เราไม่สามารถไว้ใจเธอ
ได้อีกแล้วหรือ
VV
V
V
V
ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ ม.2
. . .
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นทุกวันที่เรานัดเจอเพื่อนสนิททั้งสอง
ได้อีกแล้วหรือ
VV
V
V
V
ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ ม.2
. . .
วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นทุกวันที่เรานัดเจอเพื่อนสนิททั้งสอง
ของเราเอาไว้เนื่องจากเป็นเพราะปิดเทอมจึงนัดกันมาเจอสักครั้งในแต่ละ
สัปดาห์และวันพฤหัสบดีเราก็ว่างพอดี
เพื่อนสนิทคนแรกคือเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ ม. 2
ส่วนเพื่อนสนิทคนที่ สอง คือเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ ม.4
ในวันนี้เพื่อนคนแรกมาเช้ากว่าปกติส่วนเพื่อนคนที่สองก็มาช้าเป็นนิจเนื่อง
จากไปทำหน้าก่อนถึงค่อยมา
. . . .
เรื่องวันนี้จึงเริ่มต้นที่
เพื่อนสนิทคนแรกของเราขึ้นมาบ้านพอดีตอนที่เราอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จ
แล้ว (ตอนนั้นโทรบอกเราหลังจากขึ้นมาบนบ้านแล้ว)
เราก็เลยลงไปหา (จำได้ว่าตอนที่ลงไปนั้นเราเปิดโน๊ตบุ๊คทิ้งไว้เพราะตอนที่
เราตื่นขึ้นมาเรากะว่าจะเปิดโน๊ตบุ๊คเล่นทันทีแต่ดันปวดทองหนักจึงเข้าห้อง
น้ำก่อน . . .=_= และตอนเสร็จกิจออกจากห้องน้ำพอดีเพื่อนก็โทรบอกว่า
ใกล้ถึงแล้ว. . . เราเลยรีบอาบน้ำและแต่งตัวทันที)
เพื่อน มันก็เหมือนกับทุกทีที่มาเจอกันคือเราคุยโน่นคุยนี้และนั่งแฉ่เล่น
เกมส์ PSP - 3000 เราเล่นเกมส์แฮรี่พอตเตอร์ ภาค หก ระหว่างนั้นเพื่อนคน
สนิทของเราก็นั่งเล่นคอมฯเปิดดูข้อมูลมือถือ และซักพักเราก็ขอตัวไปเอายา
มากินสำหรับตอนเช้าเพราะพึ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้กินยาแต่กว่าเราจะกินยาก็
ประมาณห้าโมง (เราเป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบอ่ะ) หลังจากกินข้าวเที่ยง
แล้ว
(ช่วงตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะเราเก็บกระเป๋าของเราขึ้นไว้ข้างบน)
หลังจากกินอย่าและกินข้าวเรียบร้อยตอนที่เรามัวเล่นเก็บอยู่นั้นส่วนเพื่อนก็
นั่งดูข้อมูลมือถือไปเราก็ชวนเพื่อนออกไปซื้อสเลอร์ปี้ที่เซเว่น เนื่องจาก
อาการร้อนและอยากจะกินที่อะไรเย็นๆ เราก็ปิดเครื่องเกมส์และบอกเพื่อน
ให้ปิดคอมด้วยและเราก็ขึ้นข้างบนไปเอากระเป๋าสตังค์ส่วนส่วนและทำธุระ
ส่วนตัวก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง(จนเป็นนิสัย)
และเราก็ออกไปซื้อขนมกันที่เซเว่น
ขนมเลย์สองถุง ไพรซ์อีกสองกล่อง น้ำแข็งอีก หนึ่ง เป็ปซี่อีกหนึ่ง
และ สเลอร์ปี้แก้วใหญ่หนึ่งแก้ว รวมเบ็ดเสร็จ 123 บาท เราจ่ายรวมและออก
ให้เพื่อนก่อนโดยตอนนั้นเราหยิบเพียงแบงค์ร้อยสองใบเท่านั้น
และตอนขากลับ อืม . . . พอเรากลับมาถึงบ้านเราก็ให้เพื่อนเอาน้ำแข็งที่ซื้อ
มาใส่กะละมังเขียวใบเล็กซึ่งเป็นที่ใส่น้ำแข็งไว้อยู่แล้ว
ส่วนเราเอากระติ๊กน้ำให้เพื่อนใส่น้ำแข็งให้ (ซึ่งตอนนั้นเราเอากระเป๋าพาย
ว่างไว้บนโต๊ะ)
และเราก็ช่วยกันยกมาเติมน้ำแป็ปซี่
เราก็นั่งคุยกันดื่มแป็ปซี่และกินสเลอร์ปี้ไปด้วย
. . . ซึ่งผ่านไปได้ซักพักหนึ่ง เพื่อนสนิทคนแรกขอยืมดูใบขับขี่ของเรา
เราก็เอาให้ดูซึ่งตอนนั้นเราก็เห็นอยู่ว่าแบ็งค์ม่วง(500 บาท) สองใบของเรา
ยังอยู่แล้วเราจึงใส่ตังค์ถอนที่ได้มาจากเซ่เว่น
หลังจากที่เพื่อนสนิทคนแรกดูจบแล้วก็ยื่นให็เรา เราก็สอดใบขับขี่ซึ่งมีบัตร
ประชาชนอยู่ด้วยใส่ไว้ในช่องเสียบบัตรที่เดิม
และเราก็เก็บกระเป๋าสตางค์รูดซิบไว้
เหตุการณ์ดำเนินมาถึงที่เพื่อนสนิทคนแรกขอโทรหาเพื่อนสนิทคนที่สอง
หรือไม่ก็ขอเข้าห้องน้ำนี้แหละหรือว่าทั้งสองอย่าง ซึ่งในเวลาเดียวนั้นเอง
โทรศัพท์
บ้านก็ดังขึ้น
กริ๊ง กริ๊ง เราจึงรีบขึ้นไปรับ โดยที่ลืมเอากระเป๋าพายหมีพูห์ไปด้วย
เรารีบขึ้นไปรับโทรศัพท์ทันทีั
"ฮ่ะโหล ใครค่ะ" เราพูดออกไปแต่เสียงปลายสายไม่ตอบกลับมา
แต่เราได้ยินเสียงเพื่อนที่ตะโกนกรอกอยู่ในหูโทรศัพท์ว่า
"ใครโทรมา" ตอนนั้นเราก็ทำหน้างงๆแต่เราก็ว่างสายไปแล้ว
พูดกับเพื่อนว่า
"ไม่รู้ ใครก็ไม่รู้ เขาไม่พูด"
เราก็เดินลงบันไดไปชั้นล่างพร้อมกับโทรศัพท์บ้าน เราก็เห็นปาหนั้นนำแบงค์
เราสองใบยื่นให้เรา
"อะไรหรอ"
"สตางค์ค่าเลย์ถอนมาสี่สิบบาท"
"อืมๆ" เรารับแบ็งร้อยมาขณะเดียวกันเราก็เปิดกระเป๋าหมีพูเพื่อเอากระเป๋า
สตางค์ตอนที่เรากำลังเปิดกระเป๋าสตางค์ให้เพื่อนอยู่นั้นเรารู้สึกแปลกใจว่า
ทำไหมตังค์เหลือน้อยทีแท้ . . .
"ปาแบ็งห้าร้อยสองใบของเขาหายไปไหน"เราถามด้วยน้ำเสียงกระวน
กระวายใจ(หลังจากยื่นแบ็งยี่สิบสองใบให้เพื่อนไปแล้ว)
และทำหน้าเครียดทันทีส่วนเพื่อนสนิทคนแรกก็ทำหน้าตกใจ
"ที่เขาไม่มีหรอกวันนี้เขาเอามาแค่ร้อยเดียวเองดูเอาก็ได้" ปาทำท่าควัก
กระเป๋ากางเกงที่ว่างเปล่าให้เราดู
ซึ่งตอนนั้นเพื่อนสนิทคนที่สองของเราก็มา
ถึงและลงมาพอดี
"มีอะไรหรือ"เพื่อนคนที่สองถาม
"เงินพลอยมันหาย" ปาตอบแทน
"กี่บาท" หว้าถามเรา
"ห้าร้อยสองใบ"
"ตกหล่นที่เซเว่นหรือเปล่า" ปาถาม
เราสั่นหัว "ไม่ ตอนนั้นเขาจำได้ว่าควักแค่ใบร้อยสองใบเท่านั้น"
"กลับไปหาที่เซ่เว่นไหม" ปาถามอีกครั้ง
"หรือไหมตอนพลอยควักอาจจะตกหล่นอยู่แถวไหนก็ได้"
"บอกแมุ่บุญดีไหม" ไม่ก็
"บอกแม่พลอย"
"ไม่ ช่างมันเถอะเราไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่เดี๋ยวถูกว่าอีกและก็อย่าทำ
ตัวลี้ล้นให้แม่บุญรู้" เราถอน
หายใจอย่างปลงๆและเก็บกระเป๋าพายหมีพูและโทรศัพท์ขึ้น
ไปด้วย
ส่วนเพื่อนทั้งสอง ก็ถือแป็ปซี่กะขนมตามไป
เรานั่งคุยโม่กะเพื่อนคนแรกโดยไม่สนใจตังค์พันบาทที่หายไป โดยที่คุยกัน
ว่าตังค์มันหายไปได้ไงและคุยเรื่องหนังสือและอื่นๆ ส่วนเพื่อนปา
ก็ลุกลี้ลุกล้นชวนกันไปหาแต่เราไม่สนยังคุยกับเพื่อนคนที่สองต่อไป
. . .
เปนเวลานานอยู่พอสมควรที่หลังจากรู้ว่าเงินเราหายเพื่อนเราคนที่หนึ่งก็
บอกว่าไปส่งหน้าบ้านหน่อย เราก็ไปโดยเดินไปเอาร้องเท้าชั้นล่าง
แต่ก่อนออกไปนั้นเพื่อนก็ตะโกนว่า
"เฮ้เจอแล้วแบ็งห้าร้อยหนึ่งใบ"
แบ็งค์ห้าร้อยหนึ่งใบที่ว่านี้มันอยู่ตรงร้องเท้าแม่ของเรา ซึ่งเราก็คิดอยู่ว่ามัน
ไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไหร แต่เราก็ทำใจชื้นบาน
แต่อีกแบงค์หนึ่งมันอยู่ที่ไหนละ
"มันปลิวมาอยู่ที่นี้เพราะฉะนั้นเดี๊ยวมันก็เจอแหละ" ปาพูดขึ้นและพวกเรา
สามคนก็เดินออกไปนอกมันซึ่งก่อนหน้านั้นก็ได้ทำการค้นหาแบ็งห้าร้อยอีก
หนึ่งใบที่หายไปแต่ก็ไม่เจอ
. . .
เรารอกันอยู่หน้าบ้านจนแม่ของคนที่หนึ่งมารับ
เรากับเพื่อนคนที่สอง ก็กลับไปข้างในและนั่งคุยโดนคุยนี้และถกประเด็น
เรื่องเงินหาย ซึ่งเราก็สรุปโดยใช่ความน่าจะเป็นทั้งหลายที่น่าใช่ คือ เพื่อน
คนแรกน่าจะเป็นคนขโมยเงินของเราไปนั้นเอง
แม้ว่าเราจะได้เงินห้าร้อยหนึ่งใบคืนมาได้ก็เถอะ
แต่บวกกับเงินห้าร้อยที่เราได้มานั้น มันวางอยู่ตรงที่ไม่น่าจะวางได้
เพราะแถวนั้นไม่ได้มีพัดลม
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะปลิวไปได้
และเราไม่ได้ไปเดินตรงนั้นด้ว ย =_=
มันเป็นการจัดแากหรือเปล่าค่ะ
และอีกอย่างสรุปแล้วเราก็หาแบ็งค์หาร้อยอีกใบไม่เจอด้วย
บู้ =*=
มันเนียนนนนนนน
มันคงเอาไปแล้วล่ะ
ตอนนี้เราปลงแล้ว และเราคิดซะว่า ถือซะว่าทำบุญทำทานให้คนจน -*- +
ใครที่อ่านBlog ของเราตอนนี้อาจเห็นว่าเราปลักปลัมเพื่อนแต่เราโดนมา
หลายครั้งแล้ว
และหลายครั้งที่หายไปคือมีเพื่อนคนแรกอยู่ด้วยตลอดเวลา
ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อหรอกว่าเพื่อนของเราจะกล้าขโมยไป
แต่ต้องขอบคุณความเผลอเรอของเราที่วันนี้ทำให้ได้รู้ว่า
ที่แท้เป็นเพื่อนเรานี้แหละขโมยไป
พระเจ้า ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ เพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ ม.2 เพื่อนที่ไว้ใจมาก
ที่สุดไว้ใจมากที่สุด กลับขโมยเงินของเราได้หน้าตาเฉย
คงเห็นว่าเรา ซื่อๆไม่ว่าใคร
คงเห็นว่าเราไม่รู้สินะ
ตอนแรกเราจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วนะว่าเงินหาย
แต่มันมากไปแล้ว
เอาไปที่ก็เยอะ
ไม่เห็นใจเราบ้างเลยว่าเราเดือดร้อนแค่ไหน
อุตส่าห์ไว้ใจกันมาตลอด
หรือว่าเราที่ซี้กันมา หกปี นั้น
เธอซี้กับเราเพราะเรารวย
เห็นเป็นบ่อเงินบ่อทองกันแน่
มันเจ็บจี๊ดๆๆๆ
มันเจ็บที่เพื่อนคนนี้กลับเป็นคนขโมยเงินเราไป
. . . .
เงินนี้มันไม่เข้าใครออกใครซินะ
รู้หรือเปล่า ว่าเธอนะทำให้เราหมดความจริงใจและไว้ใจลงไปเรื่อยๆ
เราจะไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว
ในโลกนี้มันไม่มีความ ว่า
ความไว้ใจ กับ จริงจัง
หรืออย่างไรกัน
เธอเห็นความมิตรภาพของเราเป็น
อะไรกันแน่
ต่อจากนี้ไปเราจะเก็บเหตุการณ์นี้ไว้เป็นบทเรียน เราจะไม่พกเงินเยอะๆ
และ เราจะเก็บของไว้ดีๆ เราจะไม่ให้ใครยืมของๆเราอีก
เพราะเราเคยโดนขโมยกล่องไปแล้วถึงสองครั้งแต่เพื่อนอีกคนไม่ใช่
คนนี้
????
พระเจ้านี้ลูกไม่สามารถหาความไว้ใจ
บนความมิตรภาพได้แล้วสินะ
T_T
ไม่เคยคิดเลยว่าเหตุการณ์นี้จะโดนกับตัวเอง
และ
เราจะมองหน้ากันติดไหม หรือว่าเราจะทำเหมือน
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม้ว่าเราจะได้คืนเพียง500บาทเพียงใบเดียวก็เถอะ
ที่เพื่อนเราไปตั้งหนึ่งพันเชียวนะ !!!!
เหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า เงินนั้นไม่เข้าใครออกใคร และ อย่าไว้ใจ
ใครมากจนเกินไป
!!!!!
_____________________________________________
ใครเจอเหตุการ์ณใครๆเราบ้าง . . . บทสนทนาข้างบนอาจไม่ใช่บทสนทนาจริงเพราะตอนนั้น
เราก็จำไม่ได้แล้วว่าพูดอะไรไปบ้างแต่ก็น่าจะคล้ายๆ)
เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง และเรา ปิดเป็นความลับไว้ ไม่ได้บอกแม่
เพราะเคยบอกไปครั้งหนึ่งว่าเงินหาย เราโดนสวดยับใหญ่เลย
ครั้งนี้เราเลยไม่บอก
ปล. เมื่อไหร่พ่อจะติดกล่องวงจรปิดสักที เห็น
บอกว่าจะติดไม่เห็นติดเลย ของลูกสาวหายไป
หลาย
ชิ้นแล้ว
เราพาขโมยขึ้นบ้านตัวเองแท้ๆ
ดวงซวยจริง
=_=
U_U
สัปดาห์และวันพฤหัสบดีเราก็ว่างพอดี
เพื่อนสนิทคนแรกคือเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ ม. 2
ส่วนเพื่อนสนิทคนที่ สอง คือเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ ม.4
ในวันนี้เพื่อนคนแรกมาเช้ากว่าปกติส่วนเพื่อนคนที่สองก็มาช้าเป็นนิจเนื่อง
จากไปทำหน้าก่อนถึงค่อยมา
. . . .
เรื่องวันนี้จึงเริ่มต้นที่
เพื่อนสนิทคนแรกของเราขึ้นมาบ้านพอดีตอนที่เราอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จ
แล้ว (ตอนนั้นโทรบอกเราหลังจากขึ้นมาบนบ้านแล้ว)
เราก็เลยลงไปหา (จำได้ว่าตอนที่ลงไปนั้นเราเปิดโน๊ตบุ๊คทิ้งไว้เพราะตอนที่
เราตื่นขึ้นมาเรากะว่าจะเปิดโน๊ตบุ๊คเล่นทันทีแต่ดันปวดทองหนักจึงเข้าห้อง
น้ำก่อน . . .=_= และตอนเสร็จกิจออกจากห้องน้ำพอดีเพื่อนก็โทรบอกว่า
ใกล้ถึงแล้ว. . . เราเลยรีบอาบน้ำและแต่งตัวทันที)
เพื่อน มันก็เหมือนกับทุกทีที่มาเจอกันคือเราคุยโน่นคุยนี้และนั่งแฉ่เล่น
เกมส์ PSP - 3000 เราเล่นเกมส์แฮรี่พอตเตอร์ ภาค หก ระหว่างนั้นเพื่อนคน
สนิทของเราก็นั่งเล่นคอมฯเปิดดูข้อมูลมือถือ และซักพักเราก็ขอตัวไปเอายา
มากินสำหรับตอนเช้าเพราะพึ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้กินยาแต่กว่าเราจะกินยาก็
ประมาณห้าโมง (เราเป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบอ่ะ) หลังจากกินข้าวเที่ยง
แล้ว
(ช่วงตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะเราเก็บกระเป๋าของเราขึ้นไว้ข้างบน)
หลังจากกินอย่าและกินข้าวเรียบร้อยตอนที่เรามัวเล่นเก็บอยู่นั้นส่วนเพื่อนก็
นั่งดูข้อมูลมือถือไปเราก็ชวนเพื่อนออกไปซื้อสเลอร์ปี้ที่เซเว่น เนื่องจาก
อาการร้อนและอยากจะกินที่อะไรเย็นๆ เราก็ปิดเครื่องเกมส์และบอกเพื่อน
ให้ปิดคอมด้วยและเราก็ขึ้นข้างบนไปเอากระเป๋าสตังค์ส่วนส่วนและทำธุระ
ส่วนตัวก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง(จนเป็นนิสัย)
และเราก็ออกไปซื้อขนมกันที่เซเว่น
ขนมเลย์สองถุง ไพรซ์อีกสองกล่อง น้ำแข็งอีก หนึ่ง เป็ปซี่อีกหนึ่ง
และ สเลอร์ปี้แก้วใหญ่หนึ่งแก้ว รวมเบ็ดเสร็จ 123 บาท เราจ่ายรวมและออก
ให้เพื่อนก่อนโดยตอนนั้นเราหยิบเพียงแบงค์ร้อยสองใบเท่านั้น
และตอนขากลับ อืม . . . พอเรากลับมาถึงบ้านเราก็ให้เพื่อนเอาน้ำแข็งที่ซื้อ
มาใส่กะละมังเขียวใบเล็กซึ่งเป็นที่ใส่น้ำแข็งไว้อยู่แล้ว
ส่วนเราเอากระติ๊กน้ำให้เพื่อนใส่น้ำแข็งให้ (ซึ่งตอนนั้นเราเอากระเป๋าพาย
ว่างไว้บนโต๊ะ)
และเราก็ช่วยกันยกมาเติมน้ำแป็ปซี่
เราก็นั่งคุยกันดื่มแป็ปซี่และกินสเลอร์ปี้ไปด้วย
. . . ซึ่งผ่านไปได้ซักพักหนึ่ง เพื่อนสนิทคนแรกขอยืมดูใบขับขี่ของเรา
เราก็เอาให้ดูซึ่งตอนนั้นเราก็เห็นอยู่ว่าแบ็งค์ม่วง(500 บาท) สองใบของเรา
ยังอยู่แล้วเราจึงใส่ตังค์ถอนที่ได้มาจากเซ่เว่น
หลังจากที่เพื่อนสนิทคนแรกดูจบแล้วก็ยื่นให็เรา เราก็สอดใบขับขี่ซึ่งมีบัตร
ประชาชนอยู่ด้วยใส่ไว้ในช่องเสียบบัตรที่เดิม
และเราก็เก็บกระเป๋าสตางค์รูดซิบไว้
เหตุการณ์ดำเนินมาถึงที่เพื่อนสนิทคนแรกขอโทรหาเพื่อนสนิทคนที่สอง
หรือไม่ก็ขอเข้าห้องน้ำนี้แหละหรือว่าทั้งสองอย่าง ซึ่งในเวลาเดียวนั้นเอง
โทรศัพท์
บ้านก็ดังขึ้น
กริ๊ง กริ๊ง เราจึงรีบขึ้นไปรับ โดยที่ลืมเอากระเป๋าพายหมีพูห์ไปด้วย
เรารีบขึ้นไปรับโทรศัพท์ทันทีั
"ฮ่ะโหล ใครค่ะ" เราพูดออกไปแต่เสียงปลายสายไม่ตอบกลับมา
แต่เราได้ยินเสียงเพื่อนที่ตะโกนกรอกอยู่ในหูโทรศัพท์ว่า
"ใครโทรมา" ตอนนั้นเราก็ทำหน้างงๆแต่เราก็ว่างสายไปแล้ว
พูดกับเพื่อนว่า
"ไม่รู้ ใครก็ไม่รู้ เขาไม่พูด"
เราก็เดินลงบันไดไปชั้นล่างพร้อมกับโทรศัพท์บ้าน เราก็เห็นปาหนั้นนำแบงค์
เราสองใบยื่นให้เรา
"อะไรหรอ"
"สตางค์ค่าเลย์ถอนมาสี่สิบบาท"
"อืมๆ" เรารับแบ็งร้อยมาขณะเดียวกันเราก็เปิดกระเป๋าหมีพูเพื่อเอากระเป๋า
สตางค์ตอนที่เรากำลังเปิดกระเป๋าสตางค์ให้เพื่อนอยู่นั้นเรารู้สึกแปลกใจว่า
ทำไหมตังค์เหลือน้อยทีแท้ . . .
"ปาแบ็งห้าร้อยสองใบของเขาหายไปไหน"เราถามด้วยน้ำเสียงกระวน
กระวายใจ(หลังจากยื่นแบ็งยี่สิบสองใบให้เพื่อนไปแล้ว)
และทำหน้าเครียดทันทีส่วนเพื่อนสนิทคนแรกก็ทำหน้าตกใจ
"ที่เขาไม่มีหรอกวันนี้เขาเอามาแค่ร้อยเดียวเองดูเอาก็ได้" ปาทำท่าควัก
กระเป๋ากางเกงที่ว่างเปล่าให้เราดู
ซึ่งตอนนั้นเพื่อนสนิทคนที่สองของเราก็มา
ถึงและลงมาพอดี
"มีอะไรหรือ"เพื่อนคนที่สองถาม
"เงินพลอยมันหาย" ปาตอบแทน
"กี่บาท" หว้าถามเรา
"ห้าร้อยสองใบ"
"ตกหล่นที่เซเว่นหรือเปล่า" ปาถาม
เราสั่นหัว "ไม่ ตอนนั้นเขาจำได้ว่าควักแค่ใบร้อยสองใบเท่านั้น"
"กลับไปหาที่เซ่เว่นไหม" ปาถามอีกครั้ง
"หรือไหมตอนพลอยควักอาจจะตกหล่นอยู่แถวไหนก็ได้"
"บอกแมุ่บุญดีไหม" ไม่ก็
"บอกแม่พลอย"
"ไม่ ช่างมันเถอะเราไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่เดี๋ยวถูกว่าอีกและก็อย่าทำ
ตัวลี้ล้นให้แม่บุญรู้" เราถอน
หายใจอย่างปลงๆและเก็บกระเป๋าพายหมีพูและโทรศัพท์ขึ้น
ไปด้วย
ส่วนเพื่อนทั้งสอง ก็ถือแป็ปซี่กะขนมตามไป
เรานั่งคุยโม่กะเพื่อนคนแรกโดยไม่สนใจตังค์พันบาทที่หายไป โดยที่คุยกัน
ว่าตังค์มันหายไปได้ไงและคุยเรื่องหนังสือและอื่นๆ ส่วนเพื่อนปา
ก็ลุกลี้ลุกล้นชวนกันไปหาแต่เราไม่สนยังคุยกับเพื่อนคนที่สองต่อไป
. . .
เปนเวลานานอยู่พอสมควรที่หลังจากรู้ว่าเงินเราหายเพื่อนเราคนที่หนึ่งก็
บอกว่าไปส่งหน้าบ้านหน่อย เราก็ไปโดยเดินไปเอาร้องเท้าชั้นล่าง
แต่ก่อนออกไปนั้นเพื่อนก็ตะโกนว่า
"เฮ้เจอแล้วแบ็งห้าร้อยหนึ่งใบ"
แบ็งค์ห้าร้อยหนึ่งใบที่ว่านี้มันอยู่ตรงร้องเท้าแม่ของเรา ซึ่งเราก็คิดอยู่ว่ามัน
ไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไหร แต่เราก็ทำใจชื้นบาน
แต่อีกแบงค์หนึ่งมันอยู่ที่ไหนละ
"มันปลิวมาอยู่ที่นี้เพราะฉะนั้นเดี๊ยวมันก็เจอแหละ" ปาพูดขึ้นและพวกเรา
สามคนก็เดินออกไปนอกมันซึ่งก่อนหน้านั้นก็ได้ทำการค้นหาแบ็งห้าร้อยอีก
หนึ่งใบที่หายไปแต่ก็ไม่เจอ
. . .
เรารอกันอยู่หน้าบ้านจนแม่ของคนที่หนึ่งมารับ
เรากับเพื่อนคนที่สอง ก็กลับไปข้างในและนั่งคุยโดนคุยนี้และถกประเด็น
เรื่องเงินหาย ซึ่งเราก็สรุปโดยใช่ความน่าจะเป็นทั้งหลายที่น่าใช่ คือ เพื่อน
คนแรกน่าจะเป็นคนขโมยเงินของเราไปนั้นเอง
แม้ว่าเราจะได้เงินห้าร้อยหนึ่งใบคืนมาได้ก็เถอะ
แต่บวกกับเงินห้าร้อยที่เราได้มานั้น มันวางอยู่ตรงที่ไม่น่าจะวางได้
เพราะแถวนั้นไม่ได้มีพัดลม
มันเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะปลิวไปได้
และเราไม่ได้ไปเดินตรงนั้นด้ว ย =_=
มันเป็นการจัดแากหรือเปล่าค่ะ
และอีกอย่างสรุปแล้วเราก็หาแบ็งค์หาร้อยอีกใบไม่เจอด้วย
บู้ =*=
มันเนียนนนนนนน
มันคงเอาไปแล้วล่ะ
ตอนนี้เราปลงแล้ว และเราคิดซะว่า ถือซะว่าทำบุญทำทานให้คนจน -*- +
ใครที่อ่านBlog ของเราตอนนี้อาจเห็นว่าเราปลักปลัมเพื่อนแต่เราโดนมา
หลายครั้งแล้ว
และหลายครั้งที่หายไปคือมีเพื่อนคนแรกอยู่ด้วยตลอดเวลา
ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อหรอกว่าเพื่อนของเราจะกล้าขโมยไป
แต่ต้องขอบคุณความเผลอเรอของเราที่วันนี้ทำให้ได้รู้ว่า
ที่แท้เป็นเพื่อนเรานี้แหละขโมยไป
พระเจ้า ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ เพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ ม.2 เพื่อนที่ไว้ใจมาก
ที่สุดไว้ใจมากที่สุด กลับขโมยเงินของเราได้หน้าตาเฉย
คงเห็นว่าเรา ซื่อๆไม่ว่าใคร
คงเห็นว่าเราไม่รู้สินะ
ตอนแรกเราจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วนะว่าเงินหาย
แต่มันมากไปแล้ว
เอาไปที่ก็เยอะ
ไม่เห็นใจเราบ้างเลยว่าเราเดือดร้อนแค่ไหน
อุตส่าห์ไว้ใจกันมาตลอด
หรือว่าเราที่ซี้กันมา หกปี นั้น
เธอซี้กับเราเพราะเรารวย
เห็นเป็นบ่อเงินบ่อทองกันแน่
มันเจ็บจี๊ดๆๆๆ
มันเจ็บที่เพื่อนคนนี้กลับเป็นคนขโมยเงินเราไป
. . . .
เงินนี้มันไม่เข้าใครออกใครซินะ
รู้หรือเปล่า ว่าเธอนะทำให้เราหมดความจริงใจและไว้ใจลงไปเรื่อยๆ
เราจะไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว
ในโลกนี้มันไม่มีความ ว่า
ความไว้ใจ กับ จริงจัง
หรืออย่างไรกัน
เธอเห็นความมิตรภาพของเราเป็น
อะไรกันแน่
ต่อจากนี้ไปเราจะเก็บเหตุการณ์นี้ไว้เป็นบทเรียน เราจะไม่พกเงินเยอะๆ
และ เราจะเก็บของไว้ดีๆ เราจะไม่ให้ใครยืมของๆเราอีก
เพราะเราเคยโดนขโมยกล่องไปแล้วถึงสองครั้งแต่เพื่อนอีกคนไม่ใช่
คนนี้
????
พระเจ้านี้ลูกไม่สามารถหาความไว้ใจ
บนความมิตรภาพได้แล้วสินะ
T_T
ไม่เคยคิดเลยว่าเหตุการณ์นี้จะโดนกับตัวเอง
และ
เราจะมองหน้ากันติดไหม หรือว่าเราจะทำเหมือน
ไม่มีอะไรเกิดขึ้น
แม้ว่าเราจะได้คืนเพียง500บาทเพียงใบเดียวก็เถอะ
ที่เพื่อนเราไปตั้งหนึ่งพันเชียวนะ !!!!
เหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า เงินนั้นไม่เข้าใครออกใคร และ อย่าไว้ใจ
ใครมากจนเกินไป
!!!!!
_____________________________________________
ใครเจอเหตุการ์ณใครๆเราบ้าง . . . บทสนทนาข้างบนอาจไม่ใช่บทสนทนาจริงเพราะตอนนั้น
เราก็จำไม่ได้แล้วว่าพูดอะไรไปบ้างแต่ก็น่าจะคล้ายๆ)
เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง และเรา ปิดเป็นความลับไว้ ไม่ได้บอกแม่
เพราะเคยบอกไปครั้งหนึ่งว่าเงินหาย เราโดนสวดยับใหญ่เลย
ครั้งนี้เราเลยไม่บอก
ปล. เมื่อไหร่พ่อจะติดกล่องวงจรปิดสักที เห็น
บอกว่าจะติดไม่เห็นติดเลย ของลูกสาวหายไป
หลาย
ชิ้นแล้ว
เราพาขโมยขึ้นบ้านตัวเองแท้ๆ
ดวงซวยจริง
=_=
U_U
ความคิดเห็น
ถ้าเพื่อนไม่รู้เราก็จะเห็น ถ้าเพื่อนรู้มันก็จะไปล้าง
รับรองจับได้โดยไม่ต้องพูดเลย
แล้วดูซิว่าน่าตาจะสำนึกไหม