สุดที่รัก ( ตีพิมพ์กับ ส.น.พ. Sugar Beat )

ตอนที่ 1 : เซียนปราบเซียน อัพ100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,282
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 12 ครั้ง
    19 มี.ค. 55



 


ยัยตัวร้าย......สุดที่รัก

 

ตอนที่ 1 เซียนปราบเซียน อัพ100%

 

การพบกันเป็นครั้งแรกของสองหนุ่มสาว แบบนัดบอดที่ผู้ใหญ่จัดให้ ในสวนสาธารณะกลางกรุงเทพฯด้วยที่ทั้งคู่โดนทั้งบังคับและข่มขู่ ซึ่งบรรยากาศยามบ่าย ที่ลมพัดพลิ้วแผ่วบางๆ ในสวนสวย ไม่ได้ช่วยให้ทั้งสองมีอารมณ์ เบิกบานขึ้นแม้แต่น้อย

ศรัณพัฒน์ หรือเกรทหนุ่มเซเลบมาดเท่ เริ่มรู้สึกหงุดหงิดขึ้นเรื่อยๆพ่นลมหายใจออกมาอย่างเหนื่อยหน่าย ด้วยใบหน้าสวยของสุทธิรักษ์ ที่คนใกล้ชิดเรียกเธอเพียงสั้นๆว่าธิรักษ์ หญิงสาวจอมกวนมาดเซอร์ ไม่มีทีท่ารับข้อเสนอ ที่เขาร่ายยาว เธอเชิดหน้าขึ้นนิดหนึ่ง ก่อนจะเอ่ย

ไม่ต้องมาหว่านล้อมอะไรอีก ฉันไม่แต่ง และที่ฉันจำยอมมาพบนาย ก็เพราะจะบอกนายว่าฉันไม่ชอบผู้ชาย ฟังชัดมั้ย

คำยืนยันอีกครั้งของเธอ ด้วยสีหน้ากวนๆ ทำให้อารมณ์ของชายหนุ่มเดือดปุดๆ ด้วยความหมั่นไส้อย่างที่สุด หนุ่มร่างสมาร์ท จึงใช้สายตากราดมองเธอทั่วกาย ปรายตาเหยียดเย้ย ไหวไหล่น้อยๆ แถมยิ้มเยาะให้อีกนิด ริมฝีปากหยักสวย โต้กลับทันทีทันฟัน

  หึๆแล้วเธอนึกว่าฉัน อยากแต่งงานกับทอมงั้นเหรอ ฉันมีเมียทอม มีเมียเป็นกระเทยเสียยังดีกว่า แต่อย่างว่าน่ะแหละ เซอร์ๆอย่างเธอน่ะ ถ้าได้แต่งงานกับฉัน ก็เรียกว่าหรูแล้วนะ

ริมฝีปากอิ่มสวยของหญิงสาว เม้มเข้าหากัน และกัดริมฝีปากตนเองเอาไว้ทันที ดวงตาคมหวานระริก ด้วยเพลิงโทสะที่ลุกโชน เธอโกรธจนควันแทบออกหู และอยากจะกรากเข้าไปทึ้งเขาให้เป็นชิ้นๆ แต่ก็พยายามเก็บอาการเอาไว้ และลอยหน้าที่มีรอยยิ้มเยาะขึ้นโต้กลับ

เชอะนายเกรท......นายคิดว่าตัวเองหล่อสมาร์ท มาดแมนนักเหรอ ไปดูกระจกซะอีกทีก็ได้นะ หลงตัวเองสิไม่ว่า ถ้าฉันต้องแต่งงานกับ ผู้ชายหน้าตารูปร่างเห่ยๆอย่างนาย ฉันนั่งอยู่บนคานไปตลอดชีวิต เสียยังดีกว่า และฉันก็ไม่สนผู้ชาย โดยเฉพาะผู้ชายปากเสีย หลงตัวเองอย่างนาย

เฮ้........เข้าใจผิดอะไรเหรอเปล่า คนอย่างฉัน ก็ยังไม่อยากมีเมียหรอกนะ เพราะถ้าฉันอยากได้ใครสักคนมาทำเมียละก็ ไม่เห็นจะยาก ฉันเรียกมาได้เป็นร้อย และรับรองว่าสาวๆของฉันทุกคนดูดีกว่าเธอหลายร้อยเท่า “ เขาเย้ยกลับทันทีเช่นกัน

“ ก็เชิญไปขอบรรดามี ของนายแต่งงานสิ เสนอหน้ามาอ้อนวอนฉันทำไมล่ะ “

“ นี่......เธอก็รู้ดีว่าฉันถูก คุณแม่ฉันส่งมาพูดกับเธอ เอาอย่างนี้มั้ย เราแกล้งแต่งงานกันไปก่อนก็แล้วกัน จะได้จบๆเสียที ฉันเบื่อเรื่องบ้าๆนี่เต็มทนแล้ว เขาเอ่ยตัดบท พร้อมทั้งพ่นลมหายใจออกมาพรืดหนึ่ง

ฮึ๋ย......อย่ามาพูดเกรียนๆนะ ฉันไม่แต่ง เรื่องอะไรที่ฉันจะต้องเอา ความสาว ความสวยของฉันไปเสี่ยงกับผู้ชายหน้ามึนอย่างนาย เรื่องของผู้ใหญ่ ก็ให้ผู้ใหญ่แต่งกันเองสิ นายไปบอกผู้ใหญ่ฝ่ายของนายได้เลย ว่าฉันไม่แต่ง เธอยื่นหน้าไปกระแทกเสียงยืนยัน

นี่ๆๆๆ เธอก็รู้ว่าฉันถูกบังคับ เอาอย่างนี้ เรามาพูดกันดีๆดีกว่า เธอก็รู้ว่าเราสองคนถูกบังคับ เพราะไอ้เรื่องที่ดินที่เป็นมรดกนั่น แล้วตกลงคุณพ่อคุณแม่ของเรา ต่างคนต่างก็เกิดจะให้เราแต่งงานกัน จะได้ร่วมกันเป็นเจ้าของไม่ต้องมาแบ่งแยกอะไรกันยุ่งยากอีก เพราะทั้งโรงแรม ทั้งรีสอร์ทอะไรนั่น มีกำไรปีหนึ่งตั้งมากมาย ชายหนุ่มเอ่ยเป็นงานเป็นการขึ้น

แต่ฉันไม่เห็นด้วย ฉันว่าผู้ใหญ่เล่นเกมอะไรบางอย่าง ที่หาเรื่องให้เราแต่งงานกัน ในเมื่อมันมีปัญหาก็แค่ขายทอดตลาด แล้วเอาเงินมาแบ่งกันไปก็จบ ทำไมจะต้องมาจับลูก ให้แต่งงานกันด้วยล่ะ

แต่ที่ดินและสิ่งปลูกสร้างเป็นมรดก ที่ผู้ใหญ่ของเรา ต่างคนต่างก็ได้รับ มาจากทางรุ่นคุณปู่คุณย่า ที่ทำสัญญากันไว้ตั้งแต่ดึกดำบรรพ์ ว่าการลงทุนร่วมหุ้นใดๆบนที่ดินผืนนั้น จะต้องแบ่งกำไรกันไป ระหว่างผู้ที่ได้รับมรดก เพราะที่ดินนั่นเป็นสองโฉนด แต่ดันมีสิ่งปลูกสร้างร่วมกัน และในพินัยกรรมที่ทำไว้ จากการที่คุณปู่ของเธอและคุณตาของฉัน ยังระบุไว้ว่า ห้ามถ่ายโอนซื้อขายกรรมสิทธิ์ที่ดินทั้งสองผืนนั้น จนกว่าจะถึงเวลาที่กำหนดไว้ คุณพ่อเธอไม่ได้อธิบายให้ฟังเหรอไงล่ะ ศรัณพัฒน์ร่ายยาวอย่างพยายามใจเย็น  

เป็นมรดกห่วยแตก ฉันไม่สนไม่อยากได้ และก็ไม่ได้ฟังที่คุณพ่อ อธิบายอะไรทั้งนั้น ฉันบอกตามตรงนะ ว่าฉันรับไม่ได้

นี่เธอ......ฉันก็บอกท่านไปแล้วนะ ว่าฉันไม่อยากได้ ถ้าจะมาบังคับ ก็ยกทั้งหมดให้คุณพ่อเธอไปเถอะ แต่คุณแม่ฉันก็ร้องห่มร้องไห้ไม่หยุด หาว่าฉันไม่เห็นแก่ท่าน เอาน่า........แต่งๆไปเถอะ แล้วเราสองคนก็ค่อยหาทางออกทีหลัง เพราะอีกห้าปีก็จะหมดข้อสัญญา ในมรดกนั่นแล้ว ถึงตอนนั้นเราก็หย่า และก็ขายเอาเงินมาแบ่งกัน ก็แค่นั้นเอง เธอว่าไงล่ะ ชายหนุ่มมาดเท่ เอ่ยหว่านล้อม

ฉันว่ามันง่ายไปนะ เรื่องนี้มันแปลกๆ ฉันถามนายจริงๆเถอะ ว่านายเคยเห็นพินัยกรรมนั่นเหรอเปล่า เพราะคุณพ่อฉันทั้งอ้อนวอนทั้งบังคับ จนตอนนี้ฉันอยากจะหนีไปดาวอังคาร กลุ้มชะมัดเลยด้วย และฉันก็ยืนยัน นั่งยัน นอนยันว่าไม่แต่ง เราสองคนควรมาร่วมมือกันต่อต้าน หรือว่าทำอะไรสักอย่างหนึ่งดีกว่า นายว่ามั้ย เธอเสนอความคิด

ฉันไม่เห็นพินัยกรรมอะไรนั่นหรอก แต่ฉันรู้แต่ว่าโรงแรมนั่น สร้างอยู่บนที่ดินสองผืน สองเจ้าของจริงๆ เพราะคุณแม่ฉันส่งโฉนดส่วนของท่านให้ดูน่ะ และท่านบอกว่า ถ้าฉันแต่งงานกับเธอ ท่านจะให้เงินจากส่วนแบ่งรายได้ของกิจการ ในส่วนของท่านยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ทุกเดือนกับฉัน และพอครบห้าปีคุณพ่อเธอกับคุณแม่ฉัน ก็จะยกมรดกนี้ให้เราสองคน ซึ่งมันน่าสนใจตรงข้อเสนอนี้แหละ เธอว่ามั้ย.......

อืม.......พูดเหมือนคุณพ่อฉันเป๊ะเลย

แล้วเธอรู้มั้ยว่าแต่ละเดือน เราจะเงินจากตรงนี้หลายล้านเชียวนะ

นายก็เลยเห็นแก่เงิน อยากแต่งสินะ เชอะนายหน้าเงิน......วันๆไม่ทำมาหากินได้แต่ไปแข่งรถ ก็เลยอยากได้แต่เงิน ถ้าฉันแต่งงานกับนาย ฉันคงยกขาขึ้นมาก่ายหน้าผากเลยมั้ง เธอเอ่ยพร้อมทั้งเบะปากน้อยๆ

รู้ประวัติฉันดีนี่ แสดงว่าเธอก็สนใจฉันละสิ เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มกริ่มบางๆ

แหวะ.......จำใส่กะโหลกหนาๆของนายไว้ด้วย ว่าฉันไม่ชอบผู้ชาย และที่ฉันรู้เรื่องนาย ก็เพราะมันจำเป็นเท่านั้นแหละ เธอโต้กลับด้วยสีหน้าบึ้งตึง แก้มร้อนขึ้น

ตกลงแต่งก็แล้วกันนะ เห็นใจฉันนิดหนึ่งก็แล้วกัน เพราะฉันกำลังขอเงินคุณแม่ ไปทำรถคันใหม่ ฉันจะไปแข่งรถที่ต่างประเทศน่ะ ยังไงๆเราก็หลีกเลี่ยงไม่ได้หรอกน่า เพราะถ้าเราไม่แต่ง ส่วนแบ่งยี่สิบห้าเปอร์เซ็นต์ที่เราสองคนจะได้น่ะ จะต้องถูกกันเข้าไปไว้ในบัญชี เป็นเงินกองกลาง แล้วในอนาคต เราก็จะต้องมาขายมาแบ่งกันยุ่งยาก เธอไม่เสียดายเงินรายเดือนเหรอไงล่ะ เขาจำต้องเอ่ยจุดประสงค์หลัก ของตนเองขึ้นมา และเอ่ยถามด้วย สีหน้าที่รอคำตอบ

นี่ฉันยิ่งฟังยิ่งมึน ทำไมต้องมีอะไรซับซ้อนอย่างนี้ด้วยล่ะ นายไม่คิดจะหาเหตุผลบ้างเหรอไง นายคิดบ้างสิ......ว่าถ้าเราต้องแต่งงานกัน เราสองคนจะเสียโอกาส ที่จะได้พบคนที่เรารัก เราพอใจ ฉันแคร์เรื่องชีวิต เรื่องความรักนะ เธอเอ่ยอธิบายความในใจ ด้วยเสียงห้วนๆ

นี่เธอ สุดที่รัก......ฉันไม่มีเวลาคิดมากนักหรอกนะ และฉันก็ไม่ได้เคยคิดเรื่องความรัก แต่ฉันกำลังจะไปแข่งรถที่อเมริกา  ถ้าฉันไม่แต่งงานกับเธอ ฉันก็ไม่มีทางได้ไป ฉันโดนบังคับน่ะ แต่งๆเถอะน่า ฉันไม่แตะต้องเธอหรอก เธอไม่ใช่สเปคฉัน พอถึงเวลาเราก็หย่ากัน และก็ขายมรดกเอาเงินมาแบ่งกัน ไม่เห็นจะยากนี่

นายเป็นผู้ชายพูดง่าย แต่ฉันเป็นผู้หญิง ฉันต้องขอคิดให้รอบคอบก่อน เข้าใจมั้ย หญิงสาวเอ่ยด้วยสีหน้ากวนๆ

จะคิดกี่วันกันล่ะ ฉันไม่มีเวลานะ เขาเอ่ยถามด้วยสีหน้ายุ่งยากใจ จิ๊ปากขึ้น ทำให้หญิงสาวตวัดสายตาค้อน

มันเรื่องของนายนี่ ไม่ใช่เรื่องของฉัน ฉันจะนอนคิดนั่งคิด จนกว่าฉันจะพอใจ แล้วจะบอก เธอเอ่ยพร้อมทั้งยักคิ้วให้เขานิดหนึ่ง ทำให้ชายหนุ่มขมวดคิ้วมุ่น นิ่งคิดอยู่ครู่หนึ่ง และเอ่ยเสียงอ่อนขึ้น

งั้นเราไปหาอะไรทานกันก่อนดีมั้ย ฉันอยากคุยกับเธอเป็นงานเป็นการ เอ่อ.......เราจะได้หาทางออกด้วยกันไงล่ะ

 ชายหนุ่มมองร่างสูงโปร่ง ใบหน้าสวยคม แต่ท่าทางกวนๆ ในเสื้อผ้าหน้าผม ที่เรียกว่าได้ว่าเจ้าหล่อน มาดเซอร์แบบเด็กหนุ่มจอมกวน ด้วยสองมือยังคงยัดไว้ในกระเป๋ากางเกงยีนส์ เสื้อเชิ้ตที่สวมอยู่ผูกไทด์เส้นเล็กๆไว้หลวมๆ รองเท้าบู้ทหนังหุ้มข้อ ดวงตาคู่สวยคมดุ แต่ก็ทำให้ใบหน้านั้น สวยมีเสน่ห์ ที่ทำให้ชายหนุ่มมองเพลิน และมาดนั้น ก็ทำให้เธอเป็นสาวเท่ไปอีกแบบหนึ่ง ท่าทางที่ยืนครุ่นคิด ปรายตามองมาที่เขา เรียกได้ว่ากวนเป็นที่สุด

เชอะ......นายศรัณพัฒน์ นึกว่าตัวเองหล่อตายละสิ หน้าเรียวมีเคราเขียวข้างแก้ม ตาคม ปากหยัก เหยียดออกน้อยๆ แต่งตัวด้วยเสื้อผ้าแบรนด์ดัง ที่นึกว่าเท่เต็มที  ฉันรู้ว่าตั้งแต่นายกลับมาจากอเมริกาไม่เคยทำอะไรเป็นโล้เป็นพาย ได้แต่อยู่ตามสนามแข่งรถ มีผู้หญิงเป็นโหล ถ้าฉันยอมแต่งงานกับคาสโนวาอย่างนาย ฉันก็บ้าน่ะสิ ......

“ นี่เธอ ......อย่าโอ้เอ้น่ะ เคยเห็นคนโมโหหิวเหรอเปล่า “ เสียงออกแนวขู่ จากสีหน้าที่เริ่มหงุดหงิด

หิวก็ไปหาอะไรกินเสียสิ ท้องไม่ได้ติดกันนี่ แล้วฉันก็มีนัดกับเพื่อน ไม่มีเวลาไปนั่งกินข้าวเสวนากับนายหรอก นี่ก็เย็นแล้วด้วย เอางี้.....คืนนี้ฉันจะกลับไปนอนคิด แล้วถ้าได้คำตอบ จะโทรบอกนายก็แล้วกัน เธอตอบพร้อมทั้งยักคิ้วให้นิดหนึ่ง อย่างไม่ใส่ใจอะไรมากนัก แต่ทำให้ชายหนุ่มถึงกับพ่นลมหายใจ ออกมาพรืดหนึ่งทันที  

นี่แม่คุณ......ฉันขอร้องละ ฉันไม่มีเวลา สำหรับการตัดสินใจ เป็นชาติของเธอหรอกนะ ฉันกำลังจะไปแข่งรถ และต้องเตรียมตัว เตรียมรถ เตรียมอะไรหลายอย่าง และถ้าฉันไม่แต่ง ฉันก็ไม่มีทางได้ไป ฉันโดนบังคับน่ะ แต่งๆเถอะน่า แต่งแล้วแยกห้องกันนอนก็ได้นี่ เขาทอดเสียงอ่อนลง

ฉันไม่ได้กำลังเล่นขายของ กับนายนะ ที่คิดจะแต่งงานเพราะเงิน เพียงเพื่อที่จะได้ไปแข่งรถ เป็นเหตุผลที่ทุเรศสิ้นดี คนอย่างฉัน จะแต่งงานกับคนที่ฉันรักเท่านั้น นี่เป็นคำตอบ และไม่ต้องมารบเร้าถามอะไรกับฉันอีก เซ็งเป็ด.....

เธอยื่นหน้าบึ้งๆเอ่ยฉอดๆใส่ สะบัดกายหนี หันหลังออกเดิน ชายหนุ่มพรวดเข้าจับต้นแขนเธอรั้งไว้

“ นี่เธอ......จะรีบไปไหน “

และทำให้หญิงสาวฉุนขาด กำหมัดหันมาต่อยสวน แต่ชายหนุ่มไวกว่า เข้ารวบร่างเธอกอดไว้ จากทางด้านหลัง ดึงกุญแจรถจากมือเธอ มากำไว้แน่น

ไปทานข้าวกัน ฉันหิววันนี้เธอต้องคิด และมีคำตอบให้ฉัน เพราะนี่ไม่ใช่คำตอบสุดท้าย ที่ฉันอยากได้ยิน เขาเอ่ยที่ข้างแก้มเธอ อย่างผู้มีชัย

หญิงสาวสะบัดกายฮึดฮัด และกระทืบเต็มแรง ลงบนรองเท้าเขา

โอ๊ย.......

ทำให้ชายหนุ่มร้องลั่น และจำต้องคลายวงแขนออกทันที แต่รีบเก็บกุญแจรถเธอ ยัดไว้ในกระเป๋ากางเกง ยักคิ้วให้นิดหนึ่ง ยิ้มกริ่มบางๆ

อยากได้กุญแจรถคืน ก็ไปกินข้าวกัน ไม่งั้นฉันจะเอารถเธอ ไปถอดเป็นชิ้นส่วนส่งไปขายเชียงกง

ไอ้คนเฮงซวย จ้างให้ฉันไม่มีวัน แต่งงานกับนายหรอก เอากุญแจรถฉันคืนมานะ เอามา...... หญิงสาวเอ่ยตวาด ยื่นหน้าบึ้งๆ ตาสวยจ้องเขม็ง พร้อมแบมือออกไปทวง

ก็แล้วแต่เธอนะ ฉันไปบังคับเธอได้ซะที่ไหนล่ะ ไม่แต่งก็ไม่แต่งสิ แต่ที่แน่ๆวันนี้ ฉันอยากไปกินข้าวกับเธอ ฉันหิวแล้วด้วย และฉันก็ไม่ได้เอารถมา ฉันมามอร์ไซวินน่ะ......อย่าโยกโย้เลยน่า สาวๆสวยๆของฉัน ยังไม่เห็นเล่นตัวขนาดนี้เลย ไป .......

เขาไหวไหล่ เอ่ยด้วยรอยยิ้ม จากสีหน้ากวนๆ ก้าวยาวๆออกเดินนำเธอไป ที่ลานจอดรถ และเดินกดรีโมตไปเรื่อยๆ หญิงสาววิ่งตามไปกระชากเขา

“ ไอ้บ้า.......นี่นายจะทำอะไร อยากให้ฉันตะโกน เรียกคนช่วยเหรอไง “

“ ก็เรียกสิ ......ตะโกนดังๆด้วยล่ะ ฉันจะได้บอกว่าเรื่องของผัวเมีย ตกลงกันไม่ได้ แต่เดี๋ยวกลับบ้านขึ้นเตียงกัน ก็ตกลงกันได้เอง อืม..... แต่เธอจะลองของก็ได้นะสุดที่รัก เพราะผัวก็ไม่ได้ทำร้ายเมีย ไม่มีมีใครเขาอยากยุ่งหรอกน่า “ เขาเอ่ยเรียกชื่อเธอให้เพี้ยน ด้วยรอยยิ้มกริ่ม

“ ฮึ๋ย.......นายมันทะลึ่งลามก เอากุญแจรถฉันคืนมานะ เอามา “ เธอเข้าจิกรั้งเสื้อเขาไว้ร้องด่า

“ นี่.......เรื่องบนเตียงลามกตรงไหนล่ะที่รัก เธอคิดลึกไปเหรอเปล่า ฉันหมายถึงว่าไปนอนคุยกันบนเตียงต่างหาก “  

เขาเอ่ยและยังคงกดรีโมตไปตามรถ จนได้ยินเสียงตอบรับ จากรถเก๋งป้ายแดงคันหรู ชายหนุ่มหันมายิ้มกริ่ม ยกกุญแจรถอวด ร่างที่ยืนฮึอฮัดกัดฟัน หน้าคว่ำ

“ เชิญครับสุดที่รัก อย่าคิดลึก “  

เขาเอ่ยพร้อมทั้งโค้งให้น้อยผายมือด้วยท่าทางยั่วๆ และเมื่อเห็นเธอกรากเข้ามา เขาก็รีบเปิดประตูรถเข้าไปนั่ง ประจำที่คนขับ สตาร์ทเครื่องรอ และทำให้หญิงสาวทั้งโกรธทั้งแค้นทั้งอับอายในคำของเขา และจำต้องเปิดประตูเข้ามากระแทกกายลงนั่ง ศรัณพัฒน์ขับรถเก๋งคันหรูของเธอถอยหลัง และตั้งลำขับกระชากออกไป เขามองตรงไปข้างหน้าเงียบๆ เหมือนไม่มีหญิงสาวนั่งอยู่ด้วย

อากัปกริยาเขา ทำให้สุทธิรักษ์แค้นสุดขีด จนต้องเข้าโถมทุบ ลงบนไหล่เขาไม่นับ พร้อมทั้งร่ายยาว ตวาดแหวใส่

นี่ๆๆๆไอ้คนสารเลว นี่รถฉันนะไม่ใช่รถแข่ง และจ้างให้ฉันก็ไม่มีวันแต่งงานกับนาย นี่แหละเป็นคำตอบของฉัน ที่ฉันไม่ต้องคิดอีกแล้ว และฉันก็ไม่มีอะไรจะตกลง จอดรถ และลงไปได้แล้ว บอกให้จอดไงล่ะ

 ศรัณย์พัฒน์มีสีหน้าเปื้อนยิ้ม ทำทองไม่รู้ร้อน และยังขับรถไปเรื่อยๆ เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ทำให้เธอหันไปกระหน่ำทุบเขาอีก

“ นี่ๆๆ....ถึงถนนใหญ่แล้วนะ เชิญนายลงไป เรียกแท็กซี่ได้แล้ว ฉันบอกว่าฉันมีนัด เข้าใจภาษาไทยเหรอเปล่า “ เธอเอ่ยเมื่อเขาขับออกมาถึงถนนสายหลัก แต่เขายังคงมองตรงไปข้างหน้า ขับรถด้วยท่าทางสบายอารมณ์

“ นายเกรท....นายอย่ามาทำหน้ามึนนะ บอกให้จอดไงล่ะ จอดสิ......นี่ๆๆๆ ” หญิงสาวทั้งโถมทุบและร้องตวาดเสียงเขียว จิกรั้งแขนเสื้อเขากระชาก ใบหน้าแดงก่ำอย่างโกรธจัด

นี่เธอ......เป็นบ้าเหรอ .เธออยากให้ฉันเบรก กับเสาไฟฟ้าเหรอไงล่ะ เขาหันมาตวาด

นายก็จอดสิ

ก็ฉันบอกแล้วไงล่ะว่าฉันอยากกินข้าวกับเธอ นั่งเฉยๆเลยนะ ยัยจอมกวน ไม่งั้นฉันจะเอาเบนซ์สปอร์ตป้ายแดงของเธอ ไปเฉี่ยวกับเสาไฟฟ้าให้ดู รับรองเธอสะอื้นแน่ เขาเอ่ยโดยไม่หันมามอง หน้าหญิงสาวที่ออกอาการ โกรธหัวฟัดหัวเหวี่ยง หายใจถี่จนอกสะท้อน กัดริมฝีปากไว้แน่น

ครู่เดียวชายหนุ่มก็ขับขึ้นมอร์เตอร์เวย์ ทำให้สุทธิรักษ์ ร้องโวยวาย นี่ นายจะไปกินข้าวที่ไหน

ไปชายทะเล หาอาหารทะเลกินไงล่ะสุดที่รัก  เขาเอ่ยพร้อมทั้งหันมายักคิ้วให้ 

ก็ได้........แล้วนายจะได้รู้ฤทธิ์ฉัน

ศรัณพัฒน์ปรายตามามองเธอ พร้อมทั้งยิ้มเยือนในสีหน้าบางๆ ที่ทำให้หญิงสาว สะบัดกายฮึดฮัด แต่ในเมื่อทำอะไรไม่ได้ จึงจำต้องนั่งนิ่งอาฆาตแค้นเขาอยู่ในอก

ทำให้ชายหนุ่มเข้าภวังค์........ยัยสุดที่รักจอมกวน ไม่มีท่าทางจะรับข้อเสนอแน่นอน และเท่าที่เรารู้มา เจ้าหล่อนสุดดื้อ สุดรั้น ฤทธิ์เยอะอย่าบอกใคร เพราะเป็นลูกสาวคนเดียวของเจ้าสัวเจริญ ที่มีฐานะมั่งคั่งระดับมหาเศรษฐี ซึ่งความจริงแล้วที่เราเคยพบท่านครั้งหนึ่ง ท่านก็ดูใจดีไม่เห็นเหี้ยมเกรียมเหมือยยัยตัวแสบ

 และตระกูลยัยสุดที่รัก กับตระกูลของเรา ยังมีความสัมพันธ์อันดี กันมาอย่างยาวนาน คงตั้งแต่สมัยพระเจ้าเหา เราจะทำยังไงดีนะ ที่จะทำให้เจ้าหล่อนยอมแต่งงานด้วย ถ้ายัยทอมจอมกวนไม่ตกลง เงินสิบห้าล้านที่เราขอคุณแม่ไว้ สำหรับไปแข่งรถ คงต้องแห้วแน่ ทำยังไงดีน้า.....เขานิ่งคิด

“ วิ่ววววว.......” และแล้วเขาก็ผิวปากหวือออกมา เมื่อแผนการร้ายแล่นปราด เข้ามาในสมอง

เสียงผิวปากทำให้เธอหัน ไปมองเขาอย่างหมั่นไส้ แค้นจนอกแทบระเบิด......นายเกรท ลูกชายคนเดียวของ คุณหญิงนพวรรณ ลูกสาวพระยาพานทอง มีมรดกเก่าแก่มากมายมหาศาล คุณหญิงแม่ของนาย แสนจะน่ารัก เลิศหรู อยู่ในสังคมระดับสูง พูดจาก็อ่อนหวาน จนเรายังเชียร์ให้คุณพ่อจีบ แต่ทำมั้ยทำไม มีลูกไม่ได้เรื่องได้ความ หน้าตาก็พอดูได้ แต่นิสัยเห่ยสิ้นดี คอยดูนะถ้าพาฉันไปกินข้าวตรงไหนก็แล้วแต่ ฉันจะแกล้งอาละวาดนายให้อายคน ดูสิ......ยังจะกล้ามารบเร้าอีกเหรอเปล่า.......

 

คุณเจริญและคุณหญิงนพวรรณ นั่งปรึกษากันด้วยสีหน้า ที่ไม่สบายใจนัก คุณเจริญเอ่ยปลอบขึ้นก่อน

คุณหญิง.......อย่าเครียดนักสิครับ รอฟังคำตอบจากเขาสองคนก่อนดีกว่านะครับ บางทีหนุ่มสาวพอพบกัน อาจจะคุยกันรู้เรื่องก็ได้นี่ครับ เพราะทั้งคู่ก็ยังไม่มีใคร ปะทะคารมกันบ้างอะไรบ้าง ก็อาจจะลงล็อกปรับตัวเข้าหากันได้ ไม่น่ายากนักหรอกครับ

ดิฉันก็ภาวนาไว้แบบนั้นละค่ะ บอกตรงๆนะคะ ว่าดิฉันอยากได้แม่หนูธิรักษ์ มาปราบพ่อตัวดีของดิฉันเหลือเกิน มีเมียมาปราบจะได้ เอาการเอางานกับเขาบ้าง ดิฉันเห็นแม่หนูลูกสาวคุณน่ะแกเก่งกล้า รู้จักทำงานช่วยกิจการของคุณ ก็อยากจะให้มาฉุดมารั้ง ให้เขาพากันมาบริหารงานที่โรงแรมด้วยกัน ดิฉันกับคุณเจริญ ก็จะได้วางมือตรงนี้เสียบ้างน่ะค่ะ คุณหญิงนพวรรณเอ่ยปรารภ

เราก็ได้แต่คาดหวังน่ะคุณหญิง ผมเองก็อยากให้ยัยธิรักษ์ แกแต่งงานมีสามี เพราะทุกวันนี้ ผมก็ไม่รู้ว่าลูกสาวผม แกเบี่ยงเบนเหรอเปล่า คบแต่ผู้หญิงพากันมาค้างที่บ้านบ่อยๆ และก็ห้าวซะจนผมกลัวใจ เกิดต่างคนต่างไปคว้าใครมา และมาคอยผลาญละก็ อีกหน่อยสมบัติ ที่เราสร้างสมกันมาก็คงไม่เหลืออะไร เฮ้อ......เราน่าจะมีลูกสักสี่ห้าคนนะคุณหญิง คนนี้ไม่เอาถ่าน ก็ยังมีคนอื่นมารองรับได้บ้าง และเราสองคนก็คงไม่ต้องมานั่ง วางแผนกันจนปวดหัวอย่างนี้ คุณเจริญเอ่ยพร้อมทั้งส่ายหน้าน้อยๆ

เอิ่ม......แล้วแม่หนูธิรักษ์ แกจะเป็นทอมเหรอเปล่าล่ะคะคุณ.เจริญ......เพราะถ้าเป็นละก็ แกคงจะไม่ตกลงหรอกค่ะ “

“ ผมก็ไม่ค่อยแน่ใจหรอกครับ เพราะพอผมถาม แกก็โกรธเป็นฟืนเป็นไฟ พาลไม่พูดไม่จา นี่กว่าจะหว่านล้อมให้ไปพบพ่อเกรทได้ ก็แทบตายเลยละครับ อืม......แต่ผมคิดว่าแกไม่น่าจะเป็นหรอกนะครับ แกไม่มีแม่และก็โตมากับพ่อ แกไม่มีต้นแบบน่ะครับ “

คุณหญิงมีสีหน้าหนักใจมากขึ้นไปอีก และเอ่ยปรารภ “ เฮ้อ.....ช่างน่าปวดหัวกับเด็กสมัยนี้ซะเหลือเกินนะคะ จะเป็นอะไรก็ไม่ชัดเจน ทำเอาคนเป็นพ่อเป็นแม่กลุ้ม จนต้องกลายเป็นว่า มานั่งวางแผนจับคู่ให้ลูก “  

“ ผมได้แต่โทษตัวเองนะครับคุณหญิง เพราะเมื่อตอนแกเล็กๆ เราก็มัวแต่ทำมาหากิน ไม่มีเวลาดูแลลูก “ คุณเจริญเอ่ยพร้อมทั้งพ่น ลมหายใจออกมาเบาๆ

“ ส่วนพ่อตัวดีของดิฉันน่ะฉันก็โทษตัวเองเหมือนกัน ที่ตามกันมาทั้งชีวิต พอขัดใจก็เลยจะเป็นจะตาย แต่เรื่องแต่งไม่มีปัญหาหรอกค่ะ อยากไปแข่งรถทำได้ทุกอย่าง แต่ดิฉันก็มีไม้เด็ดไว้ปราบเจ้าตัวดี ให้อยู่หมัดอยู่เหมือนกันนะคะ ขอเพียงแต่ให้แม่หนูธิรักษ์ ตกลงแต่งเท่านั้นละค่ะ

คราวนี้คงได้วัดกึ๋น พ่อลูกชายของคุณหญิงแล้วละครับ ว่าจะเจรจาสำเร็จเหรอเปล่า เรากำลังใช้เซียนปราบเซียน ก็ต้องวัดใจกันละครับ ถ้าเขาเกิดตกลงกันได้ ผมก็คงดีใจยิ่งกว่าได้แก้ว จะได้มีความหวัง ที่จะได้อุ้มหลานกับเขาเสียที  

เฮ้อ......ดิฉันไม่มั่นใจเลยค่ะ เพราะชื่อเสียงพ่อลูกชายดิฉัน มันไม่ได้น่าปลื้มสำหรับหนูธิรักษ์เอาซะเลยน่ะสิคะ คุณหญิงนพวรรณเอ่ยด้วยสีหน้าที่เป็นกังวล

“ อย่าไปเครียดเลยครับคุณหญิง ความจริงพ่อเกรท แกก็ไม่ได้เลวร้ายอะไร เพียงแต่มุ่งมั่นทำในสิ่งตัวเองชอบ คนเราพออิ่มตัวก็เลิกได้ครับ ใครจะแข่งรถไปจนแก่ล่ะ ผมเป็นผู้ชายผมก็พอจะดูเขาออกนะ ถ้ามีอะไรหันเหความคิดเขาได้ เดี๋ยวเขาก็กลับมาช่วยงานคุณหญิง เขายังอยู่ในวัยคะนอง ก็อย่างนี้แหละครับ เราดูเหตุการณ์ไปก่อนดีกว่า วันนี้ก็คงรู้ละครับ ว่าเขาจะคุยกันรู้เรื่องหรือเปล่า

 


          * นายเกรทคิดแผนร้าย เพื่อต้องการแต่งงานเพื่อเงิน ทั้งคู่ต่างก็ไม่ได้รักกัน เซียนจึงต้องคิดปราบเซียน ศึกครั้งนี้สาหัสสากรรจ์ทั้งคู่ * 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 12 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

371 ความคิดเห็น

  1. #17 ตะบองเพชรจิ๋ว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2555 / 15:02
    แรงด้วยกันทั้งคู่สนุกดี
    #17
    0
  2. #15 gemarco (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2555 / 05:10
    แรงกันทั้งคู่อนาคตต่อไปคงมีเรื่องสนุกมาให้ทำแน่ๆ
    #15
    0
  3. #10 milan-tee (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2555 / 12:53

    มาชื่นชมคะ.. สนุกแน่งานนี้

    #10
    0
  4. #8 lullana (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 12:50
    เอากำลังใจมาฝากกกกกกกกกกกจ้าพี่บุษ
    #8
    0
  5. #6 tungkn4841 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 20 มีนาคม 2555 / 20:51

    ไม่ใช้ตัวลูกของทั้งคู่ที่จะคิดแผนร้ายแต่งงานเพื่อให้ได้สมบัติ ส่วนตัวพ่อแม่ก็คิดหาหนทางให้ลูกได้แต่งงานเพื่อเจริญรอยตามความมุ่งมั่นของทั่งคู่เช่นกัน

    รอไรเตอร์มา up ต่อ

    #6
    0
  6. #5 kano2540 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 23:45
    ไรเตอร์คนดี คนเก่ง และน่ารัากกกกกกที่สุด เปิดเรื่องใหม่ให้ติดตามอีกแล้ว ขอเป็นกำลังใจค่ะ
    #5
    0
  7. #4 ปิยะวรรณ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 21:43

    ตอนแรกก็น่าอ่านแล้วค่ะ

    #4
    0
  8. #3 cattycall (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 21:08
    ขี่งกเหมื่อนกันนะพี่เอกเรื่องนี้
    #3
    0
  9. #2 nan.4n (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 19:36
    น่าอ่านมากค่ะ  จะเป็นกำลังใจให้นะคะ
    #2
    0
  10. #1 jeabkiss (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2555 / 19:29
    สมน้ำสมเนื้อจริงๆคู่นี้
    #1
    0