(rewrite) between buildings / : / chanbaek

ตอนที่ 11 : ชั้นที่ 11

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 246
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    8 ส.ค. 63




 

ชั้นที่ 11

 

/ : /

 

 

 

 

 

 

 

 

จับมัน

 

 

เห้ย!” สองแขนของชานยอลถูกหิ้วปีก ใบหน้าสั่นตามแรงชกของไอ้พวกบ้าที่ไหนไม่รู้ เขาพยายามออกแรงเพื่อให้หลุดจากการถูกจับเอาไว้

 

                ชานยอลถีบไปที่ท้องของไอ้บ้าตัวหนึ่งที่กำลังจะพุ่งเข้ามาชก ก่อนที่ขาของตัวเองจะถูกจับและกดร่างลงกับพื้น หลังจากนั้นก็ถูกกระทืบลงมาจนมองแทบไม่ออกว่าใครเป็ใคร นานเท่าไหร่ไม่รู้ที่เกิดความรู้สึกเจ็บจนชากับร่างกาย จนกระทั่งร่างของชานยอลนอนนิ่งอยู่บนพื้น เท่าที่เห็นพวกมันมากันหกคนกับเสียงลางๆที่ได้ยินก่อนจะหมดสติไป คือ ... อย่ายุ่งกับผู้หญิงคนนั้นอีก

 

 

หยุด! หยุดนะ

 

 

กรี๊ดดดด ช...ชานยอล ฮือ ช่วยด้วยค่ะ!”

 

 

 

 

 

 

 

 

/

 

 

 

 

 

 

เสียงที่วุ่นวายภายในโรงพยาบาลตอนที่เตียงผู้ป่วยถูกรีบเข็นเข้าห้องฉุกเฉิน ตามมาด้วยหญิงสาวที่เอาแต่ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา

 

ขอสอบปากคำก่อนนะครับ ... คุณพอจะสงสัยใครมั้ย

 

ค่ะ ฉันมีในใจ

 

ไอรีนตอบออกไปพลางเช็ดน้ำตา เธอทนเห็นสภาพเพื่อนที่ต้องมาโดนอะไรแบบนี้เพราะตัวเองไม่ไหวเลย ดีแค่ไหนที่ลืมกระเป๋าไว้ในรถแล้วตัดสินใจกลับลงมาเอา ภาพที่เห็นคือชายฉกรรจ์หลายคนที่รุมกระทืบเพื่อนตัวเอง ตอนนั้นไม่ได้ห่วงอะไรตัวเองเลย ใช้เสียงสิบแปดหลอดในการเรียกให้คนมาช่วย โชคดีที่ยามวิ่งมาช่วยพอดี

 

                เธอตัดสินใจก่อนที่จะแจ้งความในการเลือกจะโทรไปไกล่เกลี่ยกับคนที่พอจะรู้อยู่ในใจ

 

จะเอาไง พี่จะมารับกรรมที่นี่หรือที่สถานีตำรวจ

 

(หนู...)

 

หนูอะไร โตแล้ว!! ตอบมา

 

(ค่ารักษา กับค่าทำขวัญจะจัดการให้เท่าไหร่บอกมาได้เลยนะรีน)

 

พี่เนี่ยหน่า...แม่งเจอขอตบหน้าหน่อยเถอะ!”

 

(พี่ขอโทษ)

 

คนที่พี่ควรขอโทษคือเพื่อนของรีน ไม่ใช่รีน ทำไมถึงไม่รู้จักถามห๊ะ”

 

(..ผิดไปแล้ว พี่ขอ -)

 

 

ติ๊ด

 

 

 

                เพราะหงุดหงิดมากๆ เลยตัดสินใจตัดสายทิ้งไป แล้วพอดีกับที่พยาบาลวิ่งมาทางนี้พอดี

               

 

“เพื่อนฟื้นแล้วค่ะ คุณไอรีน” เธอรีบออกมาบอกหลังจากที่เขาบอกไว้ว่าถ้าชานยอลมันฟื้นแล้วขอให้ออกมาบอกหน่อยเพราะตัวเองต้องเคลียร์กับตำรวจ

 

 

“...ชานยอล!”

 

 

 

ชานยอลสลบไปเพราะโดนหนักสภาพมันสะบักสะบอม ก่อนที่หมอจะมาสรุปอาการให้ฟัง มันแขนขวาหัก ขาซ้ายก็เจ็บอาจจะทำให้เดินลำบาก ไหนจะใบหน้าที่ฟกช้ำ ตามลำตัวที่เขียวช้ำ.... แต่โชคดีที่ไม่เป็นอะไรหนักมาก สมองหรือภายในยังปกติดีอยู่

 

 

“ไง” แล้วดูมันทัก

 

“เป็นไง เจ็บมากมั้ย...เราขอโทษนะ”

 

“อืม สรุปใครล่ะคราวนี้”

 

 

ไอรีนเล่าทุกอย่างให้เพื่อนฟัง ก่อนที่ชานยอลจะหัวเราะด้วยความเจ็บปวดทั้งแบบนั้นออกมา นี่เป็นครั้งแรกเลยมั้งที่โดนกระทืบแบบนี้ เออประสบการณ์ชีวิตดี

 

 

แต่ไม่ต้องห่วงนะเราจัดการเอง ทุกอย่างเลยชานยอลพยักหน้า ก่อนจะตีลงไปที่แขนเธอเบาๆเพราะไม่อยากให้อีกฝ่ายเครียดและคิดมากเกินไป

 

 

“เออแล้วนี่กี่โมงแล้ว เอาโทรศัพท์มาให้หน่อยดิ”

 

“เช้าละ ... อยู่ไหนอ่ะ เป๋าเกงอ่อ”

 

 

“แหะๆ..”

 

แต่พอหยิบออกมาแล้วสภาพที่เราเห็นก็คือ ... หน้าจอแตกละเอียดเลยแม่ง ปาร์คชานยอลเอามือก่ายหน้าผากอย่างหนักใจ

 

 

 

                แล้วกว่าจะได้ออกจากโรงพยาบาล กว่าที่จะได้โทรศัพท์ใหม่ ธุระก็ตกอยู่ที่ไอรีนที่รับผิดชอบทุกอย่างตามที่เธอบอกเพราะไอ้เพื่อนตัวดีที่จิกยิกๆเลย คิดถึงใจจะขาดแล้วมั้ง

 

 

เร็วๆ รีบเปิดเครื่อง .. ล็อกอินแล้วขอให้อยู่เหอะเขาแบคอัพไว้อยู่ขอให้มันยังอยู่เถอะ

 

ห่วงตัวเองก่อนมั้ย

 

งอนแล้วมั้งเนี่ย

 

เป็นไรกันอ่ะเขาจะมางอน

 

เพื่อนกันปะวะเนี่ย...” อีกฝ่ายหัวเราะเป็นบ้าเป็นหลัง ตอนถูกมองแรงใส่

 

 

ก่อนที่เธอจะช่วยเก็บของและจะขับรถไปส่งชานยอลที่คอนโด ดูอยากกลับจะแย่แล้วนั่น ตอนแรกไอ้พี่บ้าก็อาสาจะมาช่วยส่งชานยอลแต่เธอเองก็ยังไม่อยากเจออีกฝ่ายตอนนี้

 

 

กลับกันนะ

 

อืม คิดถึงห้องจะแย่

 

จ้า

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สามวันในระหว่างนั้น..

 

 

 

 

คยองซูสะกิดให้มินซอกดูปฏิกิริยาของเพื่อนตัวเองรอบที่สามร้อยของวันนี้ อาการของมันเดี๋ยวนี้นี่นะ...

 

ตั้งแต่มาเรียนคลาสเช้า มันเอาแต่จับจ้องอยู่กับโทรศัพท์ ใบหน้าติดง้ำงอและดูจะหงุดหงิดอยู่บ่อยๆ เดี๋ยวก็สลับกับถอนหายใจออกมาเสียงดัง

 

เป็นอะไรของมึงอีกคะ ไม่ตั้งใจเรียนเลยมันเงยขึ้นมา ก่อนที่จะ...

 

เห้อออออ!”

 

อะไรเนี่ย

 

หงุดหงิดว่ะ

 

เล่ามา!!”

 

 

โอเค...เผื่อทุกอย่างจะดีขึ้นเขาเองก็ไม่อยากจะเก็บมันมาคิดเท่าไหร่ และเพราะได้โอกาสระบายเขาเลยเล่าทุกอย่างออกมาว่าที่เอาแต่มองบนหน้าบทสนทนานั้นเพราะอะไร

 

ตอบมาก่อนว่ามึงเริ่มมีใจให้มัน

 

..ไม่ใช่ซักหน่อย!”

 

เริ่มลังเลนะคำตอบอ่ะจงแดมองอย่างจะจับผิด

 

“ทีแต่ก่อนตอบกลับทันควัน”

 

...ก็ไม่แปลกนะถ้ามันจะเบื่อแล้วจะเลิกคุยกับมึงแล้วจริงๆ เพราะมึงก็ไม่ได้บอกว่ามึงชอบมัน...แล้วมัน?”

 

ไม่รู้ ไม่เคยบอกตรงๆหรอก มันก็ติดเล่นที่พูดๆออกมาเชื่ออะไรได้วะ

 

ก็ดีแล้วนี่ ถ้าไม่ได้ชอบกันมันจะได้เลิกมาวอแวกับมึงไง...”

 

 

ก็จริง หายไปก็ดีแล้วนี่หน่า... แต่ทำไมถึงรู้สึกโหวงๆแบบนี้วะ ไหนจะเรื่องเสื้ออีกไอ้บ้าเอ้ยย

 

 

แดกเหล้ากันมั้ย

 

มึงกินไม่เป็นไอ้หัวโปก!” จงแดเคาะลงมาเบาๆบนหัวของแบคฮยอน

 

ไหน อะไรๆใครจะไปกินเหล้า

 

เป็นพี่จงอินที่อยู่ๆก็มาตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้เลย เหมือนตั้งเตือนไว้กับหูเวลามีคำว่าเหล้าหรือเบียร์เลยอ่ะ

 

เลี้ยงเปล่าพี่

 

หมดตัวว่ะ รอเดือนหน้าได้เปล่า..ไปกัน พวกเขาหัวเราะไปที แค่แซวพี่แกเล่นๆไปงั้น แต่มีอีกคนที่ยังทำนิ่งเหม่อลอยอยู่

 

เป็นไรอีกเรา อาจารย์คนไหนว่าอะไรมาหรือไง” แบคฮยอนส่ายหัว

 

 “พี่พาไปกินขนมเปล่า

 

พี่เห็นผมเป็นคนยังไง

 

คนน่ารัก

 

 

เงียบกันหมดเลยมึง...

 

 

เออไปพี่ ไปเราๆ กินไรกันดีแบคฮยอนลุกขึ้นก่อนจะเดินเขย่งไปกอดคอรุ่นพี่ เล่นเอาคนอื่นพากันมองหน้าสบตากันอย่างเลิกลั่ก

 

“เอ่อ พวกกูกลับดีกว่า เนอะ ไปเล่นเกมส์กันมินซอก ไอ้คยองซู”

 

“ห๊ะๆ อ่อ ไปดิๆ”

 

 

สุดท้ายก็มีแค่ผมที่เดินเซ็งๆอยู่ข้างๆพี่จงอิน เราพึ่งออกมาจากรถไฟฟ้าใต้ดินที่คนเยอะมากๆ แล้วตอนนี้อ่ะเหรอเวลาเดินไปทางไหนก็มีแต่คนมองมาที่พี่แก

 

พี่ไม่ได้รูดซิบป่ะ ทำไมมีแต่คนมองวะ จงอินเลยหยุดแล้วแสร้งก้มลงไปดู

 

บ้า รูดแล้ว

 

“...”

 

พี่แค่หล่อป่ะ

 

เออ เถียงไม่ได้ด้วย

 

นั่น เงียบเลย

 

อืมครับ หล่อมาก

 

ไปกินเบอร์เกอร์กันพี่เลี้ยง

 

ไหนบอกไม่มีเงิน ไม่ต้องก็ได้พี่ แค่ไปกินนั่นแหละออกใครออกมัน

 

เอางั้นก็ได้

 

 

เราเดินกันเรื่อยมาอีกซักหน่อยก็มานั่งกันอยู่ในร้านแฮมเบอร์เกอร์ที่รุ่นพี่บอกให้เขาไปนั่งและจะสั่งเมนูเด็ดมาให้ และก็บ้าบอสมกับเป็นพี่แกก็แม่งเล่นสั่งเบอร์เกอร์ยักษ์…. มันใหญ่กว่าหน้าผมอีกมั้ง

 

 

ไอ้พี่จงอิน แกล้งกันป่ะจะยัดไงหมดเนี่ย

 

 

แบคฮยอนทำหน้างอแง เอาจริงๆมีหลายคนมองมาที่โต๊ะเราแล้วขำกันด้วย ก็น้อยคนมั้ยอ่ะที่จะสั่งมาแบบนี้อ่ะ

 

อายป่ะ ถามก่อน มันเป็นเมนูซิกเนเจอร์ของทางร้าน มันใหญ่จริงแต่จงอินก็บอกว่ามันอร่อยด้วย เพราะเคยมากินแล้ว อยากให้น้องได้ลอง

 

เห็นเราเครียดๆเลยอยากให้อารมณ์ดี

 

เครียดกว่าเดิมอีกพี่

 

ไหนๆเครียดเรื่องไร เล่าได้เรื่องเรียนเหรอ ถึงพี่จะโง่แต่ปีโป้อร่อยมากนะ

 

กูกลับละนะพี่รุ่นน้องทำท่าจะลุกหนี แต่ตัวเองก็คว้ามือเอาไว้ก่อน หัวเราะจะเป็นบ้าเลย

 

โอ๋ ล้อเล่นๆๆๆ

 

ไม่มีอะไร ก็แค่...โอย ช่างแม่งแบคฮยอนงับเบอร์เกอร์ไปคำโตๆเลยกับแก้มที่เคี้ยวตุ่ยๆ

 

โอเค งั้นกินไปเยอะๆ เครียดก็ต้องกินรู้เปล่าเขาผงกหัวงึกๆอย่างเชื่องเลย

 

ดูท่าเราจะเครียดเยอะเนอะ

 

                แบคฮยอนคิดไว้แล้วว่าจะต้องโดนแซวออกมาแน่ๆ เลยเอาที่ถือกินอยู่ทำแกล้งจะไปยัดใส่ปากคนที่เอาแต่หัวเราะร่าอยู่ตอนนี้ ช่วงนี้หัวเราะเก่งจริงๆเลยพี่จงอินเนี่ย

 

ฮ่าๆ

 

 

 

 

เห้อ ... ผมไม่ชอบความรู้สึกที่เอาตัวเองไปผูกกับใครไว้แบบนี้เลย ในหัวมันเอาแต่คิดอยู่ได้

 

 

 

หลังจากแยกกับพี่จงอินมาแล้ว แบคฮยอนเดินเชื่องช้ามองขึ้นไปบนตึกอย่างไร้วี่แววของแสงไฟที่สะท้อนออกมาจากห้องนั้น

 

 

เกิดอะไรขึ้นหรือเปล่าวะ...” เผลอรำพึงออกมา

 

 

อ้าว!” แบคฮยอนสะดุ้งสุดตัว ป้ายูบินนี่เอง

 

ดึกๆมายืนทำหน้าน่ากลัวอะไรอยู่คนเดียว

 

ป้าอ่ะ มาซื้ออะไร

 

ยาสีฟัน ผัวบอกปากเหม็น

 

“...”

 

อ้าว ไม่เล่นด้วยแหะ เป็นไรล่ะเอ็ง

 

เปล่าครับ ป้า...เจอมันบ้างมั้ย

 

มัน? ... อ่อ เจ้าชานยอลน่ะหรือ ไม่อ่ะ ป้าก็ว่าจะถามเอ็งนี่แหละลืมไปเลยนะเนี่ย

 

“...”

 

ไม่ได้ติดต่อกันแล้วเหรอ

 

มันนั่นแหละ...ครับเขาตอบออกไปด้วยน้ำเสียงเบาบาง

 

 

                ดูท่าแล้วก็ไม่มีใครได้เจออีกฝ่ายเลย

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

/

 

 

 

 

 

 

 

 

เวลาแปดโมงเช้าพอดิบพอดีที่ผมลุกตื่นขึ้นมา วันนี้อากาศดี ตอนที่ผมเลื่อนประตูระเบียงออกไปแล้วเผลอหยิบบุหรี่ติดมือออกมาด้วย ก่อนจะจุดสูบทั้งที่อยากจะเลิกตั้งนานแล้ว อีกครั้งที่เผลอมองไปยังห้องตรงข้ามที่ทุกครั้งจะเห็นเครื่องปรับอากาศทำงาน แต่วันนี้ดูเงียบกริบเหมือนเคย สีของใบไม้ในกระถางเริ่มแปรเปลี่ยนเป็นสีน้ำตาลบ่งบอกว่ามันไร้ซึ่งการดูแล ประกอบกับไม่มีฝน

 

 

หายไปไหน นั่นคือสิ่งที่ผมเอาแต่คิด

 

 

จะเกิดอันตรายหรือเปล่า แต่ก็น่าจะมีคนมาตามหาบ้างมั้ยถ้าเกิดหายตัวไปจริงๆ...

 

 

เห้อ….

 

 

 

หลังจากลงมาหาอะไรกินที่มินิมาร์ทข้างล่าง แบคฮยอนเลยตัดสินใจมานั่งกินตรงโต๊ะสำหรับนั่งเล่นในสวน วันนี้วันหยุดก็พอจะมีเวลาว่าง..เผื่อเจอ เอ้ย แค่อยากลงมาสูดอากาศข้างล่างบ้าง ขี้เกียจเอาแต่อุดอู้อยู่แต่ในห้อง

 

กระทั่งเวลาผ่านไป ที่ตัวเองเอาแต่ตอบข้อความของเพื่อนที่คุยเล่นกันตามประสา มีเบนซ์ที่ไม่คุ้นขับเข้ามายังตึกตรงข้าม และฟิล์มที่ไม่มืดเกินไปทำให้เขาเห็น

 

               

นั่นไอ้นกกระจอกเทศ....

 

 

ผมที่รีบลุกขึ้นมาแต่ไม่ได้ตื่นเต้นหรอกนะ!

 

 

 

                                                                              

 

 

 

 

 

 

 

จอดนิ่มๆไม่เป็นเหรอ

 

อย่าพูดมาก เดี๋ยวให้ขึ้นไปเองเลยนี่!” ชานยอลหัวเราะพร้อมกุมมือเอาไว้ที่ท้องเอา ยังรู้สึกจุกๆอยู่เลย

 

 

ค่อยๆนะหญิงสาวตัวเล็กค่อยๆพยุงร่างสูงใหญ่ของเพื่อนลงมาให้ยืนทรงตัวดีๆ มีเสียงโอดโอยออกมาอยู่เรื่อยๆเวลาที่จะเคลื่อนไหว

 

โอเคเปล่าชานยอลพยักหน้าตอบอีกฝ่ายไป

 

ป่ะ เดี๋ยวพาขึ้นไปส่ง

 

เกรงใจ

 

แล้วจะเดินขึ้นเองได้หรือไง หึเธอทำหน้าดุ ก่อนจะตีเข้าที่แขนข้างที่ไม่ได้เข้าเฝือกเบาๆ

 

อยากขึ้นไปห้องผู้ชายใช่มั้ยเนี่ย

 

ย่ะ อยากมากกกก

 

 

และการกระทำทั้งหมด ก็อยู่ในสายตาของคนๆนึงที่ขาพาเดินมาหยุดยืนอยู่ตรงนี้ ตั้งนานแล้ว

 

 

แบคฮยอน...!”

 

“...”

 

..เดี๋ยวๆ โอ๊ย

 

ชานยอล! นายเจ็บอยู่นะอย่าเดินเร็วสิ

 

 

อีกฝ่ายเดินหนีออกไปแล้ว

 

 

ใครเหรอ....อย่าบอกนะว่าเธอพอเข้าใจล่ะ นี่ละมั้งว่าที่หวานใจที่อีกคนกำลังจีบอยู่

 

กลับไปเลยไป แฟนเข้าใจผิดหมดแล้วเนี่ย

 

เหรอออออ เขารับรักละเหรอย่ะ

 

เห้อ เข้าใจผิดไปถึงไหนแล้วก็ไม่รู้มองตามออกไปนู่นก็เห็นว่าอีกฝ่ายเดินไปที่ตึกตัวเองแล้ว

 

ขึ้นไปก่อนเดี๋ยวค่อยง้อ

 

ไอรีนพยุงพาชานยอลขึ้นลิฟต์ไปส่งถึงบนห้อง จัดยาจัดของวางไว้ให้อย่างเรียบร้อย อำนวยความสะดวกให้สุดๆ

 

ให้ไปซื้อข้าวมาไว้ให้มั้ย

 

เหมือนอีกคนจะนิ่งคิดอยู่สักพัก ก่อนจะตอบออกมา

 

“ไม่ ... ไปๆ กลับไปเถอะ

 

เอ่า ทำไมล่ะแล้วถ้าหิว...

 

เออหน่า มีแผน

 

ห๊ะ... อ่อออเธอหัวเราะเสียงดังลั่น เพื่อนเขานี่มันเล่ห์เหลี่ยมเยอะจริงๆ

 

แล้วถ้าเขาไม่ยอมมาอ่ะ

 

ปากอ่ะนะ ไม่หรอก...เขารู้ดีว่าอีกฝ่ายเป็นคนใจอ่อน

 

โอเคๆ ยังไงมีปัญหาอะไรก็โทรบอก เคลียร์ไม่ได้ก็บอกเดี๋ยวจะช่วยๆ

 

อืม ขับกลับดีๆไปพักผ่อนเถอะ

 

เชอะ!”

 

แต่ก่อนที่เธอจะเปิดประตูออกจากห้องไป ไอรีนเหมือนจะนึกอะไรขึ้นมาได้เธอเดินกลับมานั่งตรงหน้าของปาร์คชานยอลอีกครั้ง

 

ขอโทษอีกครั้งนะ ... เราว่าจะไปคุยกับเขาแล้ว

 

อืม ถ้าไม่ไหวมันไม่ดีก็ออกมาเถอะ

 

เราจะให้เขามาขอขมานาย

 

กลัวมันจะยกพวกมากระทืบซ้ำอีกอ่ะดิ ตายเลยนะเว้ย

 

เธอหัวเราะอีกหน ก่อนจะลุกขึ้นแล้วก็

 

 

จุ๊บ

 

 

 

เห้ยหอมแก้มผมอีก

 

ฮ่าๆ บายยย ง้อไม่สำเร็จแน่ๆหน้าก็เละ แบร่

 

 

 

กวนจริงๆเลย

 

 

 

ถ้าให้รีวิวสภาพตอนนี้อ่ะเหรอ ผมไม่ควรอยู่คนเดียวแบบที่ไอรีนบอกหรอก แต่ผมก็....มีแผนอยู่นั่นแหละหน่า 

 

 

 

 

 

CHANYEOL

 

คิดถึงนะ

 

 

 

 

 

 

 

 

อย่างที่บอกว่าวันนี้ผมลงมานั่งร...เอ้ย ลงมานั่งเล่นข้างล่างคอนโด เพราะก็ว่างด้วย ตอนที่นั่งเพลินๆก็ดันเผลอมองไปยังห้องข้างบน ที่ไม่เห็นอีกฝ่ายมาราวๆหนึ่งอาทิตย์ได้แล้ว แม้กระทั่งข้อความ โทร วิดีโอคอลก็ไม่มีทักมากวนตีนแบบเคย

 

โอเค ๆ ผมแค่สงสัยว่าเขาหายไปไหน เป็นอะไร ...หรือจะเบื่อเลยเลิกเล่นไปแล้ว แค่คิดใจมันก็หวิวแปลกๆ แต่ผมไม่ได้รู้สึกเสียดายอะไรเลยนะ

 

แบคฮยอนค่อยๆเดินอ้อมไปดู เขาเห็นผู้หญิงตัวเล็กๆคนนึงเดินลงมา แม้เธอจะใส่หน้ากากอนามัยแต่มองจากตรงนี้ไปเธอก็ยังดูสวยมากๆเลย ลองเดินเข้าไปใกล้อีกหน่อยก่อนที่จะหยุดเดินเมื่อคนที่เธอพาลงมาเป็นใคร

 

ไอ้นกกระจอกเทศที่ทั้งขาและแขนถูกดามด้วยเฝือก ใบหน้าบวมมีรอยฟกช้ำ เขาเองก็แปลกใจกับสิ่งที่เห็นไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่คงไม่เจ็บมากหรอกมั้งเล่นกระดี๊กระด๊าขนาดนั้น

 

 

แบคฮยอน!”

 

 

ไปดีกว่า ไม่อยากจะยุ่งหรอก

 

 

 

แบคฮยอนเดินออกมาหมายจะกลับตึกตัวเอง ในหัวก็เอาแต่จำกับภาพที่เห็น เผลอกำสองมือเข้ามากันแน่นแบบที่ไม่รู้ตัว

 

 

เห้ยๆ ไม่ทักอ่ะ” 

 

นึกว่าใครไอ้จีซูนั่นเอง

 

ไม่ใช่คนนั้นหรอกหน่า เจอกันยังล่ะ

 

ยุ่ง!”

 

อะไรเนี่ย แล้วเป็นอะไรหน้ามุ่ย เมนส์ไม่มา?

 

เมนส์ที่หน้า!” มันหัวเราะร่าเลย

 

จะขึ้นห้องเหรอ

 

อืม...แล้วทำไมมาเร็วอ่ะวันนี้เป็นเวรมันกว่าจะเข้าก็อีกหลายชั่วโมงอยู่

 

เอาของมาเก็บแล้วจะไปหาข้าวกินอ่ะ ไปมั้ย

 

อืม

 

ถึงจะกินไปแล้วแต่ก็อยากกินอีกสงสัยโมโหหิวมั้ง เขารอจีซูมันอยู่ก่อนจะเดินกันไปร้านประจำ ... ก็ร้านป้ายูบินนี่แหละ

 

 

 

แฮ่!”

 

ถึงจะแกล้งแกแต่แบคฮยอนไม่รู้ตัวเลยว่าทำหน้านิ่งขนาดไหน

 

ตกใจมาก เป็นไงล่ะไอ้หนุ่ม...ไม่เหงาไม่มานั่งรอใครแล้วเหรอห๊ะ

 

รอใครเล่าป้าก็ วันนี้เอา...”

 

กะเพราหมูหรอบแบคฮยอนยกนิ้วชี้ส่ายไปมา เพราะวันนี้เขาจะกินเมนูอื่น

 

โนวๆ วันนี้ข้าวผัดกุ้งครับ

 

โอ๊ะ! นี่เมนูใครน้า

 

ไม่ใช่ของใครทั้งนั้นแหละป้า ผมแค่อยากกิน ไปรอก่อนแล้วนะก่อนจะสะบัดตูดเดินหนีไอ้จีซูเข้ามานั่งข้างใน

 

 

มือเรียวหยิบโทรศัพท์ออกมาพร้อมแจ้งเตือนที่โชว์ขึ้นมาพอดิบพอดี ป่านใจตรงกัน

 

 

 

 

CHANYEOL

 

คิดถึง

 

 

 

 

ทุเรศ

 

ห๊ะ ทำอะไรให้วะจีซูที่กำลังจะนั่งลงตรงข้ามถึงกับชะงักเมื่อจู่ๆไอ้คนหน้าบูดก็พูดออกมาแบบนั้น

 

แบคฮยอนอ่านแล้วไม่ตอบ ก่อนจะมีข้อความมาใหม่ที่ส่งมาบอกว่าตัวเองหิวข้าว มีรูปถ่ายสองสามรูปส่งตามมา เนื้อตัวที่เขียวช้ำ แขนขาที่ดามด้วยเฝือกแบบที่ได้เห็น

 

มีปัญญาก็เชิญลงมากินเองเถอะ

 

เป็นไรวะแบคฮยอนหันหน้าจอไปให้อีกฝ่ายดู

 

เห้ยๆ! เขาเป็นไรหรือแกไปทำอะไรเขานี่มันหนักมากเลยนะ

 

ใครจะไปทำอะไรมันได้อ่ะ ดูตัวมันกับตัวกูก่อนมั้ย

 

 

 

 

BBH

 

ให้ผู้หญิงคนนั้นลงมาหาซื้อให้ดิ

 

 

 

 

หารู้ไม่ว่าตอบกลับไปแบบนั้น เข้าทางการลองใจของใครบางคนที่นอนยิ้มแย้มแม้จะปวดไปทั้งตัวอยู่ก็ตาม

 

               

CHANYEOL

 

เป็นเพื่อน

เธออย่าหึงดิ

เขากลับไปแล้ว

 

 

BBH

 

หึงกับพ่อง

 

 

CHANYEOL

 

ยังไม่ได้กินข้าวเลยอ่ะ

ฝากซื้อหน่อยได้เปล่า

เดี๋ยวคืนเงินให้

 

 

 

โว้ย รำคาญจีซูที่กินข้าวอยู่ตรงข้ามสะดุ้งอีกครั้ง

 

ป้า!! ข้าวต้มสองถุง

 

ฝากใครเหรอ

 

มีคนหิวจะตายอ่ะทั้งป้าทั้งจีซูต่างพากันหัวเราะออกมา

 

อะไรมึง

 

ฟอร์มเก่งจริงๆนะตัวแค่นี้

 

 

 

 

BBH

 

เห็นแก่เพื่อนร่วมโลกหรอกนะ

 

 

 

CHANYEOL

 

ใครเขาอยากเป็นเพื่อน

 

 

 

 

 

เอ้า อยู่ๆก็หน้าแดง ไหวป่ะวะแบคฮยอนรีบคว่ำหน้าจอลง ก่อนจะหันกลับมาทำเป็นกินข้าวผัดต่อ

 

เป็นห่วงเขาอ่ะดิ๊

 

“...”

 

แต่สภาพขนาดนั้นคงขยับลำบาก เขาอยู่คนเดียวป่ะ

 

อาจจะอยู่กับเมียมั้ง

 

อ้าว นี่หึงป่ะ

 

ไม่!”

 

 

 

 

หลังจากกินเสร็จ แบคฮยอนหิวถุงข้าวต้มสองถุงออกมาถือสะบัดเดินเร็วที่ไม่รู้ว่าจะรีบทำไม

 

โอ้ย ร้อนๆๆ

 

เห้ย โทษๆ

 

ใจลอยไปชั้นบนล่ะอ่อแบคฮยอนแกล้งอีกฝ่ายที่ชอบแซวโดยการเอาถุงร้อนๆไปโดนมันอีกรอบ ก่อนจะวิ่งเข้าตึกฝั่ง A ไป

 

 

รอจนมีคนเปิดประตูเลยเดินเข้าไปกดลิฟต์ไปชั้นสิบหก พอลิฟต์เปิดออกเขารีบสาวเท้าไปยังห้องที่มั่นใจว่าจะอยู่ฝั่งไหนทันที...แบบที่ไม่รู้ตัวเลยด้วยซ้ำ

 

 

 

BBH

 

sent a photo

               

 

 

แบคฮยอนกดส่งรูปข้าวต้มสองถุงในถุงผ้าที่วางสวยงามอยู่บนพื้น เขาลังเลที่จะเคาะบอกดีมั้ยเพราะอีกฝ่ายยังไม่อ่านเลย

 

หรือจะหลับ...

 

แล้วถ้าหลับจริงๆ เกิดหลับนานก็น่าเสียดายข้าวต้มอีก

 

ช่างเถอะ แบคฮยอนสะบัดหัวไล่ความคิด เตรียมจะก้าวเดินออกมา แต่เพียงก้าวออกมาได้แค่สองก้าวเสียงติ๊ดของประตูก็ดังขึ้นมา พร้อมกับ

 

 

โอ้ย!”

 

เห้ย!!”

 

 

ร่างทั้งร่างที่ล้มลงเพราะรีบลุกและพยายามเดินเพื่อจะออกมาเจอหน้าให้ได้

 

 

จะบ้าเหรอ อยากตายหรือไงแบคฮยอนรีบไปช่วยพยุงให้ลุกขึ้น รู้ว่าไอ้บ้านกกระจอกเทศนี่ไม่ได้แกล้งหรอก สภาพเป็นขนาดนี้

 

ก่อนจะพาร่างหนักๆนั้นเข้ามาในห้องและพามานั่งลงที่เตียง

 

อยากเจอหน้านี่ ไม่ได้เจอหลายวันจะตายแล้ว

 

อย่ามาทะลึ่ง เอ่า เอาไปกินซะจะกลับละเขาเดินออกไปหยิบถุงข้าวต้มก่อนจะเอามาวางต่อหน้าอีกคนที่ทำซี๊ดปากดูเจ็บปวด

 

โอ๊ย!”

 

อันนี้มึงสำออย

 

อ้าวทันเหรอเพราะแสร้งเป็นจับถุงละปล่อยร่วงลงบนเตียงเหมือนคนอ่อนแรง

 

อย่าพึ่งรีบดิ คือ หิวอ่ะ แกะไม่ได้” 

 

ชานยอลยกแขนที่ใส่เฝือกบวกกับทำหน้าให้ดูน่าเห็นใจกลับไป เผื่ออีกฝ่ายจะใจอ่อนอีกหน่อย

 

ทำไมกูจะต้องมาทำให้มึง แล้วสภาพขนาดเนี่ยไปทำอะไรมาไม่ทราบ ถึงปากจะบ่นแต่มือและขานั้นก็เริ่มเดินไปหาหยิบถ้วยชามช้อนที่วางอยู่ใกล้ทางออกระเบียง แกะถุงข้าวต้มพร้อมเทให้และยังรอฟัง

 

โดนกระทืบอ่ะดิ มีเรื่องเข้าใจผิดนิดหน่อย

 

“...เกี่ยวกับผู้หญิงที่มาส่งเหรอชานยอลพยักหน้า มองถ้วยข้าวต้มที่ถูกยื่นมาให้

 

จับกินไม่ได้อ่าทำเป็นเบะปากเรียกคะแนนอีกนิด

 

โว้ย

 

หน่า กูอยู่คนเดียวอ่ะที่จริงก็เกรงใจ ... งั้นไม่เป็นไรก็

 

ช้อนตรงหน้าที่ยื่นเข้ามากระแทกปากเต็มๆ พร้อมข้าวต้มที่ร้อนพอดี ... ดีแค่ไหนครับที่ไม่ลวกปาก เป่าให้หน่อยก็ไม่ได้

 

อาอ่อยอากเอยอ้าอูอินเอี่ย(อร่อยมากเลยป้ายูอินเนี่ย)

 

เออ

 

เวลาผ่านไปจนมันกินหมด เอาจริงข้าวต้มมันเยอะมากเลยนะเพราะเขาสั่งพิเศษให้ อร่อยขนาดนั้นเลยมั้งกินหมดเลย

 

ต้องกินยาอีก

 

ทำไม อย่าบอกนะจะให้กูป้อนอีก ??”

 

เปล่า ก็...ใช้แขนอีกข้างก็ได้ครับ

 

“...”

 

แต่มึง คือ เดี๋ยวมันต้องล้างแผลด้วยอยู่ช่วยหน่อยนะ

 

“...”

 

หรือว่ารีบกลับ

 

...พรุ่งนี้เรียนบ่าย

 

อ่า งั้น...

 

“ไม่ต้องพูดมาก นั่นอุปกรณ์ใช่มั้ย” เขาลุกขึ้นไปหยิบกล่องอุปกรณ์ทำแผลที่มีของครบครันอยู่ในนั้น ดูท่าคงมีคนเตรียมให้อย่างดี

 

“ยิ้มอะไร หึ่ย”

 

“โอเค ร้องไห้ก็ได้ถ้างั้น” เขาทำตาขวางใส่ผม

 

 

เขาน่ารัก แล้วผมก็....

 

 

 

ที่จริงแบคฮยอนไม่เคยมาทำอะไรให้ใครแบบนี้หรอก จะว่าโดนบังคับโดยสถานการณ์ทางอ้อม พูดแบบนั้นก็ได้มั้ง...

 

เขาหยิบอุปกรณ์ออกมา เปิดโทรศัพท์ขึ้นมาเสริชว่าควรเริ่มจากทำอะไรก่อน ก่อนจะเงยขึ้นไปมองอีกคนที่เงียบไป แลดูใบหน้านั้นซีดเซียวลง คงต้องรีบทำแล้วล่ะมั้ง หรือตามที่กำลังอ่านอยู่...อาการแบบนี้อาจจะเป็นการอักเสบเพราะแผลที่ฟกช้ำหรือเปล่า

 

 

ถึงจะทุลักทุเลหน่อยแต่เขาก็ทำมันได้ แล้วก็ไม่รู้ว่าเราต่างนิ่งเงียบกันไปนานแค่ไหน รู้ตัวอีกทีพอถูกหัวโตๆนั้นทับลงมาที่ตัก  แบคฮยอนก็รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเองเลยและยิ่งถูกมองมาตลอดแบบนั้นอีก เขาพยายามรีบทำแผลให้เพราะอยู่ในสภาพนี้นานๆไม่ได้แน่

 

จะมองอะไรหนักหนาจนพูดออกไปแผ่วเบา ใช้สำลีชุบแอลกอฮอลล์เช็ดไปรอบแผลที่ช้ำตรงหางคิ้ว

 

มองเหนียง เห็นชัดเลยอ่ะมองจากตรงนี้ โอ๊ย!”

 

อยากได้อีกแผลป่ะ

 

เล่นเทแอลกอฮอลล์ราดลงแผลเลย แสบไปหมดเนี่ยดื้อจริงๆ

 

แสบนะครับ

 

ก็สมน้ำหน้าไง

 

ก่อนที่จะหยิบทิชชู่มาเช็ดออกให้อยู่ดีนั่นแหละ เขาไม่ได้ใจร้ายขนาดนั้นแค่หมั่นไส้

 

 

มือนิ่มยังกับมือผู้หญิงพอถูกพูดถึงแบบนั้นชานยอลก็ร้องโอดโอยเสียงดัง เพราะนอกจากไม่เบามือเหมือนตอนแรกแล้ว ตอนนี้แบคฮยอนยังกดลงมาที่แผลแรงๆจนเจ็บและแสบไปหมด

 

ชานยอลเลยดึงมืออีกคนมาจับไว้แน่นเพราะอยากให้หยุด แล้วก็ส่งสายตากระลิ่มกระเลี่ยไปให้อีก

 

ปล่อย! ...ไอ้ทะลึ่ง

 

โอเคๆ ไม่กวนแล้วทำต่อให้หน่อยครับ

 

หลับตาด้วย!”

 

ทำไมอ่ะคนที่ยียวนเงยหน้าขึ้นไปสบตาคนด้านบนที่หลบตาเขาอีกแล้ว

 

เขิน?”

 

ถูกตีลงมาดังเพี้ยะ เนี่ย คนที่เขินก็ชอบทำแบบนี้ใช่มั้ยครับ

 

ถ้ายังพูดอีกกูจะกลับละนะ!”

 

เกิดความเงียบในทันทีหลังจากพูดมาแบบนั้น แล้วเหมือนตอนนี้ชานยอลกำลังจะหลับแล้วด้วยเหมือนกัน เพราะมือที่นิ่มนั้นไหนจะทำมันอย่างเบาๆ อ่า ผมพยายามข่มตาไว้อยู่

 

หลังจากตัวเองยอมนอนนิ่งๆไม่กวนแบคฮยอน แต่กับร่างกายของเขาที่ยอมฝืนอยู่แบบนี้ แบบที่รู้สึกว่าตัวเองได้อยู่ใกล้แบคฮยอนมากขึ้นกว่าทุกครั้ง แบบที่อยากอยู่แบบนี้นานๆ ... ไม่อยากจะหลับเลย

 

 

แบคเรียกออกมาด้วยน้ำเสียงไม่เต็มที่นัก

 

อะไร

 

“...ถ้าตื่นขึ้นมาจะเจอมึงมั้ย

 

 

ชานยอลจะหลับจริงๆแล้ว เขาเริ่มฝืนไม่ไหว ยาแก้ปวดชนิดนี้ทำไมมันทำให้เขาง่วงจังวะ ไม่กินแล้วได้มั้ย

 

 

 

เดี๋ยวเช้าก็รู้

 

 

 

 

เสียงนั้นเขาได้ยินจางๆอย่างเลือนลางและปาร์คชานยอลก็หลับคาตักแบคฮยอนทั้งแบบนั้น

 

ดูท่าจะเหนื่อยและคงหมดแรง แบคฮยอนมองสำรวจรอยฟกช้ำบนใบหน้าคมคายนี้อีกครั้ง ผู้หญิงคนนั้นต้องสำคัญขนาดไหนนะ ถึงต้องยอมเจ็บตัวมากมายขนาดนี้

 

 

เขาเก็บของทุกอย่างด้วยการทำให้เกิดเสียงและการขยับตัวน้อยที่สุด ก้มมองคนที่นอนอยู่บนตักอีกหน เขยิบตัวอีกนิดหน่อยให้นั่งพิงกำแพงได้ไหนจะกับเครื่องปรับอากาศที่เย็นลง หนังตาที่ปรือปรอย

 

 

แบคฮยอนหลับไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

สายตาที่เบิกกว้าง ผนังที่ไม่คุ้นแบคฮยอนเด้งตัวขึ้นมาอย่างลืมไปเสียทุกอย่างว่าตอนนี้กำลังอยู่ที่ไหน ก่อนจะหันไปมองข้างๆเจอแผ่นหลังกว้างที่กำลังก้มๆเงยๆทำอะไรบางอย่างอยู่

 

 

ทำไรอ่ะ!” ปาร์คชานยอลค่อยๆหันกลับมาแต่ก็ซ่อนบางอย่างเอาไว้

 

เอ่า ตื่นแล้วเหรอแบคฮยอนมองเห็นสำลีจำนวนมากที่กองอยู่กับพื้น

 

เป็นอะไรเมื่อไม่ได้คำตอบ เขาเลยต้องลุกขึ้นเดินไปดูเอง แล้วก็ต้องตกใจเพราะเห็นเลือดจากสำลีเต็มไปหมด

 

เห้ย ห้ามเลือดก่อนมึงทำไรมาเนี่ย! แบคฮยอนดุเสียงดัง

 

คือ...”

 

อย่างที่รู้คือตัวเองหลับไปสนิท ทั้งที่ยังพะวงกับอีกคนว่าจะยังอยู่ด้วยกันมั้ยหรือกลับไปแล้ว ผมสะดุ้งตื่นขึ้นมา ไม่รู้ว่ากี่โมงในตอนนั้น 

 

ผมเห็นเขานั่งพิงอยู่กับผนังทั้งที่ผมยังนอนอยู่บนตักเขา ความรู้สึกผมตอนนั้นคือรู้สึกผิด แบคฮยอนอาจจะไม่กล้าขยับเพราะกลัวผมตื่น แต่การนอนทั้งแบบนั้นมันไม่ได้สบายตัวเลย

 

ตอนนั้นยอมรับว่าไม่อยากให้อีกคนรู้สึกตัวตื่นแล้วกลับไปกลางดึก ผมเลยลุกขึ้นจับเขาเอนตัวนอนลงทั้งที่มันผิดที่ผิดทางแบบนั้น แต่การที่ผมขยับตัวเองและใช้แขนออกแรงมากเกินไป สรุปคือนิ้วกลางที่เจ็บอยู่แล้วเป็นแผลฉีกออก

 

 

มึงนี่มัน ... เห้อ จริงๆเลย

 

เพราะไม่กล้าพูดอะไรต่อ เขาเลยนั่งจ๋องมองอีกคนที่ช่วยทำแผลเงียบๆ อยากหยุดเวลานี้ไว้นานๆ อยากให้อยู่กันแบบนี้ไปก่อน

 

 

รักเขามากเหรอ

 

จู่ๆ อีกฝ่ายก็ถามขึ้นมา

 

หื้ม...?”

 

แบคฮยอนเองก็มองหน้าคนที่ดูแปลกใจกับคำถาม

 

หมายถึงไอรีน ... จูฮยอนคนที่สวยๆอ่ะเหรอ

 

ไอ้นี่ก็ย้ำจัง สวย เออ! รู้!!”

 

“...เป็นเพื่อนตั้งแต่ม.ปลาย ไม่ได้เป็นอะไรมากกว่านั้น

 

“...”

 

คือจะบอกว่าไงดี ก็สนิทกันมันเลยทำให้คนอื่นเข้าใจผิด

 

“...อ่อ ขนาดทำให้คนอื่นเข้าใจผิดได้ก็คงจะสนิทกันมากเนอะ

 

เธอ ไม่หึง

 

“...”

 

เพื่อนจริงๆ

 

ก็ว่าอะไรหรือยังเล่า!”

 

 

ชานยอลตัดสินใจเล่าทุกอย่างออกมาให้แบคฮยอนฟัง เรื่องที่ถูกชอบเข้าใจผิดกับไอรีนบ่อยๆ

 

 

ที่ต้องไปส่งเพราะมันดึกแล้ว เมาด้วย เธอเป็นผู้หญิง เราเป็นผู้ชายก็ต้องปกป้องผู้หญิงถูกมั้ย

 

“...”

 

แบคฮยอนไม่ได้พูดอะไร

 

 

เงียบ แต่อย่างมึงไม่ต้องปกป้องใครหรอก เกิดมาให้กูปกป้องนี่แหละเหมาสม

 

ยังจะมาปากดีได้อีกนะ อีกแผลมั้ยกำปั้นเล็กๆทำท่าจะทุบลงมายังแขนแกร่งที่บัดนี้ปกคลุมไปด้วยเฝือก

 

อ่ะเขิน

 

เออ!”

 

“...”

 

พอใจยังไอ้ห...”

 

 

แบคฮยอนนั่งนิ่งเหมือนถูกสาป อ้าปากหวอจนอีกฝ่ายหัวเราะ

 

แมลงวันจะบินเข้าปากแล้วนะชานยอลเลื่อนใบหน้ามาให้เสมอกับอีกฝ่ายและยิ้มให้

 

กู....กูจะกลับแล้วพลันลุกขึ้นทันควันเลย ทิ้งคนที่โน้มหน้าเข้าไปใกล้แทบจะจูบกับกำแพง

 

เดี๋ยวๆนั่นประตูห้องน้ำ

 

เออ! จะมาล้างมือก่อน

 

แบคฮยอนได้ยินเสียงหัวเราะตามหลัง พร้อมกับประโยคที่เบาลงตามระยะทางที่ตัวเดินออกมา

 

น่ารัก

 

 

 

เข้ามาแล้วก็ยืนพิงกับกำแพง ลูบไปที่อกข้างซ้ายที่ภายในมันสั่นไหวรุนแรง กับรอยยิ้มที่ค่อยๆเผยออกมา

 

 

บ้าจริงๆเลย

 

 

 

 

แล้วแบคฮยอนก็กลับมาที่ห้องเพราะเขามีเรียนตอนบ่าย แต่ก็ไม่ลืมหรอกที่จะต้องแวะเอาข้าวขึ้นไปให้ก่อน เขาส่งข้อความไปสั่งกับป้ายูบินไว้แล้ว แต่งตัวเสร็จอะไรเสร็จก็ลงไปเอาขึ้นมาให้ ... อะไรอ่ะ ก็แค่สงสารเพื่อนร่วมโลกแค่นั้นไง

 

 

 

 

 

                กับคนที่เสมือนป่วยที่ทำได้แค่นอนมองเพดานกะพริบตาปริบๆ มีรอยยิ้มเปื้อนบนใบหน้า ยอมรับว่ามีความสุขมากๆแบคฮยอนน่ารักมาก ยิ่งได้อยู่ใกล้มันก็ยิ่งมีความรู้สึกมากกว่าการที่ผมทำแค่กวนตีนเขาไปวันๆ แม้จะต่อต้านแต่เขาก็ยอมทำให้ทุกอย่าง 

 

 

(เป็นไงบ้าง)

 

 

วิดีโอคอลที่เห็นใบหน้าที่เป็นกังวลของไอรีน กับผมที่แสร้งทำนิ่งใส่

 

 

(เห้ยย เขาไม่มาเหรอ แล้วทำไมไม่บอ)

 

“ฮ่าๆๆ”

 

(หึ่ย ! อะไรเนี่ย)

 

 

ชานยอลเขยิบกล้องเข้าใกล้ให้เห็นแผลที่ถูกทำให้ใหม่

 

 

(แหวะ)

 

 

มันยักคิ้วกวนตีนกลับมา แต่ใบหน้านี้เนี่ยมองมาจากนอร์เวย์ก็รู้เลยว่ามีความสุขมากขนาดไหน -__-

 

 

(หายแล้วมั้งขนาดนี้ เดินป๋อเลยดิ)

 

“เห้อ มีความสุขว่ะ”

 

 

มันไม่ได้สนใจที่เขาพูดเลยตอนนี้ ใจลอยไปไหนแล้วก็ไม่รู้ เลยมองเข้าไปในกล้องก็คิดว่าชานยอลมันน่าจะอยู่คนเดียวแล้ว

 

 

(แล้วเขากลับไปละอ่อ)

 

“อืม มีเรียน จะกลับมาอีกหรือเปล่าก็ไม่รู้ หมดมุขแล้วว่ะ”

 

(เขาคงไม่มาหรอก จะมาทำไมเป็นไรกันอ่ะ)

 

 

เธอกำลังล้อผมอีกแล้ว

 

 

(...นี่ จะทำอะไรก็รีบทำอย่ามัวเล่นไปแกล้งเขาให้มาก แต่ๆๆ หมายถึงสารภาพนะไม่ใช่อย่างอื่น)

 

“ครับแม่”

 

(แล้วจะให้ไปเยี่ยมมั้ย สงสารหรอกที่ถามเนี่ย)

 

“ไม่”

 

แหม่ มันตอบมาแบบไม่ต้องคิดเลยอ่ะ

 

(โอเคๆ มีอะไรก็โทรมานะ)

 

 

 

ผมรู้ว่ารีนรู้สึกผิดและเป็นห่วง แต่เชื่อเถอะผมปล่อยมันแล้วเรื่องนี้ ไม่ได้แจ้งความ ไม่ดำเนินคดีอะไรต่อ เพราะฝ่ายนั้นก็รับผิดชอบเต็มที่เกินกว่าที่ผมคิดแล้วมันก็มาขอโทษแล้วก่อนออกจากโรงพยาบาล เจอรีนเล่นซะให้อายเลยอ่ะ

 

 

ก็อกๆ

 

 

ก่อนที่ประตูจะถูกเปิดเข้ามา จากที่แปลกใจว่าใครจะมาในตอนแรกเขาคิดว่าเป็นไอรีนแกล้ง แต่ที่ไหนได้...

 

 

 

 

 

“ขอบคุณค้าบ”

 

 

กุญแจสำรองผมให้เขาไป ตอนแรกก็ไม่คิดว่าเขาจะยอมเอาไปหรอก แค่ลองเชิงวางเอาไว้ ทำพูดอ้อนๆไปด้วย ใครจะคิดล่ะครับว่าจะได้ผล

 

ทำไงดีล่ะครับ หุบยิ้มไม่ได้แล้ว

 

 

“ทำไมน่ารักจังวะ เหมือนจะตายเลยอ่ะ”

 

 

ชามถูกกระแทกลงอย่างแรง แก้เขินอ่ะแหละไหนจะทำสีหน้าบูดบึ้ง

 

 

 

อ่ะ เทให้ขนาดนี้แล้วค่อยๆตักกินล่ะ กูต้องไปเรียนแล้วปาร์คชานยอลระเบิดยิ้มกว้าง

 

ทำไมเธอทำหน้าแบบนั้น

 

เธอเหี้ยไร

 

ไม่เอาดิ ไม่เพราะเลย

 

รำคาญ ไปละ” 

 

“ตั้งใจเรียน แล้วรีบกลับมานะ”

 

“...”

 

“จะรอ”

 

 

 

ในขณะที่ประตูจะปิดลง มีเสียงเรียกที่ยังรั้งกันไว้อีกครั้ง

 

 

แบคฮยอน ... ขอบใจนะ

 

“...”

 

ถ้าไม่มีมึง

 

 

 

โลกนี้คงไม่น่าอยู่

 

 

 

“... คงแย่แน่เลย”

 

 

“อ..อืม”

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หวานไปเถ้อะ

สารภาพว่าจะมาช้าหน่อยนะคะ ; — ;

 

#ฟิคระหว่างตึก

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #229 Baekyeol28 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2563 / 00:03
    โอ๊ยยยยยย น่ารักมั่ก แบบเชินตัวลอย งืออออออ
    #229
    0
  2. #228 palynnpt (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 22:22
    น่ารักคูณล้านนนนน💖💖
    #228
    0
  3. #227 wndd (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2563 / 21:12
    น่ารัก
    #227
    0