1004 The story of an Angel [S.Coups x Jeonghan] [SEVENTEEN]

ตอนที่ 17 : Chapter 16 โลกมนุษย์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,085
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    29 ม.ค. 60

Chapter 16

 

เอสคุปส์ตรงเข้าไปหาคนตรงหน้าพร้อมรอยยิ้ม โถมกอดด้วยความคิดถึงสุดหัวใจ ใบหน้าหล่อซุกซบลาดไหล่บาง ท่อนแขนแข็งแรงโอบรัดคนตรงหน้าแน่น จองฮันกอดตอบด้วยแรงที่ไม่น้อยเช่นกัน ใบหน้าหวานเอนซบลาดไหล่อุ่น

“จองฮัน...” เอสคุปส์ผละออกมาสบตาร่างขาว แววตาวาวใสที่อยากเห็นมาตลอดอยู่ตรงหน้าเขาแล้ว คนที่คิดถึงมาตลอดกลับมาหาเขาแล้ว

“คุปส์” จองฮันยิ้มหวาน หยาดน้ำใสคลอหน่วยตาด้วยความดีใจ

“คุปส์ ฉันชอบนา-“ ยังไม่ทันจบประโยค ใบหน้าหวานก็ถูกริมฝีปากหนาทาบทับ จองฮันเบิกตากว้าง เอสคุปส์ประทับริมฝีปากแผ่วเบา อ่อนโยน ก่อนตัดใจผละออกอย่างอ้อยอิ่ง สายตาคมจับจ้องแก้มขาวที่ขึ้นสีชมพูระเรื่อ มือขาวเนียนแตะริมฝีปากตนเองอย่างเผลอไผล

สมาชิกเซเว่นทีนอีกสิบเอ็ดชีวิตพยายามทำตัวเป็นธาตุอากาศ เสมองฟ้า แสร้งมองอากาศ คล้ายไม่รู้ไม่เห็นฉากจูบนั้น

“เป็นเด็ก อย่ามอง” โจชัวร์ปิดตาดีโน่แน่น คนถูกปิดตาพยายามยื้อมือคนเป็นพี่ออก

“โอ๊ะ! ฮยอง ไม่เอาๆ ผมอยากดู” ดีโน่ดิ้นจนโจชัวร์เกือบล็อกตัวไม่อยู่ โดกยอมผู้ใจดีจึงเข้ามาช่วยล็อกตัวดีโน่ไว้

“พวกเรากลับห้องกันเถอะ”  วอนอูเอ่ยเสียงเบา ด้วยเกรงว่าจะรบกวนฉากหวานของรุ่นพี่ทั้งสอง ทุกคนพยักหน้ารับอย่างพร้อมเพรียง โดกยอมล็อกตัวดีโน่เดินนำไปก่อน อีกเก้าคนทยอยตามไป สุดท้ายทั้งดาดฟ้าจึงมีเพียงเอสคุปส์และจองฮันเท่านั้น

เอสคุปส์ประคองใบหน้าหวานด้วยมือทั้งสองข้าง แนบริมฝีปากประทับบนริมฝีปากบางอีกครั้ง เรียวลิ้นของทั้งคู่สอดรับกันอย่างดูดดื่ม รสจูบที่เปี่ยมไปด้วยความหอมหวาน เจือกลิ่นอายความเหงาและความคิดถึง เหนือสิ่งอื่นใดคือความรู้สึกเต็มตื้นในอก  ความรู้สึกของทั้งสองคนได้รับการเติมเต็มแล้วในเวลานี้

จองฮันโอบคอร่างหนาแน่น ตอบรับทุกมุมองศาของรสจูบ เวลาผ่านไปเนิ่นนานนักในความรู้สึก แต่ทว่าในความจริงนั้นผ่านไปเพียงไม่กี่วินาที ร่างขาวหอบหนักเคล้ารสจูบอันร้อนแรง ก่อนผละออกจากร่างหนาอย่างอ้อยอิ่ง

จองฮันพยายามหลบสายตาคนตรงหน้า ซ่อนรอยยิ้มเขินอายไว้ใต้ใบหน้าแดงก่ำ ทว่าหนีสายตาคู่คมไม่พ้น

“นายโกรธฉันหรือเปล่า?” จองฮันถามเสียงเบา ไม่กล้าสบตาคู่นั้น

“โกรธเรื่องอะไร?”

“ที่ฉันหายไป...” จองฮันเม้มปากแน่น ไม่แน่ใจว่าจะพูดยังไงต่อ คุปส์จะเชื่อสิ่งที่เขากำลังจะพูดรือเปล่า ทว่าเอสคุปส์กลับเอ่ยประโยคที่ปัดความกังวลของจองฮันทิ้งไปเสียก่อน

“เร็นเล่าให้ฉันฟังหมดแล้ว”

จองฮันเลิกคิ้ว  “นายเจอเร็นเหรอ?”

เอสคุปส์พยักหน้า

“ละ... แล้วเร็นเล่าอะไรไปบ้าง?”

“ทุกอย่างเลย ทั้งเหตุผลว่าทำไมนายถึงหายไป และหายไปไหน” เอสคุปส์ยื่นใบหน้าประชิดใบหน้าขาวก่อนเอ่ยต่อ “ทำไมนายไม่เคยเล่าเรื่องของตัวเองให้ฉันรู้บ้างเลย”

จองฮันเบือนหน้าหลบสายตาคม ใบหน้าเนียนแต้มสีระเรื่อ

“ฉันกลัวนายไม่เชื่อ”

มือแข็งแรงลูบศีรษะร่างขาวอย่างอ่อนโยน

“อย่าคิดไปเองสิ” จองฮันจับมือหนาออกจากหัวก่อนเปลี่ยนมากุมกระชับไว้แน่น

“ขอโทษ...” จองฮันเอ่ยเสียงเบา

“ฉันก็ยังอยากได้ยินทุกอย่างจากปากนายอยู่ดีนะ” เอสคุปส์เอ่ยเสียงนุ่ม เขาคว้าสัมภาระของจองฮันมาถือไว้ในมืออีกข้างหนึ่ง มืออีกข้างจับจูงให้ร่างขาวเดินตาม

“ทุกคนอยากได้ยินทุกอย่างจากนายนะ”

จองฮันเดินตามอย่างว่าง่าย เขารู้ว่าเป้าหมายของเอสคุปส์คือที่ไหน

ห้องพักของพวกเขา ที่มีสมาชิกทุกคนรออยู่นั่นเอง

 

“จองฮันฮยอง!” โฮชิร้องทักรุ่นพี่ที่เพิ่งเดินเข้ามา จองฮันยิ้มหวานกลับไป

สมาชิกเซเว่นทีนสิบเอ็ดคนนั่งอยู่ในห้องนั่งเล่น เหมือนกำลังรอเขากับเอสคุปส์อยู่อย่างนั้น

เอสคุปส์เข้าไปนั่งบนพื้นข้างมินกยู จองฮันตามไปนั่งข้างหัวหน้าวง เมื่อทุกอย่างพร้อม ซึงกวานก็เอ่ยขึ้นเป็นคนแรก

“ฮยองเป็น...” ซึงกวานชะงัก สูดลมหายใจเฮือกใหญ่ก่อนเอ่ยต่อด้วยท่าทางไม่มั่นใจนัก

“ฮยองเป็นนางฟ้าจริงๆ เหรอ?”

จองฮันยิ้มแหย สบตากับทุกคน ได้รับสายตาคาดคั้นกลับมา

“เอ่อ... ฉันไม่รู้ว่าพวกนายจะเชื่อหรือเปล่า” จองฮันเม้มปาก กวาดสายตามองทุกคนอีกครั้ง ดูเหมือนทุกคนกำลังเปิดใจรับฟังสิ่งที่เขาจะเล่า ถ้าอย่างนั้นก็คงไม่ยากเท่าไร

“จริงๆ ฉันเป็นชาวสวรรค์ อยู่บนนู้น” จองฮันชี้นิ้วขึ้นฟ้า หากเงยหน้ามองตอนนี้ก็เห็นแค่เพดานห้อง

“บางครั้งชาวสวรรค์ก็ถูกเรียกว่าเทวดาหรือนางฟ้า” จองฮันเอ่ยเสียงใส เอสคุปส์คิดว่าจองฮันเหมาะกับคำว่านางฟ้ามากกว่าชาวสวรรค์อะไรนั่นอีก

“แต่ตอนนี้ฉันเป็นมนุษย์แล้วนะ” จองฮันยิ้มร่า ทุกคนเลิกคิ้ว

“หมายความว่ายังไง?” เอสคุปส์ถาม เป็นคำถามเดียวกับคำถามที่เกิดขึ้นในใจของสมาชิกอีกสิบเอ็ดคนพอดี

“ฉันจะอยู่ที่โลกมนุษย์ ไม่กลับสวรรค์แล้ว”

“ทำอย่างนั้นได้ด้วยเหรอครับ?” ดีโน่ถาม

“ฉันสละสถานะชาวสวรรค์แล้ว ฉันไม่มีบ้านอยู่ที่นั่นแล้วละ”

“จริงเหรอครับ?!” มินกยูร้องลั่น

“จริงสิ”

“ฮยองจะไม่ไปไหนแล้วใช่ไหม?” โดคยอมร้องถาม

“ไม่ไปไหนแล้ว” จองฮันยิ้มหวาน

“เย้! จองฮันฮยองจะอยู่กับพวกเราแล้ว” มินกยูร้องลั่น โถมตัวกอดวอนอูด้วยความดีใจ คนถูกกอดมองมือหนาที่ราวเอวตัวเองแล้วก็ได้แต่มองเจ้าของมืออย่างหน่ายๆ กระนั้นก็ไม่ดึงมือคู่นั้นออกจากเอวของตัวเอง

เอสคุปส์นิ่งมองเด็กๆ กระโดดโลดเต้นไปทั่วห้อง เขาเห็นมินกยูวิ่งเข้าไปในห้องครัว ก่อนออกมาพร้อมไก่ทอดจานใหญ่ มินกยูเอาไก่ทอดจานนั้นให้จองฮัน เอสคุปส์หัวเราะเบาๆ

จุนเป็นคนแรกที่เข้ามาถามจองฮันถึงชีวิตบนสวรรค์ จากนั้นคนอื่นๆ ก็เริ่มยิงคำถามใส่รุ่นพี่ตัวขาวไม่หยุด จองฮันตอบคำถามทุกคนด้วยท่าทางร่าเริง รู้สึกโล่งอกอย่างบอกไม่ถูก ดีใจที่ทุกคนใจกว้างพอที่จะรับเรื่องของเขาได้

เอสคุปส์ไม่เคยเชื่อว่าเรื่องแบบนี้จะมีอยู่จริง เขาคิดมาตลอดว่ามันมีอยู่แค่ในนิทานหลอกเด็ก หากเขาไม่เจอกับตัวเอง ก็คงไม่เชื่อว่านางฟ้ามีอยู่จริง เหตุการณ์ในวันนี้เหมือนเครื่องยืนยันทุกถ้อยคำของคนตัวขาว เหตุการณ์ที่ทำให้เขารู้สึกเหมือนได้ย้อนไปในวันแรกที่ได้เจอจองฮัน แสงสว่างแสบตาที่โอบล้อมร่างขาวไว้ อันนำมาซึ่งความประหลาดใจในคราแรกที่พบ เขาเข้าใจที่มาของมันแล้ว

“ทุกคน” เอสคุปส์ตะโกนลั่น ทุกคนอยู่ในอาการสงบทันที

“พอก่อน ให้จองฮันไปพักผ่อนได้แล้ว” ว่าจบก็เดินหายเข้าไปในห้องนอน จองฮันมองท่าทางนั้นด้วยรอยยิ้ม ได้ยินซึงกวานบ่นงึมงำ

“จองฮันฮยองจะได้พักผ่อนไหมละ คุปส์ฮยองไปรอในห้องนอนอย่างนั้น” เวอร์นอนฉุดแขนซึงกวานออกจากห้องนั่งเล่นทันที จองฮันหัวเราะเบาๆ

 

จองฮันยืนอยู่หน้ากระจกบานใหญ่ มันใหญ่พอที่จะกินพื้นที่ส่วนใหญ่ของผนังห้องทั้งสี่ด้าน เขามองเงาสะท้อนภาพตัวเองในกระจก เบื้องหลังคือภาพสะท้อนของเพื่อนร่วมวง เขาเห็นคนกลุ่มใหญ่กำลังเล่นเกมต่อคำ มีประมาณเจ็ดคนที่นั่งอยู่ตรงนั้น เวอร์นอนกับจุนกำลังนอนแผ่อยู่ที่กลางห้อง โจชัวร์กับดีโน่กำลังส่องกระจกอยู่อีกฟากของห้อง และเอสคุปส์กำลังนั่งมองเขา

จองฮันส่งยิ้มให้ร่างหนาผ่านกระจกเงา เขาเดินไปนั่งข้างๆ เอสคุปส์   มือหนาเอื้อมดึงยางมัดผมของเขาออก คงเพราะเขาซ้อมเต้นมานานทำให้ผมหลุดลุ่ย เขาว่ามันก็ไม่ได้ลุ่ยจนน่ารำคาญนัก แต่มันคงรุงรังในสายตาของเอสคุปส์พอสมควร

เอสคุปส์รวบเรือนผมสวยไว้ในมือข้างเดียว ก่อนมัดรวบเป็นหางม้า  จับปอยผมเล็กๆ ปล่อยเคลียแก้ม สายตาคมมองผลงานตัวเองอย่างพึงพอใจ

“เหนื่อยไหม?” เอสคุปส์ถาม พลางเช็ดเหงื่อบริเวณไรผมคนตัวขาว

“ไม่เหนื่อยหรอก” จองฮันส่งยิ้มหวานตอบกลับไป

เอสคุปส์อมยิ้ม เขาเอนกายลงบนพื้น วางศีรษะบนตักของคนรัก  จองฮันปล่อยให้ร่างหนาทำตามใจ มือขาวลูบเรือนผมของคนบนตักแผ่วเบา

เหตุผลที่พวกเขาขลุกอยู่ที่ห้องซ้อมกันทั้งวงอย่างนี้ เพราะกำลังเตรียมตัวทำอัลบั้มต่อไป และในเวลานี้พวกเขากำลังพัก หลังจากที่โหมซ้อมเต้นอย่างหนักมาตั้งแต่เช้า

จองฮันชอบช่วงเวลาแบบนี้ที่สุด เขาได้ร้อง ได้เต้น ได้ใช้เวลาไปกับสมาชิกวง เขาเคยคิดว่าคงไม่มีโอกาสได้ทำอะไรอย่างนี้อีกแล้ว เขาจำได้ดีว่าดีใจแค่ไหนเมื่อโฮขิยิ้มร่าเข้ามาบอกพร้อมประโยคที่ว่า

เรามาทำอัลบั้มต่อไปด้วยกันนะครับ

 

จองฮันมองสมาชิกของวงที่กำลังตะโกนคุยกันเรื่องอาหารกลางวัน โฮชิเป็นคนรวบรวมเสียงโหวตของแต่ละเมนูอาหาร จองฮันและเอสคุปส์ยกมือโหวตให้ไก่ทอด ดีที่ไม่ได้มีไก่ทอดแค่สองเสียง มติออกมาว่า ไก่ทอด ชนะไปด้วยคะแนน สิบต่อสาม มื้อกลางวันของพวกเขาคือไก่ทอด

ระหว่างรอไก่ทอดมาส่ง จองฮันก็ลงไปชั้นล่างของห้องซ้อม เพื่อชงโกโก้ดื่มดับกระหาย แน่นอนว่าเอสคุปส์ตามมาด้วย

จองฮันนั่งดื่มโกโก้อยู่บริเวณโซนบาร์เครื่องดื่ม เหม่อมองไปทางประตูของตึก พลันต้องชะงักเมื่อเห็นใครบางคนเดินผ่านประตูเข้ามา ไม่ใช่คนส่งไก่ แต่เป็นคนคุ้นเคย... ที่ไม่ได้เจอมานาน

ฝ่ายถูกมองหันมาสบตาจองฮัน บุคคลผู้นั้นยิ้มแป้น ทักจองฮันเสียงใส

“กลับมาแล้วเหรอ?”

“เร็น...” จองฮันคราง

“นึกไว้แล้วว่านายต้องกลับมา” เร็นเอ่ยเสียงใส

จองฮันขมวดคิ้วด้วยความแปลกใจ ความสงสัยเอ่อล้นจนต้องถาม

“นายมาทำอะไรที่นี่?”

เร็นเลิกคิ้ว เอ่ยกลั้วหัวเราะ

“ก็มาซ้อมไง”

เป็นจองฮันที่ต้องเลิกคิ้วบ้าง เร็นจึงไขข้อข้องใจให้

“ฉันก็เป็นศิลปินนะ ฉันก็ต้องมาห้องซ้อมสิ”

จองฮันเบิกตากว้าง

“จริงเหรอ? นายมาตึกนี้ตลอดเลยเหรอ?”

“ฉันมาบ่อยพอๆ กับนายเลยนะ”

“ฉันไม่เคยเห็นนายเลย”

ดูเหมือนความสงสัยของจองฮันจะยังไม่หมด เอสคุปส์ที่นั่งฟังมานานเลยชวนเร็นเข้ามานั่งคุยกันให้เป็นเรื่องเป็นราว เมื่อเร็นทิ้งตัวลงบนเก้าอี้ข้างตัวจองฮัน เอสคุปส์ก็เอ่ยขึ้น

“จะว่าไป พักหลังฉันไม่ค่อยเห็นนายเลยแฮะ”

เร็นยิ้มเขิน อ้าปากจะพูด แล้วก็หุบปากฉับ ท่าทางลังเลนั้นอยู่ในสายตาจองฮันตลอด

“นายมีอะไรหรือเปล่า?” จองฮันถามเสียงเบา

เร็นเม้มปากแน่น ส่งแววตาเขินอายให้คนถามก่อนเอ่ยตอบ

“คือจริงๆ ...” เร็นหยุดชะงักไป คล้ายไม่แน่ใจว่าจะเริ่มพูดยังไง จองฮันส่งสายตากดดันให้เร็นพูด เพราะถ้าเร็นไม่พูด เขาจะถามเอง

ทว่าในที่สุดเร็นก็พูด

“ฉันรู้ทุกเรื่องของนาย ตั้งแต่นายลงมาจากสวรรค์ครั้งแรก ตอนนั้นฉันตกใจมากที่เห็นนายมาที่ตึกนี้ ฉันนึกว่าตาฝาด หรืออย่างมากก็แค่คนหน้าเหมือน ฉันแอบดูนายทุกครั้งที่นายมาห้องซ้อม ฉันเลยมั่นใจว่านายคือชาวสวรรค์ นายก็รู้ว่าฉันไม่มีสถานะเป็นชาวสวรรค์แล้ว เพราะฉันละเมิดกฎ แล้วยังฝ่าด่านสวรรค์ลงมาอีก ยังดีที่สวรรค์มีเวทมนตร์ส่งถึงที่ให้ชาวสวรรค์ทุกตนมาถึงโลกมนุษย์ ก็อย่างที่พูดไปนั่นแหละ ฉันไม่อยากให้นายเห็นฉัน ไม่อยากให้นายรับรู้เรื่องของฉัน”

เร็นชะงัก ก่อนหันมองเอสคุปส์ “ฉันเลยต้องหลบหน้าพวกนาย ฉันไม่อยากให้จองฮันรู้ว่าเรารู้จักกัน”

“ถึงฉันจะไม่ได้เป็นชาวสวรรค์แล้ว แต่ฉันก็ยังติดต่อกับเพื่อนที่ลงมาเที่ยวโลกมนุษย์อยู่เป็นครั้งคราว เขามักเทียวไป เทียวมา ระหว่างสวรรค์กับโลกมนุษย์ อย่างกับมี KTX*เชื่อมสวรรค์กับโลกอย่างนั้นแหละ คือเพื่อนของฉันเล่าเรื่องของนายให้ฟังว่า สภาจับตัวนายไปเพราะกำลังจะละเมิดกฎ ฉันเข้าใจนายนะ เพราะฉันก็ละเมิดกฎนั้นเหมือนกัน”

จองฮันกลืนน้ำลายอึกใหญ่ เร็นยิ้มให้อย่างอ่อนโยน

“ฉันเป็นห่วงนายมากเลยนะ ฉันเลยไปบอกสมาชิกเซเว่นทีน บอกทุกเรื่องของนาย มันไม่ใช่เรื่องง่ายเลยที่จะพูดเรื่องแบบนี้ให้คนบนโลกเข้าใจในครั้งเดียว”

เอสคุปส์พยักหน้าเห็นด้วย เร็นเอ่ยต่อ

“ฉันช่วยนายเท่าที่ฉันทำได้ ฉันรู้ว่าทุกคนในวงนายจะต้องสงสัยเรื่องที่นายหายไปแน่ๆ ฉันรู้ เพราะตอนที่ฉันถูกสวรรค์เรียกไปตักเตือนครั้งแรก ฉันหายไปต่อหน้าคนรักของฉันเลย สวรรค์มักจะลงโทษเราอย่างนี้แหละ” เร็นมีท่าทีฮึดฮัด ขมวดคิ้วมุ่นอย่างไม่พอใจ

จองฮันหัวเราะแห้งๆ ยื่นมือไปแตะแขนเร็นเบาๆ ในที่สุดเร็นก็คลายปมคิ้ว จองฮันได้รับรอยยิ้มของเร็นตอบกลับมา

เอสคุปส์มองสิ่งมีชีวิตตัวขาว หน้าตาน่ารักสองคนกำลังมองตากัน  รู้สึกขัดหูขัดตาจนต้องกระแอมขัดจังหวะ

“แล้วพวกนายกลับสวรรค์กันได้ไหม? เอ่อ... เหมือนนั่ง KTX กลับบ้าน”

จองฮันและเร็นขมวดคิ้วมุ่น เป็นจองฮันที่เอ่ยตอบก่อน

“ฉันสละสถานะชาวสวรรค์แล้ว เท่ากับตำแหน่งติดตามของฉันก็จะหายไปจากระบบของสภาสวรรค์ด้วย พวกเขาเอาตัวฉันไปไม่ได้อีกแล้ว”

“ส่วนฉันเคยแอบเข้าไปในสภาสวรรค์ แล้วก็ลบตำแหน่งติดตามของตัวเองออกจากระบบ เท่ากับฉันได้สละสถานะชาวสวรรค์ สวรรค์ก็เอาตัวฉันไปไม่ได้แล้ว” เร็นเอ่ยเสียงใส

จองฮันเบิกตากว้าง ไม่คิดว่าเร็นจะกล้าทำเรื่องบ้าบิ่นแบบนั้น ร่างขาวกลืนน้ำลายอึกใหญ่ พยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติ เขาคิดว่าเปลี่ยนเรื่องคุยจะดีกว่า

“แล้วตอนนี้นายเป็นยังไงบ้าง กับชีวิตบนโลกมนุษย์ โอเคไหม?” จองฮันถาม

“โอเคมาก ฉันชอบชีวิตบนโลกมนุษย์ที่สุดเลย แล้วนายละ?”

จองฮันยิ้มแป้น สบตาเอสคุปส์ก่อนเอ่ยตอบ

“ดีมากเลยละ”

 

 

 

 

 *KTX คือรถไฟความเร็วสูงของเกาหลีใต้


ใกล้จบแล้วค่ะ ^^ เหลืออีกหนึ่งตอน

เปิดจองฟิคเรื่องนี้แล้วเน้อ ติดตามรายละเอียดได้ที่ https://docs.google.com/forms/d/1wgReQo6a01hAAPPWg_f51MVIC4Gs595-f_iAZAKdXb0/prefill

เค้าจะมาลงตอนสุดท้ายหลังจากทำหนังสือเสร็จแล้วนะคะ

แล้วพบกันใหม่ค่ะ

คิดถึงมาก

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

235 ความคิดเห็น

  1. #224 poohnii (จากตอนที่ 17)
    วันที่ 29 มกราคม 2560 / 15:09
    เราอยากรู้เรื่องราวของยัยเร็นจังค่ะไรท์ อยากรู้ว่าเร็นน้อยคู่กับใคร จะเป็นคัณฮวัง หรือ คุณคัง >\\\\\\<
    #224
    0