คัดลอกลิงก์เเล้ว

เรื่องมันเศร้า...

อันนี้เขียนเพื่อตอบที่เพื่อนเขียนมาถามนะครับว่า "บีบเรื่องไงให้เศร้า" ถ้าไม่สนใจไม่ต้องอ่านนะครับ ไม่ใช่เรื่องผีเหมือนทุกทีหรอกนะ

ยอดวิวรวม

423

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


423

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


0
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 มี.ค. 55 / 08:16 น.
นิยาย ͧѹ... เรื่องมันเศร้า... | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ผมก็แค่มือสมัครเล่น เลยไม่ค่อยมั่นใจว่าจะแนะนำได้มากแค่ไหนนะ เอาเป็นว่าผมเขียนจากความคิดเห็นของตัวเองละกัน ถ้ามันจะช่วยคุณได้บ้างก็จะดีใจมาก บอกตามตรงว่าคิดจะเขียนสั้นๆ แต่มันดันยาวได้ไงก็ไม่รู้ เลยต้องเอามาใส่ให้อ่านในนี้แทนที่จะโพสต์ตอบตามปกติ โปรดช่วยอภัยให้ลูกช้างด้วยนะครับ

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 มี.ค. 55 / 08:16


ต้องยอมรับสารภาพว่าผมไม่ถนัดเขียนเรื่องเศร้าแต่ถนัดเขียนเรื่องเล่ามากกว่า ( ฮา ) โดยวิธีการเขียนของผมก็จะย่อยสลายความคิดของตัวเองก่อน ก่อนจะตกตะกอนออกมาเป็นส่วนๆ ประมาณ 4 ส่วนดังนี้ 1. โครงเรื่อง ( Plot ) อันนี้สำหรับผมจะค่อนข้างง่ายเนื่องจากเขียนจากประสบการณ์จริงไม่ต้องนั่งปั้นแต่งเรื่องว่าจะให้มันเป็นยังไง  แค่ต้องพยายามนึกให้ออกเท่านั้น ( ระยะหลังๆ ยิ่งนึกยิ่งหูลายตาลายคล้ายจะเป็นอัลไซเมอร์ ToT ) 2.ชื่อตัวละครและชื่อสถานที่ อันนี้สำหรับผมเป็นเรื่องยุ่งยากมากเพราะเขียนจากเรื่องจริง ดังนั้นการจะเปลี่ยนชื่อไปใช้ชื่ออื่นมันจะเกิดความขัดแย้งกับความเป็นจริง จริงๆ ได้ แถมชื่อจริงของบางคนก็เพราะมากจนไม่อยากเปลี่ยนให้เป็นอย่างอื่น การตั้งชื่อตัวละครนั้นสำคัญมากหากตั้งชื่อไม่เข้ากับเนื้อเรื่องละก็ จะทำให้รู้สึกต่อต้านจากคนอ่านเอาง่ายๆ ขออนุญาตยกตัวอย่าง ถ้าตัวละครเกาหลีมีชื่อเป็นฝรั่ง อันนี้ไม่ค่อยแปลก แต่... ถ้าตัวละครเป็นฝรั่งแต่ชื่อเป็นเกาหลี ผมเชื่อว่ามีฝรั่งชื่อเกาหลีนะ แต่มันจะทำให้ผู้อ่านรู้สึกขัดๆ ได้ หรือเล่าเรื่องไทยย้อยยุคแต่ชื่อ เมทินี อะไรประมาณนี้ก็ไม่ไหวนะ 3. ฉากหลัง ถ้าอ้างจากสถานที่จริงต้องไม่มั่ว ถ้าไม่เคยเห็นต้องศึกษา ถ้าบรรยายผิดมันจะไม่ฮา แต่จะโดนด่าแทน เนื่องจากยุคนี้มันเป็นโลกของWWW. อย่าคิดเด็ดขาดว่าผู้อ่านเรามีน้อยหรือเฉพาะกลุ่ม จงจำไว้ให้มั่นผู้อ่านเรามีทั่วโลกครับ ที่ๆ ที่เราเซตไว้เป็นฉากของเรื่องมันต้องมีคนไปเห็นของจริงมาแล้วเป็นร้อยเป็นพันครั้งหรืออาจจะมากกว่านั้น ถ้า... เป็นโลกจินตนาการต้องไม่ขัดแย้งกันเองเช่นอยู่ในโลกออนไลน์ใช้แบล็กเบอรี่อะไรงี้อ่ะ ขอเห้อะ.. ไม่ใช่มีไม่ได้แต่น่าจะใช้อย่างอื่นติดต่อสื่อสารกันมากกว่าของในโลกจริง ไหนๆ ก็เป็นโลกจินตนาการแล้วนี่เอาให้บรรเจิดในจิตนาการหน่อยน่าจะดี ยกเว้นแต่จะแสดงให้ผู้อ่านเห็นว่าตั้งใจให้มีของแบบนั้นในโลกนิยายก็แล้วไป 4.สุดท้ายการบรรยายครับ การบรรยายผมจะไม่ใช้ความพยายามครับ จะให้มานั่งนึกว่าจะบรรยายยังไงดีนั้นผมไม่ทำ แต่จะใช้วิธีการแบบว่า พอเราเขียนไป อ่านไป ทำงานอย่างอื่นไปมันมีนะครับบางครั้งเราจะนึกขึ้นได้เอง ( ปิ๊งๆ วิ้ง ๆ 555 ) ถ้าเราเขียนในช่วงนั้นได้นะครับอารมณ์อะไรๆ มันจะไหลลื่นดีมาก แต่เขียนทันทีนะครับไม่ใช่    อืม.... เดี๋ยวเราจะเขียนแบบนี้นะตามที่นึกได้นี่แหละ! ไม่ได้ผลหรอกครับ ถ้าไม่เขียนในทันทีอารมณ์ในการเขียนมันจะเปลี่ยน ยิ่งจะมาคิดเขียนเอาช่วงว่างๆ หัวมันจะตันเอา ถ้ามัน ปิ๊งขึ้นมาในหัวหาอะไรจดทันที ผมใช้วิธีนี้แหละครับ ( ถามเรื่องบีบเรื่องยังไงให้ฮา ...เอ้ยเศร้า ดันเล่าเรื่องวิธีเขียนของตัวเองซะนี่ เอาละๆ สิ่งที่เขียนข้างล่างนี้เป็นความคิดเห็นส่วนตัวที่เค้นจากสมองไอ้ปัฐซะจนระบม ถือว่ามาเล่าให้กันฟังละกันนะครับ ไม่ถือเป็นเคล็ดลับอะไรหรอก และกรุณาใช้วิจารณญาณในการอ่านด้วยจะดียิ่ง ( ฮา ) )

โดยปกติความเศร้ามักจะเกิดจากความสูญเสีย ยิ่งเป็นสิ่งที่สำคัญมากเท่าไรยิ่งทำให้เศร้าได้มากเท่านั้น แต่ กระนั้นความเศร้าก็มีหลายรูปแบบ ถ้าคิดจะเขียนเรื่องเศร้าก็ต้องย่อยสลายความคิดออกมาก่อนว่าจะเขียนเรื่องเศร้าในแนวไหน เช่นเรื่องเศร้าที่เกิดจากความรันทดในชีวิตชีวาวาด อเน็จอนาจวาสนา  ขออนุญาตยกตัวอย่างสักนิดนะครับ

“ เด็กสาวผู้สูญเสียดวงตาอย่างถาวรตั้งแต่กำเนิด ด้วยตาด้านขวาบอดกลวงลึกลงไปในเบ้า แล้วตาซ้ายยังหลุบแนบติดกันจนแทบมองไม่เห็น เอื้อมมือดึงตัวขึ้นเกาะราวไม้ไผ่หน้าบ้านริมคลองซึ่งเธอเคยอยู่ 2 คนกับแม่ซึ่งทนความลำบากไม่ไหวและทิ้งเธอไปได้หลายปีมาแล้ว สองขาลีบเล็กไม่ต่างจากแขนอันเกิดขึ้นจากอาหารซึ่งไม่เคยพอเพียงในแต่ละมื้อ รวมถึงบางทีก็ไม่มีอะไรตกถึงท้องเลยร่วมหลายวัน ทำให้ร่างกายนั้นเคลื่อนไหวไม่สะดวกเอาเสียเลย ขยับตัวที ต้องคอยช่วยกันพยุงทั้งแขนขา แต่ก็ยังไม่ละความพยายามที่จะมุ่งหน้าไปที่กองขยะเพื่อหาบางอย่างแลกเป็นเงินอันเล็กน้อยมาพอเลี้ยงตัวให้ผ่านพ้นไปวันๆ “

เศร้าพอไหมครับสำหรับผมแล้วนี่เศร้าจนไม่อยากเขียนต่อเลยทีเดียวและผมเองก็ไม่ค่อยชอบเขียนเรื่องแบบนี้เท่าไรนักชอบเขียนเรื่องที่สบายๆ มากกว่า เรื่องเศร้าอีกประเภทหนึ่งนะครับก็คือความเศร้าจากการสูญเสียคนหรือสัตว์,สิ่งของอันเป็นที่รักไม่ว่าทั้งพ่อแม่ผู้สูญเสียลูก, หญิงสาวผู้เสียชายอันเป็นที่รักไป นี่คงไม่ต้องยกตัวอย่างนะ เรื่องมันเศร้า!  ส่วนอีกประเภทก็เป็นเรื่องเศร้าที่เกิดจากความไม่สมหวังไม่ว่าจะเป็นการเรียน การงาน หรือแม้แต่รักที่ไม่สมหวัง ยกตัวอย่างเช่น

“ ผมไม่รู้เหมือนกันว่าความรู้สึกนี้มันเกิดขึ้นตั้งแต่ตอนไหน ระยะห่างระหว่างเราที่ใกล้กัน.. มากจนเกินไป ผมคงบอกความรู้สึกนี้ออกไปไม่ได้ เพราะไม่ว่ายังไงเธอต้องปฏิเสธมันอยู่ดี แค่รู้สึกดีก็เกินพอแล้วล่ะ แค่เก็บมันไว้ในใจ  ...แต่ความจริงแล้วผมก็หวังไว้.. ถ้าเธอคิดเหมือนกัน .. ไม่ว่าจะเป็นพ่อแม่.. เพื่อน.. หรืออนาคต.. แม้แต่ทุกสิ่งทุกอย่าง ผมก็พร้อมจะทิ้งเพื่อเธอ  ผมรักเธอมากจริงๆ !!  ทำไม ? พี่ถึงต้องกลายเป็นเพียงคนเดียว ที่ไม่มีสิทธิ์ครอบครองเธอ ทั้งๆ ที่อยู่ใกล้เธอมากกว่าใครๆ ...พี่พร้อมจะทิ้งทุกสิ่งเพื่อให้ได้เธอมา จนแม้ถึงตอนนี้ผมก็ยังคิดแบบนั้น  

ผมเขียนเรื่องเศร้าไม่เก่งอ่ะถ้าไม่เศร้าก็อย่าว่ากันนะ แต่ก็ประมาณนี้ละมั้ง ตอนแรกก็ต้องมีพลอตหรือโครงเรื่องที่แข็งแรงสมเหตุสมผลก่อนว่าจะให้ออกมาเป็นเรื่องเศร้าแนวไหน แล้วบีบให้เศร้าขึ้นไปได้อีก โดยการเพิ่มความรู้สึก “ ดี “ของตัวละครเข้าไป ยิ่งความรู้สึกดีและมีความสุขกับเรื่องมากแค่ไหนเมื่อต้องสูญเสียความสุขนั้นไปก็จะยิ่งเศร้ามากเท่านั้น

ยกตัวอย่างเปรียบเทียบ ระหว่างหญิงสาวที่มีพร้อมทุกอย่างไม่ว่าสมบัติรูปโฉมโนมพรรณ ครอบครัว คนรัก ถ้าเธอต้องสูญเสียทุกอย่างที่ว่ามาคิดว่าจะเศร้าได้แค่ไหน และ เมื่อเทียบกับอีกหนึ่งสาวที่ไม่มีอะไรเลยนอกไปจากเพื่อนวัยเด็กซึ่งอยู่เคียงข้างเธอเสมอมาไม่ว่าเมื่อไรเมื่อมองออกไปเธอต้องเห็นเขาอยู่เสมอ แล้ววันหนึ่งเธอก็สูญเสียเขาไป เรื่องไหนจะเศร้ามากกว่ากัน โดยส่วนตัวผมคิดว่าการสูญเสียหลายๆ อย่างในชีวิตมันไม่เศร้าเท่ากับการเสียสิ่งๆ เดียวที่เคยมีอยู่ในชีวิตไปได้ เพราะการสูญเสียหลายๆ อย่างนั่นจะกระจายความเสียใจไปให้กับหลายสิ่งด้วยเช่นกัน แต่กระนั้นความเศร้ามันก็ขึ้นอยู่กับความสำคัญของสิ่งที่สูญเสียนั่นละครับ ยิ่งรักมากก็ยิ่งทุกข์มาก ยิ่งสุขกับเรื่องใดมากก็ยิ่งเศร้าใจกับเรื่องนั้นมากเช่นกัน และถ้าสิ่งเดียวที่สูญเสียไรท์เตอร์ยังคิดว่ามันเศร้าไม่พอก็ค่อยเพิ่มจำนวนสิ่งที่สูญเสียให้มากขึ้นอีกในตอนหลัง แต่ตอนแรกต้องเน้นไปที่สิ่งเดียวก่อนอันที่สำคัญที่สุด สำคัญยิ่งกว่าชีวิตของตัวละครเลยยิ่งดียิ่ง

สรูปปปปปป

นิทานเรื่องนี้สอนให้รู้ว่า “ เรื่องมันเศร้า แต่..ทะไมพอตรูเล่าแล้วเอ็งขำอ่ะ ...!!??

 

                                                                                                ไอ้ปัฐเองจ้า

ผลงานอื่นๆ ของ ปัฐพี คเวสกรณ์

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 27 มกราคม 2556 / 20:32
    เชือ่ใจเคยคิดพล็อตฟิคจิ้นในหัวดีๆร้องไห้เฉยเลย ก็สงสารนี่น่า (สงสารแต่ไปให้บทซะดราม่านี่นะ)
    #11
    0
  2. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 / 18:18
    คห. ที่ 10 aisouno o[]o

    มาอ่านนี่ด้วยเหรอครับเนี้ย o[]o อายชะมัดเลย 5555
    เขียนตอบเพื่อนเฉยๆ เองน่ะครับ แหะๆๆ
    ว่าแต่ ถึงขนาดคิดพล็อตเองร้องไห้เองเเลยหรอครับ หู้ย!!! มันคงเศร้ามากๆ เลยสินะครับ =[]=
    #10
    0
  3. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 / 21:50
    คห.ที่8 คุณพันนาคั๊ฟ

    ของงอีกสักที ......เรื่องพรรค์อย่างงี้ก็มีคนหลง(ตั้งใจ)เข้ามาอ่านด้วยว้อย???
    ^ ^  อย่างที่บอกกล่าวเล่าความกันไปแล้วนะครับ สำหรับเรื่องเศร้านี่ผมไม่ถนัดจริงๆ
    พอดีเพื่อนๆ ในเด็กดีเค้าถามความเห็นมา  ก็เลยตอบไปเท่าที่พอจะนึกได้
    แต่ส่วนตัวจริงๆ นี่ไม่ชอบเขียนเลยเรื่องเศร้า
    ตอนแรกกะจะโพสต์ตอบเลย แต่ปรากฏว่า มันยาวซะ.....
    ก็เลยเอาเข้ามาไว้ในนี้แล้วบอกให้เค้าเข้ามาลองอ่านดู
    นึกไม่ถึงเหมือนกันว่าจะมีคนอื่นเข้ามาดูด้วยอ่ะงับ เหอะๆ
    ไม่ว่ายังไงก็ต้องขอบคุณพันนาด้วยนะครับที่เข้ามาให้ความคิดเห็นส่วนตัวด้วย
    เผื่อๆ ใครเค้าอยากรู้อยากได้เอาไปปรับดูเพื่อเขียนเรื่องของเค้าบ้าง
    ก็น่าจะได้มีหลายๆ ความเห็นช่วยกันให้เค้าได้เลือกตัดสินใจหรือเป็นแนวทางบ้าง ก็เป็นเรื่องดีนะครับ
    เพราะความเห็นผมคนเดียวคงช่วยได้ไม่มากเพราะไม่ถนัดเลยเรื่องเศร้า ^ ^
    ส่วนคำว่า สูญเสีย เขียนแบบนี้จ้า !!
    #9
    0
  4. วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2555 / 19:11
    อ่านแล้วอย่าเรียกว่าเศร้าเลย  เรียกว่าอนาถใจดีกว่ามันเหนือกว่าคำว่าเศร้าแล้วเนี่ย  อะไรจะรันทดขนาดนั้น  แต่ขอชมคนเขีนนเขียนได้ดี  ลื่นไหลมากเห็นภาพเลย

    อยากสารภาพว่าอ่านตอนแรกๆแล้วเรืองมันไม่เศร้าอะ  ยังนึกงงว่าเขียนชื่อเรื่องผิดมั้ยเป็น  "เรื่องมันขำ" อะไรทำนองนี้  เพิ่งมาถึงบางอ้อว่าเรื่องมันเศร้าตอนกลางๆนี่เอง
    แต่ถ้าจะให้สื่ออารมณ์เศร้าได้ดีขึ้นอีกก็ต้องจิตนาการตัวเองว่าเป็นตัวละครตัวนั้นที่กำลังเจอเรื่องเสร้า,ร้ายเเรง,ศูนย์เสีย(เขียนไงแล้วว่ะ แบบนี้มั้ง) หรืออะไรก็ตามแต่ว่าเราจะรู้สึกอย่างไร แล้วพยายามเรียบเรียงมันออกมาเป็นคำพูดก็ช่วยได้น่ะ
    ปล.แค่ความคิดเห็นเฉยๆ  ตัวเองก็ไม่ได้เขียนแนวนี้ด้วย
    จบ
    จากคนบังเอิญ(ตั้งใจ)เข้ามาอ่าน


    #8
    0
  5. วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 20:54
    อ่านคห.6ของชานนาแล้วก็เศร้าเหมือนกันครับ
    ไม่มีเรื่่องให้ชานนาอ่านแล้วจริงๆ นะนี่
    ว่าแต่มีงงจริงๆ นะครับทียังอุตส่าห์มีคนเข้ามาอ่านเรื่องนี้
    เพราะไม่ถนัดเศร้าเลยไม่รู้จะเล่ายังไง ไปๆ มาๆ เลยยาวซะงั้น เหอะๆๆ
    แล้วก็วกกลับมาขำกันแบบเศร้าๆ จนได้ ไม่รู้เค้าจะไ้ด้ประโยชน์ไปมากน้อยแค่ไหน
    แต่็เห็นว่านิยายที่ส่งไม่ผ่าน แต่ก็จะยังสู้ต่อไปน่ะครับ
    เฮ้อ.. เรื่องมันศร้า!!!
    #7
    0
  6. วันที่ 28 ธันวาคม 2554 / 20:18
     อืม ชานนาว่ามันจะเศร้า ถ้าเราให้ความสำคัญกับมันนะคะ
    เช่น ถ้าเรารอที่จะฟังเสียงนกตัวนึงทุก ๆ เช้า คิดถึงมัน วาดภาพของมันในวันพรุ่งนี้ที่จะมาร้องเพลงให้เราฟัง
    แล้ววันนึง
    มันหายไปเลย

    เศร้านะ ถึงจะดูไม่มีสาระก็เหอะ

    ปล. ไม่แปลกใจที่พี่จะตอบเพื่อนยาว เหอะ ๆๆๆ
    ปล.อีกที สรุปว่าชานนาอ่านที่พี่เขียนทั้งหมดแล้วจริง ๆ จ้ะ ไม่มีไรให้อ่านแล้วเนี่ย
          นี่ก็แอบเศร้า แต่จะรอยี่สิบแปดเดือนหน้าเนอะ เหอะ ๆๆๆ
    #6
    0
  7. วันที่ 19 ธันวาคม 2554 / 09:59
    คห.4//
    เอ่อ... บอกตามตรงนะครับ ว่าค่อนข้างงง ว่ามีคนเข้ามาอ่านด้วยเรอะเรื่องพรรค์นี้ 555+
    อันนี้เขียนตอนเพื่อนน่ะครับ มันดันยาวเกิ้น เลยเอามาไว้ในนี้ แทนที่จะโพสต์ตามปกติ 555+
    ยังไงก็ขอบคุณมากนะจ้ะที่เข้ามาเยี่ยมชม แล้วจะลองเข้าไปดูที่แนะนำไว้เช่นกันครับ ^ ^
    #5
    0
  8. วันที่ 18 ธันวาคม 2554 / 11:13
    ผมคิดว่าเวลาเขียนบรรยายเรื่องเศร้า มันต้องถูกกระตุ้นมาจากแก่นของจิตใจ

    ซึ่งตัวผมเองก็ไม่ถนัดแนวนี้เช่นกัน แต่ก็มีเขียนอยู่หนึ่งเรื่อง (ซึ่งตอนนี้พักการเขียนเรื่องนี้อยู่) แต่สาเหตุหลัก ไม่ใช่ว่าคิดไม่ออก 

    แต่เป็นเพราะเรื่องของเวลามากกว่า คุณdinn ลองเข้าไปอ่านได้นะครับ

     
    #4
    0
  9. วันที่ 6 กันยายน 2554 / 19:31
     ไม่มาอ่านแล้วเม้าส์จะมาเม้นท์หรอคะ โถๆๆๆๆ
    #3
    0
  10. วันที่ 6 กันยายน 2554 / 11:02
    พี่ก็งงอ่ะ งงว่าเมาส์เข้ามาอ่านด้วยเรอะ?? ไปไงมาไงเนี่ย??? > <
    #2
    0
  11. วันที่ 6 กันยายน 2554 / 09:44
    ใช่แล้วค่ะ การสูญเสียหลายๆสิ่งพร้อมกัน มันเจ็บมากกว่าการสูญเสียสิ่งที่เรามีแค่สิ่งเดียว(พิมพ์เองงงเอง --")
    #1
    0