คุณกำลัง login ด้วย [ เปลี่ยนชื่อ | ออกระบบ ]
 กระทู้ Top5 วันนี้ | นิยาย | ค้นหานิยาย | บอร์ดนักเขียน | บอร์ด AF | บอร์ด TheStar | ของที่ระลึก Dek-D | App อ่านนิยายบนมือถือ New! |
  นิยายรักหวานแหวว | นิยายรักเศร้าๆ | นิยายซึ้งกินใจ | นิยายแฟนตาซี | นิยายผจญภัย | เรื่องสบายๆคลายเครียด | แฟนฟิค | วรรณกรรมเยาวชน |
เข้าสู่ My.iD Control สมัครเป็นนักเขียนใหม่ | วิธีลงบทความ กฏเกณฑ์การใช้งาน | การควบคุมเรตติ้ง

ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์)

ตอนที่ 1 : เวรียา อัพ100%


     อัพเดท 8 มิ.ย. 53
กลับไปหน้าหลักของบทความ
แจ้งเนื้อหาในตอนไม่เหมาะสม
นิยาย-เรื่องยาว: ฟรีสไตล์/รักดราม่า
Tags: รักหวาน, ลึกลับ., ริษยา.....แย่งชิง.....อำนาจ
ผู้แต่ง : บุษบาพาฝัน/สร้อยอินทนิล ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ บุษบาพาฝัน/สร้อยอินทนิล
My.iD: https://my.dek-d.com/intuon55
< Review/Vote > Rating : 94% [ 14 mem(s) ]
This month views : 7 Overall : 83,732
948 Comment(s), [ แฟนพันธุ์แท้ 107 คน ]

[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์) ตอนที่ 1 : เวรียา อัพ100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7289 , โพส : 14 , Rating : 90% / 24 vote(s)

ขนาดตัวอักษร : เพิ่มขนาด | ลดขนาด


ตอนที่ 1 เวรียา อัพ100%

 

หนังสือพิมพ์รายวันฉบับเช้าทุกฉบับ พาดหัวข่าวหน้าหนึ่งคล้ายๆกัน “ วิวาห์ของนักธุรกิจ พันล้านล่ม ว่าที่เจ้าสาวถึงกับหน้าซีด เป็นลมกลางงาน “ บางฉบับเสนอเป็นข่าวกรอบรอง “ เศรษฐีหนุ่มหน้าถอดสี เมื่อเมียจูงลูก ออกมาแสดงตัวขวางงานวิวาห์ ขณะประกอบพิธีในโบสถ์ “ ข่าวพร้อมทั้งมีรูปภาพประกอบ เป็นทอร์คออฟเดอะทาวน์ เพราะฝ่ายชายเป็นถึงทายาท บริษัทส่งออกอาหารสำเร็จรูป ทุกชนิดของเมืองไทย และฝ่ายหญิงเป็นถึงนักวิชาการด้านการศึกษา ที่มีดีกรีจากต่างประเทศ และยังได้รับการกล่าวขวัญ ว่าเธอน่าจะเป็นเจ้าสาวที่สวยที่สุดในรอบปีของเมืองไทย

เวรียา.........กับกระเป๋าเดินทางใบเขื่อง หญิงสาวร่างสูงสมส่วน แต่งกายรัดกุมด้วยกางเกงยีนส์รัดรูป เสื้อตัวในแนบลำตัวสีขาว คลุมทับด้วยเสื้อยีนส์แขนยาว ที่ถลกแขนเสื้อร่นมาถึงศอก  แว่นกันแดดอันโตเก๋ไก๋ ปิดบังดวงตาสวยคม ผมยาวสลวยสีน้ำตาลเข้ม เสยไว้ลวกๆ มองเพียงผาด ก็สะดุดตากับเรือนร่างงามระหง มองพิศก็พบว่าหญิงสาวผู้นี้ คงจะมีเลือดผสมของคนตะวันตก ด้วยใบหน้าเรียวคมซึ้ง จมูกโด่งเป็นสันสวย ริมฝีปากอิ่มเต็ม เมื่อเธอถอดแว่นกันแดดออก ดวงตาโตหวาน ประดับด้วยขนตาหนางอนงามเป็นแพ แต่ใบหน้างดงามนั้น เรียบเฉยนิ่งสนิท เท้าเรียวสวมรองเท้าหนังหุ้มข้อ ก้าวลงจากรถลิมูซีน มายืนตัวตรงเงยหน้าขึ้นมองโรงแรมหรู ตรงหน้านิดหนึ่ง บริกรของโรงแรม ในจังหวัดเหนือสุดของประเทศไทย รีบนำรถมาเข็นกระเป๋า นำเธอเข้าเชคเอาท์ เพื่อรอการเดินทางต่อไป อีกดินแดนหนึ่ง

บัดนี้ชีวิตในช่วงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา ที่สับสน ทุกข์ทรมานได้ผ่านไปแล้ว หลงเหลือก็เพียง ความเจ็บปวด ร้าวลึกอยู่ในหัวใจดวงเล็กๆ เมื่อเธอล้มตัวลงนอน หลับตานิ่งๆ ทั้งชุดเดินทาง บนที่นอนหนานุ่ม เสียงของเพื่อนสนิทที่สุดที่เธอมี บนแผ่นดินแม่ เฝ้าปลอบประโลม โน้มน้าว ยับยั้งการตัดสินใจในครั้งนี้ ยังดังแว่วอยู่ในโสตประสาท

“ เวรียา.........ทำไมต้องตัดสินใจอย่างนี้ด้วยล่ะ อยู่ที่นี่ ต่อสู้กับความจริงสิ เธอไม่ได้ผิดอะไร สักนิดเดียวจะกลัวอะไรล่ะ และเวลาก็จะทำให้เธอ ก้าวผ่านทุกอย่างไปได้ในที่สุด อย่าไปเลยนะ เชื่อฉันเถอะ ฉันขอร้อง “ ลัดดาวัลล์ เพื่อนสาว เอ่ยวิงวอนอีกครั้ง และเป็นครั้งที่เท่าไหร่ก็จำไม่ได้ เพราะเพื่อนสาวพร่ำพูด อ้อนวอนมาตลอด หลังจากที่เธอตัดสินใจ

“ ลัดดา.........อย่าห้ามฉันเลยนะ ฉันทนอยู่ไม่ได้จริงๆ ฉันยอมรับว่าขณะนี้ ฉันอาจจะอ่อนแอเกินไป ที่จะอยู่ในสังคม เรื่องนี้ทำให้ฉันหมดที่ยืน ฉันทนกับสายตาของทุกๆคนไม่ได้ ไม่ว่าฉันจะเหยียบย่างไปตรงไหน สายตาเวทนา จากความเข้าใจ ก็ทำให้รู้สึกเหมือนเราโง่งม จนหน้าร้อนผ่าว สายตาบางคู่ที่ดูแคลนจากคนที่ไม่เข้าใจอีกล่ะ มันทำให้รู้สึกว่าเราผิดมหันต์ไร้คุณธรรมสิ้นดี ที่คิดแย่งสามีชาวบ้าน และยังเสียงเสียดสี ที่จงใจอีกล่ะฉันจะทนได้ยังไง  ”

“ เวรียา........คนไทยลืมง่ายจะตาย อีกไม่กี่วันก็ลืมแล้วละ เชื่อฉันสิ “

“ ไม่ละจ๊ะ..........ฉันไม่รอวันนั้น เธอน่าจะรู้นะ เขาไม่ได้ยอมเลิกกับฉัน เขายังใช้ความพยายาม ที่จะสานสายสัมพันธ์ เขายังบอกกับสื่อทุกสำนักว่ารักฉัน ฉันไม่อยากได้ยิน ให้ฉันไปอยู่ในที่ๆฉัน จะไม่เห็นไม่ได้ยินอะไรอีก ฉันขอเพียงเท่านี้ จ๊ะลัดดา“

“ แล้วบ้านหลังนี้ล่ะจ๊ะ  “

“ ลัดดา.......ฉันก็จะต้องกลับมา เมืองไทยบ้างละจ๊ะ ไม่ใช่ไปแล้วไปลับนี่จ๊ะ ฉันทำสัญญาการทำงานแค่สองปีเท่านั้น อืม........ พูดมาก็ดีแล้ว อ่ะ.......นี่กุญแจบ้านกุญแจรั้ว ว่างๆก็มานอนเล่น ดูแลบ้านหลังน้อยๆนี่ไว้ให้ฉันด้วยนะจ๊ะ ถ้าทำงานไปสักพักหนึ่ง และมีโอกาสลา ฉันก็ต้องจะรีบ บินกลับมาอยู่ที่นี่อยู่ดี เกิดมาก็มีสมบัติอยู่ชิ้นเดียวเท่านี้เองนี่จ๊ะ  ตอนแรกเขาจะให้ฉันขายด้วยซ้ำ เพราะต้องไปอยู่กับเขา โชคเข้าข้างอยู่นิดหนึ่งที่ไม่ได้ขายไป .........“ เธอเอ่ยพร้อมทั้งส่งกุญแจให้เพื่อนสาว ฝืนยิ้มหน้าชื่นให้น้อยๆ

“ แล้วคุณภาษิตเขารู้มั้ย ว่าเธอตัดสินใจแบบนี้น่ะ “

“ หึ........ฉันไม่จำเป็นต้องบอกอะไรเขานี่ เราจบกันตั้งแต่ตรงนั้นแล้วนะ และตั้งแต่วันนั้น. ฉันรับโทรศัพท์เขาแค่ครั้งเดียว ฉันบอกกับเขาทุกสิ่งทุกอย่าง ที่ฉันคิด ฉันตัดความสัมพันธ์กับเขา อย่างไม่เหลือเยื่อใย ถ้าเขาหยุดอย่างที่ฉันขอร้อง ฉันก็อาจจะพออยู่ได้ แต่เขาไม่เคยหยุดยุ่งกับฉัน เขาตามไปทุกหนทุกแห่ง ทำให้คนยิ่งเม้าท์แตกไม่เลิก ฉันถึงต้องไปไงล่ะ “

“ เวรียา.........คุณภาษิตเขารักเธอมากนะ รักจนน่าสงสาร เขาทรมานทำท่าจะเป็นจะตาย เขาไม่เข้าทำงานไม่เข้าออฟฟิศ จนพี่น้องเขาต้องลงไปจัดการเรื่องงานแทน เจ้าสัวชรินท์ถึงกับเครียด และฉันก็คิดว่าสิ่งที่เกิดขึ้น มันเป็นแค่เพียงอดีต คนเราก็มีอดีตทุกคนละน่า ให้โอกาสเขาพิสูจน์ความจริง สักครั้งไม่ดีกว่าเหรอจ๊ะ “

“ ความจริงอะไรอีกล่ะที่ต้องพิสูจน์ มันรู้แจ้งเห็นจริงกันแล้ว ทั่วประเทศเลยด้วยซ้ำ เด็กคนนั้นวิ่งเข้ามาหาเขา เข้ากอดเขาไว้ บอกว่าคิดถึงพ่อ มันทำให้ฉันสลดใจ ฉันจะยังใจดำแย่งเ ขามาได้อีกเหรอลัดดา “

“ ก็เขาบอกว่าเขาแค่ยังคงต้อง ส่งเสียเลี้ยงดูลูก แต่ไม่ได้ยุ่งเกี่ยวกับแม่คนนั้น มาตั้งหลายปีแล้วนี่ มันเป็นความผิดพลาดในอดีตน่ะ เธอน่าจะพยายามเข้าใจเขาสักนิดนะเวรียา “

“ เธอจะให้ฉัน ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ หรือว่ายิ้มอย่างภาคภูมิใจ เวลาที่ผู้หญิงคนนั้น จูงมือลูกเขามาชี้หน้าด่าว่าฉันสิ้นยางอายหาสามีไม่ได้ อีกครั้งหนึ่งเหรอ วันนั้นมันยังไม่พอใช่มั้ย มันยังดังก้องอยู่ในสมองของฉัน จนฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าวันนั้น ฉันมีสีหน้ายังไง มันคงจะซีดเป็นไก่ต้ม อย่างที่หนังสือพิมพ์วิจารณ์สินะ “

“ เวรียา........เธอคิดมากเกินไปจ๊ะ และก็ไปอนกับข่าว ที่ชอบแสดงความเห็น ตีใข่ใส่สีให้มันเลวร้ายเกินจริง ให้คนที่ร้าวอยู่แล้ว ต้องแตกแยกกันลึกลงไปอีกนะจ๊ะ “

“ แต่เราก็ยังต้องอยู่ในสังคมข่าวสารนะ ฉันเกลียดการตกเป็นข่าว ฉันทนไม่ได้กับคำวิจารณ์แรงๆ ฉันไม่ได้เตรียมตัวเตรียมใจเลยนะลัดดา ฉันโง่อย่างที่คนเขาด่า “

“ เวรียา คุณภาษิตเขารักเธอเสียอย่าง เธอจะไปแคร์ใคร ไปฮันนีมูนที่ต่างประเทศสักครึ่งปี อย่างที่เขาบอก กลับมาอีกทีเรื่องก็เงียบแล้วละ “

“ ฉันทำใจยอมรับการกระทำของเขาไม่ได้ อีกกี่ปีเมียเขาลูกเขาก็ยังอยู่ มันจะมีตามปัญหาตามมาอีกมากมายไม่รู้จบ และฉันก็ซาบซึ้งดีกับเขามากเกินไป กว่าที่จะรับได้อีก  เพราะฉันเคยบอกเขาเสมอว่า อย่าปิดบังอะไรฉัน เพราะฉันจะไม่ทน กับการถูกหลอกลวง และทำให้ฉันเหมือนคนโง่ และเรื่องนี้มันก็ทำลายศักดิ์ศรี ทำลายความมั่นใจ ของฉันจนหมดสิ้น ฉันเจ็บเกินกว่าที่จะให้อภัยเขา ฉันอยากลืม.........ถ้าฉันย้อนเวลากลับไปได้ ฉันจะทำทุกอย่าง เพื่อที่จะแก้ไข ไม่ให้มันเกิดเรื่องนี้ ฉันอับอายมากเหลือเกินนะลัดดา ฮือๆๆๆ “ ในที่สุดเธอก็ร้องไห้ออกมาอีกครั้ง

“ เขาอาจจะจำเป็นที่ต้องปิดบัง เพราะกลัวเธอจะไม่รับรักเขาน่ะสิจ๊ะ และก็คงนึกไม่ถึง กับเรื่องในอดีตก็ได้มั้ง เขาบอกฉันว่ามีคนยุ ให้ผู้หญิงคนนั้นทำ เพราะต้องการทำลายเขา ก็พวกนักธุรกิจ ที่ขัดผลประโยชน์กันนั่นแหล่ะ “

“ ลัดดา.......เธอก็เป็นอีกคน ที่เขาใช้มาเกลี้ยกล่อมฉันงั้นเหรอ เธอลองคิดดูสิจ๊ะ......และถ้ามันเป็นเพียงแค่อดีต เขาก็ไม่ควรปิดบังฉัน ทำให้ฉันกลายเป็นจำเลยของสังคม โดยไม่รู้ตัวแบบนี้ พวกที่ทำงานของฉันบางคน มองฉันเหมือนสัตว์ประหลาด สายตาดูถูกดูแคลน ฉันจะทนได้ยังไง “

ลัดดาวัลล์รีบปฏิเสธด้วยสีหน้าตื่นๆ กลัวว่าเธอจะเข้าใจผิด  “ เปล่านะเวรียา.......เพียงแต่ฉันไม่อยากให้เธอเดินทางไปที่แคว้นนั้น การเข้าไปอยู่ในประเทศเล็กๆ ที่ยังไม่เรียบร้อยทางการเมือง และข้อมูลของประเทศนี้ ก็แทบไม่มีอะไรที่ทำให้เรารู้ เรื่องภายในของเขาเลย ฉันว่ามันเสี่ยงเกินไปน่ะ ฉันเป็นห่วงเธอ “

“ ฉันไม่มีอะไรจะเสียแล้วละ นอกจากชีวิต “ เธอเอ่ยพร้อมทั้งหัวเราะหึๆ ให้เพื่อนสาวเห็นเป็นเรื่องขัน แต่เพื่อนสาวไม่ขัน กลับทำตาแดงๆ เสียงเครือสะท้าน โผเข้ากอดไว้เธอไว้สะอื้นไห้

“ เวรียา........ฮือๆๆ ฉันสงสารเธอ ฉันไม่อยากให้เธอไปเลย งานที่เมืองไทยก็มีมากมาย ความรู้อย่างเธอ จะไปอยู่ตรงไหนก็ได้นี่ “

“ อย่างอแงสิจ๊ะเพื่อนรัก อีกหกเดือนเจอกัน ฉันจะขอลาเจ้านาย กลับมาเยี่ยมบ้านจ๊ะ “ เธอปลอบเพื่อน ทั้งที่ก็เช็ดน้ำตา บนแก้มตนเองป้อยๆ พยายามกล้ำกลืน ความรู้สึกหลายอย่างลงไปในอก

เวรียาพ่นลมหายใจออกมาเบาๆ ยิ้มน้อยๆเหมือนจะปลอบใจตนเอง และดีดตัวลุกขึ้นจากเตียงนอน เปลี่ยนเสื้อผ้าเข้าห้องน้ำ เมื่อมานั่งอยู่ที่หน้ากระจก ภาพสะท้อนของตนเอง ที่ไม่ได้ใส่ใจ มาหลายวันเต็มที ทำให้เธอนึกเวทนา ในสังขารตนเองนัก สีหน้าหมองคล้ำ ดวงตาแห้งผาก ปราศจากชีวิตชีวา สองมือเรียวยกขึ้นไล้บนแก้มตนเองเบาๆ ความทุกข์ ความทรมานใจ จนถึงกับ กินไม่ได้นอนไม่หลับ และมีแต่น้ำตา จนหน้าเรียวซูบเซียว ลงอย่างเห็นได้ชัด

เธอยิ้มเยือนให้กับตนเองนิดหนึ่ง เอ่ยขึ้นเบาๆ...... เวรียา.......ขณะนี้เธอได้ปลดบ่วงพันธนาการ ทั้งหมดทั้งมวลออกไปแล้วนะ อย่าเสียใจ หรือหวั่นเกรง ที่จะก้าวไปข้างหน้าอีกเลย ในเมื่อเธอได้ตัดสิน ชะตาชีวิตของตนเองแล้ว ถึงข้างหน้าจะเป็นสวรรค์หรือว่านรก ก็ต้องยิ้มสู้ เขาเรียกว่าไปตายเอาดาบหน้าไงล่ะ.......และก็คลี่ยิ้มสวย ยกสองนิ้วอวดตนเองในกระจกเงา หัวเราะเบาๆ ขำกับกริยานั้นของตนเอง บรรจงแต่งหน้าอย่างอ้อยอิ่ง หาชุดที่คิดว่าน่าจะเหมาะสม กับการลงไปดินเนอร์คนเดียวมาสวม หมุนตนเองที่หน้ากระจก อีกครั้งเพื่อเติมความมั่นใจ

อาหารค่ำในห้องอาหารหรู ชั้นล่างของโรงแรมเพียงลำพัง  เป็นสิ่งแปลกใหม่ที่เธอไม่ค่อยได้เคยกระทำ มานานพอสมควร หลังจากกลับมาจากอังกฤษ แต่เธอก็บอกตนเองว่าต่อไปนี้ เธอจะต้องยืนอยู่ได้ ด้วยตนเองอีกครั้ง โดยไม่จำเป็น ต้องมีใครมาเทคแคร์ สายตาทุกคู่จากหลายโต๊ะ ที่นั่งอยู่ก่อนมองมา ที่หญิงสาวร่างระหง ในชุดแสคยาวสีครีม แบบเรียบๆแต่บุคคลิก และความงดงามของผู้สวม ทำให้มันดูหรู ร่างเธอสวยสง่าระเหิดระหง จนหลายคน ต้องมองเหลียวอีกครั้ง เมื่อเธอเยื้องกรายผ่านไป ด้วยใบหน้างามคมซึ้งหวานเจียนจะหยด เวรียาตัดสินใจนั่งลง ที่โต๊ะมุมสุด อย่างรู้สึกแหยงๆกับสายตา ว่าอาจจะมีคนจำเธอได้ และรีบก้มหน้าลง นึกด่าตัวเองอยู่ในใจ ที่ลงมาทานอาหาร แทนที่จะสั่งขึ้นไปทานข้างบนห้อง บริกรรีบมายืนโค้ง และยื่นเมนูอาหารให้

โต๊ะที่เยื้องไปตรงหน้า มีชายหนุ่มผู้หนึ่งจ้องเขม็งมองมา ทั้งที่เขานั่งอยู่กับชายผู้หนึ่ง ที่นั่งหันหลังให้เธอ สายตาคมกริบจ้องไม่วางตา เหมือนจะพินิจพิจารณา เมื่อเธอสู้สายตาอย่างนึกฉิว เขากลับเบือนสายตาหนี และหันไปสนทนากับผู้ร่วมโต๊ะ และท่าทางของเขา กอรปกับการแต่งกายของชายหนุ่ม ทำให้เธอกลับสนใจ ที่จะจ้องมองเขากลับ เขาผู้นั้นมีเอกสารบางอย่าง ที่วางอยู่ข้างกาย และยื่นให้คู่ร่วมสนทนาดู พร้อมทั้งจิบไวด์สีสวยในแก้ว

เขาขมวดคิ้วมุ่นนิดๆ เมื่อยกเอกสารขึ้นดู หน้าตาคมสัน ด้วยเครื่องหน้าเข้ม เรียกได้ว่าหล่อเข้มกระชากใจสาวทีเดียว การแต่งกายก็ดูแปลกๆ อย่างที่เธอพยายามแยกแยะ ว่าเขาสวมเครื่องแบบ ของหน่วยงานไหน แต่ก็คิดไม่ออก เพราะเขาเหมือนสวม เครื่องแบบอะไรสักอย่าง ที่รู้สึกว่าเขาก็คงจะมียศ สูงส่งพอสมควร เมื่อเขาปรายตามองมาที่เธออีกครั้ง จึงพบกับสายตาคู่สวย ที่จ้องเขาอย่างกังขา เธอหน้าเข้มร้อนผ่าวขึ้นนิดหนึ่ง ที่เขาดูเหมือนจะรู้ว่า เธอกำลังจ้องมองเขา อย่างสนอกสนใจ หญิงสาวรีบหลุบเปลือกตาลง มองแค่จานอาหารตรงหน้า และตักเข้าปากช้าๆไม่กล้ามองไปที่ชายหนุ่มผู้นั้นอีก และรวบช้อนโดยไม่ยอมสั่งไอศกรีมมาทานต่อ ทั้งที่ได้ตั้งใจไว้  เมื่อรู้สึกว่าเธอได้ ถูกสายตาคมกล้า จ้องมองมาอีกครั้ง และทำให้เธอรู้สึกหวาดๆ ขึ้นมาเสียเฉยๆ ซึ่งมันอาจจะเป็นเพราะ ความรู้สึกว่าตนเอง กำลังโดดเดี่ยวก็เป็นได้

*เวรียาเดินออกจากห้องอาหาร แวะดูสินค้าจาก ร้านขายของที่ระลึกที่เรียงราย อยู่ภายในชั้นนั้น เธอเลือกผ้าพันคอไหมสีสวยสองสามผืน และยังเดินดูสินค้าพื้นเมืองจำพวกเครื่องเงิน งานจากผ้าปักแฮนเมดด์ไปเรื่อยๆและเพลิน จนลืมชายคนนั้นเสียสนิท แต่เมื่อเดินกลับมา เพื่อจะขึ้นลิฟท์ กลับต้องพบกับชายผู้นั้น ที่เดินเข้าไปก่อน เธอชะงักเท้านิดหนึ่ง แต่ก็จำก้าวเข้าไป ด้วยเขาเปิดลิฟท์คอย เขากดลิฟท์ชั้นที่เธอพัก พร้อมกับส่งสายตาเหมือนจะถาม เวรียาเบือนสายตาลงมองถุงใส่ของในมือ เหมือนจะสนใจมันนัก และเมื่อเขาเงียบ เธอจึงปรายตามองไปที่ใบหน้าหล่อคมสันของเขา และเผอิญสบสายตาที่กำลังจ้องมองมาที่เธอ สายตาของชายหนุ่ม มีรอยยิ้มน้อยๆ บนสีหน้าเรียบเฉย

เวรียาทำเหมือนไม่เห็น แต่ก็มีโอกาศได้ลอบสังเกตุ........เขาสูงใหญ่เรียกว่าหุ่นสมาร์ทมาดแมน และยังแฮนซั่มสุดเท่น์ อยู่ในเครื่องแบบแปลกๆ อายุก็คงยี่สิบปลายๆ กลิ่นกายเขาโชยน้ำหอม กลิ่นสปอร์ตแมนออกมาหอมกรุ่น สายตายิ้มๆมองมาอีกนิด ทำให้เธอรีบหลุบเปลือกตามองเพียงพื้น และเมื่อเสียงเตือนเมื่อลิฟท์หยุดและเปิดออก มาถึงชั้นที่เธอพัก เขาค้อมศีรษะ เหมือนจะยั่วให้น้อยๆ ก่อนที่เธอจะเดินผ่านเขาออกไป พร้อมทั้งปรายตาค้อนให้นิดหนึ่ง

และเมื่อก้าวออกมา ทำให้เธอฉุกคิดอย่างพิศวง ว่าทำไมเขารู้ว่าเธอพักชั้นนี้ แต่เมื่อหันหลังกลับไปมอง ก่อนที่ประตูลิฟท์จะปิดลง เธอก็พบสีหน้านิ่งๆ ที่มีรอยยิ้มเยือนบางๆ ในดวงตาคมกล้าคู่นั้น ทำให้เวรียารีบหันหน้ากลับมา อย่างนึกเก้อกระดาก และรีบเดินไปที่ห้องพัก ความแปลกใจระคนสงสัย ผุดพรายขึ้นในความรู้สึกหวาดหวั่น แต่ก็พยายามตัดความกลัวออกทิ้งไป บอกกับตนเอง ...........จะต้องกลัวอะไรอีกล่ะเวรียา .........เขาอาจจะแค่บังเอิญเห็นเรา ตอนไหนสักตอนหนึ่ง ที่เราไม่เห็นเขาก็ได้

เมื่อเข้ามาในห้อง สำรวจตรวจตราความปลอดภัย ที่ประตูอย่างถี่ถ้วน แล้วมานั่งเงียบๆอยู่ครู่หนึ่ง ก็ได้รับโทรศัพท์จากบริษัท ที่เธอสมัครงานขอเลื่อนหมายกำหนด การเดินทางต่อไปอีกวันหนึ่ง ทำให้ความรู้สึกทรมานใจ อึดอัดบังเกิดขึ้นอีกครั้ง ค่ำคืนนั้นเวรียาจึงรู้สึก ว่าตนเองเหงา เศร้าสร้อยอย่างบอกไม่ถูก และซุกกายอยู่ใต้ผ้านวมผืนหนาบนเตียง เปิดทีวีดูรายการอะไรต่ออะไรไปเรื่อยเปื่อย แต่ก็ไม่มีสมาธิ ที่จะรู้เรื่องเลยสักเรื่องเดียว

 เวรียามองนาฬิกาที่ผนังห้อง นึกถึงถนนคนเดินยามราตรีของที่นี่  ตัดสินใจลุกแต่งตัวลวกๆ ลงลิฟท์มาข้างล่าง เดินเอื่อยๆผ่านฟร้อนท์ ออกมาถึงหน้าตึก นึกถึงเสื้อกันหนาว หมวก และผ้าคลุมไหล่ขึ้นมาทันที ด้วยอากาศภายนอกอาคาร ยามนี้เย็นเยือกจับใจ เสวตเตอร์แขนยาวจรดข้อมือ ดูเหมือนจะกันอากาศเย็นยะเยือกได้ไม่มากเท่าที่คิดเสียแล้ว และทำให้เธอต้องชะงักเท้ายืนนิ่ง ทอดสายตามองออกไปนอกถนน ก่อนที่จะก้าวลงบันได และยกแขนขึ้นมากอดอกไว้ ถอนหายใจออกมาน้อยๆ ล้มเลิกความตั้งใจ ที่จะเดินออกไป และเมื่อหมุนกายกลับมาอย่างรวดเร็วอย่างที่ใจคิด พร้อมทั้งก้าวเดิน ก็ปะทะเข้ากับร่างหนา ของใครบางคนเข้าอย่างจัง จนร่างเธอเซผงะ และแขนแข็งแรงก็ตวัดรัดไว้ ก่อนที่เธอจะหงายหลังตกบันได กระเป๋าสตางค์ใบเล็กที่เธอถือไว้ในมือ ร่วงหล่นลงพื้น ตาสวยหวานเผอิญเงยขึ้น สบตากับดวงตาคมกริบ ในขณะที่อยู่ในวงแขนของเขา  

“ เอ่อ.......ขอโทษนะครับ “ เขาเอ่ยขึ้นเบาๆ ด้วยสำเนียงภาษาไทยแปร่งๆ แบบฝรั่งพูดไทย

“ ขอโทษค่ะ ดิฉันซุ่มซ่ามไปหน่อยไม่ทันมอง “

แขนแข็งแรงคลายออก ให้ร่างบางได้เป็นอิสระ กลิ่นกายของบุรุษเพศของเขา กรุ่นอ่อน จากการที่เขาตวัดจนเธอซบหน้า ลงกับซอกคอเขา อย่างไม่ได้ตั้งใจ แก้มสาวร้อนผ่าว หน้าชาวูบวาบ จนต้องก้มหน้าเดินดุ่มๆจากไปอย่างรวดเร็ว และคิดว่าถ้าวิ่งแล้วไม่น่าเกลียด เธออยากจะออกวิ่งด้วยซ้ำ ทำไมนะ........เราต้องเจอนายคนนี้ด้วย ดูเขาเหมือนจะเดินตามติด มาข้างหลังเรา จนเมื่อหันมา ก็ปะทะเข้าอย่างจัง ........บ้าชะมัดเลย

เธอสั่งอาหารเช้ามาทานในห้องเงียบๆ เพราะคิดว่าเธออาจจะต้องมีการบังเอิญ ไปพบกับชายคนนั้นอีก ความเก้อเขินยังไม่ยังหาย เมื่อเหมือนถูกรวบตัว ไปกอดไว้อย่างแนบแน่น สายตาคมกล้าของเขา มีแววขันความซุมซ่ามของเรา เมื่อคิดแก้มก็เข้มร้อนผ่าวขึ้น ร่างงามสูงโปร่งสมส่วน ในชุดนอนกรุยกรายภายใต้เสื้อคลุม เดินไปเดินมาอยู่ภายในห้องพักสุดหรู  มองเวลาบนนาฬิกา ที่ผนังห้องอีกครั้ง พรุ่งนี้แล้ว........พรุ่งนี้เราก็จะได้ พ้นจากภาวะที่ต้องรอคอย นับเวลาชั่วโมงนับนาทีได้แล้วละเวรียา  แล้ววันนี้ทั้งวันล่ะจะทำอะไรดี....... ชอปปิ้งไงล่ะ.......จะทนอยู่เฉยๆทำไม........มีอะไรบ้างนะ ที่เราน่าจะซื้อไปไว้ใช้  ถ้าเกิดเมืองนั้น อาจจะไม่มีขาย ........

เสียงเคาะประตูห้องดังสองสามครั้ง แม่บ้านคงจะมาทำความสะอาดแล้วสินะ หรือว่าบ๋อยจะเก็บถาดอาหารกันล่ะ เธอเดินไปเปิดประตูและต้องตกใจ จนต้องยกมือขึ้นทาบอก กระชับเสื้อคลุมให้กระชับกาย โดยอัติโนมัติ  เมื่อผู้ที่ยืนอยู่ตรงหน้า ยืนตัวตรงและมือทั้งสองของเขา ไขว้ไว้ข้างหลัง สายตาที่มองเธอมีรอยยิ้มปรากฏขึ้นอีกแล้ว.......ก่อนที่เขายื่นกระเป๋าสตางค์ใบเล็กให้

 “ ของคุณใช่มั้ยครับ “ เสียงภาษาไทยแปร่งๆเอ่ยถาม

เธอมองกระเป๋าใส่สตางค์ในมือเขา เบิ่งตาโตขึ้นอย่างนึกได้ว่าเมื่อคืน เธอทั้งตกใจทั้งเขินอาย กับวงแขนและอกกว้างของเขา จนลืมนึกถึงกระเป๋าสตางค์ และลืมมาถึงตอนนี้ เวรียาเอื้อมมือไปรับ คลี่ยิ้มแหยๆนิดหนึ่ง

“ ขอบคุณค่ะ ฉันตกใจจนลืมสนิท “ เธอเอ่ยพร้อมทั้งพนมมือไหว้

ปรากฏรอยยิ้มในสายตาคมกริบ ของชายร่างสมาร์ท บนใบหน้าหล่อเข้มที่นิ่งเฉย เขาเพียงค้อมศีรษะรับการขอบคุณ และหันหลังนำพา ร่างผึ่งผายสูงสมาร์ทเดินกลับไป ทำให้เวรียารู้สึกหมั่นไส้ ชายหนุ่มผู้นั้น ขึ้นมาครามครัน เชอะ........จะฉีกยิ้มให้เราสักนิด หรือตอบรับการขอบคุณของเราสักคำ ก็คงกลัวดอกพิกุล จะร่วงลงมาสินะ  อืม........แต่ท่าทางเขาหรูเริ่ด มีสง่าราศรีขนาดนี้ แถมยังมีบอดี้การ์ด ที่ยืนสุดปลายโถงคำนับให้ แล้วเดินตามหลังไป เขาก็คงไม่จำเป็นจะยิ้มเยือนกับเราหรอก แค่เอาของมาคืนให้นี่ ก็นับว่าเขาให้เกียรติอย่างสูงแล้วละสิ.........แต่อยากรู้จัง ว่าเขาเป็นใคร แต่ก็ไม่สำคัญสำหรับ เวรียาอีกแล้วละ ถ้านับชั่วโมง ก็อีกไม่กี่ชั่วโมง ฉันก็จะอำลาตรงนี้ไปแล้ว ไม่มีอะไรที่สมควรจะคิด ไม่มีอะไรที่มีความหมายกับเวรียาอีก

บ่ายวันนั้น.........หญิงสาวออกเดินท่อมๆ เรื่อยเปื่อยชมบ้านเมือง และซื้อของใช้ส่วนตัวในห้าง อย่างรู้สึกเหงาๆ และยิ้มน้อยๆ กับความโดดเดี่ยวเดียวดายของตนเอง เธออ้อยอิ่งกับการซื้อของใช้ส่วนตัว ของกระจุกกระจิกที่อยากซื้อ ทานไอศรีมในห้าง มองผู้คนที่เดินขวักไขว่ซื้อของ เหมือนจะฆ่าเวลา ให้หมดไปตลอดทั้งวันนี้ และเดินเอื่อยๆกลับโรงแรม  และเริ่มมีความรู้สึกว่า กำลังโดนจับจ้องจากใครสักคน ทำให้เธอต้องหยุดยืนเหลียวมอง อย่างรู้สึกหวาดระแวง เห็นรถหรูคันหนึ่ง จอดอยู่อีกฟากฝั่งถนน ที่เธอรู้สึกเหมือนกับว่า มีสายตาที่จับจ้องมาจากรถคันนั้น และเกิดความหวาดหวั่นขึ้นทันที เวรียารีบสาวเท้าเดินกลับโรงแรม กลัวว่าจะเป็นภาษิต ที่เขาอาจจะตามมาถึงที่นี่ ถ้าเกิดลัดดาวัลย์ปากโป้งบอกเขา ใจเธอเต้นระทึก รีบเร่งเดินกลับไปโรงแรม และตลอดเย็นและอีกทั้งคืน ที่เธอไม่กล้าออกมาจากห้องอีกเลย

 จนกระทั่งเช้าวันใหม่ ที่เธอเริ่มแต่งกายแต่เช้า สำหรับการเดินทาง ด้วยแสลคสีดำ เสื้อเชิ๊ตสีชมพูแขนยาว คลุมทับด้วยเสื้อสูทสีดำ รวบผมมัดไว้ด้านหลัง สวมรองเท้าบูธหุ้มข้อ เดินไปเดินมามองนาฬิกาที่ผนังห้อง เริ่มรู้สึกเริ่มตื่นเต้น กับนาทีที่กำลังจะมาถึง มองตนเองในกระจกหลายรอบ อย่างไม่รู้ว่าจะทำอะไรดีไปกว่านั้น  

สามโมงเช้า........ทางโรงแรมโทรขึ้นมาตาม ด้วยรถพร้อมที่จะไปส่งเธอแล้ว ว้าว.......เจ้านายผู้แสนใจดี ออกทั้งค่าโรงแรม ค่าอาหารการกินทุกมื้อ และยังส่งรถมารับไปที่สนามบิน สุดแสนจะเลิศเรอเพอร์เฟ็กส์

เวรียามองตนเองในกระจกอีกครั้ง ยิ้มปลอบใจตัวเอง เมื่อเริ่มรู้สึกใจหาย กับการจากบ้านเกิดเมืองนอนในครั้งนี้ ด้วยจุดหมายปลายทาง ที่เป็นเพียงราชอาณาจักร ที่เพิ่งรวมแคว้นก่อตั้งเป็นประเทศเมื่อไม่นาน ไม่มีข้อมูลที่จะสืบค้นอะไรได้มากมายนัก เพียงแต่รู้ว่าปกครองโดยระบอบกษัตริย์ และมีทรัพยากรสำคัญ คือแร่ทองคำ ที่ทำให้ประเทศเล็กๆนี้มั่งคั่งนัก รถพาเธอไปถึงลานกว้าง ที่เครื่องบินเล็ก ลำสวยหรูใหม่เอี่ยมจอดรออยู่  เพียงแค่ก้าวลงมาจากรถ ก็มีพนักงานมานำเธอ พร้อมทั้งสัมภาระไปที่เครื่องบิน

เวรียาแทบช๊อค เมื่อก้าวขึ้นไปนั่งในตอนหลังนักบิน ซึ่งตอนต่อไปจากที่เธอนั่ง มีชายอีกสองคนนั่งอยู่ก่อนแล้ว และค้อมศีรษะให้เธอน้อยๆ และคนที่นั่งตอนหน้าคู่กับนักบินได้หันมากล่าวกับเธอ เป็นภาษาอังกฤษชัดถ้อยชัดคำ  

“ ยินดีต้อนรับสู่ ราชอาณาจักรซันซีฮานะครับ คุณเวรียา “

“ เอ่อ......คุณ..........”

เธอหลุดปากออกมาเพียงเบาๆ ด้วยสีหน้าตระหนก กลืนน้ำลายลงคอดังเอื๊อก เบิ่งตาโตมองเขาและนิ่งอั้นไปในทันที ใจเธอต้นระทึกดังกลองรัวอยู่ในอก เหมือนกับกำลังโดนลักพากระนั้น คงจะเป็นพฤติกรรมของชายหนุ่มคนนี้ ที่ทำให้เธอหวาดหวั่น จนกายเย็นเฉียบ คำถามที่อยากจะถาม เขาผุดพราวขึ้นในใจมากมาย แต่เครื่องแบบเต็มยศ ที่เขาสวมอยู่ในขณะนี้ ทำให้เธอนิ่งเงียบ ด้วยอาจจะเป็นการเสียมารยาทเกินไป ในเมื่อมีบุคคลที่สามสี่ห้า อยู่ในเครื่องนั้นด้วย รอยยิ้มเยือนอย่างปรานี ที่ระบายอยู่บนใบหน้า หล่อคมเข้ม ที่ส่งมาเหมือนจะปลอบใจ เข้าใจในความรู้สึก ก็ทำให้เธอผ่อนลมหายใจออกมา เขาเอ่ยเตือนให้เธอคาดเข็มขัด  ด้วยสีหน้าที่ยิ้มเยือนบางๆอีกครั้ง เมื่อเครื่องบินลำนั้น เริ่มเคลื่อนไปตามรันเวย์ ก่อนที่จะทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้า น้ำตาเจ้ากรรมพลันรื้นขึ้น เมื่อรู้สึกถึงความเดียวดายที่แท้จริง แล่นเข้าเกาะกุมหัวใจทันที

 

(ช่วงแรกๆอาจจะไม่ได้อัพทุกวันนะคะ แต่จะรีบมาอัพค่ะ เม้นท์มาให้กำลังใจคนแต่งบ้างนะคะสัญญาว่าจะทุ่มเทให้ผลงานชิ้นนี้ออกมา ให้ดีที่สุดค่ะ ) อิมเมทอาจจะไม่ถูกใจถ้าน้องๆช่วยหาให้ก็โอเคนะคะ........



Dek-D Writer APP : แอพอ่านนิยาย Dek-D บน iPhone , Android Phone
มาแล้ว!! เวอร์ชั่น iPad และ Android Tablet
ตราบสิ้นดวงหฤทัย (ตีพิมพ์กับ ส.น.พ.อักษรศาสตร์) ตอนที่ 1 : เวรียา อัพ100% , ผู้เข้าชมตอนนี้ : 7289 , โพส : 14 , Rating : 90% / 24 vote(s)
Vote ให้คะแนนตอนนี้ Vote ได้ 1 ครั้ง / 1 ชม.
[ กลับไปหน้าหลักของบทความ | ตอนถัดไป ] [ บันทึกเป็น Favorite ] [ ปิดหน้าต่างนี้ ]
หน้าที่ 1
# 14 : ความคิดเห็นที่ 243

เริ่มเรื่องน่ารักดีนะคะ :) สู้ๆนะคะ

Name : Elaine < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ Elaine [ IP : 61.90.98.241 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 24 กรกฎาคม 2553 / 16:54
# 13 : ความคิดเห็นที่ 213
เมนต์ค่า เขียนน่าอ่านมากๆ ค่ะ เพิ่งเข้ามาครั้งแรก
Name : sakapim < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sakapim [ IP : 125.27.207.231 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 20 กรกฎาคม 2553 / 20:00
# 12 : ความคิดเห็นที่ 32
สารภาพตามตรงอีกแล้วว่ากลัวใจพี่บุษจังเลยค้า
ก็เรื่องนี้มันอยู่ในโหมดเศร้านี่ค้า
กลัวอ่านไปแล้วทิชชูจะไม่พอ ปกติซื้อมาเพื่อเช็ดเลือดกำเดาโดยเฉพาะ
แต่ไม่อยากอ่านไปสะอื้นไปแล้วก็เช็ดน้ำตาไปค้า
เพราะฉะนั้นพี่บุษอย่าให้เศร้ามากนะคะ เอาพอประมาณก็โออยู่ค่ะ
นะคะๆๆๆ พลีสสส
Name : **~Mink~** < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ **~Mink~** [ IP : 123.50.149.37 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 13 มิถุนายน 2553 / 08:59
# 11 : ความคิดเห็นที่ 25

พระเอกแน่เลยที่ตามดูนางเอกตลอดเวลา จะใช่รึเปล่าน้า อิอิ


PS.  --DestiNy-- ฉันเชื่อในพรหมลิขิตเสมอ เพราะ พรหมลิขิตเราจึงได้พบกัน
Name : sweethoney < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sweethoney [ IP : 125.27.218.93 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 11 มิถุนายน 2553 / 15:58
# 10 : ความคิดเห็นที่ 21
มาประทับตรา อ่านแล้ว ตามคำเชิญ .......เวรียาจะเป็นอย่างไรเมื่อต้องไปอยู่ไกลบ้านเกิด

รอ writer มา up ต่อค่ะ
Name : tungkn4841 [ IP : 125.24.187.3 ]

วันที่: 10 มิถุนายน 2553 / 02:32
# 9 : ความคิดเห็นที่ 17

ว้าว เท่ระเบิดเลยพี่เอกเรา

Name : rukjun < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ rukjun [ IP : 111.84.180.43 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2553 / 12:53
# 8 : ความคิดเห็นที่ 15
ตามมาอ่านครึ่งหลังต่อค่ะ สงสารเวรียาจัง
อกหักคราวนี้ได้เจอเจ้าชายรูปหล่อ...ดีกว่าคนเก่าอีก
PS.   ...
Name : พี่แป๊ด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พี่แป๊ด [ IP : 124.122.222.152 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2553 / 11:37
# 7 : ความคิดเห็นที่ 14
คามมาให้กำลังใจค่ะ
PS.   After the rain comes the rainbow All you have to do is BELIEVE
Name : sherry_temple < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sherry_temple [ IP : 183.89.17.189 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 9 มิถุนายน 2553 / 07:41
# 6 : ความคิดเห็นที่ 13
Name : jeabkiss < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeabkiss [ IP : 58.9.189.54 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 มิถุนายน 2553 / 19:35
# 5 : ความคิดเห็นที่ 11
เวรียา เธอตัดสินใจถูกแล้วล่ะที่ทำแบบนี้
อย่าไปเป็นมือที่สามทำครอบครัวเค้าร้าวฉานเลย  ถึงเค้าจะร้าวฉานอยู่แล้วก็เถอะ
เพราะเธอจะได้มาเจอเจ้าชายที่สุดแสนจะ perfect
ไม่เข้าใจว่าทำไมลัดดาต้องห้ามเวรียาด้วยนะ เป็นเพื่อนน่าจะเข้าใจความรู้สึกเพื่อนสิ
อาณาจักรซันซีฮาไม่น่ากลัวหรอกค่ะ  การเมืองของไทยตอนนี้ยังทำให้ประเทศไทยไม่น่าอยู่มากกว่าอีก
ซันซีฮาออกจะสวย น่าอยู่ แถมมีเจ้าชายรูปหล่อด้วย

ขอกรี๊ดเจ้าชายด้วยคนค่ะ หล่อ เท่ สมาร์ทมาก ๆ เลย
แต่หนูชอบแบบไม่มีหนวดมากกว่าค่ะ
อิมเมจนางเอกก็น่ารักดีค่ะ
ปราสาทสวยจัง  อยากไปเที่ยวบ้าง
ซันซีฮา...เมืองในฝัน
PS.  If you come here. you'll find me...I promise
Name : เจ้านางน้อยแห่งล้านนา < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ เจ้านางน้อยแห่งล้านนา [ IP : 112.142.3.74 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 มิถุนายน 2553 / 13:49
# 4 : ความคิดเห็นที่ 9
P' Bou ka I like Kemin's image ka  


แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 8 มิถุนายน 2553 / 03:09
Name : SN piercensean < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ SN piercensean [ IP : 75.168.117.148 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 8 มิถุนายน 2553 / 03:05
# 3 : ความคิดเห็นที่ 5
ชอบอิมเมทพระเอกเหมือนกันค่ะแต่นางเอกอยากได้คนนี้ค่ะจะได้ไม่ซ้ำกับเรื่องที่แล้ว

Name : jeabkiss < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ jeabkiss [ IP : 58.11.29.125 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มิถุนายน 2553 / 20:31
# 2 : ความคิดเห็นที่ 3

เปิดมาก็น่าสนใจแล้ว อิอิ
จะตามอ่านตามเป็นกำลังใจให้นะคะ ^^


PS.  --DestiNy-- ฉันเชื่อในพรหมลิขิตเสมอ เพราะ พรหมลิขิตเราจึงได้พบกัน
Name : sweethoney < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ sweethoney [ IP : 125.27.205.241 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มิถุนายน 2553 / 20:17
# 1 : ความคิดเห็นที่ 2
ตามมาอ่านอีกแล้วค่ะ ^^
PS.   ...
Name : พี่แป๊ด < My.iD > ดูเน็ตเวิร์คอื่นๆ ของ พี่แป๊ด [ IP : 124.122.18.16 ]
ส่งข้อความลับ
วันที่: 7 มิถุนายน 2553 / 20:07
หน้าที่ 1
Post your comment : แสดงความคิดเห็น
ส่วนที่ 1: Message ข้อความ

ส่วนที่ 2 : Name ลงชื่อ
  โพสความเห็นด้วย member Login name Password
  โพสความเห็นไม่แสดง member : ชื่อ* email รูปตัวแทน
            พิมพ์เลขที่เห็น

เธซเธ™เธฑเธ‡เธชเธทเธญเนƒเธซเธกเนˆเธ›เธฃเธฐเธˆเธณเน€เธ”เธทเธญเธ™เธžเธคเธฉเธ เธฒเธ„เธก 2561

ข้อตกลง & เงื่อนไขการใช้งาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้เป็นผลงานที่แต่งโดยผู้ลงผลงานเอง ลิขสิทธิ์ของผลงานนี้จะ
    เป็นของผู้ลงผลงานโดยตรง ห้ามมิให้คัดลอก ทำซ้ำ เผยแพร่ ก่อนได้รับอนุญาต
    จากผู้ลงผลงาน

  • กรณีที่ผลงานชิ้นนี้กระทำการคัดลอก ทำซ้ำ มาจากผลงานของบุคคลอื่นๆ ผู้ลง
    ผลงานจะต้องทำการอ้างอิงอย่างเหมาะสม และต้องรับผิดชอบเรื่องการจัดการ
    ลิขสิทธิ์แต่เพียงผู้เดียว

  • ข้อความและรูปภาพที่ปรากฏอยู่ในผลงานที่ท่านเห็นอยู่นี้ เกิดจากการส่งเข้าระบบ
    โดยอัตโนมัติจากบุคคลทั่วไป ซึ่งเด็กดีดอทคอมมิได้มีส่วนร่วมรู้เห็น ตรวจสอบ
    หรือพิสูจน์ข้อเท็จจริงใดๆ ทั้งสิ้น ผู้ใดพบเห็นการลงผลงานละเมิดลิขสิทธิ์ หรือ
    ไม่เหมาะสมโปรดแจ้งผู้ดูแลระบบเพื่อดำเนินการทันที
    Email: contact(at)dek-d.com ( ทุกวัน 24 ชม ) หรือ
    Tel: 0-2860-1142 ( จ-ศ 0900-1800 )

App อ่านนิยายบน iPad iPhone และ Android