[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 31 : ♡ Epilogue : Along the road

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 629
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 7 ครั้ง
    12 ส.ค. 58

  CR.SQW
 
 
 
 
 
 

Epilogue

Along the road

 

 

 

 

 

 

 

 

ฤดูหนาวที่ยาวนานของปีนั้นผ่านพ้นไป พัดพาความเปลี่ยนแปลงมากมายเข้ามาพร้อมกับสายลมของฤดูไม้ผลิ ทิ้งเอาไว้เพียงความทรงจำและรอยแผลเป็นในหัวใจเอาไว้ให้หวนระลึกถึงในคืนที่เปลี่ยวดายเมื่อเวลาผ่านไป ฤดูใหม่ผ่านเข้ามาและผ่านไปหมุนเวียนผลัดเปลี่ยนไปตามที่ควรจะเป็น ทิ้งอดีตเอาไว้ในความทรงจำที่เลือนบ้างชัดบ้างในหัวใจจนกระทั่งฤดูหนาวหวนกลับมาใหม่อีกครั้ง ผ่านไปอีกครั้งและกลับมาใหม่

 

            ทางเดินของแต่ละคนทอดตัวคดเคี้ยวไปตามเส้นทางที่แต่ละคนฝันเอาไว้ ไม่ว่าจะเจ็บปวดสักแค่ไหนหรือจะร้องไห้นานสักเท่าไรแต่ชีวิตก็ยังต้องเดินต่อไปตามเส้นทางของใครของมันและหวังว่าสักวันเส้นทางเหล่านั้นอาจจะมีสักสายที่นำพวกเขาบังเอิญผ่านมาเจอกันใหม่

 

            จงอินแหงนมองดูท้องฟ้าสีมัวไร้เมฆของฤดูหนาวเหนือขึ้นไปจากเซ็นทรัลพาร์คพลางคิดในใจว่าหิมะจะตกลงมาเมื่อไหร่ แต่พยากรณ์อากาศที่เช็คดูก่อนจะออกมายืนยันชัดเจนว่ามันจะไม่ตกไปจนกว่าจะถึงเช้าวันใหม่ เป็นอันสบายใจได้ว่าคืนนิวเยียร์อีฟนี้จะปราศจากหิมะมาให้กังวลใจ แต่ถึงมันจะตกลงมาจริงๆ ก็คงไม่มีผลกับจงอินสักเท่าไหร่ค่ำคืนนี้ของเขาคงไม่พ้นการจิบไวน์ฉลองอยู่ในห้องเพียงลำพังโดยปราศจากการสังสรรค์ใดๆ

 

            มาร์ตินเพื่อนสนิทของเขามีนัดกับแฟนสาวแล้วก็คงต้องให้เวลาเธอยาวไปจนถึงคืนพรุ่งนี้ อันที่จริงโรงละครเองก็มีการฉลองคืนเข้าปีใหม่แต่จงอินไม่แน่ใจว่าเขาอยากไปเข้าร่วมเท่าไหร่นัก เขาไม่อยากโดนมอมเหล้าจนเมาหลับแล้วตื่นมาในสภาพหน้ายับกลางโรงละครในเช้าวันใหม่เหมือนกับปีที่แล้ว จงอินคิดว่าบางทีเขาอาจจะแวบเข้าไปทักทายใครๆ ก่อนจะหนีออกมาแล้วไปเดินเตร่อยู่แถวไทม์แสควร์ร่วมเป็นสักขีพยานในการเคาท์ดาวน์ที่แสนยิ่งใหญ่ที่จะออกอากาศไปทั่วโลกก่อนจะจบลงที่คลับดีๆ สักร้าน เป็นการจบการเคาท์ดาวน์เพียงลำพังอย่างง่ายๆ

 

            สำหรับจงอินปีใหม่ก็เป็นเพียงแค่เทศกาลหนึ่งที่บ่งบอกว่าเวลาผ่านไป มันไม่เคยมีความหมายอะไรมากมายเมื่อไม่มีใครอยู่เคียงข้างกัน

 

            แวบหนึ่งในห้วงความคิดนั้นเขาคิดถึงจางอี้ชิง พวกเขาไม่เคยฉลองวันปีใหม่ ความจริงแล้วไม่ว่าจะเทศกาลอะไรพวกเขาทั้งคู่ก็ไม่เคยสนใจทั้งนั้น หากอยากฉลองกันก็ทำเพียงแค่นั่งดูหนังข้างกันในห้องนอน ทำของอร่อยๆ ทานแล้วผลัดกันเล่าเรื่องตลกให้อีกคนหนึ่งขำ ดื่มด้วยกันเต้นด้วยกันแล้วจบลงด้วยการนอนกอดกันบนเตียงกว้างที่เป็นของเราสองคนเท่านั้น ไม่เคยมีอะไรเป็นพิเศษโดยเฉพาะในคืนปีใหม่

 

            คิดมาถึงตรงนี้ก็ได้แต่ถอนหายใจแล้วทอดสายตามองออกไปยังท้องฟ้ากว้างใหญ่อีกครั้ง เขาไม่เคยถามอี้ชิงเลยที่เจ้าตัวหายไปในทุกปีหลังจากที่ใครๆ เคาท์ดาวน์กัน ไม่เคยรู้ว่าอีกฝ่ายแบกรับคำสัญญาที่แสนหนักอึ้งเอาไว้

 

            รอยยิ้มของอี้ชิงยังคงชัดเจนในความรู้สึกข้างใน และจงอินหวังอย่างเต็มหัวใจว่าที่ไหนสักแห่งรอยยิ้มนั้นจะยังคงถูกแต่งแต้มอยู่บนใบหน้านั้น

 

            เขาไม่ได้ติดตามความเคลื่อนไหวของสองคนอีก อาศัยถามเอาจากคนรู้จักเช่นรุ่นพี่ซงฮวาหรือมาเรียบ้างเวลาที่มีโอกาสได้คุยกัน แค่รู้ว่าอี้ชิงมีความสุขดีในทุกวันแค่นั้นเขาก็พอใจ

 

            คงพูดไม่ได้ว่าไม่เสียใจกับสิ่งที่ทำลงไปแล้วก็ไม่รู้ว่าหากย้อนเวลากลับไปเขาจะยังตัดสินใจทำแบบเดิมหรือไม่ แต่จงอินเชื่อว่าทุกสิ่งที่เกิดขึ้นแล้วมีเหตุผลบางอย่างผลักให้มันเป็นไป และไม่ว่ามันจะเป็นไปด้วยเหตุผลอะไรมันเป็นสิ่งที่ดีที่สุดแล้วที่สามารถเกิดขึ้นได้สำหรับทุกคน

 

            ชีวิตที่นิวยอร์กไม่ได้เลวร้าย เพียงแต่ไม่ได้สวยงามเหมือนกับที่เคยฝันเอาไว้ ความฝันที่เคยแชร์กลายเป็นสิ่งที่ต้องต่อสู้เพียงลำพัง มันยากขึ้นและเหนื่อยกับหัวใจแต่ก็ไม่ถึงกับจะฝ่าฟันไปไม่ได้ จงอินได้เรียนรู้อะไรหลายอย่างจากการเปลี่ยนแปลงครั้งนี้และถึงอายุจะเกือบ 30 ปีเขาก็ยังยินดีที่จะพูดว่าได้เติบโตขึ้นอีกก้าวใหญ่

 

            ทางเดินในเซ็นทรัลพาร์คช่วงฤดูหนาวขาวโพลนไปด้วยหิมะที่ถูกตักไปกองรวมไว้สองข้างทาง ตามกิ่งก้านของต้นไม้ที่แห้งโกร๋นไร้ใบมีละอองสีขาวแต่งแต้มประปรายราวกับภาพวาดจิตรกรรมผืนใหญ่ ถึงแม้จะหนาวแต่ที่นี่ก็ยังให้ความสงบและเข้าถึงธรรมชาติได้ไม่ต่างไปจากทุกฤดู จงอินรักที่จะมาเดินเล่นที่นี่มันเหมือนเขาได้หลีกหนีเรื่องกังวลต่างๆ จากเมืองใหญ่

 

            เดินมาหยุดที่ “Strawberry Fields” สัญลักษณ์วงกลมบนพื้นทางเดินที่เป็นอนุสรณ์สถานถึงจอห์น เลนนอน มีใครสักคนกวาดหิมะตรงลานออกไป เผยให้เห็นคำว่า Imagine สะดุดตาโดดเด่นตรงกลางถึงแม้จะยังมีละอองน้ำแข็งกระจายตัวอยู่ตามพื้นบ้างแต่ก็เป็นภาพที่งดงามไปอีกแบบ

 

            จงอินทรุดตัวลงบนม้านั่งพลางมองคนเดินผ่านไป พักหนึ่งทีเดียวที่เขาปล่อยให้เวลาผ่านไปอย่างไม่รีบร้อนก่อนจะหยิบหนังสือเล่มบางออกมา หน้าปกสีขาวสะอาดตาพร้อมการ์ตูนลายเส้นแสนง่ายแต่เต็มไปด้วยแรงบันดาลใจเรียกรอยยิ้มบนใบหน้าของจงอินเมื่อนึกไปถึงใครบางคนที่ช่างเหมือนกันกับตัวการ์ตูนบนหน้าปกหนังสือที่เขาเพิ่งซื้อมา

 

            ก่อนหน้าที่จะมาที่นี่เขาเพิ่งแวะร้านหนังสือเพื่อหาบทละครอ่านฆ่าเวลาในวันหยุดช่วงปีใหม่แล้วก็พลันสะดุดกับหนังสือปกขาวเล่มนี้ที่ทำให้เขายิ้มได้ “เจ้าชายน้อย”

 

            มือที่อยู่ภายใต้ถุงมือสีดำลูบผมสีทองนั้นอย่างรักใคร่ ราวกับเจ้าชายน้อยเป็นใครสักคนที่เขาโหยหาและคิดถึงจับใจ แน่นอนมันทำให้เขาคิดถึงใครบางคนที่เคยอยู่เคียงข้างเสมอในวันที่เขาเหนื่อยและท้อใจ ใครที่คอยยิ้มให้ในวันที่เขาไม่แน่ใจด้วยซ้ำว่าจะมีแรงเหลือยิ้มให้ตัวเองได้อย่างไร

 

            เขาคิดถึง คยองซู

 

            ปลายนิ้วกรีดหน้าหนังสือทีละหน้าเพื่อเปิดดูรูปด้านใน ไม่ได้กะจะอ่านที่นี่ท่ามกลางอากาศหนาวติดลบแบบนี้ แต่ยิ่งเปิดมันกลับยิ่งดึงรอยยิ้มออกมาได้ จนกระทั่งปลายนิ้วชะงักหยุดที่หน้าของสุนัขจิ้งจอกกับเจ้าชายน้อย

 

          ‘…เธอมีผมสีทอง ฉะนั้นถ้าเธอก่อความสัมพันธ์ระหว่างเราทั้งสอง ก็จะเป็นสิ่งที่มหัศจรรย์ยิ่ง ข้าวสาลีสีเหลืองอร่ามจะทำให้ฉันหวนระลึกถึงเธอ…’

 

            จงอินยิ้มเมื่อเห็นประโยคนั้น

 

            เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นจงอินพับหนังสือวางลงที่หน้าตักก่อนจะหยิบสมาร์ทโฟนเครื่องสีดำขึ้นมา ข้อความแชทที่ขึ้นอยู่ตรงหน้าทำให้เจ้าตัวเผลอขำออกมาแล้วทำให้ยิ้มกว้างขึ้นกว่าเก่า

 

 

          KYUNGSOO :
            อยู่เซ็นทรัลพาร์คหรือยังครับ?  15:12

 

15:13  เรียบร้อย
15:13  นายล่ะ ถึงเฟบิวลาหรือยัง

 

          KYUNGSOO :
            ใกล้แล้วครับ คุณอยู่ตรงไหนของเซ็นทรัลพาร์ค   15:15

 

15:15   Strawberry Fields รู้จักไหม?

 

          KYUNGSOO :
            ที่เป็นพื้นโมเสคเขียนคำว่า Imagine ใช่ไหมครับ   15:16

 

15:16   เก่งมาก

 

 

            จงอินกวาดหิมะบนเก้าอี้ออกไปข้างๆ ก่อนจะวางหนังสือเจ้าชายน้อยลงไปข้างตัวแล้วกดถ่ายภาพมันส่งไปให้อีกฝ่าย

 

 

15:17   

 

          KYUNGSOO :
            อย่าบอกนะว่าคุณนั่งอ่านมันกลางเซ็นทรัลพาร์คทั้งที่อากาศหนาวแบบนี้   15:18

 

15:18   ฮ่าๆๆ ไม่หรอกน่า ฉันจะกลับไปอ่านคืนนี้

 

 

            คยองซูเงียบไป แล้วจงอินก็ไม่แน่ใจว่าเขาควรจะพิมพ์สิ่งที่คิดลงไปไหม เขาไม่เคยพูดคำนั้นออกมาบางทีมันอาจจะทำให้คยองซูเข้าใจผิดก็ได้ พวกเขายังคงรักษาความสัมพันธ์แบบที่ไม่รู้ว่าควรเรียกอะไร คยองซูไม่เคยทวงถามถึงความรู้สึกที่เปลี่ยนไปแล้วไม่เคยย้ำถึงความรู้สึกตัวเองให้ฟัง พวกเขาคุยกันทุกเรื่องแลกเปลี่ยนกันทุกอย่างเกี่ยวกับชีวิตประจำวัน ตั้งแต่การเล่าให้ฟังธรรมดาถึงการปรึกษาปัญหาทั่วไป จงอินรู้สึกดีที่ยังคงมีคยองซูอยู่ใกล้ๆ ถึงแม้พวกเขาจะอยู่ห่างกันไกลคนละครึ่งโลกแต่มิตรภาพที่ดีก็ยังคงไม่เปลี่ยนไป จงอินใช้เวลาชั่งใจอยู่ชั่วนาทีแต่แล้วก็คิดว่ามันคงไม่เป็นอะไร

 

 

15:20   ฉันคิดถึงนาย

 

            KYUNGSOO :            

15:22   คุณอย่าพูดแบบนี้บ่อยนะครับ มันทำให้ผมอยากไปอเมริกา

 

 

            จงอินหัวเราะออกมาก่อนจะส่งสติกเกอร์หน้าหัวเราะกลับไป เขาคิดถึงคยองซูจริงๆ นั่นแหละ มันคงจะดีถ้ามีโอกาสได้เจอกันอีกสักครั้งแล้วนั่งคุยกันถึงชีวิตที่ผ่านไป จงอินเชื่อว่าพวกเขาทั้งคู่คงมีเรื่องเล่าให้กันฟังได้มากมายเป็นวันๆ ไม่รู้จบ

 

 

15:23   มาสิ

 

KYUNGSOO :        
15:23   อย่าท้านะครับ

 

15:24   ไม่ได้ท้า
15:24   ถ้ามาจะพาไปกินไส้ย่างที่นิวยอร์กดีไหม?

 

KYUNGSOO :        
15:25   มันไม่มีสักหน่อยคุณอย่ามาหลอกผมเลยน่า

 

15:25   ฮ่าๆๆ

 

KYUNGSOO :        
15:26   คุณจงอิน

KYUNGSOO :
15:26   ผมคิดถึงคุณเหมือนกันรู้ไหมครับ

 

 

จงอินนิ่งไปหลังจากที่ประโยคนั้นถูกส่งมา ความรู้สึกบางอย่างไหลผ่านตัวอักษรจนทำให้เขารู้สึกตื้นตัน ยังไม่ทันจะพิมพ์ตอบอะไรเสียงของใครบางคนก็ดังขึ้นตรงหน้า มันไม่ได้คุ้นมากนักแต่จงอินก็คิดเสมอว่าถ้าได้ยินอีกครั้งเขาก็คงไม่น่าลืม

 

“ผมบอกคุณแล้วใช่ไหมครับว่าอย่าท้า”

 

ใบหน้าคมเงยขึ้นมองคนที่มายืนอยู่ตรงหน้า ใบหน้าของคนตัวเล็กที่เขาเพิ่งคุยด้วยแล้วเข้าใจว่าอยู่เกาหลีกำลังส่งยิ้มมา แววตาของคยองซูไม่ได้เปลี่ยนไปนักจากวันสุดท้ายที่เจอกันเพิ่มเติมขึ้นมาคือความมั่นใจในแววตา จงอินถึงกับทำหน้าไม่ถูกจนกระทั่งอีกฝ่ายเดินเข้ามาหา

 

“ขอนั่งด้วยคนได้ไหมครับ”

 

จงอินนิ่งมองคนตรงหน้าอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะระบายยิ้มออกมา

 

“เอาสิ เราคงมีเรื่องต้องคุยกันอีกยาว ใช่ไหม?

 

คยองซูหัวเราะออกมาก่อนจะนั่งลงข้างๆ แล้วเริ่มต้นเล่าว่าเขามายืนตรงนี้ได้อย่างไร เขาตอบตัวเองได้ตั้งแต่วันที่จงอินหันหลังให้ที่สนามบินว่าเขาจะพาตัวเองมายืนเคียงข้างจงอินให้ได้ในสักวันหนึ่งข้างหน้าที่ไกลออกไป ไม่ว่าจะต้องใช้ความพยามยามมากเท่าไหร่ สิ่งเหล่านั้นผลักดันให้เขาก้าวมาเรียนต่อที่นิวยอร์กจนได้

 

มันเป็นเรื่องเซอร์ไพรส์ในรอบปีที่จงอินฟังแล้วถึงกับนิ่งไปก่อนจะระเบิดหัวเราะออกมายกใหญ่จนคนที่เดินผ่านไปผ่านมาหันมามอง ถึงแม้จะอายขนาดไหนแต่เมื่อร่างสูงหยุดหัวเราะแล้วมองเขาด้วยสายตาภาคภูมิใจคยองซูก็รู้ว่ามันคุ้มค่าขนาดไหน

 

เวลาอาจเปลี่ยนแปลงอะไรหลายอย่างไป แต่ ณ วันนี้วันที่คยองซูได้นั่งอยู่ข้างหน้าจงอินอีกครั้งทำให้เขาเข้าใจว่าในทุกความสัมพันธ์ที่เปลี่ยนไปมีอะไรบางอย่างระหว่างพวกเขาสองคนที่ไม่เคยเปลี่ยนไปเลยไม่ว่าเมื่อไหร่ มันเป็นความผูกพันที่เกิดจากความหวังดีในหัวใจที่อยากให้ต่างฝ่ายต่างมีความสุข

 

ทั้งคู่ไม่รู้ว่ามันจะนำไปสู่ระดับที่มากขึ้นกว่าเดิมได้ไหม เพียงแต่วันนี้พวกเขาต่างดีใจที่ได้เจอกันอีกครั้งได้กลับมาเป็นพลังให้กันและกันในการก้าวเดินต่อไป

 

เซ็นทรัลพาร์คยังคงเต็มไปด้วยหิมะสีขาวโพลนแต่จงอินและคยองซูกลับรู้สึกว่าอากาศอบอุ่นขึ้นได้ ปีใหม่ปีนี้คงไม่เหมือนหลายปีที่ผ่านไปอย่างน้อยพวกเขาก็ไม่ได้กลับไปเหงาเดียวดายเพียงลำพังเหมือนอย่างที่เคย

 

 

 

 

 

 

 

 

            แม่น้ำฮันไม่เคยเปลี่ยนไปเลยสักปีไม่ว่าจะมากี่ครั้ง อี้ชิงยืนอยู่ตรงนั้นแล้วทอดสายตามองผืนน้ำสีมืดดำที่ไหลผ่านไป สิ่งหนึ่งที่เหมือนกันของสายน้ำกับเวลาคงเป็นการที่มันไหลผ่านมาแล้วไม่เคยหยุดรอใคร เพียงชั่วพริบตามันก็ไหลผ่านไปและไม่มีวันหมุนย้อนคืนกลับมาใหม่ ต่อให้นึกเสียดายหรือเสียใจกับสิ่งที่เคยทำลงไปแค่ไหนก็ไม่อาจเรียกอะไรให้หวนคืน

 

            วันทุกวันที่ผ่านไปอี้ชิงใช้ชีวิตอยู่กับความหวังในหัวใจแต่ไม่เคยยึดติดกับการรอ เขารู้ว่าการรอคอยสร้างความทรมานได้มากแค่ไหนถึงอย่างนั้นก็ปฏิเสธไม่ได้ว่ายังคงหวังในการกลับมาของใครบางคนที่จากไป ถึงแม้จะยังหวังแต่ใจหนึ่งนั้นเขาก็ยังเผื่อใจว่าหากไม่มีวันที่เซฮุนตัดสินใจกลับมาก็คงไม่เป็นไร

 

            เข้าปีที่สามแล้วที่เซฮุนจากไป มันยาวนานกว่าที่อี้ชิงคิดเอาไว้และพวกเขาก็ไม่ได้ติดต่อกันบ่อยนัก ถึงแม้จะพยายามประคับประคองมันขนาดไหนแต่ระยะห่างทางเวลาและชีวิตที่ต่างกันก็ทำให้พวกเขาหาเวลาคุยกันได้น้อยเต็มทีจนกระทั่งห่างหายกันไป

 

            แต่อี้ชิงก็ยังคงเชื่อใจ ยังคงเชื่อว่าเซฮุนจะไม่ทิ้งเขาไว้กับการรอคอยลมๆ แล้งๆ พวกเขาผ่านความเจ็บปวดทรมานกับมันมานานเกินไป สิ่งเดียวที่อี้ชิงขอเอาไว้ก่อนที่จะแยกกันไปอีกครั้งคือหากวันใดที่เซฮุนไม่ต้องการจะกลับมาขอให้บอกเขาได้ไหม

 

            ปล่อยให้เขาเดินหันหลังให้กับการรอคอยครั้งนี้แล้วปล่อยมือกันเดินไป โดยไม่ต้องรั้งกันไว้ด้วยคำสัญญาอะไรอีก อี้ชิงไม่กลัวการจากลาอีกแล้ว มันเป็นเรื่องที่ต้องเกิดขึ้นไม่เร็วก็ช้าและเขาเชื่อว่าเซฮุนก็เช่นกัน

 

            ที่ยังรอเพราะเชื่อมั่นอย่างนั้น เซฮุนไม่เคยบอกให้เขาปล่อยมือไป ไม่ว่ามันจะนานขนาดไหนเขาก็จะอดทนเอาไว้

 

            ช่วงนี้อี้ชิงค่อนข้างยุ่งและมีเรื่องให้ใส่ใจ โรงเรียนสอนเต้นที่เขาเพิ่งเปิดไปเมื่อปลายปีที่แล้วกำลังเติบโตได้ดีและมีแนวโน้มว่าจะได้รับความสนใจมากขึ้นเรื่อยๆ เขาผลิตคนออกสู่วงการได้มากมายปรับปรุงทักษะและสร้างความฝันให้กับเด็กรุ่นใหม่ อี้ชิงกลายเป็นผู้บริหารเต็มตัวที่คิดถึงเพียงแค่ตัวเองไม่ได้แต่ต้องรับผิดชอบทั้งเด็กในชั้นเรียนและครูจ้างอีกหลายชีวิตที่รับเข้ามารวมไปถึงพนักงานที่อยู่ด้วยกัน

 

            ช่วงนี้เขากำลังทำโปรเจ็คท์ Showcase ของโรงเรียนเพื่อแสดงผลงานในวงกว้างเผื่อบริษัทในวงการต้องการเด็กใหม่ไปปั้นแล้วผ่านมาดูงานเด็กของเขาจะได้มีโอกาสมากขึ้น อี้ชิงจำเป็นต้องเข้าออฟฟิศทุกวัน ทำงานแทบไม่มีวันหยุดพักและนั่นทำให้เขาไม่มีเวลาที่จะเหงา แม้กระทั่งในคืนวันเคาท์ดาวน์อย่างเช่นวันนี้เขาก็เพิ่งได้ออกมาเดินเล่นที่แม่น้ำฮันตอนเกือบสี่ทุ่มแล้ว

 

            ลมพัดแรงเหมือนเช่นทุกปี อี้ชิงแหงนมองท้องฟ้าสีดำที่ไม่มีดาว หิมะอาจจะตกเพราะรู้สึกได้ถึงความหนาวที่ทวีความรุนแรงมากขึ้นทุกที แต่เขาก็ยังคงยืนอยู่ตรงนี้ ถุงร้อนในกระเป๋าเสื้อโค้ทไม่ได้ช่วยอะไรนัก แสงไฟจากตึกสูงที่กระจายตัวอยู่ริมแม่น้ำยังคงส่องสว่างชัดพร้อมกับเสียงเพลงที่เริ่มดังขึ้น

 

          ปีหนึ่งกำลังจะผ่านพ้นไปอีกปี เป็นอีกปีที่ไม่มีเซฮุนยืนอยู่ตรงนี้

 

            หูได้ยินเสียงแว่วชัตเตอร์ในความทรงจำแล้วก็ทำให้เผลอยิ้ม นึกถึงใบหน้าเรียวรีกับรอยยิ้มทะเล้นของคนเด็กกว่า คำพูดคำจายอกย้อนกวนประสาทที่ไม่ได้ชวนให้โมโหแต่กลับทำให้รู้สึกดี ดวงตาเป็นประกายที่คอยมองมาที่เขาเสมอไม่ว่าเวลาจะผ่านมากี่ปี ทุกอย่างที่เป็นเซฮุนยังคงชัดเจนอยู่ที่นี่ในความทรงจำ

 

            อี้ชิงหยิบรูปถ่ายใบเก่าของเขาออกมา พลิกภาพไปด้านหลังเพื่อจ้องมองลายมือหวัดที่คุ้นตา ตัวหนังสือไม่กี่ตัวที่จำได้ขึ้นใจ ‘My Eyes on You’ ดวงตาของฉันยังคงอยู่ที่คุณอยู่ตลอดมาแล้วมันก็เป็นอย่างนั้นเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนไป

 

            คิดถึงจนแทบบ้า แต่ทำอะไรไม่ได้นอกจากหยิบรูปขึ้นมาแล้วแนบมันไว้กับหัวใจ ทอดสายตามองออกไปยังผืนน้ำกว้างใหญ่ หวังให้มันพัดพาไปยังที่ใดที่หนึ่งที่เซฮุนอยู่ ลืมไปแล้วว่าการร้องไห้เป็นอย่างไร นานแล้วที่ไม่มีน้ำตาให้ไหลถึงแม้ทุกครั้งที่คิดถึงเซฮุนแล้วจะรู้สึกร้อนที่กระบอกตาจนรู้สึกปวดร้าวแทบไหม้ แต่กลับไม่มีหยดน้ำไหลออกมาอีกเลยตั้งแต่วันที่เซฮุนไป

 

            เสียงเพลงกระหึ่มดังขึ้นจากอีกฟากหนึ่งที่เต็มไปด้วยแสงไฟ เป็นสัญญาณของการเตรียมเข้าสู่ปีใหม่ อี้ชิงสูดลมหายใจเข้าลึกเก็บรูปลงกระเป๋า เขาไม่อยากพลาดโอกาสนี้เหมือนกับใครๆ

 

            ละอองหิมะโปรยปราย อี้ชิงแหงนหน้ามองท้องฟ้าก่อนจะยื่นมือออกไป เกล็ดน้ำแข็งสีขาวร่วงหล่นกระทบฝ่ามือก่อนจะแตกตัวเป็นเศษน้ำแข็งกระจาย

 

            สวยสวยและเหงาจนรู้สึกเศร้าในใจ

 

            เสียงเพลงครึกครื้นยังคงเร่งจังหวะต่อไปผสานกับเสียงของพิธีกรที่ดังอู้อี้แทรกผ่านสายลมมา ในขณะที่ทุกคนต่างกำลังเฮฮาเขากลับยืนนิ่งอยู่ริมฝั่งน้ำแล้วปล่อยให้ความคิดถึงลอยไป ที่ใดที่หนึ่งเซฮุนคงจะกำลังมองท้องฟ้าเดียวกันกับเขา มองพระจันทร์ดวงเดียวกันแล้วอธิษฐานอยู่ในใจ

 

            ว่าสักวันพวกเราจะกลับมาพบกันใหม่

 

            เสียงจังหวะนับที่ลอยมาแต่ไกลเริ่มต้นขึ้นแล้วอี้ชิงก็หลับตาลงทันใด คำอธิษฐานเดียวในใจตลอดสามปีที่ผ่านมาไม่เคยเปลี่ยนไป ความจริงอี้ชิงเฝ้าอธิษฐานอยู่ทุกวันตั้งแต่วันแรกจนกระทั่งถึงวันนี้

 

            ขอให้เราได้พบกันอีกสักครั้งได้ไหม?

 

            5…4…3…2…1…

 

            .

 

            .

 

            .

 

            อี้ชิงสะดุ้งเมื่อฝ่ามือของใครคนหนึ่งเลื่อนมาปิดตาของเขาไว้จากด้านหลัง เขารู้ก่อนที่จะได้ยินเสียงด้วยซ้ำ เสียงทุ้มต่ำที่เรียกน้ำตาที่ไม่ไหลมาเป็นเวลานานให้พรากลงมาอีกครั้ง

 

          “ผมกลับมาแล้ว”

 

            ฝ่ามือเลื่อนออกไปแล้วอี้ชิงก็พลิกตัวหันกลับไปเผชิญหน้ากับคนที่คิดถึงมาตลอดสามปีและใช้เวลาเกือบสิบปีในการรอคอย รอยยิ้มคุ้นตาที่แม้หลับตาก็ยังฝังอยู่ในหัวใจอยู่ตรงหน้าใกล้พอจะคว้าเอาไว้ อี้ชิงโถมตัวเข้าหาเซฮุนแล้วกอดคนตรงหน้าปล่อยโฮออกมาราวกับเด็กๆ อย่างไม่อาย มือใหญ่ที่ลูบไล้อยู่บนแผ่นหลังให้ความอบอุ่นจริงแบบที่สัมผัสได้ เซฮุนเองก็กอดอี้ชิงแน่นแล้วปล่อยให้น้ำตารื้นขึ้นมาด้วยความตื้นตันใจ

 

            “ไม่ไปไหนแล้ว จะไม่ไปไหนอีกแล้ว”

 

            “ถึงจะไป ก็จะไม่ปล่อยให้ไปอีกแล้ว ห้ามไปไหนอีกแล้วเข้าใจไหม”

 

            เซฮุนหัวเราะออกมาแล้วรั้งอี้ชิงเข้ามากอดให้แน่นขึ้นอีกจนแทบหายใจไม่ได้ แต่ตอนนี้อี้ชิงไม่สนใจเขาเองก็รัดเซฮุนไว้ด้วยกำลังทั้งหมดที่มีเช่นกัน การรอคอยที่ยาวนานสิ้นสุดลงแล้วเขาจะไม่มีวันยอมปล่อยมือคู่นี้ไปไหน

 

            ต่อไปนี้พวกเขาจะมีแค่กันและกันอย่างนี้เรื่อยไป จะแบ่งปันความทุกข์ความสุขและแชร์ลมหายใจร่วมกันไปจนวันสุดท้ายจะไม่ปล่อยให้การรอคอยที่ผ่านมาไร้ความหมาย จะทำทุกวินาทีต่อจากนี้ให้มีค่าและฝังแน่นอยู่ในใจ

 

            บทเรียนที่ผ่านมาทำให้หัวใจของทั้งคู่แข็งแกร่งมากเท่าไหร่มันก็ทำให้ความรักมั่นคงมากขึ้นเท่านั้น เซฮุนเชื่อมั่นว่าเขาจะรักอี้ชิงได้ไม่น้อยไปกว่าทุกวันและอี้ชิงก็เชื่อเช่นกันว่าเขาจะรักเซฮุนให้ได้มากกว่าเดิม

 

            การเดินทางทำให้พวกเขาเดินสวนกันบนถนนสายเล็กๆ เส้นหนึ่ง นำพาพวกเขาเดินไปด้วยกันเลือกจะจับมือกัน เลือกจะเดินแยกกันแล้วมันก็วกกลับมาพาพวกเขามาเจอกันอีกครั้ง มันไม่ใช่ทางเดินที่โรยด้วยกลีบกุหลาบ เต็มไปด้วยขวากหนามและดินลูกรัง อาจมีสะดุดล้มเจ็บและร้องไห้กันบ้าง ผ่านความทรมานและเหนื่อยล้าและอาจทำให้ใครเสียน้ำตาระหว่างทาง แต่ที่สุดพวกเขาก็ฝ่าฟันจนกระทั่งได้กลับมาเดินบนถนนสายเดียวกันอีกครั้ง

 

            จะจับมือกันเดินไปบนถนนสายที่ยาวไกลกว่าที่เคยฝัน ปล่อยให้เส้นทางที่ผ่านเป็นบทเรียนให้ระลึกถึงในวันที่ทางข้างหน้าเจออุปสรรคอีกครั้ง ถึงแม้จะลำบากหรือเหนื่อยหนักอีกสักกี่ครั้งแต่พวกเขาเชื่อมั่นว่าจะประคับประคองและเดินไปด้วยกัน

 

          จนสุดปลายทาง

 

 

 

END

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

- TBC -

 

ในที่สุด

 

ขอบคุณทุกคนมากนะคะที่ร่วมเดินทางมากับเราจนถึงตอนสุดท้าย
วันนี้เราขอทอล์คเยอะๆ หน่อยแล้วกันเนาะมีเรื่องอัดอั้นตันใจเยอะ ความจริงคือคิดถึงอ่ะ ไม่อยากจบต้องคิดถึงทุกคนมากแน่ๆ
TT ไม่อ่านก็ข้ามได้ค่ะอนุญาต 5555

ตั้งแต่เขียนฟิคมาปีหนึ่งได้ พูดได้เต็มปากเลยค่ะว่า ณ ตอนนี้ฟิคเรื่องนี้คือฟิคที่เรารักที่สุด เราใส่ความเป็นตัวเองเข้าไปในงานชิ้นนี้เยอะมาก ทั้งความชอบแนวคิด หลายสิ่งหลายอย่าง อย่างที่ทุกคนรู้กันว่ามันเริ่มมาจาก SF ที่ละมุนเหลือเกิน แต่พอเราเอามาปรับเป็นเรื่องยาวมันดราม่ามาก หน่วงมากจนบางทีเราเขียนเองดิ่งเอง ตอนแรกไม่มีคนอ่านเลยค่ะ 555 ใจหายมาก แต่เราเข้าใจเนาะ หลายคนเครียดเรื่องเรียนเรื่องงานมาแล้วอาจจะอยากได้อะไรที่สบายใจ ดราม่าไม่มีหยุดพักตั้งแต่แชปแรกจนแชปสุดท้ายแบบนี้คนที่อยู่ด้วยกันจิตแข็งจริงๆค่ะเรานับถือและรักแรงมาก

ฟิคเรื่องนี้ทำให้เรารู้จักคนอ่านหลายๆ คนเพิ่มผ่านแท็ก
หลายคนที่อ่านฟิคเราอยู่แล้วตามมาตั้งแต่เรื่องแรกจนเรื่องนี้ทั้งที่เราก็เพิ่งเริ่มเขียนได้ไม่นานเราซาบซึ้งมาก
กับบางคนที่ผ่านมาแล้วให้ความสนใจฟิคเราแล้วเข้ามาคุยกัน มันไม่ได้ให้เราแค่ความสุขที่ได้เขียนมันทำให้เรารู้จักทุกคนด้วย เหมือนได้เพื่อนได้น้องเพิ่มเพราะเรามาคุยกัน บางคนมาบอกว่าอยากอ่านเจ้าชายน้อยเพราะฟิคเรา เราดีใจนะคะที่ฟิคเราให้อะไรได้มากกว่าแค่ความสนุกสนานชั่วคราว มันเหมือนเราได้แชร์ความชอบให้คนอื่นไปด้วย หลังจากนี้เราคงเหงามากแน่ถ้าผ่านไปผ่านมาก็แวะมาทักทายกันนะคะ

ฟิคเรื่องนี้ความจริงไม่มีสเปนะคะ
ขอชี้แจงเพิ่มเติมตรงนี้ เราตั้งใจแต่แรกว่าไม่มีแต่พอตัดสินใจจะทำรวมเล่มพูดกันตรงๆ เลยคือเราไม่มีเงินมากพอจะทำของแถมสวยๆ ให้
TT ด้วยปริมาณคนสั่งที่น้อยด้วยเราเลยตัดสินใจคิดตอนสั้นๆ เพิ่มเป็นของแถมให้ไป ซึ่งมันไม่มีผลอะไรต่อเนื้อเรื่องเลยค่ะ ไม่ได้ตั้งใจที่จะกั๊กแต่อย่างใดเพราะฉะนั้นใครที่ไม่ได้ซื้อเล่มอย่าน้อยใจนะ เราแคร์

สำหรับใครที่อยากได้เล่ม
สั่งจองได้ถึงวันที่ 16 สิงหานะคะ ตามลิงก์ >> 
http://goo.gl/fuqPxh

 

//หายใจเข้า
เราไม่รู้จะทอล์คอะไรแล้วค่ะ
5555

เอาเป็นว่าขอบคุณคนอ่านทุกคนมากๆ อีกครั้งที่รัก Crossroad นะคะ
สุดท้ายนี้เราอยากให้ทุกคนบอกเราหน่อยได้ไหม
? ว่าอ่านมันแล้วรู้สึกยังไงบ้าง จะสั้นหรือจะยาวก็ได้ค่ะ ความรู้สึกที่มีต่อฟิคเรื่องนี้ เราอยากรู้จริงๆ นะ (หาเรื่องคุยน่ะ) จะคอมเม้นในนี้ หรือจะเมนชั่นมาในทวิต ติดแท็ก ใส่ ask ได้หมดเลยค่ะ เราจะรอนะ ^^

 

 

 

            “คนเรามีดวงดาวที่ไม่เหมือนกัน สำหรับคนที่เป็นนักเดินทาง ดวงดาวก็จะเป็นผู้นำทาง สำหรับผู้อื่นมันเป็นเพียงแสงสว่างจุดเล็กๆ เท่านั้นส่วนเธอ เธอจะมีดวงดาวซึ่งยังไม่เคยมีใครมีเหมือน

           

“ลาก่อนนะ

 

 

 

#CrossroadHL

 

 

 

 

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 7 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #360 sai (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 1 กันยายน 2559 / 20:26
    เป็นครั้งแรกที่อ่านฟิคฮุนเลย์เลยค่ะ ประทับใจมากๆ เป็นฟิคที่ดีมากจริงๆค่ะ

    ขอบคุณไรท์ที่เขียนฟิคเรื่องนี้นะคะ คือประทับใจมากจนไม่รู้จะพูดยังไงดี5555

    เนื้อเรื่องดีจริงๆค่ะ อ่านไปแล้วเข้าใจตัวละครเลย แอบเศร้ากับจงอินแต่โชคดีที่มีคยองอยู่ด้วย

    เป็นตอนจบที่อบอุ่นแบบบอกไม่ถูกเลย เป็นฟิคที่ติดอันดับในใจเลยค่ะ

    ขอบคุณที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้นะคะ ^^
    #360
    0
  2. #359 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 14:14
    อยู่ดีๆก็นึกอยากอ่านฟิคฮุนเลย์แล้วก็ลองหาฟิคที่จบแล้ว เข้ามาอ่านเรื่องนี้และ SF ที่ละมุนมากใช้เวลาอ่านไปน่าจะสามวันว่างก็อ่านตลอดค่ะ เป็นฟิคที่ตรงกับความชอบเลย ชอบแนวที่เวลาอ่านไปแล้วหน่วงๆบีบหัวใจน้ำตาซึม แต่ไม่เคยน้ำตาซึมเลยฟิคเรื่องนี้เรื่องแรกค่ะ บ่อน้ำตาตื้นขึ้นมาทันทีเวลาอ่านทุกตอน ความรู้สึกของทุกตัวละคร ไม่ว่าจะเป็น อี้ชิง เซฮุน จงอิน คยองซู ซุนกยู เป็นความรักที่แบบมันไม่ใช่แค่รัก มันมีเหตุผลอะไรหลายๆอย่าง เรารับรู้ได้แบบเข้าถึง การดำเนินเรื่องไม่น่าเบื่อ ขอบคุณนะคะไรต์ ขนาดพึ่งมาอ่านแบบไม่ได้ตามรออัพคือมาอ่านตอนฟิคจบแล้วเรายังรู้สึกผูกพันกับตัวละครของฟิคเรื่องนี้ คิดถึงมากๆแน่ๆค่ะ รักทั้งตัวละครและไรต์ด้วย จุ๊ฟๆ
    #359
    0
  3. #326 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 18 เมษายน 2559 / 01:09
    จบแล้ว ขอบคุณไรท์เตอร์ มากๆเลยนะค่ะที่เขียนฟิคสนุกๆให้อ่าน(ถึงจะไม่ใช่แนว)แต่เป็นเรื่องที่ถึงมันจะเศร้าแต่มันอัดแน่นไปด้วยกลิ่นไอความรักหลายรูปแบบ การรอคอยความรัก ทุกคนในเรื่องนี้ต่างรอคอยความรักที่เหมาะสมแล้วเข้ากับตัวเอง ถ้าไม่เกิดมาคู่กันต่อให้ดีแค่ไหนก็คงไม่ได้คู่กัน พิมถึงตรงนี้แล้ว ไรท์สื่ออารมณ์ตัวละครทุกตัวได้ดีมากๆ จุ๊ป
    #326
    0
  4. #294 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 15:43
    จบแล้ว จงอินก็มีความรู้สึกดีที่มีคยองอยู่ข้างๆ ถึงจะไม่ได้เป็นความรู้สึกที่เหมือนกันอี้ชิง แต่อยู่ด้วยก็มีความสุข ยิ้มได้ สบายใจ
    ส่วนฮุนเลย์ มันคงเป็นความรักที่แม้แต่เวลาก็ไม่สามารถทำให้น้อยลงหรือหายไปได้ เพราะทั้งคู่ต้องมองกันและกันเท่านั้น
    #294
    0
  5. #265 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 11:54
    ขอบคุณนะคะที่แต่งฟิคฮุนเลย์ ที่จริงไม่ชอบดราม่าเลยยย แงง แต่ถ้าหากตอนจบมีความสุขกันละก็ เราก็ควรอ่านมุมที่ยากลำบาก ความเศร้า น้ำตา เสียใจ เดียวดาย หน่วง ใช่ไหมคะ ฮือ ความสุขที่รอมาเกือบสิบปี 'พี่จะไม่ปล่อยให้นายไปไหนอีกแล้ว' น่ารักมากเลยค่ะ สุดท้ายก็รักกันนะะะะ อยู่ด้วยกัน ฮุนเลย์มีความสุข คนอ่านก็มีความสุข พี่วาโยก็มีความสุขใช่ไหมคะ ขอบคุณมากๆนะคะ ^_^
    #265
    0
  6. #231 yumsaab (@yumsaab) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 23 ตุลาคม 2558 / 15:22
    บ่นก่อน เราพึ่งมาอ่าน แอบเสียใจจจจที่ไม่ทันหนังสือออ แงงงงง
    ขอบคุณไรท์เตอร์ที่สร้างสรรค์ฟิคดีๆแบบนี้ให้เราอ่าน คือมันกินใจมากกกก
    อ่านเรื่องนี้แล้วทำให้เราคิดอะไรเบแพแยะไปหมด
    ไรท์เตอร์สู้ๆๆๆยะคะหลังจากนี้เป็นกำลังใจให้เสมอออ
    #231
    0
  7. #230 alias.c (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 ตุลาคม 2558 / 19:13
    ขอบคุณนะคะมันทำให้เรารู้ว่าการรอคอยถึงจะเจ็บปวดแต่ถ้าเรายังศรัทธาและยังมีความหวังอยู่วันนั้นมันจะต้องมาถึงแน่นอนถึงเราจะไม่รู้ว่ามันจะมาถึงเมื่อไหร่ก็ตาม อ่านแล้วจี้ใจดำสุดๆ บางครั้งก็นึกถึงตัวเองมันทำให้เรามีความหวังมากขึ้นหวังว่าสักวันหนึ่งเราจะได้เจอกัน ขอบคุณนะคะขอบคุณมากจริงๆ
    #230
    0
  8. #229 KRAY (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 7 กันยายน 2558 / 06:37
    ขอบคุณไรท์ที่อยู่ด้วยกันมาตั้งแต่ SF ไม่คิดว่าไรท์จะแต่งต่อแบบนี้ ดีใจมากๆ สู้ๆ นะคะไรท์
    #229
    0
  9. #227 Yapa (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2558 / 19:43
    ชอบมากฮืออออ

    ไม่อ่านถือว่าพลาด

    นี่เข้ามาเพราะไคโด้ล้วนๆนะ

    แต่อดอ่านฮุนเลย์ไม่ได้เลย ภาษาดีมากๆให้ตานเถอะ

    อ่านจบรวดเดียวเลย ชอบมากกกกกก
    #227
    0
  10. #226 JC.Sherlock (@jcsherlock) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 22:51
    ทำไมอ่านไปมันมีหลายความรู้สึก มันหน่วงๆตอนแรกๆของจงอิน แต่มาพีคละเขินมากตอนคุยกะโด้ละนางมาหา ทั้งยังอบอุ่นอีกตอนฮุนเลยช่วงเวลาไม่นานสำหรับคนที่พึ่งรู้จักฟิคนี้แต่อ่านจนจบแล้วรักมาก รักมากจริง ๆๆ แด่ไรท์เตอค่า  👉❤💕
    #226
    0
  11. #225 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2558 / 17:12
    จะร้องไห้ไม่อยากให้จบเลยอ่านเรื่องนี้มานานมากเราเมนฮุนด้วย ฟิคเรื่องนี้ให้หลายความรู้สึกมากสนุกตื้นตันเศร้าเสียใจขัดใจมันหลากหลายอารมณ์มากๆขอชื่นชมคนแต่งที่สามารถบีบเค้นอารมณ์ความรู้สึกและความเป็นตัวเองใส่ลงไปมันดีมากๆเราชอบจริงๆทั้งๆที่ไม่ชอบฟิคดราม่าแต่เราอ่านเรื่องนี้จนจบได้ก็เพราะมันดีจริงๆมันมีความน่าสนใจหลายอย่างภาษาการบรรยายมันก็ดีหมดบางตอนบรรยายจนคนอ่านแทบจะร้องไห้ตามตัวละครเก่งมาก เลิฟนะ>\<
    #225
    0
  12. #224 krkornhinz (@thakienghin103) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 22:38
    เรารักเรื่องนี้มาก อย่างแรกคือ นานๆทีจะมีฮุนเลย์ที่เเต่งจบ(อันนี้ความปลื้มส่วนตัวเกี่ยวกับคู่ชิปอะนะ) อีกอย่างคือเนื้อเรื่องโดนมาก ประโยคแต่ละประโยคมันบอกความรู้สึกได้หมดเลย แม้จะเป็นประโยคสั้นๆ แล้วเนื้อเรื่องก็ดูไม่นิยายจนเกินไป คือมันสอดคล้องกับชีวิตจริงอะ สุดท้ายก็ดีใจมากที่จบแบบไม่เจ็บปวด555 รีดปลื้มม
    #224
    0
  13. #223 Beau-BeKL (@beaunutsara) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 21:40
    เรารักฟิคเรื่องนี้มากเลยค่ะ ตั้งแต่SF คือมันดีมากกกกก (ชอบอ่านดราม่าอยู่แล้ว555) แล้วเรื่องนี้ละมุนมากกก ไรท์บรรยายดีมาก เหมือนเราหลุดเข้าไปในฟิคเลยTT  ฟิคเรื่องนี้ทำให้เราอยากอ่านเจ้าชายน้อยเหมือนกันค่ะ จนต้องสั่งซื้อมาให้ได้ 555 ขอบคุณไรท์เตอร์ที่แต่งฟิคดีๆแบบนี้ออกมานะคะ มันดีมากๆเลย เราจะติดตามผลงานไรท์เตอร์อีกเรื่อยๆเลยนะคะ<3 รักมากกกกก
    #223
    0
  14. #222 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 18:11
    จบแล้วทุกคู่มีความสุขในแบบของตัวเองกันเลยนะ
    #222
    0
  15. #221 Laytiny (@farxing) (จากตอนที่ 31)
    วันที่ 12 สิงหาคม 2558 / 10:45
    ชอบเรื่องนี้นะคะ ต่อให้ดราม่าทุกตอนก็ชอบอ่ะ คือชีวิตจริงโลกนี้ก็ไม่ได้สวยงามเสมอไปหรอกเนาะ อ่านแล้วทำให้คิดไรได้หลายอย่างเลยอ่ะ ขอบคุณไรเตอร์นะคะที่แต่งเรื่องนี้จนจบ เราชอบมากๆเลยนะ
    #221
    0