My Dear ... [Yaoi] [Boy's Love]

ตอนที่ 21 : Chapter 20

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 197
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    18 มิ.ย. 57



 

แสงสีส้มพาดผ่านขอบฟ้า ฝูงนกพากันบินกลับรัง ...ไม่นาน ดวงจันทร์เริ่มฉายเด่นอยู่บนขอบฟ้าอีกฟาก แสงดาวระยิบระยับพร่างพราย  จนกระทั่ง ดวงจันทร์เคลื่อนย้ายไปยังขอบฟ้าอีกฟาก ดวงดาวค่อยๆจางหายไป..แสงตะวันค่อยๆสาดส่องอีกครั้ง

 

วันแล้ว วันเล่า ที่เดียร์นับวันรอวันหยุด

 

ตั้งใจไว้ว่าถ้าถึงวันหยุด เขาจะไปหาวายุที่โรงพยาบาล

 

แม้ว่าที่จริงเดียร์อยากจะไปโรงพยาบาลให้เร็วกว่านั้น แต่กว่าจะเลิกงานแต่ละวันก็ดึกดื่น ไหนจะต้องตื่นมาเรียนตอนเช้าอีก

 

รอเพียงให้ถึงวันหยุดเร็วๆ จะมุ่งหน้าไปหาวายุที่โรงพยาบาลทันที

 

“ผมก็อยู่นี่แล้วไงครับ ไม่ไปไหนด้วย ผมที่อยู่โรงพยาบาล ไม่หล่อเท่าผมที่นั่งอยู่ข้างๆเดียร์ตอนนี้หรอกนะ ” วายุแซวเดียร์ ขณะนั่งเฝ้าคนตัวเล็กทำรายงานหลังเสร็จงานจากร้านไอศกรีม

 

เดียร์ละสายตาจากหน้าจอโน้ตบุ๊ค เงยหน้ามองร่างสูงที่นั่งอยู่อีกฟากของโต๊ะญี่ปุ่น

 

“มันเกี่ยวกันไหมล่ะ ฉันก็อยากไปเยี่ยมนายเหมือนกันนะ ถ้านายดีขึ้นจริงๆ ฉันก็ดีใจด้วย”  

 

“เพราะเดียร์ชอบผมแล้วไงล่ะ ผมเลยดีขึ้นขนาดนี้”

 

วายุสวนกลับ ยิ้มแป้นใส่ คนน่ารักตรงหน้าเพียงตวาดกลับมาเบาๆ  “ไอ้บ้ามันเกี่ยวกันตรงไหน” 

 

“เกี่ยวทุกตรงเลยครับที่รัก”

 

เดียร์พยายามดึงสติมาอยู่ที่หน้าจอโน้ตบุ๊ค สงบจิตสงบใจที่มันกำลังเต้นกระทุ้งโครมๆอยู่ในอก

 

สายตาคมมองใบหน้าหวานที่เริ่มเปลี่ยนสี รอยยิ้มน้อยๆจุดขึ้นบนใบหน้าหล่อ

 

น่ารัก….

 

เข็มของนาฬิกาเดินไล่วนกันอยู่บนหน้าปัดไปเรื่อยๆ

 

เดียร์ยังทำรายงานต่อไปอย่างไม่ยอมหยุดพัก ….เหลือบไปมองบนพื้นข้างๆตัว มีร่างเล็กของเพื่อนร่วมห้องนอนแผ่หลาคาโน้ตบุ๊คที่เปิดค้างไว้ หนังสือกระจัดกระจายอยู่รอบๆตัว  เดียร์หลับตาพักสายตาสักพัก มองหน้าจอโน้ตบุ๊คนานๆก็ทำให้สายตาล้าได้...

 

เดียร์ก้มลงฟุบไปกับโต๊ะญี่ปุ่น.. พลันได้ยินเสียงก๊อกแก๊กดังเข้ามา คนตัวเล็กเด้งตัวนั่งคืนทันที มองไปยังที่มาของเสียง

 

ร่างโปร่งแสงของวายุกำลังจดจ่ออยู่กับโน้ตบุ๊ค ไม่รู้ว่าดึงโน้ตบุ๊คหันไปตอนไหน มือหนาวางบนแป้นพิมพ์ สายตามองหน้าจอ ท่าทางจริงจัง

 

“ทำอะไร?” คนตัวเล็กขยี้ตาน้อยๆ ยื่นหน้าเข้าไปดูหน้าจอ

 

 “อันนี้คำนวณคาร์บอน 14 ใช่ไหมล่ะ? ผมพอทำได้” แล้ววายุก็ทำให้อย่างที่พูดจริงๆ ร่างสูงส่งยิ้มน้อยๆมาให้เดียร์ ลงมือพิมพ์สูตรและวิธีการคำนวณลงไป  มีผละออกมาหยิบปากกากับกระดาษมาขีดๆเขียนๆอะไรบ้าง แล้วก็กลับไปจดจ่ออยู่กับหน้าจอต่อ

 

ไม่รู้ว่านานแค่ไหนที่เดียร์เผลอนั่งมองท่าทางของร่างสูง

 

ริมฝีปากบางอมยิ้มน้อยๆโดยไม่รู้ตัว

 

จนกระทั่งเสียงทุ้มๆดังขึ้นมา

 

“มองอย่างนี้ผมก็เขินนะ”

 

ร่างเล็กสะดุ้งน้อยๆ  เผลอสบตาร่างสูงได้ไม่ทันไรก็ต้องรีบก้มหน้าหลบสายตา มือบางคว้าหนังสือแถวนั้นมากางบังหน้าตัวเองที่มันคงเปลี่ยนสีอีกแล้ว

 

วายุมองมาอีกแล้ว สายตาของวายุที่มองมาก็ไม่ใช่เล่นๆเลย  แค่เดียร์แอบมองวายุครั้งเดียว ยังไงก็ไม่เท่าที่วายุใช้สายตาทะลวงร่างของเดียร์แบบนี้หรอก

 

จะให้ร่างของเดียร์ทะลุจริงๆใช่ไหม!

 

 

 

 

 

 

 

ในที่สุด วันที่เดียร์รอคอยก็มาถึง

 

เป็นอีกครั้งที่เดียร์ขอให้อาโปไปโรงพยาบาลด้วย แม้ว่าเดียร์จะไปเองโดยให้วายุพาไปได้ แต่มันก็ยังไม่อุ่นใจเท่ามี“คน”ไปเป็นเพื่อนจริงๆ

 

เดียร์กับอาโปโดยสารแท็กซี่มาถึงโรงพยาบาลเป้าหมายในช่วงสายของวัน  ตามด้วยขึ้นลิฟต์ไปยังชั้นที่ต้องการ

 

อาโปเดินเคียงข้างมากับรุ่นพี่ที่เริ่มสนิทกันมากขึ้นแล้ว

 

ทันทีที่มาถึงห้อง มือบางของรุ่นน้องเคาะประตูเบาๆ เป็นสัญญาณให้คนที่อยู่ด้านในรับทราบว่ามีคนมา  เมื่อลองเปิดประตูแล้วพบว่าไม่ได้ล็อค  อาโปจึงเดินนำรุ่นพี่เข้าไปด้านใน

 

“ป้าแหม่ม~” อาโปเดินเข้าไปกอดเอวหญิงวัยกลางคน ได้รับอ้อมกอดรัดแน่นกลับคืนมา

 

“อยากกอดบ้างจัง” เสียงทุ้มดังขึ้นมาเบาๆ สายตาหม่นเศร้า

 

เดียร์เงยหน้ามองร่างสูง มือบางยื่นมือไปบีบกระชับมือหนาแน่น ยิ้มน้อยๆให้กำลังใจ

 

“ป้าแหม่ม สวัสดีครับ” เดียร์เข้าไปทักทายผู้ใหญ่ที่ยืนอยู่ข้างโซฟา ป้าแหม่มยกมือรับไหว้ ยิ้มอ่อนโยนมาให้คนตัวเล็ก

 

เดียร์แอบสังเกตจากสภาพความเป็นอยู่และข้าวของเครื่องใช้แล้ว ท่าทางป้าแหม่มจะอยู่เฝ้าวายุทุกวัน

 

“พี่ๆคนอื่นๆล่ะครับ ผลัดๆกันบ้างก็ได้” อาโปเอ่ยอ้อนๆกับผู้สูงวัย ถึงอาโปจะมานอนเฝ้าบ้าง พ่อกับแม่มานอนเฝ้าบ้าง แต่ยังไม่บ่อยเท่าป้าแหม่ม ขนาดขอให้พี่ๆคนอื่นๆในบ้านผลัดกันมาเฝ้าไข้บ้าง กลับได้นอนเป็นเพื่อนป้าแหม่มซะนี่

 

“ไม่เป็นไรค่ะ ป้าอยากอยู่กับคุณหนูวายุ” รอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่บนใบหน้าของผู้มากวัย อาโปเห็นอย่างนั้นเลยออกแรงรัดแขนเข้ากับร่างท้วมๆของป้าแหม่มอีก

 

เดียร์เดินเข้าไปหยุดข้างเตียงผู้ป่วย

 

ร่างของวายุดูดีกว่าครั้งแรกที่เดียร์มาเยี่ยม อาจเป็นเพราะเลือดไหลเวียนดีขึ้นหรืออย่างไร ไม่ทราบได้  ผิวเนื้อดูมีชีวิตชีวาขึ้น สายระโยงระยางที่เคยต่อเข้าร่างกายของวายุก็เริ่มน้อยลง  เผยให้เห็นใบหน้าคมคายของวายุที่ดูซูบไป  แผ่นอกกว้างกระเพื่อมขึ้นลงตามจังหวะการหายใจ ดูๆไป เหมือนวายุเพียงแค่นอนหลับเท่านั้นเอง

 

“ดูดีขึ้น….นิดหน่อย” เสียงจากร่างข้างๆ ทำเอาเดียร์อดไม่ได้ที่จะกระทุ้งศอกใส่เอวร่างสูง  วายุแสร้งร้องโอดโอยไปตามระเบียบ

 

“มันใช่เวลาพูดถึงเรื่องนั้นไหม?” คนตัวเล็กแค่นเสียงให้เบาที่สุด  วายุเพียงยิ้มแหยๆมาให้

 

“ถ้าผมไม่หล่อ เดี๋ยวเดียร์ไม่รัก”

 

“หรอออออออ”

 

“ทำเสียงแบบนี้ แสดงว่า ไม่หล่อก็รัก”

 

คนตัวเล็กหันมาฟึดฟัดอยู่คนเดียว จะส่งเสียงเถียงวายุมากไปก็ไม่ได้ ถ้าเผลอเสียงดังขึ้นมา ป้าแหม่มกับอาโปคงจับเดียร์ส่งแผนกจิตเวชชัวร์

 

เดียร์กลับไปนั่งคุยกับป้าแหม่มแล้วก็อาโปอีกพักใหญ่

 

พอได้ถามถึงอาการของวายุ ป้าแหม่มบอกว่าอาการของวายุดีขึ้นมาก ขนาดหมอยังบอกว่าดีขึ้นเร็วมากจนน่าตกใจ

 

อย่าว่าแต่หมอเลย เดียร์เองยังตกใจ

 

….พอได้คุยแล้วก็เริ่มสนุกปาก

 

ป้าแหม่มเริ่มเล่าเรื่องของวายุตอนเด็กๆให้ฟัง บางเรื่องอาโปเองก็ไม่เคยรู้ อดตื่นเต้นไปกับเรื่องแปลกๆไม่ได้ เดียร์ฟังไปก็ขำไป แต่ร่างโปร่งแสงข้างๆเดียร์ ไม่ได้ขำไปด้วยเลย เอาแต่ยู่หน้าน้อยๆใส่หญิงสูงวัยที่เล่าเรื่องอย่างอารมณ์ดี ได้ยินวายุพยายามเถียงเรื่องที่ป้าแหม่มเล่า

 

“ไม่ใช่นะป้า ตอนนั้นล้อจักรยานมันไม่ดีต่างหาก”

 

“ตอนนั้นน่ะนะ คุณหนูร้องไห้จ้าเลย เอาแต่โทษก้อนหินว่าขวางทางจักรยาน เลยขี่จักรยานล้ม”

 

เสียงวายุเคล้าไปกับเสียงป้าแหม่ม ยิ่งเดียร์ได้ฟังวายุแก้ตัว ยิ่งทำให้เดียร์กลั้นหัวเราะไว้ไม่อยู่

 

เดียร์อยู่ที่โรงพยาบาลจนถึงช่วงบ่ายของวัน อาโปอยากอยู่กับป้าแหม่มต่อ เดียร์ไม่อยากรบกวนเวลาส่วนตัวจึงขอตัวกลับก่อน

 

 

ต่อตรงนี้ ^^

 

 

 

กลับหอมา ก็มานั่งจ้องกับหน้าจอโน้ตบุ๊คต่อ รายงานยังค้างคาอยู่อีกหลายวิชา ซึ่งรายงานของแต่ละวิชาก็ไม่ใช่เบาๆเลย

 

พู่กันหอบโน้ตบุ๊คกับกระดานวาดรูปไปยึดพื้นที่โซนโซฟา แอบเห็นว่าพู่กันหันมาวาดรูปบ่อยกว่าพิมพ์งานในโน้ตบุ๊คซะอีก

 

เดียร์นั่งจ้องโปรแกรมไมโครซอฟต์เวิร์ดที่ถูกเปิดค้างไว้ แสงสว่างจากหน้าจอตกกระทบใบหน้าใส หากแต่คนตัวเล็กกลับไม่ได้คิดถึงสิ่งที่ต้องพิมพ์ลงไปในหน้ากระดาษนั้น

 

เรื่องของวายุวนเวียนอยู่ในความคิดของเดียร์

 

วายุดูเหมือนว่าจะดีขึ้นจริงๆ ดีขึ้นเร็วจนไม่น่าเชื่อ

 

ไหนจะอาการแปลกๆของวายุที่พักนี้เป็นบ่อยเหลือเกิน  เดียร์ไม่รู้ว่าวายุเป็นอะไร แต่ท่าทางเจ็บปวดของวายุก็ชวนให้เดียร์คิดเชื่อมโยงกับเรื่องที่ร่างกายของวายุมีอาการดีขึ้น….บางทีมันอาจจะเกี่ยวกัน

 

หรือวายุจะกลับเข้าร่างได้จริงๆ?

 

วายุกำลังจะฟื้น?

 

ที่วายุเคยบอกมาตลอดมันเป็นเรื่องจริงอย่างนั้นหรือ?

 

ถึงเดียร์จะยอมรับว่าเริ่มรู้สึกดีๆกับวายุบ้าง ( โอเค มันอาจจะไม่แค่ “บ้าง” แต่อาจจะมากกว่านั้น ) แต่แค่เพราะเรื่องนี้น่ะหรือที่ทำให้วายุฟื้นได้?

 

แต่มันก็ดีแล้วไม่ใช่หรือ….ถ้ารู้สึกดีกับวายุ แล้ววายุฟื้นขึ้นมาได้ 

 

ถ้าวายุกลับมาเป็นปกติอีกครั้ง คงจะดีไม่น้อย ถ้าจะสานสัมพันธ์กับวายุอย่างที่ความรู้สึกลึกๆต้องการ อย่างน้อยก็ไม่ใช่ในร่างวิญญาณแบบนี้

 

แล้วถ้าวายุไม่ฟื้นล่ะ?

 

จะเป็นไปได้ไหม ถ้าวายุแค่มีอาการดีขึ้นแต่กลับเข้าร่างไม่ได้

 

“คิดอะไรอยู่ครับ?” เสียงทุ้มอ่อนโยนดังเข้ามา  เดียร์เผลอสะดุ้งสุดตัว

 

“วายุ!” ตวาดเบาๆ  วายุโน้มหน้ามาแทบชิด ตอนเดียร์เผลอหันไปมองร่างสูง ปลายจมูกชนกันเบาๆด้วย

 

“ที่คิดอยู่นี่ คิดเรื่องรายงานหรือคิดเรื่องผม?” ร่างสูงถอยห่างไปเล็กน้อย ย้ำว่าเล็กน้อย! ร่างของวายุยังอยู่แทบจะแนบเนื้อกับคนตัวเล็ก มีเพียงใบหน้าที่ผละออกไป วายุพูดออกมาแต่ละที ทำเอาเดียร์อดรู้สึกร้อนๆหนาวๆไม่ได้

 

“ถอยออกไปหน่อยสิ” คนตัวเล็กก้มหน้าบอกอ้อมแอ้ม มือบางดันไหล่กว้างให้ขยับห่างจากตัว วายุอมยิ้มน้อยๆ

 

“เดียร์ยังไม่ตอบเลย ว่าไงครับ? คิดเรื่องรายงานหรือคิดเรื่องผม”

 

คนตัวเล็กกัดริมฝีปากล่างเบาๆ กลั้นใจเงยหน้าสบตาร่างสูง

 

“ฉันจะคิดเรื่องนายทำไมล่ะ”

 

“ปากแข็ง”

 

ร่างสูงก้มหน้าแนบริมฝีปากเข้ากับริมฝีปากเล็ก เพียงแค่สัมผัสเบาๆแล้วผละออก ถึงจะเป็นแค่ชั่วระยะเวลาสั้นๆ แต่ผลลัพธ์ที่ได้ค่อนข้างเป็นที่น่าพอใจ ใบหน้าใสเปลี่ยนสีอีกแล้ว

 

“ผมบอกหลายครั้งแล้วนะ ว่าเดียร์คิดอะไรก็ออกมาทางสีหน้าหมด” วายุเอ่ยอย่างครึ้มใจ มองร่างเล็กตรงหน้าที่พยายามก้มหน้าคางชิดอก ถึงอย่างนั้นก็ยังเห็นแก้มที่เปลี่ยนสีอยู่ดี

 

“ระรู้แล้ว ถามทำไมล่ะ!?

 

“อยากรู้ว่าเดียร์จะพูดอย่างที่คิดหรือเปล่า” ยิ่งเห็นคนตัวเล็กก้มหน้า วายุยิ่งได้ใจ ใบหน้าหล่อยื่นเข้าไปใกล้ๆแก้มใส “ปากแข็งแบบนี้ น่าทำให้อ่อนจัง”

 

“วายุ!” เดียร์เผลอเงยหน้าตวาดร่างสูง และเพิ่งรู้ว่าตัวเองพลาด เมื่อได้สบตากับสายตาหยาดเยิ้มตรงหน้า เดียร์เริ่มหันรีหันขวาง ทำตัวไม่ถูกขึ้นมาทันที

 

“จะจะทำงานต่อแล้ว เขยิบออกไปห่างๆได้ไหม?”

 

วายุยอมเขยิบออกให้แต่โดยดี

 

ถ้าเอาน้ำเปล่าไปไว้ใกล้ๆหน้าเดียร์ตอนนี้ น้ำคงเดือดแน่ๆ

 

วายุเขยิบไปนั่งเท้าคางจากฝั่งตรงข้ามของโต๊ะญี่ปุ่นเหมือนเดิม มองคนตัวเล็กที่ยกมือน้อยๆตบแก้มตัวเองเบาๆ หายใจเข้าหายใจออกช้าๆ สะบัดหน้าน้อยๆแล้วก็กลับเข้าสู่โลกของรายงานอีกครั้ง

 

คนตัวเล็กหันไปหยิบหนังสือที่ต้องใช้ข้อมูลมาอ่าน ขีดเน้นข้อความตามเห็นสมควร แล้วก็กลับไปจดจ่อกับไมโครซอฟต์เวิร์ด

 

นั่งหลังขดหลังแข็งไปได้สักพัก คนตัวเล็กก็หอบหนังสือที่ต้องอ่านเดินเข้าห้องนอน

 

วายุเดินตามไปเงียบๆ  มองคนตัวเล็กที่นั่งพิงหัวเตียงอ่านหนังสือ  มือบางมีปากกาเน้นข้อความอยู่ในมือ อ่านไปได้สักพัก จากที่นั่งพิงหัวเตียง แผ่นหลังบางเริ่มสัมผัสที่นอน ศีรษะเริ่มวางบนหมอน  คนตัวเล็กพลิกตัวนอนคว่ำ หนุนหมอนไว้ใต้อก พอเริ่มเมื่อยก็เปลี่ยนท่ามานอนตะแคง พลิกซ้ายพลิกขวาจนพอใจ

 

วายุนั่งมองแผ่นหลังเล็กที่นอนตะแคงหันหลังให้ รู้สึกว่าเดียร์เริ่มนิ่งไปจนผิดปกติ

 

ร่างสูงเดินเข้าไปใกล้ร่างเล็ก…. พลันรอยยิ้มน้อยๆปรากฏบนใบหน้าคม

 

แพขนตายาวพริ้มปิดลงมา ลมหายใจเข้าออกสม่ำเสมอ หนังสือเล่มโตนอนนิ่งอยู่ในมือในหน้าที่เปิดค้างไว้ ข้างตัวมีปากกาเน้นข้อความหล่นอยู่

 

วายุค่อยๆดึงหนังสือออกจากมือน้อยๆนั้น หยิบปากกาเน้นข้อความมาคั่นหน้าไว้ เผื่อเจ้าตัวอ่านต่อ

 

บทจะหลับก็หลับกันง่ายๆแบบนี้เลยนะ….

 

แสงอาทิตย์เริ่มคล้อยต่ำลง อีกไม่นานแสงสีทองคงหายลับไป

 

ดวงจันทร์เริ่มประดับประดาบนท้องฟ้าบ้างแล้ว

 

วายุเดินไปเดินมาอยู่ภายในห้อง ไปที่โซฟา พู่กันก็ยังตั้งหน้าตั้งตาวาดรูป ไม่ได้สนใจหน้าจอโน้ตบุ๊คที่ไม่รู้ว่ามันดับไปตั้งแต่เมื่อไหร่ วายุเดินเข้าเดินออกห้องนอน ก็ไม่มีทีท่าว่าเดียร์จะตื่น

 

วายุไม่รู้จะทำอะไร สุดท้ายมาทิ้งตัวนั่งข้างคนตัวเล็กในห้องนอน

 

ลอบมองใบหน้าหวาน  ที่ไม่ว่าจะมองกี่ครั้งก็ไม่รู้จักเบื่อ

 

ตอนนั้นเองที่คนตัวเล็กเริ่มรู้สึกตัวตื่นขึ้นมา

 

ร่างเล็กบิดน้อยๆ มือบางประคองศีรษะตัวเองไว้

 

“ปวดหัว” เสียงหวานพึมพำเบาๆ พลางยันตัวลุกนั่ง วายุคอยช่วยประคองคนตัวเล็กให้นั่งพิงกับหัวเตียง ทันทีที่คนตัวเล็กตาสว่าง และเห็นว่าใครอยู่ตรงหน้า เสียงใสก็ร้องลั่น

 

“นะนายทำอะไรฉัน!!” ไม่รู้ล่ะ โวยวายไว้ก่อน  เดียร์ปวดหัวมาก   ตอนก่อนนอนก็ไม่เห็นปวดหัวแบบนี้ พอตื่นขึ้นมาแล้วปวดหัว แล้วยังมาเจอวายุอยู่ตรงหน้าอีก

 

คนตัวเล็กกวาดตามองสำรวจร่างกายตัวเอง ไม่มีรอยบุบตรงไหน เสื้อผ้าอยู่ครบ  แล้วทำไมถึงปวดหัว!

 

“ผมไม่ได้ทำอะไรเดียร์หรอกนะ เดียร์เล่นนอนทับตะวันแบบนี้ ก็ปวดหัวเป็นเรื่องธรรมดานั่นแหละ”

 

คำพูดของวายุไม่ได้ทำให้เดียร์เชื่อร้อยเปอร์เซ็นเลย

 

คนตัวเล็กส่งสายตาไม่ไว้ใจไปให้ร่างสูง

 

“เอ้าจริงๆนะ  นอนตอนเย็นก็อย่างนี้แหละ” วายุเห็นท่าทางระแวงของเดียร์แล้วชักอยากแกล้ง “หรือเดียร์อยากให้ผมทำอะไร ก็ได้นะ ผมไม่เกี่ยงหรอกว่าผมจะเป็นคนหรือวิญญาณ ถ้าเดียร์ใจร้อน เดี๋ยวผมทำตอนนี้ก็ได้”

 

วายุไม่พูดเปล่า ยื่นมือไปหาร่างเล็กทันที

 

เดียร์รีบลุกหนีไปยืนอีกฝั่งของเตียง เสียงหวานตวาดลั่น

 

“จะบ้าหรือ! ฉันพูดแบบนั้นหรือไง!

 

“อ้าว เห็นเดียร์ไม่พอใจ ผมก็คิดว่าเดียร์โมโหที่ผมไม่ยอมทำ

 

“หยุด!! ฉันพูดแบบนั้นตอนไหนฮะ!!

 

วายุสาวเท้าไปหาเดียร์

 

ทันทีที่ถึงตัวเดียร์ แสงสว่างวาบก็แผดจ้าเต็มห้อง

 

เดียร์ยกมือปิดตาอัตโนมัติ ข้างๆมีวายุยืนมองแสงตรงหน้าไม่วางตา

 

เหตุการณ์คุ้นๆ

 

“สวัสดี ไม่ได้เจอกันนานเลยนะพ่อหนุ่ม” เสียงทุ้มที่วายุคิดว่าคุ้นหูดังขึ้น เพราะเสียงมาก่อนที่ร่างจะเผยชัด วายุเลยพยายามนึกว่าเคยได้ยินเสียงนี้จากที่ไหน จนแสงสว่างค่อยๆจางลง วายุถึงกับเบิกตาโพลงกับภาพที่ฉายชัดตรงหน้า

 

“ยมทูต?!” วายุแน่ใจแล้วว่าเสียงนั้นคือเสียงยมทูตแน่ๆ

 

“ไม่ใช่ยมทูตตนเดียวซะหน่อย” เสียงใสข้างยมทูตนั่น

 

“กามเทพ?!

 

“ยังจำกันได้นี่”

 

วายุแทบจะทึ้งหัวตัวเอง

 

สายตาคมเหลือบไปมองร่างเล็กข้างๆ เดียร์ตาโตอ้าปากค้างไปเรียบร้อยแล้ว

 

“สวัสดี เรายังไม่เคยเจอกันเลยสินะ ไม่สิ พวกเราเจอเธอแล้ว แต่เธอยังไม่เคยเจอพวกเรา” เสียงใสของกามเทพเอ่ยทักคนตัวเล็กที่ได้แต่ยืนอ้าปากพะงาบๆ  วายุได้แต่มองร่างทั้งสองอย่างไม่เข้าใจ

 

“ก่อนอื่นเลย พวกเราขอแสดงความดีใจด้วยนะ” เสียงทุ้มของยมทูตฟังดูนุ่มนวล

 

“ตอนนี้ก็ลงเอยกันด้วยดีแล้วสินะ.. ทีนี้ก็ไม่มีอะไรที่เป็นปัญหาแล้วล่ะ” ยมทูตว่าต่อไป  ข้างๆตัวมีกามเทพหยิบปากกาขนนกมาจดอะไรไม่รู้ใส่สมุดพกประจำตัว เหมือนเป็นบันทึกประจำวัน

 

“ที่มาวันนี้ ก็ไม่มีอะไรมาก แค่จะบอกว่า นายกลับเข้าร่างได้แล้วนะ” น้ำเสียงอ่อนโยนของยมทูตยังดังต่อไป

 

“กลับเข้าร่างได้แล้ว?!!” ตอนนั้นเองที่เดียร์รู้สึกเหมือนเพิ่งหาเสียงของตัวเองเจอ คนตัวเล็กร้องลั่น ….วายุได้แต่มองยมทูตตาโตอย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

 

“ปล่อยให้ร่างของนายอยู่อย่างนั้นนานๆมันไม่ดี ไหนๆก็มาถึงขนาดนี้แล้ว กลับเข้าร่างได้แล้วนะ” กามเทพเอ่ยบ้าง มือก็ยังจดอะไรลงไปไม่หยุด

 

“เดี๋ยว!...แต่  กลับยังไง ผมจะเข้าร่างได้ เดี๋ยวนะ นี่พูดอะไรกัน อย่าล้อเล่นนะ ผมจะเข้าร่างได้ยังไง” วายุละล่ำละลักแทบจับใจความไม่ได้ ไม่รู้ว่าความตื่นเต้นดีใจกับความสงสัยข้องใจ อันไหนมันมากกว่ากัน

 

“พรุ่งนี้เลยไหมล่ะ เร็วดี พวกเราจะพาไปส่งเข้าร่าง ทั้งหมดเป็นหน้าที่ของพวกเราอยู่แล้ว”กามเทพเก็บปากกาขนนก ถือสมุดไว้ในมือ วายุมองไม่ทันว่าปากกาขนนกถูกเก็บไว้ที่ไหน แต่มันก็หายไปจากมือของกามเทพแล้ว

 

“พรุ่งนี้?! เดี๋ยว นี่อะไร ทำไมอะไรมันรวดเร็วแบบนี้ ตอนนั้นคิดจะให้ลื่นล้มก็ล้มไปเฉยๆ พอตอนนี้ก็จะเข้าร่างง่ายๆอย่างนี้?” วายุยอมรับว่าหงุดหงิดเล็กน้อย   มันคงดีที่ได้กลับเข้าร่างเร็วๆ แต่เอะอะก็ปุบปับแบบนี้   มันจะรวดเร็วไปไหม? เข้าร่างได้แล้วจะเป็นยังไง? ร่างกายที่ไม่ได้ขยับเลยตลอดเวลาสี่เดือน แน่นอนว่าต้องใช้เวลาพักฟื้น นี่ไม่ให้เวลาทำใจอะไรเลยหรือไงกัน!

 

“รีบฟื้น จะได้รีบกลับมาเป็นปกติ ทั้งหมดนี้เป็นความผิดพลาดของข้าเอง ข้าต้องขอโทษด้วย หลังจากนี้ข้าเห็นใจพวกเจ้านะ ข้าขอโทษที่ทำอะไรไม่ได้มาก”

 

“ไอ้ยมทูต!  พูดมากล่ะ  ไหนตกลงกันแล้วไงว่าจะไม่บอก” กามเทพแค่นเสียงกระซิบ ยมทูตเพียงได้แต่ยิ้มน้อยๆ

 

“เอาเป็นว่า พรุ่งนี้ก่อนเที่ยงคืน เจอกันที่โรงพยาบาล เวลาที่เหมาะที่สุดคือ ห้าทุ่มห้าสิบเก้านาที”

 

ทันใดนั้น แสงวูบวาบแผดจ้าอีกครั้ง ทุกอย่างกลับสู่สภาวะปกติ ไร้ร่องรอยของร่างสองร่างที่ยืนอยู่เมื่อครู่

 

มาเร็วไปเร็วเหมือนเดิม ไม่มีให้ตั้งตัวกันเลย!

 

เดียร์หันมามองวายุตาปริบๆ สายตาประสานกัน พลันรอยยิ้มกว้างเผยชัดบนใบหน้าของทั้งคู่ ตามมาด้วยเสียงร้องลั่นด้วยความดีใจ

 

พู่กันที่วาดรูปอยู่ด้านนอก เพิ่งได้ยินเสียงเดียร์ร้องลั่นอยู่ในห้อง…. เดียร์คงคุยอะไรกับ“ใคร”อยู่ หรือคุยโทรศัพท์ก็ไม่รู้ หลังๆมานี้พู่กันชักดูไม่ออก แต่ก็ชินแล้วล่ะนะ

 

 

 

 

# My dear

 

 

 

 

 

 

มาแล้วค่ะ ^^

 

มาเช้าเกินไปอีกแล้ว - -;; 

ตอนนี้ยาวมาก ยาวกว่าหลายตอนเลย...

 

แอมไม่เน้นดราม่านะ ><… แต่แต่งไปแต่งมาทำไมได้กลิ่นดราม่าหนอ

 

ฮึ่ยบางทีคงเป็นเพราะแอมเป็นหวัดก็ได้  จมูกเลยได้กลิ่นแปลกๆ

 

 

 

เจอกันตอนต่อไปค่ะ ^_^ 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

65 ความคิดเห็น

  1. #57 ma_jung (@mameawxsoo2537) (จากตอนที่ 21)
    วันที่ 19 มกราคม 2558 / 12:17
    เดียร์เป้นไรอ่าาาา เอ้ ตกลงคนที่ไม่อยากบอกคือยมทูตหรือกามเทพหว่า
    #57
    0