[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 30 : ♡ Chapter 27 : One day we will return home (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 496
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    10 ส.ค. 58

  CR.SQW
 
 
 
 
 
 

27
One day we will return home

 

 

 

            เปลือกตาหนาลืมขึ้นในยามเช้าสัมผัสถึงละอองแสงทอลอดผ่านม่านบางเข้ามาในห้อง กลิ่นเครื่องปรับอากาศที่คุ้นเคยกับผ้าห่มฟูหนาชวนให้หลับตาลงอีกครั้ง ทุกอย่างไม่มีอะไรแตกต่างไปจากทุกวัน เว้นแต่เพียงใบหน้าหวานของคนที่นอนอยู่ข้างๆ นั้นกำลังหลับตาพริ้มชวนให้เขามอง ความเปลี่ยนแปลงเกิดขึ้นแล้วและเซฮุนรู้ว่าเขาจะไม่มีวันกลับไปโดดเดี่ยว การรอคอยอาจยาวนานและแลกมาด้วยหยดน้ำตามหาศาล แต่เมื่อถึงวันหนึ่งเราจะรู้ว่าความหมายของมันมีค่ามาก

 

            นิ้วเรียวยกขึ้นเกลี่ยปอยผมสีน้ำตาลที่หล่นลงมาปรกตาของอี้ชิงแผ่วเบา เซฮุนไม่อยากเชื่อว่าจะมีวันที่ความสุขของเขากำลังผ่อนลมหายใจเบาๆ อยู่ตรงนี้ ตรงที่ที่เขาสามารถเอื้อมคว้ามากอดไว้ได้ทุกวินาที คนที่แม้เพียงความคิดถึงก็ยังคงยากเต็มที แต่วันนี้กลับมาอยู่เคียงข้างเติมเต็มอ้อมกอดนี้ให้เต็ม

 

            อี้ชิงขมวดคิ้วเล็กน้อยอย่างรำคาญเมื่อรู้สึกถึงปลายนิ้วเรียวยาวที่เขี่ยอยู่ตรงเปลือกตาก่อนจะค่อยๆ ลืมตาขึ้นมาแล้วสบกับดวงตาเรียวรีของเซฮุนที่มองมาพร้อมรอยยิ้ม

 

           

 

            “

 

            “อรุณสวัสดิ์”

 

คำทักทายโง่ๆ หลุดออกมาจากปาก อี้ชิงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่ากำลังหน้าแดงมารู้ตัวก็ตอนที่เซฮุนขำ หัวใจเต้นแรงจังหวะแปลกๆ ราวกับเพิ่งมีความรักครั้งแรก เวลาอยู่กับเซฮุนเขามักเป็นแบบนี้เหมือนย้อนเวลากลับไปตอนอายุยี่สิบกว่าตอนที่พวกเขาเจอกัน เสียงหัวเราะผสานกันในยามเช้าที่สดใสก่อนคนเป็นน้องจะรั้งตัวเขาเข้าไปกอดเอาไว้แล้วอี้ชิงก็ซุกตัวเข้าไปหาไออุ่นของอีกฝ่าย

 

ได้ยินเสียงหัวใจของคนเด็กกว่าที่ดังออกมาแล้วก็อดจะยิ้มไม่ได้ ในที่สุดก็มีวันที่พวกเขาอยู่เคียงใกล้ ได้ถ่ายทอดความอบอุ่นผ่านร่างกาย ได้กอดกันให้แน่นโดยไม่ต้องแคร์สายตาของใคร ราวกับความฝันที่ใฝ่หามาตลอดทางเดินอันแสนไกลของพวกเขาสองคน

 

 

 

ใช้เวลากอดกันอยู่นานราวกับจะไม่ยอมปล่อยไปไหนแล้วก็เสียเวลาไปกับการแกล้งกันอีกเล็กน้อยในที่สุดทั้งคู่ก็ยอมลุกขึ้นมาทานอะไรจนได้ อี้ชิงอาสาทำอาหารให้จากของเล็กๆ น้อยๆ ที่เซฮุนมีเก็บไว้ในตู้เย็น โดยมีคนเด็กกว่านั่งเท้าคางมองอยู่บนโต๊ะทานข้าวด้วยรอยยิ้มกว้างจนอี้ชิงอดขำไม่ได้

 

“มองอะไรนักหนา?

 

“มองว่าพี่ที่ทำกับข้าวอยู่ตรงหน้านี่มันเรื่องจริงใช่ไหม”

 

“เพ้อเจ้อ” อี้ชิงเหลียวกลับมามองพร้อมรอยยิ้ม “ถ้าไม่ใช่เรื่องจริงแล้วนี่จะเป็นผีหรือไง”

 

“นั่นสินะ ผีคงไม่ยอมให้ผมนอนกอดทั้งคืนหรอกใช่ไหม?

 

“เซฮุน!” ใบหน้าหวานขึ้นสีแดงระเรื่อขณะที่หันหลังไปแล้วโยนแตงกวาใส่เซฮุนจนเจ้าตัวต้องยกมือขึ้นป้องกันตนเอง

 

“โอ๊ย พี่! ใจเย็นดิ ใครเขาให้เล่นของกิน”

 

“ถ้ากวนอีกจะไม่ใช่ของกิน จะเป็นเครื่องครัวดีไหม?” อี้ชิงพูดขู่แบบไม่จริงจังอะไรพลางทำท่าจะขว้างมีดออกไปจนเซฮุนหัวเราะตาหยี

 

อี้ชิงหันกลับไปหั่นแตงกวาต่อเงียบๆ ครู่หนึ่งก่อนจะถามเซฮุน

 

“วันนี้ไม่มีต้องไปไหนใช่ไหม?

 

“ไม่ ทำไม? พี่จะชวนเดทเหรอ?

 

“เซฮุน” อี้ชิงส่งเสียงปราม

 

“อ่ะๆๆ จริงจังก็ได้”

 

“ฉันจะชวนนายไปดูที่ทำงานด้วยกันแถวแทฮังโน แล้วก็คิดว่าจะไปดูคอนโดใหม่”

 

สีหน้าของอี้ชิงเปลี่ยนไปเมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ถึงพยายามแล้วที่จะไม่คิดอะไรแต่การจากลาและการเปลี่ยนแปลงไม่ว่าด้วยเหตุผลอะไรมันก็ยังคงเจ็บและสร้างรอยแผล เซฮุนนิ่งมองคนรักของเขาอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะลุกขึ้นแล้วไปยืนซ้อนด้านหลังคนเป็นพี่ไว้วางคางเกยลงบนไหล่สอดแขนโอบร่างบางไว้

 

“ไม่เป็นไรนะพี่ ไม่เป็นไร” อ้อมกอดของเซฮุนแทนคำปลอบใจแล้วมันก็พาลพาน้ำตาให้ไหลออกมาเสียดื้อๆ

 

เซฮุนไม่ได้ทักท้วงที่อี้ชิงร้องไห้ เขาเข้าใจว่าหยดน้ำตาเหล่านั้นเกิดจากอะไร รอยแผลที่พวกเขาทั้งคู่สร้างเอาไว้มันคงไม่มีวันหายภายในชั่วข้ามคืน ทุกคนต่างมีอดีตที่ต้องผ่านมีเรื่องราวของตัวเองที่ทิ้งมา เราแค่ต้องใช้เวลาเพื่อที่จะเดินต่อไปข้างหน้าแล้วเก็บบทเรียนที่ผ่านมาเอาไว้เตือนใจ เขารู้ว่าการตัดสินใจของจงอินทำให้อี้ชิงสะเทือนใจ และสร้างความตกใจให้เขาเช่นกัน ขอบคุณเป็นล้านครั้งคงไม่เพียงพอกับโอกาสที่จงอินมอบให้ และเขาสัญญากับตัวเองว่าจะรักษามันให้ดีให้สมกับที่จงอินเสียสละ

 

อี้ชิงใช้หลังมือเช็ดน้ำตา ขณะที่เซฮุนจูบเบาๆ ที่ข้างหูเพื่อบอกให้รู้ว่าเขาเข้าใจ คนเป็นพี่เพียงแค่เอียงหน้าหันมายิ้มให้ก่อนที่จะเอนศีรษะซบลงไปกับคนเป็นน้องที่กอดเขาจากด้านหลัง

 

“ถ้าพี่ลำบากใจจะอยู่ที่คอนโดนั่นหรืออยู่แล้วไม่สบายใจ ก่อนจะหาห้องได้พี่ย้ายมาอยู่กับผมก่อนก็ได้นะ”

 

มันคงเป็นสิ่งเดียวที่เซฮุนทำได้ เวลานี้คงไม่มีอะไรดีไปกว่าการจับมือกันไว้แล้วปล่อยให้ความรักช่วยเยียวยาจิตใจของทั้งคู่ให้หาย

 

 

 

 

 

 

 

 

วันเวลาผ่านไปทิ้งหยดน้ำตาไว้กับอดีตที่เลยผ่าน รอยยิ้มและเสียงหัวเราะค่อยๆ คืนกลับมาอีกครั้งถึงแม้บางครั้งพอคิดย้อนไปมันจะเรียกความหมองหม่นบนใบหน้าให้ย้อนกลับมาใหม่ แต่เพียงเพราะมีหัวใจของพวกเขาสองดวงช่วยเยียวยากันและกันไปทุกอย่างก็ดูง่ายขึ้นมา

 

ชีวิตของพวกเขากำลังเดินต่อไปข้างหน้าอย่างที่มันควรจะเป็น อี้ชิงได้งานทำที่ใหม่ที่โรงละครอีกแห่งหนึ่งไม่ไกลจากเฟบิวลา ไม่มีใครที่นั่นติดใจเรื่องเหตุผลการตัดสินใจของเขา ทุกคนยังให้ค่ามิตรภาพมากกว่าเงินทองและหน้าที่การงาน อี้ชิงยังคงไปมาหาสู่รุ่นพี่ซงฮวาและมาเรียบ้างแต่ก็ไม่เคยใช้เวลาอยู่ที่เฟบิวลานานๆ อีก ที่นั่นมีเงาของจงอินมากเกินไปและอี้ชิงไม่อยากกลับไปโทษตัวเองกับสิ่งที่เสียไปเพราะบรรยากาศเก่าๆ

 

เขาได้คอนโดใหม่อยู่ไม่ไกลจากห้องของเซฮุนนัก มันเล็กลงแต่ก็กะทัดรัดไม่ได้ให้ความรู้สึกแออัดเหมาะกับการอยู่ลำพัง มีอะไรหลายอย่างที่ต้องปรับหลังจากนั้น ชีวิตที่มีคนแชร์มาตลอดหลายปีที่ผ่านทำให้อี้ชิงเคยชินกับอะไรหลายอย่างจนบางทีการอยู่คนเดียวก็ทำให้อดเหงาไม่ได้ เขามักใช้เวลาอยู่ที่ห้องของเซฮุนเป็นส่วนใหญ่แล้วก็นอนค้างที่นั่น บางครั้งเซฮุนจะมานอนที่คอนโดของเขาเป็นเพื่อนกันแต่ก็มีบางวันที่อี้ชิงต้องใช้ชีวิตเพียงลำพัง

 

การเปลี่ยนแปลงและการสูญเสียมักสร้างบทเรียนกับคนเราหลายอย่าง มันอาจทำให้เรารู้สึกอ้างว้างในช่วงแรกแต่หลังจากนั้นเมื่อทุกอย่างพ้นผ่าน มันจะนำพาความเข้มแข็งมาตามกาลเวลาและความเข้าใจ ชีวิตของพวกเขาดำเนินไปอย่างราบรื่นและเรียบง่าย เก็บเกี่ยวความสุขในทุกวันเหมือนกับวินาทีสุดท้ายเพราะไม่อยากนึกเสียใจหากวันใดวันหนึ่งมันหายไป

 

ชีวิตสมบูรณ์ตามแบบที่พวกเขาจะสามารถมีให้กันได้ ความฝันเปลี่ยนไปคนข้างกายเปลี่ยนไปแต่ชีวิตทั่วไปก็ยังดำเนิน วันนี้อี้ชิงและเซฮุนมีความสุขที่ได้ยืนเคียงข้างกันไป เดินเคียงข้างกันบนถนนในเมืองใหญ่ แบ่งปันช่วงเวลาแห่งความสุขร่วมกันทั้งเสียงหัวเราะและรอยยิ้ม วันเวลาที่แสนทรมานเหล่านั้นผ่านพ้นไปแล้วจนเกือบลืมไปว่าความโศกเศร้าที่ผ่านมาคืออะไร

 

จนกระทั่งการเปลี่ยนแปลงมาถึงอีกครั้ง

 

เซฮุนเตรียมตัวออกไปทำงานเหมือนเช่นทุกวัน วันนี้เขามีถ่ายแฟชั่นให้กับนิตยสารชื่อดังเป็นการถ่ายนอกสถานที่และต้องใช้เวลาทั้งวัน เซฮุนต้องไปถึงบริษัทก่อนสิบโมงเช้าเพื่อนั่งรถตู้ไปจากที่นั่น เขาไม่ลืมแวะที่ล็อคเกอร์ด้านล่างเพื่อดูพวกจดหมายและเอกสารต่างๆ เผื่อเป็นบิลที่คั่งค้างต้องรีบชำระจะได้จัดการทัน

 

มีบิลค่าน้ำและค่าโทรศัพท์อยู่ในนั้นกับโปสการ์ดของแม่จากเนปาลพร้อมกับจดหมายอีกหนึ่งฉบับเซฮุนยิ้มกับตัวเองก่อนจะพับมันแล้วยัดใส่กระเป๋ากางเกงเอาไว้อ่านในรถระหว่างทาง ใบโฆษณาสินค้าอีกหลายใบเขาแค่คลี่ดูผ่านๆ จนสายตาไปสะดุดกับจดหมายสีขาวแล้วดวงตาเรียวก็เบิกกว้างเมื่อเห็นสัญลักษณ์ตรงมุมซอง

 

เซฮุนวางจดหมายทั้งหมดกลับเข้าไปในล็อคเกอร์แล้วเปิดมันด้วยมือสั่นเทา เนื้อความภาษาอังกฤษที่โดดเด่นขึ้นมานั้นชวนให้หัวใจเต้นเร็วอย่างประหลาด เขาอ่านมันเร็วๆ หนึ่งครั้งแล้วก็อ่านทวนซ้ำอีกรอบและอีกรอบอยู่อย่างนั้น จนในที่สุดเมื่อแน่ใจว่าความหมายมันไม่ได้เปลี่ยนเซฮุนก็พับจดหมายเก็บใส่ซอง

 

วินาทีนั้นเซฮุนรู้ดีว่าการเปลี่ยนแปลงได้เกิดขึ้นแล้วอีกครั้ง

 

 

 

 

50%

 

 

 

            สิ่งที่ชอบที่สุดรองจากการเต้นและการทำอาหารก็คงเป็นการนอนมองท้องฟ้ายามกลางคืนตรงระเบียงห้องเซฮุนในขณะที่เจ้าของให้เขานอนหนุนตักแล้วตัวเองก็พูดพล่ามถึงเทคนิคการถ่ายภาพของศิลปินคนดังในสมุดภาพที่ยืมมาจากห้องสมุด

 

            แน่นอนว่าท้องฟ้าในโซลไม่มีดาว ถึงมีก็มองเห็นได้เพียงลางๆ เฉพาะดาวดวงที่สุกสว่างมากเท่านั้น ถึงอย่างนั้นอี้ชิงก็ยังชอบมองดูมันแล้วปล่อยให้สายลมยามค่ำพัดมาโดนตัวเขา แขนของเซฮุนข้างหนึ่งวางอยู่บนหน้าอกแล้วอี้ชิงก็กอดมันเอาไว้ พวกเขาชอบใช้เวลาแบบนี้ในคืนที่ว่างไม่มีกิจกรรมอะไร ปล่อยให้สายลมพัดไปแล้วเซฮุนก็พูดเรื่องกล้องในขณะที่อี้ชิงพูดเรื่องเต้น บางครั้งก็ไม่มีใครเข้าใจใครแต่อีกฝ่ายก็พยายามที่จะรับฟังให้ได้มากที่สุด

 

            อี้ชิงหลับตา ปล่อยให้เสียงของเซฮุนผ่านเข้ามาแล้วซึมซับเอาไว้ เขาชอบฟังเสียงของเด็กคนนี้ชอบที่จะรู้สึกว่ามีเซฮุนอยู่ใกล้ๆ เสียงของเซฮุนเงียบไปแทนที่ด้วยสัมผัสจากปลายนิ้วที่เขี่ยผมเขาเล่นก่อนริมฝีปากของคนเด็กกว่าจะโน้มลงมาจูบที่หน้าผาก

 

            “ง่วงแล้วเหรอ?

 

            “ยังหรอก” อี้ชิงยิ้มกว้างเขาตอบทั้งๆ ที่ยังหลับตา “อยากอยู่อย่างนี้ทั้งคืนเลยได้ไหม?

 

            “ขาผมเป็นเหน็บแน่”

 

            “ฉันไม่ได้ตัวหนักขนาดนั้นสักหน่อย”

 

            “พี่ไม่ใช่คนให้นอนตักพี่จะไปรู้ได้ไงว่าหนักไม่หนัก”

 

            “เซฮุน!

 

            เสียงหัวเราะเบาๆ ของเซฮุนเรียกรอยยิ้มของอี้ชิงได้ เขาไม่ได้มองหน้าอีกฝ่ายแต่ก็ลืมตาขึ้นแล้วและกำลังทอดสายตามองออกไปยังท้องฟ้าสีดำขลับที่สะท้อนแสงเรืองของเมืองใหญ่ ปลายนิ้วของเซฮุนยังคงเกลี่ยปลายผมของเขาเล่นในความเงียบ ต่างไม่มีใครพูดอะไรนานทีเดียวจนกระทั่งเสียงของเซฮุนแทรกขึ้นมา

 

            “พี่เบื่อไหม?” คำถามของเซฮุนมีน้ำเสียงแปลกไปแต่อี้ชิงก็ไม่ได้ติดใจอะไร ผิดกันเขากลับระบายรอยยิ้มออกมาได้ขณะที่ตอบคำถามออกไป

 

            “อยู่กับนายจะเบื่อได้ยังไง?

 

            “แล้วถ้าไม่ได้อยู่ด้วยกันล่ะ พี่จะเบื่อผมไหม?

 

            คำถามของเซฮุนเรียกเสียงหัวเราะเบาๆ อีกครั้ง เขาไม่เข้าใจว่าอยู่ดีๆ เซฮุนจะมาอ้อนทำไม “ถามอะไร?

 

            แต่ความเงียบที่ตามมาหลังจากนั้นทำให้อี้ชิงเริ่มเอะใจ ดวงตาคู่สวยเหลือบมองใบหน้าของชายผู้เป็นที่รักก่อนจะเห็นว่าแววตาของเซฮุนไม่ได้หมายความว่าเขากำลังพูดเล่น เซฮุนดูสับสนและกังวลใจและนั่นก็เพียงพอให้หัวใจของอี้ชิงสั่นไหวด้วยความกลัว

 

            “มีอะไรเหรอ?

 

            “

 

            “

 

            ความเงียบของเซฮุนไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นรังแต่จะพาบรรยากาศอึดอัดเข้ามาแทนที่ คนเด็กกว่าเลียริมฝีปากแล้วอี้ชิงก็รู้ดีได้ทันทีว่าเซฮุนมีบางอย่างที่อยู่ในใจ เขากำลังสับสนว่าจะพูดสิ่งที่อัดอั้นเหล่านั้นออกมาอย่างไรให้อี้ชิงเข้าใจ ที่สุดเมื่อความเงียบไม่ได้ช่วยอะไรเซฮุนจึงตัดสินใจสูดลมหายใจเข้าลึกก่อนจะพูด

 

            “จดหมายตอบรับจาก UAL มาแล้ว” ใจของอี้ชิงกระตุกวูบ วินาทีแรกเขาไม่รู้ด้วยซ้ำว่านี่มันเรื่องอะไร แต่จากสิ่งที่ได้ยินก็พอทำให้ปะติดปะต่อเรื่องราวได้ หัวใจราวกับหยุดเต้นเมื่อเห็นคนตรงหน้านิ่งไปยิ่งตอกย้ำว่าสิ่งที่เพิ่งผ่านหูไปเป็นเรื่องจริง

 

มันเกิดขึ้นได้อย่างไร?

 

“มันเป็นเรื่องที่ผมเตรียมการไว้ก่อนตอนที่ยังไม่รู้ว่าเรื่องของเราจะเป็นแบบนี้” ราวกับเซฮุนอ่านใจของเขาได้ ริมฝีปากได้รูปเอื้อนเอ่ยคำอธิบายที่อี้ชิงไม่แน่ใจว่าตัวเองอยากจะฟัง เขาเพียงอยากให้มันเป็นตลกร้ายที่เซฮุนจะยิ้มให้เมื่อเห็นว่าเขาหน้าถอดสีไปแล้วพูดว่าอีกฝ่ายล้อเล่น แต่ก็ไม่

 

            “ตอนนั้นผมรู้สึกเหนื่อยเกินไป พอดีกับที่อยากออกไปหาประสบการณ์แล้วก็ความรู้เพิ่มที่อื่นที่ไม่ใช่ในเกาหลี ผมรู้ว่าผมทำได้มากกว่านี้เป็นได้มากกว่าที่เป็นอยู่ พอเห็นพี่มีความฝันของพี่ผมเองก็อยากทำตามความฝันของผมบ้าง ก็เลยลองดูมหาวิทยาลัยที่อังกฤษเอาไว้ หลายที่น่าสนใจแต่มี UAL ที่ผมอยากไปที่สุด ผมก็เลยตัดสินใจยื่นที่นี่”

 

            “

 

            “เขาเพิ่งตอบรับมาเมื่อเช้านี้ ผมคิดว่าผมควรจะบอกพี่”

 

            อี้ชิงไม่รู้ว่าเขาควรพูดอะไรในสถานการณ์นี้ หรือแม้กระทั่งควรรู้สึกแบบไหน ทุกอย่างรวดเร็วไปหมดจนน่าตกใจความสุขที่เพิ่งจะคว้ามาไว้ในมือได้กำลังจะหลุดหายไปอีกครั้ง เขาไม่ได้มองหน้าเซฮุนแต่จากความเงียบที่น่าอึดอัดนี่ก็พอจะบอกได้ว่าเซฮุนคงไม่ได้มีสีหน้าที่ดี

 

            มือของเซฮุนลูบผมของเขาแผ่วเบาก่อนจะโน้มใบหน้าลงมาแนบริมฝีปากชิดกัน มันไม่ใช่จูบหวือหวาเพียงแค่ริมฝีปากแตะกันเท่านั้นแต่กลับเรียกหยาดน้ำตาให้รื้นขึ้นมาอีกครั้ง จูบอ่อนหวานที่ราวกับจะปลอบประโลมหัวใจกันก่อนเซฮุนจะผละออกมาแล้วสบตากับอี้ชิง

 

            “ถ้าพี่บอกว่าไม่ให้ไป ผมก็จะไม่ไป”

 

            คำพูดของเซฮุนดึงหัวใจของอี้ชิงให้กลับมาพองโตอีกครั้ง ไม่ว่าเมื่อไหร่เซฮุนก็นึกถึงเขา ห่วงความรู้สึกของเขา แล้วเขาเคยทำอะไรให้เซฮุนบ้างไหม? ที่ผ่านมาเซฮุนเสียสละมากมายเพื่อรอคอยวันที่จะได้อยู่เคียงใกล้ ไม่เคยมีสักครั้งที่เด็กคนนี้จะทำให้เขาผิดหวังหรือเสียใจ การรอคอยของเขายาวนานเท่าไหร่คงเทียบไม่ได้กับการรอคอยของเซฮุน

 

           

 

            “

 

            “แล้วถ้าฉันบอกว่าให้ไปล่ะเซฮุน”

 

            “พี่

 

            “มันคือความฝันของนายใช่ไหม?” มือเรียวทั้งสองข้างของอี้ชิงยกขึ้นโอบใบหน้าของเซฮุนเอาไว้ “แล้วฉันจะพูดจาเห็นแก่ตัวอย่างนั้นได้อย่างไร”

 

            ดวงตาของเซฮุนมีแววสั่นไหวด้วยความไม่มั่นใจ อี้ชิงค่อยๆ หยัดกายลุกขึ้นนั่งก่อนจะจับมือเซฮุนไว้

 

            “ไปเถอะ ไม่ต้องห่วงอะไร ทำอย่างที่อยากทำเถอะเซฮุน อย่าเอาอนาคตมาผูกไว้กับฉัน”

 

            “แต่ผมอยากอยู่กับพี่” อี้ชิงยิ้มก่อนจะดึงเซฮุนเข้ามากอดไว้ ตอนนี้อีกฝ่ายเหมือนเด็กน้อยที่กำลังสับสนและหาทางออกไม่ได้

 

            “เราก็ได้อยู่ด้วยกันแล้วนี่” ฝ่ามือบางลูบแผ่นหลังของเซฮุนแผ่วเบา “แล้วกลับมาเราก็มาอยู่ด้วยกันอีกก็ได้”

 

            “

 

            “คราวนี้ฉันจะรอนาย เหมือนที่นายเคยรอฉันมาตลอดดีไหม?

 

            ทั้งคู่ผละออกมามองหน้ากัน ปล่อยให้สายตาแทนคำพูดที่อยู่ในใจของกันและกัน ก่อนที่ริมฝีปากคู่นั้นจะแนบชิดกันอีกครั้ง

 

            บทเรียนที่ผ่านมาสอนให้รู้ว่าความรักอาจไม่จำเป็นต้องใช้เวลามากนักในการเริ่มต้นแต่หากจะรักษาให้มันงอกงามและยืดยาวจำเป็นต้องอาศัยช่วงเวลายาวนานในการประคับประคอง พวกเขาผ่านช่วงเวลายากลำบากด้วยกันมา ผ่านการรอคอยที่แสนทรมานและเหนื่อยล้าแต่มันก็มอบสิ่งที่มีค่าคืนกลับในท้ายที่สุด

 

            ชีวิตไม่แน่นอนเช่นเดียวกับคำสัญญา เราไม่อาจรักษาสิ่งที่พูดออกมาให้คงอยู่ได้ตลอดไปตราบฟ้าดินสลาย ความรักเกิดขึ้นง่ายดายเพียงไรมันก็อาจจบลงง่ายดายเพียงนั้น พวกเขารู้ดีว่าการจากกันอีกครั้งมันจะไม่ใช่ครั้งสุดท้าย แต่สิ่งสำคัญอยู่ที่ระหว่างการรอคอยในช่วงเวลาถัดไปจะรักษาหัวใจของกันและกันให้อยู่ในมือไว้ได้นานแค่ไหน

 

            การรั้งความรักให้อยู่กับตัวโดยขาดหัวใจ อี้ชิงรู้ดีว่ามันทรมานทั้งคนที่อยู่และคนที่คิดอยากจะไป เขาจะไม่เหนี่ยวรั้งเซฮุนไว้เพียงเพราะความเห็นแก่ตัวที่อยากมองหน้ากันทุกวัน ความคิดถึงทำให้การรอคอยมีความหมาย ระยะเวลาทำให้ความรักมีค่าเท่าใด ตอนนี้เขาเข้าใจแล้วและจะไม่ปล่อยให้อะไรสายไปเหมือนกับที่ผ่านมา

 

            หากการปล่อยเซฮุนไปครั้งนี้จะนำมาซึ่งการพลัดพรากตลอดไป มันคงเป็นสิ่งที่ฟ้ากำหนดมาแล้วและคงทำอะไรไม่ได้ โลกมีกลไกของมันเช่นเดียวกับชีวิตและหัวใจ เซฮุนหรือเขาอาจพบใครระหว่างทางที่รอคอยให้ใครกลับมาเดินบนทางเดียวกันแล้วเลือกจะจับมือคนนั้นเดินไปบนเส้นทางใหม่ แต่เพราะเราไม่อาจรู้อนาคตได้เราจึงไม่ควรปล่อยโอกาสให้หลุดมือไปเพียงเพราะความกลัว

 

            หรือมันอาจเป็นบทพิสูจน์ครั้งสุดท้ายที่ใช้ทดสอบความอดทนของหัวใจว่าหากผ่านการรอคอยครั้งนี้ไปพวกเขาจะมีสิทธิ์ได้มีความสุขร่วมกันตลอดไป

 

            เสียงหัวใจของอี้ชิงเต้นแรงขึ้นราวกับมันจะหลุดออกจากอกได้เมื่อคนเด็กกว่ารั้งร่างเขาไปแนบชิดกายมากขึ้นจนแทบไม่มีช่องว่างอีกต่อไป จูบดูดดื่มลึกซึ้งและวาบหวามขึ้นตามอารมณ์ที่พาไป รู้ตัวอีกครั้งก็ตอนที่แผ่นหลังแนบลงไปกับพื้นพรมอุ่น อี้ชิงลืมตาขึ้นมาแล้วเห็นใบหน้าของเซฮุนอยู่เหนือเขาไป ท่ามกลางแสงไฟที่ส่องมาจากนอกระเบียงกว้างที่เปิดเอาไว้ใบหน้าของเซฮุนดูหม่นและมืดลงไปถึงอย่างนั้นในหัวใจของอี้ชิงกลับเห็นแต่ใบหน้าของผู้ชายคนนี้ตลอดมาไม่ว่าเวลาจะผ่านไปนานเท่าไหร่

 

            รอยยิ้มคลี่ผ่านริมฝีปากก่อนที่มือเรียวบางจะยกขึ้นแนบใบหน้าของเซฮุนไว้ มืออบอุ่นของอีกฝ่ายโอบประคองมือเขาขณะที่โน้มตัวลงมาใกล้ ลมหายใจอุ่นร้อนรินรดกันอี้ชิงได้ยินเสียงกระซิบคำนั้นก่อนจะหลับตาลง

 

          “ผมรักพี่รักที่สุด พี่รู้ใช่ไหม?

 

            ไม่มีคำขานรับจากปากมีเพียงสัมผัสจากร่างบางที่รั้งร่างของเซฮุนเข้ามาใกล้ พวกเขาปล่อยให้ร่างกายสัมผัสกันแทนคำบอกรักมากมาย ริมฝีปากอุ่นของเซฮุนพรมจูบไปทั่วลาดไหล่ ไล่เรื่อยมาจนถึงแผ่นอกที่กระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะหายใจ

 

            ลมหายใจขาดห้วงเมื่อสัมผัสของเซฮุนเคลื่อนต่ำลงไปจนกระทั่งถึงส่วนอ่อนไหว อี้ชิงเผลอแอ่นกายเข้าหาสัมผัสร้อนแรงที่เซฮุนมอบให้ รู้สึกหัวใจเต้นเร็วราวกับจะขาดใจตายในจังหวะเดียวกับที่เซฮุนรั้งร่างของเขาให้ลุกขึ้นนั่งแล้วดึงเข้าไปกอดไว้ พวกเขาสบตากันเสี้ยววินาทีก่อนปล่อยให้ลิ้นร้อนแลกเปลี่ยนความอบอุ่นกันให้ลมหายใจผสานกันระหว่างความมืดที่เดียวดาย เงาของทั้งคู่หลอมรวมเป็นหนึ่งเดียวราวกับจะไม่มีวันแยกกันไปไหน

 

            ทั้งคู่ต่างรู้ว่าความสุขเช่นนี้จะไม่คงอยู่ตลอดไป ความเปลี่ยนแปลงเป็นสิ่งสามัญธรรมดาและการจากลาก็ไม่ต่างไป พวกมันไม่เคยบอกล่วงหน้าว่าจะมาถึงตอนไหน บางครั้งไม่มีโอกาสให้เราได้เตรียมใจ สิ่งที่เราทำได้เพียงแค่เก็บเกี่ยวห้วงเวลาของความสุขเอาไว้ให้คิดถึงในยามที่ต้องไกล

 

            การเดินทางของชีวิตอาจพาใครผ่านเข้ามาแล้วอาจพาใครเดินออกไปวันหนึ่งเส้นทางเหล่านั้นอาจนำพาคนเดิมกลับเข้ามาใหม่หรืออาจชักพาเราไปพบกับใครที่พร้อมจะเดินไปด้วยกัน อาจไม่สำคัญว่าปลายทางนั้นเราจะอยู่กับใครเป็นคนสุดท้ายแต่ ณ ปัจจุบันเราให้ความสำคัญและมีความสุขกับคนที่ร่วมจับมือกันเดินไปแค่นั้นมันก็ทำให้ชีวิตมีความหมาย

 

            พวกเขาผ่านการเดินทางมาไกล ผ่านอุปสรรคมากมายบนหนทางที่เต็มไปด้วยความคิดถึงและหยดน้ำตา วันนี้พวกเขากอดกันได้แน่นเท่าไหร่ อี้ชิงและเซฮุนก็หวังในใจว่าการกลับมาเจอกันครั้งต่อไปอาจทำให้พวกเขากอดกันได้แน่นกว่าเดิม

 

            เคยรอมาแล้วจะรออีกสักครั้งคงไม่เป็นไร

 

            การรอคอยจะน่ากลัวสักเท่าไรหากรู้ว่าจะมีใครยิ้มรอเราอยู่ที่ปลายทาง

 

          “ฉันรักนายเซฮุน”

 

            ท่ามกลางแสงไฟจากเมืองใหญ่ที่กลบแสงดาวจนหายไป พวกเขาไม่มีคำสัญญาที่เปล่งออกมาด้วยคำพูดใด แต่เป็นคำสัญญาประทับผ่านรอยจูบอ่อนโยนซ้ำไปซ้ำมาเพื่อย้ำให้มันฝังแน่นลงไปถึงหัวใจ

 

 

 

 

และจะรอไม่ว่าจะนานสักแค่ไหน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- TBC -

UAL = University of the Arts London
มีปริญญาโทสาขาการถ่ายภาพให้เลือกถึงสองหลักสูตรด้วยกัน
เผื่อใครสนใจลองไปหาข้อมูลต่อได้ค่ะ

 

ตอนหน้าก็เป็นบทสรุปแล้วโนะ
เดินทางกันมาจนเหนื่อยแล้ว ขอบคุณมากเลยนะคะ
ไว้มาทอล์คยาวๆ ตอนหน้าอีกที

ใครที่อยากได้หนังสือไปเก็บไว้
แวะเข้าไปอ่านรายละเอียดได้นะคะ
ยังจองได้อยู่จนถึงวันที่ 16 สิงหานี้ค่ะ

Link รายละเอียด >> http://goo.gl/fuqPxh

 

#CrossroadHL

 

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #358 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 13:53
    ความคิดถึงและหยดน้ำตา จะจบแล้วเหรอ คิดถึงจัง มีความสุขแบบหน่วงๆ
    #358
    0
  2. #325 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 00:54
    บทพิสูจน์ครั้งสูดท้าย สู้ๆ ต้องผ่านมันไปให้ได้นะ
    #325
    0
  3. #293 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 15:26
    ใจหายเลย ถ้าได้รักไปแล้ว ต่อให้นานแค่ไหนก็จะรอ
    #293
    0
  4. #264 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 11:43
    น่ารักๆๆๆๆโอ้ยยย อิจฉาาาาาาาาา อี้จะไม่ทิ้งเซฮุนไปไหนแล้ว กลับมาก็ยังอยู่ด้วยกันได้ รักนะะะะ
    #264
    0
  5. #220 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 00:43
    กำลังน่ารักเลยนะแต่ทำยังงั้ยได้ล่ะเพื่อนอนาคตของฮุนต้องห่างกันอีกแล้วรอหน่อยนะอี้ชิง
    #220
    0
  6. #219 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 11:45
    ตอนนี้น่ารัก ตื่นมาเจอกัน กอดกัน มันไม่ใช่ความฝันแล้วมันคือความจริงที่อยู่ตรงหน้าของคนทั้งคู่แล้ว หลังจากเจอมาเยอะเจ็บมาเยอะ ต้องเสียน้ำตากับบนเรื่องราวมากมาย วันนี้มีความสุขแล้วนะ น่ารักตอนคนน้องแกล้งกวนคนพี่ ส่วนคนพี่ก็น่ารักปาแตงกวาใส่ เป็นเราจะปาซิงค์น้ำใส่ ผิด! ตอนนี้เหมือนทั้งคู่ได้รีเซ็ทใหม่ทั้งที่อยู่ ที่ทำงาน การอยู่ร่วมกัน มันดี เหมือนค่อยๆเรียนรู้กันใหม่ ส่วนดีอีกอย่างคือ มิตรภาพทีเฟบิวลา พี่น้องที่นั่นน่ารักที่ยังคงรักษามิตรภาพที่ดีของกันและกันไว้ ทั้งอี้ชิงกับเซฮุนผ่านการเปลี่ยนแปลง การจากลา ความเสียใจเยอะ หวังว่าการเปลี่ยนแปลงครั้งใหม่ จะทำให้สองคนรักกันขึ้นมากไปอีก เข้มแข็งมากขั้นไปอีก
    #219
    0
  7. #218 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2558 / 09:07
    น้องฮุนจะไปไหนใช่มะอีกแล้วนะ
    #218
    0
  8. #217 JC.Sherlock (@jcsherlock) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 20:34
    ฮุนจะไปเรียนต่อใช่ไหมนั่น TT^TT
    #217
    0
  9. #216 JC.Sherlock (@jcsherlock) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 20:32
    งื้ออออออ ค้างมากกกกก ไรท์ง่าาา จะจบล้าว เกิดไยอีกกกกก 😂
    #216
    0
  10. #215 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 20:06
    ฮุนจะไปไหนอีกแล้วหรือ
    #215
    0
  11. #214 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 30)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2558 / 20:06
    ฮุนจะไปไหนอีกแล้วเหรอ
    #214
    0