ตอนที่ 47 : ทอยซิตี้

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 127
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 16 ครั้ง
    5 ส.ค. 61

รอยเท้าบนพื้นทรายลากยาวไปตามตรอกจากนั้นเลือนหายไปกลายเป็นรอยล้อรถแทนที่ เขาหยุดอยู่ตรงนี้เป็นรอบที่เท่าไรแล้วจำไม่ได้ แต่ร่องรอยของสองคนนั้นมีเพียงแค่นี้ เสียงย่ำเท้าของอีกคนตามมาด้านหลัง เธอคิดว่าพวกมันไม่เห็นกล้องเหรอ เธอคิดว่าพวกมันไม่มีทางไม่รู้ว่าพวกเธออยู่ไหนเหรอเทสซ่าไม่ตอบ เธอแค่วางมือบนไหล่เขาเพื่อปลอบใจ

การเริ่มต้นใหม่ขรุขระตั้งแต่วินาทีแรก เสียงน้ำฝนดังเป็นจังหวะช้า ๆ ก่อนจะตกรัวลงมาเป็นห่าใหญ่ น้ำจากเบื้องบนกระทบศีรษะเพียงนิดหน่อย เพราะเทสซ่ายื่นแขนกางร่มบังให้ ไม่นานทรายไหลมากองรวมกัน ร่องรอยทั้งหมดไม่เหลืออีกแล้ว เขาปาดละอองน้ำฝนและเหงื่อที่คลุกเคล้าเป็นน้ำเดียวกันออกจากข้ามแก้ม แดดร้อนอบอ้าวมาหลายวัน คืนนี้ฝนจึงตกหนัก

พวกเขาอาจอยู่ในเขตราซา มีคนหายไปเสมอ สองสามคนต่ออาทิตย์ ส่วนใหญ่เป็นพวกเร่ร่อนไม่มีชิป ไม่มีที่นอนเสียงเทสซ่าสั่น เข้าข้างในเถอะไมเคิล พวกเรามีเรื่องให้ถกเยอะแยะ

เขาไม่ขยับ พวกเขาถกกันมาหลายรอบแล้ว และสุดท้ายก็จบลงที่ความว่างเปล่า

เรมีบอกว่า พวกนายจะอยู่ที่นี่

เขาพยักหน้า เธอล่ะ

เครสเตอร์ มีฉัน มินนี่ โคดี้ เบลินดา แล้วก็ฟีบี้ ทำไมไม่อยู่ด้วยกัน

ฉันกับเรมีคิดว่าที่นี่น่าจะหาตัวพวกอเล็กซิสได้ง่ายกว่า พวกเธอหายที่นี่

แต่ครั้งสุดท้าย พิกัดของอเล็กซิสอยู่เครสเตอร์

นอร์ธ เครสเตอร์ เดอะวาล พิกัดจะไปไหนก็ได้ถ้าพวกมันอยากให้เราเข้าใจแบบนั้นเขาให้เหตุผล อีกย่าง ที่นี่ติดกับเขตราซา มันทั้งน่าโมโหและน่าประหลาดมาก เมื่อเพื่อนของพวกเขา อเล็กซิสและเบ็กกี้ ถูกลักพาตัวไปทันทีที่ก้าวขาเข้ามาในทอยซิตี้

น่าเสียดายจัสตินกับเอมมี่แยกไปเลย ฉันไม่รู้ว่าพวกเขาไปไหน น้ำเสียงเทสซ่าบ่งบอกว่าทั้งเสียดายและเสียใจ ไมเคิลไม่ค่อยแปลกใจเท่าไร คู่รักคู่นี้ชอบแยกตัวไปเสมอ และทั้งสองแทบไม่มีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนของเขาเลย ใครจะอยากเสียเวลา อเล็กซ์กับอาคุสะอยู่นอร์ธ

ก็ดีเขากัดฟันตอบ กระจายกันตัวดี จะได้หาได้ง่ายขึ้น ความสัมพันธ์ของเขากับอเล็กซ์ไม่ได้ดีขึ้นเลย

ไม่เอาน่า หมอนั่นแย่กว่านายอีกนะ มาเถอะ เข้าไปข้างในกันเธอจับแขนเขา

ก็คงต้องเป็นแบบนั้น เขาพยักหน้าจำนน ทั้งสองเดินเข้าประตูหลังร้านบาร์แบรี่ ไมเคิลเห็นเจ้าหัวดำก่อนใคร เพราะเขานั่งสูงเด่นคู่กับอาคุสะ มันเหมือนกับมีกระแสไฟฟ้ารอบตัวหมอนี่ตลอดเวลา กระแสที่คอยจะพุ่งใส่เขา

หนึ่งอาทิตย์แล้วที่พวกเขามาอยู่ในทอยซิตี้โดยไม่ได้ข่าวอเล็กซิสและเบ็กกี้ สองคนแรกที่สังเกตเห็นความผิดปกติคือเทสซ่าและเรมีที่ออกมาเป็นคู่ที่สอง

ไมเคิลกับอเล็กซ์ออกมาเป็นคู่สุดท้ายและเห็นทุกคนกำลังปรึกษากันอยู่ว่าคู่แรกหายไปไหน ทั้งหมดพบเพียงรอยเท้าดังกล่าว นอกนั้นไม่เจออะไรอีก

ไม่ใช่เรื่องง่ายที่ต้องหาตัวเพื่อนและใช้ชีวิตไปพร้อมกัน พวกไมเคิลต้องหาที่นอนและชิปเพื่อดำรงชีพ ที่นี่ไม่มีตำรวจคอยดูแลสอดส่อง และแม้จะจะมีเจ้าหน้าที่คอยกำกับดูแล แต่พวกเขาไม่ได้ทำ...อะไรเท่าไร สิ่งที่พอจะช่วยได้คือเบาะแสจากการเช็กพิกัดของคนทั้งสอง ทว่า มันยากกว่าเดิมเมื่อวันหนึ่งพิกัดของอเล็กซิสอยู่ในนอร์ธ และวันต่อมา เธออยู่ในเครสเตอร์ หนำซ้ำ ยังไม่สามารถสืบพิกัดของเบ็กกี้ได้เลย แทนที่พวกเจ้าหน้าที่จะแตกตื่นกลับทำงานอย่างเฉื่อยชา พอไมเคิลไปถามหาความคืบหน้า คำตอบคือดำเนินการอยู่ ทั้งหมดกลัวว่าทั้งสองจะเป็นอะไรและสงสัยว่าทั้งอเล็กซิสและเบ็กกี้อาจถูกลักพาตัวไปในเขตราซาซึ่งเป็นเขตที่ถูกปิดอยู่ก็เป็นได้

ถ้าเจ้าหน้าที่ช่วยอะไรมากไม่ได้ ฉันว่าคนที่ลักพาตัวไปก็คือพวกมันนั่นแหละ เรมีตั้งข้อสันนิษฐาน ข้อมูลอยู่ในมือพวกนั้น มันจะไปไหนเสียได้ ถ้าเราติดต่อกับเคียนโต้ได้คงดี ซึ่งไมเคิลคิดแบบเดียวกัน เขาพอมองออกว่าการทำงานของแต่ละฝ่ายแยกกัน เหมือนกับส่งไม้ต่อ เคียนโต้ส่งพวกเขาให้กับคนในทอยซิตี้แล้ว เธอมีหน้าที่ดูแลแค่ในศูนย์

ถ้าเกิด...เราหาทางเข้าไปในหน่วยงานสักหน่วยแล้ว...แฮคล่ะโคดี้เสนอ

เรมีส่ายหน้า ฉันว่ามันไม่ง่ายขนาดนั้น

แต่ว่า...เทสซ่าท้วง ฉันเห็นอุปกรณ์หลายที่ก็เหมือนกับที่พวกเราเคยเห็นนะ

หนุ่มโมฮอกถอนหายใจ มันไม่เกี่ยวกับอุปกรณ์นะเทส จะใช้อุปกรณ์รุ่นใหม่หรือเก่าไม่สำคัญเท่ากับว่าเราจะเจาะเข้าไฟล์วอลยังไง ฉันไม่คิดว่าระบบของพวกมันจะเปิดช่องให้ง่าย ๆ หรอก อย่าลืมสิ ฉันเคยพยายามแฮคระบบฐานข้อมูลรัฐบาลมาแล้ว เป็นไงล่ะ อยู่นี่เลย

แต่เราไม่จำเป็นต้องเจาะกำแพงก็ได้ไม่ใช่หรือ ไมเคิลท้วง

โคดี้จ้องหน้าเขา อันนี้มุกหรือไม่เข้าใจจริง ๆ เพราะถ้าเป็นมุกมันฝืดมาก

เขากลอกตา พอรู้น่า ไฟร์วอลคือระบบป้องกัน

อเล็กซ์ส่งเสียงหัวเราะในลำคอคล้ายเยาะหน่อย ๆ ไมเคิลยักไหล่แต่ใบหน้าร้อนฉ่า ตั้งแต่นั่งคุยกันมาอเล็กซ์ยังไม่เห็นพูดอะไรเลย นอกจากนั่งมองแก้วเบียร์เหมือนเห็นอะไรในนั้น ลึก ๆ แล้ว เขาอดหมั่นไส้ไม่ได้ อเล็กซ์ทำเป็นตัดรอนอเล็กซิสจนเธออกเดาะ แล้วเหตุใดจึงยังทำตัววุ่นวายเป็นห่วงเป็นใยเล่า ในเมื่อตอนที่อเล็กซิสยังอยู่กับผลักไส สิ่งเดียวที่เขายังคงเส้นคงวาคืออาการเหม็นขี้หน้าเมื่อเจอไมเคิล แต่ไม่ต้องห่วงหรอก ไมเคิลก็ทำแบบเดียวกัน

ปึ๊ก เทสซ่าเตะขาใต้โต๊ะ ดวงตากลมโตสีเงินเหมือนแสงแฟลชมองคล้ายห้ามปราม ปล่อยไป

ฉันยังไม่ได้ทำอะไรเลยเขาพยายามกระซิบ

งั้นก็เลิกมองกันได้แล้ว อย่างกับจะหาเรื่องกันอย่างนั้นแหละเธอพูดแต่เสียงดังให้อเล็กซ์รับรู้ด้วย ว่าแล้วก็เลื่อนแก้วเบียร์มาให้ ไมเคิลดื่มมันหมดทีเดียว เบียร์ไม่ได้มีผลอะไรมากนักกับร่างกาย อย่างน้อยมันอร่อยเมื่อรับประทานกับของกินเล่นที่เสริมกัน 

อย่างแรก พวกเราต้องรู้ให้ได้ว่าจุดประสงค์ของการลักพาตัวคืออะไร อาคุสะว่า สิ่งหนึ่งที่ไมเคิลชอบในตัวอาคุสะคือ ทุกครั้งพลังของเขา อาคุสะไม่ได้ควบคุมอารมณ์ แต่คอยปรับระดับให้มันอยู่ในเกณฑ์ที่พอเหมาะ เขาคิดว่าตัวเองสุขุมขึ้น ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะผลจากพลังหรือเพราะเขาอุปาทานไปเองเมื่ออยู่ใกล้คนคนนี้ เราควรเช็กว่ามีเพื่อนใครในนี้หายไปบ้าง ตอนไหน แล้วลักษณะพวกเขาเป็นแบบไหน แค่ที่เทสซ่าหามายังไม่พอ

หญิงสาวทำเสียงกรอด

ไม่หรอก ยากอยู่ฟีบี้เถียง เรื่องปล้นชิปก็น่าคิดนะ ขนาดเจ้าของบาร์ยังเตือนเลยว่าอย่าไปไหนเปลี่ยว ๆ ตามลำพัง

แต่ถ้าปล้นก็ไม่น่าต้องเอาตัวไปนิอเล็กซ์ว่า หรือทั้งสองอย่าง 

จะว่าไป ฉันฝัน...มินนี่แทรกขึ้น โคดี้กับฟีบี้พร้อมใจกันถอนหายใจยาว ฉันพูดจริงนะเด็กสาวยืนกราน แววตาหาได้ล่องลอยอย่างเมื่อก่อน ฉันคิดว่าเป็นฝีมือเบ็กกี้ เบ็กกี้พยายามติดต่อฉัน หลายคืนมานี้ ฉันรู้สึกเหมือนตัวเองนอนนิ่งอยู่บนเตียง ขยับไม่ได้ เห็นดวงไฟสว่างจ้า อึดอัดมากเลย...

เดี๋ยวนะไมเคิลกับเรมีร้องออกมาพร้อมกัน ตกใจ คือ ฉะ...ฉันก็เห็นอะไรคล้าย ๆ แบบนี้ ดวงไฟและความอึดอัดแบบ...เรมีพยายามอธิบาย ดวงตาสีน้ำตาลชำเลืองมองไมเคิลเหมือนจะถามว่า ใช่หรือเปล่า เขาพยักหน้าหงึก ๆ น่าตลกที่ทั้งสองเป็นรูมเมทกัน แต่ไม่เคยแย้มเรื่องนี้เลยเพราะต่างคิดว่ามันเป็นแค่ฝัน ถึงแม้จะฝันติดต่อกันมาสองสาววันแล้วก็ตาม

คนทั้งโต๊ะเริ่มสนใจฟังมินนี่ขึ้นมาทันที ปกติเด็กสาวไม่ใช่คนพูดเยอะ และหลายครั้งที่พูด พวกเขามักไม่เข้าใจ

อื้อ...นั่นแหละเธอว่า ตัดบทเสียอย่างนั้น

ไม่สิ มินนี่ เธอเห็นอะไรอีก แล้วยังไงอเล็กซ์รีบซัก บอกให้หมด อย่าอมพะนำเลย ฉันขอร้อง

ฉันเห็นแค่นั้นมินนี่ยืนยัน เหมือน...ได้ยินเสียงเบ็กกี้บอกว่าช่วยด้วย

เทสซ่ากำมือแน่น ฉันเชื่อมินนี่ เบ็กกี้มีพลังนะ อย่าลืมสิ ฉันแน่ใจว่าเธอตกอยู่ในอันตรายแน่ ๆ

ไมเคิลนึกถึงเมื่อคราวที่เขาและอเล็กซิส...รวมทั้งโนเอลและเบนโดนพลังของเบ็กกี้เล่นงาน ภาพหลอนของเด็กสาวเกือบทำให้ทั้งหมดฆ่ากันเอง หรือไม่ก็คิดฆ่าตัวเองตาย ฉันรู้ว่าเธอมีพลัง แต่...เบ็กกี้ก็ยังคุมมันไม่ค่อยได้ และเราไม่รู้ว่ามันเป็นภาพจริงหรือเปล่า

ทำไมจะคุมไม่ได้ เทสซ่าชอบให้เบ็กกี้ทำให้ฉันหลับตลอดเลยมินนี่เถียง ไม่รู้ทำไมว่าเขาแอบเห็นเทสซ่าชำเลืองมองโคดี้อึกอัก ส่วนเด็กหนุ่มอมยิ้มร้าย

แต่อย่างน้อย มันทำให้เราแน่ใจว่าเบ็กกี้มีชีวิตอยู่ ถูกไหมฟีบี้สรุป ฉันว่ามันไม่น่าใช่ภาพหลอนนะ เธอส่งมาให้แต่กับคนที่เธอสนิท มินนี่ เรมี และนายดวงตาสีฟ้าสดใสจ้องมาที่เขา มันเป็นสีฟ้าสว่างเหมือนท้องฟ้ายามปราศจากเมฆ ไม่เหมือนสีเข้มดุจทะเลลึกของอเล็กซิส ฉันว่ามันคือเมสเสจนั่นแหละ เธอต้องการความช่วยเหลือ

เขานึกภาพไม่ออกว่ามันคือที่ใด ดวงไฟ และความทรมาน ไมเคิลไม่อยากนึกว่าเบ็กกี้อยู่ในสภาพไหน ถ้าเธอถูกทำร้ายอยู่จะทนไปได้อีกนานเท่าใด เบ็กกี้ไม่ใช่ผู้หญิงแบบเทสซ่าหรือแม้แต่อเล็กซิส เพราะเหตุนี้หรือเปล่าจึงไม่มีชื่อเธอปรากฏ แล้วถ้าเบ็กกี้อยู่ในสภาพนั้น อเล็กซิสล่ะ เขาใจไม่ดี ไมเคิลไม่อยากเป็นเพื่อนหรือทำความรู้จักกับใครเลยเพราะกลัวความรู้สึกแบบนี้ แต่มันสายไปแล้ว แม้แต่ตอนนี้เขาไม่รู้สึกเกร็งอีกแล้วถ้าเทสซ่าหรือคนอื่นจับต้องตัวหรือแสดงความสนิทสนม (เว้นอเล็กซ์ไว้เป็นกรณีพิเศษ) เขาไม่อยากให้ใครหายไป โดยเฉพาะอเล็กซิส

พอมองกวาดตาทั้งโต๊ะ ไมเคิลเพิ่งรู้ว่ามีคนหนึ่งหายไป ว่าแต่ เบลินดาล่ะเขาหันไปหาเทสซ่า

หญิงสาวอึกอัก เขาไม่มาหรอก

ไม่มีใครพูดอะไรต่อ แต่ละคนทราบดีว่าเบลินดามาจากซานโบซ่าเหมือนอเล็กซิสและเวด แต่พวกเขาแทบไม่คุยกันเลย เหมือนคนแปลกหน้าด้วยซ้ำ ปกติแล้วเบลินดาอยู่กลุ่มเอมมี่ แต่เมื่อเอมมี่คบหากับจัสตินและเริ่มปลีกวิเวกหาโลกส่วนตัว เธอจึงเลือกพักอยู่กัเทสซ่าแทน จะว่าไปแล้ว ไมเคิลลืมถามไปเลยว่าทำไมอเล็กซิสกับเบลินดาถึงไม่คุยกัน

เขามองดูนาฬิกา สามทุ่มสี่สิบ แย่แล้ว ไมเคิลลุกพรวด

นายจะไปไหนเทสซ่าถามทันที

เดี๋ยวร้านปิด ฉันต้องไปซื้ออาหาร

เรมีปรบมือ เยี่ยม ฉันเกือบลืมแล้วไหมล่ะ หมอนี่จิ๊กของฉันไปกินเรื่อยเลย กินอย่างกับยัดลงท้องในคราวเดียว เกือบทุกคนหัวเราะ

เงียบน่า ก็กำลังจะไปใช้คืนแล้วไง เอาเป็นว่า ฉันขอตัวก่อน ถ้าได้อะไรใหม่ส่งข่าวมาด้วยนะเขาบอกทุกคน เรมีลุกตาม เฮ้ย ไปด้วยกันสิ

ถ้าพวกนายได้ข่าวอะไรก็ส่งข่าวกลับมาด้วยเหมือนกันนะ เทสซ่าตะโกน พวกเขาโบกมือให้กันก่อนจะออกจากร้าน ฝันยังคนตกอยู่ เรมีกับไมเคิลจึงสาวเท้าวิ่งให้เร็วที่สุด ข้อดีคือ ปกติไมเคิลวิ่งเร็วอยู่แล้ว และเมื่อร่างกายของเรมีค่อย ๆ ปรับสภาพตามพลังพิเศษที่มี เขาจึงตามไมเคิลไม่ยาก

แต่ละเขตมีร้านรวงประจำ แม้แต่จุดทำเควสประจำวันก็มีในแต่ละเขต ยกเว้นเควสระดับยากสุดที่จะมีในเดอะวาลที่เดียว  ที่พักส่วนใหญ่คือห้องเช่าและอะพาร์ตเมนต์ พวกเขาได้รับชิปตั้งต้นเพียงแค่ห้าร้อย พอดีกับค่าห้องขนาดเล็กเท่ารูหนูสำหรับห้าวัน แต่ถ้าอย่างนั้นก็จะไม่มีกินเลย สำหรับไมเคิลมันไม่แย่มาก แต่ค่อนข้างอึดอัดหากเทียบกับที่ผ่านมา แต่เรมีดูท่าจะมีปัญหามากกว่า เขาเคยชินกับบ้านที่มีห้องนอนส่วนตัว และอยู่ในสถานที่อำนวยความสะดวกที่พวกรัฐจัดให้พร้อม พอมาเป็นรูมเมทใช้ชีวิตกันเอง เรมีปรับตัวได้ยากกว่า มันเป็นเรื่องช่วยไม่ได้ในเมื่อชิปตั้งต้นนั้นแทบไม่ช่วยอะไร พวกเขาเล่นเควสกันทุกวันเพื่อเอาชิป

เงินที่ได้นั้นพอซื้ออาหารยาไส้ได้บ้าง อย่างน้อย แค่เข้าร่วม อาจไม่ชนะแต่ยังได้ตั้งสองร้อยห้าสิบ และถ้าเข้าร่วมในระดับยากขึ้น ก็จะได้เยอะขึ้น สำหรับไมเคิล เควสสนุกกว่าที่คิด คล้ายกับเล่นเกมแล้วได้เงิน พวกเขาเข้าไปในตึก จัดการหุ่นยนต์ซึ่งถูกตั้งระบบมาให้ล้มง่ายกว่าในด่านทดลอง ผู้ชนะคือผู้ที่เข้าไปหยิบธงได้ก่อน เงินรางวัลสำหรับผู้หยิบธงได้มีถึงสามพันชิป แต่ถ้ามาเป็นทีมจะได้ถึงหนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยชิปบวกกับคูปองพิเศษไว้ซื้ออาหาร ส่วนใหญ่มักเข้ามาเป็นคู่ หรือไม่ก็สามสี่คนต่อทีม แต่ท่ามกลางจำนวนหลายร้อยผู้เข้าแข่งขัน ผู้ชนะมักเป็นหน้าเดิม หากถอนตัวจะต้องใช้ชิปถึงหนึ่งพันถึงจะถอนได้ ดังนั้นจึงไม่มีใครถอนตัวเลย ยังมีเควสระดับกลางที่มาทุกสามวัน กับระดับโหดที่มาทุกเจ็ดวัน ผู้ที่อยู่มานานและเอาชนะเควสติดต่อกันก็คือพวกเจ้าของตึกที่เปิดให้พวกหน้าใหม่หรือขี้แพ้เช่านี่แหละ

ทั้งสองลองเล่นเควสระดับกลางแล้วพบว่าไม่เหลือบ่ากว่าแรงมากนัก แต่ก็ยังไม่แข็งแกร่งพอที่จะเอาชนะพวกที่อยู่มาก่อน มีเควสเดียวที่พวกเขาไม่กล้าลอง นั่นคือเควสประจำสัปดาห์ มันเหมือนเป็นของต้องห้ามสำหรับหน้าใหม่ หนึ่งเหตุผลคือมีการจับเวลา ดังนั้นหากทีมไหนไม่สามารถหยิบธงได้ภายในเวลาที่กำหนดก็ไม่มีผู้ชนะ และสอง ถึงแม้ชิปปลอบใจสำหรับผู้แพ้จะสูงถึงหนึ่งพันห้าร้อย แต่ระดับความเสี่ยงต่อชีวิตสูงทวีคูณ จากคำแนะนำของพวกที่อยู่มาก่อน ถ้ายังเอาชนะเควสสามวันไม่ได้ อย่าริลอง ไมเคิลและเรมีไม่มีเหตุผลที่จะลอง เพราะแม้แต่เควสประจำวัน พวกเขายังไม่เคยชนะเลย

นอกนั้น พวกเขาสามารถหาชิปได้จากการรับจ้างแรงงาน แต่มันไม่ค่อยเหมาะกับไมเคิลเท่าไร เขาเหมาะกับงานที่ใช้แรงงานหนักเช่นแบกอิฐยกกระสอบ ไม่ใช่งานละมุนละไมอย่างล้างจานหรือเสิร์ฟอาหาร แต่ถึงกระนั้น เขาจำต้องทำเพื่อให้ได้สามสิบชิปต่อชั่วโมง

ฉันกินโฮลวีทนะเรมีย้ำ พวกเขาเดินอยู่ในซูเปอร์มาร์เกต น้ำหยดไปตามทางเพราะต่างตากฝนมาทั้งคู่ ไมเคิลหยิบขนมปังสองแถวลงตะกร้า และหยิบสีขาวอีกแถว เมื่อมาถึงโซนเนื้อ ทั้งสองหยุดมอง แค่เห็นเนื้อดิบก็หิวแล้ว ฉันอยากกินสเต๊กจัง เรมีพึมพำ

ฉันอยากกินทุกอย่างเลย

นี่ดีนะที่อเล็กซ์เลี้ยงเบียร์เมื่อกี้

เขาชะงักมือที่กำลังจะหยิบเบคอน หา เขานึกว่าเทสซ่ายกเบียร์ของเธอให้เขาเสียอีก (แน่นอนว่าพอเธอส่งให้ เขาไม่คิดถามว่าเลี้ยงหรือไม่สักนิด ให้คือให้)

เรมียักไหล่ อาคุสะกับอเล็กซ์เพิ่งชนะเควสประจำวันไป สองคนนั้นเลยมีเงินอื้อเลย

หนึ่งหมื่นสองพันห้าร้อยชิปกับคูปองเสบียงราคา ถ้าหารสองก็จะคนละหกพัน!” ไมเคิลกล่าวเหมือนท่องจำ (หกพันสองร้อยสิบนะ อันที่จริงเรมีแก้) แม่ง ว่าแล้วก็หยิบเนื้อสันในลงในตะกร้าทันที เขาไม่เข้าใจเลย ทั้งที่ตัวเองวิ่งเร็วและมีพละกำลังเหนือคนอื่น แต่ก็ยังไม่สามารถหยิบธงโง่ ๆ ได้ นี่สินะที่ปาสคาลบอกว่าประสบการณ์นั้นสำคัญ

มันราคาสามร้อยกว่าเลยนะอีกฝ่ายเตือน

เขายักไหล่ พรุ่งนี้ไปเล่นเควส อย่างน้อยก็ได้มาอีกสองร้อยห้าสิบ แล้วเวลาที่เหลือฉันจะทำงานล้างจานอย่างเดียว

เรมีฟังแล้วทำท่าคิดคำนวณในหัว โอเค นายจะได้ชิปประมาณหกร้อยถึงเจ็ดร้อย แล้วเรื่องอเล็กซิสกับเบ็กกี้ล่ะ พวกเราจะมีเวลาสืบไหม

เขาจำต้องหยิบเนื้อกลับไปวางในตู้ เกือบโยนด้วยซ้ำ เอางี้ไหม เรากลับไปหาพวกโคดี้ หมอนั่นน่าจะรู้ว่ามีกล้องวงจรปิดตรงไหนบ้าง แล้วทำให้มันดับซะ หรือดับไฟทั้งซูเปอร์เลยก็ได้

เรมีทำหน้าแหย เอ่อ นี่คือครั้งที่สามแล้วที่นายย้ำเรื่องนี้ น่าจะโชกโชนเรื่องทำนองนี้จริงนะ แต่ไม่ดีกว่า เอาเป็นว่า พวกเรามาวางแผนกันว่าทำอย่างไรจะชนะเควสเหมือนพวกอเล็กซ์ดีไหม

ไมเคิลกัดฟัน บางครั้งเรมีก็ดีเกินไป 

สุดท้ายพวกเขาหยิบขนมปัง ไข่ เบคอน และพวกอาหารสำเร็จลดราคา แค่นี้เงินที่ประหยัดมาสามวันก็แทบหมด แต่ถึงเรมีไม่เห็นด้วยเรื่องขโมยของ เขาคิดจะลองคุยกับโคดี้อยู่ดี (โดยไม่ปรึกษาเทสซ่าก่อนแน่นอน) สัญชาตญาณส่งสัญญาณบอกว่าโคดี้น่าจะมีจิตสำนึกพอ ๆ กับเขา

แต่ไม่ทันไรที่พวกเขาจะออกจากร้านค้า ใครสักคนพุ่งเข้ามากอดคอทั้งสองไว้ เพียงได้กลิ่นน้ำหอมไม่คุ้น ไมเคิลใช้ความไวก้มหลุดออกจากวงแขนนั้นมายืนอีกด้าน ส่วนเพื่อนอีกคนมัวแต่ตะลึงมองคนดังกล่าว

ใจร้ายจัง ฉันเห็นพวกนายเถียงกันนะ เลยหวังดีเธอชูแพ็กเนื้อสันในบนมือทั้งสองข้างก่อนจะหย่อนข้างหนึ่งลงในถุงของเรมี ส่วนอีกข้างยังอยู่ในมือเธอ สาวผมสีทองผู้นี้ไว้ผมประหลาดที่สุดเท่าที่เขาเคยเห็นมา ผมครึ่งขวาซอยสั้นยาวแค่ติ่งหู ส่วนครึ่งขวายาวจรดเอว การแต่งตัวบ่งบอกว่าเธอมีชิปมากมายให้ซื้อเสื้อผ้าได้ ทั้งเสื้อกล้ามสีดำ กระโปรงหนังขนาดมินิแถมยังผูกแจ๊กเก็ตยีน (แบบที่เขามักเห็นอเล็กซิสสวมตอนอยู่ในหอพักแรก) ส่วนเท้าหุ้มด้วยเท้าบู๊ตส้นสูงสีน้ำตาลมะฮอกกานี บนไหล่ขวามีรอยสักรูปปีกนางฟ้าเด่นออกมา ไม่พอแค่นั้น ดวงตาของเธอยังประหลาดมากอีกด้วย นั่นคือมีสีเขียวข้างหนึ่งและสีน้ำตาลอีกข้างหนึ่ง แต่ทั้งสองข้างจ้องมาที่เขา ไม่เอาหรือหนุ่มน้อย มาให้ฉันต้อนรับสักหน่อยมะ

ต้อนรับ?”

เธอหอมแก้มเรมีทันที เด็กหนุ่มตัวแข็งทื่อเหมือนถูกสต๊าฟไว้เดี๋ยวนั้น

ไมเคิลยังคงยืนที่เดิม เธอรอจนเริ่มทำหน้าเหนื่อยหน่าย เฮ้อ เพื่อนนายไม่เล่นด้วยเลยเธอว่า แต่เรมีดูเหมือนไม่รับฟังอะไร เขาต้องมนต์สะกดไปเรียบร้อยแล้วจึงยืนนิ่งมองหล่อนตาเยิ้มขนาดนั้น หญิงสาวยิ้มแล้วยักคิ้วให้เขาก่อนจะโยนแพ็กเนื้อมาให้ เขารับได้ทันควัน เธอไม่รอฟังคำขอบคุณ หากแต่หมุนตัวโบกมือแล้ววิ่งไปสมทบกับเพื่อนชายอกแน่นที่ยืนรออยู่อย่างไม่สบอารมณ์

พวกเขาไม่พูดกันเลยระหว่างทาง เรมีดูเหมือนสติหลุดโลกไปแล้ว เขาชำเลืองมองรูมเมทแล้วอดขำไม่ได้ ถึงหมอนี่จะทำทีเหมือนเป็นผู้ใหญ่ แต่สุดท้ายก็เป็นแค่เด็กหนุ่มวัยสิบหกที่อ่อนระทวยทันทีเมื่อเจอสาวสวย อย่างไรก็แล้วแต่ ไมเคิลนึกขอบคุณสาวคนนั้นอยู่ไม่น้อย เพราะเนื้อที่เธอหยิบมาเป็นเนื้อชั้นดี พอแบ่งกินได้สักสองมื้อ นี่อาจเป็นครั้งแรกที่เขาหยุดคิดถึงเบ็กกี้กับอเล็กซิสแล้วนั่งนึกว่าจะปรุงรสมันอย่างไร

ไม่ใช่ทุกคนหรอกนะ จะไว้ผมทรงนั้นได้

เขาพยักหน้าให้เรมี ไม่สนใจเท่าไร พอมาถึงตึกที่พัก เขารีบหมักเนื้อทันทีโดยใช้เกลือและพริกไทยของคนอื่น (ถ้าวางในที่สาธารณะมันก็คือของสาธารณะใช่ไหมเล่า) และเมื่อเขาหมักเนื้อเสร็จก็เริ่มกังวลเรื่องอเล็กซิสต่อ สองคนนั้นจะอยู่ยังไง พวกเธอได้กินข้าวหรือเปล่า พวกมันจะให้พวกเธอกินข้าวไหม

หนุ่มโมฮอกผู้สติกำลังกลับมาอย่างช้า ๆ ส่งสายตาจริงจัง นายรู้ไหม ว่าดวงไฟแบบนั้นทำให้ฉันนึกถึงอะไร

เขาส่ายหน้า

ห้องผ่าตัด

ไม่ใช่หรอก!

ก็แค่เดาเรมีรีบบอก แต่...มันก็น่าคิดไม่ใช่เหรอ นายคิดว่าเขาจะลักพาตัวไปทำอะไรเล่า

ไม่จำเป็นต้องลักพาตัวคนไปทำเป็น... เขานึกถึงพวกซอมบี้ในด่านทดลอง ฉันว่าไม่ใช่ อเล็กซิสเคยบอกว่าพวกมันใช้เทคโนโลยีคุมส่วนสมอง

ฉันเคยเก็บชิปอันนั้น แต่มันหายไปแล้วเจ้าพลูทักซ์ระเบิดหุ่นยนต์และเผาคนอื่น ๆ ทั้งเป็นอีกฝ่ายกล่าว ทั้งสองเงียบ ห้องครัวใช้ร่วมกับคนทั้งตึก มีเพื่อนร่วมชั้นเดินมาหยิบของกินในตู้เย็นแล้วออกไป ทั้งสองยังไม่รู้จักคนใหม่เท่าไรเพราะมัวแต่หาชิปและยุ่งอยู่กับตามหาตัวเบ็กกี้และอเล็กซิส

นายคิดถึงบ้านไหม

มันไม่ใช่คำถามที่ตอบยากเลย เขาตอบได้ทันที ฉันไม่มีบ้าน

เรมีเงียบไปนิดหนึ่ง โทษที

ไม่เป็นไรเขาเก็บเนื้อใส่กล่องแล้วเขียนชื่อตัวเองไว้บนกล่อง นายจะไม่หมักเนื้อเหรอ หรือจะแช่ไว้ในช่องฟรีซก่อน

แต่เรมีไม่ได้สนใจเนื้อเท่าไร นายดูเป็นห่วงอเล็กซิสมากนะ

อื้อ และห่วงเบ็กกี้ด้วย

จนฉันละอายใจ

ไมเคิลหันขวับ หมายความว่ายังไง

ถ้านายไม่ดั้งด้นจะหาสองคนนี้ ฉันถอดใจไปแล้ว เขาสารภาพ ฉันเจอเบ็กกี้เป็นคนแรก แล้วค่อยมาเจอกับพวกอเล็กซิส แต่จริง ๆ แล้วพวกเราก็ไม่ได้รู้จักกันมาก่อน...ความห่วงใยก็มีนะ และฉันใจหายเมื่อแยกกับเบ็กกี้ พอเจออีกทีก็ดีใจ แต่เมื่อเธอหายไปอีก...ฉันก็ใจหายอีกครั้ง แต่...ไม่รู้สิ ถ้าไม่ใช่พวกนาย ถ้าเป็นคนอื่นก็คงปล่อยไป และฉันก็คงทำแบบนั้น พอเห็นความพยายามของนายกับเทสซ่า ฉันก็รู้สึกผิดอยู่ลึก ๆ

ไมเคิลไม่รู้จะตอบอย่างไร แต่นายฝัน เบ็กกี้ทำให้นายฝัน มันอาจเป็นความผูกพันที่ไม่รู้ตัว

ก็ใช่ แต่มันยิ่งทำให้ฉันรู้สึกแย่เขาสารภาพ เบ็กกี้พยายามติดต่อฉัน ขอให้ฉันช่วย แต่ใจของฉันมันนิ่งเกินกว่าจะ...ยิ่งพูดฉันยิ่งใจดำว่ะ เขาเหลือบมองไมเคิล

เขายังเงียบไม่รู้จะพูดอย่างไร แต่ลึก ๆ แล้วเข้าใจเรมี ช่างมันเถอะ

ถ้าอเล็กซิสไม่ได้หายไปด้วย นายจะหัวหมุนแบบนี้ไหมเด็กหนุ่มถามจี้ใจดำ

หาเขาตอบ แต่เหตุผลที่ตอบเช่นนี้ ส่วนหนึ่งเพราะเขารู้ว่าอเล็กซิสกับเทสซ่าจะเป็นตัวตั้งตัวตีในการค้นหาอยู่ดี

นายชอบเขาใช่ไหมเรมียังไม่เลิก อเล็กซิสน่ะ

อื้อเขาไม่ลังเล  ก็เราเป็นเพื่อนกัน จนถึงตอนนี้ ก็ยังเป็นเพื่อนกัน ฉันรู้สึกพิเศษกับเขา เขามีบางอย่างที่ทำให้ฉันไว้ใจ อบอุ่น แต่ฉันไม่เคยคิดมากกว่านั้น ถ้านายสงสัย ฉันก็ยังยืนยันนะว่าไม่มีทางเป็นไปอย่างที่อเล็กซ์คิดแน่ อเล็กซิสชอบอเล็กซ์ ชอบมากด้วย แม้แต่เบนก็รู้พอพูดถึงเบน หัวใจของเขาบีบรัดแน่น ถ้าเราไม่พลาด ถ้าเราไม่พลาดวันนั้น เบนจะไม่ตาย

 อย่าหาว่าฉันเข้าข้างหมอนั่นเลยนะ เรมีหันกลับไปมองนอกหน้าต่าง เพราะถ้าเป็นฉัน ก็อดหึงพวกนายไม่ได้ว่ะ ยิ่งเพื่อนสนิทตายไปทั้งคน เขาเป๋นะ ดูก็รู้

ฉันไม่สนหรอก ถ้าเขาจะงี่เง่าก็เรื่องของเขา เพราะสุดท้ายคนที่ทำลายความสัมพันธ์ก็คือตัวเขาเองไมเคิลปิดประตูตู้เย็นดังปัง และเราไม่ได้จะพูดเรื่องนี้แต่แรกสักหน่อย นายพูดถึงเบ็กกี้... เรมียกมือให้เขาหยุดพูดแล้วกวักมือให้เดินมาทางหน้าต่าง ทั้งสองเปิดกระจก ฝนสาดเข้ามาทันที แต่สิ่งที่ไมเคิลเห็นด้านนอก นอกจากท้องฟ้าและเม็ดฝนแล้ว ยังเห็นเงามืดขนาดราวรถโดยสารแล่นผ่านเหนือศีรษะ มันมีลักษณะเหมือนยานในการ์ตูนที่เขาเคยอ่าน รูปร่างเรียวยาวคล้ายกับโบกี้รถไฟ

ฉันเคยเห็นมันตอนกลางคืน นายหลับอยู่เรมีเล่า พอลองถาม เห็นบอกว่ายานขนส่ง พวกเจ้าหน้าที่ในนี้จะสลับผลัดเปลี่ยนกันกลับไป

นิวโฮปเหรอ

เขาส่ายหน้า ฉันว่าไม่ใช่นิวโฮป อันที่จริง พวกเราควรตื่นเต้นใช่หรือเปล่าที่เห็นยานพวกนี้

ทั้งสองหัวเราะเบา ๆ ไม่มีอาการแบบนั้นเลย มากันเยอะนะ

ไมเคิลมองตาม ยานขนส่งยังคงแล่นผ่านไปมาอย่างต่อเนื่อง ฉันว่าต้องมีอะไรแล้วล่ะเขามองลงไป บางคนโผล่ศีรษะออกมาดูเช่นกัน

เฮ้เพื่อนร่วมตึกคนหนึ่งเคาะโต๊ะเรียกร้องความสนใจ ทั้งสองหันกลับมา เรมีปิดหน้าต่าง ส่วนไมเคิลเช็ดหน้าตัวเอง นาย...ชื่อไมเคิลใช่ไหม

อื้อเขาตอบ

ชายคนนั้นยื่นกระดาษมาให้ คนชื่อเทสซ่าฝากมา

เขารีบหยิบอ่าน เบลเจอคนเหมือนอเล็กซิสแถวคลินิกในเดอะวาล พวกนายไปเช็กที่นั่นพรุ่งนี้

เบล...เบลินดา?” เขาหันไปหาเรมี

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 16 ครั้ง

253 ความคิดเห็น

  1. #102 shirone-mirai (@shirone-mirai) (จากตอนที่ 47)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 17:03
    น้อง หนูก็ยังมิมียท งื้ออ
    #102
    1
    • #102-1 jesjournal90 (@jesjournal90) (จากตอนที่ 47)
      5 สิงหาคม 2561 / 23:23
      แฟนคลับอเล็กซิสรอนิดนึงน้าาา
      #102-1