ขอ 100 วันเพื่อรักเธอ - ขอ 100 วันเพื่อรักเธอ นิยาย ขอ 100 วันเพื่อรักเธอ : Dek-D.com - Writer

    ขอ 100 วันเพื่อรักเธอ

    โดย janezaa_zaa

    - เมื่อคนที่ไม่รักกัน แต่ต้องมาแต่งงานกัน จะเป็นอย่างไง ติดตามได้เลยค่ะ

    ผู้เข้าชมรวม

    118

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    3

    ผู้เข้าชมรวม


    118

    ความคิดเห็น


    0

    คนติดตาม


    0
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  1 ก.ย. 66 / 17:57 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

                    ฉันชื่อม่อน  ม่อนแก้ว  วิริยะรังสรรไพศาลสกุล  ฉันเป็นบุตรบุญธรรมของครอบครัว  วิริยะรังสรรไพศาลสกุล   คุณภูผารับฉันมาอุปถัมตั้งแต่ฉันอายุได้ 4 ขวบ   ฉันเรียกคุณภูผา ว่า ท่าน  เพราะคุณท่านมีพระคุณกับฉันมากมายเลย  ฉันได้มีโอกาสอยู่ในคฤหาสหลังใหญ่แบบนี้ก็เพราะท่าน   ท่านให้ฉันทำงานที่บริษัทของท่าน  โดยให้ตำแหน่งเป็น  ผู้ช่วยผู้อำนวยการ  เลยทีเดียว ครอบครัวนี้ทำธุรกิจด้านเครื่องเพชร  เครื่องพลอย  บ.ภูผาจิวเวิล์ม  จำกัด (มหาชน)  แต่น่าเสียดายที่ครอบครัวนี้มีหลานชายเพียงคนเดียว

                   ท่านมีหลานชายคนเดียวทั้งตระกูล  ชื่อ ภูมินทร์ วิริยะรังสรรไพศาลสกุล   นายคนนี้เค้าเป็นนักร้องซุปเปอร์สตาร์ดังระดับเอเชียเลยนะ  สาวแห่กรี๊ดกันให้เพียบเลย  นายภูเค้าก็อายุเท่ากับฉันเลย  เราทั้งสองพึ่งจบมัธยมปลายจากโรงเรียนเดียวกัน   แต่รู้ไหมว่าฉันน่ะคุยกับเค้าน้อยมาก  แทบจะนับคำได้เลย  นายภูเค้าไม่ค่อยอยู่ที่บ้านหลังใหญ่หรอก  เค้าออกไปอยู่คอนโดรฯข้างนอก  สัปดาห์หนึ่งจะเข้ามาทานข้าวพร้อมหน้ากันแค่ครั้งเดียว  แม่ของเค้าคือ  คุณหญิง สินี     ส่วนคุณพ่อเค้าคือ  คุณภูธร   ทั้งสองท่านนี้รักและเอ็นดูฉันมาก  ท่านเป็นผู้ใหญ่ที่น่ารักที่สุด 

                   แต่ตอนนี้ท่านไม่สบายหนักมาก  หมอบอกว่า ท่านเหลือเวลาอีกเกือบ 4 เดือน เท่านั้น ที่จะมีชีวิตอยู่บนโลกใบนี้  เมื่อพวกเราได้ยินก็ตกใจมาก 

    ดังนั้น  คุณท่านจึงนัดรวมญาติเพื่อท่านจะแบ่งมรดกให้ญาติๆด้วยตัวท่านเอง  ในวันอาทิตย์ที่จะถึงนี้

    -         ก่อนวันอาทิตย์ที่จะถึง  ท่านเรียกฉันไปพบที่ห้องทำงานของท่าน

    ม่อน  เดี๋ยวลูกจัดการไปนัดเรื่องวันอาทิตย์นี้กับเจ้าภูมันด้วยนะ  ภูผาเอ่ย 

    -         ฉันรู้สึกว่าเสียงของท่านไม่เหมือนเดิมเลย  เสียงท่านดูอิดโรยมาก  ท่านดูเหนื่อย  ฉันอยากจะร้องไห้จังเลย  แต่ไม่ได้ฉันต้องเก็บอาการเอาไว้เพื่อที่ฉันจะต้องเป็นกำลังใจให้ท่าน [@_@].. {#_#}

    ได้ค่ะเดี๋ยวม่อนจะโทรไปบอกภูให้นะค่ะ   ม่อนเอ่ย

    ไม่ได้  ลูกต้องไปบอกเจ้าภูด้วยตัวลูกเอง  เพราะปู่จะได้แน่ใจ  ภูผาเอ่ย

    ทำไมล่ะค่ะท่าน  ม่อนสงสัย

    เอาเถอะหน่า  ปู่บอกให้ลูกไปบอกก็ทำตามที่ตาบอกเถอะ  อย่าขัดใจปู่หน่า  ภูผาพูดด้วยน้ำเสียงแข็ง

    ได้  ได้ค่ะท่าน  แต่ม่อนไม่แน่ใจว่าจะได้เข้าไปถึงเค้ารึเปล่านะค่ะ  เพราะเค้าอ่ะเป็นนักร้องดัง  อาจไม่ว่างคุยกับม่อนก็ได้หน๊า  ม่อนไม่อยากขัดใจภูผาจึงรับปาก

    ยังไงลูกก็ต้องจัดการให้ปู่     ค่ะ  ท่าน  ม่อนเดินออกจากห้อง

    -         เมื่ออยู่หน้าประตูห้องม่อนก็ต้องบ่นกับตัวเอง

    แล้วฉันจะทำอย่างไงว๊ายัยม่อน  นายภูนะนายภู  ม่อนบ่นกับตัวเอง

                               ||||||||||||||||||||||||||||  ______________  |||||||||||||||||||||||||||||

    วันนี้วันเสาร์  ที่จริงวันนี้เป็นวันหยุดของฉันนะ  แต่ทำไมฉันต้องสวมบทเป็นวัยรุ่นบ้าดารามาตามหาคิวนายด้วยหน๊า ////////////  ม่อนบ่นจนขับรถมาถึงหน้าบริษัทเพลงค่ายยักษ์ใหญ่

    -         เมื่อม่อนเข้ามาก็เห็นว่ามีโพสเตอร์โปรโมตอัลบั้มใหม่ของภูเต็มไปหมด  มีแต่รูปหน้าของภูทั้งนั้นเลย

    โอโห  สงสัยนายนี่เอาเงินที่ท่านให้มาโปรโมตตัวเองแน่ๆเลย  พลางเดินมาที่เคาเตอร์ประชาสัมพันธ์

    สวัสดีค่ะ  ติดต่อเรื่องอะไรค่ะ  ประชาสัมพันธ์เอ่ยถาม

    คือดิฉันจะมาพบคุณภูมินทร์น่ะค่ะ  ม่อนพูดอย่างมั่นใจ

    -         ทำให้ประชาสัมพันธ์หลุดหัวเราะออกมา

    น้องค่ะ  นี่เป็นคนที่เท่าไหร่ของวันนี้แล้วเนี่ยที่มาขอพบน้องภู  น้องค่ะภูเค้าไม่ว่างที่จะมาพบน้องหรอกค่ะ ตอนนี้น้องภูกำลังซ้อมเต้นอยู่ไม่ว่างหรอกค่ะ  กลับไปเถอะ  ประชาสัมพันธ์พูดแอบดูถูกม่อนนิดๆ

    งั้นช่วยไปบอกเค้านะค่ะ ว่าม่อนแก้วมาขอพบ  ม่อนยังไม่ยอมแพ้

    น้องเป็นใครล่ะค่ะ  ที่ต้องให้น้องภูมาพบ

    บอกว่าคุณปู่ภูผาให้ฉันมาพบเค้า  ม่อนเริ่มเบื่อกับการต่อล้อต่อถียงกับประชาสัมพันธ์

    -         ม่อนจึงหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาโทรหาคุณสินี  แม่ของภู

    ฮัลโหล  คุณน้าค่ะม่อนนะค่ะ  คือม่อนอยากได้เบอร์ของภูหน่อยน่ะค่ะ  ระหว่างพูดก็เหล่ไปทางประชาสัมพันธ์ตัวแสบ หวังจะโชวพาวร์

    -   คุณสินีก็บอกเบอร์มา   เมื่อวางสายม่อนก็โทรขึ้นไปหาภูทันที

    ภูหรอฉันม่อนนะ  ตอนนี้ฉันอยู่ตรงประชาสัมพันธ์ ฉันมีธุระจะคุยกับนายน่ะ  ม่อนพูด

    อืม  เดี๋ยวฉันลงไป 

    -   เมื่อภูลงมา  สาวๆที่มาออเฝ้ารอภูอยู่หน้าบริษัทก็กรี๊ดกันใหญ่  เสียงดังลั่น   แต่ม่อนกลับรู้สึกว่าเว่อเกินไป

    -         ระหว่างที่ภูเดินมาหาม่อนก็มองออกไปที่หน้าบริษัทเค้าส่งยิ้มและโบกมือทักทายแฟนๆที่มาเฝ้า  ยิ่งทำให้สาวๆที่เห็นกรี๊ดดังกว่าเดิม  พี่ภู  พี่ภู  เสียงเรียกจากแฟนๆ   

    -         เมื่อภูเดินมาถึงประชาสัมพันธ์เพื่อมาหาม่อน  ประชาสัมพันธ์สาวเมื่อกี้ก็ถึงกับอึ้งไปเลย  ม่อนหันไปยังคิ้วให้ประชาสัมพันธ์คนนั้นแบบยั้วโมโห

    -         ภูพาม่อนขึ้นไปคุยกันที่ห้องซ้อมเต้นของตน

    เธฮมีอ่ะไรว่ามา  พูดพลางเอาผ้ามาเช็ดเหงื่อเล็กน้อย

    ฉันน่ะไม่มีเรื่องอะไรหรอก  แต่ท่านน่ะมีเรื่องที่จะคุยกับนาย  ท่านให้ฉันมาบอกนายด้วยตัวเองว่าพรุ่งนี้ให้ทุกคนไปพบกันที่บ้าน  ม่อนพูด

    รู้ไหมว่าเรื่องอ่ะไร  ภูหันมาถามม่อน

    นี่นายเป็นหลายท่านภาษาอ่ะไร  นายไม่รู้หรอว่าตอนนี้ท่านอาการหนักมาก  หมอบอกว่าท่านมีเวลาเหลืออีกเพียงเกือบ 4 เดือนเท่านั้น  นี่ก็ผ่านไปแล้วนะหนึ่งวัน  ม่อนพูดด้วยเสียงเศร้าๆ

    ไม่จริงอ่ะ  คุณปู่ไม่ได้เป็นอย่างที่เธอพูด  ภูหันมาว่าม่อน

    นี่นายถ้านายอยากรู้ว่าจริงหรือไม่จริง  นายก็ไปดูท่านเองสิ  ม่อนพูดจบก็ก้าวเดินออกจากห้องซ้อมเต้นของภู  แต่ทันใจนั้นเอง  ม่อนใส่ส้นสูงและด้วยพื้นห้องที่ลื่นทำให้เธอเสียหลักลื่น  แต่ดีนะที่ภูเดินมาพอดี  เธอจึงล้มทับตัวภูเต็มๆเลย  ทั้งสองมองตากันอย่างหวานซึ้ง 

    ขอบคุณนะ  ม่อนเอ่ยขอบคุณภู

    เธอจะขอบคุณฉันทำไม  ฉันไม่ได้จะมาช่วยเธอแต่น่ะล้มมาทับฉันต่างหากล่ะ  ภูเอ่ยเบาๆขณะที่ม่อนยังทับตัวภูอยู่

    -         เมื่อม่อนได้ยินเช่นนั้นจึงรีบผลักตัวออกจากภูอย่างเร็ว  และทำเป็นปัดเนื้อปัดตัว

    -         แต่ด้วยสาเหตุนี้เองทำให้ภูลุกยืนไม่ไหว  เพราะม่อนล้มทับตอย่างแรง

    นายเป็นไรอ่ะ   ม่อนเอ่ยถาม

    ก็เธอล้มทับฉันน่ะ  ฉันเจ็บขาเลยเห็นไหมเนี่ย  ภูชี้ที่ข้อเท้าให้ม่อนเห็น

    อุ๊ย   ฉันขอโทษนะ  มาฉันช่วยผยุง  ม่อนเข้าไปช่วยผยุงตัวภู

    เธอเอารถมารึเปล่า (ม่อนพยักหน้า) เดี๋ยวเธอรอฉันด้วย ฉันจะกลับบ้านด้วย  ภูเอ่ย

    นายก็กลับของนายสิ  ม่อนตอบกลับ

    นี่เธอไม่เห็นรึไงว่าเธอเป็นคนทำฉันเจ็บขาแบบนี้  แล้วฉันจะกลับไปหาคุณปู่ได้ไง  ภูเงยหน้าตอบม่อนด้วยสีหน้ากวนๆ

    ก็ได้  ว่าแต่นายจะเสร็จเมื่อไหร่ล่ะ  ม่อนเอ่ยถาม

    -         ภูเรียกผู้จัดการส่วนตัว

    พี่แดนครับ  แดนเดินอยู่หน้าห้องซ้อม  เมื่อได้ยินเสียงภูก็รีบเข้ามาหาภูทันที

    คุยธุระกันเสร็จแล้วหรอ  เอ้านี่ภูเป็นไรอ่ะ  แดนรีบวิ่งเข้ามาหาภู

    ไม่เป็นไรมากแล้วแหล่ะครับแค่เคล็ดๆนิดหน่อย  เออพี่วันนี้ผมมีงานที่ไหนอีกไหมครับ

    -         แดนผยุงตัวภูมานั่งที่เก้าอี้  ขณะที่ม่อนก็ยังคงตกใจกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่

    วันนี้ไม่มีแล้วแหล่ะ   แดนตอบ

    งั้นผมขอกลับบ้านเลยนะครับ  ภูเอ่ย

    เออแล้วพรุ่งนี้ล่ะค่ะ  ภูเค้ามีงานรึเปล่า  ม่อนแทรกถามขึ้น

    -         แดน งง  ว่าเธอถามทำไม

    ไม่มี  ไม่มีครับ  แดนหันมาหาภู  แสดงสีหน้าสงสัยว่าผู้หญิงคนนี้คือใคร

    เป็นหลานของคุณปู่น่ะครับ

    เอ้า  งั้นก็เป็นพี่น้องกันน่ะสิ  แดนเอ่ย

    ก็ไม่เชิง  ภูพูด

    หวัดดีค่ะ  เอ่อชื่อม่อนนะค่ะ  ม่อนแนะนำตัว

    พรุ่งนี้ผมอยู่บ้านใหญ่นะครับ  พี่มีอ่ะไรโทรไปได้ตลอดเลย  ภูบอก

    งั้นไป  เรากลับกันเถอะ  ม่อนตัดบท

    อะไร  นี่เธอจะไม่ใหฉันพักสักหน่อยเลยหรอ  ดูสิขาฉันเขียวหมดแล้วเนี่ย  จะหาผ้ามาประคบสักนิดก็ไม่มี  ภูพูดออกมาเพื่อขอความเห็นใจ  แต่มีท่าทีที่วางฟอร์ม

    แล้วไม่บอกแล้วฉันจะรู้ไหมล่ะ  ม่อนตอบกลับ   ม่อนเดินตามแดนที่พาไปหยิบผ้าพันที่ตู้ยาด้านนอกแล้วม่อนก็เดินเข้ามาพันขาให้ภู 

    -         ภูมองม่อนที่กำลังพันผ้าที่ขาให้ตน

    เธอฉันมีเรื่องจะถามอ่ะ   ภูเอ่ย

    อะไร  ม่อนเอ่ยพลางก้มหน้าพันผ้าที่ขาภูอย่างขมักเขม้น

    เมื่อไหร่เธอจะพันขาฉันเสร็จสักทีเนี่ย  อันที่จริงแล้วภูอยากถามเรื่องอื่น  แต่ปากภูไม่กล้าที่จะเอ่ย  จึงเปลี่ยนเรื่องพร้อมกับเปลี่ยนน้ำเสียงทันที  กลับเป็นเสียงที่ยั้วโมโหม่อนมากๆ

    นี่นาย  หือ.น่า จริงๆเลย  ม่อนพันเสร็จพอดี  และก็ยืนขึ้นตอบกลับภูทันที

    น่าอะไร  อย่างเธอจะทำอะไรฉันได้  ภูตอบ พร้อมสีหน้าที่กวนประสาทม่อนสุดฤทธิ์

    ฝากไว้ก่อนเถอะ  ม่อนจะเดินหนีภู

    เดี๋ยว  เธอจะไปไหนอ่ะ  ภูตะโกนถาม

    ก็กะว่าจะไปให้ไกลๆนายไง  ม่อนหันกลับมาตอบ

    ไม่มีวันหรอก  เธอต้องอยู่กับฉัน  ภูพูดออก

    อ่ะไรนะ  ฉันได้ยินไม่ชัด  นายพูดอีกทีสิ  ม่อนได้ยินไม่ชัดจริงๆ  จึงขอให้ภูพูดอีกที

    ก็เธอต้องพาฉันกลับน่ะ  เร็วๆเลย  รีบพาฉันกลับเดี๋ยวนี้เลย  ภูสั่งม่อน  ม่อนก็ต้องทำตามคำสั่งภูโดยดี

    -         ม่อนเดินผยุงตัวภูพร้อมหอบหิ้วกระเป๋าสัมภาระของภูมาที่รถ  โดยออกมาทางด้านหลัง  และก็ขับรถออกไป 

    -         ระหว่างทางม่อนขับรถไปโดยไม่ได้สนใจอ่ะไรเลย  แต่ภูก็เริ่มชวนคุย

    ตอนที่เราอยู่โรงเรียนเดียวกันเราไม่ค่อยคุยกันเลยเนอะ  ภูเอ่ยขึ้น

    FONT color=#ff0000>ใครจะอยากไปคุยกับคนอย่างนาย  ม่อนเอ่ย  ทำให้บรรยากาศการคุยเปลี่ยนไป

    ทำไม  คนอย่างฉันมันไม่น่าคุยตรงไหนหรอ  ภูตอบกับ

    ก็คนอย่างนายอ่ะน่าเบื่อ  และคอยหลอกผู้หญิงให้มาเป็นเบี้ยล่างนายกับพวกเพื่อนๆนายไปวันๆ

    เธอรู้ได้ไง  สาวๆพวกนั้นเค้าปลื้มฉันต่างหากล่ะ  เค้าเลยตามฉัน เธอไม่รู้อ่ะไรอย่าพูดดีกว่า 

    ถึงอย่างนั้นฉันก็ไม่อยากจะยุ่งกับนายหรอก  ม่อนพูด

    ฉันไม่อยากจะพูดกับเธอ  เถียงฉันตลอด  ภูรำคาญการต่อล้อต่อเถียงกับม่อน

    แล้ว  ว่าแต่ตอนนี้นายไม่มีเดินสายหรือไง

    แล้วเธอจะรู้ไปทำไม  ภูตอบกลับ

    ฮื๊ออออออออ..นายนี่  ม่อนทนไม่ไหวจึงเอามือมาต่อยที่แขนของภูรัวเลย

    -         ภูร้องใหญ่เลย

    พอแล้ว  นี่เธอ  พอแล้ว  ภูร้องขึ้นดังลั่นรถ

    นี่ถ้าฉันไม่ติดที่ขับรถอยู่นะ  ฉันสัญญาเลยว่าฉันต่อยนายแน่     

                         */-/*-/-/*-*////*---/*/*/-*/-*/-*/-*/-*/-*/-/-*/-*/-*/*-/-*/-*/-*/--*

        อ้อหรอ  น่ากลัวจริงๆเลย  ภูทำสีหน้าล้อเลียน

    -         หลังจากที่ทั้งสองคนเถียงกันมานาน ก็เงียบไปพักหนึ่ง

    เออนี่เธอ  เธอไปทำงานที่บริษัทเป็นไงบ้างล่ะ  ภูเอ่ยถาม

    ก็ดีอ่ะ  ฉันยอมรับว่าท่านให้ตำแหน่งกับฉันสูงมากจริงๆ  สูงจนบางทีฉันไม่รู้ว่าชีวิตนี้ฉันจะมีโอกาสได้เป็นรึเปล่าเลย  การเป็นผู้ช่วยผู้อำนวยการนี่มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยนะ  เพราะตอนนี้ฉันก็พึ่งจบม.6 เหมือนนายน่ะแหล่ะ  ฉันต้องมาทำงานในตำแหน่งที่ต้องใช้ความเชื่อถือมาก  แบบนี้  แต่อย่างไงฉันก็สู้ตาย  ม่อนพูดออกมาจากใจของเธอจริงๆ

    เธอคงรักคุณปู่มากเลยนะ  ภูเอ่ยต่อ

    ใช่สิ  ฉันรักท่านมาก  ท่านเปรียบเหมือนทุกสิ่งทุกอย่างของฉัน  เมื่อม่อนพูดยังไม่ทันจบประโยคดี  เธอก็เลี้ยวจอดรถข้างทางอย่างกระทันหัน  แล้วก็ร้องไห้ออกมาอย่างสุดๆ 

    นายรู้ไหมท่านให้ทุกสิ่งทุกอย่างแก่ฉัน  แต่ตอนนี้ท่านกำลังแย่  ฉันไม่มีอะไรที่จะช่วยท่านได้เลย  ทำไม ทำไมท่านต้องเป็นแบบนี้ด้วยฉันไม่เข้าใจเลย  อีกกี่วันกันที่ท่านจะอยู่กับเราเหมือนอย่างตอนนี้  มีไหม มีสิ่งไหนที่จะช่วยท่านได้ไหม  แม้แต่ชีวิตของฉัน  ฉันก็ให้ท่านได้  นายบอกฉันทีสิ นายภู  ม่อนร้องไห้มากมาย  ทำให้ภูรู้สึกสงสารม่อนมาก  ภูดึงม่อนเข้ามาโอบไว้ที่อ้อมแขนอันอบอุ่นของตน 

    ฉันเชื่อว่า  ทุกสิ่งทุกอย่างย่อมมีเหตุและผลของมัน  เธออย่าเสียใจไปเลยนะ 

                                     ////////////////////////////////////////////////////////

     

    -  เมื่อเดินทางมาถึง   ม่อนก็เรียกคนมาช่วยผยุงตัวภูไปห้องของคุณปู่ทันที 

    -  ม่อนมีสีหน้าที่เศร้ามาก  แต่เธอพยายามยิ้มให้ปู่เห็นว่าเธอไม่เป็นอะไร

    ท่านค่ะ  ม่อนพาคนมาหาท่านค่ะ  ม่อนพูดจบก็เรียกภูเข้ามา

    -         ภูเข้ามาถึงก็ตรงเข้ามากอดคุณปู่ทั้งๆที่เท้ายังเดินกระเพกอยู่

    มาจนได้นะเรา  ถ้าปู่ไม่ให้ยัยม่อนไปตาม เจ้าจะมาหาปู่ไหม  ปู่ด้วยอาการแอบน้อยใจเล็กๆ

    โธ่.....มาสิครับปู่  ตอนนี้ผมงานเยอะจริงๆครับ  แต่วันนี้ผมขอพักหนึ่งวันน่ะครับ  พอผมหยุดปุ๊บ ผมก็มาหาคุณปู่เลยนะครับเนี่ย  ภูพูดคุยกับคุณปู่อยู่นานโดยที่มีม่อนนั่งอยู่ด้านนอก

    คุณปู่มีเรื่องอะไรคุยกับผมหรอครับ  ภูเอ่ยถามด้วยความสงสัย

    มีสิ  แต่เอาไว้พรุ่งนี้แล้วกันนะ  วันนี้ปู่เหนื่อยมากแล้วเพราะหมอเข้ามาฉีดยาให้ปู่ซะเจ็บไปหมดทั้งตัวเลย  เอาไว้พรุ่งนี้ปู่จะบอกพร้อมกับพ่อ แม่ เจ้า และญาติทุกคนเลยแล้วกันนะ  ปู่ขอพักก่อน พลางลุกจากเก้าอี้นวดเดินไปนอนที่เตียงโดยที่ภูช่วยผยุงตัว  ครับปู่  ภูตอบรับ

                                     //////////////////////////////////////////////

     

    !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!เช้ารุ่งขึ้น  ณ ห้องรับแขกของคฤหาสหลังนี้ !!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

    -         ม่อนกับภูเดินผยุงคุณปู่จากบันได  ทั้งสามเดินลงบันไดมาพร้อมสายตาของญาติทุกคนที่จับจ้องมาทางทั้งสามอย่างไม่กระพริบตา

    -         เมื่อคุณปู่ลงมานั่งที่โซฟาแล้ว  ญาติๆทุกคนรวมแล้วประมาณ 7 ท่าน ก็กล่าวสวัสดีคุณปู่

    อืม  สวัสดี  วันนี้ฉันดีใจมากเลยนะที่มาตามที่ฉันขอกัน  ปู่เอ่ย

    แหม......เราก็ต้องมาอยู่แล้วนี่ค่ะพี่  พูดดูห่างไกลจังเลย  ญาติผู้น้องเอ่ยขึ้น

    ใช่ครับ  ช่วงหลังมานี้ผมยอมรับนะครับว่าไม่ค่อยได้มาเยี่ยมพี่เลย  ญาติผู้น้องอีกคนเอ่ยตาม

    ไม่เป็นไร  ฉันอยู่ที่นี่กับภูธร กับ สินี และยัยม่อน ฉันก็ไม่ได้ลำบากเลย  ทั้งสามเค้าดูแลฉันเป็นอย่างดี  เพียงแต่ตอนนี้ก็ต้องเข้าใจนะ  ว่าฉันมันก็แก่มากแล้ว  โรคต่างๆก็รุมเร้าเข้ามาหาฉันมากมาย  ฉันเชื่อว่าพวกเธอทุกคนก็คงรู้กันหมดแล้วเรื่องที่ฉันอาจจะไม่ได้อยู่กับพวกเราอีกในเร็ววันนี้  คุณปู่เอ่ยด้วยอาการที่ไม่ได้ดูเศร้าอะไร  แต่สีหน้าของทุกคนนั้นเศร้ามาก  ญาติบางคนถึงขั้นร้องไห้เลย   ม่อนก็นั่งที่พื้นใกล้คุณปู่เพื่อเธอจะคอยอำนวยความสะดวกให้แก่ท่าน   ส่วนภูก็นั่งที่โซฟาด้วยสีหน้าที่เศร้าเช่นกัน  ภูขอบตาแดงจัดมาก  เพราะเค้าต้องเก็บน้ำตาเอาไว้  ไม่อยากให้คุณปู่คนที่เค้ารักและเคารพต้องเป็นห่วง

    ฉันก็อยากจะไปแบบมีความสุขอ่ะนะ  และอยากให้พวกเธอมีความสุขเหมือนกับฉัน  ไม่เอาหน่า  พวกเธออย่าร้องไห้สิ  อย่าทำให้ฉันต้องเศร้าสิ  ฉันน่ะไปอยู่ในที่ๆสวยงามนะ  อย่าเป็นห่วงฉันเลย  และฉันก็บอกตามตรงนะ  ว่าฉันรักทุกคน  ฉันรักพี่น้องของฉัน  ฉันรักธุรกิจที่ฉันสร้างมากับมือ  ฉันอยากให้พวกเธอดูแลมันให้ดีที่สุด

    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      คำนิยม Top

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      คำนิยมล่าสุด

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      ความคิดเห็น

      ×