที่น้ำตกใช่แล้วเมื่อคืนผมพลัดตกน้ำ...เอ๊ะหรือว่าคุณช่วยผมไว้เหรอครับ?”



ไม่ใช่ผมหรอกครับ



“....” เกิดอะไรขึ้นหลังจากที่เขาจมน้ำไปนะทำไมถึงจำอะไรไม่ได้เลย



เรื่องนั้นเอาไว้ก่อนเถอะครับตอนนี้คุณรู้สึกยังไงบ้างครับมีอะไรผิดปกติหรือรู้สึกไม่สบายตรงไหนบ้างรึเปล่าครับ?” เซนะเดินเข้าไปนั่งลงใกล้ๆและเอ่ยถามอาการอย่างเป็นห่วง



เออ...ครับ” คนโดนถามทำหน้าอึกอักพูดยากอยู่พักนึงอย่างครุ่นคิดว่าควรจะตอบตามความจริงเลยดีไหมแต่ดูจากสีหน้าที่ดูจริงจังของคนถามแล้วเขาก็คิดว่าไม่ควรปิดบังความจริง 



รู้สึกร่างกายมันหนักอึ้งเหมือนไม่สบาย...แบบนั้นครับ



อืมแต่สีหน้าคุณตอนนี้ก็ดูดีขึ้นกว่าเมื่อเช้าขอเสียมารยาทหน่อยนะครับ” เขาบอกอย่างนั้นแล้วก็เอื้อมมือขึ้นมาแตะหวัดไข้ที่หน้าผากของคนที่นั่งทำหน้าเหวออย่างนุ่มนวล



อุณหภูมิยังคงร้อนกว่าปกติอยู่นะครับ” เขาบอกในขณะที่ยังคงไม่ได้ปล่อยมือออกจากหน้าผากของอีกคน




ตึกตัก 




เสียงหัวใจของคนที่โดนหวัดไข้อยู่เริ่มเต้นเสียงดังขึ้นไม่รู้ว่าเพราะถูกฝ่ามืออุ่นสัมผัสหรือว่าระยะห่างที่มันใกล้กันจนสามารถรับรู้ได้ถึงกลิ่นกายที่หอมชวนเคลิ้มของอีกฝ่ายกันแน่



ใบหน้าที่อยู่ใกล้กันจนคนสายตาสั้นอย่างเขาสามารถมองเห็นได้ชัดเจนก็ยิ่งทำให้ภายในกายปั่นป่วนจนไม่รู้ว่าจะทำยังไงร่างกายมันก็เลยแข็งเกร็งไปเสียหมดในตอนนี้




แบบนี้คงต้องนอนพักต่ออีกสักหน่อยเดี๋ยวผมจะไปจัดอาหารและยามาให้นะครับ” เขาขยับตัวออกมาเล็กน้อยก่อนจะบอกอีกคนด้วยน้ำเสียงและรอยยิ้มอบอุ่น



เออขอบคุณครับ” ถึงจะไม่กล้ามองสบตาอีกคนตรงๆแต่คนสายตาสั้นก็พยายามพูดขอบคุณออกมาจากใจ



ด้วยความยินดีครับ” เซนะยิ้มรับด้วยสายตาที่เอ็นดูและเตรียมท่าจะลุกออกไปแต่ก็โดนอีกเรียกไว้เสียก่อน



เออคือว่า...” คนสายตาสั้นมีสีหน้าลำบากใจที่จะพูด



มีอะไรรึเปล่าครับ?” เซนะมองหน้าอีกคนอย่างตั้งใจรอฟังสิ่งที่อีกคนจะพูด



คือว่าผมหาแว่นตาของผมไม่เจอน่ะครับเออ...คุณพอจะรู้รึเปล่าครับว่ามันวางอยู่ตรงไหน?”



เอ๋?”



คือผมพยายามหามันแล้วแต่ไม่เจอ...”



แว่นตาเหรอครับ” เซนะหันมองไปรอบๆห้องเพื่อช่วยหาแว่นตาให้เขาแต่ว่าอาในห้องไม่มีแว่นตาหรอกครับ



เอ๋?! ...แบบนี้ก็แย่น่ะสิ” เหมือนเขาจะบ่นกับตัวเองในประโยคหลังนั้น



คุณสายตาแย่มากเลยเหรอครับ?” เซนะเอ่ยถามด้วยความเป็นห่วงเมื่อเห็นสีหน้าดูกังวลอย่างหนักของเขา



ครับถ้าไม่ใส่แว่นผมก็แทบมองอะไรไม่เห็นเลยน่ะครับ” 



เหเย่ขนาดนั้นเลยเหรอครับ” ถึงว่าตอนแรกที่เขาเข้ามาคนตรงหน้าถึงได้จ้องมองเขาด้วยสายตาแบบนั้นที่แท้เพราะสายตาสั้นนี่เอง



สายตาของผมสามารถมองได้ชัดแค่ในระยะสามสิบเซนติเมตรเท่านั้นน่ะครับมากกว่านั้นก็มองไม่เห็นว่าอะไรเป็นอะไรแล้วละครับ” เขาพูดด้วยสีหน้าปั้นยาก




แววตาเศร้าแบบนั้นมันอะไรกันเซนะได้แต่คิดแบบนั้นอยู่ในใจและคิดว่าไม่ควรถามอะไรมากไปกว่านั้น




เรื่องแว่นตาของคุณเดี๋ยวผมจะลองหาดูที่อื่นให้นะครับบางทีมันอาจจะ——“



เออไม่เป็นไรครับ” เขารีบพูดขัดขึ้นอย่างไม่ต้องรบกวนเจ้าบ้านมากไปกว่านี้เออขอโทษครับคือว่าผมเกรงใจน่ะครับทั้งที่ผมก่อเรื่องให้ลำบากอย่างนั้น...เลยรู้สึกไม่ดีที่ต้องให้คุณเซนะมาลำบากกับเรื่องแว่นตาของผมแบบนี้อีก



ช่างเป็นคนขี้เกรงใจจังเลยนะครับ” เซนะยิ้มอย่างเอ็นดูแต่ถึงอย่างนั้นคุณก็เป็นแขก(พิเศษ)ที่เราต้องให้การดูแลอย่างดีอยู่แล้วเพราะงั้นคุณก็ไม่ต้องรู้สึกเกรงใจไปหรอกครับ



ถึงคุณเซนะจะพูดอย่างนั้นแต่ผมก็คงเป็นแบบนั้นไม่ได้หรอกครับผมรู้สึกลำบากใจจริงๆ” เขาก้มหน้าพูดอย่างคนรู้สึกผิดที่ตัวเองทำให้คนอื่นเดือดร้อน




เซนะเงียบมองดูคนตรงหน้าอย่างครุ่นคิดว่าควรจะทำยังไงต่อไปดีกับสถานการณ์แบบนี้




ทั้งสองคนนั่งเงียบกันนานอยู่หลายนาทีก่อนเซนะจึงพูดขึ้นว่า




เออถ้าเช่นนั้นยังไงก็ขอให้คุณพักผ่อนรอผมอยู่ที่นี่ก่อนนะครับเดี๋ยวผมจะออกไปเตรียมอาหารและยามาให้คุณรอก่อนนะครับเออ...”



อาขอโทษครับทั้งที่คุยกันมาตั้งนานผมนี่เสียมารยาทจริงๆ” เขาพูดบ่นให้ตัวเองก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปมองเซนะและพูดแนะนำตัวเองว่าผมชื่อเอ็นครับยินดีที่ได้รู้จักครับคุณเซนะ


อาครับผมเองก็เช่นกันครับคุณเอ็น” เซนะยิ้มให้เอ็นอย่างยินดีและพูดต่อไปว่าไม่ต้องคิดมาหรอกนะครับเอาเป็นว่าผมไม่รบกวนแล้วขอตัวก่อนนะครับ” พูดจบเซนะก็ลุกเดินออกจากห้องไป 




ครืด..




ท่านยูกิ?” เซนะอุทานเสียงขึ้นด้วยความตกใจเล็กน้อยเมื่อเดินออกมาจากห้องแล้วเจอคนร่างสูงที่คุ้นเคยกำลังเดินหนีออกไปตรงทางเดินเขาจึงรีบสาวเท้ายาวๆเดินไปให้ทันคนที่เดินนำหน้าและเมื่อเดินมาอยู่ใกล้ๆแล้วเขาจึงพูดกับคนที่เดินหนีมาว่ามาดูเขาเหรอครับทำไมไม่เข้าไปล่ะ?”



เปล่าแค่เดินผ่านมาเฉยๆ” 



ตอบแบบนี้มันอะไรกันครับ\ไม่เหมือนท่านยูกิเลยนะ” เซนะแกล้งแหย่คนที่ทำหน้าซึนเดเระ



ผมก็เป็นผมปกติดีครับท่านเซนะ” ยูกิแกล้งทำเสียงเข้มกลบเกลื่อน



ทั้งที่เมื่อคืนก็ดูเป็นห่วงเขามากแบบนั้นแท้ๆ” เซนะยังไม่เลิกพูดต้อน



ท่านเซนะต้องการอะไรจากผมงั้นเหรอครับถึงได้พูดจาไล่ต้อนผมแบบนี้?” ยูกิใช้สายตานิ่งมองเซนะอย่างไม่ยอมถูกต้อนให้จนมุม



หือก็ไม่ได้ต้องการอะไรหรอกครับแค่เห็นท่านยูกิแสดงความรู้สึกออกมามากกว่าเดิมเช่นนี้ผมก็รู้สึกดีใจขึ้นมาน่ะครับ



หึคิดว่าผมจะรู้ไม่ทันรึไงครับ



อางั้นผมต้องขออภัยจริงๆที่ทำให้ท่านยูกิขุ่นเคืองใจเพราะคำพูดของผม



เฮ้อช่างมันเถอะครับ” ยูกิโบกมือขึ้นอย่างไม่คิดถือสาเอาความอะไร



ครับเออแต่ว่าท่านยูกิจะไม่เข้าไปหาเขาซักหน่อยเหรอครับ



ไปครับ...แต่คงไม่ใช่ตอนนี้” ยูกิเว้นช่วงตอบอย่างคิดอะไรอยู่ในใจบางอย่าง 



หือ?” เซนะมองดูท่าทีของยูกิอย่างพยายามคิดตามความคิดของยูกิ



บางอย่างก็ต้องรอเวลานะครับ” ยูกิพูดอย่างนั้นแล้วก็แยกตัวเดินออกไปอีกทาง



เซนะหยุดยืนมองตามแผ่นหลังร่างสูงของยูกิผู้ที่มีท่วงท่าสง่างามด้วยสายตาที่ยากจะเข้าใจจนกระทั่งแผ่นหลังนั้นหายลับสายตาไปเขาจึงพูดขึ้นมาว่า



ทั้งที่รอคอยเวลานี้มาตลอดแต่กลับยังสามารถใจเย็นได้แบบนี้สมกับเป็นท่านยูกิจริงๆ





.



.



.



ตกดึก



เอ็นออกมานั่งเหม่อมองเงาของแสงจันทร์ที่กระทบอยู่บนผิวน้ำในบ่อปลาที่อยู่ใกล้ๆกับฉะเลียงด้านหน้าห้องพักหลังจากที่ตื่นขึ้นมาอีกรอบหลังจากที่หลับไปเพราะฤทธิ์ยาที่เซนะนำมาให้เมื่อช่วงเย็น 



ตอนนี้ก็เป็นเวลาดึกครึ่งค่อนคืนแล้วแต่ว่าเอ็นที่ร่างกายได้ฟื้นไข้จนกลับมาเป็นปกติแล้วนั้นก็เกิดอาการกระสับกระส่ายตัวนอนไม่หลับจนต้องลุกออกมานั่งตากลมหนาวอยู่ที่ฉะเลียงทางเดินนอกห้องคนเดียว



พอมานั่งคิดทบทวนดูแล้วมันก็มีแต่เรื่องที่ไม่เข้าใจเลยทั้งนั้น 



ไม่ว่าจะเป็นเรื่องที่เขาตื่นขึ้นมาแล้วพบว่าตัวเองยังมีชีวิตอยู่ทั้งๆที่คิดว่าตัวเองคงไม่รอดและจมหายไปใต้น้ำแล้วแท้ๆแต่กลับยังมีชีวิตอยู่แบบนี้...


และเรื่องคนที่ช่วยตัวเองขึ้นมาจากใต้น้ำก็ยังไม่ได้คำตอบเลยว่าเป็นใครแล้วที่คุณเซนะบอกว่าเราเป็นแขกที่ต้องให้การดูแลนั่นก็ด้วย


อะไรอะไรที่เกิดขึ้นหลังจากที่เราตื่นขึ้นมาที่ศาลเจ้าแห่งนี้ก็ดูเป็นเรื่องลึกลับมีแต่ข้อสงสัยและปริศนามากมายเต็มไปหมดเฮ้อบอกตามตรงเลยว่าตอนนี้สับสนมากจริงๆ




คิดไม่ออกเลยว่าจะทำยังไงต่อไปกับชีวิตที่รอดกลับมาอีกครั้งแบบนี้ทำไมต้องช่วยกันด้วยนะ” ทั้งสีหน้าและเสียงพูดที่ดูสับสนของคนที่หมดหวังกับชีวิตของเอ็นทำให้คนที่ยืนแอบฟังอยู่ที่ตรงมุมทางเดินใกล้ๆนั้นเผลอกำมือแน่นอย่างไม่พอใจ 




สวบสวบ




นึกว่าจะเป็นคนที่น่าสนใจมากกว่านี้ช่างน่าผิดหวังจริงๆ” คนแอบฟังเดินออกมาหาเอ็นและพูดด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ



เอ๊ะ?”  เอ็นสะดุ้งขึ้นอย่างตกใจและรีบหันไปทางเสียงพูดนั้นเสียงแบบนี้....”



ใช่ผมเองตกใจสินะ



“...” เอ็นรีบลุกขึ้นยืนก่อนจะตั้งสติแล้วค่อยๆก้าวเข้าไปหาร่างสูงผมยาวที่ยืนนิ่งอยู่ไม่ห่างจากเขาเท่าไหร่นัก



แต่ด้วยค่าสายตาที่แย่เกินของเขาก็ไม่อาจจะมองเห็นหน้าตาของอีกคนให้ชัดเจนได้อย่างที่ต้องการเพราะงั้นเขาจึงต้องเข้าใกล้ๆเพื่อจะได้เห็นใบหน้าของคนที่เขาอยากเห็นคนนี้ให้ชัดๆ




หมับ




แตะต้องได้...ร่างกายก็อุ่น...เสียงเต้นของหัวใจ…” เอ็นพูดขึ้นเมื่อได้เอื้อมมือไปแตะทาบที่ตรงกลางอกของคนตรงหน้าจนรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิร่างกายและจังหวะการเต้นของหัวใจที่เหมือนคนปรกติของอีกคนจนมั่นใจแล้วว่าคนตรงหน้ามีตัวตนอยู่จริงๆ 



เอ็นเงยหน้าขึ้นมองใบหน้าอีกคนด้วยรอยยิ้มที่เขาเผลอยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวและเอ่ยพูดกับคนที่ตัวเองยังสัมผัสอยู่ว่างั้นก็เป็นมนุษย์เหมือนกันสินะ




หา? ....ฮ่าๆคุณนี่ตลกจังนะครับ” คนที่โดนสัมผัสทำหน้าเหวอก่อนแล้วจึงขำพรืดออกมา




หมับ




เสียมารยาทนะครับมาหัวเราะคนอื่นแบบนี้” เอ็นกำมือกับเสื้อของคนที่หัวเราะตัวเองแน่นพร้อมทั้งยื่นหน้าเข้าไปมองอีกคนใกล้ๆอย่างเอาเรื่องและพูดว่าผมเกลียดคุณจริงๆ




หมับ




เฮ้อไม่ไหวเลยนะคุณนี่ช่างเป็นคนอารมณ์ร้อนเสียจริงๆเลยนะครับ” คนร่างสูงกว่าจับมือเล็กที่กำเสื้อเขาจนยับเอาไว้พร้อมโน้มใบหน้าเข้าไปหาคนเจ้าอารมณ์ที่จ้องมองเขาด้วยสายตาดุจนปลายจมูกชนกันอย่างตั้งใจและผมเองเป็นพวกไม่ชอบให้ใครมาดื้อใส่แบบนี้ด้วยสิ” 



ร่างสูงกว่าพูดเสียงกระซิบอย่างต้องการกลั่นแกล้งให้เอ็นจนมุม




กรุณาปล่อยมือผมและถอยออกไปด้วยครับ” เอ็นหันหน้าหลบไปทางอื่นและพูดเสียงนิ่งอย่างพยายามไม่ให้อีกคนจับได้ว่าตัวเองกำลังพ่ายแพ้ 



เป็นแบบนี้อีกแล้วทำไมเขาต้องมารู้สึกหวั่นไหวกับผู้ชายที่อยู่ในศาลเจ้าแบบนี้ด้วยนะไม่เข้าใจจริงๆตึกตักอ่านั่นไงพอคิดขึ้นมาแบบนั้นแล้วหัวใจมันก็เริ่มเต้นดังแปลกๆอีกแล้วสิแย่ชะมัด




ไม่ได้ยินเหรอก็บอกให้ปล่อยผมไงครับ” ทั้งพูดและพยายามดันตัวออกห่างจากอีกคน



หือทั้งๆที่เป็นคนเริ่มก่อนแท้ๆไม่คิดว่าจะยอมแพ้ง่ายแบบนี้นะครับ” แต่อีกคนก็ไม่ยอมปล่อยให้ออกไปง่ายๆเช่นกันและยังออกแรงล็อคตัวเอ็นแน่นขึ้นอีกด้วย



คุณนี่มันเป็นคนนิสัยไม่ดีจริงๆเลยทั้งตอนนั้น...และตอนนี้ด้วยสนุกมากรึไงที่ได้รังแกผมน่ะ!” คราวนี้เอ็นเริ่มวายโวยเสียงดังขึ้นกว่าเดิมเพราะหัวเสียที่ทำอะไรอีกคนไม่ได้



อีกแล้วนะครับทำไมคุณถึงชอบหาว่าผมเป็นคนไม่ดีตลอดเลยล่ะทั้งๆที่ผมออกจะใจดีกับคุณขนาดนี้แท้ๆแบบนี้ผมรู้สึกผิดหวังนะครับ” คำพูดกับการกระทำของเขามันสวนทางกันจนเอ็นถึงกับยอมหันมามองหน้าของอีกคนด้วยความเหลือเชื่อ 



หึผมก็ไม่ได้อยากให้คุณมาหวังอะไรด้วยสักหน่อย” เอ็นพูดเสียงตัดพ้อออกไปอย่างห้ามปากตัวเองไม่ได้ก่อนจะรีบหันไปทางอื่นด้วยความรู้สึกหวั่นไหวขั้นรุนแรงเพราะรอยยิ้มพิฆาตที่ไม่คิดว่าจะได้เห็นจากอีกคน




สีหน้าเวลาพูดจาตัดพ้อน้อยใจผมแบบนี้ของคุณก็ดูน่ารักดีนะครับ” เขาจงใจยื่นหน้าเข้าไปพูดเสียงกระซิบที่ข้างหูขึ้นสีแดงจัดของเอ็น




ฮึ่ยหยุดเลยนะทำไมชอบทำให้ผมรู้สึกหงุดหงิดนักนะคนนิสัยไม่ดี!” เอ็นโดนอีกคนแกล้งจนเริ่มควบคุมเสียงตัวเองให้นิ่งเป็นปกติไม่ไหว


ตอนนี้ไม่ใช่แค่เสียงเท่านั้นที่ควบคุมไม่ได้แต่ทั้งร่างกายและจิตใจก็ไม่สามารถควบคุมได้แล้วเช่นกัน


มันเกิดอะไรขึ้นกับตัวเขากันนะ เพราะผู้ชายคนนี้เหรอ?





นี่คุณคงไม่รู้เลยสินะว่าเวลาที่คุณจนมุมควบคุมตัวเองไม่ได้แบบนี้มันยิ่งทำให้ผมสนุกและไม่อยากปล่อยให้คุณไปไหนเลยน่ะครับ




หา?!” เอ็นหันไปจ้องหน้าคนที่พูดอย่างเหลือเชื่อที่ได้ยินอย่างนั้นจนพูดไม่ออกเลยทีเดียว




หมับ




อ่ะ!” ร่างสูงกว่าถูกเอ็นดึงคอเสื้อเข้าไปหาอย่างแรงจนหน้าเกือบกระแทกกันไปแล้วแต่ยังดีที่เขาไหวตัวไม่ทันเลยยังขืนตัวเกร็งคอเอาไว้ทันก่อนจะเกินเหตุการณ์นั้นขึ้นและยังพูดเสียงแอบดุกับคนที่กระทำการรุนแรงกับตนเองอย่างใจเย็นว่ระวังหน่อยสิแบบนี้มันอันตรายนะครับ



ฮึ่ม....” เอ็นทำเสียงขึ้นจมูกอย่างไม่สนใจคำพูดเตือนของร่างสูงและยังเอาแต่จ้องเขม็งใบหน้าสมบูรณ์แบบของคนที่สูงกว่าอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นานเกือบนาทีถึงได้พูดขึ้นมาว่านี่เราเคยเจอกันมาก่อนรึเปล่า?”




เอ๋?” ร่างสูงกว่าถึงกับทำหน้างงออกมาทันทีเมื่อได้ยินเอ็นถามออกมาอย่างนั้นด้วยสีหน้าจริงจังก็ไม่รู้สิครับ



ผมรู้สึกว่าเคยเจอคนที่หน้าตาเหมือนคุณ...ที่ไหนสักแห่ง...อืม...” เอ็นยังคงยื่นหน้าเข้าไปจ้องมองใบหน้าของอีกคนใกล้ๆอย่างต้องการคำตอบที่ตนเองสงสัยโดยไม่คำนึงเรื่องระยะห่างและความใกล้ชิดที่เริ่มมากขึ้นของตัวเองกับอีกคนจนมันอยู่ในระยะที่อันตรายขั้นสุดแล้วในตอนนี้




หมับ




ไม่ไหวเลยนะคุณไม่ระวังตัวแบบนี้ผมก็แย่น่ะสิครับ” ร่างสูงกว่าใช้แขนขวาโอบเอวบางของเอ็นเข้ามาแนบชิดกายตัวเองอย่างจงใจ(จริงๆคือควบคุมตัวเองไม่ไหว)และใช้มือซ้ายจับปลายคางมนของคนไม่รู้จักระวังตัวให้เชิดขึ้นมาเล็กน้อยแล้วจากนั้นเขาก็ลงโทษด้วยการประทับจูบที่นุ่มนวลลงบนริมฝีปากนิ่มของเอ็นโดยที่คนโดนลงโทษได้แต่นิ่งอึ้งเบิกตากว้างอย่างตกใจจนช็อคค้างไปในชั่วขณะ




แม้จะเป็นจูบที่นุ่มนวลอ่อนโยนไม่มีการลุกล้ำมากไปกว่านั้นแต่เพียงแค่นั้นมันก็สามารถทำให้คนที่โดนจูบนี้เข้าไปก็อ่อนระทวยจนร่างสูงต้องกอดประคองร่างของเขาเอาไว้ไม่ให้ทรุดลงไปกองที่พื้นเพียงเพราะโดนจูบจนหมดเรี่ยวแรง




นี่เป็นความผิดของคุณนะครับ” ร่างสูงกระซิบบอกกับเอ็นที่ยังคงสติหลุดลอยเพราะโดนจูบที่ข้างหูก่อนจะกระชับกอดเอ็นเอาไว้อย่างหวงแหน



เอ็นไม่สามารถขัดขืนหรือว่าต่อต้านร่างสูงได้เลยหลังจากโดนช่วงชิ่งจูบไปเมื่อครู่และอีกอย่างตอนนี้สมองเขามันขาวโพลนจนคิดอะไรไม่ออก


ร่างกายที่ไม่ตอบสนองต่อคำสั่งของตัวเองเลยแบบนี้ก็คงไม่ต่างจากคนที่เป็นอัมพาตไปแล้วทั้งตัว 


แต่ว่า...ความรู้สึกอบอุ่นที่ได้รับจากอ้อมกอดของผู้ชายคนนี้มันก็อบอุ่นและรู้สึกปลอดภัยจนไม่อยากหนีไปไหนเลยเนี่ยสิ



เหมือนกำลังฝัน  เป็นความฝันที่แตะต้องได้และไม่อยากออกไปจากความฝันนี้เลย




อุ่นจังเลย” เอ็นแนบศรีษะลงบนไหล่กว้างและค่อยๆหลับตาลงอย่างต้องการซึมซับความรู้สึกนี้เอาไว้ก่อนที่มันจะหายไป



อีกแล้วนะครับแบบนี้ผมก็แย่น่ะสิขัดขืนกันบ้างก็ได้นะครับ” ถึงจะพูดออกมาแบบนั้นแต่ก็เขาก็ยิ้มออกอย่างคนที่กำลังมีความสุขเหนือกว่าใครอยู่ดี



ไม่ล่ะถ้าเป็นนี่ความฝันก็ขออยู่แบบนี้ก่อนจะได้ไหมอีกแค่นาทีเดียวก็ได้



พูดอ้อนกันแบบนี้แล้วผมจะใจร้ายขัดใจคุณได้ยังไงละครับ” ร่างสูงตอบรับคำอ้อนของเอ็นด้วยการกระชับกอดให้แน่นขึ้นด้วยใบหน้าที่ดูมีความสุขกว่าทุกครั้ง





ปึก!




เสียงกำปั้นของเอ็นทุบดังปึกๆลงที่แผ่นหลังกว้างของคนที่กอดรัดตัวเขาแน่นจนแทบจะรวมร่างกันอยู่แล้วตอนนี้ให้ปล่อยเขาออกไปซักทีก่อนที่เขาจะทนไม่ไหว 



จากในทีแรกที่รู้สึกอบอุ่นดีก็เริ่มกลายเป็นอึดอัดจนทนไม่ไหวเลยต้องทุบหลังบอกอีกคนให้รู้สึกตัวนั่นแหละ



ไม่ตลกหรอกนะที่จะมาตายคาอ้อมกอดของคนที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อกันแบบนี้ไม่เอาด้วยหรอก!




นี่หายใจไม่ออกแล้วนะปล่อยสักทีเส่!!” น้ำเสียงเอ็นกรี้ยวกราดขึ้นกว่าเดิม



โอยะ...ขอโทษขอโทษผมนึกว่าคุณชอบให้กอดแน่นๆก็เลย...”



รู้แล้วก็รีบๆปล่อยกันสักทีสิ!”



ครับ~ครับ” ร่างสูงยอมปล่อยให้เอ็นเป็นอิสระตามคำเรียกร้อง



เฮ้อ—-ค่อยรู้สึกหายใจโล่งขึ้นมาหน่อย” เอ็นบ่นพร้อมทั้งท้าวเอวกอบโกยเอาอากาศเข้าปอดอย่างเอาเป็นเอาตายจนทำให้ร่างสูงที่มองดูอยู่เผลอยิ้มออกมาอย่างนึกเอ็นดู



อยากรู้จังว่าที่หน้าคุณขึ้นสีแดงแบบนั้นเป็นเพราะโกรธหรือเขินกันอยู่เหรอครับ?”



หา?” เอ็นได้ยินคำถามนั้นก็ถึงกับเหวอไปชั่วขณะก่อนจะตั้งสติได้แล้วตอบกลับด้วยคำถามกลับว่าคำถามชวนขนลุกนี่มันอะไรกันเหรอครับ?”



หืม...ฮ่าๆคิดจะเลี่ยงตอบคำถามของผมด้วยการย้อนถามผมกลับเนี่ย…” เขาเว้นเสียงก่อนจะพูดต่อด้วยคำพูดชวนให้คิดว่าคาดหวังอะไรอยู่สินะครับ



คิดจะกวนประสาทกันอีกแล้วสินะ” เสียงพูดของเอ็นเริ่มสั่นเพราะถูกอีกคนยั่วยุจนอารมณ์เดือดขึ้นอีกแล้ว



อาผมว่าคุณน่ะใจเย็นลงสักหน่อยจะดีกว่ามั้ยครับ



คุณนี่มันยังไงกันชอบปั่นหัวคนอื่นเล่นมากเลยสินะ



เปล่านะผมไม่เคยทำอะไรแบบนั้นเลยอย่างกล่าวหากันแบบนี้สิครับทั้งที่เคยพูดไปก่อนหน้านี้แล้วแท้ๆทำไมถึงไม่ยอมฟังกันบ้างเลยนะ” เขาแกล้งทำเป็นส่ายหน้าไปมาอย่างเหนื่อยใจ



คุณนี่มัน....ฮึ่ย” เอ็นทำเสียงฟึดฟัดไม่สบอารมณ์ก่อนจะหันไปทางอื่นอย่างไม่ต้องการจะตอบโต้อะไรกับร่างสูงคนนี้อีกต่อไปแล้ว



โอยะนี่คุณโกรธผมจริงๆแล้วเหรอครับ?”



“....” เอ็นทำเป็นไม่ได้ยินแล้วเตรียมท่าจะเดินหนีออกไป




หมับ




คิดจะไปไหนน่ะครับ” ร่างสูงคว้าข้อมือของเอ็นเอาไว้และเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงนุ่มนวลกว่าเดิม  จนเอ็นต้องหันหน้ากลับมามองเขาด้วยสีหน้าประหลาดใจ




ตึกตัก 




อีกแล้วทำไมถึงใจเต้นขึ้นมาแปลกๆแบบนี้อีกแล้วล่ะ?




“…” เอ็นจ้องมองใบหน้าของคนที่จับข้อมือตัวเองเอาไว้ด้วยความรู้สึกที่บอกไม่ถูก



ถึงระยะห่างในตอนนี้ของเขาจะทำให้ไม่สามารถมองเห็นใบหน้าของอีกคนได้ชัดๆก็จริงแต่ทว่าถึงตาเขาจะมองภาพคนตรงหน้าไม่ชัดเจนแต่เขาก็รับรู้ได้ว่ารอยยิ้มบางๆของคนตรงหน้าที่ส่งมาให้เขาอยู่ตอนนี้มันเป็นรอยยิ้มที่อบอุ่นและอ่อนโยนจนไม่สามารถหยุดมองได้เลย



ตึกตัก



เป็นแบบนี้ผมคงปล่อยคุณจากไปไม่ได้แล้วล่ะ” ร่างสูงเชิดปลายคางมนของเอ็นขึ้นมาเล็กน้อยก่อนจะโน้มใบหน้าที่มีรอยยิ้มหวานเข้าไปหาเอ็นใกล้ๆเพื่อจะบอกคำที่เหมือนการผูกมัดอีกคนเอาไว้ว่าจากนี้ก็อยู่ด้วยกันตลอดไปเถอะนะ




“……” เอ็นนิ่งค้างราวกับร่างกายโดนมนต์สะกดจากคำพูดประโยคนั้น






กว่าจะรู้สึกตัวอีกทีก็รุ่งเช้าของอีกวัน




เอ็นตื่นขึ้นมาด้วยความสับสนมึนงงเป็นอย่างมากกว่าสิ่งที่เกิดขึ้นกับเขาในค่ำคืนที่ผ่านมานั้นมันคือความฝันหรือว่าความจริงกันแน่?




หมับ




แล้วเอ็นก็ได้คำตอบว่าเรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับเขาทุกอย่างมันเป็นเรื่องจริง!




และสิ่งที่น่าสะพรึงกลัวที่สุดก็คือการร่วมรักกันอย่างสุขสมของเขากับชายหนุ่มรูปงามที่ถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่รู้ชื่อเขาอีกคนเลยเนี่ยสิที่มันทำให้เค้ากลุ้มใจหนักกว่าปัญหาใดๆ




อาทำไมเราถึงได้ทำเรื่องอย่างนั้นกับคนที่ไม่รู้จักกันได้ล่ะเนี่ยใจง่ายเกินไปแล้วเอ็นได้แต่นอนนิ่งนึกโทษด่าว่าตัวเองอยู่ในใจไม่กล้าขยับตัวลุกไปไหนเพราะกลัวจะทำให้อีกคนที่ยังนอนหลับอยู่ข้างๆตื่น



เวลานี้เขายังไม่พร้อมที่จะเผชิญหน้ากับคู่กรณีรูปงามที่นอนกอดเอวของเขาแน่นราวกลับกลัวว่าเขาจะหนีไปตอนนี้หรอกนะ 



ไม่ไหวหรอกยิ่งได้สติกลับมามากแค่ไหนภาพเรื่องราวสุดวาบหวิวและเร่าร้อนของเขากับอีกคนมันก็ยิ่งชัดเจนมากขึ้นมากขึ้นมากขึ้นจนเขารู้สึกอายตัวเองจนอยากแทรกแผ่นดินหนีหายไปเดี๋ยวนี้ให้ได้เลยจริงๆทำไมเราถึงกล้าทำเรื่องน่าอายแบบนั้นกับคนแปลกหน้าด้วยเนี่ยให้ตายสิ 




นั่นน่ะมันครั้งแรกของเราเลยนะแล้วยังกับผู้ชายด้วยกันอีกโถ่ยิ่งคิดยิ่งเครียดจนอยากจะร้องไห้ออกมาให้น้ำท่วมโลกไปเลยเว้ยยยย




ถ้าเป็นแบบนั้นจริงก็แย่น่ะสิ



หือ?”



อรุณสวัสดิ์




“……!!” เฮือก!!!




อะไรกันนะสีหน้าตกใจเหมือนว่าเจอผีเนี่ย?” ร่างสูงลุกขึ้นมาคร่อมแขนพูดกับคนที่นอนทำหน้าช็อคอยู่ใต้ร่างของเขาด้วยรอยยิ้มพิศวง



คุณเป็นใคร?” เอ็นจ้องมองใบหน้าของคนที่คร่อมร่างตัวเองอยู่นานกว่าจะพูดคำนั้นออกมาอย่างอดสงสัยไม่ได้ 



หือ?”



ก็คนที่อยู่กับผมเมื่อคืนเขาเป็นผู้ชายผมยาว?” ถึงคนผมสั้นที่อยู่ตรงหน้าผมคนนี้จะมีใบหน้าที่คล้ายกันกับคนเมื่อคือมากจนแยกไม่ออกเลยก็เถอะแต่ผู้ชายที่ผมเจอเขาเมื่อคืนน่ะเขาเป็นชายหนุ่มผมยาวสวยดูสง่างามอย่างไร้ที่ติ


อา ถึงแม้ว่าคนตรงหน้าผมคนนี้เองก็งดงามไม่ต่างกันเลยก็เถอะแต่คนคนนี้ดูเด็กกว่าคนเมื่อคืนมากเลยนะดูเหมือนเด็กหนุ่มม.ปลายเลยอะทั้งที่คนเมื่อคืนที่ผมเจอเขานั้นน่าจะอายุพอพอกันกับผมอยู่เลยแท้ๆ 




อา เรื่องนั้นเองอื้อ มันค่อนข้างซับซ้อนอยู่น่ะแต่ยังไงแล้วนั้นทั้งตอนผมยาวเมื่อคืนและตอนนี้ก็คือผมคนนี้คนเดียวกันครับ” ร่างสูงอธิบายพร้อมชี้นิ้วเข้ามาที่ตัวเองอย่างยืนยันความจริงให้อีกคนทราบ



“…ไม่เห็นจะเข้าใจเลยสักนิด



อื้อก็ยังไม่ต้องเข้าใจอะไรทุกอย่างให้ได้ในตอนนี้หรอก แต่ค่อยๆเข้าใจไปทีละนิดหลังจากนี้เถอะนะ” ร่างสูงพูดจบก็ลุกขึ้นจัดชุดของตัวเองให้เข้าที่จนดูเรียบร้อยก่อนจะเดินออกจากห้องไปโดยปล่อยทิ้งความสงสัยมากมายไว้กับเอ็น



.



.



.




เขาเป็นใครกัน?” เรื่องนี้ยังคงคาใจให้เอ็นได้แต่ครุ่นคิดถึงอีกคนจนไม่เป็นอันทำอะไร




ก๊อกๆเสียงเคาะประตูดังขึ้นก่อนจะตามมาด้วยเสียงเรียนขานที่เอ็นจำได้



ท่านเอ็นตื่นอยู่รึเปล่าครับผมเซนะเองครับ



อาครับ” ท่านเอ็นเหรอทำไมคุณเซนะถึงเรียกเราแบบนั้นล่ะรู้สึกแปลกๆยังก็ไม่รู้



ผมเข้าไปนะครับ” เซนะบอกก่อนจะเลื่อนประตูเดินเข้าไปหาเอ็นที่ยืนพิงอยู่ข้างหน้าต่างที่ข้างนอกห้องมีต้นซากุระต้นใหญ่กำลังโปรยปลายกลีบดอกไปตามสายลมพัดอย่างสวยงาม



ท่านยูกิให้ผมนำชุดนี้มาให้ท่านเอ็นใส่น่ะครับ” เซนะยื่นชุดกิโมโนสีสวยให้เอ็นด้วยรอยยิ้มอบอุ่น



ให้ผมใส่เหรอครับ?” เอ็นรับชุดจากเซนะมาถือไว้และจ้องมองมันอย่างไม่เข้าใจก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปถามเซนะอีกครั้งว่าเขาเป็นใครเหรอครับ?”



หือ?”




ก็ท่านยูกิที่คุณเซนะพูดถึงไงละครับเขาเป็นใคร?”


เอ๋? …อา อย่างนี้นี่เอง” เซนะทำหน้างงกับคำถามของเอ็นก่อนจะนึกออกว่าท่านยูกิไม่ได้บอกท่านเอ็นสินะครับเฮ้อ ชอบทำเรื่องยุ่งยากอีกแล้วนะท่านยูกิ” ประโยคสุดท้ายเซนะเพียงแต่พูดบ่นกับตัวเองเบาๆคนเดียว



ยังไงเหรอครับผมไม่เข้าใจเลย?” เอ็นยังคาใจเรื่องท่านยูกิที่เซนะพูดถึงไม่หายและเขาก็จะต้องถามอีกคนจนกว่าจะรู้



อือถ้านั้นเป็นความต้องการของท่านยูกิผมเองก็คงพูดอะไรเองไม่ได้หรอกต้องขอโทษด้วยนะครับ” เซนะพยายามปฏิเสธอย่างสุภาพ


งั้นผมจะต้องทำยังไงเหรอครับตอนนี้ผมรู้สึกสับสนไปหมดเลย


อืมงั้นท่านเอ็นก็เปลี่ยนชุดนี้แล้วไปถามเรื่องที่ท่านเอ็นสงสัยจากท่านยูกิสิครับ


เอ๋นั้นสินะถ้าสงสัยก็ไปถามจากเจ้าตัวเองตรงๆเลยก็น่าจะได้คำตอบเฮ้อทำไมผมไม่คิดถึงเรื่องเลยนะ


“……” เซนะเพียงแต่ยิ้มให้เอ็นโดยไม่ได้พูดอะไร


เออคุณเซนะ


ครับ


เออผมขอถามอะไรหน่อยจะได้มั้ยครับ?”


หืออาถามผมตอบได้ก็จะตอบให้ครับ


อาขอโทษที่ผมทำให้คุณเซนะลำบากใจนะครับ


ไม่เป็นไรท่านเอ็นไม่ต้องคิดมากเรื่องผมหรอกครับ” เซนะยื่นมือออกไปลูบหัวเอ็นอย่างอดนึกเอ็นดูไม่ได้ก่อนจะยิ้มกว้างและบอกกับเอ็นว่าหากนั่นเป็นสิ่งที่ผมทำได้ผมยินดีช่วยท่านเอ็นทุกอย่างครับ


คุณเซนะขอบคุณครับ” เอ็นยิ้มมองเซนะอย่างซาบซึ้งใจ


งั้นไหนลองถามผมสิครับสิ่งที่ท่านเอ็นอยากรู้คืออะไรเหรอครับ?”


อาครับเรื่องท่านยูกิน่ะครับผมอยากรู้ว่าท่านยูกิเป็นคนแบบไหนคุณเซนะพอจะบอกผมได้หรือเปล่าครับ?”


อืมเรื่องท่านยูกิเป็นคนแบบไหนงั้นหรือครับ…” เซนะกอดอกทำหน้าครุ่นคิดก่อนครู่หนึ่งแล้วจึงพูดขึ้นมาว่าค่อนข้างซับซ้อนและเป็นคนที่คาดเดายากครับ


เอ๋…?”


ถึงจะเข้าใจยากแต่ว่าท่านยูกิเป็นคนดีนะครับ” รอยยิ้มของเซนะที่พูดประโยคนี้ออกมามันทำให้เอ็นรู้สึกว่าเซนะพูดจริงไม่ได้โกหก


อย่างนั้นเหรอครับ…” แม้จะได้คำตอบจากเซนะเช่นนั้นแต่ความรู้สึกสับสนและคาใจก็ไม่ได้หายไปจากเอ็นเลยสักนิด



.


.


.



ยามเย็นของวันนั้นเอ็นก็ได้เดินเข้าไปที่ธารน้ำตกอีกครั้งตามคำเชิญชวนของท่านยูกิโดยมีเซนะและพี่น้องเร็นกับมิกะเดินเข้ามาส่งด้วยในครั้งนี้


เอ็นอยู่ในชุดกิโมโนสีแดงทองลายนกกระเรียนงดงามราวกับเจ้าสาวซึ่งในตอนที่เอ็นได้รู้ว่าชุดที่ท่านยูกิฝากเซนะมานั้นเป็นกิโมโนของผู้หญิงก็โวยวายว่ายังไงเขาก็จะไม่ใส่มันเด็ดขาดเซนะจนปัญญาจะสู่จึงต้องเรียกให้พี่น้องเร็นกับมิกะเข้ามาช่วยเกลี้ยกล่อมด้วยกันแต่ก็ใช้เวลาอยู่นานเลยกว่าเอ็นจะใจอ่อนยอมใส่ชุดนั้นในที่สุด



ผมไม่เข้าใจเลยว่าทำไมท่านยูกิบ้านั่นถึงต้องทำอะไรยุ่งยากแบบนี้ด้วย” เอ็นบ่นออกมาอย่างอดไม่ได้


ท่านเอ็นเรียกท่านยูกิว่าบ้าแบบนี้ไม่ดีนะครับ” เซนะพยายามพูดเตือนอย่างสุภาพส่วนพี่น้องเร็นกับมิกะที่เดินตามอยู่ด้านหลังก็แอบขำกันอย่างอดไม่ได้ที่มีคนกล้าเรียกนายท่านของพวกเขาแบบนั้นท่านเร็นกับท่านมิกะเองก็เลิกแอบขำกันแบบนั้นด้วยจะดีกว่านะหากถูกท่านยูกิโกรธละก็ผมไม่ช่วยหรอกนะครับ


อุ๊ป!” พี่น้องเร็นกับมิกะรีบพากันหยุดขำและเอามือปิดปากตัวเองเอาไว้อย่างนึกกลัวคำขู่ของเซนะกันทันที


ผมไม่สนใจหรอกนะเพราะท่านยูกิอะไรนั่นทำให้ผมลำบากและผมก็รู้สึกหงุดหงิดมากๆด้วย” เอ็นพูดขึ้นอย่างไม่นึกหวาดกลัวอะไรทั้งนั้นเพราะแค่ใส่ชุดกิโมโนนี่มันก็อึดอัดใจหายใจยากแล้วยังต้องเดินเข้ามาในป่าธารน้ำตกนี่อีกแต่ที่มันหงุดหงิดจริงๆคือการที่เขามองไม่เห็นทางเดินจนต้องเกาะแขนคุณเซนะไปเนี่ยแหละรู้สึกขายหน้าชะมัดที่ตัวเองเป็นผู้ชายแท้ๆแต่กลับช่วยเหลือตัวเองไม่ได้แบบนี้เฮ้อ……


บรรยายกาศยามเย็นในธารน้ำตกที่ถูกปลายแสงอาทิตย์ย้อมให้เป็นสีส้มแดงระยิบระยับนั้นช่างงดงามจนไม่อาจหาคำใดมาเปรียบนอกจากแสงแห่งความอบอุ่นที่โอบกอดทุกสรรพสิ่งอย่างอ่อนโยนจากทวยเทพเอ็นรู้สึกอย่างนั้นเมื่อเขาได้ทำใจให้สงบลง



ข้างหน้านั่น……” เอ็นเอ่ยขึ้นเมื่อเขามองเห็นเงาลางๆที่มีรูปร่างคล้ายคนที่ยืนถือร่มยืนรออยู่ตรงข้างริมธารน้ำ


อาที่ยืนรออยู่ข้างหน้านั้นคือท่านยูกิครับ” เซนะหยุดเดินและหันมาบอกให้เอ็นได้ทราบถึงอีกคนที่รออยู่


งั้นหน้าที่ของพวกเราก็จบแล้วสินะ” เร็นพูดขึ้น


ก็เจอท่านยูกิแล้วนี่นา” มิกะพูดด้วยเสียงแอบเสียดาย


นั่นสินะครับหน้าที่ของพวกเราคือการนำทางให้ทานเอ็นมาเจอท่านยูกิที่นี่…”


เอ๋อะไรน่ะครับจะทิ้งผมไว้คนเดียวเหรอครับ?” เอ็นถามเสียงตื่นทันทีเมื่อรู้ตัวว่าจะถูกทิ้งให้อยู่ที่นี่คนเดียว


คนเดียวที่ไหนละครับท่านยูกิก็อยู่ด้วยนะ” มิกะบอก


ช่วยทำให้ท่านยูกิมีความสุขด้วยนะครับ” เร็วพูด


เอ๋หมายความว่าไงครับ?” เอ็นทำท่าไม่ไว้วางใจทันทีที่ได้ยินเร็นพูดอย่างนั้น


อย่าวิตกไปเลยครับท่านเอ็นไปเถอะครับท่านยูกิรอยู่นะครับ” เซนะดันหลังให้เอ็นเดินออกไปหาท่านยูกิพร้อมส่งสายตาบอกให้เร็นกับมิกะหยุดพูด 


อะเดี๋ยวสิ” 


มีเรื่องมายมากที่อยากถามท่านยูกิอยู่ไม่ใช่เหรอครับเพราะงั้นก็ไม่ต้องลังเลอะไรอีกแล้วครับไปหาท่านยูกิเถอะครับ


คุณเซนะ……”


งั้นก็ขอให้สนุกนะครับพวกผมขอตัวก่อน” พูดจบเซนะก็เดินนำพี่น้องเร็นกับมิกะออกไปจากตรงนั้นทันที



เฮ้อ…” ทิ้งกันจนได้นะคุณเซนะเอ็นยืนถอนหายใจยาวมองตามทางที่ว่างเปล่าที่พวกเซนะเดินจากไปอย่างคนพ่ายแพ้



หมับ



เฮือก…!!!” เอ็นสะดุ้งตัวอย่างแรงที่อยู่ดีๆก็โดนโอบกอดจากด้านหลัง


ขวัญอ่อนจังเลยนะทั้งที่เป็นสัมผัสจากคนที่คุ้นเคยกันแท้ๆ” ร่างสูงที่เข้ามากอดเอ่ยพูดอย่างหยอกเย้า


คุณ…!” แน่นอนว่าเอ็นจำเสียงของอีกคนได้ไม่ลืมทำอะไรน่ะปล่อยผมเดี๋ยวนี้นะ” เอ็นพยายามขัดขืนออกจากอ้อมกอดของร่างสูง


ก็อยากลงโทษคนดื้อที่มาสายกล้ามากเลยนะที่ปล่อยให้ผมรอตั้งหลายชั่วโมงแบบนี้


ก็ไม่ได้อยากมานี่วุ่นวายชะมัด


หือ?” ร่างสูงคลายกอดออกแล้วจับไหล่เล็กหมุนตัวให้เอ็นหันมาเผชิญหน้ากับเขาตรงๆผมทำให้คุณลำบากเหรอครับ?”


อึก…” เสียงหวานของร่างสูงที่เอ่ยถามออกมาแบบนั้นทำเอาเอ็นหายใจสะดุดไปจังหวะหนึ่งเออก็ใช่นะสิผมไม่เข้าใจเลยว่าคุณต้องการอะไรถึงต้องทำเรื่องให้มันวุ่นวายแบบนี้ด้วย


หือเรื่องนั้นก็…” ร่างสูงยืนทำท่าคิดอย่างต้องการแกล้งหยอกให้เอ็นโมโหเล่นและมันก็ได้ผลเป็นอย่างดี


นี่คุณตั้งใจจะแกล้งกันเล่นสินะ” เอ็นไม่ได้แค่พูดเปล่าแต่เขายังก้าวเท้าออกไปหาร่างสูงหวังจะเอาคืนแต่ทว่าเพราะกิโมโนที่ใส่อยู่มันยาวจนเขาไม่ทันระวังเลยพลาดเยียบชายผ้าจนสะดุดวืบโอ๊ะ!”



หมับ



ระวังหน่อยสิครับ” ร่างสูงรับร่างเอ็นเอาไว้ได้ทันอย่างสวยงามก็แอบดุไปเล็กน้อย


ชิก็เพราะใครกันละที่สั่งให้ผมใส่ชุดแบบนี้มาน่ะ” เอ็นพูดเสียงหงุดหงิดไม่ชอบใจออกมาอย่างไม่เกรงใจฮึ่ย  ทั้งชุดทั้งการมองเห็นทั้งผู้ชายตรงหน้าคนนี้ด้วยไม่ว่าอะไรๆทุกอย่างมันก็ขัดใจเขาไปหมดเลย!


โอยะๆผมน่ะอุสาเป็นห่วงและหวังดีกับคุณอยู่แท้ๆช่างเป็นคนที่ไม่น่ารักเอาเสียเลย” ร่างสูงแกล้งทำเป็นส่ายหัวเหนื่อยใจ



ผลัก



หึก็ไม่ได้หวังมาให้คุณรู้สึกอะไรแบบนั้นกับผมเลยสักนิด” เอ็นถอยออกไปยืนกอดอกเชิดหน้าพูดอย่างเอาแต่ใจ


เอ๋… แต่เมื่อคืนคุณน่ะน่ารักมากเลยนะยิ่งตอนที่คุณอยู่บนตัวผม-“


นี่!!! พะพูดอะไรออกมาน่ะหยุดเลยนะ!!!” เอ็นหันมาชี้หน้าสั่งให้ร่างสูงพูดเรื่องน่าอาย


ทำไมล่ะก็ผมพูดเรื่องจริง-“



หมับ




ว๊ากกกก็บอกให้หยุดพูดเรื่องนี้ไงเล่าหุปปากไปเลยน่ะไอ้คนลามก!” เอ็นลนลานวาร์ปเข้าไปล็อกคอปิดปากร่างสูงเอาไว้อย่างรู้สึกอายกับเรื่องที่เกิดขึ้น



ผลัก



บ้าๆๆนายมันบ้างี่เง่าที่สุดเลย!” เอ็นผลักร่างสูงออกอย่างแรงพร้อมตระโกนด่าใส่หน้าร่างสูงอย่างโกรธจัดจนเลิกใช้คำพูดสุภาพไปเลย


“……” ร่างสูงเซถลาเสียหลักไปเล็กน้อยไม่ถึงกลับล้มเพราะแรงผลักของเอ็นไม่ได้เป็นผลอะไรกับคนที่แข็งแกร่งอย่างเขานักแล้วพอร่างสูงกลับมายืนตั้งหลักได้แล้วเขาก็เดิมกลับเข้าไปหาเอ็นอีกครั้งด้วยใบหน้านิ่งปราสจากรอยยิ้มจนทำเอาเอ็นที่กำลังหงุดหงิดหัวร้อนอยู่ถึงกลับยืนนิ่งไม่กล้าขยับไปไหนราวกับว่าถูกแรงกดดันมหาศาลควบคุมไปทั้งร่างกาย


อยากดื้อก็ไม่ว่าอะไรหรอกแต่ก็ให้มันน้อยๆหน่อยก็ดีนะครับ” รอยยิ้มพิศวงของร่างสูงมันให้เอ็นรู้สึกกลัวจนไม่กล้าพูดอะไร


“……” เอ็นได้แต่ยืนนิ่งเก็บอาการหวาดกลัวไว้ข้างในพยายามไม่แสดงมันออกมา


กลัวเหรอครับ?” ถึงอย่างนั้นร่างสูงก็ดูออกอยู่ดีก็ไม่อยากทำให้กลัวหรอกนะเพราะผมน่ะชอบคุณมากเลยรู้มั้ย


ร่างสูงหยุดอยู่ตรงหน้าเอ็นแล้วยื่นมือข้างหนึ่งขึ้นไปลูบไล้เบาๆที่แก้มเนียนของเอ็นอย่างทะนุถนอมราวกับเอ็นคือของมีค่าและสำคัญของเขา


“……” นัยแววตาของเอ็นที่จ้องมองใบหน้าร่างสูงอยู่ในตอนนี้มันเต็มไปด้วยความรู้สึกสับสนมายมาก


ก็เคยบอกไปแล้วไงว่าไม่ต้องรีบร้อนให้ค่อยๆรับรู้สิ่งต่างๆไปทีละนิดต่อจากนี้” น้ำเสียงของร่างสูงกลับมาอ่อนโยนอีกครั้งเมื่อเห็นว่าความพยศของเอ็นเริ่มสงบลงแล้ว


ผมไม่เข้าใจ” เอ็นพูดเสียงแผ่วเบาแต่ร่างสูงก็ได้ยินมันอย่างชัดเจน


อืมงั้นเรามาเริ่มกันใหม่ตั้งแต่ต้นเลยเป็นไงครับ?”


ตั้งแต่ต้นงั้นเหรอ?” เอ็นยังคงทำหน้าไม่เข้าใจที่ร่างสูงพูดสักเท่าไหร่


ก็แบบนี้ไงครับ


“…?”


ยินดีที่พบกันนะเรียกผมว่ายูกิแล้วคุณละครับ” ยูกิแนะนำตัวเองด้วยรอยยิ้มที่สดใสราวกับพระอาทิตย์ที่ค่อยให้ความอบอุ่นในยามเช้าเลย


อะเออผมชื่อเอ็นยินดีที่ได้พบกัน…” เอ็นพูดได้ไม่เต็มเสียงนักเพราะความรู้สับสนและเรื่องบางอย่างที่ยังคงคาใจเขาอยู่จึงทำให้เอ็นไม่สามารถทำตัวให้ปรกติได้อย่างอีกคน


ครับจากนี้ไปก็ฝากตัวด้วยนะครับเอ็น


เอ๊ะ…” คำพูดของยูกิทำให้เอ็นเกิดความรู้สึกบางอย่างขึ้นมาในใจจนตัวเขาเองก็บอกไม่ถูกว่ามันคืออะไรความรู้สึกป่วบแปลบในใจที่ไม่เคยรู้สึกมันมาก่อนแบบนี้มันคืออะไรกัน?


จากนี้ไปที่นี่คือบ้านของคุณนะครับเอ็น


หาอะไรนะ?”


ไม่เข้าใจเหรอครับ?”


ไม่ไม่เข้าใจอะไรเลยสักนิดคุณกำลังพูดเรื่องอะไร” เอ็นเริ่มสับสนหนักขึ้นกว่าเดิม


ไม่เข้าใจเหรอครับผมกำลังบอกคุณว่าจากนี้คุณต้องอยู่ที่นี่กับผมตลอดไป” ยูกิพูดด้วยสีหน้าจริงจังไร้แววล้อเล่นใดๆ


พูดอะไรน่ะผมอยู่ที่นี่ไม่ได้หรอกนะ” เอ็นส่ายหน้าปฏิเสธอย่างไม่คิดลังเลเลยสักนิด


ทำไมละครับ” ยูกิยังคงถามอย่างใจเย็น


ก็ผมไม่ใช่คนที่นี่น่ะสิเพราะงั้นผมอยู่ที่นี่กับคุณไม่ได้หรอกเดี๋ยวอีกไม่กี่วันผมก็ต้องกลับยังที่ที่มาจากมาแล้ว” ประโยคสุดท้ายเอ็นหลบสายตาพูดอย่างไม่อยากให้ยูกิเห็นว่าเขากำลังลังเล


โกหก


หา?”


ผมบอกว่าคุณน่ะโกหก


โกหกอะไรผมโกหกอะคุณงั้นเหรอ?” เอ็นหันกลับมาถามยูกิอย่างไม่เข้าใจ


คุณโกหกตัวเองผมรู้นะว่าเอ็นไม่อยากกลับไปที่นั่นอีกแล้วน่ะ


“………”


ผมพูดถูกใช่มั้ยล่ะ


“………”


แค่คิดถึงมันคุณก็รู้สึกเจ็บปวดจนอยากตายเลยไม่ใช่เหรอครับ?”


“………”


อ่าจริงสิเรื่องคืนนั้นที่คุณพลัดตกน้ำตรงนั้นน่ะ” ยูกิชี้มือออกไปตรงจุดหน้าน้ำตกที่เอ็นพลัดตกไปในตอนนั้นผมรู้นะว่าคุณตั้งใจจะจบชีวิตตัวเองลงในน้ำแห่งนี้


คุณเป็นคนช่วยผมไว้?”


ใช่ผมลงไปช่วยคุณเพราะไม่สามารถปล่อยให้คุณตายในนี้ได้น่ะ


หา?” ทำไมฟังแล้วมันเหมือนกลับว่าที่ช่วยไม่ใช่ว่าอยากช่วยแต่ชาวยเพราะว่าจำเป็นต้องช่วยยังไงยังงั้นเลย


คุณคิดไม่ผิดหรอก


หา…” เขาอ่านใจเราไอ้งั้นเหรอ?


อยู่ที่นี่ผมสามารถรับรู้ได้ทุกอย่างนั้นแหละ


เป็นเทพเจ้ารึไงถึงได้รู้ได้ทุกอย่าง


อื้อก็เป็นเทพอารักษ์น่ะ


เทพอารักษ์หา?!!!” เอ็นร้องขึ้นอย่างตกใจก่อนจะตั้งสติแล้วพูดว่าอย่ามาล้อนะผมกำลังซีเรียส์


ผมรู้ว่าคุณรู้ว่าผมพูดจริงแต่คุณแค่ไม่อยากเชื่อ…”


พูดบ้าๆคุณน่ะเหรอเป็นเทพอารักษ์ดูยังไม่ก็มนุษย์เหมือนกันชัดๆ” เอ็นยังดื้อไม่ยอมเชื่ออยู่ดี


อื้อสำหรับมนุษย์หัวดื้ออย่างเอ็นก็คงไม่เชื่ออะไรง่ายๆหรอกผมรู้ดี


อะไรนะเรียกผมว่ามนุษย์หัวดื้องั้นเหรอ?”


อะไรโกรธแค่ตรงนั้นเหรอเอ็นเป็นเหมือนเด็กน้อยเลยนะครับ


ก็นายน่ะสิมันชอบกวนประสาทกันอยู่เรื่อยอุ๊ป!” เอ็นรีบยกมือขึ้นมาปิดปากไว้ทันที่ทีรู้ตัวว่าเผลอพูดจาไม่สุภาพออกไปอีกแล้วเลยทำให้เขาเกิดอาการกลัวขึ้นมาตามสัญชาตญาณ


หึเหมือนจะเริ่มปรับตัวได้ขึ้นมาบ้างแล้วสินะครับ” ยูกิแกล้งทำเป็นนิ่งกลบเกลื่อนรอยยิ้มาขำเพราะท่าทางกลัวของเอ็น


“………” เอ็นลดมือลงไม่ได้ปิดปากตัวเองแล้วแต่เขาก็ยังคงเม้มปากแน่นไม่ยอมพูดอะไรอยู่ดี


มันก็ถูกต้องแล้วล่ะที่มนุษย์จะต้องรู้สึกหวาดกลัวต่อสิ่งที่มีอำนาจเหนือกว่าตนเอง” ยูกิยังคงพูดหน้านิ่งเพื่อหวังจะให้เอ็นได้เข้าใจอะไรๆง่ายขึ้น


ทำไม?”


หือ?”


ทำไมต้องช่วยผมและทำเรื่องแบบนั้นกับผมทำไม?” แววตาของเอ็นสั่นไหวจนเกือบทำให้ยูกิใจอ่อน


ค่าตอบแทนยังไงล่ะ


“……” คำพูดของยูกิประโยคเดียวถึงกลับทำให้น้ำตาที่อดกลั้นอยู่นานของเอ็นไหลพรากเอ็นมองยูกิด้วยความรู้สึกผิดหวังและเจ็บปวดใจจนพูดไม่ออกผ่านม่านน้ำตาที่ไร้เสียงสะอื้น



ตุบ



ร่างสวยของเอ็นทรุดนั่งลงกับพื้นอย่างคนหมดแรงเอ็นก้มหน้าร้องไห้อย่างไม่นึกอายแม้ว่ายูกิจะยังคงยืนมองดูเขาอยู่ก็ตาม 


ไม่ไหวแล้วตอนนี้เขาไม่สามารถเก็บซ่อนความอ่อนแอของตัวเองได้อีกต่อไปแล้วทุกอย่างสำหรับเขาตอนนี้มันโหดร้ายเกินจะรับไหวได้อีก



หมับ



นานอยู่พักใหญ่ที่ยูกิยืนมองเอ็นร้องไห้อย่างคนอ่อนแอยูกิเงียบไม่เอ่ยพูดอะไรและปล่อยให้เอ็นร้องไห้ตัวสั่นเป็นลูกนกอยู่อย่างนั้นโดยไม่ทำอะไร


แต่พอเวลาเริ่มผ่านไปนานเข้าเอ็นยังไม่มีทีท่าว่าจะหยุดร้องไห้สักทียูกิจึงต้องถอนหายใจยอมแพ้เลิกทำตัวเป็นเทพใจร้ายกับลูกนกน้อยอย่างเอ็นในที่สุด



นี่คิดจะร้องไห้จนหมดน้ำตาเลยรึไงครับเอ็น” ยูกินั่งลงข้างๆแล้วโอบกอดไหล่เล็กเอาไว้อย่างปลอบโยน


ฮึก…” เอ็นยอมให้ยูกิกอดตัวเองเอาไว้อย่างคิดต่อต้านขัดขืนอะไรเพราะตอนนี้เขาร้องไห้จนเหนื่อยไปแล้ว


มนุษย์นั้นช่างอ่อนแอและบอบบางเพียงแค่เล็กน้อยก็แตกสลาย” ยูกิพูดและลูบผมนุ่มของเอ็นขึ้นลงเบาๆคลายการกล่อมเด็กน้อยเวลาที่ร้องไห้งอแง


“………” ใบหน้าสวยอาบน้ำตาของเอ็นที่แนบซบอยู่ตรงอกด้านซ้ายของยูกิค่อยๆหลับตาลงช้าๆเมื่อเริ่มซึมซับได้ถึงความอ่อนโยนของยูกิ



ตึกตัก



พอเริ่มสงบใจได้เอ็นเริ่มได้ยินการเต้นของใจที่ดังตึกตักอย่างเป็นจังหวะธรรมดาของยูกิรอยยิ้มจางก็เกิดขึ้นมาอีกครั้งบนใบหน้าสวยอาบน้ำตาของเอ็น



อบอุ่นเอ็นจำได้ดีความรู้สึกอบอุ่นที่เป็นของยูกิความอบอุ่นที่ทำให้รู้สึกปลอดภัยและอุ่นใจอย่างบอกไม่ถูกแต่ว่าเขาก็ชอบความรู้สึกนี้มากๆ



ไม่อยากไปจากอ้อมกอดนี้เลย




แต่มันคงเป็นไปไม่ได้หรอก





ผละ



ผมมันงี่เง่าจริงๆขอโทษด้วยนะครับ” ผลักตัวออกจากอ้อมกอดที่แสนอบอุ่นของยูกิแล้วก้มหน้าลงอย่างสำนึกผิดและขอโทษยูกิจากใจจริง



โอยะผมเป็นคนทำให้คุณร้องไห้แต่คุณกลับขอโทษผมงั้นเหรอ?”



ครับพอคิดทบทวนดูแล้วคนที่ผิดก็คือผม…”



“……”



การที่ผมมาที่นี่มันคือความผิดทั้งที่ผมตั้งจะแวะเข้ามาที่นี่เพื่อเยี่ยมชนแต่ผมกลับสร้างปัญหาให้คุณเดือดร้อนไม่ใช่แค่คุณแต่ทั้งคุณเซนะเร็นคุงกับมิกะคุงก็ต้องพลอยมาลำบากก็เพราะผม



อืมนั่นสินะ



และเรื่องค่าตอบแทน……”



“……” ยูกิเอียงคอลงมองใบหน้าที่ขึ้นสีแดงของเอ็นอย่างตั้งใจรอฟัง



เออ……” เอ็นรู้สึกว่ากำลังถูกยูกิจับจ้องตัวเองอยู่แบบนี้ก็รู้สึกเกร็งและเขินอายที่จะต้องพูดถึงเรื่องน่าอายเรื่องนั้นออกมา



“……” ยูกิยังคงเฝ้ารอให้เอ็นพูดมันออกมาอย่างไม่ยอมปล่อยผ่าน



คุณช่วยลืมมันไปจะได้มั้ยครับ” แม้ว่าจะอายมากแค่ไหนที่ต้องพูดมันออกมาแต่เอ็นก็พยายามพูดและเงยหน้าขึ้นมองยูกิอย่างเว้าวอนหวังให้ยูกิรับฟังคำขอของเขาเรื่องนี้



ขอโทษนะแต่ผมคงทำมันได้หรอกครับ” ยูกิพูดและยื่นมือออกไปเช็ดคาบน้ำตาที่อาบเปื้อนอยู่ใบหน้าสวยของเอ็นออกให้อย่างอ่อนโยน



“………”



โอยะผมทำให้คุณร้องไห้อีกแล้วเหรอครับ?” ยูกิมองเอ็นที่น้ำตารินไหลด้วยรอยยิ้มที่เอ็นไม่สามารถเข้าใจก่อนจะโน้มหน้าเข้าไปจูบเช็ดน้ำตาให้อย่างนุ่มนวล



จูบที่นุ่มนวลของยูกิเหมือนพิษร้ายที่ค่อยๆกลืนกินหัวใจของเอ็นไปอย่างไม่ให้รู้สึกตัว



การลงโทษของท่านเทพยูกิช่างน่ากลัวเหลือเกิน




ผลงานอื่นๆ ของ jielne

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น