(rewrite) between buildings / : / chanbaek

ตอนที่ 10 : ชั้นที่ 10

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 354
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 32 ครั้ง
    12 ก.ค. 63



 

ชั้นที่ 10

 

/ : /

 

 

 

 

 

 

วันนี้แบคฮยอนกลับมาเรียนในรอบหลายวัน ตั้งแต่กลับจากค่ายมาและเพราะทำความดีไม่ได้ดีแบบติดจรวด งานถึงได้เข้ามารุมเร้าอีกหนึ่งวิชา

 

สงสัยได้โต้รุ่งที่คอนโดไอ้แบคอีก

 

นอนโต้รุ่งอีกอ่ะเหรอ มินซอกที่พูดตามจริง แต่เจ้าของห้องรีบหันขวับมาหาข้อค้าน

 

มาทำก็ไม่เห็นจะเสร็จ พวกมึงมันตัวขี้เกียจมาก็รกห้องกู

 

มีเหตุผลอื่นอีกป่ะที่ไม่อยากให้พวกกูไป

 

“…”

 

เช่น กลัวเจอคนที่รู้ว่าใครที่นั่น

 

“อ่า เดี๋ยวไปขัดเวลาส่วนตัวเขา อยู่ห้องเขาจะได้ยิ้มกว้างๆเวลาใครคนนั้นตอบข้อความมาได้ไง” ไอ้พวกนี้นี่แซวกันเก่งจริงๆ

 

พวกมึงแม่งไร้สาระ ถึงจะปฏิเสธแต่คยองซูก็เห็นว่ามันหูแดง เพื่อนกันดูออกจ้า

 

หยุดหลายวันคืบหน้าเลยดิแบบนี้

 

ได้เสื้อคืนยังก่อน มินซอกถามพร้อมกับยื่นโทรศัพท์ไปทางแบคฮยอน

 

ยัง มันลีลาว่ะมึง

 

เห็นเพจนี้ลงขาย

 

เชี่ย ราคาอัพหลายเท่าตัวจากราคาออริเลยนะ

 

เอาจริงถามมันไปเลย มันเป็นเห้ไรวะ

 

ขนาดนี้ก็รู้แล้วแหละว่ามันจีบมึง ถามไปดิจะเอายังไง ถ้าจีบก็อย่ามาจีบด้วยวิธีนี้ใครจะอยากเล่นด้วยถูกป่ะ

 

อืม

 

 

เรื่องของความรู้สึกใครจะอยากมาเล่นๆ

 

 

เอ้ย! ไม่ใช่ๆๆ

 

 

 

                และเพราะความลืมตัวทำให้แบคฮยอนรีบเปลี่ยนเรื่องไป แต่ก็ถูกซักฟอกจนต้องเล่าเกือบหมดอยู่ดี ระหว่างที่หยุดไปเขาก็ไม่ได้พักอะไรนักหรอกเพราะต้องทำพาร์ทไทม์เหมือนเดิม กับไอ้นกกระจอกเทศก็ไม่ได้อยากจะเจอแต่ก็ได้เจอ...

 

                แบคฮยอนไม่ค่อยได้ตอบแชทอีกฝ่าย แต่คนอย่างนั้นอ่ะก็ทักมากวนตีนแบบเดิมอยู่ดี ทักมาได้ทุกวี่ทุกวัน และถึงจะไม่ได้ตอบกลับก็ได้เจอมันแทบทุกวันอยู่แล้ว ช่วงประมาณสองสามทุ่มชานยอลจะมาที่มินิมาร์ท ของที่ซื้อก็จะเป็นของเดิมๆเหมือนกันทุกวันจนน่าสงสัย พวกโค้กสี่ห้ากระป๋อง เบียร์บ้าง ขนมมันฝรั่งบ้าง ซ้ำๆจำเจอยู่แบบนี้ แถมยังไม่ใช่น้อยๆเลยแต่ละอย่างเวลาที่มันซื้อ พอช่วงที่ไม่ค่อยมีคนก็จะชวนเขาคุยทั้งที่เขาพยายามไล่ให้รีบออกไปเพราะกลัวพี่ชองฮาจะมาเห็น

 

แล้วก็มักจะได้ยินคำถามแบบเดิมๆ

 

 

 

                กินข้าวหรือยัง ถ้ายังก็กินด้วย....

 

            เหนื่อยหรือเปล่า กลับห้องก็นอนเยอะๆ...

 

            ฝันดีนะคืนนี้ เผื่อมึงไม่มีแรงลุกมาตอบกู...

 

 

 

                จนถูกไอ้จีซูแซวทุกรอบ แถมถามว่าเมื่อไหร่จะใจอ่อน จะใจอ่อนบ้าอะไรล่ะ! เคยขอเคยถามบ้างหรือยังเหอะ...

 

 

และเพราะเหนื่อยนี่แหละก็เป็นอีกเหตุผลที่ทำให้เขาขี้เกียจไปเจอชานยอลเวลาที่มันอยากนัดให้มาจ่ายค่าข้าวคืน หรือแม้กระทั่งตอบข้อความ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ส่วนฝากฝั่งคนที่กำลังนอนปรับสายกีต้าร์กับไฟสีส้มสลัวภายในห้องที่ถูกปิดมิดชิด จากที่สมาธิอยู่กับสิ่งที่รักกลับกลายเป็นว่าตอนนี้สมาธิมันหายไปเพราะหน้าจอของโทรศัพท์ที่โชว์ขึ้นมาว่ามีคนต้องการจะวิดีโอคอลด้วย

 

                อยากหยิ่งไม่กดรับบ้างเพราะเล่นไม่ตอบข้อความและไม่รับเลยซักครั้งเวลาจะคอลไป ... แต่ทำได้ที่ไหนกันล่ะ

 

ฝันอยู่ปะวะ

 

(ตื่นได้แล้ว)

 

เนี่ย ตื่นแล้วตื่นเลย...ขนาดเห็นแค่แก้ม แบคฮยอนไม่ได้ถ่ายให้เห็นทั้งหน้าแบบทุกครั้ง บางทีก็มาแค่หู บางทีก็เพดาน หลอดไฟ...

 

(ไอ้ทะลึ่ง)

 

ฮ่ะ แปลก แต่มีไรหรือเปล่า คิดถึงกูเหรอ เห้ย บ้าน่า กูเขินนะ

 

(อ่ะ มีช่องให้กูได้พูดแทรกแล้วใช่ป่ะ)

 

อย่าพึ่งบอกว่าคิดถึงกู ขอเวลาแปบ

 

                ปลายสายทำเป็นยิ้มกรุ่มกริ่ม ฝันไปเถอะ

 

(กูวางละนะ)

 

 

                และท่าทีที่จริงจังของแบคฮยอนทำให้ชานยอลต้องหยุดกวนซะเดี๋ยวนั้น

 

โอเค ว่ามาครับ

 

(... มีเรื่องจะถาม)

 

 

                เงียบไปซักพัก ใบหน้าเล็กก็ค่อยๆเคลื่อนเข้าจนเกือบจะเต็มหน้าจอของโทรศัพท์ และใครอีกคนก็ยิ้มกว้างที่ได้เห็นแบบนั้น

 

                คนที่เรียกได้ว่าเป็นแรงใจ

 

                ชานยอลจ้องมองใบหน้านั้น จนคนถูกมองและเรียบเรียงคำถามมันตีรวนกันไปหมด

 

 

มีอะไรจะถามอยากรู้ใจจะขาดแล้วครับ

 

(กูไม่อยากรู้ละ เสียเวลา)

 

แหน่ะ อยากเห็นหน้ากูเฉยๆก็บอก ทำมาเป็นบอกมีเรื่องจะถาม

 

                แบคฮยอนถึงกับพูดไม่ออกเลยได้แต่มองค้อนกลับไป แต่ถึงอย่างนั้นไอ้นกกระจอกเทศก็ยังยิ้มกวนส้นเท้ามาให้ น่าเดินเข้าไปเตะจริงๆ

 

 

(ข้าวอ่ะ จะเลี้ยงคืนพรุ่งนี้สี่โมงเย็นร้านป้าสั่งไปเลย ถ้าไม่ว่างก็อด)

 

 

                แม้จะรีบพูดรัวเร็วมาคงเพราะความเขิน แต่สำหรับชานยอลแล้วเขาได้ยินชัดทุกถ้อยคำเลยนั่นแหละ

 

 

สำหรับแบคฮยอนต่อให้อยู่เกาหลีเหนือก็จะรีบกลับมาให้ทัน ผมว่างเสมอสำหรับคุณครับ

 

 

                และเพราะรู้ว่าถูกมองกลับมาด้วยสายตาที่ไม่ได้เล่นด้วยและกลัวแบคฮยอนเปลี่ยนใจ...

 

 

ไม่ต้องทำหน้ารักกูขนาดนั้นก็ได้นี่ ดูมองอ่ะหล่ออ่ะดิ๊ กับสายตาที่มองค้อนกันไม่เว้น หวังให้ยิ้มให้คงยังไม่ใช่เร็วๆนี้มั้ง

 

(หลงตัวเอง)

 

หลงทางยังหาเจอ หลงหน้าบานๆของเธอนี่ต้องทำไงครับแบคฮยอน

 

(ไอ้ชานยอล...)

 

 

ทำมาเป็นหน้านิ่ง รอยยิ้มกรุ่มกริ่มของมันโคตรจะน่าหมั่นไส้ แบคฮยอนกำมือแน่นก่อนจะไม่ทนแล้วกดวางทันทีปิดเน็ตด้วย เกลียด ! ไม่อยากรู้แล้ว จีบไม่จีบก็ช่างหัวมันละหลอกถามไปสองรอบยังจะมาตีมึนอีกแม่ง พูดตรงนี้! ถึงมันจะจีบก็จะไม่มีวันยอมให้มันจีบเด็ดขาด!!!!!!!

 

(เหรอ...)

 

 

ยังไม่ทันหายหัวร้อนดี ก็เดินกลับไปเปิด wifi เหมือนเดิม มานั่งสงบสติอารมณ์ไม่นานแจ้งเตือนเมื่อหลายนาทีก็เด้งขึ้นมา

 

 

 

CHANYEOL

 

โกรธเหรอ

เห้ยหน้าไม่บานหรอก ล้อเล่น

น่ารักแล้ว

 

 

มือเลื่อนไปที่แชท สไลด์เพื่อจะลบ โมโห !

 

 

 

ติ๊ง~

 

 

CHANYEOL

 

ห้ามโกรธดิ

เห้ย

พรุ่งนี้ต้องเจอกันนะ จะสั่งกะเพราหมูกรอบพิเศษให้เลยใส่ไข่ดาว

...และใส่ใจชานยอลด้วย

 

ฝันดีครับ : )

 

 

 

 

 

เออเรื่องของมึงเลย ....แต่อะไรวะเนี่ยจะใจเต้นทำไม และแล้วแชทก็ไม่ได้ถูกลบหรอก...

 

 

 

 

 

 

 

 

                และแม้จะหลับไปแค่สองชั่วโมง แต่ผมว่าก็คุ้มนะ...

 

                ปาร์คชานยอลเปิดบานเลื่อนระเบียงกระจกออกไปสูดอากาศยามบ่าย แสงแดดวันนี้แรงนิดหน่อยแต่ก็ถือว่าอากาศดีเลย ดวงตาที่จะลืมไม่ขึ้นก็พลันตื่นเต็มที่เมื่อมองไปยังห้องตรงข้ามกัน

 

                วิวดีโคตร

 

                คนตัวขาวผลุบก้ม ผลุบเงยหยิบผ้าขึ้นมาตาก และเหมือนกำลังผิวปากด้วยอารมณ์ที่ดี ดูเสื้อแสงที่ใส่ดิ แขนกุดแล้วก้มที....ขาวโคตร ไม่อยากจะคิดเลยว่าถ้าคนที่อยู่ห้องตรงข้ามไม่ใช่ตัวเองแต่เป็นคนอื่นที่ได้มาเห็นแม่งจะน่าโมโหขนาดไหน

 

 

ไอ้โรคจิต!!”

 

 

                ชานยอลสะดุ้งตอนที่อีกฝ่ายตะโกนเข้าใส่ ก่อนจะรู้สึกถึงอะไรบางอย่างที่กำลังไหล...เวรละ เลือดกำเดาไหล เข้าใจผิดไปใหญ่แน่ๆ เขาเป็นตั้งแต่เมื่อคืนแล้วเพราะรู้สึกคัดๆจมูก

 

                เงยขึ้นมาอีกที อีกฝ่ายหายเข้าไปในห้องแล้ว

 

 

 

 

 

CHANYEOL

 

ไม่ได้โรคจิตนะ เป็นตั้งแต่เมื่อคืนแล้ว

 

 

 

BBH

 

เหรอ

ไปหาหมอดิ

 

 

 

CHANYEOL

 

เป็นห่วงเหรอ

 

อ่านแล้วไม่ตอบอ่ะคนเรา

แค่พิมพ์ว่าเป็นเป็นห่วงนี่จะหายเลยนะ จริงๆ

ลองดูได้...

 

 

 

 

BBH

 

sent a voice message

 

 

 

CHANYEOL

 

ห๊ะ

ล้อ ?

 

 

 

 

BBH

 

ควาย

 

 

 

 

                เอาจริงผมไม่เข้าใจ รอถามตอนเย็นวันนี้ก็ได้เดี๋ยวก็ได้เจอ... แต่แม่ง ข้องใจอ่ะอยู่ๆก็ส่งเสียงมาว่าล้อ

 

 

 

 

 

 

 

CHANYEOL

 

มีอะไรจะถาม

Sent a photo

 

 

IRENE

 

แล้ว ?

เสียงที่เขาส่งมา ว่าอะไร

 

 

CHANYEOL

 

ล้อ

 

IRENE

 

โอย เราขำ55555555555555555555555555555555

 

 

 

CHANYEOL

 

อะไรวะ

อยากรู้ ซีเรียสละเนี่ย

 

 

IRENE

 

แล้วล้อเป็นไงอ่ะ

 

 

 

 

 

CHANYEOL

 

ก็เป็นห่วง

…..

เดี่วยบหน

กรีดเหากิยนหาก

 

 

IRENE

 

บ้าไปแล้ว5555555555

ใจเย็นๆนะ

เขาน่ารักจังอ่า

 

 

 

 

 

 

                ชานยอลนอนถีบผ้าปูเสียยับยู่ยี่ไปซะหมด น่ารักโคตรๆ ถึงจะปากแข็งไปหน่อยก็เถอะ โอยอยากบีบแก้มว่ะ จะโทรไปหาแต่ก็ไม่ยอมรับสาย แถมยังกดตัดสายทิ้ง อย่าให้เจอนะจะวิ่งเข้าไปล้อให้ดูน่ารักนัก!

 

 

 

 

 

ที่จริงก็ยังไม่ถึงเวลานัด แต่ชานยอลลงไปรอก่อน เขาส่งข้อความไปบอกอีกคนว่าอยู่ที่ร้านป้าแล้ว อ่า..ไม่ได้ตื่นเต้นเท่าไหร่หรอกแค่รู้สึกว่าเวลามันผ่านไปช้าเสียใจอดทนรอเจอหน้าใกล้ๆแทบไม่ไหว

 

 

ปลาทอดตัวใหญ่ๆมาแล้วจ้า

 

ขอบคุณครับป้า

 

แล้วไอ้ตัวแสบยังไม่ลงมาเหรอ หื้ม ผมบอกป้ายูบินไปว่าจะมาทานข้าวกับใคร

 

กำลังลงมามั้งครับ ที่จริงนัดไว้สี่โมงป้ายิ้มๆก่อนจะกระซิบถาม

 

หน่ะ ไปถึงไหนกันแล้ว

 

อยู่ในโซลนี่แหละครับ แล้วก็คงยังไม่อยู่ในใจ

 

 

 

พอมองกลับออกไปที่หน้าร้านคนตัวเล็กดูบอบบางกับเสื้อสีชมพูอ่อน วันนี้ใส่กางเกงขาสั้นมาแบบน่ารักเป็นพิเศษ แต่ตอนใส่กางเกงบอลก็น่ารักอีกแบบ

 

แค่เป็นเขา เป็นไอ้ตัวแสบ

 

 

 

ไม่ต้องมาสั่งย่ะ

 

อะไรเนี่ยป้า

 

โน่น เดินเข้าไปเขาสั่งรอไว้แล้ว เชิญให้เป็นลูกคุณหมูไปเลย

 

แบคฮยอนเดินหน้าตึงเข้ามา กอดจะอ้าปากค้างตอนเห็นอาหารที่วางเต็มอยู่บนโต๊ะ ไอ้กินมันกินหมดอยู่หรอกแต่กูจะเอาเงินที่ไหนมาจ่ายยย

 

เชิญนั่งครับคุณผู้หญิง

 

กวนตีนละ กูไม่มีเงินมาจ่ายหรอกนะแดกขนาดนี้ที่พูดได้ขนาดนี้เพราะตอนนี้ในร้านไม่มีคนเลย

 

ใจเย็นๆ นั่งก่อน โมโหหิวใช่ป่ะเนี่ย

 

“...”

 

ตัวบวมเลย

 

“...”

 

ล้อนะ 

 

 

 

.. ไอ้ชานยอล! ไอ้บ้า

 

มันยิ้มตอนพูดออกมา ไม่รู้หรอกว่าตัวเองหน้าแดงไปขนาดไหนแล้ว แค่คิดก็...ฮือไม่น่าเลยแล้วยิ่งมาเจอหน้ายิ่งรู้สึกแปลกๆขึ้นทุกวัน

 

 

นี่...”

 

อะไรมองค้อนกันอีก

 

กินเยอะๆเลย

 

เขาเองก็พึ่งสังเกตว่าใบหน้านั้นถึงจะเอาแต่ยิ้มกวนๆแต่ก็ดูอิดโรย นึกไปถึงเมื่อตอนช่วงบ่ายที่เห็นว่าอีกฝ่ายเลือดกำเดาไหล

 

อือ จะกินให้หมดนี่แหละเล่นสั่งมาให้จ่ายเยอะขนาดนี้

 

ไม่ๆ ไม่ต้อง 

 

“...”

 

แค่มากินด้วยกัน แค่นี้เอง หารกันๆ

 

 

เขามองหน้าผม ยอมกินเนื้อปลาที่ผมเลาะก้างออกแล้ววางลงบนจานของเขา แบคฮยอนตักเนื้อปลาและข้าวเข้าปากทำตาโต

 

 

อร่อยมั้ย

 

โห อร่อยมากปกติไม่เคยสั่งกินเลย

 

 

ป้า! ทำอร่อยมาก แบคฮยอนตะโกนกลับไปบอกป้าเสียงดัง

 

อยู่กันแค่นี้เอ็งจะตะโกนมาแม่แกหรือไงวะ!

 

เราขำออกมา ก่อนจะนั่งกินกันไปเรื่อยๆ แปลกที่ไม่มีใครสังเกตเลย หรือว่าพวกเขากำลังชินไปแล้ว บรรยากาศที่ไม่ได้มีความอึดอัด

 

อันนี้ปลาอะไรนะ กะพงป่ะ

 

ไม่รู้อ่ะ กินอย่างเดียวไม่เคยแยกชนิดปลาได้แบคฮยอนตอบออกมาตามจริง

 

อืมจริง เหมือนกินมะม่วงอ่ะพันธุ์ไหนก็มะม่วงเหมือนกันไม่ใช่เหรอวะ แยกได้นี่โคตรอัจฉริยะ

 

เวลาไปร้านผลไม้ก็พูดได้แค่ ป้าครับมะม่วงลูกนึงพูดเล่นไปก็ขำกันไป

 

 

กับข้าวในจานเริ่มลดลง ชานยอลคิดว่าอาหารมื้อนี้อร่อยเป็นพิเศษ แม้ภายนอกจะดูเหมือนเหนื่อยเพราะนอนน้อย แต่ภายในใจนี่สุขจนล้นเลย

 

ผมไม่ค่อยเห็นเขาหัวเราะเลย ไม่รู้จะเกี่ยวมั้ยแต่ผมเจริญอาหารเป็นพิเศษ

 

แรงใจคนจนๆจริง ไอ้แสบเอ้ย

 

 

อิ่มป่ะถามออกไปตอนมองเห็นแบคฮยอนนอนแผ่ไปกับเก้าอี้

 

ท้องจะแตกละ

 

มีลูกของเราอยู่ในนั้นป่ะ

 

ไอ้ส...” หัวเราะเสียดังลั่นร้านเลย

 

เมื่อไหร่ปิดเทอมอ่ะ

 

อีกสองเดือนมั้ง

 

“...ไปเที่ยวกันตาเล็กๆนั้นมองสบตากัน

 

อะไร ใครอยากจะไปด้วยบ้าหรือเปล่า

 

เห้ย เดี๋ยวดิอย่าพึ่งรีบปฏิเสธ

 

ไม่รู้ ... เอาเสื้อมาคืนก่อน

 

ตกลงแล้วนะ

 

มันรีบพูด ซึ่งเขาเองก็ไม่ได้ปฏิเสธอะไรออกไปต่อ

 

 

วันนี้ทำพาร์ทไทม์มั้ย เราเดินออกมาด้วยกันหลังจากคุยกับป้ายูบินอยู่ไม่นาน

 

ไม่อ่ะ ทำไม 

 

แบคฮยอนเดินช้าลงตอนที่อีกฝ่ายรีบเดินมาข้างกัน ที่จริงก็เพราะอิ่มต่างหากเลยไม่อยากเดินเร็วมันจะจุก

 

เปล่า วันนี้ไม่ได้ไปกวนนะไม่ต้องคิดถึง

 

โว้ะ ดีแล้ว เหม็นหน้า

 

ลูกดิ้นป่ะ

 

ชานยอลก้มลงไปโดยที่ใบหน้าอยู่เสมอกับพุงนูเทลล่าของอีกฝ่าย ก่อนจะเอ่ยพูดอะไรไร้สาระออกมา

 

 

แม่ท้องเหรอลูก แม่เหม็นหน้าพ่ออีกแล้ว

 

โอ้ย ไอ้บ้า!” คนที่โดนพูดแบบนั้นมองรอบข้างที่มีคนเดินสวนไปมาดีแค่ไหนที่ไม่ค่อยมีใครมาสนใจ เกิดคนอื่นเข้าใจผิดจะทำไง

 

 

ไปไหนก็ไปเลย...”

 

ฮ่าๆ เดี๋ยวทักไปนะ รอนะคะ

 

แล้วก็เอามือแตะปากส่งจูบกลับไปให้อีกฝ่ายที่รีบวิ่งดุ๊กดิ๊กไปแล้ว มองแล้วก็ได้แต่ยิ้มตามออกมาอย่างที่ไม่รู้จะบอกว่าตัวเองมีความสุขแค่ไหน

 

 

ถ้าไม่คิดไปเองเกินไป แบคฮยอน...ก็ให้โอกาสผมอยู่ใช่มั้ยครับ : -)

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

                ผ่านมาราวหลายอาทิตย์ที่ผมเองก็ทำงาน แบคฮยอนเองก็เรียน ผมยังทักไปแบบเดิมแต่อีกฝ่ายก็ตอบน้อยลงจนเกือบใจฝ่อแล้วถ้าเขาไม่บอกก่อนว่าเรียนหนักเพราะใกล้จะสอบมิดเทอมเทอม ไม่ได้เจอหน้าเกือบอาทิตย์จะวิดีโอคอลไปก็กดตัดสายทิ้งตลอด

 

                หมูมันใจร้ายจริงๆ

 

 

 

                จนมาถึงคราวที่ผมเองก็ไม่ค่อยได้คุยกับเขาบ้าง เพราะมีเรื่องที่ร้านที่ต้องไปเคลียร์กับพี่ซูโฮนิดหน่อย สองวันได้แล้ว...ความคิดถึงของผมที่มีต่อเขามันรบกวนจิตใจผมเสมอ ผมก็พึ่งรู้ว่ามันขนาดนี้เลย

 

 

 

 

 

 

 

คยองซูสะกิดให้จงแดกับมินซอกมองไปทางเพื่อนตัวดีที่นั่งยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่กับหน้าจอโทรศัพท์อย่างไม่รู้ตัว

 

 

อะไร!” แต่พอมันรู้ตัวมันหุบยิ้มตีหน้าโมโห

 

เปล่าค๊า คุยกับใครเหรอค่าาา ยิ้มไม่หุบเลยน้า

 

หมา

 

หน่ะ เดี๋ยวนี้ยอมรับโต้งๆ

 

โว๊ะ

 

พอถูกจับได้แล้วมีอาการมันอ่ะ ทำเป็นหงุดหงิดตลอด

 

เออ เราต้องหาข้อมูลเพิ่มเติมนะเรื่องการเมืองอ่ะจงแดกลับมาจริงจังเรื่องงานที่ต้องส่งต่อ

 

เริ่มวันนี้เลยมั้ย ใครติดไรป่ะ มึงทำพาร์ทไทม์มั้ย

 

กูไม่ๆ ทำได้ ลุย!”

 

 

ตอนนี้เปิดเทอมมาก็หลายเดือนแล้ว สำหรับเด็กปีหนึ่งอย่างเขาก็ปรับตัวได้เยอะ การทำงาน ทำการบ้านก็ต้องตั้งใจทำมากขึ้นไปอีกต่างจากสมัยมอปลายที่ขี้เกียจอย่างกับอะไร ไหนจะการทำงานร่วมกับคนอื่น จะมาโยนๆให้แต่ละคนทำก็ไม่ได้แล้ว

 

แบคฮยอนหาววอดๆ ตอนสรุปการเลือกตั้งเมื่อค.. 1987 หลังเหตุการณ์เรียกร้องประชาธิปไตยของเหตุการณ์ที่ควังจู แล้วมันก็ชวนง่วงโคตรๆเลย

 

 

ได้หนังสือมาสามเล่มมันเอาหนุนนอน ท้อแท้กับเพื่อน 

 

เด็กกำลังโต 

 

สามเพื่อนซี้พากันหัวเราะแซว ปากกาไอ้แบคฮยอนยังถือคาไว้อยู่เลย

 

 

งั้นแยกย้ายกันก่อนมั้ยล่ะมึง เดี๋ยวจะดึกซะก่อน ก็ไปสรุปกันมาแล้วค่อยเอามายำรวมมินซอกเสนอเพราะตัวเองก็ไม่อยากจะกลับบ้านดึกเหมือนกัน

 

มึง ... มึงๆคยองซูกระซิบใกล้หูแบคฮยอน

 

นิ่ง

 

ชานยอลตอบข้อความแล้ว

 

บ้าบอ แบคฮยอนตกใจตื่นขึ้นมา เล่นเอาคนอื่นหัวเราะลั่นกับท่าทีของมัน

 

เหี้ยไรเนี่ย ตกใจหมด

 

เรียกดีๆไม่ตื่น พอเอ่ยชื่อผู้ชายเท่านั้น...ตื่นจ้า

 

อะไรตื่น

 

คยองมึงอย่าชง

 

แบคฮยอนตีไหล่พวกมันไปคนละป้าบสองป้าบ ก่อนจะแยกย้ายกัน ไม่วายหลอกผีกันอีก ไอ้พวกนี้!

 

 

 

เขาเดินกลับคอนโดด้วยความเดินไปเรื่อยๆเอื่อยๆ เล่นโทรศัพท์ฆ่าเวลาระหว่างทางเดินไป แล้วก็มีข้อความเด้งขึ้นมา

 

 

 

CHANYEOL

 

ใครคิดถึงแบคฮยอนที่สุด

 

ผมน่ะสิ

ผมน่ะสิ

ผมน่ะสิ

 

 

 

 

เผลอหัวเราะออกมาคนเดียวยามที่มือดันลั่นกดเข้าไปอ่านแชทจากอีกฝ่ายซะรวดเร็วแบบนั้น

 

 

 

รับรู้แล้วตอบด้วย

ไม่เจอกี่วันแล้วเนี่ย ใจจะขาดว่ะ

 

 

BBH

 

หัวใจหรือกระดาษขาดง่ายจริงๆ

 

 

CHANYEOL

 

!!

อยู่ไหน ขอเจอหน้าหน่อยดิ

คอล?

 

 

BBH

 

ไม่

 

 

 

 

ระหว่างทางแม้ยามดึกดื่น แต่แถวนี้แสงไฟแสงสีก็ไม่เคยหลับใหล ยิ่งเดินผ่านแถบคลับ ผับหลายสิบที่ เขาก็รู้สึกเหมือนหลุดออกไปอีกโลกหนึ่ง เจอผู้คนหลายหลากที่ดูต่างจากตัวเอง บางคนเคยเห็นหน้าที่มหาวิทยาลัยอีกลุค แต่พอมาที่นี่ก็ดูกลายเป็นอีกคน

 

ต่างจากตัวเอง ที่ติ๊งต๊องไปวันๆ

 

 

 

 

จะถึงห้องละ

 

 

 

CHANYEOL

 

เงยหน้าขึ้นมาก่อน

ดีใจเลยนะเนี่ยที่เอาแต่ก้มมองจออยู่เพราะอยากตอบกู

 

 

 

แบคฮยอนเงยหน้าขึ้นมาหลังจากเห็นข้อความนั้น..แล้วก็เจอคนที่พึ่งแชทคุยกันมายืนอยู่ตรงหน้า ปาร์คชานยอลกับผมสีเทาที่ถูกเซตขึ้น เสื้อยีนส์กับกางเกงขาดๆ ไหนจะแว่นแฟชั่นที่ตัวเองไม่ค่อยจะได้เห็นอีกฝ่ายใส่เลย

 

 

เห้ยๆ กูกินไม่ได้นะจ้องอยู่ได้มันพูดออกมาได้น่าหมั่นไส้มาก

 

ไอ้บ้า!”

 

 

ทีตัวเองจ้องมาบ่อยๆยังทำได้เลย...

 

 

 

 

 

เมื่อแบคฮยอนตั้งท่าจะเดินหนี ก็โดนผมดักไว้ก่อน ในแชทดูกล้ามากๆ แต่พอเจอกันจริงๆก็เอาแต่จะหลบหน้าอย่างเดียวเลย

 

เดี๋ยวดิชานยอลไม่ได้แตะต้องตัวอีกฝ่าย แต่แค่ไปยืนดักเอาไว้

 

ขอคุยด้วยหน่อย

 

ได้ เสื้อกูอยู่ไหน 

 

ใกล้แล้ว

 

ใกล้อะไรของมึงวะอีกฝ่ายดูชิล อยู่ๆมันก็เคาะบุหรี่ออกมา

 

 

 

ร่างสูงใหญ่ยืนพิงราวกั้นเหล็กริมถนนมือนึงถือบุหรี่ที่พึ่งจุดสูบไปได้นิดหน่อย แอบมองคนที่ทำหน้าแบบบอกบุญไม่รับ

 

เหม็นเหรอ

 

เปล่า”

 

“หรืออยาก”

 

 

แบคฮยอนพยักหน้าและหันไปหยิบตัวเดียวกับที่อีกคนสูบ เขาเลือกดูดมันแค่รอบเดียวแต่เต็มปอด ... ชานยอลแปลกใจเหมือนกัน ทำใจเต้นได้ไม่หยุดเลยคนๆนี้

 

 

เครียดหรือไง

 

เออรายงานน่าปวดหัว

 

กลับเวลานี้ทุกวันเลย?”

 

ประมาณนั้นมั้ง ไม่รู้ ไม่ได้ทำทุกวัน

 

คนที่เขี่ยเท้าไปมากับพื้นเงยหน้ามองคนข้างๆตัวเองที่แต่งตัวดีกว่าปกติที่เคยเห็น หมายถึงดีกว่าฮู้ดเก่าๆกับกางเกงขาสั้นและรองเท้าแตะ

 

กูหล่อใช่มั้ยเห็นมองนานแล้ว

 

บะ..บ้า ทุเรศ!”

 

โห นี่แต่งหล่อขนาดนี้บอกทุเรศ ก็เสียใจเป็นป่ะ”

 

เยอะ ... ก็แค่เห็นแต่งตัวผิดปกติ

 

ฮ่ะ

 

คิ้วเรียวขมวดหากันเมื่ออีกคนหัวเราะออกมา

 

“ขึ้นไปนอนไป”

 

“แล้ว..มึงจะไปไหน”

 

“ทำงาน”

 

“ที่ไหน”

 

“แถวนี้แหละ”

 

ดูเหมือนไม่ค่อยอยากจะบอกด้วยซ้ำ ไปทำงานตอนจะเที่ยงคืน แต่งตัวขนาดนี้...

 

พาร์ทไทม์?”

 

“ไม่บอก”

 

“เออเรื่องของมึงเลย”

 

แบคฮยอนตัดสินใจเดินหนีออกมาถามอะไรก็ไม่อยากจะบอกทีเขายังบอกเลย ก่อนจะได้ยินเสียงฝีเท้าเดินตามมา

 

“อะไรของมึง จะตามมาทำไม ไปทำงานดิ”

 

“ก็อยากไปส่ง”

 

“กูไม่ใช่เด็กอนุบาล”

 

ก็เป็นห่วง

 

 

คนที่กำลังเดินนำหน้าเดินช้าลงกลับประโยคนั้น ก่อนจะหันกลับไปมองเห็นมันยืนล้วงกระเป๋าแล้วเสมองไปทางอื่นอยู่

 

 

ขี้เก๊กชิบ...

 

 

ป่ะ มันเดินนำไปก่อนจะหันกลับมายิ้มให้เขา

 

 

 

ท่ามกลางอากาศดีๆ บรรยากาศแบบนี้ชานยอลคิดว่าตัวเองอยากจะหยุดเวลาให้มันเดินช้าลง การได้เดินข้างๆ ได้อยู่ใกล้ ได้มองหน้าอีกฝ่ายที่ทำนิ่งเหมือนเด็กง่วงนอนแบบนี้ ฮีลใจได้ดีชะมัดเลย

 

จมูกรั้น ปากดื้อๆ ใบหน้าเรียวขาว

 

อยากหอมว่ะ..

 

 

ผมไม่เคยรู้สึกแบบนี้กับใคร ก็คงไม่แปลกที่จะรู้สึกมาก...เขาเหมือนเด็กที่ทำอะไรก็ดูน่ามันเขี้ยวไปหมดแบบนั้น

 

 

 

“จะขึ้นตึกด้วยกันเลยมั้ยล่ะ เดินมองเพลินขนาดนี้”

 

“เอ้าชวนขึ้นขนาดนี้งานอะไรไม่ทำละงั้น

 

ตีนเหอะนะ

 

 

แบคฮยอนชูนิ้วกลางให้ก่อนจะสะบัดตูดเดินเร็ว เล่นเอาก้าวตามแทบไม่ทัน

 

โอ๋ๆ

 

“…”

 

“ให้เดาว่าทำงานอะไร

 

“ทำไมกูต้องเดา”

 

“ไม่อยากรู้แล้วเหรอ” อีกฝ่ายเงียบลงทีแรกก็คิดว่าจะไม่ยอมคุยด้วย แต่พอตอบออกมาก็น่ารักชะมัด

 

“...นักดนตรี”

 

ฉลาด ขอมือหน่อย

 

ไม่ใช่หมาโว้ย

 

ทำไมคิดว่าเป็นนักดนตรี

 

ก็สีผมและสภาพมึง กีต้าร์อีก

 

ผมสีนี้ ?”

 

ผมสีเทาเหมือน..” แบคฮยอนคิดไปถึงคืนนั้นมันคือสีควันบุหรี่

 

เหมือน ?”

 

ขี้เถ้า

 

หล่อก็บอกมา กลางคืนมันเด่นดีไง

 

ให้ผู้หญิงมองอ่ะดิ โด่วไอ้ขี้เก๊ก

 

หึงก็พูดว่าหึงไม่ได้พูดยาก

 

ตีนเถอะจ้า กูไม่ได้หึง!”

 

นั่นแหละแปลว่าหึง

 

แบคฮยอนเถียงคอเป็นเอ็นด้วยใบหน้าบูดบึ้ง ปากมูๆนั้นโคตรน่ารักเลย

 

ไอ้คนประสาท

 

“...แล้วคิดว่ากูควรเปลี่ยนสีดีมั้ย

 

เปลี่ยนไปดิ เอาหลายๆสีบนหัวเลย หัวจะได้ล้านหญิงจะได้หนี

 

นี่มึงหึงกูอ่ะชานยอลขำออกมา ก่อนที่อีกฝ่ายจะเดินหนีออกไปอีกครั้ง

 

 

ไอศกรีมมั้ย

 

มึงนี่ตามมาอยู่ได้เนอะ

 

 

                มือใหญ่นั้นดันแขนเขาให้หันเข้าหาร้านขายไอศกรีมข้างทาง สองเท้าก็เดินเข้าไปง่ายๆด้วยสิ

 

“สั่งเลย”

 

“….เอารสสตรอว์เบอร์รี่ มิ้นท์ช็อกโก้ กับ...เบอร์รี่ชีสเค้กครับ!

 

อีกท่านล่ะคะ ชานยอลมองหน้าแบคฮยอนจนอีกฝ่ายทำคิ้วขมวดใส่

 

..เอาเหมือนกันครับ

 

ซักครู่นะคะ

 

ขี้ลอก

 

จะว่างั้นก็ได้ ก็แค่อยากรู้ว่ามึงชอบกินแบบนี้ อยากลองด้วย...

 

“...”

 

อยากชอบด้วย

 

 

แบคฮยอนทำเป็นหูทวนลมทั้งที่ได้ยินชัดเจน ไม่ลืมรีบควักเงินออกมาจ่ายให้เพราะไม่อยากจะติดค้างอะไรอีก

 

ไม่เอา เก็บไว้

 

ไม่ จะได้จบๆ

 

ไม่เอา

 

เอาไป

 

ไม่อาววว

 

“-_-“

 

งั้นเอางี้ กูจะไปเปิดบัญชีของเราแล้วเก็บเงินนี้ไว้ พอรวมเยอะๆแล้วเราจะได้สร้างอนาคตด้วยกัน

 

แบคฮยอนยืนขาตายอ้าปากหวอ มันเป็นบ้าไปแล้ว ไม่อายพนักงานเลยไอ้บ้าเอ้ย

 

“....พ พูดบ้าอะไรเนี่ย! เผลอหยิกอีกฝ่ายเพราะอายสุดๆเลย

 

พูดจริงๆนะ

 

ไม่วายที่ไอ้นกกระจอกเทศนี้จะทำหน้ายิ้มจริงจัง พอได้ของตัวเองมาแล้วแบคฮยอนรีบเดินฉับๆออกมาเลย ปาร์คชานยอลเลยยิ้มให้กับพนักงานผู้หญิงที่แอบลอบยิ้มกับเรา ก่อนจะวิ่งตามไป

 

 

เดี๋ยวดิ รอก่อน

 

ยุ่ง!

 

ชานยอลวิ่งมาดักด้านหน้า ก่อนจะเดินถอยหลังแล้วพูดไปด้วย

 

เคยเข้าผับหรือเปล่า

 

หน้าตาอย่างกูคิดว่าไงล่ะ

 

กินนมแล้วก็นอน

 

ก็เออ...

 

แบคฮยอนไม่ได้เถียง เขาไม่เคยเข้าผับจริงๆจังๆจริงๆเพราะอายุก็พึ่งถึง อยากลองไปแบบเท่ๆคูลๆเหมือนกัน แต่อีกอย่างเขาก็ไม่ได้ชอบที่จะอยากเที่ยวอะไรแบบนั้นซักเท่าไหร่

 

ทำไมหน้ายียวนก็ลองแกล้งถามไปแบบนั้น

 

ถ้าอยากไปก็บอก จะพาไป

 

กูอยากไปกูก็ไปเองได้ป่ะ ไม่ไปกับมึงหรอกไอ้นก เห้ย!

 

 

เสมือนเดจาวูซ้ำๆ เมื่อเหตุการณ์กลับสลับกัน มีรถที่วิ่งพรวดขึ้นมาอย่างเร็วอีกครั้งโดยชานยอลที่ยืนหันหลัง หันหน้ามาคุยกับตัวเองอยู่จึงทำให้มองไม่เห็น แบคฮยอนรีบคว้าแขนของคนตรงหน้าเอาไว้เพื่อให้หลบก่อนจะออกแรงดึงสุดชีวิตด้วยความตกใจ

 

ปาร์คชานยอลเองก็ตกใจ แต่ก็ยั้งตัวเองทันแล้วกลับเป็นฝ่ายออกแรงดึงแขนของแบคฮยอน ไม่งั้นคงจะกลายเป็นตัวเองที่เกือบจะล้มไปทับอีกฝ่าย แขนที่แกร่งกว่าเลยพลิกจับข้อแขนเล็กและคว้าเอวนั้นโอบกอดไว้แน่น

 

แบคฮยอนหอบหายใจแรงเพราะตกใจมากๆ มือที่กำแขนเสื้อค่อยๆคลายลง เขาได้เห็นรอยยิ้มไอ้บ้านี่ใกล้ๆ มันมีลักยิ้มด้วย...แต่ทำไมยังไม่ปล่อยเขาออกซักทีนะ

 

 

ขอบใจนะชานยอลพูดเบาๆให้ได้ยินแล้วก็ยังไม่ยอมผละออกห่างอีก

 

อ...อืม ปล่อย ... ไม่เป็นอะไรใช่มั้ย

 

ไม่เลย ห่วงแต่มึงกลัวกูจะล้มลงไปทับ

 

อ่อ เออ ไปละ

 

 

ขาเล็กๆนั้นกำลังรีบวิ่งเข้าตึก แต่ก็ถูกเรียกเอาไว้อีกครั้งโดยคนที่กวนประสาทที่สุดที่เคยเจอ

 

 

แบคฮยอน...ที่บอกว่าเก็บเงินสร้างอนาคตนี่จริงจังนะ!!

 

 

ชานยอลตะโกนเสียงดัง ....มากไปแล้ว ไอ้นกกระจอกเทศมันจะมากไปแล้ว!

 

 

 

รอนะ เดี๋ยวตีสามโทรหา

 

ไม่ !”

 

 

                ฝั่งคนที่ทำแซวยืนยิ้มกว้าง ก่อนจะถอยหลังออกมาเพื่อรีบวิ่งกลับไปทำงานต่อ ได้มากวนให้เขินแล้วก็เหมือนมีแรงขึ้นมาเลย

 

 

 

 

 

 

 

กลับมาอยู่กับบรรยากาศเดิมๆกับผู้คนที่ทยอยมาในช่วงเวลาสี่ห้าทุ่มแบบนี้ เสียงเพลงยังคงดังกระหึ่มก่อนที่อีกไม่กี่ชั่วโมงจะพบกับดีเจและนักร้องประจำของที่นี่

 

ปาร์คชานยอลเดินเข้าไปในห้องพัก ก่อนจะตรงดิ่งไปหารุ่นพี่ที่รัก

 

 

ขออัพเดท

 

เจอหน้ากูไม่เคยถามเรื่องอื่นเลยนะ 

 

ลีลา

 

อยากให้ได้ใจจะขาดชานยอลทำท่าจะตรงดิ่งไปบีบคอรุ่นพี่ตัวดีที่หดขาหดตัวหันหนีแทบไม่ทัน

 

เออๆๆๆ กูแกล้งเล่น ส่งออกมาแล้วไม่น่าเกินอาทิตย์หน้านะ

 

 

คนที่ได้ยินแบบนั้นยิ้มกว้าง รอจะไม่ไหวแล้วจะได้ทำอะไรๆซักที ก่อนที่โทรศัพท์จะสั่นขึ้นมา

 

 

(ชานยอลลลล เรามานะออกมาเจอหน่อย)

 

อะไรวะ เมาแล้วเหรอ

 

 

ชานยอลหันไปบอกกับซูโฮว่าไอรีนมาที่นี่ ... อีกแล้ว

 

 

(นิดหน่อย เบื่อๆ มันตามตื้อเราอ่ะรำคาญ เลยหนีมาหาอิอิ)

 

แปบ เดี๋ยวออกไป

 

 

 

มาอีกแล้วเหรอ เมาทุกวันผู้หญิงคนนี้

 

เห็นบอกช่วงนี้โดนตามจีบ มันไม่ใจอ่อนซักทีไง รำคาญเขาอีก

 

เสี่ย?

 

มันเรียกเจ้าของธุรกิจชานยอลบอกแบบนั้นเล่นเอาซูโฮหลุดหัวเราะเสียงดัง

 

 

 

 

                ท่ามกลางผู้คนเป็นร้อย เธอจะเด่นเสมอมันเป็นแบบนี้ตั้งแต่สมัยเรียนแล้ว เบจูฮยอน หรือไอรีนเป็นที่พูดถึงอยู่เสมอผู้ชายหลายคนสนใจเธอก็เยอะ และนี่ก็คงเป็นอีกเหตุผลที่ตอนนั้นเธอไม่ค่อยมีเพื่อนผู้หญิงกับเรื่องละเอียดอ่อนที่ผู้ชายแบบผมอาจจะไม่เข้าใจ ยิ่งการที่เธอมาอยู่กลุ่มพวกผมตอนนั้นก็โดนด่าหวิดจะมีเรื่องก็หลายครั้ง แต่เพราะพวกเรารู้ว่าเธอนิสัยยังไงก็ไม่แปลกที่ยังอยู่ด้วยกันมาได้จนตอนนี้

 

                แต่สิ่งที่น่าเป็นห่วงเสมอสำหรับเพื่อน ก็คือไอรีนไม่ค่อยระวังตัว..

 

 

 

 

แต่งตัวหลอกเหยื่ออีกแล้ว ยังเหลือเวลาชานยอลเลยออกไปนั่งดื่มเป็นเพื่อนก่อน 

 

นิดนึง

 

“...”

 

“...ว้าว สุภาพบุรุษเสื้อยีนส์ตัวนอกถูกถอดแล้ววางทับไปข้างหน้าปกปิดเกาะอกที่หมิ่นเหม่นั่น ทำทีเหมือนไม่เต็มใจ เล่นเอาหญิงสาวยิ้มกว้าง

 

แสดงกี่โมง เวลาเดิม?”

 

อือ มานั่งเป็นไม้กันหมาให้หมาก่อน

 

ชิ สวยขนาดนี้เป็นหงส์ย่ะ ชานยอลมองเธอที่ดื่มแทบไม่พัก เป็นผู้หญิงที่ดื่มเก่งโคตรเลย

 

เบา ขี้เกียจแบก

 

เราเคยให้แบกหรือไง

 

พูดแล้วก็ยื่นแก้วมาชิดปากกึ่งบังคับให้ดื่มอีก แล้วมีหรือไงที่จะปฏิเสธ ชานยอลหยิบยกมันดื่มรวดเดียวก่อนจะทำหน้าเหยเก

 

กินแรงจังหวะ กี่แก้วไปแล้ว

 

ม่ายบอก ไปๆ ไปเตรียมตัว

 

 

ชานยอลเองก็บอกให้เด็กๆช่วยดูเธออีกแรง ถึงแม้ในที่นี่จะมีการรักษาความปลอดภัยที่แน่นหนาแต่ก็เป็นห่วงอยู่ดี

 

 

 

วันนี้ผมไม่ได้ร้องบีทหนักอะไร กลับกันเวลาข้ามวันแบบนี้กับอารมณ์ของผู้คนที่รอฟังมันอาจจะเหมาะกับเพลงจังหวะกลางๆ ผมเลือกแนวสารภาพรัก ผมคิดว่าจะทำได้ดี...เพราะผมกำลังรู้สึกแบบนั้น

 

 

 

 

I don’t know why it’s so hard to tell you

The feelings inside come sooner or later

And honestly I’m not afraid to say what we could be

That, that’s why I’m asking to be my everlasting love

 

 

ความรู้สึกต่าง ๆ ภายในนั้นไม่ช้าก็เร็วมันก็ต้องเปิดเผยออกมาอยู่ดี...

 

 

 

 

 

 

 

 

รออีกแล้ว

 

ทำไมจะรีบกลับไปหาเขาเหรอ ไอรีนที่เดินจะไม่ตรงอยู่แล้วแซวเพื่อนออกมา

 

หลับไปแล้วมั้ง

 

“...”

 

แล้วเป็นไงได้เจอมันแล้ว ที่หน้าร้านใกล้เวลาที่ร้านกำลังจะปิดพวกเขาสองคนกำลังยืนคุยกัน โดยมีไอรีนที่มายืนรออยู่

 

ดีใจ...แต่ก็เฟลกว่าเดิมหน่ะ

 

ไม่ได้อยากจะออกความเห็นมากหรอกนะ แต่ปล่อยตัวเองไปจากมันเถอะ

 

“…”

 

ต้องเจอคนดีๆแน่

 

                ไอรีนพยักหน้า และเล่าว่าตัวเองโดนตามจีบอยู่กับนักธุรกิจคนหนึ่งมาซักพักแล้ว ตัวเธอเองไม่รู้ว่ากับเขาคนนี้จะดีมากน้อยแค่ไหน ยังรำคาญเพราะบางทีก็ตามตื้อเกินไป และที่เกือบยอมโอนอ่อนก็เพราะเขาก็เป็นผู้ใหญ่กว่า

 

ส่วนจงอินคงจะเป็นคนเคยรักที่ยังอยู่ในใจลึกๆ...

 

 

อ้าว แล้วที่อยากเจอมัน แล้วที่บอกว่าโสด ?

 

อยากรู้ว่าในนี้อ่ะ จะยังเหมือนเดิมมั้ย นิ้วเธอชี้ไปที่อกข้างซ้ายของตัวเอง

 

แล้วเป็นไง

 

มันจางๆลงแล้วล่ะ

 

อืม เริ่มใหม่เถอะ ไอรีนโผเข้ากอดชานยอลที่ผงะไปเพราะตั้งตัวไม่ทัน

 

เห้ยๆ เดี๋ยวแฟนเห็นเราโดนทืบจะทำไง

 

“แฟนบ้าอะไร ยังไม่ตกลง!” ปาร์คชานยอลโยกหัวเธอไปมาก่อนจะยิ้มขำ

 

โอ๊ะ แล้วคนนั้นเป็นไง ล้อเลยดิ เธอผละออกมาพร้อมชี้นิ้วล้อจนชานยอลแทบจะกลั้นไม่อยู่ เลยทำท่าจะเดินหนีหน้าตาเฉย

                                                                                      

ก็พูดไปแบบนั้น

 

น่ารักเท่าเรามั้ย

 

“…. กว่า พูดแล้วก็นึกไปถึงใบหน้าดื้อๆของใครบางคนที่ป่านนี้คงจะหลับตูดโด่งไปแล้ว กลับได้แล้ว เดี๋ยวไปส่ง

 

เปลี่ยนเรื่องเลยนะพอพูดถึงอ่ะ ขอดูรูปหน่อย”

 

 

ไอรีนทำเป็นเซ้าซี้แบมือขอดูรูปคนๆนั้นจากอีกฝ่าย ที่ชานยอลน่ะดูจะหลงไม่ใช่น้อย จะไม่ให้คิดแบบนี้ได้ยังไง เพราะวันๆไม่เคยเห็นสนใจใคร

 

“ไม่มี”

 

“ย่ะ!”

 

“พูดมาก กลับเหอะไปๆ”

 

“จะไปส่งทำไมกลับเองได้

 

“เร็วๆง่วง”

 

“อ่าๆๆๆ เค”

 

 

สุดท้ายก็ต้องเดินมากันที่รถของเธอ โอเค ไอรีนน่ะมีสติอยู่บ้างและก็มั่นใจว่าตัวเองขับกลับไปได้ แต่เพราะเป็นชานยอลไงเพราะมันเป็นคนใจอ่อนแบบนี้ เห้อ

 

 

                เราสองคนคือเพื่อนกัน ที่ผ่านมามันทำให้เข้าใจมากกว่าแต่ก่อน ผู้ชายกับผู้หญิงไม่จำเป็นต้องเป็นคู่แฟนกันเสมอไป เพื่อนสนิทก็ไม่ใช่คนที่จะต้องเป็นเพศเดียวกันเสมอไป สำหรับเธอผู้ชายมักจะพูดและบอกกับเราตรงๆในบางเรื่องที่ต้องการความช่วยเหลือหรือแม้กระทั่งความเห็น ไอรีนคิดว่าตัวเองโชคดีที่เพื่อนที่ดีไม่ว่าจะชานยอล ซูโฮ หรือแม้แต่จงอิน...

 

 

 

 

“กลับดีๆนะ”

 

“อืม”

 

“เอารถไปดิ”

 

“ไม่” คนต่อต้านพูดย้ำชัด จนเธอสะบัดหน้าจิ๊จ๊ะเดินขึ้นไป

 

 

 

ระหว่างที่ปาร์คชานยอลเดินออกมายังไม่พ้นคอนโดดี เขาก็มองเห็นว่ามีกลุ่มคนจำนวนหนึ่งที่กำลังมองมาเหมือนมีอะไรข้องใจกับตัวเอง

 

 

และเท่านั้นมันก็เกิดขึ้นไว้จนคิดอะไรไม่ออกเลย

 

 

 

 

 

 

03:59 AM

 

 

 

ไอ้คนชั่ว ไอ้คนเลว กูง่วงแล้วเนี่ย”

 

 

ไม่คุยด้วย...แล้ว”

 

 

 

 

ZzzZzz

 

 

 

 

 

 

 

 

Lyrics : Everlasting – Albert Posis

 

 

สวัสดีค่ะกลับมาอีกและอีกครั้ง

มันจะจบปีนี้แน่ๆเราสัญญาเลยฮือ555555

ขออภัยที่หายไปนานมากๆ

ถ้ายังกลับมาอ่านก็ขอให้มีความสุขทุกครั้งที่อ่านนะคะ


ปล. ยังคงคอนเซ็ปต์พล็อตมิกซ์เกาหลีอาหารไทย อ่านแบบไม่ซีเรียสนะคับ!

 

ฝากน้องแสบกับไอ่พี่นกกระจอกเทศด้วยยยย

 

 

#ฟิคระหว่างตึก

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 32 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

229 ความคิดเห็น

  1. #225 0948677414 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2563 / 17:33
    ชอบมากกกกก
    #225
    0
  2. #223 Baekyeol28 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 02:55
    คูมไรท์ แงง ต้องรีบมาต่อแล้วนะคะ มาทิ้งไว้แบบนี้ไม่ได้ค้างมาก5555555555
    #223
    0
  3. #222 sysh (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 15 กรกฎาคม 2563 / 01:35
    พี่ต้องไปรีบง้อน้องเลยนะน้องงอนแล้วเลยเวลานอนของน้อง5555555 คิดถึงไรท์และเรื่องนี้มากๆค่ะเป็นกำลังใจให้เสมอแง
    ละจะรอคอยเสมอนะคะ
    #222
    0
  4. #221 chef_04 (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 23:24
    คิดถึงเรื่องนี้มาก ดีใจที่ไรท์กลับมาต่อนะคะ 😚
    #221
    0
  5. #220 wndd (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 21:56
    อยากเห็นยัยหึงตาพี่บ้างจังแต่ก็กลัวประชดกันให้หน่วงไปอีก ปล.อยากรู้ปมความหลังของตาพี่และก็อยากเห็นเขาเป็นแฟนกันแล้วว
    #220
    0
  6. #219 wndd (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2563 / 06:00
    น้ามตาจิไหลไรท์มาต่อแล้ว
    #219
    0
  7. #218 PJ Bbam Kiatkamolchai (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 21:03
    เย้!!!!! ไรท์มาแล้วดีใจมากคิดถึงสุดๆอ่ะ สู้สู้นะคะไรท์ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #218
    0
  8. #217 Kimjesoo (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 21:02
    ดีใจแบบ sussusอ่ะไรท์ ฮือออออ รอนะๆๆๆๆๆๆ คิดถึงมาก
    #217
    0
  9. #216 uoohuma (จากตอนที่ 10)
    วันที่ 12 กรกฎาคม 2563 / 20:51
    โหย ดีใจอะ ที่ไรท์มาต่อ แต่ขอกลับไปอ่านตอนก่อนหน้ารื้อฟื้นความจำแปบนะ
    #216
    0