My Dear ... [Yaoi] [Boy's Love]

ตอนที่ 22 : Chapter 21

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 155
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    20 มิ.ย. 57

 

 

แสงอรุณสาดส่องรับวันใหม่ ฝูงนกพากันบินออกจากรัง ลมโชยอ่อนๆหลอกล้อกับยอดไม้ใหญ่

 

วายุยืนมองภาพบรรยากาศยามเช้าจากในห้อง

 

ห้องที่วายุเคยอาศัยอยู่

 

ห้องที่วายุคุ้นเคย

 

ห้องที่ได้พบกับเดียร์

 

ร่างสูงหันกลับมามองคนตัวเล็กทั้งสองคนบนเตียงนอน ทั้งเดียร์และพู่กันยังนอนหลับสบายอยู่บนที่นอน

 

พู่กันเล่นอยู่ทำงานจนดึก

 

ส่วนเดียร์ มัวแต่ตื่นเต้นที่เมื่อคืนได้เจอยมทูตกับกามเทพ ไหนจะเรื่องที่วายุจะได้กลับเข้าร่างอีก กว่าเดียร์จะหลับ ดาวก็เริ่มจางหายไปจากขอบฟ้าแล้ว

 

ไม่นาน พู่กันค่อยๆปรือตาตื่นขึ้นมา บิดตัวน้อยๆ ก่อนลุกเดินเข้าห้องน้ำ

 

วายุแอบนับถอยหลังในใจ….

 

หลังจากนี้อีกสิบวินาที นาฬิกาปลุกจะดัง

 

ว่าแล้ว วายุเริ่มนับ สิบ….เก้า….แปด….

 

สาม….สอง….หนึ่ง  และ…..

 

เป็นอย่างที่คิดไว้ นาฬิกาปลุกร้องลั่นขึ้นมาทันที

 

เดียร์ควานหาที่มาของเสียงรบกวน มือเล็กตะปบปิดนาฬิกาเต็มแรง 

 

ร่างสูงเริ่มนับถอยหลังอีกครั้ง

 

หลังจากนี้อีกยี่สิบวินาที เดียร์จะลุกจากที่นอน

 

วายุอดขำน้อยๆไม่ได้

 

นาฬิกาปลุกเวลานี้ทุกวัน เดียร์ก็เป็นแบบนี้ทุกวัน

 

คอยดูนะ ถ้ากลับเข้าร่างได้จะโยนนาฬิกาทิ้งเสีย แล้วเขาจะเป็นคนปลุกเดียร์เอง ปลุกแบบมอนิ่งคิสดีไหมนะ หรือจะเอาแบบดีปคิสไปเลย

 

แต่เดียร์ต้องไม่ตะปบเขาเหมือนที่ตะปบนาฬิกานะ

 

เดียร์เด้งตัวจากที่นอนตอนที่วายุนับครบยี่สิบวินาทีพอดี

 

คนตัวเล็กขยี้ตาน้อยๆ ได้ยินเสียงน้ำจากห้องน้ำพู่กันคงอาบน้ำอยู่

 

คนตัวเล็กเหลือบสายตามองไปรอบๆห้อง คล้ายมองหาใครบางคน

 

“ตื่นหรือยังเนี่ย?” เสียงทุ้มดังอยู่ข้างๆ รู้สึกถึงไอเย็นจากร่างสูงที่อยู่บนศีรษะ มือหนาโยกโคลงศีรษะเบาๆ

 

“ตื่นแล้ว” อื้อหือ เสียงยานคางได้อีก วายุหลุดขำน้อยๆ

 

พู่กันออกจากห้องน้ำพอดี เดียร์เห็นอย่างนั้นเลยตั้งท่าจะลงจากเตียงเข้าห้องน้ำบ้าง

 

“อาบน้ำก่อนนะ” เสียงหวานเอ่ยเบาๆ เดินโซเซเข้าห้องน้ำไป

 

แล้วก็เป็นอย่างเช่นทุกวัน เดียร์ไปเรียนกับพู่กัน มีโต้งนั่งรออยู่ที่ห้องเรียนแล้ว วายุตามเดียร์ไปทุกที่ทุกวิชา

 

ยอมรับว่าตั้งแต่เป็นวิญญาณตามติดเดียร์แบบนี้ วายุได้เรียนอะไรที่ไม่เคยเรียนเยอะมาก ทั้งที่ปกติเรื่องที่เรียนจะอยู่แต่กับตัวเลขและสูตรคำนวณ พอมานั่งฟังวิชาที่เป็นเนื้อหา อย่างประวัติศาสตร์หรือมนุษยวิทยาแบบนี้ ทำเอาวายุเพลินไปเหมือนกัน

 

นั่นสินะ ตอนนี้วายุชินกับการมีเดียร์อยู่ข้างๆแล้ว

 

วายุแทบไม่เคยปล่อยให้เดียร์คลาดสายตาแม้แต่วินาทีเดียว (อาจจะมีบ้างตอนเดียร์เข้าห้องน้ำ..เขาก็ยังพอมีมารยามพอนะ) ไม่ว่าเดียร์จะไปไหน จะทำอะไร วายุรับรู้อยู่ตลอด

 

คิดแล้วก็อดใจหายไม่ได้

 

ถ้าเขาฟื้นขึ้นมาจริงๆ กิจวัตรแบบนี้ก็คงหายไป

 

ร่างสูงมองนิ่งไปยังคนตัวเล็กที่กำลังตวัดปากกาลงหน้ากระดาษสมุดมือเป็นระวิง ใบหน้าใสเงยมองอาจารย์ที่บรรยายหน้าห้องเป็นระยะๆ สลับกับก้มลงไปจดจ่อกับสมุดต่อ

 

เดียร์จะคิดเหมือนเขาไหมนะ….

 

เดียร์จะรู้สึกเหงาไหม...

 

แต่ก็เอาเถอะ อย่างไรเสีย ถ้าฟื้นขึ้นมาได้ก็ไม่ปล่อยให้เดียร์คลาดสายตาเหมือนเดิมอยู่ดี  

 

คนที่จะอยู่ในสายตาเดียร์ได้ มีแค่วายุเท่านั้น!

 

วันนี้แล้วสินะที่วายุจะฟื้น

 

วายุคิดถึงคำสัญญาที่เคยเอ่ย..

 

เดียร์ต้องรอจนเขาฟื้นจริงๆนะ

 

ห้ามหวั่นไหวกับใครนะ

 

ห้ามปล่อยเนื้อปล่อยตัวกับไอ้ล็อคนะ

 

ห้ามผิดสัญญานะ

 

ถึงแม้ว่าอาจจะต้องใช้เวลาพักฟื้น แต่ระหว่างนั้นเดียร์ต้องรอนะ  ช่วงพักฟื้น เขาคงไปไหนมาไหนกับเดียร์แบบนี้ไม่ได้ จะรับรู้ข่าวคราวของเดียร์ได้ ก็มีแค่อาโปเท่านั้นที่พอจะบอกได้บ้างถึงตอนนั้นวายุจะเล่าให้อาโปฟังทุกอย่างว่าวายุรู้สึกยังไงกับเดียร์ น้องชายเขาคงไม่ใจร้ายขนาดไม่ยอมรับเรื่องของเขากับเดียร์หรอก ดูท่าอาโปเองก็ออกจะปลื้มเดียร์อยู่ไม่น้อย

 

นักศึกษาทยอยเดินออกจากห้องเรียนหลังจากเรียนเสร็จ

 

วายุสะดุ้งน้อยๆเมื่อเจอแรงสะกิดเบาๆที่แขน

 

“เรียนเสร็จแล้ว ไปกัน” เดียร์กระซิบเบาๆ

 

สายตาคมมองเลยไหล่บางไป เห็นโต้งกับพู่กันกำลังเตรียมตัวสะพายกระเป๋ากันแล้ว

 

นี่เขาเหม่อนานขนาดนี้เลยหรือเนี่ย

 

โต้ง พู่กัน และเดียร์ มีเรียนต่ออีกทีตอนบ่าย วายุเพิ่งรู้สึกว่าเดียร์ “ตื่น”จริงๆก็ตอนบ่ายนี่ล่ะ

 

ร่างสูงต้องคอยปรามคนตัวเล็กที่เอาแต่จะร้องดีใจกับวายุกลางโรงอาหาร ไหนจะระหว่างทางเดินมาห้องเรียนตอนบ่ายอีก

 

“กี่โมงนะ? ห้าทุ่ม ห้าสิบเก้าใช่ไหม?” เดียร์ว่าเสียงระรื่น พลางจดยิกๆลงไปบนช็อตโน้ต

 

“นายไม่ตื่นเต้นเลยหรือไง! นายกำลังจะฟื้น! โอ้โห มันยิ่งกว่าในหนังที่เคยดูซะอีก ฉันรอให้ถึงห้าทุ่มไม่ไหวแล้วนะ โอ่ย จะเป็นยังไงนะตอนนั้น มันจะมีแสงวิ้งๆเหมือนในละครไหม? ตอนนายเข้าร่าง นายจะเจ็บไหม? แล้วหลังจากนั้นนายจะฟื้นเลยไหม? โหยยย รอไม่ไหวแล้ว” เดียร์ว่าอย่างตื่นเต้น เสียงใสไม่ได้ดังในระดับกระซิบ แต่ดังในระดับคนคุยกันเบาๆ

 

พู่กันกับโต้งเหลือบมองเดียร์เป็นระยะๆ ท่าทางของเดียร์เหมือนคนซ้อมบทละครมาก แอคติ้งมาเต็ม สีหน้า ท่าทาง อารมณ์

 

ทั้งสามคนอยู่ในห้องเรียน  กำลังรอเรียนตอนบ่าย นักศึกษาคนอื่นๆทยอยเข้าห้องมาเรื่อยๆ แต่ทุกครั้งที่มีคนเข้ามา จุดโฟกัสสายตาของทุกคนจะต้องจับจ้องอยู่ที่เดียร์ทันที

 

“เบาๆครับ” วายุจุ๊ปากให้คนตัวเล็กลดเสียงลง เดียร์ยกมือปิดปากอย่างว่าง่าย แต่เสียงหวานๆก็ยังเล็ดลอดออกมาเบาๆ

 

“กามเทพกับยมทูตเคยบอกไหมว่าจะเจ็บหรือเปล่า?”

 

“ไม่เคยนาไม่เคยพูดถึงเลย ที่ผมเจ็บก็มีแต่ตอนที่เจ็บหน้าอกนั่นล่ะแต่ทุกครั้งที่เจ็บ ร่างกายผมก็ดีขึ้นทุกที”

 

“แล้วอย่างนี้ ถ้าตอนต้องฟื้นจริงๆ ไม่เจ็บแย่หรือ?” ดวงตาใสฉายแววเป็นห่วงอย่างเห็นได้ชัด วายุอมยิ้มน้อยๆ

 

“ไม่เจ็บหรอก มีเดียร์อยู่ข้างๆแบบนี้ ผมไม่เจ็บหรอกครับ”  วายุยิ้มหวานให้คนตัวเล็ก ..ใบหน้าใสมีสีชมพูระเรื่อน้อยๆ

 

ไม่ทันไร เดียร์ก็ต้องหันไปหยิบสมุด ปากกาออกมาจากกระเป๋า เมื่ออาจารย์เดินเข้าห้องมาแล้วร่ายยาวทันที

 

กว่าจะการเรียนการสอนจะเสร็จสิ้นก็กินเวลาไปสามชั่วโมง

 

พู่กันขอตัวกลับไปวาดรูปส่งลูกค้าต่อ ส่วนโต้งกับเดียร์รีบมุ่งหน้าไปที่ร้านไอศกรีมทันที

 

โต้งตงิดใจ อยากถามเดียร์หลายครั้งแล้วว่าเกิดอะไรขึ้น ทำไมวันนี้เดียร์คุยเก่งเป็นพิเศษ ถ้าคุยกับโต้ง โต้งจะไม่แปลกใจเลย

 

แต่นี่เดียร์ไม่ได้คุยกับโต้งน่ะสิ!

 

เพื่อนตัวเล็กเอาแต่คุยคนเดียว (ใช่ ในสายตาของโต้ง) ถึงโต้งจะไม่เห็นคู่สนทนาที่เดียร์คุยด้วย แต่เดาว่าฝ่ายโน้นคงมีเรื่องดีๆเกิดขึ้นแน่  อยากถามน่ะก็อยากถามน่ะ  แต่ถามว่ากลัวไหม ยังไงก็กลัวอยู่ดี ไม่รู้ว่าถ้าโต้งถามอะไรเดียร์มันไปแล้ว เขาจะพอใจไหมที่โต้งไปอยากรู้เรื่องของ เขา

 

ร้านไอศกรีมอยู่ใกล้กว่าทุกครั้งในความรู้สึกของเดียร์

 

รู้สึกเหมือนทุกครั้งที่เดินมา จะใช้เวลานานกว่านี้

 

หรือเป็นเพราะเดียร์มัวแต่คุยกับวายุเพลินจนลืมเวลา?

 

โต้งเดินนำเข้าร้านไปก่อน เดียร์เดินตามไปติดๆ

 

“พี่เดียร์” เสียงใสร้องทักขึ้น เดียร์หันไปตามที่มาของเสียง รอยยิ้มหวานถูกส่งไปให้ทันที

 

“อาโป! มาตั้งแต่เมื่อไหร่เนี่ย”

 

“เลิกเรียนปุ๊บก็รีบมาเลย”

 

เดียร์เดินเอากระเป๋าสายไปโยนไว้ใต้เคาน์เตอร์ ก่อนผละออกมาหารุ่นน้อง

 

ตรงหน้าอาโปมีไอศกรีมเต็มถ้วย ดูไปแล้ว เหมือนอาโปเพิ่งกินไปได้ไม่กี่คำ

 

“เดี๋ยวนี้มาบ่อยน้า ไอศกรีมที่นี่อร่อยใช่ไหมล่า~?” รุ่นพี่เอ่ยแซว ได้รับรอยยิ้มเขินๆจากรุ่นน้อง

 

“อร่อยด้วย อยากอยู่กับพี่เดียร์ด้วย” อาโปว่าพลางตักไอศกรีมเข้าปากไปคำหนึ่ง ก่อนเอ่ยประโยคที่ทำให้รุ่นพี่อดเขินไม่ได้ “สูตรใหม่นี่อร่อยจริงๆนะครับ ถ้าพี่เดียร์ทำต้องอร่อยกว่านี้แน่”

 

“ปากหวาน~~ ปากหวานเหมือนใครนะเราเนี่ย”  เดียร์ว่าพลางเหล่ตาไปมองร่างโปร่งแสงที่นั่งตรงข้ามอาโป

วายุส่งสายตาทะเล้นกลับมาให้

 

คุยกันต่อสักพัก เดียร์ก็ต้องผละไปทำงาน

 

พี่ล็อคยังนั่งทำงานในมุมส่วนตัวของเจ้าของร้าน พี่ข้าวกับพี่ปิ่นสาละวนอยู่กับการหั่นผลไม้หลากชนิดประดับตกแต่งไอศกรีม โต้งยืนรับออเดอร์จากลูกค้าอยู่ไม่ไกล

 

ไม่เคยอยากให้ปิดร้านเร็วเท่าวันนี้มาก่อน

 

เดียร์เอาแต่นึกถึงช่วงเวลาหลังจากนี้ความกระวนกระวายสุมเข้ามาในจิตใจ

 

คนตัวเล็กเหลือบไปมองนาฬิกาที่ผนังร้าน

 

หนึ่งทุ่ม

 

หนึ่งทุ่มแล้ว

 

อีกไม่กี่ชั่วโมงก็ห้าทุ่ม

 

ถึงตอนนั้นรถจะติดไหมนะ

 

จะไปทันหรือเปล่านะ

 

แล้วถ้าไปไม่ทันจะเป็นอะไรไหมนะ

 

เดียร์สะบัดหน้าน้อยๆ เรียกสติกลับเข้าร่าง ตั้งใจทำงานให้ลืมเวลาที่ต้องรอ มีอะไรทำฆ่าเวลาแล้วก็อย่าเพิ่งคิดมาก

 

เอแล้วทุกครั้งที่นั่งรถไปนี่ใช้เวลากี่ชั่วโมงนะ..

 

“เป็นอะไรหรือเปล่า?” เสียงทุ้มดังเข้ามา เดียร์เผลอสะดุ้งน้อยๆ ยิ้มแหยๆให้คนที่เข้ามาทัก

 

“พี่ล็อค

 

“พี่เห็นเราเหม่อนานแล้ว เป็นอะไรหรือเปล่า ไม่สบายตรงไหนไหม?” ไม่พูดเปล่า มือหนายื่นมาสัมผัสแก้มใสทันที เดียร์เบี่ยงหน้าหลบตามสัญชาตญาณ  ล็อคชะงักไปเล็กน้อย

 

“อะเอ่อขอโทษครับพี่ล็อค ผมไม่ได้เป็นอะไรครับ” ว่าจบ เดียร์ก็ผละออกไปรับลูกค้าที่เพิ่งเข้าร้าน  ล็อคได้แต่มองตามร่างเล็กไป ยอมรับว่าตกใจเล็กน้อยกับท่าทีที่เดียร์หลบแบบนั้น

 

จะไม่ให้เดียร์หนีล็อคออกมาได้อย่างไร สายตาคมที่มองเดียร์อยู่นั่นไง สายตาที่ไม่มีใครมองเห็นนอกจากเดียร์

 

ตอนที่พี่ล็อคเข้ามาหาเดียร์ วายุเล่นมองแทบจะงับหัวพี่ล็อคอยู่แล้ว เพื่อความปลอดภัยของพี่ล็อคเลยจริงๆ นะ กลัววายุจะเอามะละกอราดพี่ล็อคอีก

 

เดียร์เหลือบมองนาฬิกาเป็นพักๆ

 

สองทุ่มแล้ว…..

 

มองไปรอบๆร้านอาโปยังนั่งอยู่ที่เดิม ไม่รู้กินไอศกรีมไปกี่ถ้วยแล้ว จะกินเยอะไปแล้วนะอาโป….

 

สามทุ่มแล้ว….

 

สามทุ่ม สามทุ่ม สามทุ่ม

 

ปิดร้าน!!

 

อาโปอยู่จนกระทั่งร้านปิด

 

รุ่นน้องตัวเล็กกะจะกลับหอพร้อมๆกับพี่รหัส

 

อาโปชอบความรู้สึกอบอุ่นเวลาอยู่กับพี่เดียร์ อยากคุยกับพี่เดียร์ทุกเรื่อง แต่วันนี้ดูเหมือนพี่เดียร์จะรีบผิดปกติ ไม่ใช่แค่อาโป ทุกคนในร้านก็ดูออก

 

“อาโป ไปโรงพยาบาลกัน” เมื่อเดียร์ทำทุกอย่างเสร็จแล้ว ก้าวฉับๆไปหารุ่นน้อง  ไม่มีเกริ่นนำบอกชื่อเรื่องหรือแถมบรรณานุกรมให้สักนิด  อาโปได้แต่มองตาปริบๆ

 

คำพูดของเดียร์ทำเอาเจ้าของร้านถึงกับหันขวับ

 

“เป็นอะไรหรือเปล่าเดียร์? ไปโรงพยาบาลทำไม? ให้พี่ไปส่งไหม?” ไม่ได้พูดอย่างเดียว ล็อคเดินตรงมายังคนตัวเล็กทั้งสองคนด้วย

 

เดียร์มองไปรอบๆร้านอีกครั้ง

 

พี่ข้าวกับพี่ปิ่นกำลังล้างมือเตรียมกลับบ้าน ไอ้โต้งกำลังเดินไปหยิบกระเป๋าใต้เคาน์เตอร์ เมื่อทุกอย่างในร้านอยู่ในความเรียบร้อยแล้ว

 

ถ้าอย่างนั้น

 

“พี่ล็อคไปส่งพวกผมที่โรงพยาบาลหน่อยนะครับ”

 

“เฮ้ย!” เสียงอุทานจากร่างที่ไม่มีใครมองเห็น

 

วายุขมวดคิ้วน้อยๆ “ทำไมต้องให้มันไปด้วย”

 

“เร็วกว่าแท็กซี่แน่นอน” เดียร์ว่าเบาๆ คำพูดที่ดูเหมือนพึมพำนั้นไม่มีใครได้ยินนอกจากวายุ

 

“เดี๋ยวๆพี่เดียร์ พี่จะไปโรงพยาบาลทำไม” อาโปไม่เข้าใจสถานการณ์ตรงหน้าเลยสักนิด อะไร? ยังไง?  จู่ๆพี่เดียร์จะไปโรงพยาบาลทำไม? ทำไมพี่เดียร์ต้องรีบ?

 

“ไปหาวายุกันนะอาโป พี่ล็อคครับ รบกวนด้วยนะครับ เดี๋ยวผมเล่าให้ฟังบนรถ” เดียร์หันไปคุยกับอาโป แล้วหันมาหาล็อค

 

พี่ข้าวกับพี่ปิ่นที่ดูงงๆ ก็ขอตัวกลับไปก่อน

 

ไอ้โต้งที่ไม่เข้าใจอะไรตั้งแต่เช้า ยิ่งไม่เข้าใจกว่าเก่าอีก

 

“มึงกลับไปอยู่กับพู่กันก่อน กูกลับดึก” เดียร์บอกโต้งไว้แค่นั้น ก็เดินตามพี่ล็อคไปขึ้นรถ  ปล่อยให้โต้งได้แต่มองตามตาปริบๆ

 

เดียร์บอกทางไปโรงพยาบาลด้วยความเคยชิน  ล็อคขับรถไปเรื่อยๆตามถนนหลวงในเมืองใหญ่ อาโปได้แต่มองบรรยากาศในรถด้วยความฉงน แต่กระนั้นก็ยอมเก็บความสงสัยไว้ เพราะดูท่าแล้ว พี่เดียร์คงยังไม่พร้อมอธิบายให้ฟังแน่ๆ

 

เดียร์เหลือบมองนาฬิกาที่หน้ารถ

 

สี่ทุ่มครึ่ง

 

ฮะ?!!! สี่ทุ่มครึ่ง?!!

 

ทำไมมันเร็วจังวะ!

 

“เดียร์เป็นอะไรหรือเปล่า หน้าซีดๆ” ล็อคเหลือบมองกระจกหน้ารถที่สะท้อนเงาของใบหน้าใส

 

“ปะ..เปล่าครับ  ขอโทษพี่ล็อคด้วยนะครับ ผมต้องรีบไปหาเพื่อนจริงๆ” เดียร์เพิ่งมาอธิบายให้ล็อคฟังทีหลังว่าต้องรีบไปเยี่ยมเพื่อนที่โรงพยาบาล ถึงจะรู้สึกถึงสายตาคมดุจากร่างโปร่งแสงที่มองเดียร์นิ่งๆตอนที่เดียร์บอกว่าไปหา ”เพื่อน” ก็เถอะ

 

“ไม่เป็นไร พี่เข้าใจ ว่าแต่ไปทางไหนต่อนะ?”

 

เดียร์บอกทางต่ออย่างคุ้นเคย

 

การจราจรเริ่มติดขัด ติดไฟแดงแทบทุกแยก

 

ไม่เคยรู้สึกว่าโรงพยาบาลนั้นอยู่ไกลเท่าครั้งนี้

 

เดียร์เริ่มนั่งนิ่งไม่ติด เหลือบมองนาฬิกาที่หน้ารถทุกๆห้านาที

 

เผลอแป๊บเดียว

 

ห้าทุ่มครึ่งแล้ว!!?

 

อะไรวะ!!

 

เดียร์เริ่มหันซ้ายหันขวา นั่งมองทางข้างหน้าอย่างใจจดใจจ่อ

 

“ซอยหน้าเลยครับ”

 

ล็อคเลี้ยวรถเข้าไปจอดในที่จอดรถของโรงพยาบาล

 

ทันทีที่รถจอดนิ่ง เดียร์รีบวิ่งลงจากรถโดยไม่ได้เอ่ยอะไรเลย

 

“พี่เดียร์!” อาโปร้องเรียก อาโปเพิ่งเท้าแตะพื้น แต่เดียร์วิ่งเข้าประตูไปแล้ว

 

“เจอกันห้องวายุนะอาโป” หันไปบอกรุ่นน้องแค่นั้นก็ออกวิ่งตรงไปยังลิฟต์

 

“กี่โมงแล้วๆๆ”  รู้สึกว่าลิฟต์ขับเคลื่อนช้ากว่าปกติเร็วๆกว่านี้หน่อยสิ

 

ตัวเลขบอกชั้นขึ้นสูงไปเรื่อยๆ เดียร์เผลอกลั้นหายใจเมื่อใกล้ถึงชั้นเป้าหมาย

 

ทันทีที่ประตูลิฟต์เปิดออก เดียร์ออกวิ่งทันที

 

มือบางเคาะประตูห้องเบาๆ ค่อยๆเปิดแง้มเข้าไป

 

ภาพที่เดียร์เห็นคือร่างสว่างไสวของยมทูตกับกามเทพ และป้าแหม่มที่นอนหลับอยู่ที่โซฟา

 

“ป้าแกจะหลับไปสักพัก จนกว่าทุกอย่างจะเรียบร้อย” กามเทพเอ่ยออกมา

 

เดียร์หอบน้อยๆ เหนื่อยจากแรงวิ่ง ควักโทรศัพท์มือถือออกมากดดูเวลา

 

ห้าทุ่ม ห้าสิบห้านาที!!

 

ฉิวเฉียดชิบ!

 

“ไม่เป็นไรนะเดียร์?” เสียงทุ้มจากร่างโปร่งแสงดังเข้ามา เดียร์เงยหน้าสบตากับร่างสูง แรงหอบค่อยๆลดลง จังหวะการหายใจค่อยๆกลับมาเป็นปกติ

 

“นายต้องไม่เป็นอะไรนะ” เดียร์ยื่นมือไปจับกับมือหนา วายุกระชับมือน้อยๆไว้ ค่อยๆรั้งร่างน้อยๆเข้ามาแนบอก โอบกอดแน่นๆ

 

“มันดีแล้วหรอที่เราไม่บอกอะไรให้ทั้งสองคนรู้เลย” กามเทพหันไปซุบซิบเบาๆกับยมทูต ยมทูตเพียงส่งสายตาเห็นใจไปยัง 1 คน 1 วิญญาณที่ยืนกอดกันอยู่ไม่ไกล ก่อนเอ่ยออกมาเบาๆ

 

“ทั้งสองคนมีด้ายแดงเชื่อมกันอยู่ ยังไงก็ได้เจอกันอยู่ดี”  

 

“แต่มัน” กามเทพเริ่มมีน้ำใสคลอหน่วยตา ยิ่งเห็นทั้งสองคนเป็นห่วงกันยิ่งเห็นใจ

 

“คู่กันแล้ว ยังไงก็ไม่แคล้วคลาดกัน คำนี้ยังใช้ได้เสมอนะ” ยมทูตยิ้มอ่อนโยนให้กามเทพ  กามเทพหนุ่มกระพริบตาปริบๆ เก็บน้ำใสๆกลับเข้าตาให้หมด

 

“เอาล่ะ ถึงเวลาแล้วนะ” เสียงของกามเทพทำเอาวายุกับเดียร์ค่อยๆผละออกจากกัน

 

“อยู่รอจนผมฟื้นนะ อย่าไปไหนนะ”วายุบีบมือน้อยๆ เดียร์ยิ้มกว้าง พยักหน้าน้อยๆให้ร่างสูง

 

“รีบๆฟื้นนะ ..รออยู่” รอยยิ้มอ่อนโยนถูกส่งไปให้ร่างสูงบ้าง

 

เดียร์เดินเคียงข้างวายุมาหยุดข้างเตียงผู้ป่วย

 

“ไปอยู่ตรงนั้นแบบหนึ่งนะ” เสียงอ่อนโยนของยมทูตเอ่ยบอกคนตัวเล็ก เดียร์เดินเลี่ยงห่างออกไปจากเตียงสามก้าว ทำให้เดียร์กับวายุต้องปล่อยกันโดยปริยาย

 

วายุหันมายิ้มน้อยๆให้คนตัวเล็ก

 

เดียร์อดไม่ได้ที่จะกัดริมฝีปากล่างอย่างลุ้นๆ

 

กามเทพกับยมทูตลอบสบตากัน

 

ในจังหวะที่เดียร์กับวายุกำลังสบตากัน แสงสว่างก็แผดจ้าทั่วห้อง

 

กามเทพกับยมทูตร่ายคาถาผูกติดร่างของวายุกับวิญญาณของวายุเข้าด้วยกัน  เมื่อทุกอย่างเสร็จสิ้น  แสงสว่างพลันหายไปพร้อมๆกับร่างของกามเทพและยมทูต

 

ตอนนั้นเอง ประตูห้องพักคนไข้ถูกเปิดออก ตามมาด้วยอาโปและล็อคที่วิ่งเข้ามา

 

สายตาคมของล็อคทันเห็นร่างของเดียร์ค่อยๆล้มลงกับพื้น ไม่รอช้ารีบเข้าไปรับร่างเล็กนั้นไว้ทันที

 

“เดียร์!!

 

 

 

 

# My dear

 

 

 

 

 

 

อ้ากกกกกกกกกกกกกกกกกกกก

ทำไมมันลุ้นแบบนี้ TT!!

หลังๆนี่แต่งเสร็จมีหอบ หอบเป็นเพื่อนน้องเดียร์

รู้สึกเหมือนถูกดูดพลังงาน - -

 

แต่ละคนเดาตอนจบไว้ยังไงน่อ? จะเหมือนที่แอมคิดหรือเปล่า คึคึ

 

 

 

เจอกันตอนต่อไปค่ะ ^_^’’  

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #58 ma_jung (@mameawxsoo2537) (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 12:31
    อ้ากกกกกก จำกันไม่ได้จริงด้วยยย แต่ทำไมเดียร์ถึงเฉยจังอ่าาาา ไม่หวั่นไหวเหมือนวายุเลยหรอ แงงงงง ล้อคนายชักเยอะแล้วนะ ไม่ใช่พระเอกอย่าเยอะดิ =3=
    #58
    0
  2. วันที่ 24 มิถุนายน 2557 / 12:52
    จริงด้วยสินะที่ว่าวายุตื่นมาก็จะจำเดียร์ไม่ได้ เจ็บปวดแทนเดียร์จัง
    #40
    0
  3. #38 yaaa (จากตอนที่ 22)
    วันที่ 20 มิถุนายน 2557 / 23:27
    กะแล้วว่าตอนวายุฟื้น

    ต้องจำเดียร์ไม่ได้แน่เลย. :(

    แค่เดียร์จะจำวายุได้ม้้ยน้า?
    #38
    0