นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

HAPPY END [VIXX_LeoN]

โดย jielne

บนเส้นทางสายนี้ ที่ทำให้ฉันได้เจอคุณ และคุณได้เจอฉัน เราที่ไม่เคยรู้จักกัน...แต่สายใยที่มองไม่เห็นก็ได้ค่อยๆผูกมัดเราสองคนเข้าหากัน

ยอดวิวรวม

410

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


410

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 ก.ย. 61 / 11:58 น.
นิยาย HAPPY END [VIXX_LeoN]

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

DEPEND ON ME !

พลังอำนาจอันยิ่งใหญ่ไหนเลยจะเท่า...พลังแห่งรัก



"คุณครับ เออ...คุณเชื่อเรื่องสัญญาเก่าในอดีตชาติมั้ย?"




"มันไม่ง่ายกว่ารึไงครับ แค่บอกว่าคุณตกหลุมรักผม?"



*สวัส~~ดี
แวะมาแปะsfเรื่องใหม่ค่ะ

เรากำลังลังเลอยู่ว่าจะลงเรื่องนี้ในวันเกิดเลโอดีมั้ย?
ตอนนี้ก็แปะโพลไว้ในทวิตล่ะ
ยังไงก็ร่วมสนุกกันได้นะคะ
แล้วเจอกันในวันที่ 9 นี้นะคะ

*ปล.โพลอยู่ที่#นี้นะคะ
#TheFreakOut_LeoN

หรือแวะมาคุยกันได้ที่นี่นะคะ
@jielne
 



เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 ก.ย. 61 / 11:58


HAPPY END






ณ สถานีรถไฟแห่งหนึ่ง....

               ร่างสูงโปร่งของชายหนุ่มผิวขาวราวน้ำนม เขาผู้นั้นที่มีใบหน้าและรูปร่างที่ดูดีจนน่าอิจฉา 
               ตอนนี้ เค้ากำลังรีบเร่งสาวเท้าวิ่งเข้าไปในสถานีรถไฟ เพื่อรีบไปที่ชานชาลาที่เจ็ด ที่ที่ขบวนรถไฟที่เขาได้จองตั๋วเอาไว้กำลังจอดรออยู่ ร่างสูงต้องรีบวิ่ง เพราะว่าเหลือเวลาอีกเพียงไม่กี่นาทีเท่านั้น ขบวนรถไฟที่เขาจะไปด้วยขบวนนั้นจะได้เวลาออกเดินทางแล้ว

พรึ่บ 

               เพียงแค่ชายหนุ่มร่างสูงผู้น่าสนใจคนนั้น ได้ก้าวเท้าของเค้าทั้งสองข้างขึ้นไปอยู่บนรถไฟได้เรียบร้อยแล้ว ในวินาทีต่อมา เจ้าหน้าที่สถานีก็ได้เป่านกหวีดและยกธงขึ้นโบกไปมา เพื่อส่งสัญญาณให้ทุกคนได้รับทราบทั่วกันว่า รถไฟขบวนนี้ถึงเวลาออกเดินทางแล้ว


               ณ ตอนนี้ รถไฟขบวนนั้นก็ได้เดินทางออก ออกมายังนอกเมืองได้สักระยะแล้ว 

               ร่างสูงเปิดประตูออกมาจากห้องพักส่วนตัวของเค้า หลังจากที่เค้าได้จัดเก็บข้าวของและอาบน้ำเปลี่ยนเสื้อผ้าในชุดใหม่เรียบร้อยแล้ว

               ร่างสูงดินออกมาที่ตรงระเบียงทางเดิน ที่ผนังด้านข้างมีหน้าต่างกระจกใส ให้สามารถมองชมวิวทิวทัศน์ต่างๆตามเส้นทางของรถไฟได้อย่างดีด้วย 

               ร่างสูงค่อยๆก้าวเท้าเข้าไปยืนชมวิวทิวทัศน์ที่หน้าต่างตรงหน้านั้น เค้ายืนชื่นชมกับวิวทิวทัศน์สวยๆของบ้านเมืองต่างๆที่รถไฟได้วิ่งผ่านไปเรื่อยๆอย่างตื่นเต้น


ตึก ตึก

               บนทางเดินแคบของรถไฟในโบกี้ห้องพักผู้โดยสาร President Suite Cabin ที่เงียบสงบ และมีความเป็นส่วนตัวสูง  ในตอนนี้ ไม่มีใครอื่นเลย นอกจากร่างสูงที่กำลังยืนชมวิวอยู่ตรงริมหน้าต่าง ตรงทางเดินนั้น เพียงเขาแค่คนเดียว

ตึก ตึก

               ร่างสูงยังคงยืนชมวิวทิวทัศน์ต่างๆไปเรื่อยๆอยู่คนเดียวเงียบๆที่ตรงนั้น ได้สักพัก ก็มีผู้โดยสารอีกท่านหนึ่ง ที่ดูแล้วเขาคนนั้นเองก็คงจะพัก ในห้องพักโบกี้เดียวกันนั้นแหละ เพราะไม่งั้นแล้ว เขาคนนั้นก็คงไม่เดินมาโพล่อยู่ที่ตรงนี้ได้

               เมื่อได้เห็นว่ามีผู้โดยสารอีกท่าน กำลังจะเดินผ่านเข้ามาในทางที่ที่ตัวเองยืนอยู่ ร่างสูงจึงรีบขยับตัวหลบเข้าไปยืนแนบชิดกับหน้าต่างรถไฟมากขึ้น เพื่อจะได้แบ่งทางเดินแคบๆตรงนั้นให้อีกคนได้เดินผ่านไปได้สะดวกขึ้น

               ร่างสูงหุ่นบางผิวเนียบสวยสีน้ำผึ้งของผู้โดยสารอีกท่าน ค่อยๆเดินเข้าไปใกล้ร่างสูงผู้มีรูปลักษณ์อันน่าอิจฉาที่ยืนหันหลังหลบทางให้เขาอยู่ตรงนั้นอย่างช้าๆ

พรึ่บ

               ร่างสูงของคนผิวสีน้ำผึ้งเดินเข้าไปหยุด ยืนซ้อนทาบอยู่ที่ด้านแผ่นหลังกว้างของร่างสูงคนผิวขาวราวน้ำนม 
               นัยต์ตาสวยที่มีประกายแห่งความลุ่มหลงของคนผิวสีน้ำผึ้งที่ยืนซ้อนอยู่ด้านหลัง ค่อยๆไล่สายตากวาดมอง สำรวจรูปร่างของคนผิวขาวตรงหน้าจากด้านหลัง พร้อมทั้งยังแอบสูดดมกลิ่นหอมของคนตรงหน้าไปด้วยอย่างยากที่จะหักห้ามใจอดเอาไว้ไหว 
               เพราะกลิ่นหอมของคนตรงหน้าคนนี้ มันช่างหอมรัญจวนใจเค้ายิ่งนัก ...ทั้งรูปกาย ทั้งกลิ่นหอม อืม...ทุกๆอย่างของคนผิวขาวคนนี้ ช่างเต็มไปด้วยแรงดึงดูดอันน่าลุ่มหลงและตราตรึงใจเค้าเหลือเกิน ให้อยากสัมผัสแบบไร้ซึ้งเหตุผล 

ฮึ่ม...

               ร่างสูงคนผิวขาว ทำอะไรไม่ถูกได้แต่ยืนนิ่ง อย่างนึกตกใจที่จู่ๆคนที่เค้าคิดว่าควรจะเดินผ่านเลยไปแล้ว แต่ทว่า เค้าคนนั้นกลับหยุดอยู่ตรงด้านหลังของตัวเองซะงั้น ...อะไรเนี่ย? 
               ไม่เพียงแค่หยุดเดินเฉยๆ แต่ทว่า เค้าอีกคนนั้นยังค่อยๆหันขยับตัวเข้ามาหาร่างสูงที่ยืนนิ่งแนบตัวชิดกับกระจกหน้าต่างให้มากที่สุด แล้วไม่จบแค่นั้น...ใบหน้าเล็กๆของเค้าอีกคนนั้น ก็ยังค่อยๆโน้มก้มลงมาที่ตรงบริเวณลาดไหล่กว้างเข้าไปหาต้นคอขาวของร่างสูง เพื่อสูดดมและจดจำกลิ่นหอมของคนผิวขาวเอาไว้
               ณ วินาทีนั้นเอง ที่ดูเหมือนว่าคนนั้น กำลังถูกต้องมนต์สะกดจากกลิ่นหอมในตัวของร่างสูงคนนี้เข้าไปเสียแล้ว

               ความใกล้ชิดที่ดูเหมือนว่ามากเกินไปสำหรับคนแปลกหน้า และความรู้สึกปั่นป่วนแปลกๆที่เกิดขึ้นมาภายใน ทำให้ร่างสูงต้องเอียงหน้าไปทางเสี้ยวหน้าของอีกคนที่อยู่ด้านหลัง แทนคำพูดเตือนว่า 'การกระทำแบบนี้มันไม่ถูกต้อง'
               แล้วพอคนผิวสีน้ำผึ้งได้รู้สึกตัวว่ากำลังทำอะไรลงไป ในเวลาต่อมา พวกเค้าทั้งสองคนจึงได้ค่อยๆเงยหน้าขึ้นไปมองสบตากันและกัน ผ่านเงาสะท้อนจากกระจกหน้าต่างตรงหน้า ที่ ณ ตอนนี้มันมีภาพของพวกเค้าทั้งสองปรากฏอยู่ในนั้นอย่างเด่นชัด

               ใบหน้าเล็กๆที่ดูสวยแต่คงความน่ารักอยู่ไม่น้อย นัยต์ตากลมโตสวยสีนิลของคนผิวสีน้ำผึ้ง ที่ยืนซ้อนอยู่ที่ด้านหลังนั้น กำลังจองมองร่างสูงด้วยสายตาที่เต็มเปี่ยมไปด้วยความหมายอันลึกซึ้ง และแรงดึงดูดที่ราวกับแบล็คโฮล

               นัยต์ตาคมกริบที่แสนมีสเน่ห์ อันน่าหลงไหลมากไม่แพ้กันของร่างสูงก็ได้จ้องมองสบตากับอีกคนในเงาสะท้อนของกระจกตรงหน้านั้น ด้วยแววตาที่เต็มไปด้วยคำถามมากมาย ที่เค้าใช้มองอีกคนผ่านในเงาสะท้อนของกระจกตรงด้านหน้า

               พวกเค้าทั้งสองคน จ้องมองสบตาของกันและกัน ผ่านในเงาสะท้อนของกระจกหน้าต่างตรงหน้านั้น เพื่อค้นหาคำตอบให้ตัวเองอยู่เพียงครู่หนึ่ง แล้วร่างสูงของคนผิวสีน้ำผึ้งที่ยืนซ้อน อยู่ที่ด้านหลังก็ได้ค่อยๆขยับตัวก้าวเดินออกไปจากร่างสูงช้าๆ

               แต่ก่อนที่เค้าคนนั้นจะได้เดินออกไปไหนไกลจากอีกคน ความรู้สึกบางอย่างที่มันได้เกิดมาในใจ ก็ได้ทำให้ร่างสูงของคนผิวสีน้ำผึ้งคนนั้น หยุดเดินแล้วรีบหันกลับไปมอง คนที่ทำให้ตัวเองรู้สึกเหมือนโดนต้องมนต์คนนั้นอีกครั้ง 

               แล้วมันก็เป็นเหมือนดั่งว่า มีอะไรบางอย่างที่มาดลใจ ให้พวกเค้าทั้งสองคนได้พร้อมใจกัน หันไปมองหากันและกัน 
               และด้วยเหตุนั้น  พวกเค้าทั้งสองคนจึงได้จ้องมองสบตาของกันและกันอีกครั้ง ด้วยสายตาและสายตาของพวกเค้าเอง ไม่ใช่แค่เพียงการมองกันผ่านเงาสะท้อนอย่างเช่นก่อนหน้านี้...













               ความรู้สึกกระสับกระส่ายแบบนี้...คืออะไรกัน?

               ผ่านมาแล้ว กว่าสองชั่วโมงที่แทคอุนเอาแต่นอนคิด กระสับกระส่าย กับความคิด ความรู้สึกปั่นป่วนในใจ ที่มันเกิดขึ้นมาหลังจากที่เค้าได้เจอกับผู้ชายคนนั้น 
               ผู้ชายผิวสีน้ำผึ้ง ที่มีใบหน้าสวยน่ารัก มีดวงตากลมโตสวยสีนิลที่สามารถดึงดูดใจของแทคอุนได้ราวกับแบล็คโฮล 
               ทั้งๆที่ผู้ชายคนนั้น ก็มีส่วนสูงที่เกือบเท่ากันกับแทคอุน แต่ทว่า รูปร่างเพียวบาง ที่ดูคล้ายรูปร่างของสตรีเพศของผู้ชายคนนั้น มันจึงทำให้ผู้ชายคนนั้นดูตัวเล็ก ดูน่าทะนุถนอม และน่าปกป้องมากกว่าแทคอุน ที่มีรูปร่างและสัดส่วนของร่างกายที่สมกับเป็นชายชาตรี

               แทคอุนไม่อยากจะเชื่อเลยว่า ความชิคใกล้และสัมผัสแผ่วเบาชวนให้ใจเต้น จากคนแปลกหน้าคนนั้น...มันจะมีผลกระทบ จนทำให้เค้าปั่นป่วนในใจ รู้สึกกระสับกระส่าย แล้วในหัวของเค้าตอนนี้ ...มันเอาแต่คิด...จินตนาการถึงอีกคนไปต่างๆนาๆ เพราะล่องลอยจากสัมผัสของคนผิวสีน้ำผึ้งที่ทิ้งไว้... มันทำให้จิตใจของเค้าไม่สามารถสงบลงได้


อีกด้าน...

        แกร๊ง..เอี๊ยด... ประตูห้องพักที่อยู่ถัดจากห้องของแทคอุนไปหนึ่งห้อง ได้ถูกเปิดออก โดยคนร่างบางผิวสีน้ำผึ้ง
        ร่างบางเดินออกมาจากห้องพักของตัวเองโดยตั้งใจว่าจะออกมาหาคนผิวขาวที่มีกลิ่นหอมเย้ายวนชวนให้ติดใจ
        มือเรียวสวยของร่างบางที่ยกขึ้นเตรียมจะเคาะประตูห้องของแทคอุนแล้ว แต่ทว่า...จู่ๆร่างบางก็เกิดความรู้สึกอายขึ้นมา เค้าเลยไม่กล้าที่จะเคาะประตูเรียกคนที่อยู่ข้างในให้ออกมาเจอกันอย่างที่ตั้งใจเอาไว้
        ร่างบางค่อยๆเอนตัวแนบซบลงที่หน้าประตูห้องของแทคอุนอย่างละคนที่ไม่สามารถทำอะไรมากกว่านี้ได้
         เค้าอยากเจอหน้า อยากสัมผัส อยากได้ยินเสียง และอยากทำความรู้จักกับคนที่ทำให้เค้ารู้สึกตรึงใจ จนเผลอตัวเข้าไปสัมผัสโดยที่ไม่รู้ตัวเลยอย่างนั้น ช่างเป็นคนที่วิเศษและชวนให้เข้าไปค้นหาอย่างลึกซึ่งจริงๆ แต่มันก็เป็นเพียงแค่ความรู้สึกที่เกิดขึ้นมาในใจของเค้า ซึ่งเค้าก็ไม่อาจจะคิดเข้าข้างตัวเองว่า อีกคนที่อยู่ข้างในห้องคนที่เค้าอยากเจอ...เค้าคนนั้นจะมีความรู้สึกแบบเดียวกันกับตัวเองด้วยรึเปล่า ? 





        เพราะงั้นร่างบางจึงตัดสินใจลุกขึ้นมา ร่างบางยืนมองนิ่งอยู่ที่หน้าประตูห้องของคนที่ให้ทำตัวเองเกิดความรู้สึก...อย่างชั่งใจกับตัวเองก่อนครู่หนึ่งแล้วจึงเลือกตัดใจ แต่ก่อนที่ร่างบางจะได้เดินจาก กลับไปที่ห้องพักของตัวเอง เค้าก็ได้ประทับจูบของเค้าฝากเอาไว้ที่ตรงหน้าประตูห้องของแทคอุนด้วย จูบเบาๆที่เป็นเหมือนการบอกลา...
                แล้วหลังจากนั้น ร่างบางก็ได้หันเดินกลับเข้าไปในห้องพักของตัวเอง ...ซึ่งมันก็ช่างเป็นเหมือนดั่งโชคชะตากลั่นแกล้ง
        เพราะว่าในจังหวะที่ร่างบางปิดประตูห้องของตัวเอง ประตูห้องของแทคอุนก็ถูกเปิดออกมาพร้อมๆกัน ดังนั้น มันจึงเป็นเหตุทำให้พวกเค้าทั้งสองคนคลาดกัน 


        แทคอุนทนนอนกระสับกระส่าย ปั่นป่วนใจ กับความรู้สึกภายใน...ที่มันเป็นผลกระทบมาจากสัมผัสของร่างบางผิวสีน้ำผึ้งคนนั้นไม่ไหว จึงต้องลุกออกจากเตียงนอนในห้องพัก ออกมาเปิดกระจกหน้าต่างตรงระเบียงทางเดินหน้าห้องของตัวเอง เพื่อจะได้ให้กระแสลมเย็นๆจากข้างนอกเข้ามา ทำให้ตัวเองสดชื่นและเพื่อให้ความรู้สึกต่างๆที่อยู่ภายในของเค้า ให้มันได้สงบลงไปเสียที



รุ่งเช้าในวันต่อมา...

        รถไฟได้พาแทคอุนมาส่งยังที่หมายของแทคอุน ที่นั่นก็คือเมืองเล็กๆที่มีท่าเรือที่แทคอุนต้องการอยากไปเที่ยวล่องเรือ ชมธรรมชาติของทะเลแห่งนั้น
        แทคอุนออกไปเดินเล่นแวะซื้อ แวะชิมอาหารและขนมของหวานต่างๆที่เป็นของขึ้นชื่อของที่นั้นด้วยความเพลิดเพลิน จนอิ่มท้อง เสร็จแล้วก็เดินเที่ยวชมของซื้อของฝากต่างๆที่ในตลาดนั้นต่ออีกสักพัก ให้พอเป็นการย่อยอาหารที่ตัวเองได้กินเข้าไป แล้วจากนั้นแทคอุนถึงได้เดินออกไปซื้อตั๋วที่ท่าเรือ

        แทคอุนกำลังล่องเรือสำราญ เที่ยวชมทะเลสวยๆของที่นั้น และแน่นอนว่าแทคอุนก็ไม่ลืมที่จะเก็บภาพประทับใจสวยๆของธรรมชาติท้องฟ้า ท้องทะเล ด้วยกล้องถ่ายรูปตัวโปรดที่เค้าเอามันพกติดตัวมาด้วย

แชะ แชะ แชะ

        ในระหว่างที่แทคอุนกำลังกดชัตเตอร์ถ่ายรูปของทัศนียภาพสวยๆของที่แห่งนั้นอยู่ เรือสำราญที่ได้ออกจากฝั่งไปก่อนเมื่อสองชั่วโมงที่แล้ว ก็ได้แล่นสวนกลับผ่านหน้าแทคอุนไปเข้าไปยังฝั่งที่ท่าเรือ

แชะ

        และในช่วงจังหวะที่เรือลำนั้นได้แล่นผ่านเข้ามาใกล้ นิ้วเรียวของแทคอุนก็ได้กดชัตเตอร์ถ่ายรูปเรือลำนั้นเอาไว้ด้วย

แชะ

        “หืม...” ติ๊กๆๆ แทคอุนเปิดดูภาพที่ตัวเองได้กดถ่ายไปล่าสุด แล้วรีบกดซูมภาพดูว่าใครกัน? ด้วยหัวใจที่เต้นระทึก “นี่....!”

        แทคอุนรีบหมุนตัวหันกลับไปด้านหลัง แล้วรีบสาวเท้าก้าวยาวๆเดินตรงไปที่ระเบียงท้ายเรือทันที 

        แทคอุนได้แต่ยืนจับราวระเบียงท้ายเรือ ส่งสายตาสับสนออกไปมองตรงที่ระเบียงท้ายเรือของอีกลำ ที่ที่มีคนร่างบางผิวสีน้ำผึ้งยืนหันหน้ามามองตรงที่ที่เค้ายืนอยู่เช่นกัน

        สองครั้งแล้ว ที่เค้าและอีกคนได้บังเอิญเจอกัน แม้ว่าในครั้งนี้เราสองคนจะได้แค่บังเอิญเจอกันจากคนละที่ก็เถอะ แต่ยังไงนั้นก็คือการได้บังเอิญเจอกันอีกครั้งของพวกเค้าทั้งสองคนอยู่ดี

               "ถ้าหากว่าเป็นโชคชะตากันจริงๆ...ก็คงต้องมีครั้งที่สามสินะ"

.

.

.

เวลาตกเย็นของวันนั้น

        ในที่สุด แพลนเที่ยววันหยุด ในเมืองเล็กๆแห่งนี้ ของแทคอุนก็ได้สิ้นสุดลงแล้ว และในตอนนี้ ก็ถึงเวลาที่เค้าจะต้องไปจากเมืองนี้ เมืองที่เต็มไปด้วยเรื่องราวต่างๆ และความทรงจำดีๆกับอีกหลายความประทับใจ ที่เค้าได้มีที่เมืองเล็กๆแห่งนี้

        แทคอุนกำลังเดินกลับเข้ามาในสถานีรถไฟอีกครั้ง เมื่อเวลาของรถไฟที่เค้าจะต้องเดินทางกลับไปด้วยนั้น มันก็ใกล้จะถึงเวลาออกเดินทางแล้ว
        แทคอุนใส่เสื้อไหมพรมแขนยาว คอกว้าง ลายสีฟ้าขาว กับกางเกงยีนส์รัดรูปสีซีดขาดๆอวยเรียวขายาวและโชว์ผิวขาวๆ และสวมรองเท้าหนังสีดำ เดินสะพายกระเป๋าหนังสีดำที่มีราคาหลายหมื่น
        แทคอุนก้าวเท้าเดินอย่างมั่งคง ด้วยท่าทางที่ดูสง่างาม จนเป็นที่สนใจของใครต่อใครที่อยู่บริเวณแถวนั้น ให้ได้หันมามองที่เค้าอย่างสนใจ แต่ทว่า แทคอุนนั้นก็ไม่ได้สนใจอะไร กับสายตาของใครต่อใครที่มองมาที่เค้าเลยสักนิด
        แทคอุนยังคงเดินตรงเข้าไปเรื่อยๆเพื่อจะไปยังชานชาลาที่รถไฟของเค้าจอดเทียบอยู่ตรงนั้น

กึก...

        แทคอุนที่เดินอยู่ดีๆ จู่ๆเค้าก็หยุดเท้ายืนนิ่งค้างอยู่กับที่ ที่ทางเดินโล่งๆ ตรงนั้น ตรงที่มันก่อนจะไปถึงชานชาลาที่เค้าต้องไปขึ้นรถไฟ อีกเพียงแค่ไม่กี่สิบเมตรเท่านั้นเอง

ตึก ตึก

หมับ...

        ร่างบางของคนผิวสีน้ำผึ้งที่อยู่ในชุดสูทหรูสีดำ ได้เดินเข้ามาสวมกอดรอบเอวสอบของแทคอุนไว้จากด้านหลัง 
               นี่คือการบังเอิญได้มาเจอกันอีกครั้ง เป็นครั้งที่สาม...เพราะงั้นในครั้งนี้ ร่างบางจึงไม่คิดลังเล หรือคิดกลัวอะไรๆอีกแล้ว เค้าจะไม่ทนเก็บความรู้สึก ความคิดถึง และความต้องการในใจของเค้ามีต่ออีกคนอีกแล้ว ไม่แล้ว 
        ใบหน้าเล็กๆของร่างบางค่อยๆซุกไซร้ สูดดมกลิ่นหอมที่แสนรัญจวนใจตรงข้างลำคอขาวเนียบ ที่ยิ่งได้เห็น ยิ่งได้สัมผัสคนตรงหน้ามากขึ้นเท่าไหร่ เค้ายิ่งคิดอยากจะครอบครอง สร้างรอยตีตราจ้องคนคนนี้เอาไว้เพียงคนเดียวเหลือเกิน 
               ไม่เลย...ไม่เคยมีใครเลยสักคน ที่สามารถฉุดรั้งทั้งตัวและจิตใจของเค้าเอาไว้ด้วย มนต์เสน่ห์ที่น่าหลงไหล จนทำให้เค้าเริ่มคลั่งไคล้ แล้วก็เอาแต่โหยหาถึงอยู่ตลอดทั้งคืนและวัน 

        “อื้ม...เฮ้อ รู้มั้ยครับ ผมแทบจะเป็นบ้า...เพราะไม่สามารถลืมกลิ่นหอมของคุณได้” ร่างบางกระซิบบอกแทคอุนที่ข้างหู

        “อื้อ...อา อย่างนั้นเลยเหรอครับ?..อื้ออ” แทคอุนเอียงคอเชิดหน้าขึ้นสูง เมื่อร่างบางเริ่มไซร้จูบที่ข้างลำคอของเค้า อา...ตรงนั้นมันจุดอ่อนไหวเลยนะครับ อื้อ...สัมผัสอุ่นร้อนจากริมฝีปากนุ่มนิ่มที่ลากวนไปมาอยู่ที่ข้างลำคอของผมแบบนี้ อื้ม...ทำให้รู้สึกดีและก็ขนลุกเกร็งไปหมด “อื้อ..คิด อา..ทำแบบนี้ คุณ...อื้อ...คิดจะแกล้งผมเหรอครับ?”

        “อา...ผมขอโทษ” ร่างบางหยุดสิ่งที่ตัวเองทำอยู่ทันที เมื่อได้ยินเสียงแทคอุนพูดเตือน “เออ ขอโทษที่ผมไม่สามารถควบคุมตัวเองให้อยู่นิ่งได้...เมื่อได้เข้ามาอยู่ใกล้คุณ”

ควับ

        “ทำไมล่ะครับ?” แทคอุนหมุนตัวหันหน้าเข้าไปหาร่างบาง ที่แม้ว่าตอนนี้ร่างบางจะหยุดการกระทำ...นั้นของตัวเองและยังขยับถอยออกไปจากเค้าอีกหนึ่งก้าวแล้ว แต่ทว่า มือของร่างบางทั้งสองข้างก็ยังคงวางจับอยู่ที่ข้างเอวของเค้าไม่ปล่อย “ทำไมคุณถึงเป็นเช่นนั้น เมื่อคุณเข้ามาอยู่ใกล้ผมด้วยล่ะครับ?” แทคอุนโน้มหน้าเข้าไปถามเสียงเจ้าเล่ห์กับร่างบางใกล้ๆจนหน้าผากของพวกเค้าแตะชิดกัน

        “ไม่มีคำตอบหรอกครับ แต่ความรู้สึกของผม...มันรู้สึกอย่างนั้นจริงๆ” ร่างบางมองสบตา ตอบคำถามให้แทคอุนตามความรู้สึกจริง โดยไม่ได้คิดจะปิดบังใดๆ

        “อืม...ดวงตาของคุณ...” แทคอุนพยายามมองลึกเข้าไปที่สุดในดวงตาสวยคู่นั้นของร่างบาง ก่อนจะพูดต่อประโยคที่ค้างไว้ ด้วยรอยยิ้มของคนที่มีชัยว่า “...บอกผมว่าคุณไม่ได้โกหก”

        “แล้วคุณล่ะ...จะบอกผมได้รึเปล่า? ว่าคุณเองก็รู้สึกเช่นเดียว...ไม่ต่างจากผม?”

        “อืม...ผมควรจะให้คำตอบกับคุณอย่างไรดีล่ะครับ?”

        “คำตอบที่มีเพียงหนึ่งเดียว...ในใจของคุณ เท่านั้นที่ผมต้องการ”

        “คุณช่างเป็นคนที่ชัดเจนกับความต้องการของตัวเองจริงๆ ถ้างั้นผมก็...” แทคอุนสอดลำแขนแกร่งทั้งสองข้างของเค้า เข้าไปรวบกอดไว้ที่เอวเล็กของร่างบาง แล้วจากนั้นก็ค่อยๆดึงตัวคนร่างบางกว่าให้ขยับเข้ามาแนบชิดกับตัวของเค้ามากขึ้น จนที่สุด ทั้งสองคนก็ได้ตัวแนบชิดติดกันแน่น จนที่ว่าแทบจะไม่มีช่องให้อากาศผ่านได้แล้วนั้นแหละ แทคอุนถึงได้เอ่ยพูดขึ้นกับร่างบางว่า “คุณรู้ใช่ไหม ว่าต่อไปจะเกิดอะไรขึ้น?”

        “อืม...ผมรู้”

        “งั้นก่อนที่มันจะเกิดขึ้น ผมให้โอกาสคุณ ว่าจะยอมรับหรือว่าปฏิเสธ”

        “คุณรู้คำตอบของผมอยู่แล้ว”

        “อืม..นั้นสินะ งั้นคุณก็ช่วยผมทำให้มันสมบูรณ์ด้วยนะครับ” จบประโยคสุดท้ายนั้น ทั้งสองคนก็ค่อยๆเริ่มสอดประสานเส้นใยแห่งความรักที่มันได้เกิดขึ้นมาแล้วในใจของพวกเค้าทั้งคู่ ให้มันได้เชื่อมสัมพันธ์กันและกันไว้ ให้เหนี่ยวแน่นที่สุด ด้วยจูบแรกที่แสนหวานของพวกเค้า 
        ทั้งสองคนได้มอบจูบให้กันและกันด้วยความรู้สึกจริงจากใจ ความรู้สึกที่อยากมอบให้แค่เพียงคนเดียว คนที่พวกเค้าตามหา คนที่เค้าต้องการ เมื่อพวกเค้าทั้งสองต่างก็ได้มาเจอกันและกันแล้ว...ดังนั้น 
               ไม่ว่ามันจะเป็นพรมลิขิต หรือว่าโชคชะตาลิขิต หรือจะด้วยอะไรๆก็ตาม ที่ได้ทำให้พวกเขาได้มาพบเจอกันแล้ว เช่นนี้
        พวกเขาทั้งสองคนก็ไม่มีเหตุผลอะไรอีกแล้ว ที่จะต้องมานั่งคิดสงสัยกัน ว่าเพราะเหตุผลอันใดหรือ? เราสองคนถึงได้มาเจอกัน ในที่ที่แสนไกลแห่งนี้  แล้วทำไมถึงได้มีความรู้สึกเช่นนี้ต่อกันและกันได้ เพียงแค่ช่วงเวลาแสนสั้น ที่พวกเค้าได้บังเอิญมาเจอกันและกันเช่นนี้



        “ผมจอง แทคอุนครับ”

        “ผมชา ฮัคยอนครับ”

        “คุณฮัคยอนจะเดินทางไปกับผมใช่ไหมครับ?”

        “แน่นอนครับ ผมไม่มีเหตุผลอะไรต้องปฏิเสธคุณแทคอุนหรอกครับ”

        “งั้นจากนี้ไป เรามาสร้างความสุขของเราไปด้วยกันนะครับ

        “ครับ เราจะสร้างความสุขของเราไปด้วยกัน”

               แทคอุนและฮัคยอนได้มองสบตาสายตาหวานซึ้งให้กันและกันก่อน แล้วพวกเค้าจึงได้เอ่ยพูดประโยคสุดท้ายนี้ขึ้นด้วยกัน "ขอบคุณทุกๆอย่างที่ทำให้เราสองคนได้มาเจอกัน"

           แล้วจากนั้น พวกเค้าทั้งสองคนก็ได้มอบจูบให้กันและกันอีกครั้ง 
               จูบนี้ที่แสนนุ่นนวลนี้ คือการยืนยันการเริ่มต้นของความรักของพวกเค้า 
               และจูบนี้ที่เริ่มลึกซึ้งขึ้นกว่าเดิม คือการให้คำหมั่นสัญญาแก่กันและกันของพวกเค้าทั้งสองคน ว่าพวกเค้าจะมั่นคง หนักแน่น อยู่ในรักแท้ของกันและกันอย่างเช่นนี้ ตลอดไป ตราบชั่วนิรันดร์ 



      

Happy Ending






แปะๆๆๆ
กว่าจะจบได้...ทั้งๆที่เป็นเรื่องราวสั้นๆ
แค่ก็ใช้เวลาเขียนนาน....มาก
 
แต่สุดท้ายมันก็จบด้วยดีอ่ะเนอะ ยิ้มสุขใจ

ขอบคุณทุกคนที่เข้ามาอ่านกันนะคะ

สารภาพตรงๆเลยว่า
เราไม่ถนัดเขียนเรื่องราวแนวนี้สักเท่าไหร่
เพราะงั้นมันก็จะมีการเล่าเรื่องที่แปลกๆอย่างนั้นบ้าง
เราก็ต้องขออภัยกับผู้อ่านทุกคนด้วย ณ ตรงนี้
 
โอกาสหน้าจะพยายามให้มากว่านี้นะคะ

안녕~~





ผลงานอื่นๆ ของ jielne

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Pair
    วันที่ 3 ตุลาคม 2561 / 22:41

    ฟินนน~~

    #1
    0