ธารรักสีเพลิง (วางจำหน่ายแล้ว/ รีปริ้นท์กับสนพ.ปองรัก)

ตอนที่ 4 : บทที่ 2/2 (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 41 ครั้ง
    8 ม.ค. 61

ทันทีที่นวลธารยอมกลับออกไป เพลิงพลก็แกะมือเหนียวหนึบเป็นตีนตุ๊กแกของรัญชนา ผุดลุกขึ้นพรวด สีหน้าเคร่งขรึมดุดันขึ้นมาฉับพลัน จนสาวสวยงุนงง ตั้งรับไม่ทัน

พีม คะ รัญชนาเรียกเสียงอ้อน ยอมถอยห่างออกมาแต่โดยดี ทุกครั้งที่เขาแสดงท่าทางแบบนี้ นั่นหมายถึง อย่าไปเซ้าซี้กวนใจ มิเช่นนั้น อาจโดนเขาตอกกลับหน้าหงาย

เพลิงพลเช็ดริมฝีปากด้วยปลายนิ้วโป้ง ขณะสาวเท้าไปใกล้หน้าต่างกระจก และเมื่อเห็นคราบลิปสติกสีแดงสดติดที่นิ้วโป้ง ก็หน้านิ่ว ไม่เข้าใจว่าทำไมเธอต้องทาลิปสติกแดงขนาดนี้ พวกผู้หญิงคิดว่าเซ็กซี่หรืออย่างไร สีอย่างกับเลือดชัดๆ เห็นแล้วชวนให้นึกถึงแวมไพร์ทุกที

        ผมบอกกี่ครั้งแล้วว่าอย่าหาผมที่ทำงาน ถ้าผมไม่ได้อนุญาต เพลิงพลตำหนิเสียงห้วนจัด ขณะหันกลับไป สองมือล้วงกระเป๋ากางเกง นัยน์ตาฉายแววไม่พอใจ

        ท่าทางและน้ำเสียงที่เปลี่ยนไปฉับพลัน เป็นเหตุให้รัญชนางงงันอย่างบอกไม่ถูก เมื่อกี้เขายังจูบเธอต่อหน้าสาวโบราณคนนั้นอยู่เลย คะ...คือ รัญคิดถึงพีมนี่คะพยายามคลี่ยิ้มหวานเพื่อเอาใจ อยากจะเดินเข้าไปกอดคลอเคลีย เพื่อให้เขาหายฉุนเฉียว แต่เกรงว่าจะไปยั่วโทสะเขาให้รุนแรงยิ่งขึ้น เพราะนัยน์ตาคมดุดันเฉียบขาด ราวกับเธอทำผิดหนักหนาสาหัสสากรรจ์ ทั้งที่การบุกมาหาแบบนี้ก็เพื่ออยากเซอร์ไพรส์ก็เท่านั้น

        คุณไม่ต้องทำงานทำการหรือไง ผมบอกคุณแล้วไงว่าจะโทร. ไปหาคุณเอง

        กลีบปากสีแดงสดยื่นน้อยๆ น้อยใจคนใจหินจนอยากสะบัดหน้าสักพรืด หรือถ้าให้ดี ก็อยากวิ่งเข้าไปรัวทุบอกด้วยท่วงท่าสะบัดสะบิ้ง เพื่อหวังว่าเขาจะงอนง้อ รวบตัวเข้าไปกอดเอาใจ แต่สุดท้ายก็ได้แต่คิด เพราะขืนทำไป นอกจากเพลิงพลจะไม่ง้อแล้ว อาจจะโดนไล่ออกจากห้องด้วยซ้ำไป ผู้ชายยโสอย่างเขาเคยง้อใครเป็นที่ไหนกัน

        ก็รัญเห็นว่าใกล้เที่ยงแล้ว เลยอยากมาชวนคุณไปกินข้าวด้วยกันยังคงน้ำเสียงอ่อนหวานไว้

        ชายหนุ่มถอนหายใจเบาๆ  ผมงานยุ่ง ไม่ค่อยได้ออกไปกินข้าวข้างนอก คุณก็รู้นี่

        นานๆ ออกไปกินสักครั้งกับรัญไม่ได้เหรอคะ

        อีกสิบนาทีผมต้องเข้าประชุม ผมว่าคุณกลับก่อนเถอะ ตัดบทเสียงเฉยชา

        งั้นคืนนี้ รัญไปหาพีมนะ

        ไว้ผมจะโทร. หาคุณอีกทีดีกว่าเพลิงพลจ้องมองอีกฝ่ายนิ่ง สายตาสื่อชัดเจนว่าเธอกำลังรบกวนเวลาทำงานของเขา 

        รัญชนาไม่เคยพบเจอผู้ชายคนไหนใจร้ายเท่านี้มาก่อน แต่ก็น่าแปลกที่เธอลุ่มหลงเพลิงพลอย่างถอนตัวไม่ขึ้น ทั้งที่เขาไม่ใช่ผู้ชายช่างเอาอกเอาใจแม้แต่น้อย พูดจาก็ไม่คิดถนอมน้ำใจกัน เรียกว่าทั้งห่าม ดิบ เถื่อน แต่ทั้งหมดที่รวมเป็นตัวเขา กลับสร้างแรงดึงดูดทางเพศมากมายมหาศาลได้อย่างไม่น่าเชื่อ

        งั้นรัญจะรอนะ รัญชนาทอดเสียงเว้าวอน แต่อีกฝ่ายยังนิ่งเฉย ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ เลยจำใจลากลับ รัญกลับก่อนนะคะพีม

        “อือ เพลิงพลตอบรับสั้นๆ ยืนนิ่งเฉย รัญชนาเดินเข้าไปหอมแก้มหนึ่งฟอดก่อนจะยอมกลับ

เพลิงพลถอนหายใจโล่งอก เมื่อเธอยอมกลับไปแต่โดยดี เขาเบื่อยิ่งกว่าเบื่อ กับผู้หญิงตามตื๊อ เกาะติดไม่ยอมปล่อย และไม่ชอบเอาเสียเลย เขาชอบให้ความสัมพันธ์ระหว่างคนสองคนมีการเว้นระยะห่างกันอย่างพอเหมาะ การชิดใกล้จนแทบจะเป็นคนๆ เดียวกันตลอดเวลา คือความน่าเบื่อ ก่อเกิดความอึดอัด ทำให้หายใจไม่สะดวก เหมือนอย่างที่รัญชนากำลังทำให้เขารู้สึกในตอนนี้

        คิดไปก็น่าแปลก บางทีผู้หญิงก็เปรียบเสมือนดอกไม้สวยสดหอมหวานสำหรับเขา แต่บางครากลับกลายเป็นของแสลงที่ชวนให้ปวดศีรษะขึ้นมาดื้อๆ และเมื่อใดที่เธอคนนั้นกลายเป็นของแสลงขึ้นมา เขาก็ต้องเร่งรีบกำจัดของแสลงนั้นไปเสีย ก่อนอาการปวดศีรษะจะลามหนักข้อขึ้น

 

นวลพักที่ไหนจ๊ะ กวินท์ เรืองพสุธา ถามเพื่อนสาว ทั้งสองกำลังนั่งรับประทานอาหารอยู่ภายในร้านอาหารหรูในโรงแรมแห่งหนึ่ง ย่านใจกลางเมือง

        พักโรงแรมไม่ไกลจากแถวนี้หรอกค่ะ นวลธารตอบเบาๆ ไม่อาจเก็บสีหน้ากลัดกลุ้มไว้ได้

        ทำหน้าแบบนั้นกลุ้มใจเรื่องอะไร หืม เรื่องโรงแรมของที่บ้านหรือเปล่า พอจะรู้เรื่องสถานะทางครอบครัวของเธอ และก็เจ็บใจนักที่ไม่มีเงินมากพอจะรับซื้อโรงแรมนั่นไว้ได้ เคยลองคุยกับมารดา ก็ถูกท่านด่าใส่ไฟแลบ 

        ‘หน็อย จะเอาเจ็ดสิบล้าน ไปซื้อโรงแรม แค่ตอนนี้ฉันก็หมุนเงินจนตัวเป็นเกลียว หัวเป็นน็อต อยู่แล้ว แกคิดว่าแม่แกเสกเงินได้หรือไง อีกอย่างนะ เคยคิดมาช่วยฉันทำงานบ้างมั้ย เอาแต่ร่อนไปร่อนมา ไม่ทำอะไรเป็นชิ้นเป็นอัน ถ้าแม่แกเป็นอะไรไป แกจะทำยังไงฮึ จะไปหาตู้เอทีเอ็มอย่างแม่แกได้ที่ไหน

        คิดถึงคำพูดของมารดาด้วยความระอา ท่านเป็นผู้หญิงขี้บ่นและด่าเก่งที่สุดเท่าที่เคยพบมา

        นวลธารฝืนยิ้มให้อีกฝ่าย ไม่อยากให้กวินท์ต้องมากลัดกลุ้มเรื่องของเธอไปด้วย นวลไม่เป็นไรหรอกค่ะ พี่เล็ก นวลเชื่อว่าปัญหาทุกอย่างมีทางแก้ไข

        นั่นสิ พี่ก็เชื่อแบบนั้น เดี๋ยวอะไรก็คงดีขึ้นเอง กวินท์แอบโล่งใจ ที่นวลธารไม่ร้องขอความช่วยเหลือจากเขา เงินเจ็ดสิบล้าน น้อยซเสียที่ไหนกัน แค่หกเจ็ดแสน เขายังไม่มีปัญญาหาให้ด้วยซ้ำ ทุกวันนี้ ยังแบมือขอเงินที่บ้านอยู่เลย

เฮ้อ ทำไมเขาไม่รวยเป็นร้อยล้าน พันล้าน หรือหมื่นล้าน เหมือนไอ้...เผลอคิดอิจฉาริษยาเพลิงพลขึ้นมาอย่างช่วยไม่ได้ ไอ้หมอนั่นรวยเอาๆ จับอะไรเป็นเงินเป็นทองไปเสียหมด กลายเป็นเซเลบหนุ่มเนื้อหอมคนดัง โธ่เอ๊ย! ก็แค่ลูกของผู้หญิงต่ำๆ สำส่อน หยำฉ่า

        “พี่เล็ก เป็นอะไรไปหรือเปล่าคะ หญิงสาวถามขึ้นอย่างประหลาดใจ เมื่อเห็นแววตากวินท์แข็งกร้าวขึ้นมาทันควัน

        ปะ...เปล่า ไม่มีอะไรหรอก พี่ก็แค่คิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ชายหนุ่มตอบพลางยิ้มอบอุ่นให้อีกฝ่าย อืม ว่าแต่นวลจะกลับเชียงรายเมื่อไหร่จ๊ะ

        คงอีกสองสามวันค่ะตั้งใจว่าจะลองไปคุยกับเพลิงพลอีกสักตั้ง 

        สองสามวัน เสียดายค่าโรงแรมแย่เลย อืม นวลไปพักบ้านเพื่อนพี่มั้ย เค้าเป็นผู้หญิง ครอบครัวอยู่ต่างประเทศ ต้องมาทำงานประจำที่นี่ เลยซื้อทาวน์เฮาส์ไว้อาศัย กวินท์เสนออย่างกระตือรือร้น เก็บซ่อนประกายเจ้าเล่ห์ในแววตาอย่างมิดชิด เขาเฝ้าตามเกี้ยวนวลธารมาหลายปี ต้องตาต้องใจตั้งแต่ ไปเที่ยวเมืองเหนือเมื่อหลายปีก่อน และเพื่อนแนะนำให้รู้จักสาวน้อยหน้าใสคนนี้ แต่ดูเหมือนเธอจะรักนวลสงวนตัวจนเกินเหตุ วางตัวอยู่ในกรอบศีลธรรมอันดีงาม  ทำท่าเหมือนจะอยู่เป็นโสดตลอดชีวิต และที่หนักข้อ คือ ช่างใฝ่ธรรมะ ประหนึ่งเตรียมพร้อมจะสละทางโลกได้ในสักวัน

ต่อตรงนี้นะคะ//////////////////////////////////////////////////

 

ซึ่งถ้าเป็นแบบนั้น คงเสียดายของแย่ กวินท์ลอบกวาดตามองเพื่อนรุ่นน้อง ไหนจะ ดวงหน้ารูปไข่สวยพริ้มเพรา ผิวขาวนวลเนียน รูปร่างสมส่วนอรชร แม้นวลธารจะสวมชุดปกปิดมิดชิด แต่ด้วยสายตาอันเฉียบคมในเรื่องสตรีเพศเช่นเขา ก็รู้ในแวบแรกที่เห็นว่า ภายใต้เสื้อผ้าปกปิดมิดชิดราวแม่ชี ต้องซ่อนส่วนเว้าส่วนโค้งงดงามน่าจับต้องแน่นอน แค่จินตนาการสาวน้อยโบราณตรงหน้าเปลือยกาย ก็กระชุ่มกระชวยขึ้นมาทันทีทันใด

        หลังจากเงียบไปหลายวินาที นวลธารก็ปฏิเสธนุ่มนวล ไม่เป็นไรหรอกค่ะ นวลเกรงใจ

        เกรงใจทำไมกัน เพื่อนพี่ไม่ว่าอะไรหรอก อีกอย่างนวลจะได้ไม่ต้องเสียค่าโรงแรม กวินท์มุ่งมั่นกับการเกลี้ยกล่อม นี่เป็นโอกาสอันดี ที่จะได้ใกล้ชิดเธออย่างที่เฝ้าปรารถนามาโดยตลอด เธอทำให้เขาคลั่งได้อย่างไม่น่าเชื่อ แค่จะจับมือเล็กๆ นุ่มๆ ยังไม่เคยมีโอกาสสักครั้ง เฝ้าแจกขนมจีบอย่างไม่ย่อท้อ ทั้งที่เธออยู่ถึงเชียงราย แต่เขาก็ไม่เคยขาดการติดต่อ คราใดมีโอกาสไปที่นั่น ก็ต้องแวะไปหากันทุกครั้ง แต่ความสัมพันธ์ของทั้งสองไม่เคยคืบหน้า และเกินเลยไปกว่าพี่น้อง

        “อย่าเลยค่ะ อีกอย่าง นวลได้ส่วนลดค่าห้องพักโรงแรมตั้งห้าสิบเปอร์เซ็นต์ ไม่ได้แพงอะไรมากมายหรอกค่ะ

ตามใจนวลแล้วกันจ้ะ กวินท์ตอบเสียงหวาน แต่นัยน์ตาฉายแสงแวว

วับ เมื่อนวลธารยกแก้วน้ำขึ้นดื่ม วันนี้โอกาสงามได้มาเยือน เขาจะทำทุกวิถีทางเพื่อเก็บเธอไว้กับเขาตลอดไป ก่อนจะหมดโอกาสครอบครองเธอ เธออาจจะโกรธที่เขาทำแบบนี้ แต่มั่นใจว่าหลังจากตกเป็นของเขาแล้ว เธอก็คงไม่มีทางเลือกอื่นใด อีกอย่าง เขาเป็นถึงลูกชายเจ้าของบริษัทขนส่ง ที่แม้บัดนี้อาจจะไม่ได้ยิ่งใหญ่เหมือนในอดีต แต่ถ้าเทียบกับฐานะเธอในตอนนี้ เขาก็เหนือกว่าหลายขุม อย่างนี้แล้วเธอจะไม่ชอบใจหรืออย่างไร

        จู่ๆ ความง่วงและอาการมึนศีรษะก็จู่โจมอย่างกะทันหัน จนน่าประหลาดใจ นวลธารสะบัดศีรษะเบาๆ หลายครั้ง หมายจะขับไล่อาการดังกล่าว

        เป็นอะไรหรือเปล่านวล กวินท์แสร้งถามด้วยความเป็นห่วงเป็นใย

        “ไม่เป็นไรค่ะ สงสัยเมื่อคืนนวลคงนอนดึกไป เลยเพลียไปหน่อย เธอตอบพลางสะบัดศีรษะเบาๆ อีกครั้ง และไม่ทันเห็นแววตาเจ้าเล่ห์ของอีกฝ่าย

        งั้น เรากลับกันดีกว่า เดี๋ยวพี่ไปส่ง นวลจะได้พักผ่อน

        ค่ะ เธอตอบเสียงแผ่ว และในความมึนงง ก็กังขาสุดขีดกับอาการไร้เรี่ยวแรง กับหนังตาจะปิดเสียให้ได้ในขณะนี้   

         หลังจากชำระเงินเสร็จเรียบร้อย กวินท์ก็ปรี่เข้าไปประคองนวลธารเมื่อเห็นเธอยืนเซ และถือเป็นครั้งแรกที่ได้แตะต้องเนื้อตัวเธอใกล้ชิด โดยเธอหมดสิทธิ์จะทักท้วง ซึ่งนั่นเป็นเพราะยานอนหลับอย่างแรงที่เขาแอบใส่ในเครื่องดื่มคงกำลังออกฤทธิ์ กวินท์ยิ้มมุมปาก ขณะมองดวงหน้าสวยที่เกือบซุกซบตรงซอกไหล่ ดวงตาคู่สวยเริ่มปรือขึ้นทุกขณะ เขาจึงเร่งรีบพาเธอลงลิฟต์ไปยังลานจอดรถ

        ณ ลานจอดรถของโรงแรม เพลิงพลเพิ่งแยกย้ายกับลูกค้าวีไอพีคนหนึ่ง และกำลังจะเดินกลับไปยังรถยนต์ส่วนตัว แต่ก็ต้องขมวดคิ้ว กับภาพของผู้ชายคนหนึ่งกำลังประคองหญิงสาวนางหนึ่งขึ้นรถ เห็นได้ชัดว่าเธอคล้าย...คนกำลังเมาใกล้หมดสติอยู่รอมร่อ ไม่อาจพยุงตัวเองได้ และคงล้มฟุบลงกับพื้นหากไม่มีท่อนแขนของเพื่อนชายประคองไว้

        แต่ที่สำคัญคือ เขารู้จักผู้ชายคนนั้นดี หมอนั่นเป็นลูกชายคนสุดท้องของครอบครัวเรืองพสุธา ส่วนฝ่ายหญิง เขาก็จำได้ดีเช่นกัน ลูกสาวเจ้าของโรงแรมเอื้องหลวงลานตาที่ไปพบเขาเมื่อวันก่อนนั่นเอง

        ไม่อยากเชื่อว่าเห็นท่าทางหงิมๆ จะเปรี้ยวซ่าไม่เบา ดูจากลักษณะท่าทาง คาดว่าคงดื่มจนเมามาย แต่...อีกด้านก็อดแปลกใจไม่ได้ ลักษณะเธอเรียบร้อยราวกับผ้าพับไว้ ไม่น่าเชื่อว่าจะดื่มจนขาดสติขนาดนี้...ภาพลักษณ์กับนิสัยใจคอคนเราจะขัดกันได้ขนาดนี้เชียวหรือ

        พลันความคิดบางอย่างก็ผุดวาบขึ้นมา หรือว่า ไอ้เลวนี่มันจะ...

        ปกติเพลิงพลไม่ชอบยุ่งเรื่องชาวบ้านสักเท่าไร แล้วผู้หญิงคนนั้นก็ไม่ได้ข้องเกี่ยวอะไรกับเขา แต่ถ้าไอ้หมอนี่วางยาผู้หญิงที่เขาไม่เต็มใจ เขาก็คงรับไม่ได้ อีกอย่าง เขาเกลียดลูกชายตระกูลนี้เข้าไส้ พอๆ กับที่พวกมันเกลียดเขาเข้ากระดูกดำ ต่างพร้อมจะฟาดฟันใส่อีกฝ่ายเสมอหากมีโอกาส และนี่ก็อาจเป็นโอกาสงามๆ ที่จะได้เล่นงานหมอนี่ก็ได้

        คิดได้ดังนั้น ก็ไม่ลังเลที่จะบึ่งรถตามไป ทิ้งระยะห่างพอสมควรเพื่อไม่ให้ผิดสังเกต ขณะเดียวกันก็ไม่ยอมให้รถเป้าหมายคลาดสายตา

        เพลิงพลขับรถตามมาเรื่อยๆ และชะลอจอดห่างออกไป เมื่อเห็นรถยนต์คันหน้าจอดหน้าทาวน์เฮาส์หลังหนึ่ง เขาดับเครื่องขณะเฝ้ามองพฤติกรรมของเจ้าของรถอย่างสนอกสนใจ

        กวินท์เดินอ้อมมายังฝั่งที่นั่งข้างคนขับ เปิดประตูรถ ค่อยๆ ช้อนตัวคนนอนหลับไม่ได้สติเข้าสู่อ้อมแขนอย่างระมัดระวัง เลือดหนุ่มในกายเต้นเร่าๆ ความหื่นกระหายฉายชัดบนใบหน้า จับจ้องดวงหน้าของคนในอ้อมกอด ไล่มองลงมาถึงทรวงอกอิ่มที่ดันพุ่งผ่านตัวเสื้อ และจากการวัดขนาดด้วยสายตาแล้ว คงจะเต็มไม้เต็มมือทีเดียว

        หลังจากกดกริ่งด้วยความทุลักทุเล รออีกไม่กี่วินาที หนุ่มรับใช้ร่างสันทัด ก็กุลีกุจอมาเปิดประตูรั้วให้เจ้านาย แต่ก็ต้องฉงนใจ เมื่อเห็นกวินท์อุ้มผู้หญิงหลับไม่ได้สติ

        คุณเล็ก นี่มัน... หนุ่มรับใช้ถามอย่างกลัวๆ กล้าๆ เพราะกลัวเจ้านาย แต่ก็สอดรู้สอดเห็นไม่น้อย

        ไม่ต้องพูดมาก รีบปิดประตู กวินท์สั่งเสียงเข้ม อุ้มนวลธารตรงเข้าไปในทาวน์เฮาส์ของครอบครัว ที่เขามักใช้เป็นสถานที่เริงรักกับสาวๆ เนื่องจากไม่มีใครอาศัยอยู่บ้านหลังนี้ นอกจากคนรับใช้คนหนึ่ง

        ด้านหนุ่มรับใช้กระวีกระวาดปิดประตูรั้วตามคำสั่งแต่โดยดี ก่อนจะถอนหายใจดังเฮือกๆ อดสงสารแม่สาวคนนั้นไม่ได้ สงสัยคืนนี้คงไม่เหลือ เฮ้อ แต่คิดอีกที อาจเป็นสาวใจแตกสักคนก็ได้ ช่างเถอะ เรื่องเจ้านาย อย่าไปสอดเลย

        เมื่อเข้าไปในบ้าน กวินท์ก็ตรงขึ้นชั้นสองอย่างไม่รีรอ พร้อมกับสาวน้อยในอ้อมแขน พึงพอใจสุดขีด ที่คืนนี้จะได้ขึ้นสวรรค์ชั้นเจ็ดกับนวลธาร

        เขาค่อยๆ วางร่างในอ้อมแขนลงบนเตียงช้าๆ อย่างเบามือ เธอยังหลับสนิท กลีบปากอิ่มเผยอน้อยๆ ยามหลับใหลไม่รู้ตัว ซึ่งช่างน่าจูบนัก กวินท์ไล้ปลายนิ้วไปตามเรียวปาก นั่งลงข้างเตียง กี่ครั้งแล้วที่อยากจะจูบเรียวปากสวยๆ ของเธอ แต่ได้แค่คิด ทว่าวันนี้ฝันกำลังจะเป็นจริง

        กวินท์เลื่อนมือไปปัดปอยผมให้พ้นดวงหน้ารูปไข่ ความหื่นกระหายฉายชัดบนใบหน้า กวินท์ไล่สายตาต่ำลงมา นี่ก็อีก ทรวงอกอิ่มคู่สวย ที่ปรารถนาจะได้เห็น ได้จับต้อง และแค่คิด ร่างกายก็เริ่มตื่นตัว เขายื่นมือไปปลดกระดุมเสื้อเชิ้ตสีขาวของเธอทีละเม็ด อย่างไม่เร่งรีบ นั่นเพราะเขามีเวลาทั้งค่ำคืนนี้ในการเชยชมเธอ...

*********

คุณเพลิงพลจะมาช่วยนุ้งนวลทันม้าย ขอบคุณที่ติดตามอ่านค่า พรุ่งนี้มาต่อนะคะ^^

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 41 ครั้ง

124 ความคิดเห็น