[EXO] Crossroad (HunLay,KaiSoo)

ตอนที่ 22 : ♡ Chapter 20 : It's time to say 'Goodbye'

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 315
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    1 ก.ค. 58

  CR.SQW






20
It’s time to say “Goodbye”

 



            “นี่ใช่ไหม?...เหตุผลในคำว่า ขอโทษของนาย”


            เสียงทุ้มที่ดังขึ้นไม่ไกลพาสายตาทั้งสองคู่ให้หันมองไปยังทิศทางเดียวกันตรงประตูใหญ่ เกินกว่าที่จะหลอกตัวเองได้ อี้ชิงจำเสียงนั่นได้ดีตั้งแต่ก่อนจะหันไปและเมื่อแน่ใจว่าเป็นใครหัวใจที่สั่นไหวก็เหมือนกับถูกกระชากลงไปกองอยู่ที่ปลายเท้า


            “จงอิน!


            ร่างสูงกำลังยืนอยู่ตรงนั้น มองเขาด้วยแววตาที่แสดงออกถึงคำถามมากมาย เสียงของอี้ชิงไม่ได้ทำให้เกิดการเคลื่อนไหวใด มีเพียงแค่แววตาวูบไหวสั่นระริกเท่านั้นที่จับจ้องพวกเขาไม่ยอมละไปไหน ถัดไปด้านหลังของจงอินมีร่างเล็กของคยองซูยืนซ้อนอยู่ สีหน้าและแววตาดูตกใจกับภาพที่เห็นตรงหน้าเสียยิ่งกว่าคนตรงหน้าเสียอีก


            ทั้งที่เพียงตั้งใจจะเข้ามาเอาของที่คยองซูลืมไว้แล้วแวะไปส่งรุ่นน้องที่สถานีรถไฟแล้วจะกลับคอนโดเพื่อจะได้เปิดอกคุยกับอี้ชิงให้เข้าใจ จงอินไม่คิดว่าตัวเองจะได้พบกับสถานการณ์ที่ทำให้หัวใจรู้สึกชาได้ขนาดนี้


            ภาพที่เห็นและประโยคที่ได้ยินเมื่อครู่คงไม่สามารถที่จะคิดเป็นอื่นไปได้ ต่อให้จงอินจะพยายามมองโลกในแง่ดีขนาดไหน แต่สิ่งที่เกิดขึ้นเขาก็ไม่สามารถบอกตัวเองได้ว่าคิดมากเกินไป ยิ่งเห็นสีหน้าของทั้งสองคนตอนที่หันมามองเขาด้วยความตกใจยิ่งรู้สึกเหมือนหัวใจโดนบีบจนแทบยืนไม่ไหว


            นานทีเดียวที่ทุกคนต่างเงียบโดยไม่พูดอะไร จงอินแอบคิดว่ามันคงจะดีกว่านี้ถ้าอี้ชิงวิ่งขึ้นมาแล้วบอกเขาว่าทุกอย่างเป็นเรื่องเข้าใจผิดหรือแก้ตัวอะไรก็ได้ เขายินดีที่จะเชื่อทุกอย่างจากปากของคนรักดีกว่าความเงียบยาวนานที่ตอกย้ำว่าทุกอย่างเปลี่ยนไป


            ที่สุดคนที่ขยับตัวก่อนใครกลับเป็นเซฮุน เขาเดินตรงขึ้นมาหาจงอินที่ยืนนิ่งขึงอยู่กับที่ราวกับปลายเท้าโดนตอกตะปูตรึงไว้ อี้ชิงขยับเล็กน้อยทำท่าเหมือนจะห้ามแต่สุดท้ายก็ไม่พูดอะไร ร่างบางยังคงปล่อยให้น้ำตาไหลและปล่อยความสับสนให้กระจายอยู่ตามสีหน้าและแววตา


            เซฮุนเดินขึ้นมาจนอยู่ในระยะที่จงอินสามารถเอื้อมมือออกไป พวกเขาใช้เวลามองกันอยู่ชั่วอึดใจ จงอินมองเห็นแววตาสำนึกผิดอยู่ภายในดวงตาคู่นั้นผสมกับความเสียใจก่อนที่อีกฝ่ายจะก้มหัวให้


            “ผมขอโทษครับ”


            จงอินรู้สึกเหมือนโดนตบหน้าฉาดใหญ่ คำขอโทษของเซฮุนดังก้องสะท้อนอยู่ภายในโรงละครชวนให้ชาตั้งแต่ปลายเท้าขึ้นมาและเขาไม่แน่ใจว่าควรรู้สึกอะไร ร่างสูงกำมือแน่นแล้วมองดูผู้ชายตรงหน้าด้วยแววตาที่อธิบายไม่ได้ เขาเคยเอ็นดูเซฮุนมากมายและพร้อมให้ความไว้ใจในฐานะน้องชายคนหนึ่ง หากจะเกิดการผิดใจกันขึ้นไม่ว่ากรณีใดๆ สิ่งนี้จะเป็นกรณีสุดท้ายที่จงอินจะคิดได้ว่าเซฮุนจะทำ


            ความโกรธ ความเกลียดถาโถมเข้ามาจนจงอินรับมือไม่ไหว เขาแสดงออกอะไรไม่ได้นอกจากจิกเล็บเข้าไปในเนื้อจนรู้สึกชาเท่านั้น อยากกระชากเซฮุนขึ้นมาแล้วชกหน้าไปแรงๆ แต่เขาก็ตอบตัวเองไม่ได้ว่าทำไมถึงไม่ทำ


            ยิ่งเมื่อเหลือบสายตาไปมองร่างบางที่ยืนห่างลงไปยิ่งรู้สึกหมดแรงจนเกินจะทำ เพราะแม้กระทั่งในเวลาแบบนี้นั้นสายตาของอี้ชิงก็ยังคงจับจ้องอยู่ที่เซฮุนด้วยความห่วงใย แวบเดียวที่สายตาทั้งคู่สบกันราวกับอี้ชิงกำลังจะพูดออกมาว่าอย่าทำอะไรเซฮุน


            จงอินเม้มปากแน่นแล้วมองเซฮุนเป็นครั้งสุดท้ายก่อนจะเดินผ่านไหล่ร่างสูงที่ยังคงค้อมตัวมุ่งตรงไปยังอี้ชิง เขาบังคับตัวเองให้ไหล่ตั้งตรงจนดูฝืนธรรมชาติ จงอินต้องใช้ความพยายามอย่างมากที่จะข่มน้ำตาไม่ให้ไหล ยิ่งเห็นใบหน้าของคนที่รักเข้ามาใกล้ยิ่งรู้สึกว่าความอ่อนแอกำลังเกาะกินหัวใจจนกลัวตัวเองจะร้องไห้ออกมา


            “กลับไปคุยกันที่บ้าน”


            นั่นคือสิ่งที่จงอินสามารถรวบรวมกำลังใจพูดออกมาได้ เขาพยายามควบคุมน้ำเสียงของตัวเองไม่ให้สั่นถึงแม้มันจะยากแค่ไหน ไม่กล้าแม้แต่จะขึ้นเสียงใส่ เพียงแค่แววตาของอี้ชิงตวัดขึ้นไปมองเซฮุนก็ทำให้หัวใจรู้สึกเหมือนโดนบีบเอาไว้แล้ว


            ระยะเวลาเสี้ยวนาทีของการตัดสินใจ แต่สำหรับจงอินมันยาวนานราวกับหลายชั่วโมง เขากลัวไปหมดว่าอี้ชิงจะส่ายหน้าตอบว่าไม่แล้วเลือกเดินไปหาเซฮุนที่ยืนห่างออกไป แวววูบไหวในแววตาของอี้ชิงขณะที่มองเขาสลับกับมองใบหน้าของอีกคนยิ่งทำให้จงอินปวดใจ เขารับรู้ได้ว่าอี้ชิงยังคงสับสนและเขาไม่พร้อมที่จะให้อี้ชิงเป็นฝ่ายเลือกปล่อยมือเขาไป


            จงอินจับแขนของอี้ชิงขึ้นมาแล้วออกแรงดึงให้เดินตามไป ร่างบางไหลตัวตามแรงกระทำของเขาอย่างไม่ยินดียินร้าย จงอินไม่ได้หันไปมองว่าเซฮุนมองมาด้วยสีหน้าแบบไหนหรืออี้ชิงกำลังหันไปมองหน้าเซฮุนหรือเปล่า เขาเพียงอยากพาอี้ชิงออกไปจากที่นี่ให้เร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้


            ประตูปิดตามหลังลงไปทิ้งความเงียบอันแสนหนักอึ้งเอาไว้ให้กับคนสองคนที่ยังเหลืออยู่ คยองซูไม่รู้ว่าเขาจะมองหน้าเซฮุนอย่างไรไม่ให้สายตาของตัวเองโยนความผิดบาปทั้งหมดลงไปให้ อีกส่วนหนึ่งก็รู้สึกละอายใจที่เขาเหมือนรับรู้มาตลอดว่าอะไรเป็นอะไรแต่ก็ยังคงปิดเงียบเอาไว้ เพราะเอาแต่คิดว่ามันคงเป็นไปไม่ได้ เขาไม่คิดว่าอี้ชิงจะหักหลังหรือกล้าทำร้ายจงอินเพียงเพราะคนที่เพิ่งเข้ามาใหม่


            ในที่สุดคนตัวเล็กก็เดินไปคว้ากระเป๋าของตัวเองที่ลืมทิ้งไว้บนที่นั่งคนดูแล้วเดินออกไปโดยไม่พูดอะไรกับเซฮุนสักคำ ทิ้งบรรยากาศทั้งหมดนั้นให้เซฮุนรับเอาไว้เพียงลำพังในโรงละครกว้างใหญ่


            ทันทีที่แน่ใจว่าอยู่คนเดียว น้ำตาของลูกผู้ชายก็รินไหลไม่มีเสียงสะอื้นใด มีเพียงหยดน้ำที่ไหลออกมาจากดวงตาเพื่อระบายความรู้สึกทดท้อในหัวใจ คำตอบมันชัดเจนอยู่แล้วตั้งแต่ก่อนที่จงอินเข้ามา ถึงอย่างนั้นเขาก็ยังอดที่จะหวังไม่ได้ว่าให้อี้ชิงรั้งเขาเอาไว้ แต่ทั้งหมดทั้งมวลนั้นเขาเองก็รู้ว่ามันเป็นไปไม่ได้


            เขาฝันอะไร?

            ให้พี่อี้ชิงเลือกเขาอย่างนั้นเหรอ


โอ เซฮุนนายกำลังฝันอะไร?

 




 



            มีเพียงเสียงของเครื่องปรับอากาศเท่านั้นที่ยังคงดังอยู่ในความเงียบหลังจากที่อี้ชิงตัดสินใจเล่าเรื่องราวทั้งหมดของเขาและเซฮุนให้จงอินฟัง ตั้งแต่วันที่พวกเขาบังเอิญเจอกันที่สนามบินเมื่อ 6 ปีก่อน ความสัมพันธ์ซับซ้อนที่เริ่มต้นขึ้นที่นั่นแต่กลับไม่จบที่นั่น คำสัญญาที่เหมือนกับไม่มีใครจดจำแต่ความจริงแล้วไม่มีใครลืมมันลง จนกระทั่งพวกเขาได้เจอกันที่ปารีสอีกครั้ง และเล่นตลกอย่างร้ายด้วยการนำพวกเขากลับมาเจอกันที่โรงละคร


            จงอินไม่รู้ว่าเขาควรจะรู้สึกกับเรื่องไหนก่อน ระหว่างความสัมพันธ์ของทั้งสองที่ดำเนินไปภายใต้จมูกของเขา หรือความจริงที่ได้รู้ว่าที่สุดเขาเองต่างหากที่เป็นฝ่ายมาทีหลัง แต่ไม่ว่าจะเรื่องไหนนั้นมันก็ทำให้หัวใจของเขาพังไม่ต่างกันอยู่ดี


            “นายจะโกรธหรือจะเกลียดฉันก็ได้ แต่ฉันกับเซฮุนไม่ได้มีอะไรเกินเลยไปกว่าที่นายเห็นอย่างนั้น” คำพูดปนสะอื้นของอี้ชิงไม่ได้ทำให้จงอินรู้สึกดี ไม่ว่าพวกเขาจะมีหรือไม่มีอะไรกันแต่ความจริงนั้นคืออี้ชิงไม่ได้รักเขาแค่คนเดียว


            จงอินไม่รู้ว่าเขาจะรับมือความปวดร้าวนี้ได้อย่างไร นอกจากปล่อยให้ความเงียบเยียวยาหัวใจที่ถูกฉีกออกไปเป็นเป็นชิ้นๆ น้ำตาคลออยู่ที่ดวงตาแต่มันกลับรู้สึกเจ็บเกินกว่าที่จะไหล ฝ่ามือทั้งสองข้างกำเข้าหากันแน่นเขาไม่ทันสังเกตว่าตัวเองจิกเล็บลงไป กว่าจะรู้ตัวความเจ็บปวดก็แล่นริ้วขึ้นมาเสียแล้ว


            เขามองดูใบหน้าของคนรักที่ได้แต่ก้มหน้าแล้วสะอื้นไห้ ไหล่บางนั้นคุดคู้ลงแล้วปล่อยตัวเองให้จมอยู่กับความรู้สึกผิดและเสียใจ ตลอดเวลาหลายปีที่ผ่านมา จงอินพยายามเหลือเกินที่จะทำให้คนตรงหน้าเขานี้ยิ้มได้ พยายามเหลือเกินที่จะทำให้อี้ชิงมีความสุขในทุกวันที่ผ่านไป เคยสัญญากับตัวเอง สัญญากับป้ายหลุมศพแม่ของอี้ชิงว่าจะดูแลและทะนุถนอมคนตรงหน้านี้เอาไว้จนกระทั่งวันสุดท้าย


            เขาไม่เคยจินตนาการถึงวันที่อี้ชิงหายไป ระยะเวลายาวนานของการอยู่ด้วยกันกลายเป็นเครื่องการันตีความสัมพันธ์ไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่มีใครรู้ได้ อนาคตที่พวกเขาวาดไว้ด้วยกันมั่นคงเสียจนจงอินไม่เคยนึกว่าสักวันมันอาจเปลี่ยนไป รอยยิ้มของอี้ชิงที่ยิ้มให้เขาทุกเช้าหลังจากลืมตาตื่น เป็นชีวิต เป็นแรงบันดาลใจให้จงอินดำเนินชีวิตทุกวันบนโลกที่แสนยากใบนี้ให้ผ่านพ้นไปได้


            เขาภาคภูมิใจกับการได้เป็นส่วนหนึ่งในชีวิตของอี้ชิงตลอดมา เป็นส่วนหนึ่งที่ประคับประคองความมีชีวิตชีวาของอี้ชิงเอาไว้ ทำให้คนตรงหน้าหัวเราะ ทำให้คนตรงหน้ายิ้มได้ พวกเขาผ่านเรื่องราวต่างๆ มาด้วยกันมากมายเสียจนลืมนึกไปว่าไม่มีใครเป็นเจ้าของชีวิตกัน


            วันนี้อี้ชิงกำลังร้องไห้


            ดวงตาที่เคยสดใสเป็นประกายเต็มไปด้วยหยาดน้ำตาที่ไหลพรั่งพรูออกมาไม่ขาดสาย ไหล่บางโยกไหวไปตามแรงสะอื้นมองดูน่าสงสารจับใจ เขาควรจะโกรธอี้ชิง ควรจะเกลียดและขับไล่ไสส่งคนตรงหน้าไป แต่จงอินรู้ดีว่าเขาทำไม่ได้ ยิ่งมองดูก็ยิ่งรับรู้ว่าเขารักคนตรงหน้ามากแค่ไหน


            มากเกินกว่าที่จะไม่ให้อภัย


            ร่างหนาเขยิบเข้าไปหาคนรักที่นั่งอยู่ไม่ห่างกันเท่าไหร่ ก่อนจะค่อยๆ เอื้อมมือไปจับมือบางขึ้นมากุมเอาไว้


            “ฉันไม่เคยโกรธนาย ไม่เคยเกลียดไม่มีวัน”


            อี้ชิงปล่อยโฮออกมาอย่างห้ามไม่ได้แล้วจงอินก็รั้งร่างคนรักเข้ามากอดเอาไว้แน่นพร้อมกับลูบหลังปลอบใจ วินาทีนี้จงอินไม่รู้หรอกว่าแผลเป็นที่เกิดขึ้นระหว่างเขากับอี้ชิงจะรักษากันอย่างไร มันอาจจะหายหรืออาจจะไม่มีวันหาย แต่เขาไม่อยากเสียอี้ชิงไป


            “ไม่เป็นไรอี้ชิงไม่เป็นไร”


            “


            “เรื่องของเขากับนายในอดีตฉันจะปล่อยให้มันผ่านไป เราจะไม่พูดถึงมันอีกโอเคไหม?


            “จงอิน”


            ร่างสูงไม่รู้ตัวด้วยซ้ำว่าเขากำลังร้องไห้ เสียงที่เปล่งออกมาแหบพร่าและสั่นมากเสียจนแทบจับใจความอะไรไม่ได้ ถึงอย่างนั้นจงอินก็ยังคงฝืนพูดต่อไปทั้งที่คำพูดเหล่านั้นเสียดแทงหัวใจของเขาให้เจ็บลึกลงไปยิ่งกว่าเดิม


            “เราจะเริ่มต้นกันใหม่และเราจะผ่านมันไปได้”



“เพราะนายยังรักฉันเพราะเรายังรักกันใช่ไหมอี้ชิง?


แรงกอดกระชับจากวงแขนแกร่งที่โอบรัดไว้ราวกับจะบอกอี้ชิงว่าเขาไม่ยอมปล่อยให้อี้ชิงไป มันแทนคำพูดมากมายที่จงอินอยากจะสื่อสารออกไป และอี้ชิงก็รับรู้ได้จากการกระทำ ร่างบางเม้มปากแน่นเมื่อได้ฟังคำถามนั้น แม้ไม่แน่ใจกับคำตอบนั้นแต่ความรู้สึกผิดผลักดันให้เขาตัดสินใจ


มือบางค่อยๆ ยกขึ้นแล้วกอดร่างสูงไว้ แทนคำตอบที่เขาไม่สามารถพูดออกมาได้


ฉันรักนายจงอิน และฉันอยากจะรักนายให้ได้เหมือนเดิม

 




 



          “นายแน่ใจแล้วใช่ไหมที่ทำอย่างนั้น”


            คำถามจากเพื่อนสาวคนเดิมที่ไม่ว่าเขาจะทำผิดต่อเธอร้ายแรงแค่ไหนเธอก็ยังคงยืนอยู่ตรงนั้นทำให้เซฮุนหันไปมองพร้อมกับรอยยิ้มบางๆ


เขารู้ดีว่าซุนกยูหมายถึงอะไร เซฮุนเพิ่งยื่นจดหมายลาออกไปเมื่อตอนหัวค่ำ หลังจากจงอินพาอี้ชิงออกไป เขาก็มีเวลาให้ตัวเองคิดทบทวนอะไรต่อมิอะไรคนเดียวอยู่พักใหญ่ และเซฮุนไม่เห็นความจำเป็นใดที่จะต้องทำงานอยู่ที่โรงละครนั่นอีกต่อไป


มันอาจดูเหมือนการปัดความรับผิดชอบเกินไป แต่เขาคิดว่ามันคงจะดีที่สุดสำหรับทุกฝ่าย เขาติดต่อเพื่อนที่เป็นช่างภาพอีกคนให้เข้าไปทำงานแทนให้และวางจดหมายแจ้งไว้ให้จงอินบนโต๊ะทำงานหลังจากนั้นก็ออกมาดื่มกับลู่หานที่บ้านและเล่าทุกอย่างให้เพื่อนฟังโดยที่ลู่หานไม่ถามอะไรสักคำ


เขาตัดสินใจโทรบอกซุนกยูเรื่องที่เขาลาออกและหาคนใหม่มาทำ เธอมาหาเขาทันทีหลังจากนั้นในหนึ่งชั่วโมงให้หลังและพวกเขาก็นั่งดื่มกันจนเช้าตรู่ก่อนที่ลู่หานจะผล็อยหลับไปแล้วเหลือเพียงพวกเขาสองคนที่ออกมายืนดูพระอาทิตย์ขึ้นด้วยกันตรงระเบียงดาดฟ้า


            “ฉันแน่ใจ”


            ซุนกยูจับสังเกตความโศกเศร้าในแววตาของคนที่ได้เคยได้ชื่อว่าเป็นอดีตคนรักได้ ถึงอย่างนั้นเธอก็รู้ว่าเซฮุนตัดสินใจแล้วและคงไม่เปลี่ยนใจ ร่างบางได้แต่ถอนหายใจก่อนจะมองออกไปยังขอบฟ้าเบื้องหน้าที่พระอาทิตย์กำลังทอแสงขึ้นมาต้อนรับเช้าวันใหม่


            “ฉันขอโทษนะเซฮุน”


            “ขอโทษเรื่องอะไร?” ร่างสูงเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจก่อนจะหันมองไปยังเสี้ยวหน้าด้านข้างของหญิงสาวที่ยังคงทอดสายตามองออกไปไม่ได้มองเขา “เธอไม่ได้ทำอะไรสักนิด ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอโทษเธอ”


            “ฉันเป็นคนชวนนายไปทำงานที่นั่น”


            “


            “ถ้าไม่ใช่เพราะฉันรบเร้าแบบนั้นนายก็คงไม่ได้กลับไปเจอเขาแล้วเรื่องทั้งหมดนี่ก็คงไม่เกิดขึ้นหรอกใช่ไหม”


            “ไม่โทษตัวเองน่า บางทีโชคชะตาต่างหากที่พาฉันกลับไป” เซฮุนหัวเราะเบาๆ ในลำคอก่อนจะทิ้งความเงียบให้โอบล้อมพวกเขาไว้


            “แล้วนายออกมาเงียบๆ แบบนี้ พี่อี้ชิง


            “ไม่เป็นไรหรอก” เซฮุนระบายยิ้มออกมาเมื่อนึกถึงใบหน้าของคนที่อยู่ในความทรงจำเขามาตลอดเวลาหลายปี “เขาไม่ชอบการบอกลา”

 


          “เราจะได้เจอกันอีกไหม?

          “

          “ผมอยากเจอพี่อีก”
         
----


          “เขาเป็นยังไง? คนๆ นั้น”

          “เขาเป็นนักเต้นเหมือนกัน เป็นคนดีแล้วก็รักฉัน”

          ----


          “พี่มีความสุขใช่ไหม?

          “ใช่”

          “ถ้างั้นก็อย่าร้องไห้”

 


            พวกเขาเดินผ่านการบอกลากันมาแล้วหลายครั้ง และแต่ละครั้งก็เป็นความทรงจำที่ไม่อาจลืมได้ รอยยิ้ม เสียงหัวเราะและหยดน้ำตามากมายไม่อาจแทนความทรงจำในช่วงชีวิตที่พวกเขาเจอกันได้ทั้งหมด


            เซฮุนจำได้แม้กระทั่งวันที่พวกเขาเจอกันครั้งแรก แววตางุนงงคู่นั้น ความเหงาที่กัดกินในดวงตาผสานกับความไม่มั่นใจ ความสดใสที่ส่องประกายกระทบกับละอองแดดจากแม่น้ำแซนที่ทำให้เขาเผลอไผลมอบหัวใจ โมงยามที่พวกเขาต่างมีกันและกันมอบความสุขให้แก่กันมันอาจจะเดินมาจนถึงปลายทางของมันจริงๆ แล้วก็ได้


            คงถึงเวลาสักทีที่พวกเขาจะต้องเดินกันต่อไป บนเส้นทางของใครของมันที่ไม่มีใครหยุดรอกันอีกต่อไป


            “นายโอเคใช่ไหม?


น้ำเสียงของซุนกยูยังคงแสดงความห่วงใยอย่างที่เคยทำตลอดมา เป็นอีกสิ่งหนึ่งที่เซฮุนเรียนรู้ผ่านเวลายาวไกลว่าบางสิ่งบางอย่างเวลาก็ไม่อาจทำลายมันลงได้ นั่นคือสิ่งที่เรียกได้ว่า มิตรภาพ


            “โอเค”


            “แล้วจากนี้จะเอายังไงต่อ”


            “เธอพูดเหมือนฉันเป็นคนไร้ฝีมือน่ะซุนกยู” เซฮุนหัวเราะออกมาพลางทอดสายตามองท้องฟ้ากว้างใหญ่ที่ตอนนี้เริ่มมองเห็นแสงรำไรจากขอบฟ้าที่อยู่ห่างออกไป “มีงานรอฉันตั้งมากมาย อีกสักพักผลสอบทุนก็จะออกแล้ว ถ้าได้คราวนี้เธอคงต้องเป็นฝ่ายคิดถึงฉันแทนไปพักใหญ่ๆ”


            “ย่ะ” ซุนกยูหัวเราะออกมาผสานกับเสียงหัวเราะของเซฮุนที่ดังขึ้นในช่วงเวลาเดียวกัน ทั้งคู่มองหน้ากันด้วยรอยยิ้มอยู่ครู่ใหญ่


            “ขอโทษนะซุนกยูกับทุกสิ่งทุกอย่างที่ฉันทำร้ายเธอลงไป”


            หญิงสาวนิ่งงันไป เซฮุนเห็นแววหวั่นไหวในดวงตากลมโตคู่นั้นนิดหนึ่งก่อนที่มันจะเปลี่ยนกลับมาเป็นความสดใสอย่างที่ซุนกยูมักจะแสดงออกมาให้เขาเห็นเสมอ


            “ช่างมันเถอะ” เซฮุนรวบมือบางมากุมเอาไว้แล้วไล้ปลายนิ้วมือเบาๆ ลงบนฝ่ามือเล็กนั้น


            “เราอาจจะกลับไปเป็นเหมือนเดิมไม่ได้ แต่มีสิ่งหนึ่งที่ฉันอยากจะบอกเธอและมันออกมาจากใจ”


            “


            “เธอเป็นผู้หญิงคนเดียวที่ฉันรักที่สุด และจะรักตลอดไปนะซุนกยู”


            หญิงสาวระบายรอยยิ้มออกมา ถึงแม้แววตาจะหม่นลงนิดหนึ่งจนจับสังเกตได้ เธอประกบมือของเธอลงบนมือของเซฮุนแล้วเขย่าเบาๆ อย่างเข้าใจ


            “ฉันรู้เซฮุน ฉันรู้


            “ขอบใจนะขอบใจ”


            บาดแผลในหัวใจที่ต่างคนต่างทำร้ายกันเอาไว้อาจจะกลายเป็นแผลเป็นที่ไม่มีวันหายไปตลอดกาล แต่สิ่งสำคัญที่สุดที่ทั้งคู่ต่างเรียนรู้ซึ่งกันและกันก็มีค่ามากเกินกว่าที่ทั้งชีวิตนี้จะหาได้จากที่ไหน การให้อภัยและความเชื่อมั่นในมิตรภาพที่คนสองคนจะมีให้กัน


            เซฮุนรู้สึกว่าตัวเองโชคดีที่มีซุนกยูอยู่ในชีวิตไม่ว่าจะในฐานะอะไร ถึงแม้พวกเขาจะไม่สามารถเดินด้วยกันไปจนถึงสุดปลายทางของการเป็นคนรักกันได้ แต่พวกเขาก็ได้เดินเคียงข้างกันในฐานะเพื่อนตลอดไป และนั่นเป็นสิ่งสำคัญยิ่งกว่าอะไรทั้งหมด


            “พระอาทิตย์ขึ้นแล้ว”


            “สวยจัง”


            “สวยสู้ที่ซองซาน อิลชุบงไม่ได้”


            “นั่นสิ”


            “ไว้ฉันพาไปอีกดีไหม พาลู่หานกับมิยองไปด้วยกัน”


            ซุนกยูยิ้มแทนคำตอบนั้น พวกเขายืนเคียงข้างกันมองดูพระอาทิตย์ขึ้นในเช้าวันใหม่ หวังให้แสงทองชำระหัวใจที่มืดมนให้สดใส และหวังว่าดวงอาทิตย์จะนำพาความอบอุ่นกลับคืนสู่หัวใจอีกครั้ง





















- TBC -


เราก็ไม่ค่อยเข้าใจหรอกว่าเราทำร้ายเมนตัวเองทำไม TT

หวังว่าตอนนี้คงไม่ทรมานจิตใจเท่าตอนที่แล้วนะคะ
(แต่มันทรมานเรามาก เขียนให้เมนร้องไห้ ฮืออออออออ)

ความจริงนี่อยากลงเพลงด้วย แต่มันเป็นเพลงไทย
เดี๋ยวจะขัดฟีลไหม เอาเป็นว่าใครอยากฟังไปตามฟังในแท็ก
(เปิดแท็กมาเพื่อเป็นวิทยุ FM รู้ยัง? 555)

เรื่องราวทั้งหมดนี้ก็ใกล้ดำเนินมาจนเกือบจะถึงช่วงสุดท้าย...
ตอนหน้าเราจะมาบอกรายละเอียดรวมเล่มให้นะคะ

ยิ้มนะ...อย่าร้องไห้ :)


#CrossroadHL




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

363 ความคิดเห็น

  1. #351 sssssss9497 (@sssssss9497) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 26 สิงหาคม 2559 / 08:45
    สงสารเซฮุนจัง จงอินนี่รักมั่นคงมาก คยองซูก็อีกคน ปวดใจ.
    #351
    0
  2. #318 plabongjung (@plabongjung) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 17 เมษายน 2559 / 23:37
    จงอิน ให้อภัยหมดทุกสิ่งแกช่วยเลวหน่อยได้ไหม หรือเซฮุนก็ได้ช่วยเลวหน่อย เราจะได้เลือกข้างถูก คือมันสงสารทุกคนเลย ทุกคนต่างเจ็บ ถ้าอี้ชิงกล้าที่จะรักษาสัญญาเมื่อ 6 ปีก่อนมาเจอจงอินคงจะดีจะได้ไม่มีใครเสียใจ
    #318
    0
  3. #286 conan_tkd (@conan_xoxo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 30 มกราคม 2559 / 13:51
    สงสารทุกคน
    #286
    0
  4. #255 intaradear (@intaradear) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2558 / 10:44
    อย่าร้องไห้เลยน้าอาอี้ ฮือ
    #255
    0
  5. #181 KRAY~ (@jip-316) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 8 กรกฎาคม 2558 / 07:51
    อ่อมนะ.. อี้ชิง เลือกสักคนเหอะ -3- แต่ขอให้เลือกเซฮุน
    #181
    0
  6. #180 PeekinaR (@gift-fato) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 2 กรกฎาคม 2558 / 18:10
    จะร้องก็ต้องบอกยิ้มนะ อย่าร้องไห้นี่ล่ะ T T
    #180
    0
  7. #179 Lady'Frog (@0731pk) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 23:39
    โอยยยยย จะจบบแล้ว จงอินนทำไมเป็นคนดีแบบนี้ ดีมากๆดีจนเกินไป TT
    #179
    0
  8. #178 annie2011 (@beebamboo) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 21:06
    ฮุนจะไปเรียนต่อแล้วทุกอย่างคงต้องต่างคนต่างมีทางเดินของแต่ล่ะคนไปซินะ
    #178
    0
  9. #177 ninimook (@mookhdwk1) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 19:16
    ...จงอินนิ่งมากผู้ชายดีๆแบบจงอินจะหาได้จากที่ไหนหรอถ้าหากว่าอี้ชิงทำร้ายจงอินอีกครั้งเราคงไม่ให้อภัยแล้วจงอินโครตจะดีเลยคือไม่ทำร้ายเซฮุนเลยนะแถมยังไม่โกรธอี้ชิงสักนิดคือแบบพระรองชัดๆ555555555แล้วเซฮุนก็กำลังจะได้ทุนไปต่างประเทศมันดีนะได้ห่างจากอี้ชิงจะได้ไม่ฟุ้งซ่านด้วยคือตอนนี้อยากให้จงอินมีความสุขอ่ะไม่อยากให้มาเจออะไรแบบนี่อีกแล้ว
    #177
    0
  10. #176 0101hm (@beer1994) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2558 / 17:49
    สงสารจงอินมากตอนมาเจอสองคนอะ เป็นเราก็ทำไม่ถูก อาจพุ่งไปต่อยเซฮุนละลากอี้ชิงออกมาเลยด้วยซ้ำแต่จงอินคือนิ่งมากแต่ในในมีความรู้สึกมากมายที่พร้อมพรั่งพรูออกมา ละตอนจงอินเห็นสายตาอี้ชิงมองเซฮุนละเจ็บอะ ทั้งๆที่คนรักตัวเองอยู่ตรงหน้าแท้ๆละทำไมต้องมองคนอื่น ทำไมต้องห่วงคนอื่น คือแบบรู้เลยว่าอี้ชิงแบ่งใจให้อีกคนไปแล้ว สงสารคยองซูนะรู้สึกผิด จริงๆตัวเองไม่เกี่ยวกับรักสามเส้าแต่ก็เป็นคนเห็นความเคลื่อนไหวของอี้ชิงกับเซฮุนมาก อาจรู้สึกผิดที่ไม่บอกให้จงอินรู้ จงอินต้องเจ็บ คยองซูจะเกลียดอี้ชิงมั้ยนะ คือเซฮุนเลือกออกไปเองใช่ป้ะ คือมันก็ดีแล้วมันก็ไม่ดี มันฝืนความรู้สึกรักอี้ชิง อยากอยู่ใกล้อี้ชิงสุดๆ แต่ก็คงทนทำต่อไปไม่ไหว ซุนกยก็เป็นห่วงเซฮุนมากอะ เจ็บมั้ยอะ แต่ความสัมพันธ์ของสองคนนี้ดีมากมันเดินมาถึงคำว่ามิตรภาพ เพื่อน เป็นห่วงกันและกัน แบบนี้มันอยู่ยาวนะ จงอินรักอี้ชิงมากเจ็บแค่ไหนก็ยอมเริ่มใหม่แต่ความรู้สึกก็คงแปลกไป มันรีเซ็ทเหมือนคอมไม่ได้นะจงอิน
    #176
    0