Ruby
ดู Blog ทั้งหมด

เงินนั้นไม่เข้าใครออกใคร . . .

เขียนโดย Ruby

เราไม่สามารถไว้ใจเธอ

ได้อีกแล้วหรือ

VV
V
V
V

ในเมื่อเธอเป็นเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ ม.2 

. . .

วันนี้เป็นวันพฤหัสบดี ซึ่งเป็นทุกวันที่เรานัดเจอเพื่อนสนิททั้งสอง
ของเราเอาไว้เนื่องจากเป็นเพราะปิดเทอมจึงนัดกันมาเจอสักครั้งในแต่ละ

สัปดาห์และวันพฤหัสบดีเราก็ว่างพอดี 

เพื่อนสนิทคนแรกคือเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ ม. 2

ส่วนเพื่อนสนิทคนที่ สอง คือเพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ ม.4

ในวันนี้เพื่อนคนแรกมาเช้ากว่าปกติส่วนเพื่อนคนที่สองก็มาช้าเป็นนิจเนื่อง

จากไปทำหน้าก่อนถึงค่อยมา

. . . .

เรื่องวันนี้จึงเริ่มต้นที่

เพื่อนสนิทคนแรกของเราขึ้นมาบ้านพอดีตอนที่เราอาบน้ำและแต่งตัวเสร็จ

แล้ว (ตอนนั้นโทรบอกเราหลังจากขึ้นมาบนบ้านแล้ว)

เราก็เลยลงไปหา (จำได้ว่าตอนที่ลงไปนั้นเราเปิดโน๊ตบุ๊คทิ้งไว้เพราะตอนที่

เราตื่นขึ้นมาเรากะว่าจะเปิดโน๊ตบุ๊คเล่นทันทีแต่ดันปวดทองหนักจึงเข้าห้อง

น้ำก่อน . . .=_= และตอนเสร็จกิจออกจากห้องน้ำพอดีเพื่อนก็โทรบอกว่า

ใกล้ถึงแล้ว. . . เราเลยรีบอาบน้ำและแต่งตัวทันที)

เพื่อน มันก็เหมือนกับทุกทีที่มาเจอกันคือเราคุยโน่นคุยนี้และนั่งแฉ่เล่น

เกมส์ PSP - 3000 เราเล่นเกมส์แฮรี่พอตเตอร์ ภาค หก ระหว่างนั้นเพื่อนคน

สนิทของเราก็นั่งเล่นคอมฯเปิดดูข้อมูลมือถือ และซักพักเราก็ขอตัวไปเอายา

มากินสำหรับตอนเช้าเพราะพึ่งนึกได้ว่ายังไม่ได้กินยาแต่กว่าเราจะกินยาก็

ประมาณห้าโมง (เราเป็นต่อมน้ำเหลืองอักเสบอ่ะ) หลังจากกินข้าวเที่ยง

แล้ว 

(ช่วงตอนนี้ยังไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะเราเก็บกระเป๋าของเราขึ้นไว้ข้างบน)

หลังจากกินอย่าและกินข้าวเรียบร้อยตอนที่เรามัวเล่นเก็บอยู่นั้นส่วนเพื่อนก็

นั่งดูข้อมูลมือถือไปเราก็ชวนเพื่อนออกไปซื้อสเลอร์ปี้ที่เซเว่น เนื่องจาก

อาการร้อนและอยากจะกินที่อะไรเย็นๆ เราก็ปิดเครื่องเกมส์และบอกเพื่อน

ให้ปิดคอมด้วยและเราก็ขึ้นข้างบนไปเอากระเป๋าสตังค์ส่วนส่วนและทำธุระ

ส่วนตัวก่อนออกจากบ้านทุกครั้ง(จนเป็นนิสัย)

และเราก็ออกไปซื้อขนมกันที่เซเว่น

ขนมเลย์สองถุง ไพรซ์อีกสองกล่อง น้ำแข็งอีก หนึ่ง เป็ปซี่อีกหนึ่ง

และ สเลอร์ปี้แก้วใหญ่หนึ่งแก้ว รวมเบ็ดเสร็จ 123 บาท เราจ่ายรวมและออก

ให้เพื่อนก่อนโดยตอนนั้นเราหยิบเพียงแบงค์ร้อยสองใบเท่านั้น

และตอนขากลับ อืม . . . พอเรากลับมาถึงบ้านเราก็ให้เพื่อนเอาน้ำแข็งที่ซื้อ

มาใส่กะละมังเขียวใบเล็กซึ่งเป็นที่ใส่น้ำแข็งไว้อยู่แล้ว

ส่วนเราเอากระติ๊กน้ำให้เพื่อนใส่น้ำแข็งให้ (ซึ่งตอนนั้นเราเอากระเป๋าพาย

ว่างไว้บนโต๊ะ)

และเราก็ช่วยกันยกมาเติมน้ำแป็ปซี่

เราก็นั่งคุยกันดื่มแป็ปซี่และกินสเลอร์ปี้ไปด้วย

. . . ซึ่งผ่านไปได้ซักพักหนึ่ง เพื่อนสนิทคนแรกขอยืมดูใบขับขี่ของเรา

เราก็เอาให้ดูซึ่งตอนนั้นเราก็เห็นอยู่ว่าแบ็งค์ม่วง(500 บาท) สองใบของเรา

ยังอยู่แล้วเราจึงใส่ตังค์ถอนที่ได้มาจากเซ่เว่น

หลังจากที่เพื่อนสนิทคนแรกดูจบแล้วก็ยื่นให็เรา เราก็สอดใบขับขี่ซึ่งมีบัตร

ประชาชนอยู่ด้วยใส่ไว้ในช่องเสียบบัตรที่เดิม

และเราก็เก็บกระเป๋าสตางค์รูดซิบไว้

เหตุการณ์ดำเนินมาถึงที่เพื่อนสนิทคนแรกขอโทรหาเพื่อนสนิทคนที่สอง

หรือไม่ก็ขอเข้าห้องน้ำนี้แหละหรือว่าทั้งสองอย่าง ซึ่งในเวลาเดียวนั้นเอง

โทรศัพท์

บ้านก็ดังขึ้น

กริ๊ง กริ๊ง  เราจึงรีบขึ้นไปรับ โดยที่ลืมเอากระเป๋าพายหมีพูห์ไปด้วย

เรารีบขึ้นไปรับโทรศัพท์ทันทีั

"ฮ่ะโหล ใครค่ะ" เราพูดออกไปแต่เสียงปลายสายไม่ตอบกลับมา

แต่เราได้ยินเสียงเพื่อนที่ตะโกนกรอกอยู่ในหูโทรศัพท์ว่า

"ใครโทรมา" ตอนนั้นเราก็ทำหน้างงๆแต่เราก็ว่างสายไปแล้ว

พูดกับเพื่อนว่า

"ไม่รู้ ใครก็ไม่รู้ เขาไม่พูด"

เราก็เดินลงบันไดไปชั้นล่างพร้อมกับโทรศัพท์บ้าน
เราก็เห็นปาหนั้นนำแบงค์

เราสองใบยื่นให้เรา

"อะไรหรอ"

"สตางค์ค่าเลย์ถอนมาสี่สิบบาท"

"อืมๆ" เรารับแบ็งร้อยมาขณะเดียวกันเราก็เปิดกระเป๋าหมีพูเพื่อเอากระเป๋า

สตางค์ตอนที่เรากำลังเปิดกระเป๋าสตางค์ให้เพื่อนอยู่นั้นเรารู้สึกแปลกใจว่า

ทำไหมตังค์เหลือน้อยทีแท้ . . .

"ปาแบ็งห้าร้อยสองใบของเขาหายไปไหน"เราถามด้วยน้ำเสียงกระวน

กระวายใจ(หลังจากยื่นแบ็งยี่สิบสองใบให้เพื่อนไปแล้ว)

และทำหน้าเครียดทันทีส่วนเพื่อนสนิทคนแรกก็ทำหน้าตกใจ

"ที่เขาไม่มีหรอกวันนี้เขาเอามาแค่ร้อยเดียวเองดูเอาก็ได้" ปาทำท่าควัก

กระเป๋ากางเกงที่ว่างเปล่าให้เราดู

ซึ่งตอนนั้นเพื่อนสนิทคนที่สองของเราก็มา

ถึงและลงมาพอดี

"มีอะไรหรือ"เพื่อนคนที่สองถาม

"เงินพลอยมันหาย" ปาตอบแทน

"กี่บาท" หว้าถามเรา

"ห้าร้อยสองใบ"

"ตกหล่นที่เซเว่นหรือเปล่า" ปาถาม

เราสั่นหัว "ไม่ ตอนนั้นเขาจำได้ว่าควักแค่ใบร้อยสองใบเท่านั้น"

"กลับไปหาที่เซ่เว่นไหม" ปาถามอีกครั้ง

"หรือไหมตอนพลอยควักอาจจะตกหล่นอยู่แถวไหนก็ได้"

"บอกแมุ่บุญดีไหม" ไม่ก็

"บอกแม่พลอย"

"ไม่ ช่างมันเถอะเราไม่อยากให้มันเป็นเรื่องใหญ่เดี๋ยวถูกว่าอีกและก็อย่าทำ

ตัวลี้ล้นให้แม่บุญรู้" เราถอน

หายใจอย่างปลงๆและเก็บกระเป๋าพายหมีพูและโทรศัพท์ขึ้น

ไปด้วย

ส่วนเพื่อนทั้งสอง ก็ถือแป็ปซี่กะขนมตามไป

เรานั่งคุยโม่กะเพื่อนคนแรกโดยไม่สนใจตังค์พันบาทที่หายไป โดยที่คุยกัน

ว่าตังค์มันหายไปได้ไงและคุยเรื่องหนังสือและอื่นๆ ส่วนเพื่อนปา

ก็ลุกลี้ลุกล้นชวนกันไปหาแต่เราไม่สนยังคุยกับเพื่อนคนที่สองต่อไป

. . . 

เปนเวลานานอยู่พอสมควรที่หลังจากรู้ว่าเงินเราหายเพื่อนเราคนที่หนึ่งก็

บอกว่าไปส่งหน้าบ้านหน่อย เราก็ไปโดยเดินไปเอาร้องเท้าชั้นล่าง

แต่ก่อนออกไปนั้นเพื่อนก็ตะโกนว่า

"เฮ้เจอแล้วแบ็งห้าร้อยหนึ่งใบ"

แบ็งค์ห้าร้อยหนึ่งใบที่ว่านี้มันอยู่ตรงร้องเท้าแม่ของเรา ซึ่งเราก็คิดอยู่ว่ามัน

ไปอยู่ตรงนั้นได้อย่างไหร แต่เราก็ทำใจชื้นบาน

แต่อีกแบงค์หนึ่งมันอยู่ที่ไหนละ

"มันปลิวมาอยู่ที่นี้เพราะฉะนั้นเดี๊ยวมันก็เจอแหละ" ปาพูดขึ้นและพวกเรา

สามคนก็เดินออกไปนอกมันซึ่งก่อนหน้านั้นก็ได้ทำการค้นหาแบ็งห้าร้อยอีก

หนึ่งใบที่หายไปแต่ก็ไม่เจอ

. . .

เรารอกันอยู่หน้าบ้านจนแม่ของคนที่หนึ่งมารับ

เรากับเพื่อนคนที่สอง ก็กลับไปข้างในและนั่งคุยโดนคุยนี้และถกประเด็น

เรื่องเงินหาย ซึ่งเราก็สรุปโดยใช่ความน่าจะเป็นทั้งหลายที่น่าใช่ คือ เพื่อน

คนแรกน่าจะเป็นคนขโมยเงินของเราไปนั้นเอง

แม้ว่าเราจะได้เงินห้าร้อยหนึ่งใบคืนมาได้ก็เถอะ

แต่บวกกับเงินห้าร้อยที่เราได้มานั้น มันวางอยู่ตรงที่ไม่น่าจะวางได้

เพราะแถวนั้นไม่ได้มีพัดลม

มันเป็นไปไม่ได้เลยที่มันจะปลิวไปได้

และเราไม่ได้ไปเดินตรงนั้นด้ว ย =_=

มันเป็นการจัดแากหรือเปล่าค่ะ

และอีกอย่างสรุปแล้วเราก็หาแบ็งค์หาร้อยอีกใบไม่เจอด้วย

บู้ =*=

มันเนียนนนนนนน

มันคงเอาไปแล้วล่ะ

ตอนนี้เราปลงแล้ว และเราคิดซะว่า ถือซะว่าทำบุญทำทานให้คนจน -*- +

ใครที่อ่านBlog ของเราตอนนี้อาจเห็นว่าเราปลักปลัมเพื่อนแต่เราโดนมา

หลายครั้งแล้ว

และหลายครั้งที่หายไปคือมีเพื่อนคนแรกอยู่ด้วยตลอดเวลา

ตอนแรกเราก็ไม่เชื่อหรอกว่าเพื่อนของเราจะกล้าขโมยไป

แต่ต้องขอบคุณความเผลอเรอของเราที่วันนี้ทำให้ได้รู้ว่า

ที่แท้เป็นเพื่อนเรานี้แหละขโมยไป

พระเจ้า ไม่อยากจะเชื่อจริงๆ เพื่อนที่คบกันมาตั้งแต่ ม.2 เพื่อนที่ไว้ใจมาก

ที่สุดไว้ใจมากที่สุด กลับขโมยเงินของเราได้หน้าตาเฉย

คงเห็นว่าเรา ซื่อๆไม่ว่าใคร

คงเห็นว่าเราไม่รู้สินะ

ตอนแรกเราจะทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วนะว่าเงินหาย

แต่มันมากไปแล้ว

เอาไปที่ก็เยอะ

ไม่เห็นใจเราบ้างเลยว่าเราเดือดร้อนแค่ไหน

อุตส่าห์ไว้ใจกันมาตลอด

หรือว่าเราที่ซี้กันมา หกปี นั้น 

เธอซี้กับเราเพราะเรารวย

เห็นเป็นบ่อเงินบ่อทองกันแน่

มันเจ็บจี๊ดๆๆๆ

มันเจ็บที่เพื่อนคนนี้กลับเป็นคนขโมยเงินเราไป

. . . .

เงินนี้มันไม่เข้าใครออกใครซินะ


รู้หรือเปล่า ว่าเธอนะทำให้เราหมดความจริงใจและไว้ใจลงไปเรื่อยๆ

เราจะไม่ไว้ใจใครอีกแล้ว

ในโลกนี้มันไม่มีความ ว่า


ความไว้ใจ กับ จริงจัง


หรืออย่างไรกัน


เธอเห็นความมิตรภาพของเราเป็น

อะไรกันแน่

ต่อจากนี้ไปเราจะเก็บเหตุการณ์นี้ไว้เป็นบทเรียน เราจะไม่พกเงินเยอะๆ

และ เราจะเก็บของไว้ดีๆ เราจะไม่ให้ใครยืมของๆเราอีก


เพราะเราเคยโดนขโมยกล่องไปแล้วถึงสองครั้งแต่เพื่อนอีกคนไม่ใช่

คนนี้

????

พระเจ้านี้ลูกไม่สามารถหาความไว้ใจ

บนความมิตรภาพได้แล้วสินะ

T_T

ไม่เคยคิดเลยว่าเหตุการณ์นี้จะโดนกับตัวเอง


และ

เราจะมองหน้ากันติดไหม หรือว่าเราจะทำเหมือน

ไม่มีอะไรเกิดขึ้น



แม้ว่าเราจะได้คืนเพียง500บาทเพียงใบเดียวก็เถอะ

ที่เพื่อนเราไปตั้งหนึ่งพันเชียวนะ !!!!


เหตุการณ์ครั้งนี้สอนให้รู้ว่า เงินนั้นไม่เข้าใครออกใคร และ อย่าไว้ใจ

ใครมากจนเกินไป

!!!!!

_____________________________________________


ใครเจอเหตุการ์ณใครๆเราบ้าง . . . บทสนทนาข้างบนอาจไม่ใช่บทสนทนาจริงเพราะตอนนั้น

เราก็จำไม่ได้แล้วว่าพูดอะไรไปบ้างแต่ก็น่าจะคล้ายๆ)

เรื่องนี้เกิดขึ้นจริง และเรา ปิดเป็นความลับไว้ ไม่ได้บอกแม่

เพราะเคยบอกไปครั้งหนึ่งว่าเงินหาย เราโดนสวดยับใหญ่เลย


ครั้งนี้เราเลยไม่บอก


ปล. เมื่อไหร่พ่อจะติดกล่องวงจรปิดสักที  เห็น

บอกว่าจะติดไม่เห็นติดเลย ของลูกสาวหายไป

หลาย

ชิ้นแล้ว

เราพาขโมยขึ้นบ้านตัวเองแท้ๆ

ดวงซวยจริง

=_= 

U_U


ความคิดเห็น

hitgirl
hitgirl 14 พ.ค. 53 / 10:03
คราวหน้าถ้าเพื่อนคนนี้มา ทาอะไรที่มันล้างไม่ออกเป็นตำหนิที่แบงค์ไว้ดิ
ถ้าเพื่อนไม่รู้เราก็จะเห็น ถ้าเพื่อนรู้มันก็จะไปล้าง 
รับรองจับได้โดยไม่ต้องพูดเลย
แล้วดูซิว่าน่าตาจะสำนึกไหม