The Diary Of Varia Quality.

ตอนที่ 2 : IF 1 : รับมือให้ดี (2)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 548
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    10 ต.ค. 60

"!!!!!" ฝ่ามือหนานั้นค่อยๆจางหายไปราวกับฝุ่นควัน แล้วไปหยุดอยู่ที่ต้นแขนแกร่ง
"บ-บอส?!!!!!" สควอโล่โวยลั่น ทั้งตกใจ สับสน เป็นห่วง อารมณ์มันตีกันจนทำอะไรไม่ถูก
"?!!!" 

     แซนซัสนัยต์ตาเบิกกว้าง ก้มลงมองแขนตัวเองด้วยความสับสน ความรู้สึกเจ็บค่อยๆแผ่ซ่านมากขึ้น เลือดสีแดงสดค่อยๆซึมผ่านปากแผลออกมา เขายังคงตกใจอยู่จนลืมสังเกตุคนข้างๆ สควอโล่ชะงัก ก่อนจะสำลักก้อนเลือดออกมา เลือดไหลออกมาจากกลางอกเหมือนเขื่อนแตก ก่อนที่ร่างนั้นจะทรุดตัวลงกับพื้น

"ไอ้สวะ!!!" นภามืดที่ตอนนี้หลุดออกจากภวังค์ของตน ปรี่เข้าไปหาร่างที่นอนอาบเลือดอยู่ที่พื้น
"บ...อส" อีกฝ่ายพยายามส่งเสียงขานตอบ
"แกห้ามพูดอะไรทั้งนั้น!!!" 

     แซนซัสพยายามช้อนตัวอีกฝ่ายขึ้นอย่างทุลักทุเล การไม่มีแขนสักข้างมันลำบากขนาดนี้เชียวหรือ เขาสบถในใจ ก่อนจะออกตัววิ่งเข้าไปในปราสาทพร้อมร่างลมหายใจรวยรินในอ้อมแขน นี่คงเป็นครั้งแรกที่เขาพยายามเพื่อใครสักคนมากถึงเพียงนี้ ท่อนขาแกร่งวิ่งก้าวตามความยาวทั้งหมดที่มี ในใจที่กระวนกระวายมากจนแทบระเบิด รู้ตัวอีกทีก็วิ่งเลยมาถึงหน้าปราสาทแล้ว

"ชิชิชิ กลับมาแล้ว~ หืม? บอส?" แล้วร่างหนึ่งก็เปิดประตูเข้ามา พร้อมกับอีกสองคนที่เพิ่งกลับจากการทำภารกิจ
"กลับมาแล้วหรอฮ้า~ อ่าว! บอสคะ?" ลุซซูเรียเดินออกมาหลังจากไปจัดห้องรับแขก

     ทั้งสี่ชะงัก ก่อนจะมองเห็นสิ่งผิดปกติที่เกิดขึ้น กลิ่นเลือดที่พวกเขาคุ้นเคยดีลอยมาเตะจมูก เสื้อเชิ้ตสีขาวสะอาดของผู้บรรชาการสูงสุดที่มีรอยเปื้อนขนาดใหญ่จนเหมือนถูกย้อมไปด้วยสีแดง และร่างของรองผู้บังคับบรรชาที่หน้าซีด หายในรวยริน อยู่ในอ้อมแขนอีกฝ่าย

"บอสครับ!!!!" เลวี่เป็นคนแรกที่ตั้งสติได้ เขารีบวิ่งมาดูแทบจะทันที
"ก-เกิดอะไรขึ้นคะบอส?! อ่ะ! หมอ! เดี๋ยวเดี๊ยนจะไปตามหมอ!!" แล้วลุซซูเรียก็รีบวิ่งออกไป
"บอสครับวางผบ.ลงก่อนครับ รุ่นพี่ไปหาผ้ามามัดห้ามเลือดให้บอสด้วยครับ" ฟรานกระตุกแขนคนข้างๆที่เริ่มเบลอเพราะกลิ่นเลือด
"...อ-อ่า" เบลวิ่งไปอีกทาง

     แซนซัสค่อยๆคุกเข่าลงอย่างหมดแรง เขาก้มมองใบหน้าอันซีดเซียวของคนในอ้อมแขน ฉันจะไม่ยอมปล่อยแกไปไหนแน่ ไม่มีวัน เขาพูดกับตัวเองก่อนจะวางร่างบางลง เขาค่อยๆชันตัวลุกขึ้น

"บอสครับ เจ็บตรงไหนไหมครับ?" เลวี่รีบเข้ามาดู "มันเกิดอะไรขึ้นครับ แล้วสควอโล่..."
"....." แซนซัสเงยหน้าขึ้นมา ก่อนจะมองตอบด้วยนัยต์ตาสิ้นหวัง "ฉันไม่รู้"
"อาจจะเป็นผลของอดีตก็ได้นะครับ" ฟรานตอบพลางเอามือกดปากแผลของสควอโล่ไว้เพื่อห้ามเลือด
"รึว่า เรื่องที่กำลังเป็นประเด็นอยู่ตอนนี้..." เลวี่คุกเข่าลงก่อนจะช่วยฟรานห้ามเลือดอีกแรง

ตุบ!

     ร่างของแซนซัสทรุดตัวลงอย่างหมดแรง เขาก้มมองตัวเอง ถึงจะเหนื่อยแค่ไหนเขาก็คงไม่ทรุดตัวลงกับพื้นขนาดนี้..... ?!!!!! ขามัน...

"บอสครับ?!!" เลวี่ได้แต่หันมาถามด้วยความเป็นห่วง เพราะตอนนี้เขายังต้องห้ามเลือดอีกคนอยู่
"ม-หมอมาแล้วฮ้าาา!!!" ลุซซูเรียวิ่งมาพร้อมกับหมอมือดีกลุ่มหนึ่ง
"เจ้าชายผ้ามาให้แล้ว" ตามด้วยเบลที่มาพร้อมหน้ากากอนามัย "เท่านี้ก็ไม่มึนแล้ว ชิชิชิ"
"เกิดอะไรขึ้น? บอส! สควอโล่!" มาม่อนที่บินมาพร้อมกับเบลถลาเข้าไปหาร่างที่นอนอยู่พร้อมน้ำตานองหน้า

     แซนซัสมองลูกน้องตัวจิ๊วที่ร้องไห้ฟูมฟายเหมือนแม่ตายอย่างเป็นห่วงหน่อยๆ นี่วาเรีย... อ่อนแอขนาดนี้ตั้งแต่เมื่อไหร่กัน ความรักเนี่ย.....ทำให้พวกแกดูไร้ค่ากัน..ขนาดนี่เลยหรอ ถ้าจะให้พูดอย่างนั้นล่ะก็... แม้แต่ตัวฉันเองที่ไปหลงรักฉลามสวะอย่างแกก็ถึงได้อ่อนแอขนาดนี้ เขาโน้มตัวลงไปมองหน้าร่างบางที่ตอนนี้ร่างกายเย็นเฉียบ ใบหน้าซีดเซียว มือหนาที่เหลืออยูเพียงข้างคอยปัดปอยผมที่ปรกหน้าอีกฝ่ายออก แล้วก้มลงไปกระซิบข้างหูร่างนั้น

"แก...จะต้อง ไม่..เป็นไร อึก!" ร่างสูงนิ่วหน้าด้วยความเจ็บปวด แต่ก็ยังยืนหยัดอยู่ข้างอีกฝ่าย แม้นัยต์ตาจะพร่ามัวแค่ไหน
"บอสฮ้า หมออยู่ทางนี้ฮ้า" 
"ไม่... สควอ..โล่ ยัง-"
"บอสฮ้า!!!"
"บ-บอสครับ!!!!!"
"บอส!!!!"


.
.
.
.
.
.
.
.
.
.



     นานแค่ไหนแล้วนะ ที่เป็นแบบนี้ ความรู้สึกที่เหมือนนอนอยู่บนสายธารเย็นเฉียบ ที่ไหลไปเรื่อยๆไม่สิ้นสุด ทั้งมืดทั้งหนาว ที่นี่มันที่ไหนกัน? ฉัน.....

'แก...จะต้อง ไม่..เป็นไร'

     เสียงนี้มัน... บอสหรอ? บอส! ที่นี่ที่ไหนกัน ฉันอยู่ที่ไหนแล้ว...?! สควอโล่มองใบหน้าอีกฝ่ายที่ดูเศร้าสร้อย ราวกับสูญเสียสิ่งสำคัญไป นัยต์ตาคู่นี้ที่มักจะแข็งกร้าว และดูโมโหอยู่ตลอดเวลา ทั้งที่ฉันหลงไหลในความโกรธนั้นของแกแท้ๆ เป็นอะไรไปแซนซัส? ทำไม...ถึงได้ทำหน้าเศร้าแบบนั้นหล่ะ ฉันทำ...อะไรผิดงั้นหรอ?

'สควอ..โล่'
"สค...ล่!"
"สควอ...!"
"สควอโล่!"

     เสียงที่ค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ เหมือนเป็นเสียงของใครหลายๆคนที่ได้ยินประจำ แต่ถึงอย่างนั้น กลับไม่มีเสียงที่เขาได้ยินจนถึงก่อนหน้านี้เลยแม้สักนิด อะไรกัน... ทำไมถึงได้..รู้สึกแปลกๆ ฉลามคลั่งค่อยๆปรือเปลือกตาอันหนักอึ้งขึ้นช้าๆ ทำไมถึงได้...ไม่มีแรงแบบนี้นะ

"สควอโล่ฟื้นแล้ว" ทารกน้อยปรี่เข้ามาก่อนจะร้องห่มร้องไห้ "แงงงง~ คิดว่าจะตายไปแล้วซะอีก ดีนะที่ช่วยไว้ทัน"
"?" ตาย?ฉันเนี่ยนะจะตาย เกิดอะไรขึ้นกัน

     ร่างบางพยายามชันตัวลุกขึ้น แต่ร่างกายกลับอ่อนล้าเกินกว่าจะลุกขึ้นมานั่งได้ ดังนั้นเขาจึงได้แต่นอนนึกถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนหน้า แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้นกัน? ทำไมอยู่ๆฉันถึงได้เลือดออก อาการสาหัสบางตายกัน แล้วบอสล่ะ? แซนซัส! แซนซัสล่ะ?!!

"ฮึก!" ร่างบางพยายามฝืนตัวเองลุกขึ้นมา ใบหน้าเนียนปริ่มน้ำตาจากความรู้สึกเจ็บที่ช่วงอก
"น-นี่! อย่าเพิ่งลุกสิ เดี๋ยวแผลก็เปิดกันพอดี" มาม่อนเข้ามาห้าม แต่มือเล็กๆนี้จะทำอะไรได้ แถมในห้องนี้ก็มีเพียงเขากับคนป่วยเท่านั้น 
"ซ.." สควอโล่หันไปหามาม่อนก่อนจะพยายามพูดบางอย่าง แต่กลับไม่มีเสียงออกมาเลย
"น-น้ำๆ น้ำสินะ!" ทารกน้อยรีบเทน้ำใส่แก้ว แล้วเอามาป้อนให้อีกฝ่าย
"แซ...น ..ส ล-ะ" สควอโล่พยายามออกเสียงเมื่อได้รับน้ำ แต่รู้สึกว่าเส้นเสียงจะยังไม่สามารถทำงานได้ร้อยเปอร์เซ็น
"?" มาม่อนไม่เข้าใจที่อีกฝ่ายพูด แต่ก็พอรู้ว่าคนตรงหน้าต้องเป็นห่วงใครสักคน เขาจึงอธิบายสถานการณ์ต่างๆให้ฟัง

     นี้ก็ผ่านมาวันที่สองแล้ว สิ่งที่เกิดขึ้นเมื่อวานนี้คือผลกระทบที่เกิดขึ้นในอดีต ซึ่งไม่มีใครสามารถอธิบายได้ว่าทำไมอาการบาดเจ็บ หรือบาดแผลที่เกิดขึ้นในอดีต ถึงได้มาปรากฎกับพวกเขาในอนาคตนี้ได้ มันอาจจะเป็นการเคลื่อนของมิติเวลาที่ยังไม่เข้าที่ จนเกิดเรื่องต่างๆขึ้น เหมือนกับรายแรกของวัน คือแซนซัส แขนขวาของเขาหายไปอย่างไร้ร่องรอย ซึ่งตอนแรกเหมือนหายไปเฉยๆ แต่ผ่านไปสักพักกลับมีเลือดซึมออกมาพร้อมกับบาดแผลที่ผุดขึ้นมาอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย ตามด้วยแผลฉกรรณ์เหนือหัวเข่าที่เฉือนลึกจนไม่รู้ว่าเขาจะสามารถลุกขึ้นมาเดินได้เหมือนปกติหรือไม่ แต่ตอนนี้พ้นขีดอันตรายแล้ว ลุซซูเรียกับเลวี่กำลังไปดูอาการอยู่ จากนั้นก็สควอโล่ หัวใจของเขาถูกทะลวงออกไปจนเกิดเป็นแผลใหญ่กลางอก ดีที่ได้มาม่อนมาช่วยใช่ภาพมายาสร้างหัวใจเทียมขึ้นมา แต่ผ่านไปไม่นานนักร่างกายของเขาก็ค่อยๆดีขึ้นเรื่อยๆ เหมือนกับว่าตัวเขาในอดีตได้รับการรักษาแล้ว นอกจากนั้นก็มีฟรานที่่ๆก็เกิดแผลใหญ่ที่เฉือนจากไหล่ไล่ลงมาจนสะโพกอยู่กลางหลัง ตอนนี้ปลอดภัยแล้ว เบลเองก็ไปดูฝั่งฟรานอยู่เหมือนกัน

     ทางฝั่งวองโกเล่ก็มีโรคุโด มุคุโร่ ,โคลม โดคุโร่ ,ดีโน่ และฮิบาริ เคียวยะ ที่อยู่ๆก็ได้รับบาดเจ็บ ทางนั้นก็ยุ่งไม่แพ้กัน แต่คงจะมีแค่สควอโล่ที่อาการสาหัสบางตายเท่านั้น มาม่อนเล่าเหตุการณ์ทุกอย่างในสควอโล่ฟัง เจ้าตัวจึงลดความกังวลลงได้มากโข อะไรกัน ทั้งๆที่ปกติต้องได้ทะเลาะหรือตีกันกับใครสักคนในพวกมันแล้วแท้ๆ แต่พอมาเป็นแบบนี้ก็อดเป็นห่วงไม่ได้ นี่เรายังสมควรอยู่ในวาเรียอยู่รึเปล่านะ ขืนบอสรู้เข้า มีหวังถูกเฉ่งหัวไล่ออกจากปราสาทแน่

"ไหนๆนายก็ดีขึ้นแล้ว ฉันขอไปดูฟรานกับเบลก่อนนะ" มาม่อนพูด "ถึงฟรานจะพ้นขีดอันตรายแล้ว แต่ก็ยังไม่มีทีท่าว่าจะฟื้นเลย ไอ้เบลเองก็ไม่ยอมทำอะไร ข้าวหรือน้ำสักคำก็ไม่แตะ"
"ฉ.."

     สควอโล่ทำท่าจะพูดอะไรบางอย่าง แต่เจ้าตัวก็ชะงักไปก่อนจะเอามือกุมลำคอตัวเอง เอาว่ะ ถ้าพูดไม่ได้ก็ไปเลยแล้วกัน เจ้าตัวพยายามขยับลุกขึ้นอย่างทุลักทุเล มือข้างหนึ่งจับเสาแขวนน้ำเกลือไว้ช่วยค้ำให้ลุกขึ้น แต่ที่แปลกใจคือ เหมือนหมอจะถอดเอาแขนเทียมของเขาออก ทำให้กลับมาใช้มือได้แค่ข้างเดียวอีกครั้ง แต่ถึงอย่างนั้นเจ้าตัวก็ไม่สนใจ

"นี่! อย่าพึ่งฝืนเลย ฉันไปคนเดียวได้"

     เจ้าตัวส่ายหัวก่อนจะก้าวออกจากห้องไปอีกห้องที่ฟรานรักษาตัวอยู่ ทารกน้อยเปิดประตูเข้าไป พบร่างที่ยังนอนหลับไม่ได้สติของฟราน กับเบลที่ฟุ่บหลับอยู่ข้างๆเตียง สควอโล่เหลือบไปเห็นสำหรับกับข้าวที่ลุซซูเรียน่าจะเป็นคนทำถูกวางไว้ที่โต๊ะข้างเตียง ยังอุ่นๆอยู่เลย ร่างบางเดินไปจับจานอาหารขึ้นมาดู แสดงว่ามันพึ่งหลับกัน สควอโล่สัมผัสได้ถึงไอจางๆของภาพมายา ฟรานน่าจะแกล้งลองใจอะไรสักอย่างกับไอ้เบล มันถึงได้แกล้งนอนยาวแบบนี้ สควอโล่เป็นบุคคลที่อยู่ในขั้นที่สามารถมองภาพมายาออกได้ ดังนั้นจึงไม่แปลกที่เขาจะอดขำไม่ได้ ไอ้เด็กพวกนี้ชอบเล่นแผลงๆกันอยู่เรื่อย แม้แต่มาม่อนเองก็คิดไม่ต่างกัน ถ้าจะเล่นล่ะก็ ครั้งนี้ฉันจะช่วยก็ได้! สควอโล่เอนตัวพิงกำแพง ก่อนจะปล่อยมือจากเสาน้ำเกลือ และ...

โป้ก~!!!

     กำปั้นขาวกระแทกลงกลางหัวของคนที่หลับอยู่จนเจ้าตัวสะดุ้ง เบลทำหน้าเหวอก่อนจะมองหาผู้ที่กระทำการบังอาจกับเชื้อพระวงศ์เสียจนมงกุฎแทบหลุดออกจากหัว พอเห็นว่าเป็นร่างโปร่งบางของคนที่อายุมากกว่า เจ้าตัวก็รีบโผเข้ากอดอีกฝ่ายเสียเต็มรัก 

"สควอโล่ฟื้นแล้ว~!" เจ้าตัวแหกปากลั่นด้วยความดีใจ สควอโล่ไม่พูดพร่ำทำเพลงผลักอีกฝ่ายออก ก่อนจะยัดขนมปังที่วางไว้อยู่ในสำรับอาหารใส่ปากคนตรงหน้า
'กินเข้าไปซะ' เจ้าตัวขยับปาก ก่อนจะชี้ไปที่ร่างของฟรานที่นอนอยู่ 'ถ้ามันตื่นมาเห็นแกผอมขนาดนี้ มีหวังช็อคสลบไปอีกรอบแน่!'

     เบลที่ดูเหมือนจะเข้าใจ หันไปมองคนที่นอนอยู่ ก่อนจะทำตามอย่างว่าง่าย ความจริงแล้วตัวเขาก็หิวเหมือนกัน แต่เพราะมัวแต่สนใจอาการของคนตรงหน้า เลยลืมไปเสียสนิทว่าตนเองไม่ยอมกินข้าวมานานแค่ไหนแล้ว นี่ตัวเขาหิวขนาดนี้เลยงั้นหรอ 

"เจ้าชายกลัวว่าเจ้ากบจะไม่ฟื้น" เบลหันมาพูดกับสควอโล่ที่หน้าซีดกว่าเขาเสียอีก

     เขาลุกออกจากที่นั่ง ก่อนจะกดให้คนป่วยฝืนสังขารลงไปนั่งแทน ส่วนเขาก็ขึ้นมานั่งอยู่ปลายเตียงคนป่วย พลางกินข้าวไปด้วยอย่างว่าง่าย คงมีแค่สควอโล่ล่ะมั้ง ที่เขาเชื่อฟังขนาดนี้ ก็เพราะคนตรงหน้าเป็นเหมือนพี่ในอุดมคติของเขาเลยก็ว่าได้ นอกนั้นก็มีแซนซัสที่เขามองเป็นไอดอลสุดเท่ และลุซซูเรียกับมาม่อนที่คอยดูแลเขามาตลอด แต่สำหรับคนที่นอนหลับไร้สติอยู่นี้ มันอาจมากกว่านั้น เพียงแค่เขาไม่อยากจะเอ่ยมันออกมา ให้ขัดกับสิ่งที่เขาควรจะเป็น หรือหน้าที่ของผู้พิทักษ์ของวาเรีย ตำแหน่งตัวแทนของบาปทั้งเจ็ดแห่งวองโกเล่

     พวกเขาเคยพูดไว้ ว่าความรักเป็นเรื่องไร้สาระ ไม่สามารถซื้อมาได้ด้วยเงิน และความรักก็กินไม่ได้เช่นเดียวกัน ดังนั้นความรักก็เปรียบเสมือนสิ่งต้องห้ามของวาเรีย ความรักจะทำให้พวกเขาอ่อนแอ และไร้ค่า ไร้คุณสมบัติที่ควรจะมี แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็ขอละทิ้งหน้าที่ที่ควรทำ และพูดมันออกมา กับคนที่เขาไว้ใจตรงหน้า

"สควอโล่...." เบลเอ่ยโดยไม่สบตากับอีกฝ่าย "เจ้าชายคงจะต้องออกจากวาเรียแล้วล่ะ"
"?!" 
"เจ้าชายคิดว่า... เจ้าชายอ่อนเกินไปที่จะอยู่ที่นี่"
"....." สควอโล่หันมาจับแขนอีกฝ่ายก่อนจะส่ายหน้า
"เจ้าชายคิดว่า......." เบลหันไปมองฟราน ก่อนจะหันมาที่สควอโล่ "เจ้าชาย...มีความรัก"
"?!!!" รึว่าจะเป็นเรื่องนี่ที่ฟรานมันแกล้งหลับ สควอโล่หันควับไปที่ฟราน ก่อนจะหันมาฟังต่อ
"เจ้าชายรู้มาสักพักแล้วล่ะ และดูเหมือนมันจะทำให้เจ้าชายอ่อนแอลง ไม่เห็นเหมือนบอสเลย"
"?"
"เจ้าชายรู้สึกสนุกตลอดเวลาที่อยู่ใกล้เจ้ากบ มีความสุขเวลาเจ้ากบมันยิ้มให้ กระวนกระวายเวลาเจ้ากบไปทำภารกิจคนเดียว อยากจะทำอะไรสักอย่างเวลาเจ้ากบเศร้า ถึงเจ้าชายจะชอบเลือด แต่กลับไม่อยากเห็นใครในวาเรียเลือดออก เจ้าชายคิดว่าเจ้าชายไม่เหมาะจะเป็นวาเรีย"
"....."
"เจ้าชายรักฟราน... เจ้าชายรักวาเรีย ที่นี่เหมือนครอบครัวในอุดมคติของเจ้าชายเลย"
"....." สควอโล่บีบแขนอีกฝ่ายเป็นเชิงปลอบ ก่อนจะส่งยิ้มบางๆให้
"แงงงง~ ฉันก็รักนายนะ" มาม่อนบินมากอดเอวเบล "ห้ามไปไหนเด็ดขาด ไม่งั้นฉันจะฟ้องฟราน"
"อืม! เจ้าชายจะไม่ไปไหนจนกว่าฟรานจะฟื้น" เบลฉีกยิ้ม "ถ้าบอสรู้จะเป็นยังไงนะ"
"!" สควอโล่ชะงักกึก จริงด้วย! ถ้ามันรู้เบลอาจจะโดนเฉกหัวออกจากวาเรียก็ได้
"ไม่หรอก บอสน่ะรั-" มาม่อนยังพูดไม่ทันจบประโยคประตูห้องก็ถูกกระแทกออกอย่างไม่มีปี่มีขลุ่ย

ปัง!!!

"!!!!!"

     คนที่อยู่ในห้องต่างตกใจขวัญหนีดีฝ่อกันไปหมด ขนาดฟรานที่เนียนนอนสลบอยู่ยังสะดุ้ง เหงื่อตก เพราะจังหวะนั้นเบลหันมาพอดี มาม่อนกับสควอโล่หันควับไปมองผู้มาใหม่ด้วยสายตาจิกกัดเล็กน้อยที่ทำให้ตกใจ เลวี่กับลุซซูเรียเดินเข้ามาก่อนจะร้องเสียงหลง

"สควอจังของเจ๊ฟื้นแล้ว~!" กะเทยร่างใหญ่ทำท่าจะมากอดร่างบาง แต่ไม่ทันจะขยับไปไหนอีกฝ่ายกลับเป็นฝ่ายชิงมากอดก่อน 

ฟุ่บ~ 

"ส-สควอ..จัง?" ลุซซูเรียมองอีกฝ่ายอย่างประหลาดใจแต่ก็กอดตอบ
">~<" เจ้าตัวก้มหน้ามุดหัวลงกับแผงอกของอีกฝ่าย ก่อนจะผละออกมาไปกอดอีกคน
"!!!!!" เลวี่หน้าซีดลงทันทีที่เจอปฏิกิริยารับมือยากอย่างนี้ 
'ขอบคุณ' 

     สควอโล่อ้าปากพะงาบๆก่อนจะยิ้มให้ทั้งคู่ ผิวซีดๆของเจ้าตัวแดงระเรื่อขึ้นตรงปลายจมูก เพราะไปกอดสองคนก่อนหน้านี้ เพิ่มความน่าเอ็นดูให้กะเทยประจำวาเรียปล่อยโฮออกมาอย่างห้ามไม่อยู่

"ตอนแรกเจ๊ได้ยินเสียงเบลดังไปถึงห้องบอส เลยนึกว่าเบลละเมอเลยมาช้า ไม่คิดว่าสควอจังจะฟื้นแล้วจริงๆ" กะเทยล้มลงไปกอดขาร่างบางพลางร้องไห้ฟูมฟาย
"แต่พอไปดูที่ห้องแล้วไม่มีใครอยู่เลยรีบมาที่นี่" เลวี่เอ่ย "แกห้ามตายเด็ดขาด ถ้าแกตายบอสจะต้องเสียใจแน่ๆ"
'บอสล่ะ' เจ้าตัวอ้าปากถาม
"บอสน่าจะหลับอยู่ฮ้า เพราะเสียเลือดมากเลยช็อคแต่ตอนนี้ปลอดภัยแล้วฮ้า" ลุซซูเรียตอบ
'ฉันจะไปหาบอส' สควอโล่พยายามลากสังขารตัวเองออกไปให้ได้
"อย่าพึ่ง! ขอเจ้าชายพิสูจน์อะไรก่อน" 

     เบลลุกขึ้นก่อนจะก้าวขึ้นไปคร่อมร่างของฟรานที่นอนหลับตาปี๋อยู่บนเตียง เจ้าชายนักเชือดแสยะยิ้ม ก่อนจะค่อยๆโน้มหน้าเข้าไปใกล้เรื่อยๆ ท่ามกลางสายตาหลายคู่ของเหล่าวาเรียชั้นสูง ก่อนจะโดนผละออกจากร่างที่นอนอยู่เบื้องล่าง

"ร-รุ่นพี่จะทำอะไรเนี่ย?!" ฟรานแหวลั่นหน้าแดงเถือก
"เจ้าฟรานมันฟื้นแล้วหรอ?!" เลวี่เอ๋อรับประทาน ไม่ต่างจากลุซซูเรียที่เคลิ้มกับฉากเซอร์วิสเมื่อครู่ 
"ชิชิชิ เจ้าชายก็พึ่งรู้เหมือนกัน~ เนอะ!" 

     เบลหันไปพาดพิงอีกสองคนที่รู้อยู่ก่อนแล้ว ฉลามคลั่งและทารกน้อยเสมองไปทางอื่นทำเป็นไม่รู้ไม่เห็นอะไรทั้งนั้น เบลหันควับมาจ้องร่างใต้อาณัติที่ยิ้มเจื๋อนๆเป็นการทักทาย

"ฟื้นตั้งแต่เมื่อไหร่?" เบลถามน้ำเสียงเรียบ
"เมื่อคืนวาน ตอนที่รุ่นพี่หลับครับ" ฟรานตอบ
"แล้วมีใครรู้บ้าง?" 
"คนแรกก็เจ๊ราชินีนกยูง แล้วก็ผบ.กับมาม่อน"
"หืม~ ลุซซูเรียรู้ตั้งแต่เมื่อวานแล้วหรอ?" เบลหันไปถามกะเทยที่ยืนบิดไปบิดมาอยู่
"ขอโทษนะจ๊ะเบล พอดีฟรานเขาขอไว้ เจ๊เลยไม่อยากขัด"
"แล้วสองคนนี้ล่ะ"
"ก็พึ่งรู้ตอนเข้ามาในห้องแหละ" มาม่อนตอบ สควอโล่พยักหน้าเห็นด้วย
"แล้วได้ยินอะไรบ้าง" เบลหันกลับมาถามเจ้าตัวผู้ก่อเหตุ
"ก็...ตั้งแต่ผบ.เขกหัวรุ่นพี่เลยครับ"
"นี่แกหลอกเจ้าชายหรอ....."
"อ-เอ๋? ก็รุ่นพี่พูดเองนี่ว่ารักmeน่ะ เกโร๊ะ?!"
"มาสู้กันเลย!!" เบลตั้งท่าจะถีบอีกฝ่ายลงจากเตียง
"เฮ้ย! เบล!ฟรานมันเจ็บอยู่!!" เลวี่ตะโกนลั่น
"งั้นเปลี่ยนเป็นนี่แทนก็ได้~"
"อะไรน่ะรุ่- อุ้บ!"

     ไม่พูดพร่ำทำเพลง เบลก็ประกบปากลงบนริมฝีปากบางของอีกฝ่าย เรียกเสียงฮือฮาจากรอบข้างได้เป็นอย่างดี ลุซซูเรียฟินจะแทบสลบ แต่มาม่อนไวกว่าคว้าเอากล้องที่ติดตัวออกมาถ่ายทั้งรูป อัดทั้งวิดีโอ หนทางรวยอยู่ไม่ไกลแล้ว!!! ผิดกับเลวี่และสควอโล่ที่ช็อคค้าง จากความอึ้งทึ้งเสียวที่เกิดขึ้นอย่างกระทันหัน สควอโล่หน้าแดงไปถึงคอเพราะเขินแทนฟราน

"ถือว่าหายกัน" เบลฉีกยิ้ม "อย่าลืมรับผิดชอบด้วยล่ะ ถ้าจูบกับเชื้อพระวงศ์แล้วต้องแต่งงานกับเจ้าชายด้วย"
"อื...." ฟรานก้มหน้าตอบงึมงัมในลำคอ
"อะไรนะ เจ้าชายไม่เห็นได้ยินเลย"
"อือ Meจะแต่ง...งาน"

     คำสารภาพรักที่ได้ยินกันอย่างทั่วถึงของคนทั้งสอง ที่ซึ่งมีสักขีพยานยืนห้อมล้อมกันอยู่ นี่พวกมันไปกิ๊กกันตอนไหนเนี่ย สควอโล่ยังคงอึนๆมึนๆกับสิ่งที่เกิดขึ้นอยู่ คิดในใจก่อนจะหันไปมองดูสถานการณ์ที่เกิดขึ้นต่อ ลุซซูเรียคว้าผ้าเช็ดหน้าออกมาซับน้ำตาราวกับแม่ยายที่ส่งลูกสาวเข้าเรือนหอ เบลผละออกมาดูรูปกับวิดีโอที่มาม่อนถ่ายไว้ ราวกับเป็นการถ่ายพรีเวดดิ้งยังไงอย่างงั้น 

"ยังไงก็ให้คนป่วยไปพักก่อนจะดีกว่านะฮ้า" ลุซซูเรียเอ่ยก่อนจะหันไปหาคนที่ยืนหน้าซีดเกาะเสาน้ำเกลืออยู่ข้างๆ
'ฉัน...' สควอโล่ทำท่าจะค้าน แต่สังขารไม่อำนวยนักเพราะขาเริ่มไม่มีแรงแล้ว
"อย่าฝืนเลยนะฮ้า เดี๋ยวบอสก็เป็นห่วงเอา"
"เกี่ยว...ห-รอ?" 
 
     สควอโล่หันมาถามพลางขมวดคิ้วมุ่น ทำไมมันรู้สึกอึดอัดแปลกๆแบบนี้เนี่ย รึว่าเป็นเพราะหัวใจเทียมที่มาม่อนสร้างขึ้นมา แต่... มันไม่เห็นเหมือนอาการบาดเจ็บเลยนี่ เจ้าตัวก้มลงมองพื้น นี่เราเป็นอะไรไปนะ? สควอโล่เดินออกมาอย่างว่าง่าย แต่พอพ้นขอบประตูห้องก็เห็นใครบางคนยืนกอดอกพิงประตูห้องอยู่ข้างนอก ร่างบางชะงัก เอาอีกแล้ว ไอ้ความรู้สึกนี้

"บอส....?!" ร-รึว่ามันจะมาไล่ไอ้เบลกับฟรานออก?! "อ-อย่าให้....พ..วกมัน.. ออกเ-..นะ"
"?" แซนซัสมองอีกฝ่ายที่เดินมาเขย่าแขนงงๆ
"มัน.. ฮึก!" สควอโล่สะดุ้งเมื่ออีกฝ่ายอยู่ๆก็กระชากแขนตนไป "เอ๋?! บ-บอส?!"
"ว้ายตาย!!!" ลุซซูเรียที่อยู่ใกล้ๆเองก็ตกใจไม่แพ้กัน

ตุบ~!

"....."
"0///0"

     แซนซัสกระชากอีกฝ่ายมากอด แล้วดันเซล้มลงไปทั้งคู่ คงเพราะพี่แกอุตส่าห์ลากสังขารที่พึ่งใช้นวัตธรรมพลังไฟของวองโกเล่ต่อขาให้เหมือนเดิมมาได้ไม่ถึงสามวัน ออกมาหาฉลามคลั่ง ส่วนเรื่องแขน...อันนี้น่ากลัวหน่อย เพราะอยู่ๆแขนก็กลับมาเป็นปกติเหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้น เรื่องนี้ทางวองโกเล่ก็รับรู้แล้ว แต่ดูเหมือนฝั่งนั้นก็เจอเหมือนกัน เลยไม่ได้ตื่นตกใจมากนัก กลับมาที่สองร่างที่นอนกอดก่ายกันอยู่บนพื้น แซนซัสเอาตัวเข้ารับสควอโล่ไว้ได้พอดี ฉลามคลั่งมองนายเหนือหัวก่อนจะหน้าขึ้นสีทำอะไรไม่ถูกอยู่ในอ้อมกอดอีกฝ่าย แซนซัสยกมือขึ้นกุมขมับตัวเอง

"แกทำฉันเป็นห่วงแทบบ้า"
"?" สควอโล่ที่นอนซบอกอีกฝ่ายอยู่คิดในใจ สงสัยบอสจะเหนื่อยจนเบลอ ใจเต้นแรงสุดๆ
"นึกว่าแกจะไม่ฟื้นแล้ว" 

     สควอโล่มองหน้าอีกฝ่ายก่อนจะขมวดคิ้ว เขาชันตัวลุกขึ้นนั่งคร่อมอีกฝ่าย ก่อนจะก้มลงไป พร้อมทำหน้าเหมือนเด็กที่งอนเพราะผู้ใหญ่ทำอะไรไม่ได้ดั่งใจ 

"แกฟังฉันนะ แซนซัส" สควอโล่พูดด้วยน้ำเสียงหนักแน่น "ฉันจะไม่มีวันไปไหน ฉันจะไม่ยอมตายเด็ดขาด เพราะฉันจะอยู่เคียงข้างแกตลอดไป"
"....." แซนซัสมองอีกฝ่ายอย่างคาดไม่ถึง
"เพราะแกเป็นบอสของฉัน แล้วฉันก็สาบานไว้แล้วด้วยว่าจะอยู่ปกป้องแก"
"หึ ฮ่าฮ่าฮ่า!" แซนซัสระเบิดเสียงหัวเราะออกมา "นี่แกเกือบขอฉันแต่งงานแล้วนะ ถ้าไม่มีไอ้ประโยคเมื่อกี้"
"ห-หา?!" 
"แล้วอีกอย่าง.." แซนซัสชันตัวลุกขึ้นพลางดึงหัวอีกฝ่ายมาชนกับหน้าผากของตน "ฉันต่างหากที่จะปกป้องแก และอยู่เคียงข้างกันตลอดไป"
"อ-เอ๋?! รึเมื่อกี้...แก!" สควอโล่หน้าแดงเถือกไปถึงคอ
"บอสขอสควอโล่แต่งงาน!!!!!" เหล่าวาเรียชั้นสูงตะโกนลั่นปราสาท
"ล- ล- แล้วพวกแกจะตะโกนทำไมเล่า!!!" 

     ถ้าทั้งคู่ลงเอยกัน คงจะดีไม่น้อย แต่ถ้ามิติเวลา...กลับมาเป็นเหมือนเดิมล่ะ พวกเขาจะยังจำความรู้สึกพวกนี้ได้รึเปล่า ถ้ามิติเวลากลับมาเป็นเหมือนเดิม พวกเขาจะรับรู้เรื่องพวกนี้ได้อยู่รึเปล่า เรื่องราวในอดีต ที่เชื่อมถึงอนาคตเหล่านี้... คือปัจจุบันของพวกเขา






.

..

...

....

.....

     
     ภายในปราสาทวองโกเล่ ฐานบรรชาการใหญ่ของวองโกเล่แฟมิลี่ ที่ถูกเล่าขานกันปากต่อปากว่ามีทั้งนักฆ่าแนวหน้า มือปืนชั้นครู เซียนระเบิด หรือแม้กระทั้งเทพกระบี่ถึงสองคน ผู้คนทั่วไปต่างนึกภาพที่นี่เป็นปราสาทสีดำหลังใหญ่ที่มีฉากหลังเป็นท้องฟ้าที่แปรปรวน บวกกับนกกาที่บินกันขวักไขว่ส่งเสียงชวนขนลุก ต่างจากความเป็นจริง ปราสาทสีนวลท่าทางร่มรื่นนี้ ตัดกับภาพลักษณ์ต่างๆที่ถูกสร้างขึ้นโดยสิ้นเชิง

     ห้องประชุมใหญ่ของปราสาท ถูกอัดแน่นไปด้วยผู้คนมากหน้าหลายตา ทั้งต่างตำแหน่งหน้าที่ ต่างแฟมิลี่ จนถึงมีนายต่างกัน ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในที่นี้ คงไม่พ้นวองโกเล่รุ่นที่สิบ ที่นั่งอยู่ที่หัวโต๊ะ ถัดไปที่มุมห้องไม่ไกลจากเก้าอี้ที่เขานั่ง ชายร่างสูงสวมชุดสูทสีดำ สวมหมวกที่มีสายคาดสีส้มบังหน้าบังตายืนกอดอกอยู่ไม่ไกล เขาเป็นคนที่ถูกขึ้นชื่อว่าเป็นนักฆ่าที่แข็งแกร่งที่สุด และเป็นถึงครูพิเศษของวองโกเล่รุ่นที่สิบคนนี้ ในสถานที่ที่ดูขลังแบบแปลกๆนี้ คงไม่มีใครกล้าหลับกลางห้องประชุมนี้แน่นอน เว้นเสียแต่คนๆนั้นจะเพลียจริงๆ

"และแฟมิลี่พันธมิตรฝั่งเสปนกับฝรั่งเศสก็ได้ส่งรายงานสภาพพื้นที่มา...." 

     มือขวาของวองโกเล่ โกคุเดระ ฮายาโตะกล่าวรายงานในสิ่งที่ตนพึ่งไปรวบรวมกับมือ ในที่ประชุมก่อนจะนั่งลงกับที่ของตนตามปกติ

"ZzzzZ" 
"อ๋อ อย่างนี้นี่เอง แสดงว่าไม่มีอะไรให้ต้องเป็นห่วง" 

     ซาวาดะ สึนะโยชิบอสของวองโกเล่คนปัจจุบันตอบรับ ก่อนจะเบนสายตาไปยังบุคคลที่นั่งหลับไม่สนใจการประชุมอยู่ ทั้งๆที่ถึงตาพวกเขาที่ต้องรายงานความคืบหน้าต่างๆของหน่วยที่พวกเขาดูแลอยู่ให้คนในที่ประชุมฟัง แต่ถึงอย่างนั้นพวกเขาก็ยังนอนหลับไม่รู้เรื่องอยู่กลางห้องประชุมที่ซึ่งมีเหล่ามาเฟียเป็นร้อยนั่งจับจ้องไปที่พวกเขาอยู่

"ZzzzZ"
"เอ่อ..." สึนะที่ไม่รู้จะปลุกสองคนนั้นยังไง หันซ้ายหันขวาก่อนจะพูดออกมาเล่นๆว่า "ไฟไหม้ครับ! ไฟไหม้!!!"
"ZzzzZ" แต่ก็ยังไม่ตื่น

     ลูกน้องในสังกัดพากันมองไปที่บอสวองโกเล่อย่างปลงๆ ไม่แปลกที่ผู้บรรชาการสูงสุดทั้งสองจะไม่ตื่น เพราะทั้งคู่มีประสาทสัมผัสไวพอที่จะรู้ว่าอันไหนจริง อันไหนหลอก แต่คงเพราะอีกฝ่ายที่เพลียจริงจนหลับไม่รู้เรื่อง ร่างสูงเลยไม่ยอมขยับไปไหนปล่อยให้อีกฝ่ายเอนมาซบอยู่อย่างนั้น ความจริงแล้วเขาไม่ได้หลับหรอก แค่หลับตารอจนกว่าการประชุมจะจบแล้วหอบร่างโปร่งข้างๆตัวกลับปราสาทไปก็แค่นั้น เขาลืมตาขึ้นก่อนจะตวัดนัยต์ตาสีโกเมนเป็นเอกลักษณ์ไปมองคนที่มียศสูงกว่าเขา แต่สำหรับเขาแล้วคนตรงหน้าเป็นเพียงแค่เด็กปากไม่สิ้นกลิ่นน้ำนมเท่านั้น

"....."
"เอ่อ... แซนซัส..ที่วาเรียเป็นยังไงบ้าง" เจ้าของร่างที่ถูกจ้องถามอีกฝ่ายกลับ
"ปกติ" เขาพูดเพียงแค่นี้ก่อนจะหลับตาลงอีกรอบ
"แค่เนี่ย?!" หลายคนพึมพัม ไม่เว้นแม้แต่สึนะเองที่นั่งยิ้มเจื๋อนๆก่อนจะหันไปมองชายผมสีแดงสดอีกคนเพื่อให้เขาเริ่มรายงานส่วนของแฟมิลี่ของตัวเองต่อ
"ชิชิชิ บอสเท่ชะมัด คราวหน้าเจ้าชายจะอินดี้แบบนี้บ้าง" 

     เจ้าชายนักเชือดแห่งวงการเอ่ยออกมากลางห้องประชุมก่อนจะหัวเราะหลอนประสาทคนในห้องประชุมเล่น ไม่ต่างกับร่างเล็กบางของผู้ใช้ภาพมายาประจำวาเรียภายใต้เสื้อโค้ตตัวยาวที่อำพรางใบหน้าและร่างกายไว้เสียมิด จนมองเผินๆคงคิดว่าเป็นผู้หญิง ที่นั่งนับเงินที่ได้จากการขายคลิปเมื่อคืนของบอสกับสควอโล่

"มุมุมุ รวยๆๆๆ" 
"Meไม่เคยเข้าใจเสียงหัวเราะของคนพวกนี้เลยจริงๆ" 
"อยากพิสูจน์กับเจ้าชายไหมล่ะ"
"Meพูดเล่นครับ"

     ที่ประชุมอันเงียบงันที่จู่ๆก็คึกคักขึ้นเพียงแค่คำพูดไม่กี่คำ ของเหล่าวาเรียที่นานๆที่จะมาร่วมประชุมกับเขาสักครั้ง สึนะยิ้มบางๆให้กับความสงบสุขเหล่านี้ ยังไงซะมันก็ดีกว่าตอนที่พวกเขาต้องมาต่อสู้กันเป็นไหนๆ นี่ก็ผ่านมาเกือบสองปีแล้ว ตั้งแต่จบศึกนั่นนี้ไปมากมาย ชีวิตที่ผ่านมาตั้งยี่สิบหกปีของเขาช่างไม่มีเรื่องให้น่าเบื่อเลย 

"....." ร่างโปร่งค่อยๆขยับกายก่อนจะปรือตาขึ้นช้าๆ เพราะเสียงเอะอะภายในห้องประชุม
"ตื่นแล้วหรอไอ้สวะ?" แซนซัสมองคนข้างตัวก่อนจะฉีกยิ้มบางๆให้อีกฝ่าย
"อืม อรุณสวัสดิ์แซนซัส" สควอโล่หันไปยิ้มหวานให้ก่อนจะหอมแก้มอีกฝ่าย
"ชิชิชิชิชิ สควอโล่คงไม่ลืมหรอกนะว่ายังอยู่ในห้องประชุมน่ะ"
"หา?!"
"แกหลับกลางห้องประชุมวองโกเล่ ที่สำคัญยังเอนมาซบฉันด้วย" แซนซัสฉีกยิ้ม
"จริงดิ?" สควอโล่หันออกไปมองรอบๆ พบว่าทุกสายตากำลังจับจ้องมาที่ตนอยู่
"คราวนี้เข้าใจยัง?"
"o///o"

     เจ้าตัวหน้าแดงไปถึงคอ ให้ตายสิเพราะแซนซัสนั่นแหละที่ไม่ยอมให้เขานอนสักที ถ้าถามว่าเมื่อคืนเกิดอะไรขึ้นน่ะหรอ ก็คุณบอสเอาแต่ใจ เรียกหาฉลามคลั่งไปหาทุกคืน ไม่รู้ว่าไปทำอะไรกัน แต่เขาเล่ากันมาปากต่อปากว่าทั้งคู่ต้องมีความสัมพันธ์อย่างว่ากันแน่นอน

"เพราะแกนั่นแหละไม่ยอมให้ฉันนอนสักที" เจ้าตัวหันไปโทษคนข้างๆ
"ก็แกไม่ใช่หรอที่มัวแต่ขอว่าเอาอีกๆ ฉันก็สนองให้ตามคำขอแล้วนี่" อีกคนตอบ หารู้ไม่ว่าคนทั้งห้องประชุมเขาคิดกันไปไกลนู่นแล้ว
"ถ้าไม่รีบทำให้มันจบๆ แกก็ต้องเรียกฉันไปหาทุกคืนเลยไม่ใช่รึไง" 
"ไม่ดีรึไงล่ะ คนคบกันก็ต้องอยู่ด้วยกันบ่อยๆอยู่แล้วนี่"
"ถ้าจะต้องไปทำกันทุกคืนแบบนี้ฉันก็ไม่เอาด้วยหรอก!"
"หยู๊ดดดดดดด!!!!!" สึนะหันไปปรามทั้งคู่ก่อนที่คนในห้องประชุมจะคิดกันไปไกล ถึงแม้ว่าจะไม่ทันแล้วก็เถอะ
"?"
"หึ!"
"นี่ทั้งคู่น่ะ! ค-คุยเรื่องอะไรกันอยู่ครับ?!" 

     สึนะพูดพลางหน้าแดงนิดๆ ภายในห้องประชุมที่เต็มไปด้วยเสียงจอกแจกจอแจ บางรายถึงกับหน้าแดงตาม บางรายก็ได้แค่ยิ้มเจื๋อนๆ นี่ตกลงสองคนนี้เขา.....

"เอ๋? ก็เรื่องเอกสาร งานของบอสไง" ฝ่ายฉลามคลั่งตอบก่อนทำหน้างงๆ
"เอกสาร?!!!" คนทั้งห้องประชุมร้องออกมาอย่างไม่ค่อยเชื่อ
"ก็ไอ้บอสเวรนี่มันขี้เกียจ ไม่ยอมทำการทำงานเลยน่ะสิ พวกเอกสารนู่นนี่ก็ไม่รู้จักอ่านไม่รู้จักเซ็น จนฉันต้องไปบังคับเซ็นให้มันหมดๆทุกคืนไง"
". . . . ." คนทั้งห้องประชุมถึงกับกินจุดช็อคค้างกันไปตามๆกัน
"เอ๋? ฉันพูดอะไรผิดหรอ" สควอโล่มองรอบข้างอย่างงงๆ แถมยังเอียงคอท่าทางน่ารักอีกด้วย
"หึ!" แซนซัสหันมาจัดให้คนข้างๆนั่งดีๆ ความจริงก็แค่ไม่อยากให้ใครมาเห็นท่าทางน่ารักของอีกฝ่าย

     ไม่นานนักการประชุมก็ดำเนินต่อไปอย่างงงๆ โดยที่ทุกคนเองก็สรุปได้สั้นๆว่า ไม่ว่ายังไงฉลามคลั่งซื่อบื่อ ก็ยังคงซื่อๆใสๆไม่ค่อยรู้ประสีประสาต่อไป ส่วนอีกคนพ่อบอสปากหนักก็ยังคงปากหนักเหมือนเดิม ถึงทั้งคู่จะลงเอยคบกันมาได้สองปีกว่าๆแล้ว เขาก็ยังไม่เคยล่วงเกินอีกฝ่ายมากกว่าจูบเลยด้วนซ้ำ หลายๆคนคงคิดสินะ ว่าไอ้คู่รักบ้าบอนี่จะได้กันแบบจริงๆจังๆตอนไหน หึ! เรื่องนั้นน่ะ..... มันก็เป็นเรื่องของอนาคตล่ะนะ


*****จบ IF1 :รับมือให้ดี

//รู้สึกว่าจะทิ้งความค้างคาใจไว้เยอะมากกกก แถมตัวละครบางตัวยังหลุดคาแรคเตอร์สุดๆ อย่างมาม่อนเนี่ย เดี๋ยวดีเดี๋ยวร้าย เหมือนคนเป็นไบโพล่า ส่วนเลวี่ดันเป็นคนดีไปซะงั้น ยังไงก็จะแต่งต่อเรื่อยๆแหละเนอะ เอาใจช่วยด้วยนะ>_<




//แถมๆ เขินเบาๆ ไม่สวยอย่าว่ากันนะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

28 ความคิดเห็น

  1. #4 sansansanee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2560 / 20:00
    น่ารักกันจังเลยม๋ะม๊าก็ซื่อจังเลยนะ พูดไม่อาคนอ่าน รู้ไหมม๋ะม๊าหนูคิดไปไกลถึงเนปจูนแล้วนะ
    #4
    0