คัดลอกลิงก์เเล้ว

[ FIC INFINITE ] ❆❆ A Christmas Memory ❆❆ { MyungSoo x SeongYeol }

โดย INSPIRIT_LN

สามปีที่แล้ว วันคริสต์มาส เป็นวันที่สร้างบาดแผลร้ายให้กับชีวิตซองยอล แต่คริสต์มาสปีนี้มีผู้ชายคนหนึ่งเดินเข้ามาหาซองยอลในชีวิตอีกครั้ง ซองยอลควรเปิดใจให้กับเขาอีกครั้งไหม?

ยอดวิวรวม

366

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


366

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  27 ส.ค. 59 / 17:21 น.
นิยาย [ FIC INFINITE ] ❆❆ A Christmas Memory ❆❆ { MyungSoo x SeongYeol } [ FIC INFINITE ] ❆❆ A Christmas Memory ❆❆ { MyungSoo x SeongYeol } | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้




❆❆ A Christmas Memory ❆❆

 

 

 

 

Pairing : KimMyungsoo x LeeSeongyeol

 

 

Genre : Au,Romantic Drama

 

 

Rate : PG-18

 

 

Author : INSPIRIT_LN

 

 

Note : ☃ เนื้อเรื่องค่อนข้างยาวนะคะ อาจจะดูน่าเบื่อไปหน่อย

 

 

 

Note : ☃ ฟิคเรื่องนี้เป็น 1 ในฟิคโปรเจ็คส์ NEWXMASPJ ของบ้าน @MyungyeolFic และ บ้าน @AlienChoding ☃ เรามาอัพใหม่ในแอคตัวเองนะคะ เผื่อใครยังไม่เคยอ่าน แฮร่ !!!









 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 27 ส.ค. 59 / 17:21





ร่างเพรียวบางของชายหนุ่มหน้าตาน่ารักราวกับผู้หญิง สาวเท้าก้าวข้ามถนนเมื่อสัญญาณไฟสำหรับคนข้ามกลายเป็นสีเขียว มือเรียวกระชับเสื้อกันหนาวสีดำที่ตนใส่เข้าหากันเพราะความหนาวเย็นของสายลมที่พัดผ่านร่างกายในช่วงฤดูหนาว ร่างบางก้าวเดินต่อไปเรื่อยๆตามฟุตบาท อีซองยอลคือชื่อของชายหนุ่มหน้าสวยผู้นี้ ดวงตากลมโตจับจ้องมองสองข้างทางระหว่างที่ขาเรียวก้าวผ่าน บรรดาร้านค้าต่างๆเริ่มเตรียมจัดร้านต้อนรับเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังจะเกิดขึ้นในอีกราวสองอาทิตย์ข้างหน้า มีทั้งต้นคริสต์มาสใหญ่น้อย ซานต้าครอส รถเลื่อน กวางเรนเดียร์ ตุ๊กตาหิมะ ตุ๊กตาหมี กล่องของขวัญ หลอดไฟสีต่างๆ ฯลฯ ตกแต่งประดับประดาดูสวยสดงดงาม ซองยอลละสายตาออกจากสิ่งเหล่านั้นก่อนจะถอนหายใจออกมาเบาๆ เทศกาลคริสต์มาสคือช่วงเวลาที่ทุกคนต่างรอคอยเพื่อจะได้เฉลิมฉลองกับคนที่เรารักอย่างมีความสุข แต่สำหรับซองยอลแล้วมันไม่ใช่เช่นนั้น เขากลับเกลียดมันทุกครั้งที่เทศกาลนี้วนเวียนมาถึง สามปีมาแล้วที่ซองยอลต้องทนฝืนพาตัวเองให้ผ่านพ้นเทศกาลนี้ไปด้วยความทรมาณ ใครกันที่เคยบอกว่าเวลาจะช่วยเยียวยารักษาแผลใจให้หายเป็นปกติ ซองยอลเป็นคนนึงที่ไม่เชื่อคำพูดพวกนั้น หรือว่ามีเพียงเขาคนเดียวในโลกที่โง่งมปล่อยให้ตัวเองจมดิ่งกับความเศร้าในอดีต ไม่ยอมปล่อยวาง ทำร้ายตัวเองให้ทนทุกข์ทรมาณอยู่แบบนี้ เพราะอะไร ทำไมซองยอลถึงเกลียดเทศกาลคริสต์มาส ก็เพราะมันคือความทรงจำที่แสนเจ็บปวดที่ทำให้ซองยอลไม่เคยมีวันลืม

 

 

 

 

 

 

 

สามปีที่แล้ว ซองยอลใช้ชีวิตอย่างมีความสุข ชีวิตของเขาเพียบพร้อมไปทุกอย่างทั้งรูปทรัพย์ ฐานะทางครอบครัวและสังคม ซองยอลเป็นคนสดใสร่าเริง รอยยิ้มน่ารักผุดอยู่บนใบหน้าสวยอยู่ตลอดเวลา ใครอยู่ใกล้เขาก็เต็มไปด้วยเสียงหัวเราะและมีความสุข ชีวิตของซองยอลเป็นที่น่าอิจฉาของใครหลายๆคน เขาเป็นนักศึกษาคณะสถาปัตยกรรมปีสุดท้ายที่ระดับคะแนนมาเป็นอันดับ 1 เก่งทั้งด้านเรียนและด้านกิจกรรม และที่สำคัญเขาเป็นเพียงคนเดียวที่สามารถครอบครองหัวใจของ แอล หนุ่มหล่ออดีตเดือนคณะบริหารธุรกิจที่สาวๆทั้งมหาวิทยาลัยต่างหมายปองมาเป็นเจ้าของ

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอล อาทิตย์นี้ไปเที่ยวทะเลกันไหม

 

แอลเอ่ยถามซองยอลขณะที่ทั้งคู่นั่งด้วยกันอยู่ที่โต๊ะม้าหินอ่อนหน้าคณะสถาปัตยกรรม

 

 

 

 

 

 

 

ทะเลหรอ คงไม่ได้หรอกแอล อาทิตย์นี้ฉันต้องแก้โปรเจ็คส์ส่งอาจารย์

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอล ครั้งก่อนนายก็บอกติดสอบ ครั้งล่าสุดก็บอกติดเรียนชดเชย แล้วเมื่อไรเราจะได้ไปล่ะ

 

แอลยู่ปากเล็กน้อยอย่างงอนๆคนรัก

 

 

 

 

 

 

 

ขอโทษจริงๆนะแอล โปรเจ็คส์นี้ต้องรีบส่งด้วย อย่าโกรธนะ

 

ซองยอลเอื้อมมือเรียวไปจับมือแอลมากุมไว้ เขารู้สึกผิดจริงๆที่ต้องปฏิเสธแอล ครั้งนี้ไม่ใช่ครั้งแรกที่เขาทำแบบนี้ แต่ซองยอลไม่มีทางเลือก ยิ่งใกล้จบเขาก็ยิ่งยุ่งเร่งทำโปรเจ็คส์จบให้เสร็จ เขารู้ว่าแอลอยากมีเวลาส่วนตัวอยู่กับเขา แต่ซองยอลพยายามแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

แบบนี้ต้องมีอะไรไถ่โทษนะ

 

แอลเอ่ยอย่างเจ้าเล่ห์ สองมือหนาเอื้อมมาสวมกอดเอวบางไว้ ก่อนจะเกยคางตนเองไว้บนไหล่เนียน

 

 

 

 

 

 

 

ทำอะไรน่ะ อายเขา

 

แก้วใสขึ้นสีระเรื่อด้วยความเขินอาย ดวงตากลมโตกวาดตามองไปรอบๆอย่างกังวลว่าจะมีคนมาเห็น

 

 

 

 

 

 

 

คนเป็นแฟนกัน กอดกันทำไมต้องอายด้วยล่ะ ทำแบบนี้ด้วยยังได้เลย

 

ว่าแล้วแอลก็ฝังจมูกโด่งลงบนแก้มขาวก่อนจะสูดความหอมฟอดใหญ่แล้วถอนออกมา ยิ้มมุมปากอย่างพอใจเมื่อเห็นคนตัวบางออกอาการเขิน

 

 

 

 

 

 

 

จะบ้าหรอ ทำอะไร เดี๋ยวใครก็มาเห็น

 

ซองยอลฟาดมือลงไปที่แขนแอลแรงๆ แอลหัวเราะชอบใจ

 

 

 

 

 

 

 

ใครเห็นก็ช่างสิ จะโชว์ให้ดูมากกว่านี้เลย ” “ โอเคๆรู้แล้วครับ รู้ว่าซองยอลถือเรื่องนี้ ไม่ทำอีกแล้วครับ

 

แอลยอมแพ้เมื่อเห็นซองยอลทำหน้าดุใส่เขากลับมา ซองยอลเป็นคนค่อนข้างหวงตัวและไม่ชอบให้แอลแสดงความรักต่อเขากลางที่สาธารณะและท่ามกลางคนหมู่มาก ผิดกับแอลที่ค่อนข้างเป็นคนเปิดเผยในเรื่องพวกนี้และไม่แคร์สายตาคนอื่นที่มองมาเวลาเขาทำอะไร แอลกับซองยอลคบหาดูใจกันมาก็หลายปีในขณะที่คู่รักคนอื่นต่างมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกันแต่สำหรับความสัมพันธ์ของคนทั้งคู่นั้นมากสุดก็แค่จูบ หอมแก้มและกอดเท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอล ไปกันได้หรือยัง

 

นัมอูฮยอนเพื่อนสนิทของซองยอลเดินเข้ามาเรียกซองยอล ใบหน้าน่ารักค้อมลงเล็กน้อยเพื่อทักทายแอลที่นั่งอยู่ข้างๆซองยอล แอลค้อมหัวลงเล็กน้อยตอบคำทักทายของอูฮยอนกลับไป

 

 

 

 

 

 

 

แป้บนะอูฮยอน ”  ซองยอลบอกอูฮยอนก่อนจะหันมาเอ่ยกับแอลด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความรู้สึกผิด  แอล ฉันลืมไปวันนี้ฉันคงกลับกับนายไม่ได้นะ ฉันต้องไปซื้อของกับอูฮยอน นัดอูฮยอนไว้

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอล อีกแล้วหรอ ”   แอลเอ่ยอย่างตัดพ้อ

 

 

 

 

 

 

 

ขอโทษนะ เดี๋ยวคืนนี้ฉันโทรไปหา ไม่โกรธนะ

 

ซองยอลหันมาเอ่ยขอโทษแอลก่อนจะรีบเก็บของบนโต๊ะใส่กระเป๋าสะพายข้างของตนแล้วเดินออกไปกับอูฮยอน ปล่อยให้แอลทำหน้าเซ็งๆที่โต๊ะอยู่เพียงลำพัง

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอลรู้ดีว่าเขาเป็นคนผิดเองที่ห่วงแต่เรื่องเรียนมากจนเกินไปทำให้ละเลยกับหน้าที่แฟนที่มีต่อแอลในหลายๆเรื่อง แต่เขาก็พยายามชดเชยทุกอย่างให้กับแอลเท่าที่เขาทำได้ สุดท้ายซองยอลก็ปลีกเวลาไปเที่ยวทะเลกับแอลได้ในที่สุด ซองยอลไม่ได้ไปกับแอลแค่สองคน แต่มีกลุ่มเพื่อนๆและแฟนของเพื่อนแอลไปเที่ยวด้วย ซองยอลพักห้องเดียวกับแอล หลังจากอาบน้ำเสร็จซองยอลก็นั่งเช็ดผมตนเองด้วยผ้าขนหนูอยู่บนเตียง แอลนั้นอาบน้ำเสร็จหลังจากซองยอล เขาพันเพียงผ้าเช็ดตัวที่ท่อนล่างเปลือยท่อนบนที่เกาะพราวไปด้วยหยดน้ำเดินออกมาจากห้องน้ำ เผยให้เห็นแผงอกแกร่งและลอนหน้าท้องที่ดูสมส่วน ซองยอลเสมองไปทางอื่นเพราะความเขินอายกับภาพตรงหน้า ถึงจะคบหากันมานาน ซ้ำยังเป็นผู้ชายเหมือนกัน แต่ครั้งนี้เป็นครั้งแรกที่ซองยอลนอนร่วมห้องกับแอลและได้เห็นร่างกายของแอลเปิดเผยมากกว่าทุกครั้ง เพราะมัวแต่เบนสายตาไปมองที่อื่น ซองยอลก็ต้องสะดุ้งเบาๆเมื่อแอลเดินมาด้านหลังของเขาแล้วเอื้อมมือมาแย่งผ้าขนหนูไปจากมือ ก่อนจะทรุดตัวนั่งลงข้างๆแล้วเริ่มเช็ดผมที่เปียกน้ำของซองยอลอย่างทนุถนอม

 

 

 

 

 

 

 

แอล ไม่เป็นไร ฉันเช็ดเองก็ได้

 

ซองยอลเอ่ยห้ามแอล แอลยิ้มบางๆก่อนจะส่ายหัวเบาๆ

 

 

 

 

 

 

 

ฉันเช็ดให้ดีกว่า

 

 

 

 

 

 

 

แอลค่อยๆไล่เช็ดผมให้ซองยอลอย่างเบามือ ดวงตากลมโตจ้องมองคนตรงหน้าอยู่ตลอดเวลา สุดท้ายซองยอลก็ต้องผลุบตาลงต่ำหลบสายตาคู่คมที่มองกลับมา แต่เมื่อช้อนตาขึ้นมองคนตรงหน้าอีกครั้ง เขาก็ถูกทาบทับริมฝีปากหยักลงไปที่กลีบปากสวยโดยไม่ทันตั้งตัว มันอ่อนหวานและนุ่มนวล แอลขบเม้มริมฝีปากสวยไปมาอย่างหยอกเย้า ก่อนจะส่งลิ้นร้อนเข้าไปกวาดชิมความหวานจากภายใน จากรสจูบอ่อนโยนเริ่มเร่าร้อนขึ้นเรื่อยๆมือหนาเริ่มแตะสัมผัสที่ผิวสวยจากไหล่เนียน เรียวแขนสวย ไล่ลงมาที่แผ่นอกบาง ลากลงมาที่หน้าท้องผ่านเนื้อผ้า ก่อนจะสอดมือหนาเข้าไปในเสื้อยืดตัวบาง ลูบไล้ผิวสวยลากวนไปมาจนซองยอลตัวสั่นสะท้านจากแรงสัมผัสเหล่านั้น มือบางออกแรงผลักอกแกร่งเบาๆเมื่อลมหายใจเริ่มจะขาดหาย แอลถอนจูบออกมาแล้วแตะริมฝีปากหยักลงไปที่ซอกคอขาวแทน ขบเม้มเบาๆอย่างหลงใหลก่อนจะดันร่างบางให้เอนลงนอนราบกับเตียงนอน แอลตามลงไปทาบทับพร้อมมอบรสจูบที่ร้อนแรงให้ซองยอลอีกครั้ง มือข้างหนึ่งเลิกชายเสื้อยืดของซองยอลขึ้นสูง ลากมือหยอกเย้าแผ่นอกบางก่อนจะลากเลื่อนลงต่ำมายังขอบกางเกงขาสั้นตัวเล็ก  ก่อนที่แอลจะรั้งกางเกงออกจากเรียวขาสวย ซองยอลก็ตั้งสติได้ มือเรียวออกแรงที่มีทั้งหมดผลักแอลออกจากร่างของตัวเองในทันที

 

 

 

 

 

 

 

อย่าแอล เราไม่ควรทำแบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมล่ะซองยอล เราเป็นแฟนกันนะ !!!

 

แอลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่ไม่พอใจและรู้สึกหงุดหงิดที่ถูกขัดอารมณ์

 

 

 

 

 

 

 

คนเป็นแฟนกัน ก็ไม่จำเป็นต้องทำเรื่องแบบนี้เสมอไปนิ

 

 

 

 

 

 

 

ใครๆเขาก็ทำกันทั้งนั้น มีแต่นายคนเดียวนั่นแหละซองยอล

 

 

 

 

 

 

 

ก็ฉันยังไม่พร้อม

 

 

 

 

 

 

 

แล้วเมื่อไรจะพร้อม เมื่อไรนายจะเลิกหัวโบราณซักที นี่เราคบกันมาก็หลายปีแล้วนะ ระหว่างเราอย่างมากก็แค่จูบ คนอื่นเขาไปถึงไหนต่อถึงไหนละ

 

แอลเอ่ยออกมาเสียงดังด้วยอารมณ์ที่หงุดหงิด

 

 

 

 

 

 

 

แล้วทำไมเราต้องเหมือนคนอื่นเขาด้วยล่ะ

 

ซองยอลโต้แอลกลับไป

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมต้องเหมือนคนอื่นงั้นหรอ ก็คนอื่นเขารักกันไงล่ะซองยอล เขาถึงได้มีอะไรกัน หรือจริงๆแล้วนายไม่เคยรักฉันเลย ถึงได้รังเกียจกันแบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

มันไม่ใช่นะ รักก็ส่วนรัก เรื่องนี้มันคนละส่วนกัน นายอย่าพาลสิ

 

 

 

 

 

 

 

ฉันไม่ได้พาล นายนั่นแหละที่เป็นคนเรื่องมาก งี่เง่าเรื่องไม่เป็นเรื่อง

 

 

 

 

 

 

 

งี่เง่าหรอ ถ้าฉันมันงี่เง่านัก เราก็เลิกกันเถอะแอล

 

ซองยอลเอ่ยออกมาด้วยอารมณ์โกรธคนตรงหน้า

 

 

 

 

 

 

 

ไม่เลิก!!! นายนี่มันน่ารำคาญชะมัด เชิญนอนคนเดียวไปตามสบายล่ะกัน

 

แอลตวัดเสียงดังใส่ซองยอลอย่างไม่พอใจก่อนจะเดินออกไปจากห้อง ปิดบานประตูห้องใส่โครมใหญ่ ทิ้งซองยอลไว้เพียงลำพัง ซองยอลกอดเข่าซบหน้าแนบลงไป น้ำใสๆเอ่อล้นดวงตาคู่สวย ซองยอลพยายามกลั้นน้ำตาตัวเองเอาไว้ ความรู้สึกน้อยใจท่วมล้นเต็มหัวใจ ซองยอลก็แค่กลัว กลัวความสัมพันธ์ลึกซึ้งที่กำลังจะเกิดขึ้น เขาผิดมากใช่ไหมที่เขาแค่กลัวและยังไม่พร้อมก็เท่านั้น เขารักแอล รักแอลมาก ที่ไม่ยอมเป็นของแอลไม่ใช่ว่าเขาไม่รักแอล แต่แอลกลับหาเรื่องทะเลาะกับเขาทั้งๆที่วันนี้เป็นโอกาสที่ดีซึ่งนับว่าน้อยครั้งมากที่เขาสองคนจะได้มาเที่ยวด้วยกันแบบนี้

 

 

 

 

 

 

 

 

 

❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃

 

 

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากที่ทั้งคู่กลับมาจากทะเลในครั้งนั้น แอลและซองยอลก็เหินห่างกันไป แต่สุดท้ายก็เป็นแอลที่เป็นฝ่ายเดินเข้ามาง้องอนซองยอลก่อนจนทั้งสองกลับมาคืนดีกันเหมือนเดิม และดูเหมือนความรักครั้งนี้ของคนทั้งคู่จะหวานกันมากกว่าเก่าด้วยซ้ำ อาจเป็นเพราะว่าซองยอลดูอ่อนลงให้กับแอลและแอลเองก็ตามใจซองยอลทุกๆอย่าง

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอล วันมะรืนนี้ก็คริสต์มาสแล้ว เราไปเดินดูไฟกันนะ

 

 

 

 

 

 

 

มะรืนนี้หรอ สงสัยจะไม่ได้หรอกแอล พอดีเพื่อนฉันเขาจะลงมาที่โซล เราไม่ได้เจอกันนานมากแล้ว

 

ซองยอลเอ่ยกับแอลเสียงอ่อย เขารู้ว่าแอลตั้งใจมากที่จะชวนเขาไปเดทในวันคริสต์มาส แต่เพื่อนของซองยอลนัดซองยอลล่วงหน้ามานาน และหากไม่เจอกันครั้งนี้ก็ไม่รู้ว่าซองยอลจะได้เจอเพื่อนอีกเมื่อไร

 

 

 

 

 

 

 

แอล...”  ซองยอลเรียกแอลด้วยความรู้สึกผิด

 

 

 

 

 

 

 

ไม่เป็นไรหรอกซองยอล ในโซลเขาประดับไฟจนถึงวันปีใหม่ เราค่อยไปหลังจากนั้นก็ได้

 

แอลส่งยิ้มให้กับซองยอลเพื่อไม่ให้ซองยอลรู้สึกไม่สบายใจ แต่ซองยอลก็แอบรู้สึกผิดต่อคนรักของเขาอยู่ดี

 

 

 

 

 

 

 

และแล้ววันคริสต์มาสก็มาถึง เพื่อนของซองยอลติดธุระกะทันหันทำให้ไม่สามารถเดินทางมาโซลได้ ซองยอลหยิบมือถือขึ้นมาจะต่อสายโทรหาแอลเพื่อบอกเรื่องที่เพื่อนของเขาไม่มาแล้วและจะชวนแอลไปเดทกันในคืนนี้ แต่แล้วเขาก็เปลี่ยนใจเกิดอยากเซอร์ไพรส์แอลขึ้นมา ซองยอลจึงตัดสินใจไปหาแอลที่คอนโดแทนโดยแอบหวังว่าแอลจะดีใจและตื่นเต้นไปกับการเซอร์ไพรส์ของเขา ซองยอลขับรถไปถึงคอนโดของแอลราวช่วงหัวค่ำ เมื่อไปถึงหน้าห้องนิ้วเรียวก็กดรหัสพาสเวิร์ดที่เขาจำได้ขึ้นใจเพื่อเปิดประตู เมื่อประตูถูกปลดล็อก ซองยอลพาตัวเองเข้าไปด้านใน เขาแปลกใจเล็กน้อยที่ห้องทั้งห้องปิดไฟมืดสนิท ยังไม่ทันที่ซองยอลจะคิดทำอะไร ก็มีเสียงอะไรบางอย่างดังแว่วออกมา ซองยอลชะงักไปเล็กน้อยก่อนจะเงี่ยหูฟังเสียงนั้นอีกครั้ง เสียงที่ดังแว่วมาฟังดูแล้วคล้ายเสียงหอบครางด้วยความเหนื่อยล้าของใครซักคน ซองยอลกวาดตามองไปทางห้องนอนของแอล ประตูห้องนอนของแอลปิดไม่สนิททำให้แสงสว่างจากห้องนั้นลอดออกมา ซองยอลก้าวขาเรียวตรงไปยังห้องนั้น ยิ่งก้าวเข้าใกล้มากขึ้นเท่าไร เสียงพวกนั้นก็ยิ่งดังชัดเจนขึ้น ซองยอลหยุดฝีเท้าลงที่หน้าบานประตูห้องนอนของแอล เขาเม้มริมฝีปากแน่น ข่มความรู้สึกตัวเองเอาไว้ เสียงที่ดังออกมาจากห้องนั้นมันชัดเจนมากพอที่ซองยอลพอจะเดาออกว่าเกิดอะไรขึ้นภายในห้องนั้น ความคิดในหัวของซองยอลตอนนี้ตีรวนกันไปหมด ด้านหนึ่งเร่งเร้าให้ซองยอลเปิดประตูออกเพื่อจะเผชิญกับความจริง ขณะที่อีกด้านหนึ่งนั้นผลักดันให้เขาหันหลังกลับและทิ้งความจริงเอาไว้ข้างหลังไม่ต้องรับรู้อะไรทั้งนั้น สุดท้ายซองยอลก็เลือกที่จะเผชิญหน้ากับมัน มือเรียวที่เริ่มสั่นเทาเล็กน้อยค่อยๆยกขึ้นมาช้าๆก่อนจะแตะบานประตูแง้มออกอย่างเบามือ ดวงตากลมโตมองเข้าไปด้านในก่อนจะชะงักค้างกับภาพตรงหน้า ภาพของคนสองคนในสภาพเปลือยเปล่ากำลังกอดรัดหลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวบนเตียงนอนหลังกว้างด้วยอารมณ์ที่ร้อนแรงเร่าร้อนไปด้วยความใคร่ ซองยอลยืนนิ่งตัวชาไปทั้งร่าง เขามองภาพนั้นด้วยหัวใจที่แหลกสลาย หากมือเรียวไม่ยึดขอบประตูไว้เขาก็คงทรงตัวเอาไว้ไม่อยู่ แผ่นหลังหนาของคนที่อยู่เหนือร่างเล็กในอ้อมกอดนั้นซองยอลจำได้ดีแม้จะเห็นแค่เพียงด้านหลัง เขาผู้เป็นเจ้าของห้องนี้และยังเป็นเจ้าของหัวใจที่ซองยอลมอบให้ด้วยความเต็มใจ แต่สิ่งที่ทำให้ซองยอลนิ่งงันซ้ำสองนั่นก็คือร่างเล็กที่กำลังอยู่ในอ้อมกอดของแอล คนที่ซองยอลไม่เคยคิดว่าจะถูกทำร้ายลับหลังได้เลือดเย็นเพียงนี้ ร่างเล็กที่กำลังตกอยู่ในอารมณ์สวาทเป็นคนแรกที่เห็นซองยอลเข้า ใบหน้าสวยที่เต็มไปด้วยเหงื่อชื้นตื่นตระหนกก่อนจะอุทานเรียกชื่อซองยอลพร้อมกับผลักแอลให้ถอยห่างออกจากร่างของตนด้วยความตกใจ

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอล !!!

 

 

 

 

 

 

 

ชื่อของซองยอลและอาการตกใจของคนที่อยู่ใต้ร่างเรียกให้แอลรู้สึกตัวร่างหนาหันกลับมา และเมื่อเห็นซองยอลเข้าแอลก็หน้าเสียนิ่งค้างไป ซองยอลไม่รอให้แอลพูดอะไรออกมา ร่างบางหมุนตัวกลับและเดินออกจากตรงนั้นในทันที ก่อนจะรีบสาวเท้าตรงไปที่ประตูห้องเปิดพาตัวเองออกไปโดยไม่ฟังเสียงเรียกลั่นห้องของแอลที่ร้องเรียกชื่อของเขาตามหลังมา  หยาดน้ำตาเริ่มเอ่อล้นเต็มดวงตาคู่สวย สองขาเรียวเร่งฝีเท้าเร็วขึ้นเพื่อไปถึงลิฟท์ให้เร็วที่สุด แต่ไม่ทันที่ซองยอลจะลงลิฟท์ แอลในสภาพที่สวมใส่เสื้อผ้าไม่เรียบร้อยเพราะความรีบร้อนก็วิ่งมารั้งข้อมือเรียวเอาไว้เสียก่อน

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอล ฟังฉันก่อน

 

 

 

 

 

 

 

ฉันต้องฟังอะไรอีก ปล่อยฉัน!!!

 

ซองยอลถามแอลกลับไปทั้งน้ำตา พยายามสะบัดแขนเรียวออกจากเกาะกุม

 

 

 

 

 

 

 

ฉันกับอูฮยอน .. .คือเรา เราไม่ได้ตั้งใจ อารมณ์มันพาไป

 

 

 

 

 

 

 

เหอะ!!! ไม่ได้ตั้งใจ แต่พากันมานอนถึงที่นี่ ไม่ได้ตั้งใจกันมากี่ครั้งแล้วล่ะ ”  ซองยอลเอ่ยถามกลับไปด้วยความเจ็บปวด  กี่ครั้งแล้วที่แฟนฉันกับเพื่อนที่สนิทมากที่สุดพากันมาสวมเขาให้ฉัน กี่ครั้งแล้ว !!! ”  ซองยอลเริ่มเสียงดังขึ้นเพราะความโกรธจากเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น

 

 

 

 

 

 

 

ครั้งนี้ครั้งแรก ก็บอกแล้วว่าไม่ได้ตั้งใจ เรื่องแค่นี้ทำไมต้องโวยวาย คุยกันดีๆก็ได้

 

 

 

 

 

 

 

“  เรื่องแค่นี้? โวยวาย? แล้วฉันต้องทำยังไง ต้องไปขอบคุณอูฮยอนไหม ขอบคุณนะที่นายมานอนกับแฟนฉัน เรื่องแค่นี้เองไม่เป็นไร วันหลังมานอนกับแฟนฉันอีกนะ แบบนี้ไหม? ”

 

 

 

 

 

 

 

ไปกันใหญ่แล้วซองยอล คุยกันดีๆสิ อย่าเอาแต่ใช้อารมณ์ นายเองต่างหากที่ผิด เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นมันก็เพราะนาย

 

แอลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงไม่พอใจ

 

 

 

 

 

 

 

เพราะฉัน? ฉันทำอะไรผิด นายอย่ามาหาเรื่องกัน ”  ซองยอลเอ่ยถามด้วยความงุนงง

 

 

 

 

 

 

 

ก็เพราะนายมันหัวโบราณไงซองยอล ฉันมันก็ผู้ชายคนนึง มันก็มีอารมณ์อยากปลดปล่อยกันบ้าง แต่นายน่ะหวงตัวเกินเหตุจนน่ารำคาญ ฉันก็เลยต้องไปหาที่ระบายกันคนอื่น

 

 

 

 

 

 

 

นี่หรอเหตุผลของนาย นี่หรอความผิดของฉัน นายมันเห็นแก่ตัวที่สุดแอล ”  ซองยอลเอ่ยออกมาอย่างหมดความอดทน    ที่นายมีคนอื่นไม่ใช่เพราะฉัน แต่มันเป็นเพราะนายไม่เคยพอต่างหากล่ะ ต่อให้ฉันมีอะไรกับนาย นายก็หาเรื่องนอกใจฉันได้อยู่ดี

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอลอ่า มันไม่ใช่อย่างนั้น ฉันก็แค่พยายามจะอธิบายให้นายฟังว่าทำไมฉันถึงต้องทำแบบนั้น ต่อให้ฉันมีใครนายก็ยังเป็นคนเดียวที่ฉันรัก

 

แอลเสียงอ่อนลงเมื่อเห็นซองยอลเริ่มจริงจัง เขาโอบซองยอลไว้พยายามอ้อนง้องอนซองยอล แต่ซองยอลขืนตัวไว้ไม่ให้แอลกอดเขา แอลทำได้เพียงเกาะกุมแขนเรียวเอาไว้เท่านั้น

 

 

 

 

 

 

 

เราเลิกกันเถอะ ”  ซองยอลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงจริงจัง

 

 

 

 

 

 

 

เอาอีกละ พอเราทะเลาะกัน นายก็เอาเรื่องเลิกกันมาพูดตลอด ไม่เอาน่า เราเลิกกันไม่ได้หรอกซองยอล

 

แอลเอ่ยออกมาด้วยความมั่นใจ

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมจะไม่ได้ เรื่องระหว่างเรา ขอให้จบลงแค่นี้พอ เราคงไปด้วยกันไม่ได้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

ฉันไม่เลิก !!! ยังไงก็ไม่เลิก นายอยู่ไม่ได้โดยไม่มีฉันหรอกซองยอล ตอนนี้นายก็แค่โกรธ สุดท้ายนายก็ต้องการฉันอยู่ดี

 

 

 

 

 

ฉันจะทำให้ดูว่าอีซองยอลคนนี้อยู่ได้โดยที่ไม่มีนาย ฉันจะเป็นคนที่เดินออกไปจากชีวิตนายเอง ขอให้นายมีความสุขในโลกของนายที่ไม่มีคนอย่างฉัน ขอบคุณที่ทำให้รู้ว่าอย่างน้อยเราก็เคยรักกัน

 

ซองยอลเอ่ยออกมาอย่างจริงจัง ก่อนจะสะบัดแขนตัวเองออกจากแอล แล้วพาตัวเองเข้าไปในลิฟท์ที่เปิดออก

 

 

 

 

 

 

 

นายไม่มีวันเลิกรักฉันได้หรอกซองยอล คนอย่างนายอยู่ไม่ได้โดยไม่มีฉัน นายจะต้องกลับมาหาฉัน

 

แอลเอ่ยประโยคนั้นเป็นประโยคสุดท้ายก่อนบานประตูลิฟท์จะปิดลง ลิฟท์เคลื่อนตัวลงมาพร้อมๆกับหยาดน้ำตาที่ไหลรินออกจากดวงตาคู่สวยของซองยอล เสียงเตือนข้อความข้าวของโปรแกรมคาทก ซองยอลหยิบมือถือเครื่องสวยขึ้นมาดู ความแปลกใจถาโถมเข้าสู่จิตใจอีกครั้ง คนที่ส่งข้อความมาคือนัมอูฮยอนเพื่อนสนิทของเขาที่อยู่ในห้องของแอลเมื่อครู่นี้ ความอยากรู้ที่มีทำให้ซองยอลเปิดดูข้อความนั้นทันที

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอลเพื่อนรัก

 

เพื่อนรักที่ฉันต้องทนคบทั้งๆที่เกลียดแสนเกลียดมานาน

 

ฉันมีอะไรมาฝาก Merry Christmas นะ

 

หวังว่าของขวัญชิ้นนี้คงทำให้นายหายโง่ซักที หลังจากโง่มานาน

 

ถ้าอยากได้ของขวัญเพิ่มก็บอกมานะ ฉันยินดีส่งเพิ่มให้นายทุกเมื่อ

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอลกวาดอ่านข้อความนั้น ก่อนจะเปิดดูคลิปที่อูฮยอนส่งมาให้เกือบ 10 คลิป ซองยอลเปิดดูคร่าวๆทีละคลิป มือเริ่มสั่นเทาด้วยความโกรธ เสียใจ ระคนผิดหวัง ทุกคลิปเป็นคลิปที่อูฮยอนแอบถ่ายเวลาที่อูฮยอนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกับแอล จากคลิปบ่งบอกได้ชัดเจนว่าการที่ซองยอลไปเจอสองคนนั้นในวันนี้นั่นไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเขา แต่พวกเขาแอบมีความสัมพันธ์ลับๆโดยที่ซองยอลไม่เคยระแคะระคายเลยมาเนิ่นนาน ซองยอลคงเป็นคนโง่ดังที่อูฮยอนว่าจริงๆ คนโง่ที่ไม่เคยรู้เลยว่าคนรักและเพื่อนสนิทแอบมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งกันมานาน ถ้าวันนี้ซองยอลไม่คิดที่จะเซอร์ไพรส์แอลมาที่คอนโดนี้โดยไม่บอกแอลล่วงหน้า เขาก็คงจะไม่ได้รู้ความจริงนี้ยังคงเป็นคนโง่ต่อไปให้คนทั้งคู่สวมเขาให้เขา ซองยอลปิดข้อความคาทกของอูฮยอนลงไปก่อนจะออกจากลิฟท์ตรงไปที่รถของตัวเอง เขาเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยไปทั้งใจ มันเจ็บไปหมดจนไม่รู้จะเริ่มรู้สึกกับอะไรก่อนดี เจ็บที่ถูกคนรักนอกใจ เจ็บที่ถูกเพื่อนที่ไว้ใจหักหลัง เจ็บที่ถูกหลอกให้เป็นคนโง่มานาน เจ็บที่ต้องมารับรู้ว่าแอลไม่ได้รักเขาเท่ากับที่เขารักแอลมากเหลือเกิน รักมาก มากจนซองยอลอยู่ไม่ได้ถ้าไม่มีแอล แอลพูดถูก มันอาจจะเป็นเช่นนั้น แต่เขาจะต้องก้าวต่อไปโดยไม่มีแอลอยู่ข้างๆให้ได้ ซองยอลให้สัญญากับตัวเอง เมื่อมาถึงรถซองยอลเปิดประตูเข้ามานั่งในรถยังไม่ทันที่จะพารถเคลื่อนออก โทรศัพท์เครื่องสวยก็ดังขึ้นอีกครั้ง ซองยอลสไลด์กดรับ แต่เมื่อได้ฟังคนปลายสายเล่าความ ใบหน้าสวยก็ซีดเผือกราวกับไม่มีสีเลือด หยาดน้ำใสๆไหลรินเป็นสายอาบแก้มขาว มือที่จับโทรศัพท์ไร้เรี่ยวแรงจนโทรศัพท์แทบหลุดตกจากมือ หลังจากกดวางสายลง ซองยอลก็ซบหน้าลงกับพวงมาลัยรถก่อนจะสะอื้นไห้ออกมาจนตัวสั่นเทิ้ม

 

 

 

 

 

วันคริสต์มาสปีนั้น ขณะที่ทุกคนพบกับความสุข แต่ซองยอลกลับต้องสูญเสียครอบครัวไป ซองยอลไม่เคยรู้เลยว่าธุรกิจของครอบครัวกำลังประสบปัญหา จนพ่อของเขาตัดสินใจจบชีวิตลงด้วยการฆ่าตัวตายในวันคริสต์มาสหลังจากทนกับสภาวะล้มละลายไม่ได้อีกต่อไป ทรัพย์สินทุกอย่างของครอบครัวถูกยึด และสุดท้ายแม่ของซองยอลก็ล้มป่วยหนักและจากซองยอลไปสองเดือนหลังจากนั้น ชีวิตซองยอลพังทลายลงทันทีในพริบตา เขาไม่ได้เรียนต่อทั้งๆที่กำลังจะเรียบจบในอีก หนึ่งเทอมข้างหน้า ซองยอลต้องออกมาหาห้องเช่าเล็กๆอยู่ออกหางานทำเลี้ยงตัวเอง เพื่อนที่เคยมีก็เริ่มเหินห่าง แต่มันทำให้เขาได้รู้ว่าหากเขาไม่มีผลประโยชน์ให้แก่คนเหล่านั้นซองยอลก็หมดความหมายในสายตาพวกเขา การใช้ชีวิตในช่วงเริ่มแรกถือว่ามันหนักมากเหลือเกินสำหรับซองยอลเพราะเขาใช้ชีวิตที่สุขสบายมาทั้งชีวิต แต่ด้วยความพยายามและความอดทนที่เขามีทำให้ซองยอลผ่านพ้นไปได้และเริ่มคุ้นชินปรับตัวให้เข้ากับสิ่งแวดล้อมใหม่ได้ในที่สุด

 

 

 

 

 

 

 

 

 

❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃

 

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอล ซองยอล

 

 

 

 

 

เสียงเรียกปลุกให้ซองยอลผละออกจากความคิดที่กำลังจมดิ่งกับเรื่องอดีตของตนเอง ซองยอลหันไปมองต้นเสียงก่อนจะเจอกับซองกยูผู้เป็นเจ้าของร้านอาหารที่เขาทำงานอยู่กำลังเรียกเขาพร้อมขมวดคิ้วงุนงงที่เห็นซองยอลยืนเหม่ออยู่นาน หลังจากที่เปลี่ยนงานมาหลายที่จนนับไม่ถ้วน สุดท้ายซองยอลก็มาปักหลักทำงานที่ร้านอาหารแห่งนี้มาร่วมปี ซองกยูเป็นเจ้าของร้านนี้ ร้านอาหารมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก แต่ก็มีลูกค้าประจำแวะเวียนมาใช้บริการอยู่เสมอ เนื่องจากทางร้านขึ้นชื่อในเรื่องความอร่อยและบริการที่เป็นกันเอง ซองกยูนั้นเป็นคนค่อนข้างดุ ดูจู้จี้และเจ้าระเบียบแต่ลึกๆเป็นคนใจดีและค่อนข้างรักลูกน้อง

 

 

 

 

 

 

 

ครับ พี่ซองกยู

 

ซองยอลขานรับซองกยูกลับไป

 

 

 

 

 

 

 

เป็นอะไร มัวแต่ยืนเหม่อ ลูกค้าเข้าร้านแล้วเห็นไหม

 

 

 

 

 

 

 

ขอโทษครับ

 

ซองยอลค้อมหัวลงเล็กน้อยเพื่อขอโทษซองกยู ก่อนจะเดินไปหยิบเมนูอาหารแล้วเดินตรงไปที่โต๊ะด้านในสุดที่มีลูกค้าใหม่นั่งอยู่  ขาเรียวพาตัวเองไปหยุดอยู่ที่โต๊ะที่มีชายหนุ่มชุดดำทั้งชุดนั่งอยู่ มือเรียววางเมนูอาหารลงบนโต๊ะ

 

 

 

 

 

 

 

เมนูครับ

 

ซองยอลเอ่ยกับลูกค้าตามปกติที่ทำ ก่อนจะส่งยิ้มให้แต่แล้วรอยยิ้มบนใบหน้าสวยก็ต้องจางหายไปเมื่อดวงตากลมโตสบเข้ากับคุณลูกค้าชุดดำที่เงยหน้าขึ้นมามองเขา

 

 

 

 

 

 

 

แอล!!!

 

ซองยอลอุทานเรียกชื่อคนตรงหน้าด้วยความตกใจ แม้สไตส์การแต่งตัวจะเปลี่ยนไป ใบหน้าคมนั้นจะแปรเปลี่ยนไปเล็กน้อยตามเวลาที่ผ่านล่วงเลยมาถึงสามปี แต่ซองยอลยังคงจดจำใบหน้างดงามราวกับรูปสลักนั้นได้ดี ปากหยักสวยได้รูปราวกับริมฝีปากของผู้หญิง จมูกโด่งเป็นสัน และดวงตาสีนิลที่น่าหลงใหลคู่นั้น แม้จะไม่เคยเห็นมานานถึง 3 ปี แต่ซองยอลไม่เคยจำผิด คนในชุดดำขมวดคิ้วเล็กน้อยด้วยความงุนงงกับคำอุทานของซองยอล

 

 

 

 

 

 

 

มีอะไรหรอครับ

 

คุณลูกค้าในชุดดำเอ่ยถามซองยอลออกไปด้วยใบหน้าที่เต็มไปด้วยความสงสัยและไม่รู้สึกตกใจอะไรที่ได้พบซองยอล ยิ่งเป็นแบบนั้นซองยอลก็ยิ่งเข้าใจว่าแอลตั้งใจและกำลังคิดทำอะไรบางอย่างเพื่อแกล้งเขา

 

 

 

 

 

 

 

นายต้องการอะไร!!! ”  ซองยอลเอ่ยถามกลับไป

 

 

 

 

 

 

 

ต้องการอะไร? คือยังไง? ผมงง ”  คุณลูกค้าชุดดำเอ่ยถามด้วยความงุนงง

 

 

 

 

 

 

 

นายคิดจะทำอะไรแอล นายมาที่นี่คงไม่ใช่แค่เรื่องบังเอิญใช่ไหม นายตั้งใจจะมาเยาะเย้ยฉัน สมน้ำหน้าฉัน สะใจที่ชีวิตฉันเป็นแบบนี้ใช่ไหม

 

ซองยอลเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความโกรธแต่แฝงไปด้วยความเจ็บปวดอยู่ในนั้น

 

 

 

 

 

 

 

คุณพูดอะไร ผมไม่เข้าใจ ผมผ่านมาเห็นร้านนี้ดูสวยดี ก็เลยลองเข้ามานั่ง ก็เท่านั้น แล้วแอลที่คุณพูดถึงเขาคือใคร

 

คุณลูกค้าชุดดำเอ่ยบอกซองยอลไป ซองยอลมองคนตรงหน้านิ่ง ถ้าหากได้เล่นละครแอลคงได้รางวัลนักแสดงยอดเยี่ยมไปแล้ว ทั้งสีหน้าและแววตาที่ส่งมาช่างดูเนียนสมจริงเหมือนคนที่ไม่เคยรู้จักซองยอลมาก่อน

 

 

 

 

 

 

 

เลิกทำเป็นไก๋ไม่รู้เรื่องได้แล้ว ฉันไม่สนุกไปกับนายนะ พอใจหรือยังได้มาเห็นฉันในสภาพแบบนี้ ถ้าพอใจแล้วก็กลับไปได้แล้ว อย่ามาเหยียบร้านนี้อีก !!!

 

ซองยอลเริ่มเสียงดังใส่คนตรงหน้าด้วยความโมโห โกรธเรื่องในอดีตก็มากพอแล้ว นี่คนตรงหน้ายังมาทำเป็นไม่รู้เรื่องราวยั่วโมโหเขาอีก

 

 

 

 

 

 

 

อะไรกันซองยอล ทำไมนายเสียงดังใส่ลูกค้าแบบนี้ ซองกยูที่เห็นท่าทีของซองยอลไม่ค่อยดีนัก เดินตรงเข้ามาปรามซองยอลไว้ก่อนจะหันไปเอ่ยคำขอโทษคุณลูกค้าชุดดำ ขอโทษนะครับ ที่พนักงานของผมพูดจาไม่ดี ต้องขอโทษจริงๆครับ ซองกยูค้อมหัวลงเล็กน้อย

 

 

 

 

 

 

 

ไม่เป็นไรครับ

 

คุณลูกค้าชุดดำส่งยิ้มให้ซองกยู ดวงตาคมปราดมองซองยอลที่ยืนกอดอกระงับอารมณ์อยู่ข้างๆซองกยู

 

 

 

 

 

 

 

เข้าไปช่วยหลังร้านไป เดี๋ยวฉันรับออเดอร์เอง

 

ซองกยูหันไปดุซองยอล ซองยอลมองคุณลูกค้าชุดดำเล็กน้อยด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจก่อนจะเดินตรงเข้าไปหลังร้านตามคำสั่งของซองกยู

 

 

 

 

 

 

 

ร้านปิดแล้ว ซองยอลออกมาจากหลังร้านก่อนจะเดินมาหาซองกยูที่กำลังนั่งทำบัญชีอยู่ที่โต๊ะ ซองยอลวางพวงกุญแจลงบนโต๊ะข้างหน้าซองกยู ซองกยูมองพวงกุญแจก่อนจะเงยหน้าขึ้นมองซองยอลเหมือนต้องการคำตอบ ซองยอลสบตาซองกยูเล็กน้อยก่อนจะตอบซองกยูออกไป

 

 

 

 

 

 

 

ผมเอากุญแจร้านมาคืนครับ

 

 

 

 

 

 

 

คืนทำไม ”  ซองกยูถามกลับอย่างงุนงง

 

 

 

 

 

 

 

ก็วันนี้ผมทำกิริยาไม่ดีใส่ลูกค้าคนนั้น เขาคงจะบอกพี่ซองกยูให้ไล่ผมออก ไม่ใช่หรือครับ? ”

 

 

 

 

 

 

 

ใครบอกว่าพี่จะไล่เราออก แล้วรู้ได้ไงว่าลูกค้าคนนั้นบอกให้พี่ไล่เราออก

 

 

 

 

 

 

 

ก็อยู่แล้วล่ะ หมอนั่น เอ้ย!!! ลูกค้าคนนั้นเขาต้องบอกให้พี่ซองกยูไล่ผมออกแน่ๆ

 

 

 

 

 

 

 

คิดเองเออเองนะเรา ลูกค้าคนนั้นเขาไม่เห็นจะพูดอะไรซักคำ พี่ถามเขาว่านายทำอะไรเขาหรือเปล่า เขาก็บอกว่าเปล่า เขาเองต่างหากที่ถามนายจุกจิกมากเกินไปจนนายอาจโมโห

 

 

 

 

 

 

 

ลูกค้าคนนั้นบอกแบบนั้นหรอครับ

 

ซองยอลถามซองกยูด้วยความแปลกใจ เขาคิดว่าแอลจะถือโอกาสฟ้องซองกยูให้ไล่เขาออกจากงาน แต่แอลกลับช่วยแก้ตัวแทนเขาอีก มันน่าสงสัยและแปลกใจจริงๆ ซองกยูพยักหน้ารับคำถามซองยอลเบาๆ

 

 

 

 

 

 

 

ต่อไปก็หัดควบคุมอารมณ์บ้างนะ ต่อให้ลูกค้าทำให้หงุดหงิดแค่ไหนก็ต้องอดทน รู้ไหม

 

 

 

 

 

ครับ ”   ซองยอลรับคำซองกยู

 

 

 

 

 

 

 

 

 

❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃

 

 

 

 

 

 

 

 

เย็นวันรุ่งขึ้น ซองยอลก็ต้องตกอยู่ในอารมณ์หงุดหงิดอีกครั้ง เมื่อมองเห็นคุณลูกค้าชุดดำคนเมื่อวานมาที่ร้านอีกครั้ง วันนี้คุณลูกค้าคนนั้นอยู่ในชุดสีดำทั้งตัวไม่ต่างจากเมื่อวาน ซองยอลมองเพื่อนร่วมงานคนอื่นในร้านต่างไม่มีใครว่างมือซักคน สุดท้ายก็เป็นซองยอลเองที่ต้องกลั้นฝืนความไม่พอใจออกไปรับออเดอร์ตามหน้าที่ ซองยอลวางออเดอร์ลงตรงหน้าของคุณลูกค้าชุดดำ เขาเงยหน้ามามองซองยอลเล็กน้อย ก่อนจะส่งยิ้มจนเห็นรอยบุ๋มของลักยิ้มมาให้ ซองยอลทำหน้าบึ้งใส่กลับไป คุณลูกค้าชุดดำเปิดเมนูในมือ ก่อนจะเอ่ยสั่งอาหารให้ซองยอลจดตาม ซองยอลจดเมนูที่ลูกค้าต้องการก่อนจะเอ่ยทวนทุกอย่างอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

แค่นี้ใช่ไหมครับ

 

ซองยอลเอ่ยถามตามปกติที่เขาเคยทำ คุณลูกค้าชุดดำพยักหน้ารับเบาๆ ซองยอลเอื้อมมือไปหยิบเมนูบนโต๊ะกลับคืน ขยับจะเดินออกไป แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าลง เมื่อคุณลูกค้าชุดดำเรียกเขาไว้ก่อน

 

 

 

 

 

 

 

เดี๋ยวก่อนสิ คุณ คุณชื่ออะไรนะ? ซองยอล ใช่ไหม? ”

 

 

 

 

 

 

 

ใช่มั้ง ”  ซองยอลเอ่ยตอบออกไปด้วยน้ำเสียงประชดประชัน

 

 

 

 

 

 

 

ผมไม่รู้นะว่าคนชื่อแอลเขาคือใครกัน เขาทำอะไรให้คุณโกรธ แต่ผมหน้าตาเหมือนเขามากขนาดนั้นเลยหรอ ถึงขนาดคุณแค่เห็นหน้าผมก็ทำท่าเหมือนอยากจะฆ่าผมให้ตายแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

คุณจะบอกว่าคุณไม่ได้ชื่อแอลงั้นสิ น่าแปลกนะที่ในโลกนี้มีคนสองคนหน้าตาเหมือนกันราวกับแกะ

 

 

 

 

 

 

 

ถ้าผมตอบว่าใช่ล่ะ ถ้าผมตอบว่าผมก็พึ่งได้รู้ในวันนี้เองว่ามีคนที่หน้าเหมือนผมอยู่บนโลกใบนี้ คุณจะเชื่อผมไหม

 

คุณลูกค้าชุดดำเอ่ยกับซองยอล ดวงตาคมเข้มสีนิลคู่นั้นสบตากับซองยอลด้วยแววตาที่จริงจัง หากไม่ติดว่ามีความเป็นไปได้ยากที่จะมีคนสองคนที่มีใบหน้าเหมือนกันราวกับคนๆเดียวแล้วละก็ ซองยอลคงเชื่อคำพูดของคนตรงหน้าไปแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

แล้วคุณจะบอกว่าคุณชื่ออะไรดีล่ะ ชื่อ เจ เค เอ็ม หรือ เอ็น ดี ก็เก๋ดีนะ ใกล้เคียงกับชื่อแอลดี

 

ซองยอลเอ่ยประชดประชันคนข้างหน้าอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

ผมชื่อมยองซู คิมมยองซู ”  คุณลูกค้าชุดดำเอ่ยตอบซองยอลออกไป

 

 

 

 

 

 

 

ครับ คิมมยองซูก็คิมมยองซู ยินดีที่ได้รู้จักนะครับคุณคิมมยองซู ถ้าจะไม่เป็นการรบกวนจนเกินไป คราวหน้าคุณคิมมยองซูลองหาร้านอื่นทานอาหารแทนร้านนี้ดู จะเป็นพระคุณอย่างสูงนะครับ

 

ซองยอลตอบมยองซูกลับไปด้วยน้ำเสียงประชดประชันที่คนตรงหน้าที่เขามั่นใจว่าคือแอลแต่งเรื่องหลอกเขาได้เป็นเรื่องเป็นราวมากขนาดนี้

 

 

 

 

 

 

 

ไม่ล่ะ ผมชอบร้านนี้ ร้านนี้อาหารอร่อยและมีอะไรที่น่าสนใจมากกว่าที่อื่น

 

มยองซูสบตาซองยอลก่อนจะส่งยิ้มละมุนมาให้ ซองยอลหน้าตึงใส่กลับไป ไม่รู้ทำไมอยู่ๆเขาถึงรู้สึกเก้อเขินกับรอยยิ้มนั้นขึ้นมา ไหนจะคำพูดที่ดูเหมือนตั้งใจจะแฝงความหมายอะไรบางอย่างเอาไว้อีก

 

 

 

 

 

 

 

รายการที่สั่งมีแค่นี้ใช่ไหมครับ ผมขอตัว

 

ซองยอลเอ่ยตัดบทก่อนจะเดินออกมาจากโต๊ะนั้น อดไม่ได้ที่จะแอบหันกลับไปมองมยองซูอีกครั้ง แต่ก็ต้องรีบหันกลับแทบไม่ทัน เมื่อเขาสบตาเข้ากับมยองซูที่ยังคงจับจ้องเขาอยู่อย่างนั้นไม่วางตา ซองยอลลอบถอนหายใจออกมาเบาๆ ก่อนจะสะบัดหัวกลมไปมาเพื่อไล่ความรู้สึกหวั่นไหวออกไป

 

 

 

 

 

 

 

หลังจากวันนั้นมยองซูก็แวะเวียนมาทานอาหารที่ร้านเป็นประจำ แม้ซองยอลจะพยายามทำท่าทีเย็นชาและแสดงอาการไม่พอใจใส่มยองซูในทุกๆครั้ง แต่มยองซูกลับไม่รู้สึกโกรธอะไรเขาเลยแม้แต่น้อย มยองซูทำเพียงส่งยิ้มมาให้ ชวนซองยอลพูดคุย ถามนู้นถามนี่ แม้ซองยอลจะตอบบ้าง ไม่ตอบบ้าง หรือคำตอบที่ได้รับจะเต็มไปด้วยความประชดประชัน มยองซูกลับไม่สนใจ ตรงกันข้ามเขากลับพยายามหาเรื่องที่จะคุยกับซองยอลและอยากจะสนิทสนมกับซองยอลจนซองยอลรู้สึกได้ ยิ่งได้คุยกับมยองซูซองยอลก็ยิ่งรู้สึกแปลกใจในอะไรหลายๆอย่าง มยองซูไม่เหมือนแอลที่เขารู้จัก แอลเป็นคนเจ้าสำอางค์ แต่งตัวเนี้ยบตั้งแต่หัวจรดเท้า ติดน้ำหอม อุปนิสัยเป็นคนใจร้อน ขี้หงุดหงิด รำคาญคนง่าย และเอาแต่ใจ ในขณะที่มยองซูดูเป็นคนเรียบง่าย แต่งตัวตามสบายแต่เน้นเสื้อผ้าสีดำ ส่วนอุปนิสัยนั้นแทบจะตรงกันข้าม มยองซูดูเป็นคนใจเย็น อ่อนโยน สดใสและยิ้มแย้มตลอดเวลา จนบางครั้งซองยอลก็อยากจะเชื่อว่ามยองซูและแอลเป็นคนละคนกันจริงๆอย่างที่มยองซูเคยบอกไว้ แต่ความคิดในหัวก็มักขัดแย้งขึ้นมาในทุกครั้ง ความเป็นไปได้ยากที่คนเราจะหน้าตาเหมือนกันตอกย้ำซองยอลอยู่ตลอดเวลา แต่ถ้าหากแอลเปลี่ยนแปลงนิสัยตัวเองทั้งหมดเพื่อหวังหลอกเขาให้ตกหลุมพรางแล้วละก็ ก็ถือว่าแอลทำสำเร็จมาก เพราะซองยอลเกือบจะเชื่อแล้วจริงๆว่าเป็นเช่นนั้น

 

 

 

 

 

 

 

คืนนี้เป็นเวรที่ซองยอลจะต้องเป็นคนปิดร้าน ซองยอลสำรวจทุกๆอย่างในร้านให้อยู่ในสภาพเรียบร้อย ก่อนที่จะเดินไปปิดไฟทั้งร้านจนมืดสนิท พาร่างตัวเองเปิดประตูออกไป แล้วปิดล็อกด้วยกุญแจให้แน่นหนา หลังจากล็อกประตูเสร็จเรียบร้อย ซองยอลหันกลับมาก็ต้องสะดุ้งตกใจเมื่อเขาเจอมยองซูยืนอยู่ข้างหลังเขาพร้อมกับรอยยิ้มกว้างจนขึ้นรอยบุ๋มน่ารัก

 

 

 

 

 

ตกใจหมด คุณมาทำอะไรดึกๆแบบนี้ เมื่อเย็นก็มาทานข้าวแล้วไม่ใช่หรอ

 

ซองยอลเอามือทาบอก เขาตกใจจริงๆที่อยู่ๆก็หันมาเจอมยองซูแบบไม่ทันตั้งตัว

 

 

 

 

 

 

 

มารอคุณไง

 

มยองซูตอบซองยอลพร้อมรอยยิ้ม ยิ้มอีกแล้ว ทำไมถึงเป็นคนที่ยิ้มได้ตลอดเวลาได้ขนาดนี้

 

 

 

 

 

 

 

รอทำไม? ” ซองยอลเอ่ยถามด้วยความแปลกใจ

 

 

 

 

 

 

 

จะไปส่งคุณที่บ้าน

 

 

 

 

 

 

 

ห่ะ !!! ”  ซองยอลเสียงดังออกมาด้วยความแปลกใจ

 

 

 

 

 

ได้ยินไม่ผิดหรอก ผมมารอส่งคุณกลับบ้าน ”  มยองซูเอ่ยย้ำอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

ส่งทำไม ทำไมต้องส่ง ห้องผมอยู่แค่นี้เอง

 

 

 

 

 

 

 

รู้แล้วครับ รู้แล้วว่าห้องพักคุณอยู่ห่างจากที่นี่ไปแค่เพียง 5 ซอยเท่านั้น เดินแค่ครึ่งชั่วโมงก็ถึงแล้ว

 

 

 

 

 

 

 

นี่รู้ได้ยังไง? ”  ซองยอลถามด้วยความแปลกใจอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

รู้แล้วกันน่า แล้วรู้ด้วยว่าพรุ่งนี้วันคริสต์มาส ร้านคุณหยุด 1 วัน

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องนี้ร้านติดป้ายเอาไว้ ไม่รู้ก็ตาถั่วละ

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอลหันไปเอ่ยกับมยองซู ก่อนจะออกเดินเพื่อจะกลับห้องพักของตนเอง มยองซูสาวเท้าเดินไปข้างๆซองยอล น่าแปลกที่ซองยอลไม่เอ่ยปากห้ามมยองซูไม่ให้ตามเขาไปส่งที่บ้าน แม้แต่ตัวซองยอลเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าเพราะอะไร มยองซูพยายามชวนซองยอลคุยเหมือนกับทุกๆครั้ง และก็เหมือนเดิม ซองยอลตอบบ้างไม่ตอบบ้าง บางช่วงที่ทั้งคู่เดินผ่านต้นคริสต์มาส กวางเรนเดียร์ ซานต้าครอส หรือไฟสีสวยๆ มยองซูก็ชี้ชวนให้ซองยอลดูของพวกนั้นด้วยน้ำเสียงตื่นเต้นเกินจริงจนซองยอลรู้สึกขบขัน แต่ด้วยเพราะไม่อยากเสียฟอร์มให้คนข้างๆรู้ว่าทำให้เขาหลุดขำเป็นผลสำเร็จ ซองยอลจึงแกล้งตีหน้านิ่งทำเป็นไม่สนใจมยองซูแทน หลังจากเดินกันมาราวครึ่งชั่วโมงก็มาถึงหอพักที่ซองยอลพัก

 

 

 

 

 

 

 

นี่หรอหอพักของคุณ น่าอยู่ดีนะ

 

มยองซูกวาดตามองหอพักของซองยอลอย่างสนใจ

 

 

 

 

 

 

 

ถึงแล้วก็กลับไปได้แล้ว ”  ซองยอลเอ่ยปากไล่คนตรงหน้า

 

 

 

 

 

 

 

คุณก็เข้าไปก่อนสิ ผมถึงจะกลับ

 

 

 

 

 

 

 

เรื่องเยอะจริงๆ ”  ซองยอลบ่นออกมา ก่อนจะหมุนตัวจะเดินเข้าไปในหอพัก แต่ก็ต้องชะงักฝีเท้าลง

 

 

 

 

 

 

 

เดี๋ยวก่อน ซองยอล

 

 

 

 

 

 

 

อะไร? ”

 

 

 

 

 

 

 

พรุ่งนี้วันคริสต์มาส ร้านคุณหยุด เราไปเดินเล่นดูไฟกันไหม

 

มยองซูเอ่ยปากชวนซองยอลออกไป ซองยอลนิ่งงันไปกับคำชวนนั้น ภาพครั้งเมื่อสามปีก่อนหวนคืนมาอีกครั้ง ในตอนนั้นแอลก็เคยออกปากชวนเขาไปดูไฟเช่นกัน แต่สุดท้ายทุกอย่างก็จบลงในวันคริสต์มาสเมื่อซองยอลได้รู้ความจริงว่าแอลและอูฮยอนมีความสัมพันธ์ลึกซึ้งต่อกัน รวมถึงเรื่องเลวร้ายทั้งหมดที่เกิดขึ้นกับครอบครัวของซองยอลในวันคริสต์มาสด้วยเช่นกัน

 

 

 

 

 

 

 

ไม่!!! ผมเกลียดวันคริสต์มาส

 

 

 

 

 

 

 

เกลียดทำไม วันคริสต์มาสสนุกจะตาย ใครๆต่างก็รอคอยที่จะมีความสุขในวันนี้กันทั้งนั้น

 

มยองซูเอ่ยถามซองยอลด้วยความแปลกใจ

 

 

 

 

 

 

 

แต่ไม่ใช่ผม !!! ผมเกลียดมัน เกลียด เกลียด เกลียด ได้ยินไหม!!!

 

ซองยอลเสียงดังใส่มยองซู ก่อนจะหันหลังกลับก้าวขาเรียวจะเดินเข้าไปในหอพัก มยองซูสามเท้าตามไปก่อนจะรั้งแขนเรียวเอาไว้

 

 

 

 

 

ผมไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงเกลียดวันคริสต์มาส ไม่รู้ว่าทำไมคุณถึงเกลียดผู้ชายคนที่หน้าตาเหมือนผม ผมไม่รู้ว่าคุณต้องเจ็บปวดกับความทรงจำในอดีตมากมายแค่ไหน แต่ที่ผมรู้ตอนนี้ ผมก็แค่อยากสร้างความทรงจำดีๆกับคุณขึ้นมาใหม่ก็เท่านั้น ไม่ได้หรอซองยอล

 

มยองซูเอ่ยกับซองยอลด้วยน้ำเสียงที่จริงใจ ดวงตาคมสีนิลคู่นั้นจ้องลึกเข้าไปในดวงตากลมโตอย่างมีความหมาย

 

 

 

 

 

 

 

คุณไม่รู้จริงๆหรอว่าทำไม ไม่รู้จริงๆใช่ไหมว่าทำไมผมถึงเกลียดวันคริสต์มาส ได้โปรดเถอะอย่าโกหกกันบอกความจริงกับผมมา อย่าหลอกลวงกันอีกเลย ผมคงทนรับมันไม่ได้อีกแล้ว

 

ซองยอลเอ่ยออกมาด้วยความสับสน เขาอยากเชื่อว่ามยองซูคือคนละคนกับแอลและไม่เคยรู้เรื่องราวในอดีตเหล่านั้นทั้งสิ้น แต่ซองยอลก็ยังรู้สึกกลัว กลัวว่าเขาอาจกำลังถูกหลอก กลัวว่าเขาจะทนรับความจริงไม่ได้ว่าตนเองหลงเชื่อใจและถูกหลอกซ้ำๆอีกครั้งจากแอล

 

 

 

 

 

 

 

ผมไม่รู้ ไม่รู้อะไรทั้งนั้น และผมไม่เคยโกหกคุณ

 

 

 

 

 

 

 

คุณคือมยองซูจริงๆใช่ไหม คิมมยองซูมีตัวตนจริงๆใช่ไหม

 

 

 

 

 

 

 

ใช่ ผมคือคิมมยองซู ผมมีตัวตน คุณต้องการหลักฐานไหมซองยอล ผมมีหลักฐานยืนยันทุกอย่าง

 

มยองซูเอ่ยบอกซองยอล ซองยอลสบตามยองซูอยู่ครู่นึงก่อนจะส่ายหัวเบาๆ

 

 

 

 

 

ช่างเถอะ ช่วยลืมเรื่องที่ผมพูดไปทั้งหมด ผมก็แค่ฟุ้งซ่านมากไปหน่อย อย่าใส่ใจมันเลย ”   “ ขอบคุณที่เดินมาส่งผม คุณกลับบ้านเถอะนี่มันก็ดึกมากแล้ว

 

ซองยอลเอ่ยบอกมยองซู ก่อนจะดึงเรียวแขนของตนออกจากการเกาะกุมของมยองซู

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอล

 

 

 

 

 

 

 

หืมมมมม

 

 

 

 

 

 

 

พรุ่งนี้ผมจะมารับนะ สองทุ่มตรง ต่อให้คุณไม่ไป ผมก็จะรอคุณอยู่ตรงนี้ ฝันดีนะ

 

มยองซูเอ่ยกับซองยอลก่อนจะรีบเดินออกไปไม่ให้ซองยอลปฏิเสธคำชวนของเขาได้ทัน ซองยอลถอนหายใจออกมาเบาๆ ดวงตากลมโตมองตามแผ่นหลังหนาของมยองซูไปจนลับตา

 

 

 

 

 

 

 

❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃ ❆☃

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอลมองนาฬิกาบนฝาผนังห้องเป็นรอบที่เท่าไรเขาก็ไม่อาจนับได้ เวลาตอนนี้อีกเพียงสิบนาทีก็จะเป็นเวลาสองทุ่มตรงตามที่มยองซูนัดหมายว่าจะมารับ แม้จะตัดสินใจเอาไว้อย่างดีแล้วว่าเขาจะไม่ออกไปกับมยองซูเป็นอันขาด แต่ซองยอลก็อดรู้สึกแปลกๆขึ้นมาไม่ได้ มันเป็นความรู้สึกที่คล้ายความตื่นเต้นระคนไปกับความอยากรู้ว่ามยองซูจะทำตามคำพูดที่ให้ไว้หรือเปล่า เมื่อมองเวลาอีกครั้งเวลาเดินมาถึงตอนสองทุ่มตรง ซองยอลลุกขึ้นเดินไปที่หน้าต่างก่อนจะแง้มผ้าม่านเป็นช่องเพียงเล็กน้อยก่อนจะมองผ่านลงไปด้านล่างตรงบริเวณหน้าหอพัก มยองซูอยู่ตรงนั้นจริงๆ เขายืนอยู่หน้าหอพักนานๆครั้งจะเงยหน้าขึ้นมามองหอพักซักครั้งนึง ซองยอลหยิบหนังสือขึ้นมาหนึ่งเล่ม ก่อนจะพาตนเองกลับไปนั่งแล้วเริ่มอ่านหนังสือในมือ ตั้งใจที่จะใช้การอ่านหนังสือทำให้ละความสนใจจากมยองซูไปเสีย

 

 

 

 

 

เวลาล่วงผ่านมาราวเกือบสามชั่วโมงแล้ว เวลาตอนนี้เกือบห้าทุ่ม ซองยอลอ่านหนังสือในมือแบบผ่านๆ ในใจก็นึกสงสัยว่ามยองซูกลับไปแล้วหรือยัง ซองยอลจึงตรงไปที่หน้าต่างอีกครั้งแง้มม่านเปิดออกก่อนจะเห็นมยองซูยืนกอดอกอยู่ตรงที่เดิมไม่ไปไหน ซองยอลปิดม่านลงในใจนึกเป็นห่วงมยองซูขึ้นมา อากาศข้างนอกนั้นค่อนข้างหนาว แม้จะไม่มีหิมะตกลงมาแต่อากาศก็เยือกเย็นและลมก็พัดค่อนข้างแรง แต่ซองยอลก็ต้องทำเป็นนิ่งเฉยไม่สนใจ แต่เขาก็ทำได้ไม่นานสุดท้ายกลับเป็นซองยอลเองที่ทนไม่ได้ ร่างบางตัดสินใจลงไปที่บริเวณหน้าหอพักก่อนจะเดินตรงไปหามยองซูในทันที

 

 

 

 

 

 

 

จะบ้าหรือไง อยากแข็งตายอยู่ตรงนี้หรอ กลับไปได้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

ก็ผมบอกแล้วไง ต่อให้คุณไม่ไป ผมก็จะรอคุณอยู่ตรงนี้

 

มยองซูตอบซองยอลกลับมา ใบหน้ามยองซูดูซีดลงเล็กน้อย อาจเป็นเพราะเขายืนตากลมหนาวอยู่นานหลายชั่วโมง

 

 

 

 

 

 

 

คุณนี่มันดื้อจริงๆเลย น่าปล่อยให้แข็งตายอยู่ตรงนี้นัก

 

ซองยอลบ่นออกมา แต่มยองซูกลับอมยิ้มอย่างพอใจ

 

 

 

 

 

 

 

ยิ้มอะไร

 

 

 

 

 

 

 

ก็อย่างน้อยคุณก็ยังห่วงผม ลงมาหาผม ไม่ปล่อยให้ผมยืนหนาวตายอยู่ตรงนี้

 

มยองซูส่งยิ้มกว้างไปให้ซองยอล

 

 

 

 

 

 

 

พูดมาก ตามมา ”  ซองยอลหันไปดุเบาๆแบบไม่จริงจังอะไร ก่อนจะเดินนำมยองซูไป

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอลพามยองซูมายังร้านกาแฟร้านหนึ่งที่อยู่ไม่ไกลจากหอพักของเขามากนัก ก่อนจะสั่งโกโก้ร้อนมาสองที่ สำหรับเขาและมยองซู ซองยอลเท้าคางมองดูมยองซูเอาสองมือแนบกับแก้วโกโก้ก่อนจะเอาอังกับใบหน้าของตัวเองเพื่อให้รู้สึกอุ่นขึ้น มองแล้วก็อดที่จะเผลอยิ้มกับท่าทางที่ดูเหมือนเด็กออกมาไม่ได้ แต่พอมยองซูเงยหน้าขึ้นมองเขา ซองยอลก็ตีหน้านิ่งใส่มยองซูกลับไป

 

 

 

 

 

 

 

เอาอีกแก้วไหม

 

ซองยอลเอ่ยถามเมื่อเห็นมยองซูดื่มโกโก้ร้อนจนเกือบหมดแก้ว มยองซูส่ายหัวเบาๆ

 

 

 

 

 

 

 

ถ้างั้นก็กลับได้แล้ว

 

 

 

 

 

 

 

เฮ้ย!!! อย่าพึ่งสิซองยอล พึ่งจะมานั่งยังไม่ทันหายหนาวเลย

 

 

 

 

 

 

 

สมน้ำหน้า ใครใช้ให้ไปยืนตากลมหนาวตั้งสามชั่วโมง

 

 

 

 

 

 

 

ผมมีอะไรจะให้คุณด้วย ”  มยองซูเอ่ยขึ้นมาเมื่อนึกขึ้นมาได้

 

 

 

 

 

 

 

อะไร

 

ซองยอลเอ่ยถามด้วยความสงสัย มยองซูยิ้มจนแก้มขึ้นรอยบุ๋ม ก่อนจะล้วงมือเข้าไปในกระเป๋าเสื้อหนาวแล้วหยิบกล่องเล็กๆใบหนึ่งออกมาแล้วเลื่อนไปไว้ตรงหน้าซองยอล

 

 

 

 

 

 

 

จะพูดว่า Merry Christmas คุณก็คงไม่ชอบ งั้นถือว่าเป็นการให้ของขวัญจากเพื่อนใหม่ละกันนะ

 

มยองซูบอกซองยอล ซองยอลหยิบกล่องตรงหน้ามาเปิดออกดู ในนั้นเป็นสโนว์บอล ข้างในเป็นตุ๊กตาหิมะและต้นคริสต์มาส มีเกล็ดสีขาวคล้ายหิมะโปรยปรายอยู่ในนั้น

 

 

 

 

 

 

 

ห้ามโยนทิ้งนะ ต่อให้คุณไม่ชอบคริสต์มาสก็เถอะ ในสโนว์บอลอันนี้มันกักเก็บแต่ความทรงจำดีๆนะ เวลาคุณเจอเรื่องอะไรที่มันดีๆ มันจะเข้าไปอยู่ในนี้

 

มยองซูเอ่ยดักคอซองยอลเสียก่อน เขากลัวซองยอลจะโยนมันทิ้ง

 

 

 

 

 

 

 

ผมไม่ใช่เด็ก อย่ามาแต่งนิทานหลอกเด็กหน่อยเลย

 

ซองยอลยู่ปากน่ารักใส่อย่างไม่เชื่อคนตรงหน้า มยองซูหัวเราะออกมาเบาๆ ก่อนจะมองออกไปนอกร้าน

 

 

 

 

 

 

 

ผมหายหนาวละ เราไปเดินเล่นกันไหมซองยอล

 

มยองซูเอ่ยชวน ซองยอลส่ายหัวปฏิเสธ แต่มยองซูไม่ยินยอม เขาลุกขึ้นแล้วเดินไปหาซองยอลก่อนจะกุมมือบางเอาไว้แล้วดึงให้ลุกขึ้นเดินตามเขาออกจากร้านไป

 

 

 

 

 

 

 

ในที่สุดมยองซูก็พาซองยอลออกมาเดินเล่นดูไฟในคืนคริสต์มาสได้สำเร็จ มยองซูยังคงจับมือซองยอลเอาไว้ในขณะที่ทั้งคู่เดินเคียงคู่กันไป น่าแปลกที่ซองยอลเองกลับยอมให้มยองซูกุมมือเขาไว้แบบนั้น เขานึกตำหนิตัวเองที่ไม่ยอมดึงมือของตัวเองออกมา แต่ซองยอลปฏิเสธตัวเองไม่ได้จริงๆว่าความอบอุ่นที่มยองซูส่งผ่านมาที่มือของเขานั้นมันทำให้เขารู้สึกดี อบอุ่น ไม่ต้องรู้สึกเดียวดาย เจ็บปวดเพียงลำพังกับวันคริสต์มาสที่เขาแสนเกลียดชังเหมือนกับทุกปีที่ผ่านๆมา ซองยอลมองบรรยากาศรอบๆตัวระหว่างเดินผ่าน เป็นครั้งแรกในรอบสามปีที่เขารู้สึกว่าบรรยากาศคริสต์มาสช่างสวยงามและน่ามอง หลังจากที่ทั้งคู่เดินดูไฟและบรรยากาศมาพักใหญ่ มยองซูก็พาซองยอลกลับมาส่งที่หอพัก

 

 

 

 

 

 

 

เมื่อยไหม

 

มยองซูเอ่ยถามซองยอล ซองยอลส่ายหัวปฏิเสธเบาๆ ก่อนจะงุนงงเมื่อมยองซูแบมือมาตรงหน้าเขา

 

 

 

 

 

 

 

อะไร

 

 

 

 

 

 

 

ขอสโนว์บอลหน่อย

 

แม้จะแปลกใจแต่ซองยอลก็ล้วงมันออกจากกระเป๋าแล้วส่งให้มยองซู มยองซูรับกล่องของขวัญมาก่อนจะเปิดฝาออก มยองซูส่งยิ้มกว้างให้ซองยอลอีกครั้ง วาดมือไปมาในอากาศก่อนจะกำมันไว้เหมือนจับอะไรซักอย่างขึ้นมาแล้วใส่ลงไปในสโนว์บอล

 

 

 

 

 

 

 

ทำอะไรน่ะ ”  ซองยอลถามด้วยความสงสัย

 

 

 

 

 

 

 

ใส่ความทรงจำดีๆลงไปในสโนว์บอลไง ความทรงจำแรกของวันนี้ระหว่างเรา ผมใส่มันลงไปแล้ว

 

มยองซูจงใจเน้นย้ำคำว่า ระหว่างเรา จนซองยอลรู้สึกได้

 

 

 

 

 

 

 

รู้ได้ไงว่าวันนี้มันเป็นความทรงจำที่ดี

 

 

 

 

 

 

 

รู้สิ เพราะวันนี้คุณเผลอยิ้มตั้งหลายครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

ใครยิ้ม พูดมั่วละ

 

 

 

 

 

 

 

ยิ้มบ่อยๆเถอะนะซองยอล ผมชอบเวลาคุณยิ้ม มยองซูเอ่ยออกมา ซองยอลนิ่งงันไปกับคำพูดของมยองซูประโยคนั้น แต่พยายามทำตัวให้ปกติ ถ้าความทรงจำร้ายๆมันทำให้คุณเป็นทุกข์ เจ็บปวด ก็ปล่อยวางมันเถอะ หันหลังให้มัน เลือกจำแค่ความทรงจำดีๆก็พอ ผมรู้ว่ามันยากที่จะลืม แต่สักวันคุณต้องทำได้ ผมพร้อมอยู่ข้างๆคุณเสมอนะซองยอล มยองซูสบตาซองยอลนิ่งสื่อความหมายออกไปผ่านสายตา

 

 

 

 

 

 

 

ผมเชื่อใจคุณได้ใช่ไหม ซองยอลเอ่ยถามออกไป

 

 

 

 

 

 

 

ผมจะไม่ขอให้คุณเชื่อใจผม คนที่พึ่งพบกันแค่เพียงสองอาทิตย์ แต่ผมจะเป็นคนทำให้คุณเชื่อใจผมเอง มยองซูเอ่ยกับซองยอลด้วยน้ำเสียงจริงจัง อีกเรื่องนึง เรื่องผู้ชายคนนั้น คนที่หน้าตาเหมือนผม ผมรู้ว่าลึกๆคุณยังไม่เชื่อว่าผมเป็นคนละคนกับเขา ผมอยากจะบอกว่าผมไม่ใช่เขา และผมก็อิจฉาเขามากที่คุณไม่เคยลืมเขาเลยแม้เขาจะทำให้คุณเจ็บปวดมากขนาดนี้ มยองซูเอื้อมมือไปดึงมือซองยอลมาก่อนจะวางกล่องของขวัญสโนว์บอลคืนซองยอลไป

 

 

 

 

 

 

 

ผมคงต้องไปละ ฝันดีนะซองยอล ”   มยองซูส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้

 

 

 

 

 

 

 

เดี๋ยวก่อน ”  ซองยอลเอ่ยรั้งมยองซูเอาไว้ มยองซูหันมาสบตาซองยอลเพื่อรอฟัง คือ...ผมไม่รู้จะพูดกับคุณยังไงดี รู้แค่ว่า ขอโทษและขอบคุณมากนะมยองซู

 

 

 

 

 

 

 

แค่นี้เองหรอ นึกว่าจะให้กอดเสียอีก มยองซูเอ่ยออกมาด้วยท่าทีทะเล้น แต่เมื่อเห็นซองยอลทำหน้านิ่ง เขาก็เหวอไปเล็กน้อย ผมพูดเล่นนะซองยอล อย่าโกรธผมนะ มยองซูรีบพูดกับซองยอลเพราะกลัวคนตรงหน้าจะโกรธเขา แต่กลับทำให้เขาตกใจมากยิ่งขึ้นกว่าเดิมเมื่ออยู่ๆซองยอลก็โผเข้ากอดเขาก่อนจะซบหน้าลงที่ไหล่ของเขา หลังจากตั้งสติได้ มยองซูก็ระบายยิ้มออกมาอย่างเขินๆก่อนจะโอบกอดซองยอลกลับไป

 

 

 

 

 

 

 

ขอโทษนะที่ผมเคยเข้าใจผิดคุณ ผมกลัวการโกหกจริงๆ ขอบคุณนะมยองซู ขอบคุณจริงๆที่เข้ามาในชีวิตผม ผมเหนื่อยเหลือเกิน เหนื่อยที่จะต้องเดินคนเดียวต่อไปอีกแล้ว

 

ซองยอลเอ่ยออกมาเบาๆขณะที่ยังคงแนบใบหน้าสวยไปกับไหล่กว้าง

 

 

 

 

 

 

 

ซองยอล ต่อไปนี้คุณไม่ต้องก้าวเดินไปข้างหน้าเพียงลำพังแล้วนะ ผมจะอยู่ข้างๆคุณ จะคอยจับมือคุณไว้ แล้วก้าวเดินไปด้วยกัน มยองซูลูบแผ่นหลังเนียนเบาๆอย่างปลอบโยนก่อนจะตัดสินใจเอ่ยประโยคหนึ่งที่เอ่ยมาจากหัวใจของมยองซูเองออกมา เป็นแฟนกันนะ

 

 

 

 

 

 

 

ห่ะ !!! ว่าอะไรนะ

 

ซองยอลผละออกจากอ้อมกอดของมยองซูก่อนจะเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงที่ตกใจกับคนตรงหน้า

 

 

 

 

 

 

 

ตกใจทำไม ผมบอกว่าเป็นแฟนกันนะ ”   มยองซูย้ำคำพูดนั้นอีกครั้งพร้อมรอยยิ้ม

 

 

 

 

 

 

 

เดี๋ยว มันเร็วไปไหม ที่เมื่อกี้ผมกอดคุณ ผมไม่ได้อ่อยคุณนะ

 

 

 

 

 

 

 

ก็ไม่ได้บอกว่าคุณอ่อยผมซักคำ ซองยอล ผมพูดจริงๆ ผมชอบคุณตั้งแต่วันแรกที่เจอคุณที่ร้าน มันอาจจะดูเร็วไปหน่อย แต่ผมอยากเป็นแฟนกับคุณจริงๆ ”  “ ตกลงใช่ไหม ”  มยองซูยิ้มกว้างจนตาหยี

 

 

 

 

 

 

 

เดี๋ยวสิ ให้เวลาผมคิดบ้าง

 

ซองยอลรีบบอกมยองซูออกไป ถึงเขาจะเปิดใจให้กับมยองซูแล้วแต่เรื่องถึงขั้นตกลงเป็นแฟนกัน ซองยอลยังไม่ได้คิดถึงขั้นนั้น มยองซูอมยิ้มกับอาการทำตัวไม่ถูกของซองยอล มันดูน่ารักเหลือเกินในสายตาของเขา

 

 

 

 

 

 

 

โอเค งั้นผมให้เวลาคุณคิด เดี๋ยวผมจะไม่อยู่โซลหลายวัน จะกลับมาอีกทีก็วันสิ้นปี วันสิ้นปีผมจะมารับคุณไปเค้าท์ดาวน์ด้วยกัน และวันนั้นผมจะรอคำตอบจากคุณนะซองยอล มยองซูเอ่ยบอกซองยอลก่อนจะพูดต่อ แต่ผมคงไม่เจอคุณหลายวันเลย  คงคิดถึงน่าดู งั้นผมขออะไรไปแก้คิดถึงนิดนึงนะ ”  เมื่อพูดจบประโยคมยองซูก็โน้มใบหน้าหล่อเข้าไปใกล้ใบหน้าสวยอย่างรวดเร็ว ก่อนจะฝังจมูกโด่งลงบนแก้มขาวเนียนสูดกลิ่นหอมฟอดใหญ่และผละออกมาในทันทีโดยไม่ให้ซองยอลได้ทันตั้งตัว

 

 

 

 

 

 

 

ไปแล้วนะครับ ฝันดีนะ

 

กล่าวกับซองยอลจบประโยคมยองซูก็รีบก้าวเท้าเดินหนีซองยอลไปในทันที ใบหน้าหล่อเปื้อนไปด้วยรอยยิ้ม ทิ้งให้ซองยอลยืนนิ่งค้างทำอะไรไม่ถูกเพราะถูกมยองซูจู่โจมโดนไม่ทันได้ตั้งตัว มือเรียวยกขึ้นมาลูบแก้มใสตัวเองไปมาด้วยความขวยเขินอดที่จะแย้มยิ้มออกมาอย่างมีความสุขไม่ได้ คริสต์มาสปีนี้ของซองยอลไม่โดดเดี่ยวอ้างว้างเหมือนกับทุกๆปีที่ผ่านมา เพราะมีมยองซูเดินเข้ามาในชีวิต ความทรงจำแสนเจ็บปวดที่ฝังลึกในหัวใจตอนนี้เริ่มจางไปช้าๆและคงลบเลือนจางหายไปในเร็ววัน เขาคงสามารถมองเทศกาลวันคริสต์มาสด้วยความสุขเหมือนกับคนอื่นได้เสียที ซองยอลหวังให้มันเป็นแบบนั้น หลังละสายตาจากแผ่นหลังของมยองซู ซองยอลก็เปิดฝากล่องของขวัญที่มีสโนว์บอลขึ้นมาอีกครั้ง ก่อนจะวาดมือไปมาในอากาศแบบที่มยองซูทำ กำมันเอาไว้แล้วปล่อยลงไปที่สโนว์บอล

 

 

 

 

 

 

 

ความทรงจำดีๆที่ 2 ระหว่างเรา ผมใส่ลงไปแล้วนะมยองซู

 

 

 

 

 

เจอกันวันเค้าท์ดาวน์นะมยองซูยา ผมพร้อมที่จะให้คำตอบกับคุณ สโนว์บอลอันนี้รอที่จะเก็บความทรงจำที่ดีของเราสองคนครั้งต่อไปอยู่นะ คิมมยองซู

 

 

 

ซองยอลเอ่ยกับสโนว์บอลในมืออย่างมีความสุข รอยยิ้มสดใสกลับมาประดับบนใบหน้าน่ารักนั้นอีกครั้ง

 

 

 

 

 

 

 

                                                                              

 

<<< END >>>




Note : ☃ ฟิคเรื่องนี้เป็น 1 ในฟิคโปรเจ็คส์ NEWXMASPJ ของบ้าน @MyungyeolFic และ บ้าน @AlienChoding ☃ เรามาอัพใหม่ในแอคตัวเองนะคะ เผื่อใครยังไม่เคยอ่าน แฮร่ !!!

 


 

ผลงานทั้งหมด ของ INSPIRIT_LN

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 jakwy (@jakwy) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 07:38
    อบอุ่นดีจัง ช่วงนี้หน้าหนาวแล้วด้วย คิดถึงช่วงคริสมาสแล้วคงฟินน่าดูเลย^^

    จะวนมาอ่านอีกครั้งวันคริตมาสนะ จะได้ซึมซับกับบรรยากาศ <3
    #1
    0