คัดลอกลิงก์เเล้ว

[OS INFINITE] One Night Stand {Myungsoo x Seongyeol}

โดย INSPIRIT_LN

เพราะถูกหักหลังจากคนรักและเพื่อนสนิท ซองยอลจึงเลือกแอลกอฮอล์ให้เป็นเครื่องดับทุกข์ให้กับตัวเอง ความเมามายทำให้เขามีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับผู้ชายแปลกหน้าคนหนึ่งเข้า แม้แต่ชื่อของผู้ชายคนนั้นก็ไม่รู้จัก

ยอดวิวรวม

728

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


728

ความคิดเห็น


8

คนติดตาม


19
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  13 พ.ย. 59 / 16:05 น.
นิยาย [OS INFINITE] One Night Stand {Myungsoo x Seongyeol} [OS INFINITE] One Night Stand {Myungsoo x Seongyeol} | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


^^ One Night Stand ^^

 

 

Pairing : KimMyungsoo x LeeSeongyeol

 

 

Genre : Au , Romantic Drama

 

 

Rate : PG - 20

 

 

Author : INSPIRIT_LN



Note : ความจริงแล้วฟิคนี้เราตั้งใจจะแต่งเพื่ออัพลงในวันเกิดของซองยอล แต่ด้วยอะไรหลายๆอย่างผสมผสานกับความขี้เกียจของเราเอง ก็เลยพึ่งจะได้ลง ฝากด้วยนะคะ








 















เนื้อเรื่อง อัปเดต 13 พ.ย. 59 / 16:05





แสงไฟสีสวยกับจังหวะดนตรีหนักๆในผับ ปลุกให้คนในผับโยกย้ายร่างกายเคลื่อนไหวไปตามจังหวะเพลง เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุย เสียงแห่งความสุข ของกลุ่มคนที่ต่างมาที่แห่งนี้เพื่อความสำราญดังมาเป็นระยะ ผิดกับโต๊ะมุมในสุดที่มีร่างบางของคนผู้หนึ่ง ที่ทิ้งตัวจมอยู่ที่โต๊ะมาเนิ่นนานตั้งแต่ผับเริ่มเปิด แอลกอฮอล์แก้วแล้วแก้วเล่าถูกนำเข้าสู่ร่างกายโดยที่เจ้าตัวไร้การใส่ใจว่าตนเองจะเมามายหรือไม่มีสติแต่อย่างใด ใบหน้าสวยเต็มไปด้วยความเศร้า ดวงตากลมโตคลอหน่วงไปด้วยน้ำใสที่พร้อมจะหล่นร่วงลงมาอยู่ตลอดเวลา

 

 

" อีซองยอล " คือ ชื่อของคนตัวบาง หรือจะเรียกว่า "คุณครูอีซองยอล" คุณครูจากโรงเรียนอนุบาลชื่อดังในกรุงโซลและมีฐานะเป็นหลานชายของเจ้าของโรงเรียนอนุบาลพ่วงอีกตำแหน่ง ชีวิตของซองยอลมาจากตระกูลฐานะมีอันจะกิน เพียบพร้อมไปเสียทุกอย่างจนแทบจะเดาไม่ออกว่าความเสียใจแบบใดถึงทำร้ายซองยอลให้เจ็บปวดได้มากถึงเพียงนี้ ถ้าหากไม่ใช่ " ความรัก "

 

 

ซองยอลกำลังทุกข์ทรมาณจากความรัก เขาถูกทรยศหักหลังจากผู้ชายคนเดียวในชีวิตที่เขายอมเปิดหัวใจให้ก้าวเข้ามาในชีวิต ผู้ชายคนเดียวที่ทำให้เขารู้จักกับความรักและผู้ชายคนเดียวกันที่กำลังฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็นเพราะคำว่ารัก ตั้งแต่เล็กจนโตซองยอลปิดกั้นในเรื่องความรักมาตลอด เพราะเขาฝังใจกับการหย่าร้างของพ่อและแม่ ซองยอลจึงเป็นคนกลัวความรัก แต่ " อีโฮวอน " คือผู้ชายคนแรกที่เขายอมให้ก้าวเข้ามาในชีวิต แม้ว่าครอบครัวของเขาจะไม่เห็นด้วยและไม่ชอบในตัวโฮวอน แต่ซองยอลก็ไม่สนใจ เขามอบความรักให้กับโฮวอนจนหมดใจ เชื่อมั่นและมั่นใจว่าโฮวอนจะเป็นเพียงคนเดียวที่เขาจะสามารถฝากชีวิตไว้ได้

 

 

แต่แล้วซองยอลก็คิดผิด โฮวอนไม่เคยรักเขาเลย โฮวอนรักแค่เงินของเขา ซ้ำยังนอกใจเขาไปมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนอื่น และที่สร้างความเจ็บปวดให้เขามากกว่านั้น เมื่อคนๆนั้นคือเพื่อนสนิทของเขาเอง " อีซองจง " ซองยอลไม่เคยคิดระแคะระคายเรื่องนี้แม้แต่ครั้งเดียว เขาเชื่อใจโฮวอนมาตลอดว่าโฮวอนรักและซื่อสัตย์ต่อเขาเพียงคนเดียว เหมือนกับที่ซองยอลไม่เคยนึกฝันว่าเพื่อนรักของเขาที่สนิทสนมมาตั้งแต่เรียนมัธยมจะร่วมมือกับคนรักของเขาสวมเขาให้ ทำร้ายหัวใจของซองยอลได้อย่างเลือดเย็น

 

 

ถ้าหากวันนั้น ซองยอลไม่คิดอยากเซอร์ไพร์สวันเกิดให้คนรัก เขาก็คงกลายเป็นคนโง่ให้สองคนนั้นทำอะไรลับหลังเขาอยู่ ภาพของสองคนนั้นที่กำลังมีความสัมพันธ์เร่าร้อนอยู่บนเตียงกว้างในคอนโดของโฮวอนทำซองยอลตัวชาไปทั้งร่าง ไม่มีหยาดน้ำตาให้รินไหลเพราะมันจุกเจ็บไปหมด สิ่งที่เขาทำได้ในตอนนั้นคืออยากหนีไปให้ไกลจากภาพพวกนั้น ซองยอลไม่พูดอะไรออกมาซักคำแม้โฮวอนจะวิ่งตามเขามาเพื่อปรับความเข้าใจก็ตามที และหลังจากนั้นแม้โฮวอนพยายามจะงอนง้อขอคืนดีกับเขา ขอโทษเขาเป็นร้อยเป็นพันครั้ง ซองยอลก็เอาแต่นิ่งเงียบจนเป็นฝ่ายโฮวอนที่ยอมแพ้ล่าถอยไป เป็นเวลาอาทิตย์นึงแล้วที่โฮวอนหายไปจากชีวิตของเขา แม้จะรู้สึกโล่งใจที่ซองยอลไม่ต้องอึดอัดในเวลาที่โฮวอนมาอ้อนวอนขอคืนดีและขอกลับมาคบกับเขาเหมือนเดิม ไม่ต้องทนฟังถ้อยคำขอโทษและคำแก้ตัวซ้ำๆที่ซองยอลไม่สามารถเชื่อใจมันได้อีกแล้ว แต่บาดแผลที่โฮวอนกรีดลึกลงไปที่หัวใจของเขา มันลึกเกินกว่าที่ซองยอลจะทนกับความเจ็บปวดทรมาณนั้นได้ จะให้กลับมาเป็นซองยอลคนเดิมซองยอลคงทำไม่ได้

 

 

" นั่งคนเดียวหรอครับ ผมนั่งด้วยคนได้ไหม "

ชายหนุ่มหน้าตาดีคนหนึ่งเอ่ยทักซองยอลขึ้นมา ซองยอลเงยหน้าขึ้นมองบุคคลตรงหน้าแวบหนึ่งก่อนจะตอบด้วยน้ำเสียงไร้เยื่อใยใดๆออกไป

 

 

" ผมอยากนั่งคนเดียว "

 

 

" มาคนเดียวมันเหงานะ ให้ผมนั่งเป็นเพื่อนดีกว่า ดูท่าทางคุณไม่ค่อยจะโอเค "

ชายคนเดิมส่งรอยยิ้มกว้างเซ้าซี้อีกครั้ง

 

 

" ไม่ !!! บอกว่าไม่ก็ไม่ "  ซองยอลตวัดเสียงใส่ด้วยความไม่พอใจ

 

 

"อย่าดุสิครับ อาการแบบนี้ อกหักมาสินะ ให้ผมช่วยดูแลคุณแทนดีไหม "

ชายคนเดิมยังไม่ยอมแพ้ ซ้ำยังเอ่ยคำพูดแทงใจดำซองยอลเข้าอีก

 

 

" งั้นก็เชิญนั่งไป น่ารำคาญ !!!"

ซองยอลตวัดเสียงใส่ขยับตัวลุกจะเดินออกจากที่นั่งไป ชายคนนั้นคว้าแขนซองยอลเอาไว้รั้งตัวซองยอลเข้ามาใกล้ ก่อนจะก้มลงกระซิบใกล้ๆ

 

 

“ อกหักมาจริงๆสินะ น่ารักขนาดนี้ใครกันใจร้ายกับคุณ ลองคบกับผมดูไหม รับรองว่าผมไม่มีวันทำคุณเสียใจแน่นอน ”

 

 

“ ปล่อย !!! ” ซองยอลสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมและขยับตัวถอยห่าง

 

 

“ ลองคิดดูดีๆนะ จะมัวโศกเศร้าไปทำไมกัน ชีวิตมีอะไรสนุกกว่านั้นเยอะ ไม่ลองดูหน่อยหรอแล้วคุณจะติดใจ รับรองว่าคุณจะลืมคนที่เคยอกหักคุณไปเลย ” 

ชายคนเดิมกล่าวพร้อมส่งมือหนามาเคล้าคลอใบหน้าสวยอย่างจาบจ้วง ซองยอลปัดมือหนาออกในทันทีพร้อมเบือนหน้าหนี

 

 

“ อย่ามายุ่งกับผม!!!

ซองยอลเสียงดังใส่ด้วยความไม่พอใจ

 

 

"ตามใจ งั้นก็เชิญอกหักรักคุดต่อไปเถอะ โง่ !!!"

ชายหนุ่มกล่าวกับซองยอลด้วยความหงุดหงิดที่ไม่เป็นไปตามที่ตนคาดหวัง ซองยอลผละออกห่างจากชายคนนั้น แต่หูยังได้ยินเสียงของชายคนดังกล่าวที่ตั้งใจตะโกนเสียงดังตามหลังมาให้เขาได้ยิน

 

 

“ ก็โง่แบบนี้ไง มัวแต่เล่นตัว ถึงได้ถูกทิ้ง โง่ !!!

 

ซองยอลก้าวเดินออกไปจากตรงนั้นตรงไปยังส่วนพื้นที่โล่งด้านหน้าที่เต็มไปด้วยกลุ่มคนที่กำลังโยกย้ายร่างกายตามจังหวะเพลงเร่าร้อง "โง่" คำนี้ช่างบาดหัวใจซองยอลเหลือเกิน ใช่ ซองยอลเป็นคนโง่ โง่ที่ให้เขาหลอก โง่ที่ไปรัก โง่ที่ทุ่มเททุกอย่างให้โฮวอน โง่ที่ให้โฮวอนไปทั้งหัวใจและเงินทอง

 

 

ซองยอลเริ่มเคลื่อนไหวร่างกายไปตามเพลงจังหวะร้อนแรง ทั้งด้วยเพราะอาการที่เริ่มเมามายระคนกับความทุกข์ในใจที่อยากปลดปล่อยทุกอย่างออกมา ด้วยความที่ผู้คนค่อนข้างเยอะและซองยอลไม่ทันระวังตัว ร่างบางจึงเซชนเข้ากับร่างหนึ่งเข้า ร่างทั้งร่างตกอยู่ในอ้อมกอดของคนด้านหลังที่กอดประคองร่างซองยอลเอาไว้ไม่ให้ล้ม แผ่นหลังบางแนบชิดกับอกแกร่ง ซองยอลขยับตัวออกจากอ้อมกอดนั้น หันกลับมาเผชิญคนตรงหน้า ใบหน้าหล่อเหลาคมคายราวกับเทพบุตร จมูกโด่งเป็นสันเข้ากับริมฝีปากกระจับ ทำให้ซองยอลชะงักงันไปชั่วขณะ แม้จะตกอยู่ในอาการมึนเมาแต่ดวงตาสีนิลสนิทคู่นั้นก็มีอิทธิพลกับซองยอลอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน เพียงแค่สบตาก็ตรึงให้ซองยอลหยุดนิ่งอยู่กับที่ทำอะไรไม่ถูก

 

 

" เป็นอะไรหรือเปล่าครับ "

เสียงทุ้มของคนตรงหน้าปลุกให้ซองยอลรู้สึกตัว คนตัวบางสั่นหัวเบาๆตอบรับออกไป แต่กลับถูกตอบรับกลับมาด้วยรอยยิ้มอ่อนโยนแก้มขึ้นรอยบุ๋มจนซองยอลสั่นไหวไปกับมัน ปกติแล้วซองยอลไม่เคยหวั่นไหวกับใครได้ง่ายนัก แม้จะเคยเจอใครที่หน้าตาดีมากกว่าคนตรงหน้าเขาก็ไม่เคยรู้สึกวูบไหว แต่กับคนนี้ทำไมถึงทำให้ซองยอลรู้สึกผิดปกติได้มากถึงเพียงนี้ หรืออาจเป็นเพราะตอนนี้เขาคงจะมึนเมาจากฤทธิ์แอลกอฮอล์จนมากเกินไป

 

 

บทเพลงในผับเปลี่ยนการจังหวะสนุกสนานเป็นจังหวะเบาๆ ซองยอลหมุนตัวจะกลับไปที่โต๊ะเพราะตนเองเริ่มหมดสนุก แต่มือหนาของคนตรงหน้าก็เอื้อมมารั้งข้อมือบางเอาไว้เสียก่อน

 

 

"อย่าพึ่งไปสิครับ อยู่เต้นกับผมซักเพลงได้ไหม"

ไม่รู้ว่าเพราะน้ำเสียงทุ้มระคนขอร้องหรืออาจเพราะแรงดึงดูดจากดวงตาสีนิลทรงเสน่ห์คู่นั้นที่ทำให้ซองยอลยอมตกมาอยู่ในอ้อมกอดของคนตรงหน้าอีกครั้งเคลื่อนไหวร่างกายไปตามจังหวะเพลงหวานเบาๆ

 

 

" คุณชื่ออะไร? "  เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นมาหลังจากเกิดความเงียบมาช่วงระยะหนึ่ง

 

 

" อีซองยอล " 

 

 

" อีซองยอล ชื่อเพราะ เหมาะกับคุณดี " ทวนชื่อก่อนจะเอ่ยชมออกมา

 

" แล้วคุณ? " ซองยอลเอ่ยถามคนตรงหน้า

 

 

" วันนี้คุณเมามากแล้ว ไว้ผมบอกชื่อของผมตอนที่คุณไม่เมาดีกว่า คุณจะได้จำชื่อผมได้ "

 

 

" ใครว่าเมา ผมไม่ได้เมา !!! "  ซองยอลยู่ปากเถียงอย่างไม่พอใจที่ถูกต่อว่าๆตนเองเมา

 

 

" ไม่เมาก็ไม่เมา "

ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีนิลสนิทส่งยิ้มมาให้ซองยอลด้วยความเอ็นดูในความดื้อเล็กๆของคนในอ้อมกอด ซองยอลเริ่มรู้สึกปวดหัวมากขึ้นเรื่อยๆจากฤทธิ์ของบรรดาแอลกอฮอล์หลายขนานที่เขานำมันเข้าร่างกายทั้งๆที่ตนเองนั้นก็ไม่ได้เป็นคนคอแข็งเสียด้วยซ้ำ สุดท้ายซองยอลก็ต้องซบหน้าลงกับไหล่กว้าง มือเรียวโอบคนตัวหนาเอาไว้แน่นเพื่อเป็นหลักยึดให้ตนเองทรงตัวอยู่ได้ จนลืนเลือนไปแล้วว่าคนที่เขาตกอยู่ในอ้อมกอดคือคนแปลกหน้าที่ซองยอลพึ่งได้พบเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว ตรงกันข้ามซองยอลกลับรู้สึกอบอุ่นกับอ้อมแขนแข็งแรงคู่นั้น หวนให้คิดถึงเรื่องของคนรักและเพื่อนทรยศอีกครั้ง น้ำใสๆไหลรินออกมาอย่างไม่สามารถห้ามมันได้ สะอื้นไห้ราวกับเด็กตัวน้อย

 

 

" คุณร้องไห้? เกิดอะไรขึ้นซองยอล "

เสียงทุ้มเอ่ยถามด้วยความตกใจเมื่อรับรู้ถึงความเปียกชื้นที่ไหล่หนา ไม่มีคำพูดตอบรับกลับมามีเพียงเสียงสะอื้นและแรงสั่นน้อยๆจากคนในอ้อมกอด ชายหนุ่มนัยน์ตาสีนิลแตะมือบนหลังเนียนก่อนจะลูบปลอบประโลมไปมาเบาๆกระชับอ้อมกอดของตนให้แนบแน่นขึ้นและไม่เอ่ยประโยคใดๆออกมาอีก

 

 

" กลับไหม ผมจะไปส่ง "

เสียงทุ้มเอ่ยถามขึ้นอีกครั้งหลังจากเสียงสะอื้นของคนในอ้อมกอดเงียบหายไป ซองยอลไม่ตอบอะไรออกมาแต่ก็ไม่ขัดขืนอะไรกลับยอมให้ชายหนุ่มคนนั้นพาเขาออกไปจากผับ ซ้ำยังส่งกุญแจรถของตัวเองให้พร้อมแจ้งตำแหน่งรถที่ตนจอดไว้ให้ชายหนุ่มรับทราบ

 

 

ชายหนุ่มนัยน์ตาสีนิลขับรถพาซองยอลมาส่งที่คอนโดของเจ้าตัวตามชื่อคอนโดบนคีย์การ์ดห้องพักของซองยอล เขาประคองกอดร่างที่แทบไม่เหลือสติเข้าไปส่งในห้องนอนก่อนจะค่อยๆวางร่างบางลงบนเตียงนอนอย่างแผ่วเบาแล้วผละออกมาแต่ก็ต้องชะงักไป เมื่อมือเรียวคว้าข้อมือของเขาไว้

 

 

“ อย่า...พึ่งไปได้ไหม...อยู่กับผมก่อน ”

ซองยอลเอ่ยออกมา น้ำเสียงงอแงด้วยความเมาระคนเอาแต่ใจ ตอนนี้ซองยอลรู้แค่ว่าเขาไม่อยากอยู่คนเดียวมันเจ็บปวดและอ้างว้างเกินไป ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาทรงเสน่ห์แย้มยิ้มด้วยความเอ็นดู ก่อนจะทรุดตัวลงนั่งบนเตียงข้างๆซองยอล

 

 

“ คุณเมามากแล้ว นอนเถอะ ”

เสียงทุ้มกล่าวอย่างอ่อนโยน ซองยอลไม่ยินยอม คนเมามายยันตัวลุกขึ้นมานั่ง มือเรียวเกาะกุมคนตรงหน้าไว้แน่นไม่ให้ไปไหน ราวกับเด็กน้อยที่กำลังงอแงไม่ยอมให้ผู้ปกครองของตนไปไกลจากตน

 

 

“ ไม่ให้ไป...อยู่กับผมนะ ”  ซองยอลเอ่ยอ้อนวอน ดวงตากลมโตเว้าวอนดูน่าสงสาร

 

 

“ รู้ไหมคุณไม่ควรทำแบบนี้กับใคร...เพราะเขาจะห้ามใจไม่ได้ ”

ชายหนุ่มดวงตาสีนิลเม้มปากเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยออกมาเบาๆ

 

 

“ ก็...ไม่ต้องห้ามใจสิ ”

ซองยอลสบตาสีนิลคู่นั้นชั่วขณะ ก่อนจะตัดสินใจเอ่ยออกไป ซองยอลไม่รู้ว่าอะไรดลใจให้เขาเอ่ยคำพูดพวกนั้นออกไป อาจเป็นเพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่กำลังพลุ่งพล่านอยู่ในร่างกาย หรืออาจเพราะเขาต้องการลองดีประชดชีวิตรักที่พังทลายของตัวเองเพื่อความสะใจ หรือเพราะเหตุผลสุดท้ายคนแปลกหน้าเจ้าของนัยน์ตาสีนิลสนิทที่แสนอบอุ่นคนนี้

 

 

“ อย่าทำแบบนี้ซองยอล แล้วคุณจะเสียใจ ”

 

 

“ ผม...เสียใจมามากพอแล้ว จะเสียใจอีกครั้ง...ก็คงไม่เป็นไร ”





>>>>> Cut... <<<<<




 

แสงแดดลอดผ่านช่องว่างของผ้าม่านเข้ามากระทบร่างเปลือยเปล่าที่ซุกตัวในผ้าห่มผืนหนาบนเตียงกว้าง เปลือกตาสีไข่ไก่ขยับเปิดออกก่อนจะปรับสายตาให้ชินกับความสว่างที่สาดเข้ามา ซองยอลกระพริบตาถี่ๆก่อนจะกวาดตามองรอบๆห้อง อาการปวดหัวอย่างหนักทำให้มือเรียวต้องกุมมันไว้ สมองประมวลผลเรื่องราวที่เกิดขึ้นเมื่อคืนอย่างรวดเร็ว ใช่แล้วเมื่อคืนซองยอลเมามากและน่าจะเป็นสาเหตุที่ทำให้เขาปวดหัวจนแทบระเบิดอยู่ในตอนนี้ เมื่อคิดถึงตรงนี้ภาพของผู้ชายหน้าตาคมคายคนนั้นผู้เป็นเจ้าของนัยน์ตาสีนิลทรงเสน่ห์ก็หวนเข้ามาในความคิด ภาพความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้นระหว่างซองยอลและผู้ชายคนนั้นหลั่งไหลเข้ามาดั่งสายน้ำหลาก แม้เมื่อคืนจะตกอยู่ในสภาวะมึนเมาแต่ซองยอลกลับจดจำทุกอย่างได้แทบทั้งหมด ซองยอลขยับตัวสำรวจตัวเองในทันทีก็พบว่าร่างทั้งร่างของเขาเปลือยเปล่า ซ้ำยังมีร่องรอยสีกุหลาบจางๆปรากฏอยู่เกือบทุกพื้นที่บนผิวขาวเนียนของตน และที่เป็นเครื่องยืนยันได้ดีที่สุดก็คือความเจ็บปวดจากช่องทางด้านหลังที่ยังไม่จางหายไป

 

 

เรื่องเมื่อคืนไม่ใช่ความฝัน

ความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่เกิดขึ้นเมื่อคืนระหว่างเขาและผู้ชายคนนั้นเป็นเรื่องจริง

ซองยอลเป็นคนใจง่าย ที่ยอมนอนกับใครก็ได้ที่ไม่รู้จักแม้กระทั่งชื่อ

ซองยอลเป็นคนไร้ค่า ที่พาผู้ชายมานอนด้วยถึงห้องตัวเอง

ซองยอลเป็นคนโง่ แค่เพียงอยากประชดคนรักก็ยอมมีอะไรกับคนอื่นง่ายๆ

ทั้งที่ผ่านมาเขาหวงเนื้อหวงตัวมากมายแค่ไหน

ซองยอลผิดเองที่ปล่อยให้ตัวเองขาดสติ โทษใครไม่ได้แม้แต่ผู้ชายคนนั้น

........ผู้ชายที่เป็นคนแรกของเขา

 

 

ซองยอลปล่อยให้น้ำตาไหลรินออกมาอาบแก้มสวย เขาไม่เคยรู้สึกว่าตัวเองไร้ค่า ไร้ศักดิ์ศรี และน่าละอายมากขนาดนี้มาก่อน  เขาเหมือนพวกรักสนุกที่อยากจะพาใครมานอนด้วยก็ได้ พอสุขสมทั้งสองฝ่ายก็ต่างแยกทางใครทางมัน ก็แค่ความสัมพันธ์ชั่วคราว One Night Stand ไม่มีใครจดจำ ไม่มีใครนึกถึง

 

 

หลังจากปล่อยให้น้ำตาชำระล้างความเศร้าในใจให้ทุเลาลงไป มือเรียวปาดน้ำตาออกจากใบหน้าสวย ก่อนจะขยับลุกจากเตียงด้วยความยากลำบากเพราะความเจ็บปวดช่วงล่างและอาการปวดหนึบที่หัว ร่างกายรู้สึกร้อนผ่าวและครั้นเนื้อครั้นตัวเหมือนเป็นไข้ มือเรียวหยิบชุดลำลองจากตู้เสื้อผ้ามาสวมใส่ก่อนจะเดินช้าๆไปที่ประตูห้องนอนเปิดออกไป คิ้วเรียวขมวดขึ้นเล็กน้อยเมื่อจมูกสัมผัสกลิ่นอาหารเข้า ขาเรียวก้าวตรงไปยังทิศที่เป็นที่ตั้งของส่วนครัวในทันที ก่อนที่ซองยอลจะชะงักงันไปเมื่อพบร่างหนาของใครคนหนึ่งกำลังให้ความสนใจกับการปรุงอาหารด้วยวิธีง่ายๆอยู่ในนั้น วินาทีนั้นซองยอลตอบตัวเองไม่ได้จริงๆว่าเขารู้สึกแบบไหนกันแน่ ความรู้สึกส่วนลึกร่ำร้องว่าเขากำลังตื่นเต้นดีใจที่ผู้ชายคนนั้นยังคงอยู่กับเขาไม่ทิ้งเขาไปไหน แต่อีกส่วนหนึ่งกำลังห้ามไม่ให้เขารู้สึกแบบนั้น ขณะกำลังครุ่นคิดว่าเขาควรทำเช่นไร ร่างหนาก็หมุนตัวมาทางเขาพอดี ในมือถือจานใบใหญ่ที่จัด ไข่ดาว ไส้กรอกและแฮมอยู่ในนั้น ดวงตาคมเงยขึ้นมาสบตาซองยอลนัยน์ตาสีนิลคู่นั้นเปล่งประกายดังเช่นเมื่อคืน รอยยิ้มละมุนประดับขึ้นบนใบหน้าหล่อจนขึ้นรอยบุ๋ม

 

 

“ ตื่นแล้วหรอ ขอโทษที่มาวุ่นวายในครัวคุณโดยไม่ได้รับอนุญาต”

 

 

“ ผมแอบค้นตู้เย็นคุณ เลยได้พวกนี้มา ทานเลยไหม ”

คนตรงหน้าเอ่ยถามพร้อมยกจานใบใหญ่ในมือให้ดู

 

 

“ อืม แล้วก็ขอโทษที่เสียมารยาทค้นเอาชุดคุณในตู้มาใส่ แล้วก็แอบใช้เครื่องซักผ้าคุณโดยไม่ได้รับอนุญาตเหมือนกัน ”

 

 

ชายหนุ่มหน้าหล่อเอ่ยออกมาด้วยท่าทีสบายจนกลายเป็นฝ่ายซองยอลเองที่รู้สึกอึดอัด ซองยอลพึ่งสังเกตเห็นตามคำพูดของคนตรงหน้าว่าฝ่ายนั้นใส่เสื้อยืดสีขาวกับกางเกงวอร์มสีดำของเขา ส่วนบนค่อนข้างฟิตไปเสียหน่อยจนน่าขันเพราะเจ้าตัวไหล่กว้างและตัวหนากว่าเขา ส่วนกางเกงวอร์มนั้นซองยอลชอบสวมใส่ไซด์ใหญ่กว่าปกติเพื่อความสบายตัวอยู่แล้วมันจึงดูพอดีทำให้ไม่น่าเกลียดอะไร ซองยอลได้แต่ยืนนิ่ง คิดไม่ออกว่าเขาควรเริ่มต้นพูดคุยอย่างไรกับอีกฝ่าย ก่อนจะตัดสินใจเดินตามคนที่ทำตัวเป็นปกติโดยไม่รู้สึกอะไรเลยซ้ำยังทำเหมือนตัวเองเป็นเจ้าของคอนโดเสียเองถือจานไปจัดวางบนโต๊ะกินข้าวราวกับทำเป็นประจำ

 

 

“ ทำไม...คุณ...ถึงยังอยู่ที่นี่ ”  ซองยอลเอ่ยถามออกไปด้วยความยากลำบาก

 

 

“ มาทานก่อนเถอะ เดี๋ยวถ้ามันเย็นแล้วจะไม่อร่อยนะ ”  ชายหนุ่มตรงหน้าดูไม่ใส่ใจคำถามของซองยอลเสียเท่าไร กลับเปลี่ยนเรื่องเสียอย่างนั้น

 

 

“ ผมถาม !!! ทำไมคุณถึงยังอยู่ที่นี่!!! ” 

เอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่เริ่มดังขึ้นออกไปเพราะความรู้สึกที่สับสนและไม่เข้าใจคนตรงหน้า

 

 

“ แล้วทำไมคุณถึงไม่อยากให้ผมอยู่ ” ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีนิลถามสวนกลับมาในทันที

 

 

“ ผมถาม คุณก็ตอบมา คุณต้องการอะไรกันแน่

 

 

ผมไม่ได้ต้องการอะไร

 

 

โกหก!!! คุณต้องการอะไรกันแน่ เงิน สิ่งของ หรืออะไร? ”

ซองยอลตะคอกถามคนตรงหน้า อาการปวดหัวทวีความรุนแรงขึ้นเรื่อยๆ เหงื่อเริ่มผุดขึ้นบนใบหน้าเนื่องจากอุณหภูมิที่สูงขึ้นเพราะพิษไข้ ยังไม่ทันที่ชายหนุ่มจะเอื้อนเอ่ยอะไรออกมา ซองยอลก็เริ่มทรงตัวไม่อยู่ จนต้องเท้ามือกับโต๊ะเพื่อพยุงร่างตัวเองเอาไว้ แต่เรี่ยวแรงของเขาแทบไม่มี ความรู้สึกสุดท้ายก่อนที่จะดับวูบไปก็คือเขาตกอยู่ในอ้อมกอดแข็งเเรงอีกครั้งที่โอบกอดเขาไว้ไม่ให้ล้มลงไปที่พื้น

 

 

ซองยอลรู้สึกตัวอีกครั้งก็พบว่าตัวเองนอนอยู่บนเตียงหลังกว้างภายในห้องนอนของตัวเอง พยายามพยุงตัวลุกขึ้นมานั่งแล้วก็พบว่าตัวเองอยู่ในชุดใหม่ที่ไม่ใช่ชุดที่เขาหยิบมาสวมใส่เมื่อเช้านี้ ความรู้สึกแรกคือความตกใจแต่คนที่ให้คำตอบกับเขาได้ก็เปิดประตูห้องนอนของเขาเข้ามาเสียก่อน

 

 

“ ผมเช็ดตัวให้คุณเพื่อลดไข้ ก็เลยเปลี่ยนชุดให้ใหม่ ”

ซองยอลสบตาบุคคลที่เข้ามาในห้องของเขาเล็กน้อยก่อนจะเบนสายตาไปทางอื่นด้วยความรู้สึกประหม่าและรู้สึกอาย ถึงแม้เมื่อคืนนี้เขาจะพึ่งมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับคนตรงหน้าแต่พอนึกถึงภาพที่ตนเองต้องเปลือยกายให้ชายหนุ่มเช็ดตัวให้ตอนกลางวันสว่างโร่แบบนี้ก็อดรู้สึกแปลกๆขึ้นมาไม่ได้ ชายหนุ่มนัยน์ตาสีนิลทรุดตัวลงนั่งบนเตียงข้างๆเขา ซองยอลจึงพึ่งสังเกตเห็นว่าชายหนุ่มถือชามใส่ข้าวต้มเข้ามาด้วย

 

 

“ กินข้าวต้มก่อนนะ จะได้กินยา ผมไปซื้อร้านตรงข้ามคอนโดคุณมา ”

 

 

“ ไม่กิน คุณควรกลับไปได้แล้ว ” ซองยอลเอ่ยปากไล่คนตรงหน้า

 

 

“ ถ้าคุณอยากให้ผมกลับ คุณก็ต้องกินให้หมด ” 

 

 

“ ผมบอกว่าไม่กิน !!! ” ปฏิเสธออกไปเสียงแข็ง

 

 

“ ถ้างั้นผมก็ไม่กลับ ”  ชายหนุ่มยื่นคำขาดออกมาอย่างไม่ยอมแพ้

 

 

“ คุณต้องการอะไรกันแน่? ต้องการสนุก นอนกับใครซักคน คุณก็ได้ทำแล้ว แล้วคุณต้องการอะไรจากผมอีก ” ซองยอลเอ่ยถามคนตรงหน้าด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

“ ผมเป็นสาเหตุที่ทำให้คุณป่วย ผมแค่อยากดูแลคุณ ”

 

 

“ ผมป่วยของผมเอง ไม่เกี่ยวกับคุณ ไม่ต้องมายุ่ง !!!

 

 

“ ทำไมจะไม่เกี่ยว ผมเป็นคนทำให้คุณเจ็บ ก็...คุณไม่เคย ”

ชายหนุ่มนัยน์ตาสีนิลตอบกลับมา ดวงตาคมสบตาซองยอลด้วยแววตาจริงจัง แก้มเนียนขึ้นสีเล็กน้อยกับคำพูดนั้นด้วยความอาย นึกตำหนิคนตรงหน้าในใจที่เอ่ยพูดเรื่องพวกนี้ราวกับเป็นเรื่องของดินฟ้าอากาศ ซองยอลตัดสินใจแย่งชามข้าวต้มมาจากมือชายหนุ่มมาถือเอาไว้เสียเอง

 

 

“ เดี๋ยวผมจัดการเอง คุณกลับไปได้แล้ว ”

 

 

“ ถ้ากินหมดแล้ว อย่าลืมกินยา มียาแก้ปวด แก้ไข้และก็ยาแก้อักเสบ ผมบอกอาการคร่าวๆกับร้านขายยาเขาเลยจัดมาให้ ”

ซองยอลแทบสำลักข้าวต้มที่ตนเองกำลังตักเข้าปากเป็นคำแรก คำพูดที่บอกว่า บอกอาการคร่าวๆกับร้านขายยา ” นี่คนตรงหน้าบอกไปแบบไหนกัน ยิ่งเพิ่มความร้อนผ่าวตรงแก้มขาวให้มากยิ่งขึ้น และเหมือนชายหนุ่มเจ้าของนัยน์ตาทรงเสน่ห์จะรู้ทันความคิดของซองยอล

 

 

“ ผมไม่ได้บอกหมดหรอก ว่าแต่ไปหาหมอไหม?

 

 

“ ผมกินข้าวต้มแล้ว คุณก็ควรกลับไปได้แล้ว ”

ซองยอลไม่ตอบคำถามคนตรงหน้า ซ้ำยังออกปากไล่ซ้ำอีกครั้ง

 

 

“ ไล่ผมจังนะ ผมไปแน่ แต่ต้องแน่ใจว่าคุณอาการดีขึ้นแล้ว ”

 

 

“ ผมไม่ใช่เด็ก ดูแลตัวเองได้ ”

 

 

“ ก็เพราะไม่ใช่เด็ก ผมถึงอยากดูแล ” 

ชายหนุ่มเจ้าของดวงตาสีนิลเอ่ยออกมาพร้อมรอยยิ้มกว้าง ซองยอลทำหน้าดุใส่คนตรงหน้ากลับไป แต่ผลที่ได้รับกลับมาก็คือรอยยิ้มละมุนเอ็นดูเขาเสียอย่างนั้น สุดท้ายซองยอลก็ยอมแพ้ปล่อยให้คนตรงหน้านั่งเฝ้าดูเขากินข้าวต้มจนเกือบหมด ออกปากท้วงให้ซองยอลกินยาจนครบ ซ้ำยังนั่งเฝ้าซองยอลจนซองยอลผล็อยหลับไปเพราะยาที่ออกฤทธิ์

 

 

ซองยอลหลับไปเพราะฤทธิ์ยาเป็นเวลานานมาก ก่อนจะรู้สึกตัวตื่นมาก็พบว่าพลบค่ำแล้ว ร่างกายรู้สึกดีขึ้นเนื่องจากอาการปวดหัวและพิษไข้ทุเลาลง ตัดสินใจจะลุกออกจากห้องเพื่อออกไปสำรวจข้างนอกว่าคนที่อยู่ร่วมห้องกับเขามาตั้งแต่เมื่อคืนกลับไปหรือยัง แต่ไม่ทันจะขยับตัวลุกขึ้นนั่ง เสียงลูกบิดประตูก็ดังขึ้น คราแรกซองยอลนึกโมโหที่ผู้ชายคนนั้นยังไม่กลับไปตั้งใจจะโวยใส่ชุดใหญ่ แต่ซองยอลกลับตัดสินใจปิดเปลือกตาลงแกล้งทำเป็นว่าเขายังหลับสนิทอยู่ เสียงฝีเท้าเดินเข้ามาใกล้ ก่อนจะรู้สึกถึงแรงของผ้าห่มที่ถูกรั้งขึ้นมาห่มให้เขาที่หน้าอก ซองยอลยังคงนอนนิ่งทำเหมือนยังหลับสนิทแต่ตั้งใจเงี่ยหูฟังว่าคนที่อยู่ร่วมห้องกับเขานั้นจะทำอะไรต่อไป

 

 

“ ผมคงต้องไปแล้ว ฝันดีนะอีซองยอล ”

เสียงกระซิบแผ่วเบาดังขึ้นใกล้ๆซองยอล ถึงจะบางเบาแต่ก็ชัดเจนบ่งบอกว่าระยะห่างของคนพูดอยู่ไม่ไกลจากเขามากนัก ซองยอลพยายามควบคุมตัวเองให้นอนนิ่งๆแม้ว่าอวัยวะข้างอกซ้ายจะเริ่มเต้นแรงผิดจังหวะแบบไม่มีเหตุผล

 

 

“ แต่ผมยังไม่ได้บอกคุณเลยว่าผมชื่อ.....”

 

 

“ มยองซู ผมชื่อคิมมยองซู ”

 

 

ชายหนุ่มเอ่ยออกมาเหมือนต้องการให้คนที่เขาเข้าใจว่ากำลังหลับใหลให้ได้ยินแม้จะรู้ว่าคงไม่เป็นไปตามที่เขาหวังก็ตาม ก่อนที่ซองยอลจะรู้สึกถึงสัมผัสแผ่วเบาแต่เต็มไปด้วยความอ่อนโยนตรงหน้าผากเนียน แก้มเนียนร้อนผ่าวหากไม่ได้อยู่ในความมืดแล้วชายหนุ่มผู้มีนามว่าคิมมยองซูคงจะมองเห็นว่ามันขึ้นสีแดงระเรื่อเป็นแน่แท้ สัมผัสนั้นนิ่งนานอยู่ชั่วครู่ก่อนจะผละออกไป ตามติดด้วยเสียงฝีเท้าของเจ้าของร่างหนาที่ไกลห่างออกไปและปิดท้ายด้วยเสียงปิดประตู

 

 

ซองยอลลืมตาโพลงท่ามกลางความมืด มือเรียวยกแตะที่หน้าผากของตนลูบมันเบาๆ สมองหมุนคว้างไปด้วยความรู้สึกสับสน คำถามหลายคำถามก้องอยู่ในใจ ผู้ชายคนนั้น ผู้ชายคนที่บอกว่าชื่อ คิมมยองซู ต้องการอะไรจากเขากันแน่ สิ่งที่มยองซูทำมันนอกเหนือจากคำจำกัดความเรื่อง One Night Stand มยองซูไม่จำเป็นเลยที่จะต้องอยู่ดูแลคนที่แค่หลับนอนด้วยชั่วข้ามคืนเช่นเขา ไม่จำเป็นเลยที่จะต้องแสดงท่าทีเป็นห่วงเป็นใยเขามากมายขนาดนั้น ยิ่งคิดก็ยิ่งไม่เข้าใจ หาคำตอบให้กับตนเองไม่ได้ สุดท้ายซองยอลก็สรุปเรื่องราวทั้งหมดให้กับตัวเองว่ามยองซูคงต้องการผลประโยชน์อะไรบางอย่างจากเขาเป็นแน่ เรื่องทุกอย่างที่เกิดขึ้นไม่สามารถทำให้ซองยอลมองในแง่ดีได้เลย

 

 

ด้วยเพราะเมื่อคืนนี้ซองยอลครุ่นคิดเรื่องของชายหนุ่มนัยน์ตาสีนิลที่ชื่อคิมมยองซูมาทั้งคืน ทำให้กว่าจะหลับก็ปาไปเกือบรุ่งสาง รู้สึกตัวตื่นมาอีกครั้งก็ล่วงเข้าไป 10 โมงเช้าแล้ว โชคดีที่วันนี้เป็นวันอาทิตย์ไม่เช่นนั้นซองยอลอาจจะต้องโทรไปลางานเป็นแน่ แต่ต่อให้ซองยอลตื่นเช้าทันเขาก็คงจะแบกสภาพร่างกายในตอนนี้ไปทำงานไม่ไหวเผลอๆอาจจะต้องโทรไปขอลางานวันจันทร์เพิ่มอีกหนึ่งวัน ขยับตัวลุกออกจากที่นอนช้าๆเพื่อพาร่างตัวเองไปที่ห้องน้ำ ร่างกายรู้สึกสบายมากขึ้น ไข้ลดลงเหลือเพียงอาการมึนหัวเล็กน้อย อาการเจ็บที่ช่วงล่างทุเลาลงมากกว่าเมื่อวาน หลังจากทำธุระส่วนตัวในห้องน้ำเสร็จเรียบร้อย ซองยอลก็ออกมาข้างนอกห้องนอน สำรวจจนแน่ใจว่าผู้ชายคนที่ชื่อคิมมยองซูกลับไปแล้วก่อนจะตัดสินใจกลับเข้าไปในห้องนอนอีกครั้งหยิบหนังสือขึ้นมาอ่านแต่อ่านไปได้ไม่กี่หน้าก็ต้องวางลงเพราะเขาไม่มีสมาธิพอ เรื่องราวที่เกิดขึ้นยังคงวนเวียนไปมาอยู่อย่างนั้นในหัว แต่แล้วซองยอลก็ต้องสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อเขาได้ยินเสียงเหมือนแก้ว จานหรือชามตกแตกดังมาจากนอกห้อง แม้จะมั่นใจว่าตนเองอยู่ห้องเพียงลำพังและคิดว่าของในห้องของเขาไม่น่าจะร่วงหล่นแตกได้โดยง่าย ซองยอลจึงตัดสินใจเปลี่ยนจุดมุ่งหมายจากห้องน้ำตรงไปที่ประตูห้องนอนเปิดออกไปในทันที

 

 

ดวงตากลมโตกวาดมองไปทั่วห้องก็ไม่พบสิ่งผิดปกติใดๆ ขาเรียวสาวเท้าตรงไปที่ส่วนของครัวเพื่อสำรวจให้ครบถ้วนเพราะส่วนของครัวนั้นมีเค้าน์เตอร์วางของค่อนข้างสูงทำให้บดบังส่วนครัวเอาไว้ไม่สามารถมองเห็นได้หมดจากจุดที่ซองยอลยืนอยู่ แล้วซองยอลก็ต้องชะงักงันด้วยความตกใจเมื่อภาพตรงหน้าคือผู้ชายคนที่บอกเขาว่าชื่อมยองซูกำลังก้มลงเก็บเศษแก้วที่ตกแตกกระจายเต็มพื้นอันเป็นต้นเหตุของเสียงที่เรียกให้ซองยอลออกมาดู เหมือนชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของชื่อมยองซูจะรู้สึกตัวว่ามีคนกำลังมองเขาอยู่ มยองซูเงยหน้าขึ้นมาจากการวุ่นวายกับการเก็บเศษแก้วใส่ถังขยะ พอเห็นว่าเป็นซองยอลมยองซูก็ส่งรอยยิ้มจนแก้มขึ้นรอยบุ๋มมาให้ในทันที

 

 

“ ขอโทษที่ผมไม่ระวัง ทำแก้วคุณแตกเลย ”

 

 

“ คุณเข้ามาในห้องผมได้ยังไง ”  ซองยอลเอ่ยถามในทันทีด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจ

 

 

“ ผมซื้อข้าวมาให้คุณด้วย กินเลยไหม ”

 

 

ผมถามว่าคุณเข้ามาในห้องผมได้ยังไง !!!ซองยอลถามซ้ำอีกครั้งด้วยน้ำเสียงที่ดังมาก

 

 

คือ…”

 

 

มยองซูอ้ำอึ้งเล็กน้อย แต่ก็สบตาซองยอลนิ่งไม่หลบตา ยังไม่ทันที่ซองยอลจะเอ่ยถามซ้ำอีกครั้ง เสียงออดหน้าประตูห้องก็ดังขึ้นมาขัดจังหวะเข้าพอดี ซองยอลหันไปมองทางประตูก่อนจะหันกลับมามองมยองซูอีกครั้ง ก่อนจะตัดสินใจละทิ้งเรื่องที่คาดคั้นมยองซูเอาไว้เดินตรงไปที่ประตูห้อง มือเรียวแตะประตูเปิดออก แต่เมื่อพบว่าคนที่อยู่ตรงหน้าคือใคร ซองยอลก็ตัวชาไปทั้งร่าง ความเจ็บปวดแล่นแปลบไปทั้งหัวใจ มือเรียวแตะประตูจะปิดลงแต่โฮวอนไวกว่านั้นมือหนาดันประตูเอาไว้ก่อนจะแทรกร่างเข้ามาในห้องแล้วปิดประตูลงในทันที

 

 

“ ออกไป !!! ”  ซองยอลเอ่ยปากไล่คนตรงหน้าเสียงเรียบ

 

 

“ ซองยอล ฟังผมก่อนสิ ผมอธิบายได้ คุณเอาแต่หนีหน้าผม แล้วผมจะอธิบายให้คุณฟังได้ยังไง ”

 

 

“ ไม่จำเป็น ”

 

 

“ ซองยอลอ่า ผมไม่ได้รักซองจงจริงๆนะ คือ...มันก็แค่เผลอไผลไปน่ะ แต่คนที่ผมรักคือคุณคนเดียวนะ ”

 

 

“ แค่นี้ใช่ไหมที่คุณต้องการจะบอก ถ้าหมดธุระแล้ว เชิญ!!! ” ซองยอลเอ่ยปากไล่โฮวอนอย่างไม่มีเยื่อใย

 

 

“ ซองยอล เราเคยรักกันมากไม่ใช่หรอ ทำไมล่ะ เรื่องแค่นี้คุณให้อภัยผมไม่ได้เชียวหรอ ”

โฮวอนคว้ามือเรียวมากอบกุมไว้ สายตาคมสบตาซองยอลเพื่ออ้อนวอน

 

 

“ เรื่องแค่นี้ คุณใช้คำว่าเรื่องแค่นี้หรอโฮวอน การที่ต้องไปเห็นแฟนตัวเองนอนกับเพื่อนสนิทตัวเองกับตา คุณใช้คำว่าเรื่องแค่นี้งั้นหรอ ”

 

 

“ ซองยอลอ่า ผมขอโทษจริงๆ ผมสัญญาว่ามันจะไม่เกิดขึ้นอีก ครั้งนี้แค่ครั้งแรก คุณจะใจร้ายไม่ให้อภัยผมเชียวหรือ ”

 

 

“ ผมไม่ชอบคนโกหก เกลียดการนอกใจมากที่สุด คุณกับซองจงก็รู้ข้อนี้ดี แต่พวกคุณสองคนก็ยังทำ ใครกันแน่ที่เป็นคนใจร้าย ”

 

 

“ ซองยอล แต่ผมรักคุณคนเดียวนะ ผมขอโทษ เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมเถอะ ”

 

 

“ ไม่ !!! คุณกลับไปได้แล้ว และหวังว่าเราคงไม่ต้องพบกันอีก ”  ซองยอลพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุมของโฮวอน

 

 

“ ไม่ !!! ผมไม่กลับจนกว่าเราจะคุยกันให้รู้เรื่อง ”

 

 

“ ปล่อย !!!

 

 

มยองซูยืนฟังบทสนทนาระหว่างคนทั้งคู่อยู่นาน ถึงแม้จะเข้าใจสถานะตัวเองว่าเป็นคนนอกก็ตาม จนสุดท้ายเขาเห็นโฮวอนยื้อกระชากซองยอลไว้อยู่แบบนั้นเขาก็ทนไม่ได้ มยองซูเดินเข้าไปหาคนทั้งคู่ก่อนจะสะบัดแขนโฮวอนออกจากข้อมือของซองยอล ซองยอลตกใจกับการกระทำของมยองซู แต่คนที่ตกใจมากกว่ากลับเป็นโฮวอนเนื่องจากเขามัวแต่ให้ความสนใจกับการอธิบายและปรับความเข้าใจกับซองยอลจึงไม่ทันได้สังเกตว่ามีใครอยู่ในห้องนี้ด้วยอีกคน

 

 

“ แกเป็นใคร มายุ่งอะไรกับเรื่องนี้!!!

โฮวอนตวาดใส่มยองซูด้วยความหงุดหงิดก่อนจะหันมาเอ่ยกับซองยอลอีกครั้ง

 

 

“ ผู้ชายคนนี้เป็นใคร!!! ทำไมถึงมาอยู่ที่นี่ ปกติคุณเป็นคนหวงห้องนี้มากขนาดกับผมยังมาที่ห้องนี้นับครั้งได้ มันเป็นใคร ตอบมา!!! ซองยอล ”

 

 

“ ผมไม่จำเป็นต้องตอบ ”

 

 

“ ตอบไม่ได้เพราะมันเป็นชู้รักคุณใช่ไหม นี่แอบคบมันมานานแค่ไหนล่ะ ถึงได้ยอมให้มันเข้าออกห้องได้ขนาดนี้ เหอะ!!! ที่ไม่ยอมคืนดีกับผมก็เพราะตั้งใจจะไปคบกับมันอยู่แล้วใช่ไหม!!!

 

 

“ ถ้าใช่แล้วจะทำไม !!! ทีคุณยังมีคนอื่นได้ ถ้าผมจะมีบ้างก็คงไม่ผิด ก็ยุติธรรมดีนิ ”

 

 

“ ทำตัวแสนดี หวงเนื้อหวงตัวแตะต้องไม่ได้ ที่ไหนได้ก็ร่านไม่ต่างจากคนอื่น ทำไมกลัวลีลาผมไม่ถูกใจหรือไงถึงต้องไปหาคนอื่นมานอนกก จริงๆอยากได้แบบไหนก็บอกได้นะ ผมจะได้จัดให้ ”

 

 

โฮวอนเอ่ยออกมาอย่างหยาบคายด้วยความโกรธระคนเสียหน้า ซองยอลเม้มปากแน่นกับคำพูดเหล่านั้น มันเจ็บลึกราวกับถูกคมมีดทิ่มแทง คนที่เขาเคยรักมากกลับพูดจาดูถูกทำร้ายเขาได้อย่างเลือดเย็นและที่เจ็บมากไปกว่านั้นก็คือเขากำลังทำตัวเหมือนดังคำพูดของโฮวอนเข้าจริงๆ ซองยอลได้แต่นิ่งไปเขาพูดอะไรไม่ออกไม่กล้าที่จะเถียงอะไรออกไปอีก ก่อนจะตกใจเล็กน้อยเมื่อมยองซูเอื้อมมือมากุมมือเขาเอาไว้แน่นก่อนจะหันไปเอ่ยกับโฮวอนแทนเขา

 

 

“ ผมว่าธุระของคุณน่าจะเสร็จแล้วนะครับ ซองยอลเขาไม่ค่อยสบายต้องการพักผ่อน เชิญคุณกลับไปดีกว่า ”

 

 

“ แกไม่ต้องมาไล่ฉัน ไอ้หน้าอ่อน ฉันไปแน่ !!! ” “ จำไว้นะอีซองยอล คุณทำผมเจ็บแสบมาก ซักวันคุณจะต้องเสียใจที่ทำแบบนี้กับผม !!!

โฮวอนตวาดมยองซูลั่นก่อนจะหันมาเอ่ยกับซองยอลอย่างโกรธแค้นหลังจากนั้นจึงยอมกลับออกไปจากห้อง

 

 

หลังจากประตูห้องปิดลง ซองยอลปล่อยมือออกจากมยองซูก่อนจะขยับออกห่าง กำแพงความเข้มแข็งที่เขาสร้างมันไว้ก็พังทลายลงมาไม่เหลือชิ้นดี หยาดน้ำใสไหลรินออกมาอาบแก้มขาว คนตัวบางยืนสะอื้นไห้จนตัวโยนดูน่าสงสาร บาดแผลเก่านั้นยังไม่ทันจางหายกลับถูกคมมีดกรีดลึกซ้ำๆให้เจ็บปวดและทรมาณมากยิ่งกว่าเดิม มยองซูขยับเข้าไปใกล้ซองยอลอีกครั้งก่อนจะรั้งซองยอลเข้ามาในอ้อมกอดของตนก่อนจะโอบกอดคนตัวบางเอาไว้แน่น ซองยอลสะดุ้งเล็กน้อยกับการกระทำของมยองซู ความอบอุ่นอ่อนโยนจากอ้อมกอดในยามที่กำลังเขาอ่อนแอทำให้ซองยอลเลือกที่จะไม่ปฎิเสธมัน เขายอมให้มยองซูกอดเขาไว้แบบนั้น ซบหน้าลงกับไหล่หนาร้องไห้ออกมา มยองซูลูบหัวซองยอลปลอบโยนเบาๆเขาปล่อยให้ซองยอลร้องไห้เงียบๆและไม่พูดอะไรออกมาอีก

 

 

ซองยอลตื่นมาอีกครั้งในช่วงเย็นบนเตียงนอนในห้องของเขา เขาจำไม่ได้ว่าตนเองนั้นร้องไห้อยู่ในอ้อมกอดของมยองซูนานมากแค่ไหนและเผลอหลับไปตั้งแต่เมื่อไร ซองยอลไม่พบมยองซูอยู่ในห้องของเขาแล้ว พบเพียงคีย์การ์ดห้องของเขาวางคืนไว้บนโต๊ะอาหารข้างๆถุงข้าวต้มที่มยองซูซื้อมาให้เขาเพียงเท่านั้น และนั่นก็คือคำตอบว่าทำไมมยองซูถึงกลับเข้ามาในห้องของซองยอลได้อีกครั้ง นั่นก็เพราะตอนออกไปจากห้องมยองซูเอาคีย์การ์ดห้องของเขาติดตัวไปด้วยนั่นเอง

 

 

หลังจากวันนั้นซองยอลก็ไม่พบมยองซูอีกเลย มยองซูหายไปจากชีวิตของเขาราวกับเรื่องที่เกิดขึ้นก่อนหน้านั้นเป็นเพียงแค่ความฝัน แม้ซองยอลเองจะเข้าใจดีในเรื่องของคำว่า One Night Stand มาตั้งแต่ต้นและอยากให้ทุกอย่างจบลงแค่ตรงนั้น แต่ความรู้สึกในส่วนลึกนั้นกลับไม่เหมือนเดิม ผู้ชายแปลกหน้าที่เขามีสัมพันธ์ลึกซึ้งด้วยเพียงชั่วข้ามคืนคนนั้นกลับซ่อนตัวอยู่ภายในใจของซองยอลอยู่เงียบๆ เมื่อซองยอลมองเห็นอะไรก็ตามที่เกี่ยวพันกับผู้ชายคนนั้นก็อดนึกถึงมยองซูไม่ได้อยู่ดี ซองยอลไม่รู้ว่าเขาควรโกรธมยองซูที่ก้าวเข้ามาในชีวิตเขาตอนช่วงเวลาที่เขาอ่อนแอที่สุด ทำดีกับเขาแม้ไม่รู้ว่าสิ่งที่ทำนั้นมันมาจากความรู้สึกส่วนลึกจริงๆหรือเปล่า หรือซองยอลควรโกรธตัวเองที่อ่อนแอและอ่อนไหวจนเกินไปที่ไปเผลอใจรู้สึกดีๆกับผู้ชายแปลกหน้าคนนั้นทั้งที่ไม่สมควร

 

สามอาทิตย์แล้วหลังจากเกิดเรื่องวันนั้น ซองยอลกลับมาใช้ชีวิตตามปกติเหมือนที่เคยเป็นมา เขาเอาเวลาไปทุ่มเทให้กับงานที่โรงเรียนอนุบาลและเด็กๆ โฮวอนตามมาราวีซองยอลอีกสองถึงสามครั้งเพื่อหวังขอคืนดีด้วย แต่ก็ต้องล่าถอยกลับไปเพราะซองยอลไม่เล่นด้วย น่าแปลกที่เรื่องของโฮวอนไม่สามารถทำให้เขาร้องไห้ได้อีกนับจากวันนั้น วันที่ซองยอลร้องไห้ในอ้อมกอดของมยองซู หัวใจตอนนี้อาจจะยังรู้สึกเจ็บปวดอยู่บ้างแต่ซองยอลกลับรู้สึกทนได้ ไม่รู้สึกคร่ำครวญทุรนทุรายเหมือนเมื่อก่อน และหลายๆครั้งที่ซองยอลหวนคิดเรื่องระหว่างเขาและโฮวอนกลับมีเงาของใครบางคนซ้อนทับขึ้นมาให้เขาได้คิดถึง

 

 

คิดถึง....เขาคิดถึงผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น

คิดถึง...แม้จะรู้ว่ามันช่างดูโง่เขลา

คิดถึง...แม้จะรู้ว่าเขาและมยองซูคงไม่มีวันเจอกันอีก

แต่เขา...คิดถึง...ผู้ชายที่ชื่อคิมมยองซูจริงๆ

 

 

ซองยอล ครูซองยอล คุณครูซองยอล ”

 

 

“ ครับ ”

สะดุ้งตกใจกับเสียงเรียก ตอบรับก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองคนตรงหน้าที่มายืนอยู่หน้าโต๊ะทำงานของเขาตั้งแต่เมื่อไรซองยอลก็ยังไม่รู้ตัว

 

 

“ คีย์การ์ดมันเป็นอะไรหรอซองยอล ผมเห็นคุณนั่งจ้องมันมาตั้งนาน เรียกเท่าไรก็ไม่ได้ยิน ”

คุณครูอูฮยอนเพื่อนร่วมงานของเขาเอ่ยถามออกไป

 

 

“ ผมกำลังคิดอะไรเพลินๆน่ะครับ มีอะไรหรือเปล่า ”

ซองยอลตอบคนตรงหน้าออกไป มือเรียววางคีย์การ์ดในมือลงบนโต๊ะ

 

 

“ วันนี้ผมจะเลี้ยงวันเกิดย้อนหลัง ผมอยากให้คุณไปด้วย ต้องไปให้ได้นะ ”

 

 

“ แต่ว่า... ”  ซองยอลลังเล

 

 

“ ไม่มีแต่ ไม่รู้ล่ะ ถ้าคุณไม่ไป ผมโกรธจริงๆด้วย ”

 

 

สุดท้ายด้วยความเกรงใจ ซองยอลจึงต้องไปงานเลี้ยงวันเกิดของคุณครูอูฮยอน แต่ที่ทำให้เขารู้สึกอึดอัดมากกว่าปกติก็เพราะว่าผับที่อูฮยอนจัดงานเลี้ยงนั้นคือผับที่เดียวกับที่ซองยอลเจอกับมยองซูในวันนั้น ครูอูฮยอนและคนอื่นๆทยอยออกไปเต้นกันตรงด้านหน้า ซองยอลขออาสาขอนั่งเฝ้าโต๊ะอยู่เพียงคนเดียวเพราะเขาไม่รู้สึกสนุกไปกับมันเลย

 

 

“ นั่งด้วยคนได้ไหมครับ ”

เสียงหนึ่งเอ่ยทักซองยอลขึ้น ซองยอลเงยหน้าสบตากับคนตรงหน้าเล็กน้อยก่อนจะเอ่ยตอบไปอย่างสุภาพ

 

 

“ คงไม่สะดวกหรอกครับ โต๊ะนี้เรานั่งกันหลายคน ”

 

 

“ งั้นไปนั่งโต๊ะผมไหมครับ ผมนั่งคนเดียว อยากได้เพื่อนมานั่งคุยด้วย ”

 

 

“ ไม่ครับ ผมไม่สะดวก ขอตัวนะครับ ”

 

 

ซองยอลตอบกลับไปก่อนจะตัดปัญหาด้วยการลุกหนีผู้ชายคนนั้นแล้วเดินตรงไปที่ห้องน้ำ โดยไม่ทันสังเกตว่าผู้ชายคนนั้นตัดสินใจเดินตามเขามาด้วย หลังจากทำธุระในห้องน้ำเสร็จก็จะกลับไปที่โต๊ะอีกครั้ง แต่เดินออกจากห้องน้ำได้เพียงไม่กี่ก้าว ผู้ชายคนเมื่อครู่ก็เดินมาดักหน้าเขาไว้

 

 

“ ไปนั่งที่โต๊ะแป๊บเดียวเอง อย่าเรื่องมากสิ ”

 

“ ผมบอกว่าผมไม่สะดวก ไม่นั่งครับ ”

ซองยอลพยายามตอบอย่างสุภาพ ก่อนจะขยับตัวจะเดินผ่านชายคนนั้น แต่ยังไม่ทันก้าวผ่านพ้นไป ชายคนนั้นก็กระชากแขนซองยอลเอาไว้แน่น

 

 

“ จะไปดีๆ หรือให้บังคับ อย่าเล่นตัวมากได้ไหม รำคาญ !!!

ซองยอลพยายามสะบัดแขนออกจากการเกาะกุม แต่อยู่ๆก็มีมือหนึ่งตรงเข้ามากระชากมือผู้ชายคนนั้นออกจากแขนซองยอลในทันที

 

 

“ แฟนผมเขาไม่ได้เล่นตัว แต่เขาไม่สะดวก แค่นี้น่าจะเข้าใจนะครับ ”

เสียงทุ้มที่แสนคุ้นหูดังขึ้นข้างๆเขา ซองยอลหันไปมองบุคคลที่มาใหม่ในทันที ใบหน้าหล่อคมคายได้รูป ดวงตาสีนิลสนิทคู่นั้น ผู้ชายแปลกหน้าคนนั้น คนที่ซองยอลคิดถึง ผู้ชายที่เคยกระซิบบอกเขาตอนหลับว่าชื่อของเขาคือ คิมมยองซู

 

 

“ มีผัวแล้วก็ไม่บอก เสียเวลาชะมัด ”

ผู้ชายคนนั้นเอ่ยอย่างหงุดหงิดก่อนจะเดินกระฟัดกระเฟียดออกไป ทิ้งให้เกิดความเงียบระหว่างคนสองคนอยู่ชั่วขณะ และเป็นซองยอลเองที่ตัดสินใจผละออกมาจากตรงนั้น แต่เพียงก้าวขาได้ไม่ถึงสองก้าว มยองซูก็คว้าแขนซองยอลรั้งเอาไว้

 

 

“ ซองยอล เดี๋ยวก่อนสิ ”

 

 

“ คุณรู้จักผมด้วยหรอครับ ”

ซองยอลเอ่ยออกไปด้วยน้ำเสียงเย็นชา แค่เพียงเห็นหน้าของคนตรงหน้า ความรู้สึกน้อยใจก็ประดังเข้ามาไม่หยุดทั้งที่รู้ว่าเขาไม่มีสิทธิ์ทำเช่นนั้น เรื่องระหว่างเขาและมยองซูก็แค่ความสัมพันธ์แบบ One Night Stand พอผ่านพ้นไปแล้วเขาสองคนก็กลายเป็นแค่คนอื่น ซองยอลจะมีสิทธิ์อะไรที่จะไปน้อยใจมยองซู

 

 

“ ไม่เอาน่าซองยอล ผมรู้คุณจำผมได้ ”

 

 

“ ทำไมผมต้องจำคุณได้ด้วย ชื่อคุณผมยังไม่รู้จักเลย ”

 

 

“ นี่คุณโกรธผมหรอ ”

 

“ อย่าสำคัญตัวผิดนักเลย ทำไมผมต้องโกรธคุณด้วย ”

มยองซูมองคนตรงหน้าอย่างเอ็นดู ริมฝีปากสวยที่เชิดขึ้นเล็กๆขณะพูดดูดื้อรั้นไม่น้อยจนเขาอดที่จะยิ้มออกมาอย่างชอบใจเสียไม่ได้

 

 

“ ยิ้มทำไม!!! ”  ซองยอลนึกโมโหคนตรงหน้าที่ทำให้เขารู้สึกหงุดหงิดแต่ก็ยังยืนยิ้มกวนอารมณ์ของเขาอีก

 

 

“ ยิ้มดีใจที่คุณโกรธผม เพราะถ้าคุณโกรธผม แปลว่าผมก็ยังพอมีความสำคัญกับคุณอยู่บ้าง ”

 

 

“ คิดเองเออเอง ปล่อยผมได้แล้ว ผมจะกลับไปที่โต๊ะ ”

ซองยอลพยายามแกะมือของมยองซูออกจากข้อมือตัวเอง แต่กลายเป็นว่ามยองซูกลับรั้งร่างบางเข้ามาไว้ในอ้อมกอด ซองยอลดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนแกร่ง เขาพยายามออกแรงที่ตนเองมีเพื่อให้หลุดพ้นจากมยองซูแต่ทำยังไงก็ไม่สำเร็จ มยองซูกลับกระชับอ้อมกอดให้แน่นขึ้นกว่าเดิม

 

 

“ ปล่อย !!! ” ซองยอลใช้มือดันอกแกร่งเอาไว้เพื่อรักษาระยะห่างที่แทบไม่เหลือช่องว่างระหว่างเขาและมยองซู อวัยวะข้างซ้ายเริ่มเต้นแรงจนซองยอลกลัวว่าคนตรงหน้าจะได้ยินเข้า

 

 

“ ไม่ปล่อย!!! ” มยองซูโคลงหัวเบาๆปฏิเสธ

 

 

“ คิมมยองซู !!!

เผลอเอ่ยชื่อคนตรงหน้าออกมาโดยไม่รู้ตัวเพราะโกรธที่มยองซูยั่วโมโหเขา มารู้ตัวก็สายไปเสียแล้ว ซองยอลเม้มปากตัวเองแน่นยิ่งเห็นมยองซูยิ้มกว้างตาหยีจนแก้มขึ้นรอยบุ๋มก็นึกอยากตีปากตัวเองนักที่เผลอตัวเรียกชื่อของคนตรงหน้าออกไป

 

 

“ ไหนบอกไม่รู้จักผม ไม่รู้จักชื่อผม แล้วรู้ได้ยังไง นี่แปลว่าคืนนั้นคุณไม่ได้หลับใช่ไหม ”

มยองซูหวนคิดถึงคืนวันนั้นที่เขาเข้าใจว่าซองยอลกำลังหลับ เขาจึงกระซิบบอกชื่อตนเองไปซ้ำยังแอบขโมยจูบหน้าผากคนตัวบางก่อนกลับไปด้วย มยองซูคลายอ้อมกอดของตัวเองออก ซองยอลจึงขยับตัวถอยห่างมยองซูออกมา

 

 

“ รู้หรือไม่รู้ แล้วมันสำคัญตรงไหน ในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ”

ซองยอลตอบมยองซูกลับไป แต่กว่าจะเอ่ยช่วงท้ายประโยคออกมาได้มันช่างยากเย็นเหลือเกินในความรู้สึกของเขาในเวลานี้

 

 

“ แน่ใจนะซองยอลว่าเราไม่ได้เป็นอะไรกัน ”

คนหน้าหล่อเอ่ยถาม ดวงตาคมสีนิลสบตาซองยอลนิ่งเหมือนต้องการย้ำคำถามนั้นอีกครั้งกับซองยอล

 

 

“ ใช่...เราไม่ได้เป็นอะไรกัน ก็แค่ความสัมพันธ์ทางกายชั่วข้ามคืน หลังจากนั้นเราก็เป็นแค่....คนอื่น ”

 

 

“ แต่ผมไม่อยากเป็นแค่คนอื่น ไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเราเป็นแค่เรื่องชั่วคราว ผมอยากให้เราเป็นมากกว่านั้น ”

มยองซูเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง ดวงตาคู่คมสบตาซองยอลอย่างมีความหมาย ใบหน้าหล่อเคลื่อนเข้ามาใกล้จนไม่เหลือช่องว่างระหว่างกัน ก่อนที่ปากหยักได้รูปจะทาบทับลงบนริมฝีปากสวย สัมผัสช่างอ่อนหวานและอ่อนโยน ไม่มีการรุกล้ำแต่แนบแน่นไปด้วยความรู้สึกก่อนจะถอนจูบออกมาอย่างแผ่วเบา

 

 

“ ผมคิดถึงคุณนะซองยอล คิดถึงมากรู้ไหม ”

มยองซูเอ่ยออกมา ดวงตาคู่คมยังไม่ละสายตาจากซองยอล ซองยอลหลบสายตาจากคนตรงหน้า ความรู้สึกของเขาในตอนนี้กำลังสับสน ทั้งไม่เข้าใจมยองซู ทั้งไม่เข้าใจความรู้สึกของตัวเองว่าเขารู้สึกอะไรกันแน่ แต่แค่คำว่า “คิดถึง” ก็ทำให้หัวใจของเขาพองโตขึ้นมาโดยไม่มีเหตุผล

 

 

“ คิดถึง แล้วทำไม….

ซองยอลเอ่ยถามด้วยความสงสัย ในเมื่อมยองซูบอกว่าคิดถึงเขาไม่อยากให้ความสัมพันธ์ระหว่างเขาและมยองซูเป็นแค่เรื่องชั่วคราวอยากให้เป็นมากกว่านั้น แล้วทำไมที่ผ่านมามยองซูถึงหายไป แต่พอนึกขึ้นได้ว่าเขาไม่ควรถามมันออกไป ซองยอลก็ชะงักไป หยุดถ้อยคำไว้เพียงแค่นั้น มยองซูรู้ทันความคิดของซองยอลว่าสิ่งที่คนตัวบางอยากรู้คืออะไร

 

 

“ ทำไมผมถึงหายไปและไม่ติดต่อคุณอีกใช่ไหม?

 

 

“ ผมไม่ได้หายไปไหน ผมก็ตามดูคุณอยู่ห่างๆ เพียงแค่คุณไม่รู้ วันนี้ก็เหมือนกัน จริงๆต้องขอบคุณผู้ชายคนนั้นที่เขาลวนลามคุณ มันทำให้ผมกล้าที่จะปรากฏตัวต่อหน้าคุณอีกครั้ง ”

 

 

“ คุณทำแบบนั้นไปทำไมกัน ”  ซองยอลเอ่ยถามด้วยความไม่เข้าใจ

 

 

“ ผมแค่อยากให้คุณอยู่กับตัวเองสักพัก ให้เวลาคุณคิดทบทวนเรื่องต่างๆโดยเฉพาะเรื่องคนรักของคุณ ผมไม่อยากให้เรื่องของเราทำให้คุณรู้สึกผิดจนไม่กล้าคืนดีกับคนรักของคุณ ”

 

 

“ คุณอยากให้ผมคืนดีกับเขามากขนาดนั้น? ”

 

“ ไม่เลย ตรงกันข้ามผมไม่อยากให้คุณกลับไปคืนดีกับเขาด้วยซ้ำ แต่วันนั้นผมเห็นคุณร้องไห้จนแทบขาดใจก็เลยคิดว่าไม่ว่าคุณจะโกรธเขามากแค่ไหน สุดท้ายคุณก็ต้องคืนดีกับคนรักของคุณอยู่ดี แต่ถึงจะคิดแบบนั้น ผมก็อดห่วงคุณไม่ได้ ก็เลยแอบคอยดูคุณอยู่ห่างๆ ”

 

 

“ แล้วตอนนี้ล่ะคุณคิดว่าผมยังอยากจะคืนดีกับคนรักอีกไหม ”

 

 

“ ผมไม่รู้และก็ไม่อยากรู้ด้วย รู้แค่ว่าตั้งแต่วันนี้ไปผมจะไม่คอยแต่แอบมองคุณแล้ว จะโผล่หน้ามาให้เห็นทุกวัน ต่อให้คุณไล่ก็ไม่ไป จะตื้ออยู่แบบนี้จนกว่าคุณจะยอมเปิดใจให้ผม ”

 

 

“ คิดดีแล้วหรอว่าจะตามตื้อผม เราสองคนแทบจะไม่รู้จักกันเลยเสียด้วยซ้ำ มันไม่ดูไร้เหตุผลไปหน่อยหรอที่คุณจะทำแบบนั้น ”

ซองยอลเอ่ยถามออกไปด้วยความระแวง ซองยอลเป็นคนฝังใจและไม่เชื่อในเรื่องความรักมาตั้งแต่แรก แต่ก็ยอมเปิดใจรับโฮวอนเข้ามา แต่สุดท้ายโฮวอนก็สร้างบาดแผลร้ายให้เขาต้องเจ็บปวดทรมาณ ดังนั้นเขาคงไม่สามารถเชื่อใจใครได้อีก แม้จะยอมรับว่าในส่วนลึกเขาเองก็รู้สึกดีกับมยองซู แต่จะให้เขาเชื่อใจมยองซูทันทีคงเป็นไปไม่ได้ ยิ่งความสัมพันธ์ระหว่างเขาและมยองซูเกิดขึ้นแบบฉาบฉวยและรวดเร็วจนเกินไป จะให้ซองยอลมองว่ามันคือความรัก รักแรกพบ หรือพรหมลิขิต คนมองโลกในแง่ร้ายแบบเขาคงทำไม่ได้

 

 

“ ผมรู้ว่าเรื่องระหว่างเราสองคนมันเกิดขึ้นเร็วไป ผมไม่ได้ขอให้คุณเชื่อใจผม ผมขอแค่โอกาสให้ผมได้เข้าใกล้คุณแค่นั้น แล้วเวลาจะเป็นคำตอบให้คุณเอง ”

มยองซูสบตาซองยอลนิ่งก่อนจะเอ่ยประโยคนั้นออกมา ซองยอลมองเห็นความจริงจังในแววตาสีนิลคู่นั้นที่เผยออกมาจนปิดไม่มิด ทั้งคำพูดและแววตาของมยองซูทำให้หัวใจของซองยอลสั่นไหวไม่น้อย แต่ก็ทำทีเหมือนไม่รู้สึกอะไรแสดงออกมา

 

 

“ แค่นี้ใช่ไหมที่คุณจะบอกผม ผมจะกลับแล้ว ”

ซองยอลเอ่ยตัดบทออกมาเพราะกลัวว่าตนเองจะเผยออกมาให้มยองซูรู้ว่าเขาหวั่นไหว ก่อนขยับตัวจะก้าวขาเดินออกไป แต่มือหนาก็รั้งข้อมือบางเอาไว้เสียก่อน

 

 

“ เดี๋ยวผมไปส่ง ”

 

 

“ ไม่ต้อง ผมกลับเองได้ ”

ซองยอลตอบมยองซูก่อนจะดึงมือหนาออกจากการเกาะกุมข้อมือของตัวเอง มยองซูหน้าเจื่อนไปเล็กน้อยกับการกระทำของซองยอล ใบหน้าหล่อดูเศร้าและผิดหวังอย่างเห็นได้ชัด

 

 

“ วันนี้ผมมากับเพื่อน ผมยังนึกไม่ออกว่าจะแนะนำคุณกับเพื่อนยังไง เอาเป็นว่าถ้าพรุ่งนี้เย็นคุณว่างอยากจะไปรับผมที่โรงเรียนก็ได้ คุณบอกว่าคุณตามดูผมตลอดก็น่าจะรู้นะว่าโรงเรียนอยู่ที่ไหน ”

เมื่อจบประโยคที่ซองยอลเอ่ยบอก มยองซูก็เปลี่ยนเป็นคนละคน จากเดิมที่หน้าเศร้าคอตกเป็นแมวหงอย ก็ดูสดใสขึ้นยิ้มกว้างจนขึ้นรอยบุ๋มที่ข้างแก้ม สีหน้าแสดงความดีใจจนปิดไม่มิดรีบตอบรับซองยอลในทันที ซองยอลนึกขำท่าทางของคนตรงหน้า แต่เขาก็ฟอร์มจัดกลั้นขำเอาไว้ในใจ

 

“ ได้ครับผม ”

 

“ ผมไปนะ ”

ซองยอลบอกกับมยองซูอีกครั้งก่อนที่เขาจะเดินผละออกมาแต่ห่างออกมายังไม่ทันถึงสามก้าวดีด้วยซ้ำ มยองซูก็เรียกเขาไว้เสียก่อน

 

“ ซองยอล เดี๋ยวก่อน ”

 

“ หืออออ ” 

 

“ ถ้านึกไม่ออกว่าจะแนะนำผมกับเพื่อนคุณยังไง ก็แนะนำว่าผมเป็นแฟนคุณสิ ”

พูดจบประโยคก็ยิ้มจนตาหยีน่ารัก ทำท่าทางภูมิใจกับคำแนะนำของตัวเองจนน่าหมั่นไส้

 

“ เหอะ!!! ฝันไปเถอะ ”

 

ซองยอลแสร้งทำเป็นหน้าบึ้งตึงพร้อมทำเสียงดุใส่มยองซู แต่ดูเหมือนเจ้าตัวจะไม่รู้สึกอะไรกับการดุของเขาเลยแม้แต่น้อยกลับส่งยิ้มกว้างโชว์แก้มบุ๋มใส่เขากลับมาอยู่แบบนั้น ต้องเป็นฝ่ายซองยอลเองที่ต้องหันกลับแล้วก้าวขาเดินหนีแทน ครั้นพอเดินพ้นมยองซูออกมาได้ ใบหน้าสวยที่แสร้งทำเป็นบูดบึ้งใส่มยองซูเมื่อครู่ก็แปรเปลี่ยนเป็นรอยยิ้มน่ารักประดับบนใบหน้า นึกก่นบ่นอยู่ในใจถึงคนที่ทำให้เขายิ้มออกมาได้ ที่รู้ดีในเรื่องของเขาจนมากเกินไปทั้งที่พึ่งรู้จักกันว่าควรหยอกเขาแบบไหนถึงจะเป็นผลสำเร็จ ครั้งนี้ซองยอลจะยอมเปิดใจให้มยองซูเข้ามาในชีวิตเขาอีกซักครั้ง เขาได้แต่ภาวนาว่าการตัดสินใจของเขาในครั้งนี้หัวใจของเขาคงเลือกคนไม่ผิดอีกครั้ง หวังว่ามยองซูจะไม่ทำให้เขาต้องผิดหวังและเจ็บช้ำเหมือนที่โฮวอนเคยทำกับเขา แต่หากซองยอลต้องผิดหวังอีกครั้งเขาก็พร้อมจะยอมรับผลของมัน เพราะการตัดสินใจในครั้งนี้ซองยอลเป็นคนเลือกมันด้วยความเต็มใจจากหัวใจของเขาเองไม่ได้เริ่มมาจากความใกล้ชิดและความสงสารเหมือนกับครั้งที่เขายอมรับโฮวอนเป็นคนรักของเขา






TALK...


จริงๆแล้วฟิคเรื่องนี้เราตั้งใจจะแต่งเพื่ออัพในวันเกิดของซองยอลที่ผ่านมา

แต่สุดท้ายก็แต่งไม่เสร็จซักที จนคิดว่าจะได้อัพวันเกิดปีหน้าซะแล้ว

ฟิคมีฉากพิเศษอยู่นิดหน่อย เห็นอะไร Cut Cut  ด้านบนก็จิ้มๆไปนะคะ

แต่ฉากพิเศษไม่ได้หวือหวามากมายอะไร ไม่รู้เราจะโดนแบนไหม

สุดท้ายขอฝากฟิคป่วงๆที่ใช้เวลาแต่ง 2 เดือนเต็มๆไว้ด้วย

ถ้าไม่รบกวนจนเกินไปเม้นท์ให้เราซักนิด แค่อยากได้กำลังใจบ้าง

ช่วงนี้เราท้อใจในการแต่งฟิคเหลือเกิน TT





 

 

ผลงานอื่นๆ ของ INSPIRIT_LN

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

8 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 ตุลาคม 2559 / 10:09
    ไรท์ฟิคนี้คือแบบว่า น่ารักกกกกกก>< ชอบมากเลย อยากให้มีภาคต่ออ่ะไรท์เตอร์.. ???~~
    #8
    0
  2. วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 18:41
    คือดีงาม ชอบบบน่ารักอ่า ขอภาคต่อไปด้วยนะคร้าาาาไรท์เตอร์ที่น่ารัก สู้ๆนะคร้า
    #7
    0
  3. #6 สีน้ำ
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 14:35
    ฟิคน่ารักดีไรท์ ไม่คิดว่าความสัมพันธ์แบบ One Night Stand จะยั่งยืน แต่มยองซูก็อยากจะสานสัมพันธ์ต่อไปให้โอกาสเขาเถอะนะซองยอล อยากเห็นภาคต่อจังว่าจะเป็นยังงัยต่อ
    #6
    0
  4. #5 Ekpf (@Ekpf) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 13:17
    ฮือ ดีงาม ปลื้มปริ่ม อยากให้มยองซูเห็นรอยยิ้มของซองยอลจังคงจะน่ารักบาดใจน่าดูเลย เรื่องนี้มยองยิ้มบ่อยมาก บ่อยจนเรานึกถึงหน้าจริงๆตอนยิ้มบ่อยๆถ้าเราเป็นพี่ยอล เราไม่รู้ว่าเราจะทนได้ไหม แต่เพราะพี่ยอลคือพี่ยอล ต่อให้ยิ้มหน้าแมวแค่ไหน พี่ยอลก็เก็กขรึมใส่ได้เสมอ ชอบตอนพี่ยอลโหดใส่ผู้ชายคนอื่น ทั้งดุ ทั้งโหดเหมือนตัวจริงเลย และก็ชอบตอนอยู่กับมยอง พี่ยอลจะเปลี่ยนโหมดจากดุเป็นเถียงหน้าดื้อๆแทน ขอบคุณคุณไรต์นะคะที่นำเรื่องราวดีดีที่ใช้ใจและเวลาในการแต่งออกมาให้รีดเดอร์ทุกคนได้อ่าน ขอบคุณที่ไม่ละทิ้งกลางคันแล้วยกเลิกการแต่งไป ไม่งั้นเราคงเสียใจแย่ที่ไม่ได้อ่านเรื่องราวของคุณคิมมยองซูกับคุณซองยอลในนามปากกาของคุณไรต์ แม้ปัจจุบันจะมีนักเขียนมากมายแต่ปฏิเสธไม่ได้ว่านักเขียนแต่ละคนมีเสน่ห์ในการเล่าเรื่องราวที่ไม่เหมือนกัน และเราก็ชื่นชอบเสน่ห์ในการเล่าเรื่องราวของคุณไรต์ แม้เราจะไม่ได้อ่านทุกเรื่อง แต่เราก็ติดตามอยู่เสมอ และจะติดตามต่อไปเรื่อยๆ ขอให้คุณไรต์สู้ๆและมีกำลังใจในการแต่งราวต่อๆไปของคู่นี้ให้เราได้ติดตามนะคะ ????
    #5
    1
    • 25 ตุลาคม 2559 / 13:20
      ใสอีโมนี้(>3<)แล้วทำไมกลายเป็นเครื่องหมายคำถามหล่ะ โอ้ยยย หวังว่าคุณไรต์เค้าเห็นแล้วจะไม่เข้าใจผิดนะ
      #5-1
  5. #4 NO NAME
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 07:44
    โอ้ยยยไรท์เตอร์คร้า แต่ภาคต่อได้ไหมอะ ชอบๆ สนุกดี

    มยองซูทำไมน่ารักแบบนี้ละ><
    #4
    0
  6. #3 Yeli (@Yeli) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2559 / 00:25
    โง้ยย อีโฮวอนนนน กล้ามากก ทำพี่ยอลเสียใจ แต่ก็ดีค่ะ 555555 มยองยอลจะได้รักกันน มยองซู รุกหนักๆไปเลยยย เชียร์อยู่5555555555
    #3
    0
  7. #2 pimmm_ss (@phimwari) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 23:31
    ย๊ากกกกกกก คิมมยองซู มีความน่ารัก งื้อออ ชอบตอนท้ายๆมากๆเลยค่ะมีความตื้อ ฮ่าๆๆ สู้ๆนะคะไรท์ ^^
    #2
    0
  8. #1 wanda
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 22:22
    อย่าเพิ่งท้อนะคะเป็นกำลังใจให้นะ ติดตามอยู่นะคะ ดีใจมากเลยวันนี้ได้อ่าน ฟินเว่อร์ แต่งได้เหมือนกำลังนั่งดูในชีวิตจริงมากๆเลยค่ะ น่ารักมากๆ เป็นกำลังใจให้แต่งฟิคดีๆต่อไปนะคะ😁😊😄
    #1
    0