[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 23 : ♡ Chapter 21 : The world keeps spinning around

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 322
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 5 ครั้ง
    8 ก.ค. 58

  CR.SQW









21
The world keeps spinning around

 

 

 

            จากวันนั้นอี้ชิงก็ไม่เห็นหน้าเซฮุนที่เฟบิวลาอีก จงอินพบจดหมายลาของเซฮุนบนโต๊ะทำงานในเช้าวันรุ่งขึ้น เขาเปิดอ่านมันอย่างสงบโดยที่ไม่พูดอะไรและเพียงแค่ยื่นมันส่งต่อให้เมื่ออี้ชิงไถ่ถามเท่านั้น

 

            อี้ชิงไม่รู้ว่าเขาควรรู้สึกอย่างไรเมื่อได้เห็นข้อความที่ราวกับเป็นคำบอกลาว่าจะตัดขาดจากกัน ความรู้สึกในตอนนั้นไม่สามารถบรรยายออกมาเป็นถ้อยคำได้ ราวกับโลกทั้งใบหายไปต่อหน้าต่อตาและอี้ชิงไม่รู้ว่าควรจะรับมือกับมันอย่างไร แต่เมื่อเงยหน้าขึ้นมาเห็นแววตาของจงอินก็ทำให้อี้ชิงกลืนความรู้สึกทั้งหมดกลับลงไป ทำได้เพียงแต่บอกกับตัวเองว่าพวกเขาต่างเลือกทำในสิ่งที่ดีที่สุดแล้ว และมันจะผ่านไปได้

 

            แต่กับหัวใจที่ปวดร้าวราวกับจะตาย อี้ชิงเองก็ไม่รู้ว่าจะผ่านมันไปได้อย่างไร

 

            หลายครั้งที่อี้ชิงเดินขึ้นไปดาดฟ้าคนเดียวเพียงเพื่อจะปล่อยน้ำตาให้ไหล เขาไม่ได้ร้องไห้ฟูมฟายจะเป็นจะตายมากมายเหมือนกับคืนนั้นอีกแล้วแต่ก็ยังห้ามตัวเองไม่ได้ ความหม่นหมองที่อยู่ในใจถูกระบายออกมาเป็นหยดน้ำที่ไหลออกมาจากหางตาทุกครั้งที่ความเงียบเข้ามาทำร้าย

 

            แน่นอนว่าเขาไม่ได้แสดงออกให้จงอินรู้ ต่อหน้าคนรักเขาพยายามยิ้มแย้มแจ่มใส และใช้ชีวิตให้ปกติราวกับไม่มีเรื่องใดเกิดขึ้นมาก่อน ความสัมพันธ์ของพวกเขากลับมาดีขึ้นอีกครั้งจนแทบจะกลับไปเป็นเหมือนเมื่อก่อน

 

แต่ลึกๆ พวกเขาต่างรู้ดี ไม่มีอะไรที่เหมือนเดิม หลุมลึกที่ถูกขุดเอาไว้คงต้องใช้เวลามากมายกว่าจะถมช่องว่างนั้นให้เต็มได้ พวกเขาคงไม่สามารถเยียวยาความเจ็บปวดในหัวใจของกันและกันภายในช่วงเวลาสั้นๆ และมันส่งผลต่อความสัมพันธ์ระยะยาวของพวกเขาอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้

 

ต่อให้อี้ชิงพยายามจะฝืนยิ้มร่าเริงขนาดไหน มีหรือที่คนที่รักอี้ชิงอย่างสุดหัวใจอย่างจงอินจะดูไม่ออกว่าแฟนของเขากำลังพยายามข่มความเจ็บปวดเอาไว้ข้างใน หลายครั้งที่อี้ชิงเผลอจงอินมักจะมองออกไปและพบกับสายตาว่างเปล่าที่เหม่อมองไปไกลของอี้ชิง ดวงตาที่ปราศจากรอยยิ้มชวนให้หวั่นไหวและสร้างความเจ็บแปลบให้กับหัวใจได้ทุกครั้งที่มอง

 

 

 

            สองวันให้หลังเพื่อนของเซฮุนที่เจ้าตัวแจ้งไว้ทางจดหมายก็เข้ามาทำงานใหม่ ฝีมือของเขาดีในระดับเป็นที่น่าพอใจ ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ห้ามไม่ให้ทีมงานและนักแสดงอีกหลายคนพูดกันไม่ได้ถึงกรณีที่เซฮุนหายไป แต่เพราะแต่ละคนไม่มีใครรู้กันจริงๆ ถึงเหตุผลที่เซฮุนจากไป ท้ายที่สุดข่าวลือนั้นก็เงียบหายและทุกคนก็ต่างแยกย้ายกันไปทำตามหน้าที่ของตัวเอง

 

            ซุนกยูเองก็เป็นอีกหนึ่งคนที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ครั้งนี้ มีคนเข้ามาถามเธอถึงสาเหตุที่เซฮุนตัดสินใจลาออกมากมายแต่ซุนกยูก็เพียงแค่ตอบปัดไปว่าเซฮุนได้งานใหม่และเคยคุยเรื่องสัญญากับเขาไปนานแล้วทำให้ต้องตัดสินใจไป

 

            ความเงียบของหญิงสาวทำให้เพื่อนคนอื่นไม่กล้าซักถามอะไรมากมาย ซุนกยูดูไม่พร้อมจะพูดคุยกับใครและปลีกตัวเองออกมาจากเพื่อนจนทุกคนสังเกตได้ว่าเธอเปลี่ยนไป ไม่มีใครกล้าเข้าใกล้นักนอกจากคยองซูที่ช่วงนี้ตัวติดกันเสมอและดูจะสนิทสนมกันมากกว่าปกติ

 

            วันนี้ก็เช่นกันที่พวกเขายืนอยู่ข้างกันตรงล็อคเกอร์เก็บของส่วนตัวในห้องพัก ขณะที่คนอื่นๆ ทยอยแยกย้ายกันกลับไปจนหมด

 

            “ฉันไปรอข้างนอกนะ”

 

คยองซูซึ่งเก็บของของตัวเองเสร็จเรียบร้อยหันมาพูดกับเพื่อนสาวที่กำลังง่วนอยู่กับการหาของในตู้ล็อคเกอร์ที่เธอยังไม่ได้จัด ซุนกยูหันไปพยักหน้าให้แล้วกลับไปรื้อของต่อ ได้ยินเสียงประตูล็อคเกอร์ปิดตามหลังไปพักหนึ่งเธอก็เจอของที่ต้องการจนได้

 

            ซุนกยูยัดมันใส่กระเป๋าสะพายก่อนจะหันไปดูความเรียบร้อยอีกนิดหน่อยข้างใน พอดีกับที่เสียงเปิดประตูห้องพักดังขึ้นอีกครั้งเสียงใสจึงๆ เอ่ยออกไปเพราะคิดว่าเป็นเพื่อนมาตาม

 

            “ใกล้เสร็จแล้วคยองซู รอก่อนนะ”

 

            “คยองซูอยู่ข้างนอกน่ะ ฉันเห็นเขานั่งอยู่ที่ฟร้อนท์”

 

            ซุนกยูหันไปตามเสียงและพบว่าคนที่ยืนอยู่ตรงนั้นเป็นคนที่เธอไม่อยากเจอกันตามลำพังที่สุด

 

            “พี่อี้ชิง”

 

            “ดูซูบลงนะ หาเวลาพักบ้างหรือเปล่า ละครใกล้จะเริ่มแล้วถ้าเป็นอะไรไปจะแย่นะ” อี้ชิงพูดขณะเดินผละจากประตูมายังล็อคเกอร์ของตัวเองที่อยู่อีกฝั่ง ซุนกยูกระตุกยิ้มบางๆ

 

            “ขอบคุณที่เป็นห่วงค่ะ แต่ไม่ต้องลำบากก็ได้”

 

            ความเงียบอันอึดอัดย่างกรายเข้ามาทันทีหลังจากประโยคเยียบเย็นนั้น อี้ชิงหันใบหน้าไปหารุ่นน้องที่ครั้งหนึ่งเคยสนิทสนมกันดี ถึงแม้จะไม่ถึงขั้นที่คุยกันทุกเรื่องแต่ก็สามารถหยอกล้อกันได้ สีหน้าเฉยชาของซุนกยูไม่ได้หันมาทางนี้และถึงแม้อี้ชิงจะรู้คำตอบดีเขาก็ยังเลือกที่จะถามออกไป

 

            “เธอโกรธพี่เหรอ?

 

            ซุนกยูปล่อยให้ความเงียบแทนคำตอบอยู่หลายนาที ก่อนที่จะสะพายกระเป๋าขึ้นไหล่ปิดประตูล็อคเกอร์แล้วหันไปเผชิญหน้ากับรุ่นพี่ที่เธอก็ไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกต่อเขาอย่างไร แล้วปล่อยให้คำถามนั้นย้อนกลับไปถามเจ้าตัว

 

            “แล้วถ้าเป็นพี่ พี่จะโกรธไหมคะ?

 

            “

 

            “

 

            “ฉันขอโทษ”

 

            ซุนกยูพ่นลมหายใจออกมาแล้วเบือนหน้าหนี หยดน้ำตาที่เคยกลั้นเอาไว้ตอนนี้คลอขึ้นมาที่ขอบตา แต่เธอสัญญากับตัวเองเอาไว้แล้วว่าจะไม่ร้องไห้อีก

 

            “อย่าว่าแต่โกรธเลย ถ้ามันทำให้หัวใจฉันมันเจ็บน้อยลงไปกว่านี้ หรือว่าทำให้ความเสียใจหรือความผิดหวังที่มีต่อพี่มันลดลงได้ ฉันก็อยากจะเกลียดพี่”

 

            “

 

            “แต่ยังไงมันก็เจ็บอยู่ดี เพราะฉะนั้นฉันก็เลยไม่รู้จะเกลียดพี่ไปทำไม” ซุนกยูปาดน้ำตาที่ล้นออกมาตรงหางตาออกแล้วเชิดหน้าขึ้น ก่อนจะก้มหัวให้อี้ชิงเร็วๆ หนึ่งทีแล้วทำทีจะเดินไปโดยไม่หันกลับมามอง แต่แล้วก็ต้องชะงักมือจับอยู่ที่ลูกบิดประตูเมื่อเสียงของอี้ชิงดังขึ้นแผ่วเบาจากด้านหลัง

 

            “เซฮุน

 

            “

 

            “เขาอยู่ดีใช่ไหม?

 

            มือที่จับลูกบิดประตูสั่น แต่ซุนกยูก็ยังพยายามที่จะเข้มแข็งอยู่ ดวงตากลมโตคู่นั้นคลอไปด้วยหยดน้ำตาและเริ่มแดงเพราะว่าอดทนกลั้นมันเอาไว้ ก่อนที่ใบหน้าเรียวจะเชิดขึ้นไปพร้อมกับหายใจเข้าลึกแล้วค่อยๆ หันไปสบตากับอี้ชิง

 

            “เขาดูแลตัวเองได้ เหมือนกับตลอดหลายปีที่ทำมา”

 

            “

 

            “เพราะฉะนั้นไม่ต้องห่วงหรอกค่ะ เอาเวลาไปดูแลตัวเอง ดูแลคนของพี่ ความรักของพี่ให้ดีดีกว่า”

 

            เสียงประตูปิดลงตามหลังร่างของซุนกยูที่หายลับไป ทิ้งอี้ชิงไว้กับความละอายใจจนรู้สึกชาไปทั้งร่างกายกับคำพูดที่ตั้งใจจะเตือนให้เขาตั้งสติให้ได้ว่าเขาควรให้ความสำคัญกับสิ่งใดมากกว่า อี้ชิงหลับตาแล้วทิ้งแผ่นหลังพิงลงกับล็อคเกอร์ก่อนจะยกฝ่ามือบางขึ้นมาลูบใบหน้า มันหมดเวลาแล้วอี้ชิง หมดเวลาแล้วจริงๆ

 

 

 


 

 

 

            “อี้ชิง”

 

            “

 

            “อี้ชิง”

 

            “อะ หา?” อี้ชิงเงยหน้าขึ้นมาจากฝ่ามือของตัวเองแล้วหันไปหาคนรักของเขาที่กำลังมองมาด้วยสีหน้าเรียบเฉย จงอินถอนหายใจเบาๆ ก่อนจะวางแฟ้มเอกสารสีขาวลงบนโต๊ะกระจกหน้าโซฟา

 

            “ฉันกำลังถามนายว่างานในส่วนพีอาร์ที่มาเรียให้นายไปเช็คสตูดิโอ Esquire ที่เป็นสปอนเซอร์ให้เราน่ะ ตกลงเขารับปากใช่ไหมว่าจะจัดการให้ทันในช่วง 2-3 วันนี้น่ะ”

 

            “อ๋อ เรียบร้อย ฉันตกลงกับเขาเรียบร้อยว่าเขาจะลงสื่อวิทยุในมือเขาให้ แล้วก็หนังสืออีก 2-3 ปกที่ Esquire เป็นหุ้นส่วนอยู่ก็จะมาทำสกู๊ปพิเศษภายในอาทิตย์หน้า”

 

            จงอินพยักหน้าแล้วลอบสังเกตสีหน้าของอี้ชิงที่ดูเหม่อลอย ไม่ใช่เรื่องแปลกในช่วงนี้อี้ชิงมักจะมีท่าทีอย่างนี้อยู่บ่อยๆ และนั่นทำให้เขารู้สึกน้อยใจ แต่จงอินก็ไม่อยากจะกวนใจด้วยการถามคำถามคาดคั้นเอากับความรู้สึกที่ยังไม่เข้าที่

 

            ตั้งแต่เซฮุนหายไป อี้ชิงก็ซึมลงไปจนสังเกตได้ ถึงแม้เจ้าตัวจะพยายามทำให้เขารู้สึกดีด้วยการพยายามทำเหมือนกับว่าไม่รู้สึกอะไร แต่จงอินรู้ดีว่าหลายครั้งอี้ชิงก็ยังคงแอบไปร้องไห้และยังคงคิดถึงเซฮุนแม้ในช่วงเวลาที่นั่งอยู่ข้างๆ กัน

 

            เขาไม่คิดอยากผลักไสเซฮุนไปและไม่เคยคิดจะทำอย่างนั้น แต่ต้องยอมรับว่าเขาพอใจกับการกระทำของเซฮุน มันทำให้เรื่องทุกอย่างง่ายขึ้น เขามีข้ออ้างที่จะดึงอี้ชิงให้อยู่กับเขา

 

          แต่ว่าเขาก็ยังกลัว

 

            จงอินขยับตัวให้เข้าใกล้อี้ชิงที่นั่งอยู่บนพนักโซฟา ก่อนจะค่อยๆ สอดแขนเข้าไปโอบร่างบางเอาไว้เรียกสายตาเรียวนั้นให้หันมอง แววตาที่เคยมองกันด้วยความสดใส บัดนี้กลับมองเห็นเพียงแค่ความว่างเปล่าข้างในจนคนมองรู้สึกท้อใจ แต่จงอินก็ยังคงมีเพียงรอยยิ้มส่งไปให้

 

            “เหนื่อยเหรอ?

 

            “ไม่หรอก” อี้ชิงส่ายหน้าช้าๆ “ฉันทำอะไร นายเหนื่อยกว่าฉันตั้งเยอะนะจงอิน”

 

            จงอินรั้งวงแขนให้ร่างบอบบางนั้นเข้ามาชิดมากขึ้นแล้วซุกหน้าลงไปกับหน้าท้องของอีกฝ่าย

 

“ไม่เหนื่อยหรอก ถ้ามีนาย”

 

อี้ชิงชะงักไป ก่อนที่ฝ่ามือเรียวบางจะเอื้อมขึ้นแล้วลูบผมสีน้ำตาลอ่อนของคนที่อยู่ในอ้อมกอดแผ่วเบา เขารู้ว่าจงอินชอบให้เขาทำแบบไหน ในวันที่เหนื่อยหรืออ่อนแอมากๆ พวกเขามักจะกอดแล้วลูบกลุ่มผมกันแผ่วเบา วันคืนดีๆ เหล่านั้นเกิดขึ้นซ้ำแล้วซ้ำเล่าจนเกือบลืมไปแล้วว่ามันทำให้รู้สึกพิเศษอย่างไร

 

ถ้าเป็นปกติจงอินคงจะกอดคนตรงหน้าให้แน่นขึ้นกว่าเก่าแล้วโยกตัวเบาๆ ราวกับปลอบประโลมเด็กชายแล้วกระซิบที่ข้างหูให้จงอินเบาใจว่าเขาอยู่ตรงนี้และจะไม่ไปไหน แต่กับวันนี้หลังจากเกิดเรื่องต่างๆ ขึ้นมากมาย เขาไม่แน่ใจว่าเขาสามารถพูดถ้อยคำเหล่านั้นออกมาได้เหมือนเดิม

 

ทั้งคู่ปล่อยให้ความเงียบโอบอุ้มพวกเขาไว้ครู่หนึ่ง จนกระทั่งเสียงทุ้มของจงอินเป็นฝ่ายเอ่ยขึ้นก่อนทั้งที่ยังคงกอดกันไว้

 

“จบเรื่องวุ่นวายนี่แล้ว เราไปพักผ่อนกันไหม?

 

 

“วางงานเอาไว้ ไปให้ไกลๆ หน่อย มีแค่เราสองคน จะได้ผ่อนคลาย”

 

“หึ จะไปไหนล่ะ?” อี้ชิงคลี่ยิ้มบางๆ พลางเกลี่ยปอยผมที่ปรกใบหน้าจงอินออกไป

 

“นิวยอร์กไหม?

 

อี้ชิงชะงักมือที่กำลังเขี่ยปอยผมเล่นก่อนจะคลายอ้อมกอดเมื่อจงอินผละตัวขึ้นมานั่งตัวตรงพลางมองเขาที่มีสีหน้าไม่สู้ดีเท่าไหร่

 

“จงอิน

 

“ฉันคิดเรื่องนี้มาหลายวันแล้ว ความจริงเราก็ต้องไปกันอยู่แล้วนี่ ถ้าไปเร็วขึ้นก็คงไม่เป็นไรหรอกมั้ง”

 

 

“ฉันติดต่อกับโรงละครทางนู้นเอาไว้ เขาไม่ติดอะไรถ้าเราจะไปกันเร็วขึ้น ที่เหลือก็แค่นายตัดสินใจ” อี้ชิงเงียบไปและจงอินไม่รู้ว่าอีกฝ่ายกำลังคิดอะไร มือหนาคว้ามือของอี้ชิงมากุมเอาไว้ก่อนจะมองลึกเข้าไปในดวงตาของอี้ชิงที่กำลังสั่นไหว “ฉันรู้ว่านายกังวลอี้ชิง และฉันยอมรับว่าฉันตัดสินใจเรื่องนี้เพราะเรื่องของนาย”

 

 

“ฉันอยากให้นายลองคิดดูว่าความฝันของเราคืออะไร แล้วเราทุ่มกันมามากขนาดไหนกว่าจะก้าวมาถึงจุดนี้ได้”

 

 

“ฉันจะไม่พูดถึงเรื่องที่มันผ่านไป แต่ฉันอยากให้นายคิดถึงปัจจุบัน คิดถึงฉัน คิดถึงเรื่องของเรา” แววตาจริงจังของจงอินทำให้อี้ชิงรู้สึกสะท้อนใจ เขาควรจะดีใจกับสิ่งที่พวกเขาเคยฝันเอาไว้และมันกำลังจะเริ่มต้นขึ้นเพียงแค่เขาเอื้อมมือคว้าเท่านั้น แต่วันนี้เขากลับไม่รู้สึกตื่นเต้นกับมัน

 

“จงอิน เอ่อ ฉัน” อี้ชิงเบือนหน้าหนีสายตานั้น แต่ก็ต้องหยุดเมื่อนิ้วเรียวของจงอินยกขึ้นมาแตะที่ริมฝีปากแผ่วเบา

 

ร่างสูงหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋ากางเกงของเขา แล้ววางมันเบาๆ ลงบนมือของอี้ชิง ร่างบางหลุบสายตาลงมองแล้วก็ต้องเบิกตากว้างเมื่อเห็นแหวนเงินเกลี้ยงเกลาวางอยู่บนมือนั้น

 

“อย่าปฏิเสธเลยนะ”

 

 

“ตั้งแต่คบกันมาฉันไม่เคยขออะไรนายมากไปกว่าการขอร้องให้มาอยู่ด้วยกัน และวันนี้ฉันก็อยากจะขอนายอีกครั้ง” จงอินไล้หลังมือไปตามใบหน้าขาวก่อนจะหยุดอยู่ที่ปลายผมแล้วเขี่ยมันเบาๆ “ไปด้วยกันนะอี้ชิง”

 

 

อี้ชิงพูดอะไรไม่ออกสักคำนอกจากปล่อยให้น้ำตาไหล มือที่ถือแหวนเอาไว้สั่นและรู้สึกหัวใจเหมือนโดนแช่แข็งให้หยุดเต้นลงไป ความอบอุ่นจากปลายนิ้วมือของจงอินที่ปาดน้ำตาเขาออกไปยิ่งทำให้ร่างบางรู้สึกผิดเต็มหัวใจ มันเคยอ่อนโยนเช่นไรมันก็ยังคงอ่อนโยนเช่นนั้น จงอินไม่เคยทำให้เขาคลางแคลงใจกับความรักที่ร่างสูงมีให้เลย

 

จงอินจรดริมฝีปากลงบนฝ่ามือบางแล้วนิ่งค้างไว้ ลมหายใจของร่างสูงรดลงไปบนมืออบอุ่นทำให้ยิ่งทำให้อี้ชิงรู้สึกเหมือนจะขาดใจ เขาทำร้ายจงอินได้อย่างไร แม้กระทั่งในวินาทีที่ร่างสูงคิดถึงแต่เขาและพยายามทำให้ทุกอย่างกลับคืนมาเป็นของเรา เขาก็ยังคงคิดถึงใครคนอื่นอยู่ได้

 

ไม่ว่าการตัดสินใจของเขาจะผิดหรือถูกอย่างไร แต่เขาจะไม่ลังเลอีกใจแล้ว

 

“ตกลง จงอิน ตกลง”

 

เสียงของอี้ชิงไม่ได้ดังไปกว่าเสียงกระซิบเท่าไหร่ แต่กลับเรียกรอยยิ้มจากคนตรงหน้าของเขาได้ อี้ชิงอ้าแขนรับอ้อมกอดของจงอินที่โผเข้ามากอดเขาไว้ จากนี้เขาจะตอบแทนความรักที่จงอินมีให้ด้วยใจ จะไม่มีวันทำให้คนที่รักเขาเสียใจอีกแล้ว





















- TBC -

ไม่ว่าเราจะพอใจกับชีวิตหรือไม่ โลกก็ยังคงมีหน้าที่หมุนต่อไปอยู่ดี
แล้วเราก็มีหน้าที่เพียงแค่ใช้ชีวิตต่อไปบนโลกใบนี้อย่างเต็มที่ในแบบของเราแค่นั้น

ชื่อตอนไม่ค่อยเกี่ยวกันสักเท่าไหร่ แต่ก็นั่นแหละค่ะ
ชีวิตก็แค่ต้องเดินต่อไป เพราะโลกไม่เคยหยุดรอให้เราเสียใจนาน :)

รักทุกคนเลยนะ



#CrossroadHL




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 5 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #352 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 08:51
    จงอินเป็นคนดีมากจริงๆ
    #352
    0
  2. #319 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 23:46
    จบตรงนี้ได้ไหม ผู้ชายแบบจงอินมีจริงใช่ไหม ฮื่อ อี้ชิงตัดสินใจแล้วห้ามเสียใจหรือกลับหลังนะ
    #319
    0
  3. #287 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 14:03
    เราต้องเลือกอยู่กับปัจจุบัน นึกถึงคนที่รักเรามากๆ อย่าทำร้ายเขา
    #287
    0
  4. #256 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 10:48
    จบตอนนี้เลยได้ไหมคะะะะ555555555 เศร้าพอแย้ววว >_<
    #256
    0
  5. วันที่ 12 กรกฎาคม 2558 / 12:51
    อ่า-ๆๆๆเศร้าดีจังเลย์ไคเถอะ อย่าทำร้ายไคเลยนะเลย์
    #184
    0
  6. #183 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 10 กรกฎาคม 2558 / 10:54
    สงสารอี้ชิงนะ เจ็บอยู่มาก คนที่อยู่ในใจอี้ชิงตลอดเลือกที่จะไป ส่วนจงอินสงสารมากกว่าแบบ เห็นคนที้เรารัก เสียกับการไปของอีกคนมากกว่า แถมยังโดนมองด้วยสายตาว่างเปล่า คือเจ็บอะ จงอินเป็นคนดีมากอะ รักแล้วรักอีกเจ็บยังไงก็รัก รู้เลยตอนที่จงอินของอี้ชิงไปนิวยอร์กด้วยกันเหมือนพร้อมรับความเสี่ยงอะ แล้วอี้ชิงทำท่าไม่แน่ใจนี่แบบ ใจสั่นมาก กลัวตาม ละพออี้ชิงตอบตกลงก็แทบโล่งอก แต่ก็กลัวว่ามาทางข้างหน้าจะเป็นยังไง จะเดินด้วยกันไปอย่างแข็งแกร่งไหม
    #183
    0
  7. #182 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 23)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2558 / 15:25
    อี้ชิงเลือกเดินต่อไปเหมือนก็เลือกเดินต่อไปเหมือนกันแต่ไม่ช่ายว่าจะไปเจอกันที่นิวยอร์กนะ
    #182
    0