คืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด
คุณแน่ใจว่าต้องการคืนค่าการตั้งค่าทั้งหมด ?
ลำดับตอนที่ #17 : Chapter 13 : [ 40% ]
13
Yongjae
การลองชุดแต่งงานเป็นอะไรที่ผมเกลียดมากที่สุดในตอนนี้...
ผมจะไม่รู้สึกเกลียดแม่งเลยถ้าไอ้เด็กเวรนั้นมันจะไม่บังคับให้ผมใส่ชุดของ ‘เจ้าสาว’ โดยใช้เหตุผลส้นตีนว่า ‘ก็เพราะฮยองเป็นเมียผมเพราะฉะนั้นฮยองก็ต้องใส่ชุดเจ้าสาว’
พ่อมึงเหอะครับบบบบ!!!
แล้วไอ้โครงฟองน้ำเสริมนมนี่คือแม่งก็ดันอกกูเจ็บชิบหาย นี่คือกะว่าพอจบงานแต่งกูต้องมีหน้าอกเหมือนผู้หญิงเพิ่มขึ้นมาเลยช้ะ? แม่งไม่ใช่สไตล์ผมเลยอ่ะบอกตามตรง ส่วนไอ้กระโปรงห่านี่แม่งก็ยาวชิบหายวายวอด กูเดินไปเดินมาเหยียบไปเหยียบมาจนแม่งจากสีขาวๆ สวยๆ จนดำเป็นขี้หมดล่ะ -_-
ส่วนไอ้เซโล่แม่งก็น่าละลื่นเลยนะ ลองชุดเจ้าบ่าวด้วยอารมณ์สุนทรีย์ ไม่ได้สงสารกูเลยสักนิด ถามกูสักคำบ้างไหมว่ากูอยากใส่มันหรือป่าว!!! กูเจ็บนมโว้ยยยยยย!!!
“ฮยองงงง เสร็จหรือยังคร้าบบบ”
พูดถึงแม่งก็มาเลย ตายยากเจรงๆ -0-
“เสร็จแล้วๆ แต่กูไม่ชอบเลยว่ะ แม่ง...ทำซะกูตุ๊ดแตกเลยห่า ส่วนไอ้โครงเสริมนี่แม่งก็เจ็บชิบ อยากจะถามคนออกแบบชุดว่ามึงคิดยังไงเอาฟองน้ำมหาศาลขนาดนี้มายัดใส่ในเบ้านม” ผมบ่นอิดออดด้วยความไม่พอใจกับชุดที่ทางร้านเลือกให้ ตอนแรกผมก็ยอมรับที่จะใส่ชุดเจ้าสาวนี่อยู่แล้วเพราะกะว่าจะมาเลือกเอง แต่พอทางร้านแม่งมาเลือกให้แบบนี้บอกตามตรงเลยว่าอยากจะใส่เจเจเข้างานแต่งแทนมากกว่า
ผมหมุ่นตัวอยู่หน้ากระจกไปมาสองสามรอบ บอกตามตรงเลยว่าผมแอบตกใจนิดๆ ที่เห็นตัวเองอยู่ในสภาพแบบนี้ เพราะว่าผมไม่เคยใส่เสื้อผ้าแบบนี้มาก่อน พอมาเห็นเงาในกระจกเลยรู้สึกประหลาดๆ นิดๆ ส่วนเซโล่ที่ยืนดูผมลองชุดก็ดูเหมือนมันจะชอบมากๆ เลยล่ะ หยิบจนแก้มปริที่แก้มก็เริ่มออกสีชมพูจางๆ แล้วด้วย นี่อย่าบอกนะว่ามันเขินที่เห้นผมใส่ชุดเจ้าสาวให้มันดูน่ะ
“มองอะไรนักหนา” ผมถามออกไปด้วยความหงุดหงิดที่มันมองผมไม่ยอมหยุด เอาง่ายๆ เลยคือมองอย่างกับว่าจะกลืนกินผมเข้าไปทั้งตัวถ้ามันสามารถทำได้ แถมพนักงานในร้านก็ต่างพากันมามุงดูผมกับเซโล่กันไม่ยอมหยุด และดูเหมือนว่าจะไม่สนใจลูกค้าที่เข้ามาในร้านเลยสักนิด
เดี๋ยวร้านเจ้งอย่ามาโทษกันนะครัช -0-
“มองคนสวยไงครับ”
แค่นั้นล่ะ...ทุกๆ คนภายในร้านต่างพากันส่งเสียงกรีดร้องเป่าปากกันดังสนั่นทั่วทั้งร้าน นี่คือกะว่าจะให้กูอายให้ได้เลยช้ะ แล้วไอ้มุขเสี่ยวๆ นี่เรียนมาจากใคร ไอ้ดำแดฮยอนหรือไง -_-*
ผมมองมันด้วยสายตาแคลงใจหน่อยๆ แต่ภายในหัวนั้นปั่นปวนไปหมด ตอนนี้ผมกำลังเขินที่มันหยอดมุขหวานๆเสี่ยวๆ ใส่ผม อ่า...บางทีผมก็รู้สึกมีความสุขนะที่อยู่กับมัน มันคอยสร้างรอยยิ้มให้ผมอยู่ตลอดเวลา ถึงแม้มันจะมีบางครั้งที่มันทำตัวงี่งและง้องแง้งใส่ผมบ้าง แต่ตอนนี้ผมสามารถพูดได้เต็มปากเลยว่าผม ‘รัก’ เจ้าเด็กนี้มาก มากจนไม่อยากจะเสียมันไปให้ใครคนอื่นอีกเลยล่ะ อิอิ ^////^
Himchan
ตอนนี้ผมกำลังนั่งดูทีวีอยู่บนโซฟาภายในห้องนั่งเล่นโดยมียงกุกนอนหนุนตักพลางเล่นเจ้าทิกเกอร์ไปด้วยความสบายใจ แต่มันซึ่งแตกต่างจากผมมาก ตอนนี้ในหัวของผมกับคิดเรื่องนู้นเรื่องนี้ให้ปวดหัวไม่ยอมหยุด ผมยังคงเครียดเรื่องจีอึนตอนที่เจอกันที่สวนสนุก เครียดในคำพูดของเธอ มันก็อย่างที่ยงกุกบอก จีอึนเป็นคนที่พูดคำไหนแล้วทำจริงๆ แถมเธอยังน่ากลัวมากด้วยเวลาที่อยากได้อะไรแล้วไม่ได้อย่างที่เธอต้องการ แล้วถ้าสมมติเธอไม่ได้ตัวผมอย่างที่เธอต้องการล่ะ...
เธอจะทำอะไรยงกุกรึป่าวนะ...จีอึน
“ทำไมทำหน้าแบบนั้นล่ะฮ่ะหม๊ามี๊ เครียดหรอครับ” ยงกุกที่นอนเล่นทิกเกอร์อยู่แล้วดูเหมือนจะเห็นสีหน้าเครียดๆ ของผม ก็เลยดัดเสียงเป็นเจ้าเสือส้มแล้วชูมันขึ้นมาต่อหน้าผม พร้อมกับขยับไปมาเหมือนกับว่ามันทำท่าทางนั้นอยู่
“ฉันไม่ได้เครียดอะไรมากมายขนาดนั้นหรอกทิกเกอร์ ก็แค่...กังวล” แต่ผมก็บ้าจี้เล่นตามยงกุก ร่างสูงที่นอนหนุนตักผมอยู่เอาเจ้าเสือส้มออกเผยให้เห็นใบหน้าอันหล่อเหลาของมันชัดเจน
ยงกุกจ้องหน้าผมอยู่สักพักใหญ่ๆ ก่อนที่จะเคลื่อนใบหน้าเข้ามาใกล้ใบหน้าของผมมากขึ้นเรื่อยๆ มือหนาที่วางจับท้ายทอยของผมให้ก้มลงหามันก่อนที่จะประทับจูบลงบนริมฝีปากบางสวยของผมโดยที่ไม่มีการลุกล้ำใดๆ ทั้งสิ้น
จูบอันเนินนานได้ถูกถอนออกโดยเจ้าตัว ยงกุกมองหน้าผมก่อนที่จะคลียิ้มให้ ผมมักจะรู้สึกสบายใจอยู่เสมอเวลาที่ร่างสูงยิ้มให้ ผมชอบที่เขายิ้มให้ผมแบบนี้ มันมีความรู้สึกว่าเหมือนมีคนคอยปกป้องผมอยู่ข้างๆ อย่างไม่ยอมไปไหน ผมชอบร้อยยิ้มของเขา ถึงแม้ว่าบางครั้งผมกับยงกุกจะทะเลาะกันบ้าง แต่การทะเลาะกันแต่ละครั้งมันก็สอนให้เราทั้งสองคนได้รู้ว่าเรารักกันมากแค่ไหน
ถึงแม้ว่าจะมีคนพยายามแยกเราสองคนออกจากกันก็ตาม...
“เลิกคิดมากได้แล้ว กูจะไม่มีวันทิ้งมึงไปไหนแน่นอน ในเมื่อกูตัดสินใจที่จะอยู่กับมึงมาจนถึงตอนนี้แล้ว...คิมฮิมชาน” ยงกุกพูดก่อนที่จะคลียิ้มหวานให้ผมและหลับตาลงก่อนที่จะหลับไปโดยที่ในอ้อมกอดของเขานั้นยังกอดเจ้าทิกเกอร์ไว้อยู่
แทนที่ผมจะรู้สึกดีที่ได้ยินยงกุกพูดแบบนั้น แต่ทำไมในหัวใจของผมตอนนี้มันกำลังร้องไห้อยู่นะ...
ทั้งๆ ที่ยงกุกบอกแล้วแท้ๆ ว่าจะไม่มีอะไรแล้วเขาจะไม่ทิ้งผมไปไหน..
เห้อ...เกลียดตัวเองจัง
22.30 PM.
ผมตื่นขึ้นมากลางึกเพราะรู้สึกปวดหัวแปลกๆ อย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อนไม่รู้เหมือนกันว่าเป็นเพราะอะไร และเพราะไม่อยากให้คนที่นอนอยู่ข้างๆ ต้องพลอยตื่นขึ้นมาเพราะแรงสั่นจากเตียงซึ่งเกิดมาจากผม นั้นเลยก็ต้องทำให้ผมค่อยๆ เดินออกมาจากห้องช้าๆ และเบาที่สุดเท่าที่จะทำได้
ปกติแล้วผมมักจะไม่ค่อยตื่นมากลางดึกหรอกเพราะกลัวว่าถ้ายงกุกตื่นขึ้นมาไม่เห็นแล้วจะเป็นห่วง แต่ครั้งนี้อาการปวดหัวของผมมันรุนแรงเหลือเกินอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน มันก็เลยเป็นสาเหตุที่ทำให้วันนี้เป็นวันแรกตั้งแต่ที่ผมมาอยู่กับยงกุกต้องตื่นมาตอนดึกเพื่อมากินยา
ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด
แต่แล้วขณะที่ผมกำลังกินน้ำเสียงโทรศัพท์ของยงกุกที่ดูเหมือนเขาจะลืมเอาไว้ก็ดังขึ้นอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ยจนผมนั้นเผลอไปปัแก้วน้ำตกแตกเพราะความตกใจ
บ้าชิบ...
ผมสบถในใจด้วยควมเซ็งจิตแบบสุดๆ ก่อนที่จะเดินข้ามเศษแก้วแตกพวกนั้นและไปรับโทรศัพท์ของยงกุกที่ดูเหมือนว่าจะมีคนโทรมา ใครมันโทรมาตอนนี้นะ ไม่รู้หรือไงว่ามันเป็นเวลานอนแล้วน่ะ ไร้มารยาทซะจริงๆ
“หืม...ข้อความหรอกหรอ” ผมขมวดคิ้วเข้าหากันทันทีเมื่อเห็นว่าแท้จริงแล้วก็เป็นเสียงข้อความเข้า ไอ้เราก็ด่ายันพ่อยันแม่ไปเยอะแล้วด้วยสิ ผมนี่โก๊ะจริง
แต่....มันคงไม่มีอะไรที่ทำให้ผมช๊อกเท่ากับเนื้อหาในข้อความที่ส่งมาให้ยงกุกหรอก
‘สวัสดียงกุก หวังว่านายคงจะได้รับข้อความนี้จากฉันแล้วนะ ที่ส่งข้อความนี้มาไม่ได้ต้องการที่จะขู่นายหรืออะไรทั้งสิ้น แต่เมื่อนายได้รับข้อความนี้จากฉัน...ไม่สิ หลังจากที่นายตัดสินใจเดินหันหลังและเลือกที่จะใช้ชีวิตคู่กับหนุ่มน้อยหน้าหวานอย่างคิมฮิมชาน บอกได้เลยว่านายจะไม่ได้พบกับความสุขอีก ฉันจะทำทุกวิถีทางให้นายกับฮิมชานเลิกกันให้ได้ แน่นอน...ว่าฉันจะไม่ทำแบบที่เคยทำกับโยซอบหรอกนะ รายนั้นน่ะ...ไม่ได้มีอะไรให้ฉันน่าพิศวาสเลยสักนิดเดียว แต่มันดันกลับกันกับฮิมชานที่ทั้งหล่อ ขาว รวย และมีเสน่ห์เหลือร้น บางที...การที่ฉันจะแย่งเขามาเป็นของฉันและทำให้นายต้องตายลงอย่างช้าๆ เพราะทนเห็นคนที่เรารักอยู่กับผ็หญิงคนอื่นไม่ได้...นั้นแหละความรู้สึกของฉันตอนที่นายทิ้งฉันไว้
แล้วฮิมชานจะต้องเป็นของฉัน....บังยงกุก’
นี่มัน...
“ทำอะไรเสียงดังฮ่ะฮิมชาน กูจะนอนนะรู้ไหม” ผมสะดุ้งทันทีเมื่อได้ยินเสียงยงกุกดังมาจากข้างหลัง เมื่อกี้ยงกุกเขาจะเห้นหรือป่าวเนี่ยว่าผมมายุ่งกับโทรศัพท์มัน ถ้าเห็นล่ะก็มีหวังผมโดนดดุจนหูชาแน่ๆ
“อ๋อ...พอดีกูปวดหัวน่ะ เลยออกมาหายากิน แต่เมื่อกี้มึนหัวนิดๆ เลยเผลอไปปัดแก้วน้ำตกแตก” ผมโกหกออกไปคำโตเพื่อที่จะทำให้ยงกุกสบายใจ ผมไม่อยากให้เขาพลอยเครียดไปกับผม ให้ผมเครียดคนเดียวก็มากเกินพอแล้วล่ะ
.....................................................................................
กรี๊ดดดดดดด!!! กลับมาอัพให้แล้วนะคะหลังจากที่ดองมานานจนไรท์กลัวรีดเดอร์จะมาดักตบเอา (แถมมาลงให้น้อยอีก) อยากจะบอกว่ามันใกล้จิจบแย้วววว ฮืออออออออออออ ไม่รู้ว่าทุกคนจะชอบไหมน่ะ แต่ตัวไรท์แอบรู้สึกหน่วงแปลกๆ ฮืออออ ยังไงก็ฝากเม้นหน่อยนะฮ่ะ หายกันไปหมดแย้วอ่ะเปล่า อย่าพึ่งทิ้งกันไปไหนนะ พรีสสสสส T^T
ความคิดเห็น