คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์)

ตอนที่ 2 : เจ้าชายเคมิน อัพ100%


     อัพเดท 13 มิ.ย. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักดราม่า
Tags: รักหวาน, ลึกลับ., ริษยา.....แย่งชิง.....อำนาจ
ผู้แต่ง : บุษบาพาฝัน/สร้อยอินทนิล ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ บุษบาพาฝัน/สร้อยอินทนิล
My.iD: https://my.dek-d.com/intuon55
< Review/Vote > Rating : 94% [ 14 mem(s) ]
This month views : 9 Overall : 83,689
948 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 107 คน ]

[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์) ตอนที่ 2 : เจ้าชายเคมิน อัพ100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5345 , โพส : 14 , Rating : 98% / 19 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่ 2 องค์รัชทายาทเคมิน อัพ100%

 

เวรียาหลับตานิ่งๆ ภาพต่างๆผุดพรายขึ้นในมโนสำนึก เสียงเพลง wedding march บรรเลงหวานใบหน้าของชายคนรัก ที่กำลังจูงมือเธอ เดินผ่านแขกเหรื่อ ที่นั่งอยู่สองฟากฝั่ง เขาหล่อเข้มในสูทสีขาว สายตาที่ทอดมองมาที่เธอเปี่ยมรักเปี่ยมสุข  เธอเห็นภาพตนเองในชุดเจ้าสาว งดงามราวกับเจ้าหญิงในเทพนิยาย ด้วยชุดวิวาห์ที่สั่งตัดจากปารีส ที่เธอและเขาช่วยกันเลือกแบบ เวรียารู้สึกว่าตนเองได้ระบายยิ้มเยือน อิ่มเอม ลอบปรายตามองสีหน้าและท่าทางของเพื่อนๆ ที่มานั่งเป็นสักขีพยานในโบสถ์ และยังหันมาส่งซิกส์ล้อเลียน ทำให้เธอปลื้มปิติ ขวยเขินจนต้องก้มลงมองช่อบูเก้ ที่ถืออยู่ในมือ ก่อนที่จะเดินไปถึงหน้าแท่นทำพิธี ซึ่งบาทหลวงได้ยืนสงบรอคู่บ่าวสาว

 และแล้วเหตุการณ์ที่ไม่คาดฝันก็เกิดขึ้น เมื่อหญิงสาวผู้หนึ่ง ที่นั่งอยู่ในกลุ่มแขกเหรื่อแถวหน้าสุด ได้ลุกขึ้นยืนจูงมือเด็กผู้ชาย วิ่งปราดเข้ามาขวางหน้า พร้อมทั้งแสดงตัวว่าเป็นใคร และยกมือชี้หน้าด่าทอเธอ อย่างสาดเสียเทเสีย ทุกอย่างพังภินทร์ลงชั่วพริบตา หัวใจได้สลายลงสิ้นแล้ว จบความฝันอันแสนสุข ลงณ.นาทีนั้น เธอยกมือขึ้นปาดน้ำตาบนแก้ม และเมื่อลืมตาขึ้น เขาผู้นั้นซึ่งนั่งอยู่ด้านหน้า ก็เอี้ยวตัวส่งผ้าเช็ดหน้าให้ โดยไม่กล่าวว่ากระไร ทำให้เวรียารู้สึกหน้าชา ร้อนวูบวาบ และจำต้องรับผ้าเช็ดหน้าผืนนั้นมากำไว้ นึกโกรธตัวเอง ที่หลั่งน้ำตา แสดงความอ่อนแอออกมา ให้คนอื่นเห็น

เครื่องบินเหินฟ้า เพียงแค่ชั่วโมงกว่าๆ ความอัดอั้นที่เก็บไว้ในอก กับคำถามที่คิดว่าจะต้องขู่เข็ญคาดคั้น ออกมาจากปากนายพลขี้เก็กสุดหล่อคนนี้ ได้จ่ออยู่ที่ริมฝีปากเธอ เครื่องบินร่อนลงบนสนามบินเล็กๆ เมื่อเครื่องจอดสนิท เขาหยิบหมวกมาสวม มีชายในเครื่องแบบวิ่ง มาที่ประตูตอนหน้า ทำความเคารพ และเปิดประตูให้เขาก้าวลง พรมแดงปูลาดจากบันไดเครื่อง สองฝั่งมีทหารมาตั้งแถวรอรับ และมีชายในเครื่องแบบ อีกสองนายมาเปิดประตูให้เธอ คำถามที่จ่ออยู่ที่ปากด้วยอารมณ์ ที่ยังนึกเคืองขุ่น ต้องกลืนหายลงไปในลำคอ เมื่อบุคคลในเครื่องแบบ ที่น่าจะเป็นนายทหารระดับสูง เข้ามาชิดเท้าระวังตรง เอ่ยรายงานขึ้น

“ ทูลเชิญเสด็จพระเจ้าค่ะ “ เขารับการทำความเคารพ นายทหารระดับสูงท่านนั้น แตะปีกหมวกไว้ในขณะเดินผ่านแถวทหาร ด้วยท่าทางที่งามสง่า เขาเรียกกองเกียรติยศสินะ........เวรียาบอกกับตนเอง

  สิ่งที่เธอเห็นตรงหน้า ทำให้เวรียายังคงยืนนิ่งขึงอยู่ตรงนั้น รถโรสลอยด์มาจอดเทียบลง ที่สุดพรมแดงที่ปูลาด ทหารวิ่งมาระวังตรงค้อมตัวเปิดประตูรอ ก่อนที่เขาจะก้าวเข้าไปนั่ง ได้หันมามองเธอนิดหนึ่ง ทหารสองนายก้าวเข้ามายืนตรงหน้าเธอ ค้อมศีรษะให้เธอ กล่าวเชิญเป็นภาษาอังกฤษ และหันหลังออกเดินนำหน้า ที่ทำให้เวรียา จำต้องก้าวตามไป ด้วยความรู้สึกวูบวาบตลอดร่าง ที่เธอรู้สึกว่าสายตาของทหารทุกคู่ จ้องมาทีเธอ แม้จะยังยืนอยู่ในท่าระวังตรง

เมื่อเธอเดินมาถึงรถ ในขณะที่เขาก้าวเข้าไปนั่งทางเบาะหลัง มีชายในเครื่องแบบทหาร มาเปิดประตูตอนหน้า ให้เธอนั่งคู่กับคนขับ เวรียาหน้าร้อนวูบวาบ เมื่อนึกว่าเขาให้เธอนั่งมาในเครื่องบิน ซึ่งตรงนั้นน่าจะเป็นที่นั่งของเขามากกว่าสินะ

รถแล่นช้าๆออกจากสนามบิน ที่ประดับธงทิวสะบัดพริ้วตามแรงลม มันเป็นสนามบินที่ตั้งอยู่ในสภาพ ที่รายล้อมด้วยธรรมชาติที่งดงามจริงๆ เธอกวาดสายตาชมทิวทัศน์ อย่างตื่นตาตื่นใจ และยังตื่นเต้นเงียบๆ กับภายในรถคันนี้ ที่หรูหราไฮโซ และคิดว่าชาตินี้ เธอคงไม่มีวาสนาจะได้นั่งอีก  และอยากจะหันหน้าไปทางด้านหลัง อยากเห็นหน้าเขานัก ว่าเขาจะมีสีหน้ายิ้มกริ่มขำๆ ในความเปิ่นเทิ่นของเธอขนาดไหน โธ่เอ๊ย........เวรกรรมของเวรียา ที่ตาต่ำ จนไม่รู้ฟ้ารู้ดิน ดีนะ..........ที่ยังไม่ได้ต่อว่าต่อขาน หรือว่าถามคำถามบื้อๆอะไรออกไป ตั้งแต่พบหน้าเขาบนเครื่อง เพราะถ้าไม่นึกถึงมารยาทในตอนนั้น ป่านนี้เธอจะทำยังไง จะเอาหน้าไปซุกไว้ตรงไหน ที่มีตาหามีแววไม่ นึกขอบคุณ..........มารยาทของคนไทย ที่สอนให้รู้จักเกรงใจผู้อื่น และแล้วเธอก็ถอนหายใจ ออกมาอย่างลืมตัว

เวรียานั่งระวังหลังตรง เมื่อรู้ว่าเขาไม่ใช่สามัญชน และดูเหมือนกายเธอ จะลีบเล็กลงไปทันที และไม่กล้าที่จะเหลียวล่อกแล่ก เพียงแต่ใช้สายตากราด มองไปนอกตัวรถ ชมธรรมชาติรอบกาย กับถนนสายนั้นที่ตัดผ่านไปตามเนินเขา ช่องเขา ทอดขึ้นๆลงๆ ทั้งสองข้างทางเขียวขจี อุดมสมบูรณ์ ทำไมนะ.......ท้องฟ้าที่นี่จึงงดงามนัก เหมือนมีไอหมอกบางๆลอยอยู่เหนือยอดเขาตรงหน้า ทั้งที่ตอนนี้ก็เกือบเที่ยงวันแล้ว รถนำขบวนแล่นเข้าเขตตัวเมือง ที่พอมองเห็นบ้านเรือนหลังใหญ่สไตล์ยุโรป ที่มีปล่องไฟงดงาม ปลูกลดหลั่นตามเนินเขา อย่างได้สัดส่วนตามผังเมือง อากาศที่นี่คงจะหนาวเย็นเยือกไม่เบาสินะ 

และแล้วรถก็แล่นเข้าสู่ประตูโค้ง ซึ่งน่าจะเป็นเขตพระราชฐาน เพราะเบื้องหน้าของเธอ มีอาคารที่งดงามเกินที่จะพรรณา ที่มันน่าจะเป็นปราสาทราชวัง เพราะมันใหญ่โตโอฬาร ตกลงสำนักงานในกรุงเทพฯ ที่รับสมัครนักวิชาการด้านการศึกษา ได้ส่งเรามาทำอะไรที่นี่กันล่ะ เธออยากจะหันมาถามเขา ซึ่งนั่งเงียบกริบมาตลอดทาง แต่ก็ไม่กล้า ซวยแล้วสิเรา........จะมาทำอะไรให้เขาได้ที่นี่กันล่ะ ........

รถแล่นผ่านประตูชั้นในรอดใต้อาคารหลังนั้น ซึ่งมีทหารองครักษ์ แต่งเครื่องแบบงดงาม ยืนถือปืนรักษาการณ์ อยู่ตามซุ้มประตู ที่เรียงรายอยู่ด้านหน้า ก่อนจะเข้ามาในตัวอาคาร ใจของเวรียาก็ยิ่งแป้วลงเรื่อยๆ รถเทียบลงด้านข้างของอาคารหลังนั้น ซึ่งเป็นช่องกลางระหว่างอาคาร ทหารในเครื่องแบบองครักษ์อีกสองนาย มายืนระวังตรง และค้อมกายมาเปิดประตูให้ เขาลงไปยืนสง่า เวรียาก็มีทหารมาเปิดประตูให้ ก้าวลงมายืนเช่นกัน เขาหันมามองหน้าเธอนิดหนึ่ง และเหมือนจะพยักหน้า ให้เดินขึ้นบันไดตามเขาไป อากาศในโถงนั้นเย็นเฉียบ ด้วยผนังที่เป็นหินอ่อนสีชมพูจางๆ โคมไฟระย้าห้อยไว้เป็นระยะๆ ตลอดแนวโถง ส่องแสงสว่างมลังเมลือง

จนเกือบสุดโถงอันงดงามนั้น ทหารเปิดประตูห้องให้เขาก้าวเข้าไป ร่างสูงสง่าในเครื่องแบบนายทหารระดับนายพล ก็หันมาพยักหน้าน้อยๆ ผายมือมาเชื้อเชิญ เหมือนจะล้อเลียนกลายๆ  ทำให้เธอก้าวเดินตามเข้าไป ประตูบานสวยถูกทหารองครักษ์ปิดลง ห้องทำงานส่วนตัวของเขาสินะ  เพราะเขาเดินไปนั่งหลังโต๊ะทำงานตัวใหญ่ อย่างสง่างาม ผายมือให้เธอนั่งลงตรงหน้าเขา ทำให้เธอได้กราดสายตามองไปจนทั่วห้องนั้น อย่างสุดทึ่งกับความหรูหราอลังการ

“ ตามสบายนะคุณเวรียา “ เขาเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษ และเอ่ยต่ออีก เหมือนจะรู้ใจเธอ “ สงสัยจะถามอะไรก็ถามมาได้เลย ก่อนที่คุณจะได้ไปพักผ่อน ผมรู้ว่าคุณกำลังมีคำถาม มากมายอยู่ในใจ “

เขาเอ่ยด้วยรอยยิ้มเยือนบางๆ ในอิริยาบถสบายๆ ด้วยหมุนกายอยู่บนเก้าอี้น้อยๆ ใบหน้าที่วางเข้มมาตลอด ผ่อนคลายลง จนทำให้เวรียาได้มีโอกาศได้พิจารณา เขาหล่อเข้ม ดวงตาคมสวยสีน้ำตาลอ่อน ขนตาสวยดกงอน ภายใต้คิ้วหนา จมูกโด่งคม ใบหน้าเรียวขาวใส ประดับด้วยเคราบางๆ และทำให้เวรียานึกถึง ท่านชีคหนุ่มๆหล่อๆในตะวันออกกลาง และท่านายพลหนุ่มผู้นี้ ที่คงจะเป็นใครสักคนในรางชวงค์ ยังเหมือนมีเลือดผสมของคนตะวันตกอยู่ด้วย

เขายิ้มเยือนอยู่ในสีหน้าและแววตา กับท่าทางเงียบๆนิ่งๆของหญิงสาว ที่กำลังจ้องมองหน้าเขา “ ไม่ต้องเกรงใจหรอกนะ เราทำงานร่วมกันแล้วนี่ คุยกันได้ทุกเรื่อง เพราะในโอกาศต่อไปเรามีเรื่องมากมาย ที่จะต้องปรึกษาหารือกัน เชิญครับคุณเวรียา   

เวรียาแก้มร้อนผ่าวขึ้นมาทันที ที่รู้สึกว่าเขาคงเห็น เธอกำลังเพลินมองใบหน้า อันแสนจะหล่อเหลา เลิศหรูของเขาอย่างพินิจพิจารณา

“ เอ่อ........ขอโทษนะคะ จ้างดิฉันมาทำอะไรที่นี่ อะไรคืองานของดิฉัน และดิฉันไม่อาจจะปฏิบัติงานอะไรได้ ถ้ายังไม่ทราบว่ากำลังพูดอยู่กับใคร และสมควรจะปฏิบัติตัวยังไง ดิฉันไม่อยากเห็นตัวเองเป็นตัวตลก ให้ใครมองอย่างขันๆ “

เสียงเขาหัวเราะหึๆ อย่างนึกขันที่เธอรัวคำถาม อย่างไม่ยั้ง และยังเหน็บเขาในประโยคท้าย อย่างกล้าหาญชาญชัย และก่อนที่เขาจะตอบ ก็มีเสียงเคาะประตู ทหารในเครื่องแบบ นำน้ำร้อนน้ำชากาแฟชุดใหญ่ ในชุดชุดเครื่องเคลือบที่ทั้งถ้วยและเหยือกงดงาม เรียกได้วิลิศมาหรา มาวางลงที่ชุดรับแขกที่อยู่ภายในห้องนั้น  เขาจึงลุกเดินมานั่ง และผายมือให้เธอมานั่งลงตรงข้าม กาแฟถูกรินลงจากเหยือกสวย ลงในถ้วยกาแฟหรูสองที่ เขาผายมือเชื้อเชิญ

“ คุณเวรียา........จากใบสมัครงานของคุณ ประวัติการศึกษา การทำงาน ประวัติส่วนตัว ทำให้ผมเลือกคุณมาช่วยงานที่นี่ คุณอาจจะไม่คุ้นเคยนัก ถ้าต้องใช้คำราชาศัพท์กับผม ในฐานะที่ผมเป็นพระอนุชาของเจ้าผู้ครองนครนี้ แต่ระหว่างเราคุยกัน ก็คงไม่จำเป็น นอกจากอยู่ต่อหน้าคนอื่น ก็คงจำเป็นน่ะ ตำแหน่งของผม เป็นผู้บัญชาการทหาร และมีหน้าที่ปกครองดูแลหลายด้าน เพราะเรายังขาดบุคคลากร ที่ทางเราก็ออกจะเลือกเฟ้นบุคคล ที่จะเข้ามาร่วมงานสักหน่อย ตอนนี้ก็มีชาวต่างชาติ ทำงานให้เราอยู่หลายคน แต่ส่วนมากจะเป็นผู้ชาย และมีคุณคนแรกที่เป็นผู้หญิง “

พระอนุชางั้นเหรอ คำราชาศัพท์งั้นสิ เราไม่เคยกระดิกหูเลยด้วยซ้ำ เพราะไม่เคยใช้กับใคร ในโอกาศไหนๆเลย ถ้าพูดก็คงจะประดักประเดิดพิลึกเลยสินะ แต่เราก็คงต้องเริ่มใช้ให้ได้แล้วสินะ ก็ตกกระไดแล้วนี่ ก็ต้องพลอยกระโจนน่ะสิ ไม่เป็นอะไรหรอกน่า........สู้ๆสิเวรียา

“ ผมทราบจากประวัติในใบสมัครงานของคุณ ว่าคุณเป็นนักวิชาการ เกี่ยวกับการศึกษา เราจะมาวางแผนเรื่องการพัฒนาการศึกษากัน และคุณคงต้องลงไปดูพื้นที่ ลงไปศึกษาดูเรื่องการเรียนการสอนของเรา แล้วค่อยมาแพลนงานกัน แต่ตอนนี้ผมไม่ยังไม่มีเวลากับงานนี้ คงต้องให้คุณช่วยสอนหนังสือ ให้องค์ฮาน่าไปสักพักหนึ่งก่อน พระองค์เป็นพระราชธิดาองค์น้อยๆ ของเสด็จพี่ฟาฮีล กษัตริย์ที่ครองนครนี้ คุณคงไม่รังเกียจใช่มั้ย “

รังเกียจเหรอ....... เงินเดือน เดือนละหนึ่งแสนห้าหมื่นบาท พร้อมที่อยู่ที่กิน ถ้าจะให้เพียงสอนเด็กเล็กๆสักคนจะเป็นไรไป แถมท่านชายพระอนุชาสุดหล่ออีกคน ก็ยังไหวเลย.........เธอคิดพร้อมทั้งขำความคิดของตนเองในใจ และสายตาตนเองก็คงจะสื่อความคิดออกไปด้วย ทำให้เขาจ้องหน้าเธอนิ่งๆก่อนจะเอ่ย

“ นักวิชาการชอบใช้ความคิดนาน ก่อนที่จะตอบเสมอเหรอครับ “

เวรียาส่ายหน้าแรงๆทันที และนึกได้ว่าไม่สมควร และยิ้มแห้งๆออกมานิดหนึ่ง ก่อนจะตอบ “ เอ่อ.......หม่อมฉันก็คงต้องคิดอะไรๆหลายเรื่อง ทั้งเรื่องคำพูด และการวางตัวที่เหมาะสม ก็คงจะคิดช้าไปหน่อยมังคะ “

ใบหน้าหล่อเข้มคลี่ยิ้มออกมา เป็นครั้งแรก ที่ทำให้เวรียารู้สึกว่าโลกที่กำลังเป็นสีเทาของเธอ สว่างไสวขึ้นทันที ตาหวานคมกริบ จ้องมองเธออย่างพึงพอใจในคำตอบ และยกถ้วยกาแฟขึ้นจิบ ผายมือให้เธอจำต้องยกถ้วยกาแฟขึ้นดื่ม

“ เอาละ........แล้วคุณคงจะได้ศึกษา สาธารณรัฐซันซีฮาของเราไปเรื่อยๆ ผมรู้มาว่าคุณชอบศึกษา ค้นคว้าหาเรื่องราวต่างๆ ตามอาชีพนักวิชาการ และถ้ามีข้อข้องใจอะไรก็ถามผมได้นะ ยินดีให้ความกระจ่าง และอีกสักครู่จะมีคนมาพาคุณไปที่พักรับรอง หวังว่าคุณจะปรับตัวเข้ากับที่นี่ได้ไม่ยากนัก จะมีคนมารับหน้าที่ คอยดูแลอำนวยความสะดวกให้คุณแทนผม และหวังว่าเวลา คงจะลบเลือนความรู้สึกในอดีตได้ ในอีกไม่นานนักนะครับ ” เวรียาตีความหมายในคำพูดของเขาในสมองทันที แต่เขาก็เอ่ยขึ้นอีก

“ อืม....... การร้องไห้ถึงแม้จะทำให้เราได้ระบายความทุกข์ ลงไปได้บ้างก็จริง แต่มันอาจจะทำให้เราดูเหมือนคนที่ยอมให้ ความทุกข์เข้ามามีบทบาทกับเรามากเกินไป จริงมั้ยครับ “ เขาเอ่ยแล้วลุกขึ้นยืน เดินกลับไปที่โต๊ะทำงาน ไม่ได้รอคำถามหรือคำตอบจากเธอ ที่แทบจะคิดไม่ทันด้วยซ้ำ ว่าเขาหมายความว่าอะไร เขารู้เรื่องอะไรของเรางั้นหรือ คงไม่น่ะ.........

เขาเดินไปกดกริ่งบนโต๊ะทำงาน และเพียงแค่อึดใจ ทหารก็เปิดประตูนำร่างหญิงชรา ในเครื่องแต่งกายเรียบร้อย และคงเป็นชุดพื้นเมืองของคนที่นี่ หญิงผู้นั้นทรุดตัวลงหมอบกราบ เขาเดินมาจับไหล่ยกร่างหญิงชราให้ลุกขึ้นอย่างหยอกเย้า เอ่ยถามด้วยสีหน้าที่อ่อนโยน น้ำเสียงนุ่มละมุน

“ ลาฮาล.........คิดถึงฉันมั้ย “

*หญิงชราแย้มยิ้มออกมาด้วยสีหน้า และแววตาที่จงรักภักดีเหลือล้น อย่างที่เวรียารู้สึกพลอยปลื้มปิติไปด้วยกับบุคคลทั้งสอง ที่เหมือนจะสนิทชิดเชื้อ เอื้ออาทรต่อกันนัก ความเข้มแข็งในร่างของบุรุษหนุ่มผู้สูงศักดิ์ แต่มีทีท่าอ่อนโยนกับหญิงชรา เป็นภาพที่น่าชื่นใจสำหรับเธอ

“ ไม่คิดมังคะ “ หญิงชราตอบอย่างประชด แล้วค้อนให้น้อยๆ

เขาแย้มเยือนเอ่ยออกมา เจือด้วยเสียงหัวเราะในลำคอ  “ ฉันไปแค่เดือนเดียว ฉันยังคิดถึงลาฮาลเลยนี่ ฉันซื้อของฝากจากเมืองไทยมาให้หลายอย่าง แล้วจะเอาไปให้ทีหลังนะ แต่วันนี้ฉันมีงานให้ลาฮาลทำจ๊ะ..........” เขาเอ่ยเป็นภาษาพื้นเมือง ที่เวรียาเคยร่ำเรียนภาษานี้มา และเข้าใจทุกคำพูดของเขา ชายหนุ่มหันมาทางเธอ ที่ยังนั่งเบียดกายตัวลีบ อยู่บนเก้าอี้สุดหรูหมู่นั้นนิ่งๆ

 “ ดูแลหญิงสาวคนนี้ให้ฉันหน่อย  เขามาทำงานให้ฉัน เกี่ยวกับการศึกษาของประชาชนของเรา แต่ตอนแรกนี่ ฉันจะให้เขาถวายงานดูแลองค์หญิงฮาน่า ให้ทรงพระอักษรไปก่อนก็แล้วกันนะ เพราะงานอื่นของฉันก็คงรออยู่เต็มเหยียด  เธองดงามมั้ยล่ะจ๊ะลาฮาล .........“ เขาเอ่ยจบผายมือมาที่เธอ

หญิงชราหันมามองเวรียา อย่าเพ่งพินิจ ทำสีหน้าแปลกใจ เขาจึงจับมือหญิงชราเดินมาที่เธอนั่งอยู่ เวรียากระพุ่มมือไหว้เยี่ยงคนไทย ทำความเคารพผู้อาวุโส อย่างนอบน้อมงดงาม ส่งยิ้มทอดไมตรีให้ก่อนที่เขาจะเอ่ยแนะนำใดๆ จนลาฮาล........ซึ่งเธอรู้ว่าคำนี้หมายถึงแม่นม พยักหน้าอมยิ้มน้อยๆ ค้อมกายลงรับการทำความเคารพของเธอ ด้วยสายตาชื่นชม และนั่งราบลงที่พื้นข้างเก้าอี้ที่ประทับ

และในทันทีนั้น ลาฮาลเฒ่าก็มองไปทางประตู เหมือนจะระแวดระวังอะไรสักอย่าง และมีท่าทางลุกลี้ลุกลน ทำให้เจ้าชายหนุ่มสุดหล่อ มองหน้าหญิงชรา ด้วยสายตามีคำถาม ลาฮาลจึงเอ่ยขึ้น

“ หม่อมฉันมีเรื่องจะกราบทูลเพคะฝ่าบาท รอไม่ได้เพคะ เรื่องสำคัญมาก หม่อมฉันต้องทูลตอนนี้เพคะ “ เธอเอ่ยและมองมาที่เวรียา เขาก็ปรายตามองมาที่เธอเช่นกัน แต่เวรียามีสีหน้าสงบนิ่ง ใช้มือประสานกันไว้บนตัก อย่างสงบเสงี่ยมที่สุดในชีวิต และยังคงครุ่นคิดถึงคำพูด เชิงปลอบใจของเขาเมื่อครู่ ซึ่งยังคงติดค้างอยู่ในใจ  

“ พูดมาเถอะ ใช้ภาษาพื้นเมืองของเราก็แล้วกัน “

เวรียาจึงนั่งเงียบ ทั้งที่อยากจะเอ่ยบอกความจริง ว่าเธอศึกษาเกี่ยวกับภาษาพื้นเมือง หลายชนเผ่าในแถบเอเซียมามากพอสมควร เพราะความชอบส่วนตัว และเรียนเป็นวิชาพิเศษ ที่ไม่ได้ระบุไว้ในใบสมัครงาน แต่ก็ไม่กล้าเอ่ยบอกในขณะนี้ เพราะรู้สึกว่าลาฮาลจะร้อนรนกับ เรื่องที่กำลังจะกราบทูล และคิดว่าแล้วเธอคงได้มีโอกาศบอกเขาเรื่องนี้กับเขาในอนาคต

หญิงชรากระเถิบกายเข้าไปใกล้ และกระซิบกระซาบ แต่เวรียาก็ได้ยิน “ คือมีเรื่องไม่ดีเพคะ นางข้าหลวงจารา ได้แอบมาเล่าให้หม่อมฉันฟังว่า พระสนมครีมาทูลยุยงเสด็จ ว่าฝ่าบาทไม่จงรักภักดี และกำลังทรงคิดการกบฏ เพราะมีอำนาจทหาร อยู่ในการบังคับบัญชามากเกินไป และฝ่าบาทอาจจะติดต่อ กับชาวต่างชาติในการเสด็จไปต่างประเทศครั้งนี้ อาจจะทรงคบคิดกับต่างชาติ ที่จะล้มราชบัลลังค์เพคะ “

เขามีแววตาตระหนก ย่นหัวคิ้วเข้าหากันทันที เวรียาใจเต้นระทึกขึ้นเช่นกัน กับข่าวสำคัญที่น่าพรั่นพรึง และเธอไม่ควรจะต้องรับรู้ ทำให้หญิงสาวรีบก้มหน้าลง ซ่อนสายตาของตนเอง เกรงว่าคนทั้งคู่จะจับได้ ว่าเธอรู้ทุกถ้อยกระบวนความที่หญิงชราเอ่ย เวรียาลอบมองใบหน้าคมสัน ที่ขบกรามเป็นสันนูนขึ้นให้เห็น เสียงที่รอดไรฟันออกมาขมขื่นนัก

“ ฉันรู้ว่าเสด็จพี่ก็คงเชื่อหล่อนสินะ เพราะฉันไม่สามารถติดต่อกับคนของฉันที่นี่ได้มาเกือบอาทิตย์หนึ่งแล้ว และมีความรู้สึกแปลกๆ กับการต้อนรับที่สนามบิน ในวันนี้มากนัก ทหารคนสนิทของฉัน ไม่มีให้เห็นแม้แต่คนเดียว คงมีการโยกย้ายสับเปลี่ยนกำลัง จนหมดสิ้นแล้วสินะ “

“ เพคะ.........มีข่าวเล่าลือว่าบางท่านก็ถูกกำจัดแล้ว และบางท่านก็หนีไปเพคะ แต่ทหารส่วนใหญ่ในกองทัพ ก็ยังจงรักภักดีฝ่าบาทอยู่นะเพคะ “

เธอเงยหน้าขึ้นมองเขานิดหนึ่ง แววตาของเจ้าชายหนุ่ม ที่ฉายออกมาร้าวราน ถอนหายใจยาวออกมา พร้อมด้วยสีหน้ากร้าวขึ้น มือที่วางบนพนักเก้าอี้ กำเข้าหากันแน่น   

“ ลาฮาล.........ฉันก็อาจจะถูกกำจัดด้วยสินะ “ สีหน้ายิ้มเยือนบางๆ แววตาเศร้าสลด น้ำเสียงที่เอ่ยประชดประชัน

หญิงชราก้มหน้านิ่งไม่ตอบคำใด ทำให้เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ “ ระวังตัวหน่อยนะ อย่าพูดเรื่องนี้กับใครโดยไม่จำเป็น พาอาคันตุกะของฉันไปพักผ่อน ที่เรือนรับรองหลังเล็ก ดูแลให้ความสะดวกกับเขาด้วย ถ้าเขาเศร้าโศก ร้องไห้ ก็ปลอบใจเขาหน่อย เขาจากบ้านเมืองมา และมีเรื่องสะเทือนใจอยู่ด้วย ไปเถอะ.........ฉันจะเข้าเฝ้า และคงมีหลายเรื่องที่ต้องทำ “

“ ฝ่าบาทเพคะ........หม่อมฉันเป็นห่วงไม่สบายใจแม้แต่น้อย ไม่อยากให้เด็จกลับมาเลย หม่อมฉันสังหรณ์ใจพิกลเพคะ “ หญิงชรารำพันความในใจออกมา ด้วยสีหน้าหม่นหมอง น้ำตาเริ่มเอ่อคลอ

“ อย่ากังวลเลยลาฮาล เราพี่น้องกันคงคุยกันได้ ฉันจะไม่กราบทูลถามอะไรหรอกนะ จะทำเป็นไม่รู้อะไรทั้งสิ้น พระองค์ทรงเป็นพระเชษฐาของฉัน คงจะไม่ทรงเชื่อคำยุยง ก่อนที่จะฟังน้องสักคำหรอกน่ะ อย่าคิดมากสิจ๊ะ ไม่มีอะไรหรอก “ เขาเอ่ยปลอบโยนหญิงชรา ด้วยน้ำเสียงอ่อนโยนนัก

“ ฝ่าบาทเพคะ พระสนมครีมามีอิทธิพลมากขึ้นทุกวัน ฝ่าบาทก็ทรงทราบว่า เธออาฆาตฝ่าบาทมากมายนักนะเพคะ ที่ไม่ทรงรับรักเธอ จนเธอทำทุกอย่างเพื่อจะเอาชนะฝ่าบาท มีเสียงเล่าลือว่า เธอทำเสน่ห์ ให้เสด็จทรงหลงใหล เพราะในตอนนี้ เธอแทบจะว่าราชการแทนอยู่แล้วนะเพคะ และมีข่าวว่ากำลังจะทรงแต่งตั้งเป็นพระชายา ทั้งฝ่ายนอกฝ่ายใน ต่างก็จำยอมศิโรราบให้กับเธอ เพราะอำนาจที่มีล้นเหลือ และท่านเสนาธิการฟาบีร์ พ่อของเธอ ก็ได้รับความไว้วางพระราชหฤทัย ทรงแต่งตั้งให้คุมทหาร ราชองครักษ์ทั้งหมดแล้วนะเพคะ  “

ลาฮาลเฒ่าทูลถวายรายงาน ด้วยความจงรักภักดี ต่อองค์หน่อเนื้อกษัตริย์ ผู้ทรงเป็นพระอนุชาต่างพระมารดาขององค์ฟาฮีล ซึ่งนางได้ถวายงานมาตั้งแต่ทรงพระเยาว์ เพราะพระมารดาได้สิ้นพระชนม์ อย่างไม่มีสาเหตุ และมีเสียงเล่าอ้าง ว่าถูกลอบปลงพระชนม์ นางจึงรักและห่วงใยในพระองค์ ยิ่งกว่าชีวิตของตนเอง แม่เฒ่าจับพระหัตถ์เรียวขึ้นมาแนบแก้ม หลั่งน้ำตาออกมาด้วยความเห็นพระทัย ที่พระองค์ทรงทุ่มเทพระวรกาย ทรงงานทุกอย่างเพื่อชาติบ้านเมือง แทนพระเชษฐา ที่ทรงหลงใหลแต่อิสตรี แต่มาวันนี้ อะไรล่ะ........ที่จะตัดสินในดวงพระชะตา ที่ดูเหมือนกำลังจะมืดมน

เวรียารับรู้เรื่องนี้ด้วยความบังเอิญ และนึกเศร้าใจ เห็นใจเจ้าชายหนุ่มขึ้นมาทันที และจะเป็นยังไงต่อไปล่ะนี่ และตัวเราล่ะ ที่เดินทางเข้ามาในจังหวะนี้ จะต้องทำยังไงบ้าง กับสถานการณ์นี้ แต่เขาก็บอกเองนี่นะ ว่าพี่น้องคงจะคุยกันได้ เธอผ่อนลมหายใจออกมาอย่างลืมตัว จนเขารีบเอ่ยบอกแม่เฒ่า

“ พาแขกของฉันไปพักผ่อนก่อนเถอะนะ แล้วฉันจะไปหานะลาฮาล เรามีเรื่องจะคุยกันอีก แขกของฉันคงเหนื่อยแย่แล้วละ “ เขาเอ่ยขึ้นเหมือนจะตัดบทการสนทนา

 

ลาฮาลนำพาเธอมา ที่เรือนพักรับรองหลังเล็ก ที่อยู่หลังพระบรมมหาราชวังแห่งนั้น หญิงสาวไม่อยากเชื่อสายตา ว่าเธอจะได้เข้าพักในบ้านหลังงาม ที่แวดล้อมด้วยดอกพิทูเนียหลากสี ปลูกรายล้อมจนดูเหมือนบ้านหลังน้อยอยู่ท่ามกลางมวลดอกไม้ จนเวรียายิ้มเยือนออกมา อย่างมีความสุข ลาฮาลเดินนำเธอเข้าไปในเรือนพัก ทุกอย่างในบ้านหลังนั้นหรูหรางดงาม ประกอบด้วยห้องนอนห้องหนึ่ง ที่ยกระดับสูงขึ้นจากชั้นล่าง มีบันไดเพียงห้าขั้นเดินขึ้นไป ห้องนั่งเล่นหรือรับรองแขก ห้องครัวเล็กๆ และมีระเบียงยื่นออกไปด้านข้าง พร้อมทั้งหมู่เก้าอี้ เพื่อชมวิวทิวทัศน์ ที่มองลงไปเป็นที่ราบเขียวขจี ด้วยทุ่งหญ้า เรือนของข้าราชบริพาร ที่เป็นเรือนแถว หลายหลังปลูกเรียงรายห่างไปอีกด้าน ไกลไปจากเรือนของเธอ ที่ลาฮาลชี้ให้เธอดู แยกเป็นสัดส่วน ที่มีรั้วรายล้อม กั้นไว้ เป็นอาณาบริเวณ และชี้ไปเรือนหลังใหญ่ และบอกว่าเป็นตำหนัก ที่ประทับขององค์หญิงฮาน่าพระธิดา ที่ลาฮาลได้อยู่ถวายการดูแล ซึ่งตำหนักหลังนั้นงดงามมาก และอยู่ไม่ไกลไปจากเรือนพักของเธอ และยังบอกว่าที่ประทับของเจ้าผู้ครองนคร คือพระบรมมหาราชวังเป็นฝ่านใน อยู่ไกลไปจากที่นี่ และเธอก็เพิ่งรู้ว่า ที่เธอคิดว่าเป็นพระบรมมหาราชวังนั้นไม่ใช่  แต่เป็นอาคารที่ทำการ ของทุกทบวงกรมของเมืองนี้  

“ ลาฮาลที่นี่สวยเหลือเกินค่ะ ฉันชอบจังเลย “

“ ลาฮาลดีใจค่ะที่คุณเวรียาชอบ เราแทบจะไม่เคยมีอาคันตุกะ มาพักอยู่กับเราในฝ่ายหน้านี่เลย “  แม่นมชรา........มองเธอด้วยสายตาเป็นมิตร และเอ่ยเป็นภาษาอังกฤษทุกคำกับเธอ ยิ้มเยือนเอ่ยบอกต่อไปอีก “ อยากได้อะไรก็บอกลาฮาลได้นะคะ ฝ่าบาททรงเป็นห่วงคุณมากเหลือเกิน “

“ ลาฮาลพูดภาษาอังกฤษได้ดีมากเลยจ๊ะ หรือว่าคนที่นี่ทุกคนพูดได้ทั้งสองภาษา ดีจังเลยนะ “

“ อืม.........คุณคงไม่รู้ว่า เสด็จแม่ของเจ้าชายเคมินน่ะ เป็นคนอังกฤษ แต่ทรงสิ้นพระชนม์ตั้งแต่องค์เคมิน มีพระชันษาได้แค่ขวบเดียวเท่านั้น และลาฮาลก็ถวายการดูแลองค์เคมินมาตลอด ลาฮาลเคยเป็นข้ารองบาทสมเด็จพระมารดา จนพูดภาษานี้ได้น่ะค่ะ และคนเฉพาะในเมืองส่วนน้อย ที่พูดภาษาอังกฤษได้ คงมีเฉพาะข้าราชการระดับสูงเท่านั้นค่ะคุณ..........เอ่อ “

“ เรียกฉันว่าเวรียานะจ๊ะลาฮาล อืม........และฉันก็เพิ่งรู้จากลาฮาลนะจ๊ะ ว่าเจ้าชายทรงพระนามว่าเคมิน พระองค์คงจะทรงลืมบอกฉัน เพราะฉันเพิ่งพบกับพระองค์ท่าน เมื่อก่อนขึ้นเครื่องมาที่นี่ ฉันทำตัวไม่ถูกเลยจ๊ะลาฮาล ว่าจะปฏิบัติตัวยังไงกับท่าน ช่วยบอกฉันหน่อยได้มั้ยจ๊ะ “ เธอเอ่ยถาม พร้อมทั้งดึงมือหญิงชราให้นั่งลงในห้องรับแขก ลาฮาลจึงบอกให้เธอใช้คำพูดที่ถูกต้อง และสมควรกับโอกาส และกาละเทศะ          

เวรียาอยากถามความที่เธอได้ยิน แต่ก็รู้ว่ายังไม่ใช่เวลานี้ เธอยังไม่น่าจะเปิดเผย ว่าเธอรู้เรื่องนี้ ด้วยที่เธอเข้าใจภาษาพื้นเมืองของที่นี่เป็นอย่างดี และความลับนี้ ก็น่ากลัวยิ่งนัก กับเรื่องภายในราชสำนัก เธอรู้ว่าเรื่องนี้ไม่ใช่เรื่องเล็กๆเลย หญิงชรามองหน้าที่เป็นกังวลของเธอ และเอื้อมมือมาแตะ บนหลังมือเวรียานิดหนึ่ง เอ่ยปลอบใจ

“ไม่ต้องกลัวหรอกนะคุณเวรียา ฝ่าบาททรงน้ำพระทัยดี ทรงงานมากกว่าที่จะมีเวลา มาสนพระทัยเรื่องเรื่องอะไร ถ้าไม่มีพระองค์เสียองค์เดียว ก็ไม่รู้บ้านนี้เมืองนี้จะเปลี่ยนแปลงไปทางใดอีก “ หญิงชราเอ่ยในประโยคท้าย คล้ายจะรำพึงกับตัวเอง ถอนใจออกมายาว และเงียบลงครู่หนึ่ง ด้วยสีหน้าเป็นทุกข์นัก แต่พอนึกขึ้นได้ ก็แย้มยิ้มออกมาบางๆให้เธอ

“ ถ้าคุณเวรียาได้อยู่ถวายงานไปนานๆ ก็จะทราบเองว่า พระองค์ทรงงานหนักมากแค่ไหน เรื่องราวที่นี่รู้น้อยก็อันตรายน้อย รู้มากก็อันตรายมาก ไว้พรุ่งนี้นะคะ ฮาลาลจะพาไปเฝ้าพระธิดาฮาน่า คุณอยู่ถวายงานองค์หญิง น่าจะดีกว่าไปถวายงานกับฝ่าบาทเสียอีก คุณเวรียาสวยงดงาม จนน่ากลัวอันตรายเหลือเกิน  “ หญิงชราพูดเป็นปริศนา จนทำให้เวรียาถึงกับต้องขมวดคิ้วเข้าหากัน เอ่ยถาม

“ หมายความว่ายังไงคะลาฮาล ฉันไม่เข้าใจ “

“ ปะ........เปล่าค่ะ ไม่มีอะไร “ หญิงชรารีบปฏิเสธทันที

และอันตรายที่เวรียากำลังใคร่รู้ ก็มาอย่างรวดเร็ว แทบจะในทันทีที่คิด เมื่อมีทหารเข้ามายืนที่หน้าประตู ทั้งสองข้าง ย่ำเท้าชิดกันระวังตรง ด้วยประตูเรือนยังเปิดไว้รับลมเย็น ซึ่งทำให้เวรียาและลาฮาล หันไปมองอย่างตกใจ และกลิ่นหอมกรุ่นค่อนข้างฉุน พร้อมกับร่างของหญิงสาวสวย ในเครื่องแต่งกายงดงาม ที่มองดูก็รู้ว่าเธอผู้นี้คงจะสูงศักดิ์ และลาฮาลก็ยังรีบลุกไปนั่งราบลงกับพื้นในทันทีอีกด้วย แต่เวรียายังคงนั่งนิ่งอยู่บนโซฟา ทำอะไรไม่ถูก ว่าเธอสมควรจะปฏิบัติเช่นไร ในสถานการณ์นี้ ร่างสูงสง่าวางท่าระเหิดระหง เชิดใบหน้าสวยคมขึ้น แต่ดวงตาสวยโต แววตาเข้มดุ มองปราดมาที่เวรียา

“ แม่คนนี้งั้นเหรอ ที่องค์เคมินเอามันมาจากเมืองไทย จำเป็นแค่ไหน ที่รับรองมันถึงในฝ่ายหน้านี่ ลาฮาลเจ้าจงแจ้งแก่เราสิ “ เสียงเข้มวางอำนาจ พร้อมทั้งปรายตามองเวรียาด้วยสายตาสำรวจ ที่เวรียารู้สึกร้อนวาบบนใบหน้า ที่รู้สึกถึงคำพูดและสายตาที่ดูแคลนนัก

“ เอ่อ........คือว่าเป็นรับสั่งจากองค์เคมิน ที่ให้ลาฮาลพาคุณเวรียามาพำนักที่นี่ เพื่อที่จะได้ถวายงานให้กับองค์หญิงฮาน่าได้ทรงพระอักษร และพอพระองค์ทรงว่างจากพระภารกิจ ก็จะทรงโปรดให้คุณเวรียา ไปทำงานในฝ่ายการศึกษากับพระองค์ และคงทรงเห็นว่าเธอเป็นสุภาพสตรี คงจะทรงเป็นห่วง ก็เลยรับสั่งให้พาเธอมาอยู่ที่นี่ “

“ ทำไมไม่ให้มันไปอยู่ที่เรือนแถวโน่น เรือนนี้เป็นตำหนักที่ประทับพักอิริยาบถ ขององค์ชายเคมินมิใช่รึ หรือว่าทรงมีอะไรพิเศษ กับนังหญิงต่างชาตินี่ ถึงได้ทรงโปรด ให้มันมาพักในตำหนัก ส่วนพระองค์แบบนี้ บอกเรามาสินังเฒ่า “ เสียงเข้มดุตวาดคาดคั้น อกสะท้อนถี่ ด้วยอารมณ์ที่เริ่มแรงขึ้น เมื่อได้สำรวจตรวจตรา รูปร่างหน้าตาที่แสนงดงามของเวรียา

“ เอ่อ........พระสนมคงต้องทูลถามพระองค์ชายเคมินเอง ลาฮาลไม่ทราบ ตอบแทนไม่ได้ “

“ นังลาฮาลเฒ่า........แกต้องใช้คำให้เหมาะสม กับเรามากกว่านี้ อย่าถือว่าแกเป็นคนที่องค์เคมินทรงโปรด และทำกระด้างกระเดื่องเป็นอันขาด แกคงรู้ดีไม่ใช่เหรอ ว่าฉันกำลังจะเป็นพระชายา ขององค์สมเด็จฟาฮีล  “

“ เอ่อเพคะ.......หม่อมฉันขออภัยโทษ ” หญิงชราเปลี่ยนสรรพนามแทนตัวเอง และใช้คำราชาศัพท์กับพระสนมทันที

“ ดี........ที่รู้เงาหัวของตัวเอง และบอกให้นังนั่น มาหมอบกราบเราเดี๋ยวนี้ เจ้าพูดภาษาได้ดีกว่าเรา จงบอกมัน ” เสียงของพระสนมครีมาดุเข้มเฉียบขาด ดุจเดียวกับสายตาที่มองมาที่เธอ



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์) ตอนที่ 2 : เจ้าชายเคมิน อัพ100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 5345 , โพส : 14 , Rating : 98% / 19 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ ตอนก่อนหน้า | กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 14 : ความคิดเห็นที่ 885
 ร้ายได้ใจจัง ตอนแรกก็ร้ายแล้ว พระสนมครีมา

แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 10 ตุลาคม 2553 / 04:22
Name : Rheinfall < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Rheinfall [ IP : 79.199.252.157 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 ตุลาคม 2553 / 04:23
# 13 : ความคิดเห็นที่ 42
Oh!! I can see bad thing is coming soon....

PS.  http://writer.dek-d.com/apsornsawan/story/view.php?id=564371 Raini's novel. http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=617384 P' oor's novel.
Name : SN piercensean < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SN piercensean [ IP : 75.168.110.155 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 15 มิถุนายน 2553 / 08:35
# 12 : ความคิดเห็นที่ 36
เวรียาหนีเสือปะจระเข้อีก
PS.   ...
Name : พี่แป๊ด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พี่แป๊ด [ IP : 115.87.45.162 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มิถุนายน 2553 / 22:19
# 11 : ความคิดเห็นที่ 35
พระสนมนิสัยไม่ดีเลย
Name : jeabkiss < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeabkiss [ IP : 183.89.186.234 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มิถุนายน 2553 / 21:30
# 10 : ความคิดเห็นที่ 33
ชื่ออ่านยากจังค่ะพี่บุษ
ว่าแต่ชื่อของแม่เฒ่าคือ ลาฮาล หรือว่า ฮาลาล คะ
เพราะมิ้งเห็นว่าพี่บุษพิมพ์ทั้งสองแบบเลยอ่ะค่ะ
เลยไม่แน่ใจว่าตกลงแกชื่อไรอ่ะ

องค์เคมินคิดไรอ่ะดึงเอาเวรียาเข้ามาอยู่เคียงกายในเวลาน่ากลัวเช่นนี้
ก่อนมีพายุฟ้ามักจะสงบเสมอน่ากลัวออกค่ะ
แต่ยังไงก็ต้องปกป้องเวรียาให้ได้นะคะ
เพราะสาวน้อยเจอสิ่งที่ไม่ดีมาเยอะแล้ว น่าสงสารถ้าจะต้องเจออะไรร้ายๆ อีกอ่ะค้า
Name : **~Mink~** < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ **~Mink~** [ IP : 123.50.149.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มิถุนายน 2553 / 09:02
# 9 : ความคิดเห็นที่ 31


P' Bou ka Look at his eyes ka I love them

PS.  http://writer.dek-d.com/apsornsawan/story/view.php?id=564371 Raini's novel. http://writer.dek-d.com/dek-d/writer/view.php?id=617384 P' oor's novel.
Name : SN piercensean < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SN piercensean [ IP : 75.168.115.69 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 12 มิถุนายน 2553 / 02:18
# 8 : ความคิดเห็นที่ 28
สงสารเจ้าชายเคมินจัง..
เกลียดนังสนมแม่มดแล้วล่ะ...
PS.  กำแพงเมืองจีนไม่ได้สร้างเสร็จภายในวันเดียว ความสำเร็จบางทีก็ต้องใช้ ความพยายาม และความอดทน
Name : รุ้งตะวัน < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ รุ้งตะวัน [ IP : 124.121.156.153 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มิถุนายน 2553 / 17:40
# 7 : ความคิดเห็นที่ 27
คนนี้คือพระสนมที่ว่าเหรอคะ

นิสัยไม่ดีเลยเนอะ  โกรธที่เจ้าชายเคมินไม่รับรักจนเปลี่ยนเป็นความแค้น

แล้วเวรียาจะเจออะไรจากคน ๆ นี้บ้างนะ
PS.  If you come here. you'll find me...I promise
Name : เจ้านางน้อยแห่งล้านนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้านางน้อยแห่งล้านนา [ IP : 222.123.31.105 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มิถุนายน 2553 / 17:17
# 6 : ความคิดเห็นที่ 26
พระสนมอะไรนี่ต้องริษยาเวรยาแน่เลย พระเชษฐาจะพึงใจในตัวนางเอกรึเปล่าจากคำพูดของแม่นม สงสัยชีวิตจะไม่สงบสุขอย่างที่คิดเสียแล้วกระมัง เหอะ ๆ
PS.  --DestiNy-- ฉันเชื่อในพรหมลิขิตเสมอ เพราะ พรหมลิขิตเราจึงได้พบกัน
Name : sweethoney < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sweethoney [ IP : 125.27.218.93 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มิถุนายน 2553 / 16:53
# 5 : ความคิดเห็นที่ 24
เวรียามาเจอสิ่งแวดล้อมใหม่ๆ จะได้ลืมเรื่องร้ายๆ ของตัวเองลงมาบ้าง...
รออ่านครึ่งหลังนะคะ ^^

PS.   ...
Name : พี่แป๊ด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พี่แป๊ด [ IP : 115.87.47.108 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2553 / 20:09
# 4 : ความคิดเห็นที่ 23
Awn.. poor her.. I wish P' Kemin can make her forget all painful..
Name : SN piercensean < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SN piercensean [ IP : 75.168.119.201 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 10 มิถุนายน 2553 / 04:01
# 3 : ความคิดเห็นที่ 22

รอ writer มา up ต่อ
Name : tungkn4841 [ IP : 125.24.187.3 ]

วันที่: 10 มิถุนายน 2553 / 02:35
# 2 : ความคิดเห็นที่ 19
ตอนนี้นางเอกจะลืมแฟนเก่าเสียที
Name : jeabkiss < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeabkiss [ IP : 58.9.199.236 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2553 / 20:17
# 1 : ความคิดเห็นที่ 18
แม้อดีตจะเลวร้ายแต่ลืมมันไปดีกว่า

เมืองสวย เจ้าชายรูปหล่อ น่ากรี๊ด

ที่นี่มีอะไรดี ๆ กว่ากันตั้งเยอะให้ได้เริ่มเรียนรู้ใหม่

อยากเป็นเวรียาบ้างจัง
PS.  If you come here. you'll find me...I promise
Name : เจ้านางน้อยแห่งล้านนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้านางน้อยแห่งล้านนา [ IP : 114.128.179.56 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2553 / 16:58
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android