ยอดวิวรวม

258

ยอดวิวเดือนนี้

108

ยอดวิวรวม


258

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


7
จำนวนรีวิว : ยังไม่มีคนรีวิว
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  16 พ.ค. 65 / 21:05 น.


ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

(sf) ONE PIECE

────────•❋•────────

The JOKER & The QUEEN

(Doflamingo x Violet/Viola) ;

────────•❋•────────

 

The road that was broken
Brought us together

……

And I know

you could fall for a thousand kings

And hearts that could give you a diamond ring

When I fold, you see the best in me

…The JOKER and the QUEEN

 

ref. Ed Sheeran - The Joker & The Queen

เนื้อเรื่อง อัปเดต 16 พ.ค. 65 / 21:05


────────•❋•────────

(sf) ONE PIECE 

The JOKER & The QUEEN

(Doflamingo x Violet/Viola);

────────•❋•────────

Rate: 20+, Light Toxic

 

 

‘สถานที่’ มักจะปรับเปลี่ยนไปตามบริบทของสังคม

‘วัตถุประสงค์’ เกิดขึ้นตามความต้องการที่ขยายเป็นวงกว้าง

สิ่งเหล่านั้นล้วนดึงดูด ‘ผู้คน’ ให้เข้ามาพบปะกัน

หาใช่เรื่องยากที่ความสัมพันธ์มักเริ่มจากพื้นที่เพียงเล็ก ๆ

เพลานี้ลำแสงอันอบอุ่นกระทบอยู่หลังเปลือกตา เหมือนเห็นเส้นสายรุ้งเริงระบำยามมีลมพัดกลุ่มเมฆแล้วเอนไหว มันเด่นชัดเป็นพิเศษถ้าบนหลังคาตกแต่งด้วยกระจกโมเสคอันวิจิตรพิสดาร เดี๋ยวก็สลับเป็นสีน้ำเงินหรือแดง ฉาบกำแพงสักข้างบอกเล่าให้รู้ว่ามันถูกแกะสลักเป็นเรื่องเล่าปรัมปรา

กลิ่นหินอ่อนที่ถูกออกแบบตามสไตล์บาโรก กลิ่นของชั้นไม้ หรือกลิ่นของกระดาษในหน้าหนังสือที่ชุ่มไปด้วยเรื่องในอดีต ปัจจุบันและไม่มีอนาคต

สถานที่ที่เธอนั่งอยู่มีวัตถุประสงค์เช่นนั้น มันเป็นสิ่งที่งดงามที่สุด และเป็นสถานที่ที่แทบไม่เปลี่ยนแปลงที่สุด แม้หน้าประวัติศาสตร์จะถูกเปลี่ยนผันและเขียนทับขึ้นใหม่อีกสักกี่หนก็ยังคงเหมือนเดิม

เฉกเช่นดั่งโรงพยาบาล ถ้าผู้นำคนใหม่มีอารยธรรมมากพอ เขาจะไม่ทำลายภูมิปัญญาที่สะสมมายาวนาน

แน่นอนถ้าเขาฉลาดมากพอ เขาจะฝังสิ่งที่ไม่พึงประสงค์ไว้ในมุมมืด แล้วปรุงแต่งเรื่องราวแสนวิเศษ พร้อมเล่าว่านี่ต่างหากคือบทความอันตระการตา

แต่แล้ววินาทีนั้นหญิงสาวที่นั่งบนเก้าอี้ต้องขมวดคิ้ว ปลายนิ้วที่ไล้ไปตามขอบกระดาษหนังสือบนโต๊ะหยุดชะงัก หลงคิดไปว่าเธอทำนิ้วตัวเองโดนบาดรึเปล่า ทว่าสุดท้ายแล้วหล่อนต้องเปลี่ยนมาลืมตาขึ้นเบา ๆ เพราะกลิ่นที่เพิ่มเข้ามาคือกลิ่นของเลือด กลิ่นเขม่าดินปืนและกลิ่นของทอง

...ทอง ถ้าโดนแดดอีกสักนิดเธอว่ามันอาจคือสมบัติจริง ๆ แต่มันก็ไม่ใช่หรอกเพราะมันคือสีของเส้นผมที่ถูกดูแลมาอย่างดี

หล่อนเห็นแขกผู้มาเยือนยืนพักเท้าอิงกรอบประตูเหมือนไม่ใส่ใจ อยู่ตรงนี้มานานเท่าไร มาตั้งแต่ตอนไหน และแน่นอนเพราะพลังของตาพันลี้ เธอก็รู้คำตอบมานานแล้ว

แต่ที่ทำเป็นนิ่งเพราะบางทีก็ต้องแกล้งทำเป็นโง่ เพราะอะไรน่ะหรือ การใช้ชีวิตอยู่ใต้ความกดดัน บางครั้งเราก็ต้องอ่อนน้อมกดตัวเองให้ต่ำลง โลกนี้มีคนบางจำพวกพร้อมสนุกสนานที่ได้เวทนาคนที่ต่ำกว่าอย่างนึกอารมณ์ดี

เขาบอกว่ามันคือความหรรษา…

หญิงสาวในห้องสมุดถอนสายตาออกมาก่อน กวาดตาแค่รอบเดียว ทว่าภาพเมื่อครู่ก็สลักในความทรงจำเหมือนตราประทับ

แม้ใบหน้าคมคายนั้นจะมองอยู่ที่ทางเดิน แต่เพราะหางคิ้วทำให้รู้ว่าสายตานั้นเหล่มองมาทางนี้ บอกใบ้เป็นนัยหรือแท้จริงแค่ล้อเลียนเธออยู่กันแน่ จะเอาแว่นมาบังสักสิบอันทว่าจะมีสักกี่คนที่ดูไม่ออกว่าเขามีความถากถางเป็นต้นทุน

วิโอล่าหลับตาอีกครั้งพลางถอนหายใจ ผู้ชายคนนี้มีสิ่งที่ย้อนแย้งในตัวเองเสมอ เลือดที่ติดตรงแขนเสื้อไม่อาจมอบฉายาว่าเป็นคนดี แม้จะสวมเสื้อสีขาวบริสุทธิ์และพูดด้วยภาษามีจังหวะจะโคนแต่เขาก็หาใช่เทพบุตรมาเดินดิน

อีกฝ่ายอารมณ์เสียรึเปล่า แน่นอนเธอจะแนะนำว่าดูไม่ยาก ถ้าสิ่งที่ประดับบนหน้าคือรอยยิ้มกว้างที่แทบจะฉีกไปถึงหู สะท้อนฟันสีขาวเป็นระเบียบแวววาวนั้นหามีไหม ถ้าพบหากเหลือบขึ้นไปอีกนิดแล้วเจอเส้นเลือดตรงขมับด้วยก็เพียงพอ เท่านี้ก็สามารถเฉลยข้อกังขา ค้นทางออกได้เหมือนพลิกฝ่ามือ

แต่ยามสังเกตเมื่อครู่ก็พบว่าไม่มี แล้วชายหนุ่มมีธุระอื่นใดกันแน่ ทว่าอดีตเจ้าหญิงก็เบื่อหน่ายเกินกว่าจะเก็บมาใส่ใจ หล่อนจึงก้มหน้าอ่านหนังสือตรงหน้าเช่นดังเดิม

ห้องสมุดในราชวัง ใครจะอยู่ ใครจะนั่ง ใครจะยืน สิบยี่สิบ เป็นชั่วโมงหรือนาที ถ้ายังไหวก็ทำต่อ หากเป็นเมื่อก่อนก็มีอำนาจไล่ไปได้ ทว่าน่าหงุดหงิดใจเพราะสถานะตอนนี้เธอไม่อาจกระทำการดังควรเป็น

 

เป็นมนุษย์สุดนิยมเพียงลมปาก

จะได้ยากโหยหิวเพราะชิวหา

 

รู้สิ่งไรหาใช่รู้วิชา

เธอควรรู้รักษาตัวรอดเป็นยอดดี

 

“รู้ไหม เธอเป็นคนเดียวที่ไม่คิดจะทักทายหัวหน้าแฟมิลี่” เงาทะมึนพาดมิดหัว อีกฝ่ายพากลิ่นอายเข้ามาใกล้ กายเขาสูงถึงขนาดทำให้โลกตรงหน้าเธอเปลี่ยนเป็นช่วงเวลาดุจกลางคืนไปชั่วนาที เจ้าตัวยืนสบาย ๆ ใช้สองมือและข้อต่อนิ้วที่ชัดเจนวางบนโต๊ะ

ใกล้แค่เอื้อม จะเบนหน้า ก้มหรือเงย ภาพที่เห็นก็ไม่อาจรอดพ้นสายตา เธอจึงเห็นกล้ามเนื้อผิวสีสำริดปกคลุมทั่วทัศนวิสัย

เพราะยืนค้ำโต๊ะคอเสื้อเขาจึงรั้งวาดเส้นโค้งแสดงให้เห็นว่าผู้ชายคนนี้มีแผ่นอกที่กำยำและทรงพลัง

วิโอล่าพยายามเมินเฉยว่าโดฟลามิงโก้มักโอ้อวดว่าตัวเองมีหุ่นที่ผู้ชายด้วยกันต้องขบฟันแรง หลักฐานก็คือกระดุมเสื้อที่ชายหนุ่มปลดมากกว่าสามเม็ด หากมองต่ำลงจะพบร่องมิติน่าภูมิใจที่ผ่านการใช้งานมาอย่างโชกโชน

กางเกงสีส้มมีลวดลายน่าพิศวงถูกตัดมาเพื่อให้พอดีกับขาที่แน่นและยาวของผู้สวมใส่ เสื้อคลุมขนนกประจำตัวหายไป ถูกแทนที่ด้วยเสื้อเชิ้ตสีเข้มตัวใหญ่สักตัว เป็นปกติของนายน้อยแห่งแฟมิลี่เพื่อแสดงเครื่องยืนยันว่าวันนี้เขาขลุกอยู่ในพระราชวังอย่างเดียวมาเกินกว่า 6 ชั่วโมงแล้ว

สาวงามที่นั่งอยู่ที่เดิมยังไม่ตอบ หนึ่งคือไม่ได้เรียกใช้งานหล่อนก็ขี้เกียจจะคุย แถมสอง กฎที่พึงมีจะไม่ละเมิด มารยาทพื้นฐานในการใช้ห้องสมุดควรทำ ราชาผู้น่าเลื่อมใสกับเจ้าหญิงผู้ตกอับมาสนทนาอะไรกัน อยากให้คนอื่นหัวเราะเยาะหรืออย่างไร

ทว่าลำดับถัดไปสิ่งที่โผล่เข้ามาคืออีกฝ่ายก้มลงมาจดจ้อง

แน่นอนคนอย่างโดฟลามิงโก้บอกเลยว่าความอดทนสำหรับการละเล่นเขามีจำกัด แต่สำหรับผู้หญิงตรงนี้ เขาชอบที่จะทดสอบเสมอว่ามันไร้ขอบเขตดุจดั่งมหาสมุทรที่ปราศจากก้นบึ้งจริงแท้หรือแค่หลอกลวง

แต่สุดท้ายมุมปากต้องยกขึ้นสูงยามเด็กสาวเขียนอะไรลงกระดาษใบเล็ก ๆ และเลื่อนมาแบบไร้อารมณ์

ตัวหนังสือตวัดเป็นเส้นสวยงาม มีคนสามารถเขียนหนังสือกลับหัวได้อย่างคล่องแคล่ว บอกตามตรงมันน่าอัศจรรย์มาก มันเป็นงานอดิเรก? หรือกำลังใช้พลังผลปิศาจเพื่อดึงให้เขาหุบปากแล้วใช้ความคิดอยู่รึเปล่า

‘มองจากตาของนกงั้นหรือ’ ร่างสูงหันมองหน้าต่าง แต่ก็ไม่พบสัตว์ตัวไหนเลย ปลายทางกลับมีเพียงผ้าม่านสีขาวที่ลืมมัด ปลิวหยอกล้อกับละอองลมอันอบอุ่นของฤดูใบไม้ผลิ ดุจดั่งถ้อยคำหวานแสนเพราะพริ้งที่ชายหนุ่มใช้กระซิบเอ่ยกับคนรักให้ตายใจ

‘เป็นการเปรียบเปรยที่ไร้สาระ’ แถมตัวเขาก็คิดว่ามันกำลังติดเป็นนิสัยด้วย

ไม่ค่อยเข้าท่า แม้กำลังหันหน้ามองอยู่ทางเดิมทว่ากลับพบว่าสายตาตนไม่ได้จดจ้องที่เบื้องหน้าเป็นบ่อยครั้งหรืออาจจะทุกครั้งถ้ามี ‘สิ่ง’ หรือ ‘คน’ ที่น่าสนใจอยู่

ดวงตาหลังแว่นมักเลื่อนมองอย่างไม่ตั้งใจ อาจเพราะแค่ต้องการจับผิดหรือเพียงต้องการสังเกตปฏิกิริยาของคนด้านข้าง ซึ่งแน่นอนเขาก็ต้องผิดหวังทุกครั้งเพราะตนไม่เคยพบอะไรเลย

หัวคิ้วเด็กสาวไม่เคยเปลี่ยน ปลายนิ้วยังคงพลิกหน้ากระดาษประหนึ่งเนื้อหามันน่าสนใจกว่าราชาที่อยู่ตรงนี้ สิ่งที่เคลื่อนไหวมีเพียงปอยผมด้านข้างที่ไหวเบา ๆ ตามแรงลมและสีสันของกระจกเคลือบสีดึงให้เขาต้องตั้งใจดู

ช่วงเวลาสาย ๆ แสงแดดจาง ๆ ดึงให้ภาพตรงหน้าล่องลอยเปล่งประกายเหมือนความฝัน

โดฟลามิงโก้ยืดตัวขึ้น วิโอล่ารับรู้เพียงแค่นั้น และหลังจากนั้นเธอก็ได้ยินเสียงส้นรองเท้ากระทบพื้นดังไกลออกไป

หล่อนยกก้อนหินอันหนักอึ้งที่ไม่มีจริงอยู่ในใจออก ขอบคุณที่ไม่มีเรื่องหนักหนาทว่าต้องกัดริมฝีปากครั้นระลึกได้เรื่องฝั่งนั้นต้องแย่

อันที่จริงคนมีประโยชน์แบบเธอมานั่งที่ห้องสมุดเพื่อรอทำตัวให้มีประโยชน์

วันนี้มีเจ้าหน้าที่รัฐบาลกลุ่มหนึ่งล้ำเส้น หาญกล้า นับว่าบุญที่สะสมมาแต่ชาติปางก่อนหมดเพราะเช้านี้พวกเขาทุกคนพึ่งถูกจับกุม

หัวใจเธอดีดเต้น คนที่มาตามเธอควรเป็นลูกน้องไม่ใช่หัวหน้าแฟมิลี่อย่างเขา จิตใจเธอห่อเหี่ยวรับรู้ได้โดยพลันว่าจะต้องไปเห็นภาพน่าสยดสยอง เธอต้องใช้พลังเพื่อรีดเร้นข้อมูลจากผู้เคราะห์ร้าย และเธอไม่อยากพะอืดพะอมหลังกลับมา

ทว่าอย่างที่พบ บุรุษผู้นี้มาแปลก เขาทำเพียงแค่ยืนเอื่อยเฉื่อยอยู่ตรงประตู เหม่อมองอะไรสักอย่าง จะเข้าก็ไม่เข้าอยู่นานสองนาน

เธอกำลังสงสัยว่าเขาคิดจะทำสิ่งใดทว่าก็ต้องลืมตา และได้คำตอบในทันทีตอนกลิ่นคาวเลือดโชยเข้าจมูก

6 ชั่วโมงในห้องทรมาน เธอรอ เขาเพลิดเพลิน และเหยื่อน่าจะหลุดปากเผยความลับออกมาเอง ไม่จำเป็นต้องพึ่งพลังมหัศจรรย์ของหนึ่งในผู้บริหาร

เวลา 11 โมงหน้าที่เธอจบ

วิโอล่าพลิกหน้าหนังสืออีกครั้ง เสียงเดินยังคงกึกก้อง เป็นอีกเรื่องที่เหนือความคาดหมายว่านักล่าแห่งท้องทะเลรักการอ่าน

เธอพบว่าเขาเป็นโจรสลัดเพียงสองคนในแฟมิลี่ถ้านับรวมโมเน่ด้วย ที่สามารถเจอนั่งอยู่ในห้องหนังสือได้เป็นเวลานาน ๆ

ส่วนนอกนั้นขอร้องแทบตายก็จะหยิบไปเล่มสองเล่ม อ่านสักหน้าสองหน้าแล้วก็จะวางทิ้งไว้มุมใดมุมหนึ่ง

ภารกิจของเธอทำให้ทราบว่าพวกนอกกฎหมายยังไงก็สำมะเลเทเมา ไม่โคลอสเซียมก็ย่ามโคมแดง หรือบ่อนพนัน คิดดูสิ พวกเขาเอามันไปวางทิ้งไว้ที่นั่น

บางทีวิโอล่าก็เหนื่อยหน่ายที่จะต้องไปเก็บมันกลับมา แต่เพราะบนโลกนี้หนังสือมีราคาแพงและบางเล่มก็หายาก นับเป็นโชคดีหรือโชคร้ายก็ไม่รู้ที่หล่อนดันจำได้และรู้ว่าเล่มไหนที่หายไป

ผลกิโระ กิโระทำให้การตามล่าหนังสือที่สาบสูญเป็นการฆ่าเวลา ถือว่าเป็นที่เชิดหน้าชูตา แม้จะยากจนแต่ราชวงศ์ริคุก็สะสมความรู้ไม่น้อยหน้าประเทศใด

หลงในภวังค์ หาทางออกไม่เจอ แต่จู่ ๆ กลิ่นเลือดก็พัดมาอีกระลอก ก่อนน้ำหนักที่ไม่มีที่มาจะทิ้งลงบนตัก

วิโอล่าอยากจะลุกพรวด ความสงบที่แสวงหาเขาคงไม่ให้ ได้ของที่ต้องการก็ควรจะกลับไป หรือนั่งเอกเขนกส่วนใดส่วนหนึ่งของห้องไม่ก่อกวน

มือเรียวเอื้อมไปหยิบกระดาษที่อีกฝ่ายเขียนยื่นส่งให้

‘เล่มนี้ดีไหม?’ ชวนคุยแบบนี้ หล่อนเผลอขมวดคิ้ว จำเป็นไหมที่ต้องมานอนอ่านตรงนี้

หญิงสาวบีบกระดาษแน่นพร้อมปล่อย ทุกอย่างเกิดขึ้นแค่เพียงเสี้ยววิ ก่อนวิโอล่าจะหลุบสายตาอ่านตัวอักษรบนหนังสือที่โดฟลามิงโก้ถืออย่างรวดเร็ว

‘ผู้ชายคนนี้ไม่มีรสนิยมในการเลือก’

บอกแต่ต้นเธออ่านหนังสือบ่อย อ่านทุกอย่างที่มีในห้องสมุด มันแค่คุ้นแต่ใช่ว่าเธอจะจำเนื้อหาทั้งหมดของทุกเล่มได้

เพื่อความมั่นใจนิ้วเรียวต้องพลิกอ่านหนังสือในมือเขาสองหน้า ก่อนหล่อนจะหยิบปากกาขนนกเขียนตอบว่าอย่าชวนคุย ไม่สิ...

‘ถ้าคุณชอบนิทานปรัมปรา’

อ่านข้อความเธอจบผู้ชายคนนี้ก็แย่งหนังสือที่เธอค้างอ่านไปทันที สาวน้อยรีบกำหนดลมหายใจ ไม่วายวาดนิ้วเกี่ยวปอยผมพร้อมคลึงขมับ

“ปวดหัว?”

พูดไปสองไพ่เบี้ย ฝนตกขี้หมูไหล ทำไมคนจัญไรโคจรมาพบเธอ

‘ฉันว่าฉันเขียนบอกคุณไปตั้งแต่แรกแล้วนะว่าห้องสมุดงดใช้เสียง’ วิโอล่าอยากจะตอบแต่ทำได้เพียงชักสีหน้า

พอเห็นเธอหลุด จังหวะนั้นโดฟลามิงโก้ก็ขำขึ้นมาทันที ร่างหนายกตัวขึ้นจากตัก เก็บรายละเอียดใบหน้าที่นาน ๆ หล่อนจะแสดงออกมาสักครั้งสองครั้ง ชายหนุ่มเลิกคิ้วก่อนหันมองบนโต๊ะก็พบว่ามีแก้วชาเซรามิกสีฟ้าขาววางอยู่ด้วย ในนั้นมันว่างเปล่า ...เขาอารมณ์ดีขึ้นไม่น้อย

“รบกวนไหม?” เจ้าหล่อนหลุบมองตามสายตาแล้วพบว่าเขามองถ้วยชา ส่งสัญญาณให้รู้ว่าตนคอแห้ง ต้องการดื่มน้ำ

ถ้อยคำด่าในใจมากมายผุดขึ้นมาเหมือนดอกไม้บานสะพรั่งที่ได้รับเกสร หญิงสาวหยัดกายขึ้น เดินไปที่โต๊ะกลมตรงมุมเสาที่มีชุดชาวางอยู่ เธอเตรียมมันไว้ให้ตัวเองเพื่อดื่มเอง แต่ในฐานะไวโอเล็ตแห่งดอนกิโฮเต้หล่อนจึงเลือกลุกขึ้นไปทำให้ตามคำขอ

กลิ่นชาดอกหอมหมื่นลี้ขจรไปทั่วห้อง เมื่อคืนวานเธอเดินอยู่ตามตลาดและพบว่ามีพ่อค้าเร่จากทางน่านน้ำเหนือหอบมันมาขาย ดอกไม้ชนิดนี้จะบานสวยงามในช่วงฤดูหนาวที่สุด หากเอามาขายหน้านี้แน่นอนราคาจึงไม่ธรรมดา

คือหมื่นไม่ใช่พัน คล้องจองกับชื่อทักษะพิเศษของผลปิศาจที่เธอมีในครอบครองจึงตัดสินใจซื้อมาแบบไม่คิด ซึ่งตอนนี้ก็เห็นพ้องว่ามันก็คุ้ม

เรียวปากอวบอิ่มแย้มยิ้มเบา ๆ ถ้ารู้ว่ามันกลบกลิ่นคาวเลือดได้ เธอน่าจะลุกขึ้นมาชงตั้งแต่คราแรกแล้ว ช่างหวานอบอวล แถมหลังจากวางไว้ตรงหน้าผู้ชายคนนี้ เขาก็ยกขึ้นดื่มทำให้ห้องทั้งห้องกลับมาเงียบสงบดั่งที่ควรจะเป็น

‘หาอะไรอุดปากเขาได้แล้ว’ หล่อนฮัมเพลง หมุนตัวเดินไปยังชั้นหนังสือโดยไม่รู้ว่าทุกการกระทำมีคนจ้องไหล่บอบบางของเธอไม่วางตา

โดฟลามิงโก้ค่อย ๆ จิบ ชานี้ค่อนข้างแปลกและหอม เหมือนกลิ่นดอกไม้ที่ออกมาจากเส้นผมหรือตัวของสาวตรงหน้า เขากำลังคิดอยู่ว่าตัวเองเคยดื่มรึเปล่า เป็นจังหวะเดียวกับที่เจ้าหล่อนเดินกลับมานั่งฝั่งตรงข้ามพลางวางม้วนกระดาษแผ่นหนึ่งไว้บนโต๊ะ

ห้องสมุดในราชวังเหมือนหอจดหมายเหตุ มีทุกอย่างที่สำคัญจำเป็น และนั่นรวมถึงแผนที่การเดินเรือด้วย ขุนศึกอย่างเขามีไว้เพื่อพิชิตท้องทะเล ทันเห็นเจ้าหล่อนคลี่กระดาษม้วนสีเหลืองออก แล้วคว้าหนังสือเล่มที่เธอบอกว่าเป็นเรื่องเล่าปรัมปราที่เขาไม่ควรอ่านมาวางทับ

มือหนาลดแก้วชาลง หยิบช้อนขึ้นมาคน มองกลีบดอกไม้ในถ้วยว่ายวนดุจเรือลำเล็กที่แล่นตามกระแสคลื่น สิ่งที่กางอยู่บนโต๊ะคือแผนที่อาณาจักรเดรสโรซ่า เขาเห็นแล้ว มันถูกวาดเอาไว้ตรงกลางพร้อมล้อมรอบด้วยเกาะเพื่อนบ้าน

ก็ไม่อยากจะแยแส แต่สายตาคมหลังแว่นต้องเหลือบมองอีกครั้งตอนคู่สนทนาวาดวงกลมไว้ตรงทะเลทางตะวันออกเฉียงเหนือ บอกเป็นนัยว่าที่ตรงนั้นมีอะไรอยู่

เจ็ดเทพโจรสลัดหรี่ตา

“ใคร?” ไวโอเล็ตผ่อนลม ดึงใบประกาศจับออกมาจากกองหนังสือที่วางไว้ด้านข้าง สุดท้ายก็เอ่ยพูดครั้งแรกในห้องสมุดแห่งนี้

“ไกอา” เทพหรือสิ่งมีชีวิตลี้ลับ อีครั้นเห็นชื่อที่ประกาศอยู่ในนั้นก็รู้ว่ามันคือคนเถื่อนที่เรียกว่า ...โจรสลัด

โดฟลามิงโก้หลุบตากลับที่เดิม ยกนิ้วมาเกลี่ยริมฝีปากพลางกวาดลิ้นเลียไปตามเขี้ยว

จบจากนั้นก็มีนี้ ช่วงนี้พวกขยะเหิมเกริม ไม่รู้รึไงว่าที่นี่เป็นอาณาเขตของเขา

“นานไหมกว่าจะโผล่มา” ในเมื่อเลี่ยงไม่ได้ไวโอเล็ตเลยกัดฟันตอบให้มันจบ ๆ

“ไม่เกินชั่วโมง” สาวเจ้าเห็นเขายกชาดื่มจนหมด ทำท่าเหมือนจะยันเข่าลุกขึ้น เธอจึงเปลี่ยนจะมาหยิบอะไรอีกอย่างออกมาจากกองหนังสือ ทว่าต้องชะงัก

“ทำอะไรฆ่าเวลาด้วยกันหน่อยสิ” เวลาตั้งหนึ่งชั่วโมง ทำอะไรได้ตั้งมากมาย

มีไม่กี่ครั้งที่อดีตเจ้าหญิงหันมาทำหน้าตกใจใส่ ก่อนหล่อนจะผูกหัวคิ้ว ใบหน้าคมคายอมยิ้ม เขารู้อยู่แล้วว่าเจ้าตัวรำคาญที่เขาชวนคุยไม่พัก หรืออาจจะคิดอะไรเกินเลย ชายหญิงอยู่สองต่อสองในพื้นที่ปิด ฆ่าเวลาของเธอกับเขาต่างกันไหม

ความคิดลอยไปไกลโพ้น ถึงกระนั้นโดฟลามิงโก้กลับหยิบของออกมาจากอกเสื้อด้านในเหมือนกำลังหยิบปากกามาเซ็นเอกสาร

“Love Letter” ความหมายตรงตัวก็คือจดหมายรัก คงมีหลายคนเพ้อฝัน วาดหวังให้ราชาผู้ร่ำรวยมากเสน่ห์อย่างเขามอบคำสารภาพรักให้

ทว่ามันไม่ใช่ซองจดหมายสีหวาน ที่ข้างในซ่อนกลีบกุหลาบและเขียนด้วยถ้อยคำหวานจับใจ สิ่งที่ชายหนุ่มหยิบออกมาเป็นถุงหนังสีน้ำตาลแดงที่มีเชือกสีทองผูกไว้

จดหมายรักที่เขาบอกมันก็แค่การ์ดเกมอย่างหนึ่ง คนส่วนมากไม่รู้จัก วิโอล่าหันมองทางด้านซ้าย ก่อนพบว่าผู้ชายคนนี้เดินไปโซนที่เก็บของจำพวกนี้มาจริง ๆ ด้วย

“เล่นเป็นไหม?” เธอเล่นเป็น แต่แค่จำไม่ได้ว่าไพ่แต่ละชนิดใช้ทำอะไร หล่อนจึงรับการ์ดอธิบายมาอ่านพร้อมวางไว้ข้างมือ

อุปกรณ์ที่มีคือไพ่ 8 ชนิด มีทั้งหมด 16 ใบ การ์ดแต่ละประเภทก็มอบผลให้ต่างกัน มีราชองครักษ์ บางหลวง ขุนนาง สาวใช้ องค์ชาย พระราชา พระภคินีและองค์หญิง เรียงแต้มจากเลข 1-8 ตามที่ว่า และมีโทเท็มรูปหัวใจสีแดงเป็นของรางวัล

วิธีเล่น เริ่มแรกทุกคนจะถือได้แค่ 1 ใบ ถึงตาตัวเองก็แค่จั่วอีกใบ เลือกทิ้งหนึ่งของสองเพื่อขอใช้ความสามารถของการ์ดใบนั้น ทุกอย่างจะสนุกก็ต่อเมื่อได้ขจัดคู่แข่งให้พ้นทาง ได้เห็นความพ่ายแพ้ย่อมต้องสะใจ เป็นปกติของสันดานมนุษย์

แถมนิยามของเกมก็ไม่ยาก เป็นไปตามชื่อ ในเมื่อปรารถนาความรักจำต้องฝ่าฟันและมอบ Love Letter ไปให้

ต้นเหตุเพราะเกิดจากบุรุษน้อยใหญ่หวังครอบครองเจ้าหญิงผู้มีสิริโฉมงดงาม ทว่าน่าเสียดายแม้ถวิลหาสักเพียงไหน หากแต่เจ้าหล่อนเอาแต่กักขังตัวเองอยู่ในปราสาทไม่ออกมาพบหน้าใคร ๆ

เปรียบดังคนสุดท้ายที่เหลือรอดและแต้มไพ่ในมือมากสุด เขาผู้นั้นถึงจะเป็นผู้ชนะ และได้ดวงใจของพระองค์หญิงไปครอบครอง...

“Princess first” โดฟลามิงโก้ผายมือ วิโอล่ายิ้มเยาะ เขาเป็นคนเย้ยหยันเก่งจริงนะ

เธอสับไพ่ในกอง หยิบใบแรกมาได้ราชองครักษ์ เลือกอีกใบส่งให้เขา และจั่วอีกใบได้บาทหลวง

องครักษ์สามารถทายการ์ดในมือผู้เล่น ส่วนบาทหลวงคือดูไพ่ในมือผู้อื่น

มองหรือเดา เธอคิดว่าไม่ค่อยมีอารมณ์อยากเล่นเลยเลือกเดา พลางทิ้งราชองครักษ์ลงไป

“คุณได้พระราชา” และในฉับพลันคิ้วผู้ชายตรงข้ามก็กระตุกในบัดดล

“เฮ้ ห้ามใช้พลังของผลปิศาจ” หล่อนหัวเราะออกเสียง กลอกตา ใช้หรือไม่ใช้ตัวเธอย่อมรู้ดีที่สุด

ในเมื่อคิดว่าเกมมันน่าเบื่อเลยสุ่มตอบไปมั่ว ๆ ก่อนจะเลิกคิ้วครั้นได้โอกาสถากถาง “หรือว่าคุณไม่ใช่พระราชา?”

ใช่ ตอบส่ง ๆ ไปงั้นแหละ พอเห็นโดฟลามิงโก้อารมณ์ไม่ดีวิโอล่าก็คิดว่าเกมนี้มันไม่น่าเบื่อเท่าที่คิด ทว่าก็เพียงเล็กน้อยเท่านั้น หล่อนไม่ค่อยชอบเวลาชายหนุ่มบอกว่าตานี้เธอชนะ พร้อมชูโทเท็มรูปหัวใจก่อนจะกดลงบนโต๊ะแล้วเลื่อนส่งมันมาให้เธอ

สายตานักฆ่า นักเต้นหรือสายลับที่ชื่อไวโอเล็ตเย็นยะเยือก ภาพที่เขากำลังมอบหัวใจให้มันประหลาด ทั้งที่เขาก็หาได้มีอยู่ในนั้น

เธอแอบเบนสายตาหลบ เดาะลิ้น คิดว่าทางที่ดีเขาควรควักมันออกมาจากตัวจริง ๆ เพื่อพิสูจน์จะดีกว่า แล้วเธอจะได้อาศัยจังหวะนั้นเอามีดที่ซ่อนไว้หลังผมแทงมันตอนที่ยังเต้นเพื่อต่อชีวิตเฮือกสุดท้าย

“เธอควรเก็บความคิดที่จะฆ่าฉันไว้มิด ๆ บ้างนะไวโอเล็ต” ตาที่สองเขาเริ่มก่อน และในไพ่มือเธอคือองค์หญิง การ์ดใบเดียวที่แต้มมากสุดเพราะเจ้าหญิงคือจุดหมายของเกม

กงกรรมกงเวียนรึไง หล่อนไม่รู้ว่าไพ่อีกใบเขาได้อะไรทว่าชายหนุ่มดันทิ้งการ์ดองค์ชาย การ์ดที่เลือกผู้เล่นให้ทิ้งไพ่ในมือได้หนึ่งคน แน่แท้จะเลือกตัวเองก็ได้ ทว่าผู้ชายคนนี้ดันไม่ทำ

เกมนี้มันเสียดสีเส้นทางชีวิตของเธอและเขา

เขาบอกให้เธอทิ้งของที่อยู่ในมือ บอกให้เธอทิ้งเจ้าหญิงและเธอต้องทิ้ง

กติกาพิเศษของเกมนี้ ในเมื่อองค์หญิงตกอยู่ในมือ คุณต้องรักษาเขาไว้ดี ๆ หล่อนคือคนที่ทุกคนในวงหมายปองแต่คุณดันสะบั้นเยื่อใย คุณเป็นคนใจร้าย คุณไม่เห็นคุณค่า ในเมื่อคุณปล่อยมือจากเธอ ปล่อยมือจากไพ่ใบนี้เมื่อไหร่ คุณก็จะแพ้เมื่อนั้น

วิโอล่ากอดอกแสยะยิ้มบอกว่าก็แล้วแต่เถอะ ก็เหมือนที่หล่อนเป็นราชนิกุลอยู่ดี ๆ ก็มีคนเข้ามาขู่บังคับ ประกาศว่าราชวงศ์ริคุจะไม่ได้ครองราชย์นับแต่บัดนี้

ร่างน้อยหัวเราะขึ้นจมูก มองโดฟลามิงโก้ที่เสแสร้งแกล้งทำเป็นประหลาดใจ ริมฝีปากเขาอ้าขึ้นเล็กน้อยก่อนจะหุบลงเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น ก่อนคนผมทองจะเงยหน้ามองเธอนิดหนึ่งแล้วเหน็บแนม

“ชีวิตมันเส็งเคร็งเนอะ” น้ำเสียงเข้มนั้นพูดพลางหัวเราะ ผู้ชายคนนี้ไม่เคยพลาดจังหวะงาม ๆ สาวน้อยเริ่มใหม่โดยไม่สนใจคำพูดลอย ๆ ความหงุดหงิดตีตื้น การล้อเล่นควรรีบจบแต่ในเมื่อตกหลุมไปแล้วมันมักไม่จบสักที

สุดท้ายมันก็กลับมาอีกแล้ว ทำไมการ์ดองค์หญิงถึงได้วนมาอยู่ในมือเธออยู่เรื่อย ถูกอย่างที่เขาว่าโชคชะตาเส็งเคร็งจริง ๆ

ลองคาดว่าใบต่อไปที่จะจับได้คืออะไร และหล่อนก็ต้องยิ้มสมเพช

‘สาวใช้’ กับ ‘องค์หญิง’

เฮอะ! ล้อกันเล่นรึไง เธอคือเจ้าหญิงและในวันเดียวกันก็กลายเป็นเด็กรับใช้ สถานะที่ผลัดเปลี่ยนเพียงชั่วข้ามคืน

เธออยากรู้ว่าโดฟลามิงโก้ได้ไพ่อะไร จึงเลือกใช้พลังของผลปิศาจ

สารภาพตามตรงว่าครั้งแรกเธอไม่ได้โกง ทว่าเวลานี้พระเจ้าเย้ยหยันและร่วมหัวเราะเยาะดังทั่วแผ่นฟ้า

สิ่งที่เห็นในมือเขาคือพระราชา…

สายลมอ่อน ๆ พัดผ้าม่านให้ส่งเสียงอีกครั้ง นัยน์ตาไวโอเล็ตมีความมืดแวบผ่าน มันพัดมาพร้อมกับอดีตที่กระซิบเรียกบอกให้เธอย้อนกลับไปวันนั้น วันที่ประเทศถูกโอบกอดด้วยเปลงเพลิง และทั้งอาณาจักรก็ถูกครอบงำ

โทเท็มรูปหัวใจที่เสมอกันก่อกำเนิดความรู้สึกผิดท่วมท้นจิตใจ

ใช่ ‘องค์หญิง’ กับ ‘สาวใช้’ และคืนนั้นในห้องสูท ห้องบรรทมที่เคยเป็นของบิดา

วันนั้นก็เหมือนวันนี้ มันเป็นวันที่สาวใช้ผมสีมรกตลืมมัดผ้าม่านและปล่อยให้มันปลิวแทบจะหลุดลอยออกไปไกล เสียงเนื้อผ้ากรีดร้อง ครวญครางดังพอ ๆ กับเสียงหอบหายใจของคนสองคนที่อ่อนแรงและผิดที่ผิดทาง

คืนนั้นไม่มืดมิด แถมเหตุการณ์ทุกอย่างเกิดขึ้นและจบลงในที่เดียว

ผ้าไหมราคาแพงเสียดสีกับแผ่นหลังจนระบม เธอเหมือนเรือลำเล็กที่ถูกสาดซัดด้วยพายุลูกใหญ่โยกไหวอยู่กลางทะเล

พระจันทร์ส่องสว่างฉาบทั่วทั้งเตียงจนกุหลาบแรกเยิ้มหมดหนทางที่จะหาเงาหลบซ่อน เธอเห็นเม็ดเหงื่อผุดตรงหน้าผากชายบนร่าง ก่อนมันจะกลิ้งหล่นไปตามร่องอกและไหลหายสู่ความมืดที่เบื้องลึก

หน้าท้องส่วนล่างที่ชนกัน เธออดไม่ได้ที่จะจ้องมอง เพราะมันคือเครื่องยึดเหนี่ยวจิตใจเพียงอย่างเดียว ชี้ชัดว่าตนไม่ได้ฝันดี

น้ำตาไหลเหือดหาย วิโอล่าบีบไพ่ในมือ แน่นให้มากพอกับความเจ็บปวดในคืนนั้นที่ถูกทำให้รู้จักคำว่าผู้ชายเป็นครั้งแรก

ป่าเถื่อนและไม่มีความละเอียดลออ

เธอคิดว่าอีกฝ่ายต้องตาบอด ถึงไม่เห็นว่ากายเราทั้งคู่แตกต่างกัน

เวลาไหลยาวนาน ผ่านช้าเหมือนเป็นปี เขาไม่ได้ยินว่าเธอร้องไห้ เขาไม่เห็นหรือว่าทำนองนี้มันไม่ไพเราะ เสียงที่เกิดขึ้นไม่ใช่เสียงสุขสมแต่เป็นเสียงร่างกายที่ฉีกขาด เธอไม่เข้าใจว่าการกระทำตอนนี้ทำให้เขาครางมีความสุขได้อย่างไร

ทุกการขยับมีแต่ความทรมาน คอยกระตุ้นให้ผู้ชายคนนั้นเอาแต่เพิ่มความหนักแน่น ปล่อยตัวลุ่มหลงและมัวเมาในราคี

เขาคิดว่าเลือดสีแดงที่หลั่งรินออกมาคือลวดลายของผ้าปูรึเปล่า ริมฝีปากเขาเม้มแน่น วิโอล่าอธิษฐานว่าอีกฝ่ายอาจจะรู้ตัวแล้วว่าร่างเล็ก ๆ นี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อตอบสนองอารมณ์ของเขา

ทว่ายิ่งเธอขยำผ้าปูแรงเท่าไร ผู้ชายคนนี้กลับยิ่งแค่นเสียงหัวเราะ

มือหยาบวางบนคอเรียวแล้วกำหลวม ๆ ก่อนเขาจะแทรกเข้าไปอยู่ในกายเธอจนมิด ต่างฝ่ายต่างครางลั่น ก่อนโดฟลามิงโก้จะหยุด ผ่อนลมหายใจพร้อมก้มมองด้านล่าง

“เธอดูถูกตัวเองมากเกินไปนะเจ้าหญิง เห็นไหม เราออกจะเข้ากันได้ดี” ภาพสุดท้ายที่เห็นคือเขาพึงพอใจ ก่อนสาวน้อยจะหลับตาไม่อยากรับรู้ว่าเขาเคลื่อนไหวหรือคร่ำครวญอะไร ปล่อยให้ทั้งร่างเด้งขึ้นลงอย่างน่าอับอาย

เพราะไร้เดียงสาจึงไม่ทันคิดว่าคืนนั้นเป็นคืนแรก ที่คนหยิ่งผยองเช่นโดฟลามิงโก้คุกเข่าให้ขมิ้นน้อยในกรงทอง

ได้รับทั้งชัยชนะและปราชัย จะยิ่งใหญ่มาจากไหน ยามอยู่บนเตียงเขาก็ต้องคุกเข่าให้เธออยู่ดี

เรื่องราวจะเป็นอย่างไร จะเล่าด้วยคำปรามาสขนาดไหน สุดท้ายก็หนีไม่พ้นว่าคืนนั้นเขาทำร้าย แต่ในขณะเดียวกันก็คือเขาอีกนั่นแหละที่เป็นฝ่ายโอบอุ้มร่างอ่อนแรงเข้าห้องน้ำหลังทุกอย่างจบลง ล้างรอยบาปที่ไหลโชกเต็มสองขาให้กลับมาเกลี้ยงเกลาเหมือนกายนี้ปราศจากมลทิน

ย่างก้าวที่มั่นคง อ้อมกอดที่แนบสนิท ก่อนอีกฝ่ายประทับจุมพิตไว้หลังซอกคอ กระซิบบอกว่าต่อจากคืนนี้และอีกหลายค่ำคืนนับจากนี้เราจะค่อย ๆ ใช้เวลาทำความรู้จักกัน มันสะกดให้วิโอล่าต้องซุกตัวอยู่ใต้ที่นอน ต้องการหนีไปให้ไกล แต่ข้างหลังมีชีวิตของครอบครัวเป็นเดิมพัน หล่อนจึงเลือกที่จะหลับตา

โหดเหี้ยม

ได้โปรดอย่าพูดคำปลอบใจทั้งที่สองมือก็ยังทำร้ายทั้งกายและวาจา

แต่ทำไมมือคู่นั้นถึงอบอุ่นและสวยงาม มือที่เอื้อมมาลูบศีรษะเธอจนมิดพร้อมบอกว่า “พรุ่งนี้ไม่ต้องไป”

วันครองราชย์ รุ่งเช้าสภาพบ้านเมืองและผู้คนที่เปลี่ยนมาสรรเสริญราชาองค์ใหม่นั้นมีมากเพียงพอ หล่อนไม่จำเป็นต้องไปอวยพร เหตุเพราะคืนนี้เธอได้มอบและร่ำร้องให้เขามากจนพอ

มีส่วนไหนของเดรสโรซ่าที่ไม่ได้เป็นของเขาบ้าง ทว่าขุนศึกแห่งท้องทะเลคิดว่าคงไม่มี พลางหัวเราะแล้วก้มลงมากัดริมฝีปากเธอและบอกว่าพักผ่อนเถอะ

พอนึกย้อนถึงตรงนี้ แพขนตาหนาดังปีกผีเสื้อก็ปิดลง ฝ่ามือเธอสั่นไหวจึงต้องกำมันแน่น

“ใช่ มากพอแล้วจริง ๆ”

ทุกอย่างยุติได้ และเวลานี้เธอแพ้แล้วจริง ๆ

มือที่วาดท่วงท่ายามเต้นอยู่บนเวทีจนหลายคนต่างหลงใหลทิ้งไพ่เจ้าหญิงลงบนกอง

เธอทิ้งมันและเก็บไพ่สาวใช้ไว้ในมือ

บอกแต่แรกถ้าทิ้งการ์ดใบนั้นคนทิ้งจะแพ้เลย วิโอล่าไม่สนอะไรทั้งนั้นและเธอตัดไม่มีเหลือ หญิงงามที่วาดอยู่บนไพ่ดูเศร้าสร้อย หากมีชีวิตคงร้องถามว่าตนทำอะไรผิด เธอสารภาพว่าหล่อนไม่ได้ผิด พลาดที่เธอเองไร้ซึ่งกำลัง

ขณะนี้เกมจบลง และอากาศเปลี่ยนมาอบอ้าว ดวงอาทิตย์ตั้งตรงบนท้องฟ้า เสียงนกดังไกลลิบทว่าในห้องความเงียบเข้าคืบคลาน ท้ายที่สุดบุรุษตรงหน้าก็คว่ำการ์ดในมือลง โดฟลามิงโก้เคาะเบา ๆ ที่หลังไพ่

การไล่ตามคนคนหนึ่งมักยาก และเขาบอกเลยว่าเสียเวลาเปล่า เพราะฉะนั้นเขาถึงไม่วางใจไว้ที่ใคร แต่ความละโมบบอกให้เขาเอาใจใส่ผู้หญิงข้างกายเล็ก ๆ น้อย ๆ

“แบบนี้ก็แย่สิ” เธอทำให้คนชนะกลายเป็นคนแพ้ได้อย่างง่ายดาย จะมีประโยชน์อะไรถ้าตัวเจ้าหญิงหมดหวังและไม่คิดจะสานสัมพันธ์

“ช่วยไม่ได้ อยาก...”

“เขามาแล้ว” คำว่าอยากแก้มือไหม พูดไม่ทันจบเสียงหวานก็ดังขัดจังหวะ นิ้วที่กำลังจะแตะโดนกองไพ่ของโดฟลามิงโก้หยุดชะงัก เขาแหงนมองตามสายตาไวโอเล็ตก็พบว่าหล่อนกำลังมองออกไปนอกหน้าต่างทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ

ความโกรธในใจราชันผุดขึ้นมานิดหน่อย ชายหนุ่มยืนขึ้น วิโอล่าพึ่งเห็นว่าแท้จริงแล้วโดฟลามิงโก้ก็เอาเสื้อคลุมขนนกมาด้วย เธอพึ่งรู้ว่ามันแขวนอยู่ตรงมุมทางเดินและโดนชั้นหนังสือบังอยู่ อีกฝ่ายสลัดเสื้อตัวเดิมออกก่อนคลุมเฟอร์ขนนกไว้บนไหล่

ทุกท่วงท่าเป็นไปอย่างสง่างาม เขาเดินกลับมาทางหน้าต่างบานเดิมอีกครั้ง ยั้งขาก้าวหนึ่งพร้อมกระโจนสู่ความว่างเปล่า

“พวกเขาไม่เก่งพอต้องให้คุณออกโรงหรอกนะ” เธอสัมผัสได้ถึงความโกรธ หากอยู่กับใครคนหนึ่งมากไป จะเดาได้แม้กระทั่งความคิดอ่านของเขาด้วย และเธอรู้ว่าเจ้าตัวกำลังงุ่นง่าน ทว่าก็ยังหาคำตอบไม่ได้ว่าเหตุใดร่างนั้นถึงหันมายิ้มเสียดสีให้เป็นของตอบแทน

“คนตายก็มีวิธีมอบความบันเทิงในแบบฉบับของคนตาย ฝากเก็บจดหมายรักของฉันด้วยนะเจ้าหญิง แล้วคืนนี้อย่าลืมไวน์และแก้วสองใบ”

‘เมื่อเช้าทรมานคนยังไม่สาแก่ใจหรอกเหรอ’

เจ้าของปราสาทบินจากไปแล้ว หล่อนจึงทิ้งหลังลงพนัก วิโอล่าจ้องโทเท็มรูปหัวใจนั้น แสงสีแดงจากเพดานยิ่งขับให้มันสะท้อนดูแวววับ แต่ครั้นแก้วตากลมโตกลิ้งไปมองอีกมุมก็พบซองสีขาว

“เก็บจดหมายรัก ...สินะ?” สำหรับโดฟลามิงโก้แล้วนี่อาจจะเป็น Love Letter ของเขาจริง ๆ ก็ได้

สาวงามพึมพำว่าได้สิ เดี๋ยวจะเก็บไว้ให้ พร้อมต่อว่าไวน์แดงหรือสปาร์คกลิ้งไวน์ดี แก้วสองใบสินะ เธอจะเอาไปสาม เพราะบางทีเธอไม่ทันได้ดื่มเข้าก็แย่งมันไปแล้วทาบร่างกายใหญ่โตเข้ามาแทน

คิดอีกทีหรือคืนนี้ต้องเอาไปสี่ เนื่องจากวิโอล่านึกขึ้นได้ว่าลืมรายงานเขาเรื่องหนึ่งไปเสียสนิทเลย

 

 

 

 

 

 

ทุกอย่างจบไปแล้ว ถ้าชายที่ชื่อดอนกิโฮเต้ โดฟลามิงโก้ใช้ ‘ด้ายกาฝาก’ ทุกอย่างก็ไม่จำเป็น

แค่เลือกตัวละครที่น่าจะเก่งที่สุดบังคับให้ไล่ฆ่าลูกเรือทั้งหมด เท่านี้ก็สามารถนั่งชมโชว์ได้อย่างเพลิดเพลิน แต่คิดอีกแง่ถ้าผู้ถูกชักใยและผู้ร่วมแสดงอ่อนแอเกินไปก็พานให้หมดความสนุกได้เหมือนกัน

เพลานี้ร่างสูงใหญ่ของเขากำลังนั่งพาดขาอยู่ในห้องบัญชาการของกัปตัน เรือลำนี้ถือว่าเข้าท่า ถ้าเทียบกับทักษะ ฝีมือของพวกมันนับว่าโกโรโกโสกว่าเรือเยอะ สมบัติมีไม่น้อยเขาจึงสั่งให้คนในแฟมิลี่ตามมาสมทบและพาเรือเข้าฝั่ง

เสียงจอแจยังมีอยู่ข้างนอก หน้าต่างข้างหลังมีเงาคนวิ่งเพ่นพ่านเนื่องจากเดลลิงเจอร์อยากจะลองใช้ดาบเลยขอให้เบบี้ไฟว์แปลงร่างเป็นอาวุธเพื่อฝึกฝีมือ หุ่นฟางก็ไม่ใช่ใครที่ไหน ‘ไกอา’ กัปตันที่หมดอาลัยตายอยากผู้นั้น

ผู้ที่จะยืนก็ไม่มั่นจะล้มก็ไม่ได้เพราะเจ็ดเทพโจรสลัดที่จู่ ๆ ก็บินมาหายังไม่คลายพันธนาการออกจากร่างกายเขา

โดฟลามิงโก้นั่งมองหีบเครื่องประดับเล็ก ๆ และกุญแจโบราณดอกสวยที่วางอยู่ใกล้ ๆ ครั้นคิดว่าเสียงข้างนอกเริ่มจะดังเกินไป เขาจึงขยับนิ้วแล้วมีเสียงล้มดังตึง แอ่งเลือดนองเต็มพื้น เด็กผู้ชายกรีดร้องโวยวายว่านี่พึ่งอุ่นเครื่อง ทว่าความเฉยเมยของนายน้อยก็กล่าวว่าหมดเวลาฝึก ทุกอย่างควรยุติทันที

วินาทีที่เรือกลับมาสงบ ร่างหนาขยับเข้าไปมองหีบไม้ใกล้ ๆ อีกหน ความมืดในห้องปกปิดพื้นที่ส่วนใหญ่บนใบหน้าเขา

มีสาว ๆ หลายคนเคลิบเคลิ้มและชมว่าเขาหล่อเหลา ต้องมีคนโกหก เนื่องจากก็มีผู้หญิงคนหนึ่งอีกเช่นกันที่ชอบขมวดคิ้วแล้วเขียนไว้บนหน้าผากว่าใครบอกคุณแบบนั้น

โดฟลามิงโก้ได้คำตอบแล้วว่าน่าจะมีคนหลอกตัวเอง นิ้วยาวลูบของที่อยู่ในหีบเล่น ผงะไปเล็กน้อยยามพบว่าแขนเสื้อเขาเปื้อนเลือด มิน่าเล่าบรรณารักษ์เฝ้าห้องสมุดถึงอารมณ์ไม่คลายเพราะเหม็นสาบนี่เอง ก่อนชายหนุ่มจะจ้องมองของด้านในพร้อมลงมติว่ามันไม่ใช่ของหรูหราอะไรเลย

ความอลังการเพียงอย่างเดียวคงเป็นพลอยทับทิมที่ประดับไร้ตำหนิอยู่ด้านบน ความละเอียดของตัวมันเนียนสวยเกินกว่าจะเรียกว่าไม้ธรรมดา ยามเห็นใบรับรองจากช่างฝีมือแล้วอ่าน ก็พบว่ามันทำมาจากต้นไม้อดัม

ต้นไม้แห่งสมบัติอันลึกลับที่ไม่กี่วันก่อนพึ่งมีคนมาประมูลจากใต้ดินไปด้วยราคา 200 ล้านเบรี และวันนี้ราชาแห่งเดรสโรซ่ากลับเห็นมันมาวางอยู่ตรงหน้า

เขาอยากได้ไหม ไม่มากขนาดนั้น ก็แค่อยากสะสมไว้ในคอลเลคชั่น ของหายากหากเก็บไว้มันจะยิ่งทรงคุณค่า

“นายน้อย เรือใกล้เทียบฝั่งแล้วนะ” เสียงเบบี้ไฟว์ทักก่อนจะหยุดสูบบุหรี่อยู่หน้าห้อง ครั้นเห็นบนโต๊ะยังมีหีบสมบัติหลงเหลืออยู่นางจึงพูดต่อ

“เรือนี้มีสมบัติมากกว่าที่คิด แล้วบนโต๊ะนั้นจะให้ฉันเก็บขึ้นไปด้วยไหม” ทว่าโดฟลามิงโก้ทำเพียงยิ้มเป็นคำตอบ สะบัดมือบอกว่าไปเถอะแล้วปิดฝากล่องเครื่องประดับลง

มีรางวัลอะไรต้องแบ่งกัน แต่ถ้าหัวหน้าแฟมิลี่แสดงชัดว่าอยากเก็บไว้ พวกเธอก็ไม่มีอะไรจะพูด

“ในนั้นคืออะไร สร้อยคอ? แหวน?”

“มีคนที่ทำประโยชน์มากมายแต่ไม่คิดจะฉกฉวยของรางวัลอยู่”

“อ๋อ” เมดสาวตอบรับยานคาง “นอกจากบ้านเมืองและชีวิตของครอบครัวเก่าแล้ว คนคนนั้นคงไม่สนใจรับอะไรล่ะมั้ง”

โดฟลามิงโก้เงียบลง ทุกคนรู้ความสัมพันธ์ไม่ลับทว่าก็ไม่ได้เปิดเผยนี้ ปล่อยสายตามองตามร่างของคนในแฟมิลี่หายลับไปจากประตู ก่อนแก้วตาเฉียบคมจะวกกลับมาจ้องกล่องนั้นอีกครั้ง

“แค่จดหมายรักเธอยังไม่รับเลย แล้วนับประสากับของที่ปล้นมา” สิ่งที่หญิงสาวปรารถนาไม่เคยเปลี่ยนมาหลายปี แต่ช่างน่าเสียดาย แม้จะเปิดให้เข้ามาในพื้นที่ส่วนได้ เขาไม่คิดจะคืนสิ่งที่ช่วงชิงให้

ของที่เป็นของเขา จะผ่านพ้นวันคืนอย่างไรมันก็เป็นของเขา ผู้คน ราชอาณาจักรและอำนาจ ดังเช่นแหวนทับทิมวงนี้ที่คาดว่าขยะที่อยู่ข้างนอกคงจะไปหลอกล่อผู้หญิงที่ไหนมาแต่งงาน

ร่างสูงเหยียดยิ้ม หยัดตัวขึ้น ยัดหีบไว้ในอกเสื้อ

“แหม ให้ตายสิ ลำบากใจจริง ๆ” โลกเรามันก็แบบนี้ ถ้าแข็งแกร่งไม่พอ มีสิทธิ์อะไรอยากโอบไว้ในกำมือ

ใช่ เหมือนที่เธอจะอาวรณ์ฐานะเก่าทำไม ในเมื่อเขาสามารถมอบฐานะใหม่ที่ดีกว่า

 

 

 

 

 

 

หน้าต่างห้องนอนมักถูกเปิดอ้าไว้เสมอ อาจเพราะต้องการต้อนรับอากาศที่เย็นสบายผิว หรือเพื่อเป็นป้ายบอกทางให้เหล่าคนพเนจรหาทางกลับบ้านเจอ แต่ไม่ว่าอย่างไหนหญิงสาวก็คิดเพียงว่าตนแค่ชอบความเงียบสงบของกลางคืนเท่านั้น

ร่างเย้ายวนเอนกายอยู่บนเก้าอี้ ชุดคลุมผ้าไหมสีม่วงเป็นมันเงาทิ้งรอยแยกอย่างงดงาม เผยต้นขาเนียนสองขาที่ไขว้ทับกันดูน่าลึกลับ แสงจากโคมไฟในห้องขับให้มันเกิดเป็นเงาดูมีมิติ หากมีชายมากตัณหามาพบเห็น คงอยากเอื้อมมือมาจับและเปิดเผยต่อสายตา

วิโอล่ากวาดมองเครื่องเล่นแผ่นเสียงก่อนจะวกกลับมาปอกแอปเปิลในมืออีกครั้ง ด้ามจับของมีดแกะสลักเป็นลวดลายกุหลาบและหนามอย่างบรรจง เธอกดน้ำหนักในมืออีกหน ว่ากันว่าหากปอกเปลือกแอปเปิลได้โดยไม่ขาด คำอธิษฐานจะเป็นจริง

หล่อนภาวนาอะไร แน่นอนว่าต้องเป็นเรื่องสำคัญ มิเช่นนั้นในดวงตาเธอจะเจือความโมโหทำไมยามมีลมกรรโชกใหญ่พัดเข้ามา แล้วเส้นวงกลมที่อ่อนช้อยก็ขาดลงกลางคัน

หญิงสาวเหล่มองเปลือกที่ตกอยู่บนพื้น ก่อนจะใช้ปลายมีดปอกส่วนที่เหลือพร้อมโยนทิ้งไว้ข้างตัว กลิ่นฉุนแรงขึ้นกว่าเดิมมาก ระยะห่างเพียงแค่เงยหน้าก็ประจันสายตา ผู้ชายคนนี้วัน ๆ ยุ่งแต่คำว่าเลือดกับเลือด

“คุณจะอาบน้ำก่อนไหม” เจ้าของห้องตัวจริงกลับมาแล้ว เขายกยิ้ม เสียงเก้าอี้ไม้ลั่นเอี๊ยดตอนอีกฝ่ายวางสองมือตรงที่เท้าแขน โดฟลามิงโก้กักขังคนบนเก้าอี้ให้ตกอยู่ในอ้อมอก

เป็นความรู้สึกเคยชินที่ผ่อนคลาย ยามใช้ด้ายวิเศษพันกับเมฆแล้วเหาะเหินเดินอากาศ มนุษย์เราเคยฝันว่าอยากบินบนท้องฟ้ากันสักหน ซึ่งแน่นอนความสามารถของผลปิศาจพาให้เขามองพวกต่ำต้อยจากข้างบนแล้วโอ้อวดว่ามันจะไปยากอะไร

เขาเคยเป็นพระเจ้า หรือว่าตอนนี้ก็ยังเป็น...

เฝ้าถามนาน ๆ ครั้งว่าในใจตนยังคงเป็นชนชั้นใหญ่หัวสูงเสียดฟ้าไหม

ส่วนในใจเธอยังเป็นองค์รัชทายาทที่รอวันอภิเษกสมรสอยู่รึเปล่า

พอแตะปลายเท้าลงขอบหน้าต่าง เขาก็รู้ว่ามันเป็นแค่เรื่องบ้า ๆ

เป็นแค่ภาพใบเดิม ๆ ที่เห็นมีคนรออยู่ในห้อง คำว่ากลับบ้านที่แท้ก็ใกล้หัวใจมากกว่าสมอง ชะตาชีวิตพัง ๆ ที่พลิกจากหน้ามือเป็นหลังมือ ลิขิตอันแตกสลายที่นำเราสองมาบรรจบกัน

และเขา ...ไม่ใช่เพียงคนเดียวที่ร่วงหล่นจากวิมานที่วาดเอาไว้สวยงาม

โชคชะตาเรา อะไรจะสมพงษ์ขนาดนั้น

“ฉันสงสัย... ว่าเธอชอบพลอยทับทิมไหม”

“พวกเขากำลังตั้งโต๊ะ และรอคุณอยู่ ...และไม่ ฉันไม่ชอบพลอย ขอบคุณ”

“......” คำตอบเธอช่างเจ็บช้ำ สายตาหลังแว่นตกที่นิ้วเรียวที่ชุ่มไปด้วยน้ำหวาน แต่พอเห็นอีกฝ่ายใช้มีดคว้านผลไม้สีขาวเข้าปาก เขาก็ยื่นหน้าไปแย่งกินโดยไม่สนว่าตัวเองกำลังเอาคอวางไว้ตำแหน่งใด รู้แค่ว่าสายตาเธอจับจ้องอยู่ที่ลูกกระเดือกของเขาแน่ล่ะ

อนิจจา ปุจฉา …ตอนหลับ เธอเคยฝันว่าได้ฆ่าเขา เอามีดปาดคอเขากี่หน หรือยามตื่นเธอก็รู้ว่าได้กำมีดไว้จริง ๆ แต่แค่ไม่มีความกล้ามากพอที่จะฟันกี่ครั้งกัน และตอนที่เขาจูบเธอ เธอกัดริมฝีปากพร้อมข่วนหลังเขากี่ที พอคิดว่าความทรงจำนั้นมันนานแทบลืมเลือนชายหนุ่มจึงเคลื่อนหน้าเข้าไปใกล้ทว่าก็ต้องหยุดลง

กลิ่นเหล้า สภาพแวดล้อมแสดงชัดว่าก่อนหน้านี้ไวโอเล็ตไม่ได้อยู่คนเดียว เขาเคยบอกให้เธอเอาแก้วไวน์มาสอง หล่อนเอามาสาม …มันปกติ แต่นี่เอามาสี่ซ้ำมีแก้วสองใบที่ถูกใช้แล้ว รอยลิปสติกที่ติดตรงขอบแก้วดึงให้รอยยิ้มชายหนุ่มลึกขึ้นอีกระดับ

มีไม่กี่คนที่เข้ามาในห้องนอนเขาได้

“เธอเก็บจดหมายรักของฉันไว้รึเปล่าวิโอล่า” โดฟลามิงโก้ยืดตัวขึ้น

“อืม”

“โมเน่ต้องการอะไร”

“เขามาถามสิ่งที่ฝากไว้กับฉัน”

“จดหมาย...” ไวโอเล็ตหันพร้อมไปคว้าซองสีขาวที่อยู่วางอยู่แล้วยื่นให้ มันคือของที่ลูกน้องเขาฝากไว้ และเธอตั้งใจจะส่งให้เขาตั้งแต่ช่วงเช้าในห้องสมุดแล้ว ทว่านายหนุ่มดันหัวเราะสวน

สิ่งที่เธอมอบกับสิ่งที่เขาอ้างมันไกลคนละโยชน์

“ทำไมผู้หญิงสวย ๆ ถึงชอบมีคนรักเป็นงานกันนะวิโอล่า” เจ้าของชื่อทำสีหน้าบอกว่าอย่าเรียกเธอด้วยชื่อนั้นซ้ำ ๆ ก่อนจะวางกลับไปที่เดิมตอนโดฟลามิงโก้หมุนตัวไปทางห้องน้ำ

“คุณจะลงไปร่วมโต๊ะไหม”

“ไม่” ชายหนุ่มเหลือบตาเล็กน้อย ถอดเสื้อผ้าพร้อมเดินเข้าประตู “และเธอก็ไม่ควรไปเหมือนกัน”

แอลกอฮอล์มักกระตุ้นผู้หญิงในเดรสโรซ่าให้มีอารมณ์ร้อนแรง และเขาก็ไม่ได้โอบกอดร่างที่สั่นเทาด้วยเปลวเพลิงมานานแล้ว

กุหลาบมีหนาม รู้ว่าบาดมือแต่ก็ไม่วายอยากจะเด็ดดึง ก็เหมือนยาพิษ เราชอบเคลิบเคลิ้มรสหวานในคราแรก และค่อย ๆ ทุกข์ระทมบนความจริงอย่างทรมาน

 

 

 

 

 

 

ราชาจอมปลอมถามหาจดหมายรักและเธอก็คิดว่าสิ่งที่อยู่ในมือมันต่างกันตรงไหน

หลังออกมาจากห้องน้ำ ชายหนุ่มก็เดินมารินไวน์ ปล่อยให้หยดน้ำจากไรผมหล่นไปบนกระดูกไหปลาร้า พร้อมซึมหายไปในชุดอาบน้ำสีดำที่เขาสวมอยู่

ทำเหมือนไม่ใส่ใจเฉกเช่นทุกที แต่เขาน่าจะเห็นแล้วว่า ‘จดหมาย’ ฉบับนี้มีอะไรที่พิเศษกว่าอันอื่น

ร่างสูงใช้มีดพับของเธอแทงแอปเปิลเข้าปากแล้วยื่นให้ ส่งบอกว่าเธอช่วยเปิดอ่านหน่อยสิว่าคนพวกนั้นเขียนคำบอกรักด้วยข้อความแบบไหน

“มันจ่าหน้าถึงคุณ จดหมายส่วนตัวคุณควรเปิดเอง”

“ใครรับ คนนั้นก็ต้องรับผิดชอบสิ”

“อันที่จริง ก็ไม่ใช่ฉันเหมือนกัน หญิงหิมะต่างหาก”

“เธอเปลี่ยนไปเรียกตัวเองด้วยฉายานั้นตั้งแต่เมื่อไหร่?”

“โดฟลามิงโก้มันไม่ตลก”

“หึ ๆ แล้วเห็นฉันขำไหมล่ะ” ก็หัวเราะอยู่นี่ไง พูดจบเขากระดกไวน์เข้าปาก ย่างสามขุมมาหาพร้อมทิ้งปลายนิ้วไว้บนเนินเนื้อเนียนสวย ก่อนมือใหญ่จะล้วงหายเข้ากอบกุมหน้าอกด้านขวา มือข้างที่ว่างปลดสายเสื้อคลุมแหวกให้อีกเต้าออกมาเชยชม

ลมหายใจร้อนผ่าวรดตรงซอกคอ แรงจากปลายนิ้วโป้งเคล้าคลึงยอดปทุมถันบังคับให้รอยที่ควรเป็นเส้นตรงเบี้ยวเล็กน้อยตอนวิโอล่ากรีดเปิดซองจดหมาย

หญิงสาวคลี่มันอ่านเป็นจังหวะเดียวกับที่ทั้งร่างถูกอุ้มแล้ววางตรงขอบโต๊ะอย่างหมิ่นเหม่ ลิ้นร้อนไล่เลียจากลำคอต่ำลงมาถึงทรวงอก ปลายยอดตั้งชูชันดังลูกเชอร์รี่ ไวโอเล็ตหรี่ตาลงเล็กน้อยยามมันโดนดูดดึงพร้อมหายไปในโพรงปาก

“พวกเขาเขียนถึงดอนกิโฮเต้ โดฟลามิงโก้ ...1 ใน 7 เทพโจรสลัดว่าคุณมีพลังน่าชื่นชม เสน่ห์มากล้นขนาดไหน” ร่างบางพูดพลางหอบหายใจ มือข้างนั้นของเขาจากที่ขยำอยู่ตรงด้านบนก็เลื่อนมาด้านล่าง ไล้วนอยู่ที่ปากทางก่อนจะสอดเข้าสู่ภายใน

“7 วันหลังจากนี้รัฐบาลต้องการให้เหล่ายอดฝีมือรวมถึงเจ็ดเทพโจรสลัดมารวมตัวที่ศูนย์บัญชาการใหญ่กองทัพเรือเพื่อคุ้มกันนักโทษพอร์ทกัส ดี เอส และช่วยต่อกรกับสามขั้วอำนาจ 1 ใน 4 จักรพรรดิ เอ็ดเวิร์ด นิวเกท หากตอบตกลงแล้วไม่มา ทางกองทัพจะส่งพลโทแห่งศูนย์ใหญ่เพื่อมารับคุณด้วยตัวเอง”

“เรียงความรึไง ไม่เห็นจะโรแมนติก นี่น่ะนะจดหมายรัก?”

“ทำไมล่ะ เขาเขียนชื่นชมคุณ แล้วหลังจากนั้นก็ให้เวลากับสถานที่เพื่อนัดออกมาเจอ …ก็ Love Letter นี่ ไม่โรแมนติกตรงไหน”

“จดหมายรักควรเป็นคำขอ ไม่ใช่บังคับ …หึ ๆ แต่นั่นสินะหมัดเพลิง หนวดขาว ยุคสมัยกำลังเปลี่ยนแล้ว นี่มันสงครามชัด ๆ” ไวโอเล็ตคิดว่าโดฟลามิงโก้พูดคนเดียวอีกแล้ว แต่ในจังหวะที่หล่อนหันไปหยิบแก้วไวน์ขึ้นมาจิบ หางตาก็เห็นข้อความกำชับที่ด้านล่าง

เจ้าหล่อนกรีดยิ้ม เผลอยกปลายเท้าข้างหนึ่งขึ้นมาชันโต๊ะก่อนจะวาดเรียวขาออกอีกนิดเพื่ออำนวยความสะดวกแก่เขา เธออยากจะใช้ไวน์ชั้นดีกล่อมให้ตัวเองใจเย็นลง ทว่าวินาทีนั้นผู้บุกรุกกลับแทรกเพิ่มอีกนิ้ว แล้วขยี้ให้ความกระสันพลุ่งพล่านจนเธอทำแก้วในมือหล่น

ความอัดอั้นเริ่มไหลเวียนไปตามกระแสเลือด ก่อนอดีตเจ้าหญิงจะจับแขนสองข้างของเขาไว้เพื่อบอกให้เขาหยุด แต่นายหนุ่มรู้ดีเกินไป โดฟลามิงโก้ก้มลงมาจดจ้อง สัมผัสให้ลึกซึ้ง รัวจังหวะถี่ยิบแล้วรีบชักออกทันทีก่อนที่หญิงใต้ร่างจะเสร็จสมอารมณ์หมาย

“น้อยจังนะ รัฐบาลเขียนมาแค่นี้เหรอ?”

‘ไม่ เขาบอกว่าถ้าปฏิเสธ พวกคุณจะโดนลิดรอนสิทธิ์ กลับไปเป็นแค่โจรสลัดธรรมดา ไม่มีใครคุ้มกะลาหัว’ ทว่าไวโอเล็ตทำเพียงยันตัวขึ้น ชายเสื้อคลุมร่นกลับมาปกปิดสวนต้องห้าม ก่อนปลายนิ้วเรียวจะเกี่ยวปกเสื้อบนตัวเขาเล่น

“คุณจะไปไหม” ยอมไปเป็นสุนัขของรัฐบาล เฝ้าลานประหารของพอร์ทกัส ดี เอส และหันเขี้ยวใส่หนวดขาว เธอหวังให้ความหยิ่งยโสแสนเกียจคร้านในตัวเขามันกำเนิดม่านบังตา แต่ก็อย่างที่ว่าหล่อนรู้จักผู้ชายคนนี้ดีเกินไป

“แน่นอนสิ ได้เห็นการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัย อยู่ท่ามกลางหน้าประวัติศาสตร์ บันเทิงจะตาย เลือดกับความตื่นเต้นนี่แหละ ไม่มีอะไรฆ่าเวลาได้ดีกว่าสงครามอีกแล้ว”

วายร้ายยิ้ม ก่อนจะลากนิ้วที่เปียกชุ่มขึ้นมาเกลี่ยที่มุมปากสีสดตรงหน้าแล้วค่อย ๆ สอดเบา ๆ ให้เธอชิมรสชาติตัวเอง จินตนาการไว้หลายครั้งที่จะอยากเอาอย่างอื่นแหย่เข้าไปในนี้ด้วย

“รู้ไหมมนุษย์เรามันก็เหมือน ๆ กันหมด พวกเขามีสันดานดิบที่ซุกซ่อน และยามได้กระชากความลับออกมา …มันค่อนข้างหรรษาพอ ๆ กับได้แหย่แล้วเห็นความโกรธลอยออกมาจากแววตาลูกสาวราชาองค์เก่านั่นแหละนะ …โอ๊ะโอ๋” วิโอล่าสะบัดมือเขาออกทันที เจ้าของขบขัน

“อะไรกัน โมโหแล้วเหรอ?”

“คุณคิดว่าไงล่ะ”

“ไม่ได้คิดอะไรมาก คิดแค่ว่าตอนนี้เธอควรจูบฉันสักที” มุมปากนั้นฉีกยิ้มกว้าง และมันยิ่งกว้างขึ้นไปอีกตอนไวโอเล็ตยื่นหน้าเข้ามาจุมพิตอย่างว่าง่าย โดฟลามิงโก้กระตุกเชือกชุดคลุมสีดำบนตัว ก่อนปล่อยให้มันค่อย ๆ ร่วงลงกองกับพื้น

…ยอมรับว่าผู้ชายคนนี้มีร่างกายที่งดงามเกินห้ามใจ ปิศาจที่ผ่านขุมนรกมาพันชั้น ทั่วร่างควรจะเต็มไปด้วยบาดแผล ทว่าแสงจันทร์ที่สาดส่องมาบนตัวเขา ให้หารอยที่ไหนก็ไม่มี แต่ไม่ต้องเป็นห่วง สายตาไวโอเล็ตวาววับ

“หึหึ เร่าร้อนจริงนะ” ดูสิคืนนี้แม่นางจะพยศอะไร

ไม่รอช้าโดฟลามิงโก้ก็ตวัดอุ้มเจ้าหล่อนไว้ในอ้อมแขนพร้อมนั่งที่ปลายเตียง

จัดท่าจัดทาง ปล่อยให้เธอโอบแขนรอบลำคอเขา สัมผัสได้ว่าดอกไม้นี้ยังเต็มไปด้วยหนาม มือข้างหนึ่งรองสะโพก อีกข้างก็เตรียมจะสอดตัวเข้าแนบชิดยังกึ่งกลาง

เมื่อก่อนมีแต่ต่อต้าน แต่เพลานี้แค่พูดคุยหล่อนก็พรั่งพรู ชุ่มฉ่ำไปทั้งตัว

สุดท้ายเสียงกรีดร้องลอยมาพร้อมกลิ่นสาบเลือด เขาแทรกกายโดยไม่ให้สัญญาณ โดฟลามิงโก้ตีไขสือ

“แย่จัง ฉันทำเธอเจ็บเหรอ?” วิโอล่าไม่เคยและไม่คิด อยากจะให้เขาหุบปากเท่านี้ หล่อนจิกเล็บแรงขึ้น ทว่าคนหนุ่มทำเพียงร้องซี๊ดพร้อมดันตัวสวน ทั้งคู่ปวดแสบปวดร้อนไปทั่วกาย

“หลังฉันไม่ใช่ที่ฝนเล็บนะไวโอเล็ต เก็บเขี้ยวเล็บของเธอหน่อย”

จะดอกไม้ป่า หรือแมวป่า แบบไหนก็มีอาวุธแหลมคมทั้งนั้น แถมนอกจากจะไม่หยุดข่วนเขา ไม่ฟังคำเตือนของเขาแล้ว แม่นางยังยื่นหน้ามากัดหัวไหล่เขาอีก ทั้งเหงื่อทั้งรอยยิ้มผุดขึ้นเต็มใบหน้าคมยามมือใหญ่กระชับบั้นท้ายงามให้มั่นแล้วยกขึ้นลง โยกไหวแข่งเสียงเนื้อกระทบดังลั่น

แค่พริบตาหญิงบนร่างก็หมดแรง เธอถึงได้อ่อนระทวยปล่อยให้เขาตักตวงควบคุมทุกทำนองตามอำเภอใจ

เสียดสีให้ทรมาน หน้าต่างยังเปิดไว้ ปล่อยให้เสียงครางระงมเคลื่อนไหวไปทุกหย่อมหญ้า กำแพงหินปะทะลมหนาว หากแนบหูราตรีนี้อาจจะได้ยินความอบอุ่นเพราะภายในห้องกษัตริย์กำลังร้อนเป็นไฟ

“ดอฟฟี่” โดฟลามิงโก้แสยะยิ้ม ครางรับในลำคอว่าอะไรหรือ เรียวปากบางยื่นไปกดจูบ พอใจว่าในที่สุดเธอก็ร้องชื่อเขาสักที

ลมหายใจทั้งคู่หนักหน่วง นัยน์ตาสีน้ำตาลเป็นประกายหยาดเยิ้ม จะรักหรือจะแค้น หรืออยากจะดิ้นหนีสักแค่ไหน พันธนาการก็รั้งให้ร่างเราตอบสนองกันเป็นอย่างดี

ชายหนุ่มคำรามลั่น ทิ้งหลังลงเตียงกว้าง ไม่แยแสว่าตัวจะเปื้อนเลือดหรือเหงื่อไคลอะไรก็ตามแต่ ปิศาจสูงสามเมตรหลับตายินยอมให้สาวนักเต้นวาดลีลาอ่อนช้อยอยู่บนตัว สองมือประคองเอวคอดจนมิด แสดงให้เห็นว่าตัวเขาใหญ่โตแค่ออกแรงร่างเธอก็หักได้คาฝ่ามือ แต่ถึงแม้จะเป็นแบบนั้นเขาก็ไม่หักหาญน้ำใจ เอาแต่ส่งมอบความละมุนละม่อม

ไวโอเล็ตหรี่ตา มีอารมณ์ซับซ้อน

“ดอฟฟี่”

“หืม?” น่าแปลก หล่อนเรียกชื่อเขาอีกครั้ง

“ถ้าไม่ไป รัฐบาลจะยึดตำแหน่งคุณ” โดฟลามิงโก้ตกใจ เกือบจะพลั้งปากชมเธอว่าใจอ่อนแล้วเหรอ แบบนี้มันน่า…

“แต่เวลาอยู่ในสงครามก็ขอให้คุณตาย”

“……”

สีหน้าคนผมทองไม่เคลื่อนไหวไปพักหนึ่ง อดีตเจ้าหญิงคลี่ยิ้มอ่อนหวาน

“คุณยังจะไปอยู่ไหม”

“ตอนนี้หัวใจฉันเจ็บปวดมากนะไวโอเล็ต” ผู้หญิงเย็นชา มีอย่างที่ไหน ใช้งานร่างกายเขา แต่แช่งให้เขาไปตาย

หล่อนวางมือทับบนหน้าอกเขา พึมพำเบา ๆ ว่าอย่ามาปลิ้นปล้อน ทว่าแววตานางต้องสั่นไหวครั้นสัมผัสได้ถึงก้อนเนื้อที่เต้นกระหน่ำอยู่ใต้ฝ่ามือ

ความรัญจวนไหลผ่านตั้งแต่ศีรษะจรดปลายเท้า ร่างหนาเร่งความเร็วขึ้น ยกตัว รัดร่างเล็ก ๆ ที่คิดจะผละหนีด้วยท่อนแขนกำยำ ปลดปล่อยและไม่คิดจะปล่อยบทสรุปของทุกอย่าง แรงตอดรัดเรียกเสียงคำรามได้อย่างไม่ยากเย็น ทุกส่วนเกร็งสะท้านอยู่ช้านานจนสุดท้ายก็นิ่งสงบ

บทรักของเธอและเขาเป็นแบบนี้ บางทีก็เนิบนาบ นุ่มนวลจนเหมือนนอนบนปุยเมฆ แต่บางครั้งก็แผดเผา มอดไหม้ดุจขุมนรกชั้นบาดาล ทุกสิ่งตั้งบนพื้นฐาน ผันเปลี่ยนตามอารมณ์

และเธอเคยสงสัยว่าหลังเปลือกตาผู้ชายคนนี้เปล่งประกายแบบไหนยามถึงจุดหมาย เขาหายใจได้แรงเพียงใดครั้นได้คร่ำครวญอยู่ในกายเธอ

หญิงที่ชื่อไวโอเล็ตไม่เคยได้คำตอบแต่สารภาพว่าของเธอมันเหมือนดาวนับล้านลอยระยิบระยับและค่อย ๆ สลายหายไปในพริบตา หลังจากนั้นจะถูกแทนที่ด้วยความอึดอัด เปียกโชกและไม่เป็นธรรมชาติ

สาวเจ้าก้มมองหว่างขา กดหัวคิ้ว

ผู้ชายคนนี้ …อีกแล้ว

“เลอะแล้ว ฉัน… จะไปอาบน้ำ”

แต่เจ้าของวงแขนกลับจ้องตอบ สองมือยังไม่คลายจากเอวเล็กกิ่ว ก่อนจะเลื่อนไปจุมพิตริมฝีปากอิ่มอย่างอ่อนหวาน

ผมสีไม้และปากสีแดงมันเหมือนเครื่องประดับวงนั้น ที่สะท้อนแสงแดดวางอยู่ในหีบสมบัติใต้ห้องดาดฟ้าเรือ

เรียบง่ายแต่ทรงคุณค่า และก็หัวแข็ง

“เย็นชา”

เธอรู้… ว่าเขาคือเผ่ามังกรฟ้า ไม่มีผู้หญิงไหนควรที่จะอุ้มเมล็ดพันธ์ุของสายเลือดผู้สร้างโลก

แต่ตัวเธอแกล้งทำเป็นไม่รู้ว่าเขาเองก็เลิกนับว่าตนเคยฝากฝังมันไว้ในกายเธอไปแล้วกี่ที เจ้าหล่อนถึงได้พยายามจะลุกออกจากตัวเขาครั้นประวัติศาสตร์จะซ้ำรอย

“โดฟลามิงโก้ มันเหนียวตัว”

“ฉันไม่ถือสา” ว่าจบก็ตวัดให้ทั้งสองร่างล้มลงบนเตียง

“แต่ฉันอึดอัด”

“ชู่ว!” แรงดิ้นทำให้รู้ว่าสาวในอ้อมอกประท้วงว่าอย่ามาใช้น้ำเสียงดุเธอเหมือนเด็ก ๆ

“เธอได้ยินอะไรไหม” วิโอล่าชะงัก พอเงี่ยหูฟังมันมีแต่เสียงใบไม้ เธอจึงตอบว่าไม่ได้ยิน คนผมทองสบโอกาสรีบหามุมนอนสบาย ๆ

“อืม ก็ถูกแล้วนี่ เวลานอน เธอเงียบหน่อย อย่าเสียงดัง”

“แต่ฉันไม่อยากนอน!” คนตัวโตลืมตา มีสีหน้าเหลือเชื่อ

“เธอเป็นคนโลภมาก แค่รอบเดียวฉันปรนเปรอเธอไม่พอเหรอ นอนซะ ฉันต้องเอาแรง” หญิงสาวฮึดฮัด เปลืองน้ำลายที่ต้องไปต่อล้อต่อเถียงกับเขา หล่อนทิ้งตัวหันหลังให้ทันทีเรียกเสียงหัวเราะในลำคอให้ลอยอยู่ด้านหลัง

“หึหึ ผู้หญิงใจมาร” นักรบออกศึกทำสงครามทั้งที ก่อนไปมีใครเขานอนแห้งเหี่ยว เปลี่ยวเหงาบนเตียงหนาว ๆ บ้าง ทุกคนเขาก็คว้าสาวงามมาอุ่นเตียงให้ทั้งนั้นแหละ

แถมหล่อนรู้ทั้งรู้ว่าเขาจะไม่อยู่ ก็ไม่มาออดอ้อน ไม่มาเฝ้าบอกให้เขาชนะและกลับประเทศอย่างปลอดภัย สตรีนางนี้มีแต่ทิ้งกับไล่ แถมเขาก็ยังไม่ลืมนะเมื่อกี้เจ้าหล่อนพึ่งอวยพรให้เขาสิ้นชีวา

“เอาล่ะ ไม่พักแล้ว ครั้งนี้เธอจะทำหรือให้ฉันทำ” ร่างหนาพลิกตัวไปจดจ้อง แปลกใจไม่น้อยหล่อนหยิบมีดมาตอนไหน

เสียงหัวเราะดังลั่นห้อง

จู่ ๆ ณ ห้องบรรทมก็เกิดการทะเลาะวิวาท แถมคืนนั้นจบเช่นไรราชาแห่งเดรสโรซ่าจำได้แค่ว่ารุ่งเช้าระหว่างเดินทาง เขาแค่งีบและหาวไปหลายที

 

 

 

 

 

 

เป็นสตรีควรรู้ว่าต้องวางตัวแบบไหน เกิดเป็นเพศที่คนส่วนใหญ่ยังมองว่าเป็นเบี้ยล่าง ทำได้แค่อดทน

นิยามอ่อนแอถูกตีตราไว้บนคำว่าผู้หญิง ต้องอ่อนหวานและนุ่มนวล หากแข็งกระด้างจะถูกตัดพ้อว่าดีดกะโหลก และไม่สมควร

ความผิดพลาดสอนให้รู้ ยามอยู่กับโจรสลัด ...หากเขาขึ้นเธอต้องลง ยามเขาแข็งเธอต้องเป็นปุยฝ้าย หรือตอนอีกฝ่ายเปิดช่องเธอต้องตักตวง และเพลานี้หากอีกฝ่ายคุกรุ่นเธอต้องลูบด้วยน้ำเย็น

มารยาหญิงมีร้อยเล่มเกวียน งัดมาใช้สักหนึ่งก็ไม่เสียหาย

“คุณกลับมาแล้ว” น้ำเสียงเอื้อนเอ่ย ถ้อยคำอ่อนหวานถูกคัดกรองเพื่อหันไปคุยกับคู่สนทนา

บัดนี้ภายในห้องสี่เหลี่ยมผืนผ้าอันตกแต่งเรียบง่ายใจกลางจัตุรัสกลางเมือง กำลังมีผู้ชายคนหนึ่งนั่งอยู่ตรงขอบหน้าต่าง

ติดเป็นนิสัยหรือทำจนชินชา ราชาแห่งเดรสโรซ่าถึงชอบที่จะเข้าตามหน้าต่างหรือไม่ออกตามประตู

แผ่นหลังเขาตั้งตรง แสงจันทร์สาดสะท้อนเส้นผมสีทองพลิ้วไสวดุจผ้าไหมทอด้วยใยมีค่า เสื้อคลุมขนนกทิ้งสะบัดตามแรงลมเปรียบดั่งสิ่งมีชีวิตที่สามารถโบยบินไปทุกแห่งหนบนเกาะน้อยใหญ่

ทุกสิ่งดูนุ่มนวลถ้าเอาความมืดมาบดบังตัวตนที่แท้จริงของอสุรกาย อีกฝ่ายก้มลงจ้องของที่อยู่ในมือเล็กน้อย และวิโอล่าเห็นพ้องว่าห้องนี้ไม่ได้ถูกสร้างมาเพื่อต้อนรับเขา เพราะหลังจากชายหนุ่มปรากฏกายทุกอย่างจึงดูอึดอัดไปชั่วพริบตา

เสียงดนตรีดังก้องทั่วชั้นล่าง เหล้ายาปลาปิ้งถูกแต่งแต้มอยู่ในร้านอาหารแห่งนี้ และโดฟลามิงโก้ยังไม่ละความสนใจจากกล่องที่อยู่เบื้องหน้า สาวงามเองก็อยากก่นด่าเขาให้สาแก่อารมณ์ สิ่งของส่วนตัวเหตุไฉนถึงมาจับต้องเหมือนเป็นของของตนเอง

“สวยดีนี่” พูดจบเขาก็หยิบเจ้าสิ่งนั้นออกมาจากกล่อง ชายหนุ่มหนีบมันเบา ๆ ไว้ระหว่างนิ้วชี้กับนิ้วโป้ง “หากเป็นของแท้จะมีค่าการกระจายแสงที่สูง สะอาดและใส แถมยัง...”

วิโอล่าเลิกคิ้วยามอีกฝ่ายรดลมหายใจแสนร้อนใส่มันแล้วค่อย ๆ เลื่อนขึ้นมาดู

“ไม่มีไอน้ำและไม่ขุ่นมัว ไม่เลวเลย สมกับเป็นแหวนเพชรน้ำดี กี่กะรัตกันนะ คนให้มันกับเธอรสนิยมใช้ได้”

“พึ่งรู้ว่ากษัตริย์แห่งเดรสโรซ่าเป็นช่างเพชรพลอยมากฝีมือ คุณมีธุระอะไรหรือเปล่าคะ” ชายโดนเหน็บนิ่งเฉย เก็บแหวนเพชรเม็ดงามไว้ที่เดิมก่อนปิดกล่องแล้ววางไว้ข้างตัว ชายหนุ่มใช้ปลายนิ้วกลางแตะเบา ๆ ที่ซองสีหวานบนโต๊ะก่อนจะเลื่อนเข้ามาใกล้

หญิงสาวผ่อนลม อีกฝ่ายยังทำตัวไร้มารยาท คนชื่นชมสาวนักเต้นนามไวโอเล็ตมีมาก รู้ทั้งรู้ก็ยังถือวิสาสะเปิดอ่านการ์ดที่แนบมากับกล่องของขวัญก่อนเธอเสียอีก

“หืม แบบนี้สิถึงจะเรียกว่าจดหมายรัก” โดฟลามิงโก้เท้าคางอ่าน ดูไม่ออกว่าสุขหรือทุกข์ บนใบหน้าเขาประดับรอยยิ้มจาง ๆ ที่มักสวมไว้เพื่อลวงตาและพกลม

“คุณกำลังละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวของฉัน”

“คราวที่แล้วเธอยังอ่านจดหมายของฉันเลย ฉันเลยมาอ่านของเธอบ้าง” ตอนนั้นเขาบอกให้เธออ่านไม่ใช่รึไง แต่ก็...

“ตามใจคุณเถอะ”

“จริงจังน่าดูเลยนะ”

“อะไรคะ?”

“คนในจดหมาย หลงรักเธอหัวปักหัวปำน่าดู ...งี่เง่าชะมัด” ผู้ชายคนนี้เป็นอะไรอีกล่ะ อยู่ ๆ ก็บินเข้ามานั่งมองเธอโดยไม่พูดอะไร ซ้ำยังมาแตะต้องเรื่องส่วนตัว สนทนาหัวข้อไร้สาระ

“ถ้าคุณไม่มีธุระอะไรแล้ว ฉันขอตัวไปทำงานก่อน”

“ฉันเห็นเธอเต้นเมื่อช่วงหัวค่ำ ...โชว์ดี ๆ ไม่ควรแสดงบ่อยมากเกินไป มันจะน่าเบื่อนะ”

“ช่างเป็นเกียรติที่ราชาเสด็จมาชมการแสดงด้วยตนเอง หวังว่าการแสดงของฉันจะทำให้คุณมีความสุขในค่ำคืนนี้ ฉันต้องไปทำงานแล้ว” หล่อนพูดไปก็ใช้สองมือใส่ตุ้มหูไปพลาง การพูดคุยไม่ได้เล่าจากสายตา ทุกอย่างดำเนินผ่านกระจกบนโต๊ะเครื่องแป้ง และอีกสิบห้านาทีต่อจากนี้เหล่าผู้ชมกำลังรอยลโฉมสาวงามมาเริงระบำ

“เธอควรกลับปราสาท”

“ภารกิจฉันยังไม่เสร็จ”

“เธอคงไม่คิดว่าเมื่อกี้เป็นคำขอหรอกนะ” สุดท้ายสาวเจ้าก็วางกำไลไว้ในลิ้นชัก ความหมางเมินคงเป็นตัวกระตุ้นให้สองคนชุ่มไปด้วยอารมณ์โกรธกริ้ว

รอยยิ้มฝืน ไวโอเล็ตหันไปมอบให้เขา ไม่อาจทนให้เป็นแผล เพราะแผ่นหลังของเธอช่างเล็ก ลำพังแค่ต้องแบกความเป็นตายของครอบครัวและประเทศมันก็ไม่เหลือบ่าและแทบหมดแรง แถมบัดนี้วิโอล่าไม่อาจปล่อยให้มีใครมาเขม็งมองจนแทบทะลุจนพรุน

“ทำไม” เธอบอกชัดและเขาก็รู้ว่าเธอมาทำงาน อยากให้เธออยู่แต่ในปราสาทก็มอบงานสาวใช้ หรือนางบำเรอไปเลยเสียที เป้าหมายในภารกิจครั้งนี้คือเจ้าหน้าที่สืบสวนพิเศษ CP-0 คนเหล่านี้ไม่ใช่การหยิบขนมเค้กเข้าปากแล้วจะล้วงความลับได้ จะไม่กลับหรือออเซาะ อีกฝั่งควรเข้าใจ

สุภาษิตสอนใจหญิง ‘เป็นแม่ศรีเรือนในห้องครัว เป็นอีตัวบนเตียง’ ต้องการคนเรียบร้อย แต่ในเวลาเดียวกันก็อยากได้สาวมากประสบการณ์ อยากให้เธอไม่ต้องทำภารกิจเปลืองตัว เขาก็ควรหยุดมอบงานที่ต้องให้เธอใช้เสน่ห์ไปกับมัน แล้วทีนี้จะมาตามหงุดหงิดทีหลังทำไม

ย้อนแย้งเสียจริง!

พอเห็นหญิงสาวยังไม่อ่อนข้อ ซ้ำรอยช้ำบนต้นคอนางมันบาดตาเขาเหลือเกิน โดฟลามิงโก้จึงเปิดปาก

“เธอรู้ไหม เธอเป็นหนึ่งในไม่กี่คนที่เรียกชื่อเล่นฉันได้” ผู้ชายทุกคนใจแคบ และยามนี้เธอก็รู้ซึ้งว่าใจโดฟลามิงโก้นั้นแคบยิ่งกว่าอะไร

“แค่ช่วงอยู่บนเตียง หรือเวลาอยู่สองต่อสอง มันสำคัญเหรอ”

“แล้วมันเปลี่ยนความจริงเรื่องที่เธอเรียกฉันด้วยชื่อเล่นรึเปล่าล่ะ” สุดท้ายไวโอเล็ตก็ชะงัก หันไปมองชายร่างใหญ่ที่เปลี่ยนมายืนขึ้นเต็มความสูง ออร่าแสดงให้เห็นว่าเขาเคยชินที่จะมองคนอื่นจากเบื้องบน

“ดูเหมือนคุณไม่ได้นอนกับผู้หญิงมานานแล้วสินะ” ความต้องการชัดเจน เขาถึงถ่อมาที่นี่เพื่อเรื่องพรรค์นั้น

“ตอบคำถามเธอไหมว่า ทำไม ฉันถึงอยู่ที่นี่” มือใหญ่ที่ยื่นมาหา บอกว่าความผิดพลาดไม่เป็นไร ล้มเหลวแต่ห้ามทรยศ คนอื่นหมดเวลาชมดอกไม้ที่เขามั่นรดน้ำพรวนดิน เธอและเขาควรรีบออกจากห้อง

CP-0 มันก็แค่เหยื่อตัวเล็ก ๆ แต่เขาไม่ใช่หรือที่เป็นเป้าหมายของเธอตลอดชีวิต

“มาสิ” ในเมื่อหล่อนอยากเอามีดแทงหัวใจดำมืดของเขา เขาก็จะเปิดโอกาสให้เธอได้ทำ ทว่าต้องเปลี่ยนที่สักหน่อย เนื่องจากเตียงในห้องนี้มันเล็กไป

เธอจะยืนกรานอยู่ที่นี่ก็ได้ ถ้าไม่ถือสาที่จะให้ประชาชนได้รู้ว่าราชามอบของรางวัลให้สาวนักเต้นที่ถูกใจอย่างไร

 

 

 

 

 

 

หล่อนว่าโดฟลามิงโก้ทำตัวแปลก ๆ มันเกิดขึ้นตั้งแต่เที่ยงนั้นที่เขาเอาแต่พูดคำว่าจดหมายรัก

ที่เขากลับมาร่ำร้องหรือพูดอะไรผิดวิสัย วิโอล่าพยายามบอกว่ามันไม่ได้พิสดาร ชายหนุ่มยังชอบยุแหย่เธอด้วยชื่อเล่น กลิ่นน้ำหอมที่ผสมกลิ่นเลือดยังคงเป็นเอกลักษณ์ประจำตัวและเธอก็ได้กระทำการขี้โกง

เผลอมองอย่างไม่ได้ตั้งใจ หรือแค่ระแวงระวังก็ไม่รู้ เธอเห็นตั้งแต่แรกแล้วว่าเขาเก็บหีบไม้แปลกประหลาดไว้ในเสื้อคลุมตั้งแต่กลับมาจากสังหารโจรสลัดนามว่า ‘ไกอา’

ทุกอย่างต้องเกี่ยวกัน เนื่องจากเรื่องมันทวีคูณหลังอีกฝ่ายสวมบทเป็นช่างเจียระไนและวิพากษ์วิจารณ์แหวนเพชรที่หล่อนวางไว้ในห้องพักนอกราชวัง

สองเข่าที่วางทับบนที่นอน แรงเคลื่อนไหวที่มากเกินพอดี ไวโอเล็ตยันสองแขนพยุงร่าง จดบันทึกว่ามันคือสันดานเสีย หากราชันไม่พอใจเขาจะใช้ท่านี้บังคับให้เธอยอมจำนน

ไม่ต้องเหลียวไปมองแต่เม็ดเหงื่อที่หยดบนหลัง บวกกับรอยจุมพิตแสนอุ่นชื้น ผู้ชายบ้านี้จะทำเอวเธอหักอยู่รอมร่อ เขาความจำเสื่อม ลืมอีกแล้วว่าตัวเองสูงใหญ่อย่างกับยักษา และเธอก็ลืมอีกแล้วว่ากำลังตอบสนองสัมผัสเขาได้ดี

“วันนี้เธอเงียบมากนะไวโอเล็ต” นั่นเพราะเธอไม่อยากเสวนากับคนบ้าใช่อย่างไร ทว่ามือหยาบกลับกระชับเอวบางแน่นแล้วดึงกระแทกเข้าหาตัว

“ยกสะโพกสูงหน่อย” มองจากมุมนั้นมีอะไรดี เพราะมุมที่เธอเห็นมันต่ำต้อย ถึงอย่างนั้นก็มั่นคงและเห็นเพียงแค่สีขาวสะอาดตาของผ้าที่ออกจะยับยู่ยี่ไปสักหน่อย

พอคิดว่ามันชักจะเมื่อยเกินไปหล่อนก็หยัดตัวขึ้น แผ่นหลังแนบสนิทกับแผงอกกว้างที่เต็มไปด้วยหยาดเหงื่อ แววตาคู่หวานชุ่มไปด้วยประกายน้ำค้าง รู้ว่าวาดมือไปตรงไหนหล่อนจะสามารถสอดไปใต้เรือนผมบลอนด์เงางามได้พอดี

บางทีเธอก็แยกไม่ออกว่ารักเขา หรือแค่หลงในรสรักของเขากันแน่

โดฟลามิงโก้มีมุมอ่อนหวาน ใช่ และก็มีอารมณ์หึงหวง นั่นก็ใช่อีก แต่เขามีหัวใจรักคนอื่นตอบรึเปล่า อันนี้เธอไม่แน่ใจ ถ้างั้นเขาเก็บแหวนทับทิมบ้า ๆ นั้นไว้ทำไม เรื่องนี้เธอเองก็ขี้เกียจจะสนใจ

ไวโอเล็ตฉุกคิดว่าเขาอาจจะขอตัวเองแต่งงาน เพราะผู้ชายคนนี้รักเป็น แต่แน่นอนเขารักแต่ตัวเขาเองเท่านั้น

โศกนาฏกรรมผันผวน ฆ่าได้แม้กระทั่งสายเลือดของตน เขาจะไปวางหัวใจไว้ที่ใคร

‘น่าสงสาร’ ชะตาชีวิตของเธอและเขา และน่าสมเพชที่เธอไปเกิดความเห็นใจ

ตกจากฟ้าแล้วก็ไม่ควรดึงเธอให้ไปคลุกดินตมเหมือนกัน ...เพราะฉะนั้น

เขาไม่ใช่ราชาของเธอ

หากเขากล้าจะมอบแหวนที่ซ่อนไว้วงนั้นให้ เธอจะหัวเราะอย่างบ้าคลั่งและบอกว่ามันตลก

ยามเขาพาเธอลอยอยู่ท่ามกลางท้องฟ้า เมืองแสงสี ราชวัง และดาวนับล้าน สิ่งเหล่านี้ไม่ได้ทำให้ใครสักคนเป็นพระราชา แม้จะมีทองคำมากมายอยู่ใต้ฝ่าเท้าก็ตาม

เหมือนที่เขาได้ไพ่คิงในมือเขาก็ไม่ใช่นายหัวเหนือของเธอ

เหมือนที่เธอได้ไพ่เจ้าหญิงแล้วทุกวันนี้เธอได้ดำรงตำแหน่งนั้นไหมเล่า

คนเราเลือกมีตัวตนได้แค่เพียงหนึ่ง

“คุณจะเก็บมันไว้อีกนานไหมดอฟฟี่” แหวนวงนั้นเขาจะเก็บไว้อีกนานไหม

คนสวมแว่นสะดุด สายตาเหลือบมองของที่ว่าที่ซุกอยู่ในเสื้อคลุมที่พาดอยู่ตรงโซฟา

ผู้หญิงคนนี้ฉลาด แถมเพลานี้ให้ปิดต่อไปก็ไม่มิด ทว่าโดฟลามิงโก้แกล้งเงียบต่อไป

“ในห้องสมุดคุณกล้าพูดว่ามันคือการเริ่มต้นใหม่ ให้ฉันทิ้งตำแหน่งที่เคยมี คุณเล่าว่าก่อนขึ้นเป็นราชินี ควีนทุกพระองค์ต้องสละทิ้งตำแหน่งเจ้าหญิงมาก่อน”

“แต่คุณไม่ใช่พระราชา คุณเลือกที่จะเป็นไพ่อีกใบ เป็นตัวตลก (Joker) เราสองคนกลับไปเป็นตำแหน่งที่เคยเป็นไม่ได้” แม้จะมีแหวนเพชร พลอย ทับทิมหายากมามอบให้มากมาย แต่เขาก็ทำให้เธอเป็นราชินีไม่ได้

ไม่ใช่ที่นี่ ไม่ใช่ที่เดรสโรซ่า ไม่ใช่ในฐานะดอนกิโฮเต้ กับริคุ

“ทำไมเธอถึงตกหลุมรักได้กับพระราชานับพันพระองค์ แต่ไม่ใช่ฉัน”

“เพราะฉันรักโจ๊กเกอร์ ไม่ใช่องค์ราชัน” และโจ๊กเกอร์ก็หาได้มีความสามารถทำให้ความปรารถนาของเธอกลายเป็นจริง

ในเกมคุณพยายาม คุณสร้างสรรค์ แต่ถึงกระนั้นหากองค์หญิงไม่รับซะอย่าง จดหมายรักมันก็แค่กระดาษโง่ ๆ

“ดอฟฟี่”

มันเหมือนไพ่โจ๊กเกอร์กับไพ่ควีน แม้จะอยู่ในสำรับเดียวกัน แต่ใครมีสิทธิ์ชี้ชะตาให้เราเกิดมาคู่กัน

“ฉันเกลียดคุณ”

“เมื่อกี้เธอยังบอกว่ารักฉันอยู่เลย”

“ทั้งรักทั้งเกลียด เป็นไปได้ไหม”

“จะทำตลอดไปก็ไม่ว่า ฉันโชว์ไพ่ในมือให้เธอเห็นหมดแล้วไวโอเล็ต จะตัวตลกที่ชอบหัวเราะหรือราชาทรงอำนาจแห่งเดรสโรซ่า เจ้าหญิงของฉันต้องเลือกเอง”

ใช่ หล่อนต้องเลือกเอง หากอยากเคียงคู่ราชา ปกป้องเดรสโรซ่า ว่าที่ราชินีพร้อมสละตำแหน่งเจ้าหญิงหรือยัง

แม้เธอจะเรียกเขาว่าโจ๊กเกอร์ แต่สุดท้ายเขาก็คือคิงของเธอ

“ไม่ต้องรีบ คำตอบนี้ฉันรอได้ และแหวนทับทิมของฉันก็รอได้เหมือนกัน, My Queen”

“ฉันเกลียดคุณ”

“เธอพูดสองรอบแล้ว”

“ดอฟฟี่”

“……”

“ฉันรักคุณ”

“อืม”

“…แต่ฉันเกลียดคุณมากกว่า”

“หึ ๆ ตามใจเธอเลย”

 

 

 

The JOKER & The QUEEN

────────•❋•────────

END

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น

×