คัดลอกลิงก์เเล้ว

[TWICE] Shelter #MiChaengInTheRoom

โดย --ce

ฉันขอไปที่ห้องบ่อย ๆ ได้ไหมคะ? - มินะ

ยอดวิวรวม

446

ยอดวิวเดือนนี้

4

ยอดวิวรวม


446

ความคิดเห็น


2

คนติดตาม


13
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  2 มี.ค. 62 / 21:04 น.
นิยาย [TWICE] Shelter #MiChaengInTheRoom

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้








ขอบคุณปกฟิคสวย ๆ โดย คุณ penguinboy นะคะ  ^^



-----------------------------------------------------------------------------------
 เรื่องนี้เป็น OS นะคะ จบในตอนเดียว(มั้ง)  อยู่ในโปรเจค #MiChaengInTheRoom 
*ทั้งนั้นทั้งนี้แล้วแต่ทุกคนจะพิจารณาค่ะ ๕๕๕๕๕* 


Open: 26.08.61



                                                                                                                                       ขอบคุณธีมสวยๆ ค่ะ





t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 2 มี.ค. 62 / 21:04




 



ณ บริษัท X

 

 

...เย็นนี้เรากินอาหารจีนกันดีไหมซานะ...หืม?

 

!!!

 

“คุณมินะ เดี๋ยวบ่ายนี้คุณไปพบลูกค้ากับผมนะครับ”

 

            ผู้จัดการผู้มากประสบการณ์สะกิดที่ไหล่ฉันเบา ๆ ก่อนจะวางรายงานตัวอย่างสินค้าที่เราต้องใช้นำเสนอให้เบื้องบนรับทราบภายในวันศุกร์นี้ ฉันมองรายละเอียดต่าง ๆ บนหน้ากระดาษอย่างสับสนพร้อมกับส่งสายตาตั้งคำถามไปหาผู้ชายคนนี้เหมือนจะต้องการคำอธิบายเพิ่มอีกสักหน่อย

 

“ช่วยอธิบายเพิ่มอีกหน่อยไม่ได้หรอคะคุณโซตะ”

 

ที่จริงงานนี้ควรเป็นของพี่ซอนเยไม่ใช่เหรอ?

 

            ฟุคุชิ โซตะ ผู้จัดการแผนกของฉันเอาแต่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่พอฉันตอบคำถามเขาด้วยคำถามบ้าง เขาเป็นคนเดียวในบริษัทที่ฉันยอมรับในความสามารถได้อย่างภาคภูมิใจ โซตะอายุยังน้อยแต่ความสามารถกลับเกินหน้าเกินตากว่าคนบางคนที่นี่เสียอีก ฉันกล้าพูดได้เลยว่าบริษัทนี้อยู่ได้เพราะมันสมองของเขา

 

“ผู้ช่วยมินเขาลาคลอดน่ะ ผมเลยอยากให้คุณมาเป็นผู้ช่วยแทนเขาสักระยะ” เขาบอก “อีกอย่างหนึ่ง ทางโน้นเขาอยากดูตัวอย่างสินค้าก่อนเอาขึ้นบอร์ดบริหารด้วย ในแผนกนี้ก็มีแต่คุณนี่แหละที่เหมาะสมที่สุด”

 

สายตาเฉียบคมมากค่ะ นี่ก็เที่ยงแล้วด้วย เราไปกันเลยดีไหมคะหัวหน้า?ฉันตอบรับทันทีที่ได้ยินคำชม “ระหว่างทางคุณช่วยอธิบายให้ฉันฟังอีกสักรอบสองรอบด้วยได้ไหม”

 

            ฉันกดลบข้อความที่จะส่งก่อนหน้านี้ทิ้ง ก่อนจะเปลี่ยนมันอย่างลวก ๆ แล้วยัดลงกระเป๋าทันทีเพื่อไม่ให้เสียเวลา ข้อความที่ไม่ได้คาดหวังว่าผู้รับจะตอบได้ทันทีถูกส่งไปแบบนี้ในทุกวัน ๆ ก็แค่อยากใช้แทนความรู้สึกคิดถึงเวลาไม่ได้อยู่ด้วยกันเท่านั้นเอง

 

แต่ผู้หญิงคนนั้นกลับไม่เคยสนใจ

 

“ผมจะทำให้คุณลืมไม่ลงเลยล่ะ ฮ่า ๆ”

 

 

.

 

 

“สวัสดีค่ะคุณโซตะ ขอโทษที่ต้องนัดมาแบบเร่งด่วนนะคะ”

 

            ฉันกับคุณโซตะที่คิดว่ามาถึงสถานที่นัดหมายก่อนเวลาคงจะได้มีเวลาซ้อมสักหน่อยแล้วแท้ ๆ แต่ดูเหมือนลูกค้าจะมาเหนือกว่า ผู้หญิงสองคนลุกขึ้นยืนทันทีที่เห็นพวกเราเดินมา พวกเขากล่าวทักทายอย่างเป็นกันเองกับฟุคุชิ โซตะเหมือนเป็นคนในระดับเดียวกัน ฉันคิดแบบนั้น แน่นอนว่าฉันก็ต้องรักษามารยาทกับเพื่อนร่วมงานเหมือนกัน คนเราไม่จำเป็นต้องทำตัวถ่อยตลอดเวลาหรอก

 

“มินะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จัก”

 

“...เรามาคุยกันต่อดีไหมคะคุณโซตะ”

 

กล้าเมินฉันหรอ?

 

อย่าคิดมากเลยค่ะคุณมินะ หัวหน้าเขาแค่กลัวเสียฟอร์มน่ะผู้หญิงที่มาด้วยกันท้วงขึ้น “ทุกครั้งที่เรานัดคุยงานกับบริษัทคุณ เธอไม่เคยผิดหวังเลยสักครั้งนะคะ”

 

            ก่อนที่ฉันจะก่นด่าสาปแช่งคนบางคนมากกว่านี้ ผู้หญิงคนที่มาด้วยกันได้เดินมาหาฉันพร้อมกับแก้ต่างให้หัวหน้าของเธออย่างรู้งาน ความขุ่นเคืองในใจเลยลดลงไปบ้าง เธอคนนี้ไม่เพียงแต่พยายามหาข้อดีของหัวหน้ามาพูดเท่านั้น เธอยังเอ่ยคำเยินยอมากมายให้กับบริษัทฉันด้วย ซน แชยอง สินะ

 

นี่ใช่ไหมที่เขาเรียกว่าอยู่เป็น

 

ขอบคุณค่ะ แต่คุณก็ชมเกินไปนะ พวกเราไม่ได้อัจฉริยะขนาดนั้นหรอกฉันปัดมือปฏิเสธพอเธอพูดถึงเรื่องผลงานชิ้นล่าสุด “ว่าแต่ครั้งนี้ คุณอยากให้เปลี่ยนรูปแบบใหม่หรอ”

 

“เรียกแชยองเฉย ๆ ก็พอ ไม่ต้องเกรงใจฉันหรอกค่ะ” เธอตอบ “ฉันอยากคุยงานกันแบบเพื่อนมากกว่า หวังว่าคุณจะเข้าใจฉันนะ”

 

“เราเริ่มกันเลยดีไหมคะคุณแชยอง” ฉันยิ้มให้เธอ “ฉันจะสรุปรายงานให้คุณฟัง ถ้าข้องใจตรงไหน ท้วงได้ทุกเมื่อเลยนะคะ”

 

.

 

“มินะคะ...”

 

“...”

 

ทำไมไม่ตอบข้อความฉันสักทีล่ะ...

 

“คุณมินะ...!

 

ค่ะ...!”

 

เป็นอะไรหรือเปล่าคะ? เห็นนั่งเฉย ๆ ไม่พูดไม่จามาตั้งแต่เราคุยกันจบแล้วนะ

 

            เป็นครั้งที่สองของวันที่ฉันปล่อยให้ใจลอยคิดถึงแต่เรื่องไร้สาระแบบนั้น แชยองเขย่าแขนฉันเบา ๆ เพื่อดึงสติก่อนจะยิงคำถามมากมายใส่ อย่าว่าแต่จะรับรู้เรื่องราวรอบตัวเลย แม้แต่คำพูดเหล่านั้นฉันก็ไม่อาจฟังให้เข้าใจได้ ฉันยอมรับผิดและอยากขอให้เธอพูดถึงรายละเอียดที่ขาดช่วงไปอีกหน

 

เราคุยกันจบแล้วเหรอ

 

“แย่จังเลย ดูเหมือนคุณจะจำไม่ได้แล้วว่าเราคุยธุระจบไปตั้งนานแล้วน่ะ...คุณโซตะนัดเราอีกทีวันศุกร์ที่จะถึงนี้นะคะ” แชยองกลั้นหัวเราะ “เพราะคุณไม่ยอมตอบคำถามคุณโซตะ เขาก็เลยขอไปรอที่รถก่อน”

 

ฉันพลาดอะไรไปหรือเปล่า?

 

“ฉันรู้สึกปวดหัวนิดหน่อย ถ้ายังไงฉันคงต้องขอตัวกลับก่อน...กลับดี ๆ นะคะแชยอง”

 

แล้วเจอกันค่ะ

 

แล้วเจอกันงั้นหรอ?

 

.

 

ปี๊นน!!

 

ยิ้มอะไรครับคุณมินะ ผมอยากกลับบ้านจะแย่แล้วนะ

 

“มาแล้วค่ะ~

 

            เป็นผู้หญิงที่มีเสน่ห์จังเลย นี่ขนาดเรายังไม่ค่อยสนิทกันแท้ ๆ แต่ท่าทีที่เคอะเขินของเราทั้งคู่กับไม่มีปรากฏเลยสักนิด ทุกถ้อยคำ ทุกสัมผัสที่ได้ฉันได้รับจากเธอมันอบอุ่นและอยู่ด้วยสบายใจกว่าที่ฉันเคยเป็นมาก

 

“ไม่สบายหรอครับ เห็นคุณนั่งเหม่อตั้งนาน” โซตะเริ่มทำลายความเงียบลง “คุณแชยองเลยขอให้ผมมารอที่รถก่อน เธอบอกจะเตือนคุณให้”

 

เหรอจ๊ะ

 

“แล้วมันเกี่ยวกับที่ฉันไม่สบายตรงไหนล่ะคะ”

 

“ตอนนี้หน้าคุณแดงมาก ไม่รู้ตัวเลยหรอครับ”

 

            เขาใช้หลังมือแตะหน้าผากฉันเบา ๆ ก่อนจะชักมือกลับเพราะไม่พบสาเหตุที่ว่าทำไมหน้าฉันถึงได้แดงขนาดนี้ ถ้าโซตะไม่ทักฉันก็ไม่รู้ตัวจริง ๆ นะว่าการคิดถึงใครสักคนมันทำให้ดูออกง่าย และไม่ใช่แค่หน้าแดงด้วย หัวใจฉันยังเต้นเร็วผิดปกติอีก!

 

“หรือ...เป็นเพราะใครสักคน เลยทำให้ฉันรู้สึกแบบนี้”

 

“เราก็อยู่ในรถกันแค่สองคนนี่...”

 

“ไม่ใช่คุณ!

 

            ฉันแกล้งตะโกนใส่โซตะพอเขาทำท่าจะยัดเยียดตัวเองเป็นคนที่ฉันพูดถึง แม้ในความหมายจริง ๆ จะไม่เกี่ยวกับอาการป่วยผิดปกติในสายตาเขาก็เถอะ ผู้ชายทึ่ม ๆแบบนี้ก็มีข้อดีเยอะเหมือนกันนะคะ เราสนิทกันพอที่จะเรียกชื่อต้นกันแล้วด้วยซ้ำ แต่เพราะตำแหน่งและความสามารถของเรามันต่างกันเกินไป ทำให้ฉันยังเกรงใจเขาอยู่ อย่างน้อยก็ในเวลางานที่เราจะพูดกันแบบเป็นทางการ

 

“อ่าว ไม่ใช่ผมเหรอ แล้วมินะหมายถึงใครล่ะ...” เขาพยายามนึก “ไม่มีใครจะแพร่เชื้อหวัดให้คุณได้อีกแล้ว ยกเว้นผม ฮ่า ๆ”

 

            คุณทำให้ฉันผ่อนคลายขึ้นเยอะเลย และฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ว่าในหัวคุณกำลังคิดอะไรอยู่ ฉันล่ะอิจฉาว่าที่ภรรยาของคุณซะจริง หล่อนต้องเป็นผู้หญิงที่โชคดีที่สุดในโลกแน่ ๆ ที่ได้ครอบครองผู้ชายที่เพียบพร้อมทั้งภายนอกและภายในแบบนี้

 

“งานแต่งคุณมีเมื่อไร อย่าลืมเชิญฉันด้วยนะคะ”

 

“ทำไมจู่ ๆ ต้องเปลี่ยนเรื่องด้วยล่ะ เรายังคุยเรื่องของคุณไม่จบเลย...” เขายิ้ม “อย่าให้ผมรู้นะว่าที่คุณหน้าแดงเป็นเพราะใคร”

 

เขาเป็นคนฉลาด

 

ฉันอยากจะรู้ว่าผู้หญิงของคุณโซตะจะเป็นคนแบบไหน...

 

เดี๋ยวคุณก็ได้เจอ และผมจะให้คุณเป็นเพื่อนเจ้าสาวด้วย ฮ่า ๆ

 

ใจดีจังเลยนะ

 

.

 

เฮ้ออ

 

            ฉันกลับมาที่ห้องด้วยความเหนื่อยล้า ภายในมืดสนิทและไร้วี่แววสิ่งมีชีวิตอื่นใดในนี้ด้วยเช่นกัน ฉันเปิดเช็คข้อความที่เพิ่งส่งหาซานะก่อนออกไปคุยงานอย่างไม่ใส่ใจมากนัก ยังไงเธอก็คงไม่ตอบข้อความฉันอยู่ดี แถมเธอยังไม่เปิดอ่านมันด้วยซ้ำ

 

“ติดประชุมหรือเปล่านนะ?” ฉันหยุดคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะกดโทรออกไปหาซานะด้วยความเป็นห่วง “...รับหน่อยสิซานะ”

 

[...กรุณาฝากข้อความเสียง หลังได้ยินเสียงสัญญาณ]

 

ตู๊ด!

 

ประชุมอีกแล้ว

 

.

 

 

แอ๊ดด~

 

 

!!!

 

 

กลับมาแล้วเหรอ

 

“มิตัง ฉันกลับมาแล้ว...อ้าว ทำไมมานอนที่โต๊ะกินข้าวแบบนี้ล่ะคะ”

 

“ฉันรอกินข้าวพร้อมซานะไง”

 

            จากที่เคลิ้มเหมือนจะหลับไป พอได้ยินเสียงคนที่ฉันรอมาตลอดทั้งวันก็ตาสว่างแทบจะทันที สาวสวยมาดนักธุรกิจยิ้มกว้างก่อนจะเดินเข้ามากอดฉันไว้หลวม ๆ กลิ่นน้ำหอมที่คุ้นเคยทำให้ฉันไม่อยากจะผละออกจากอ้อมกอดนี้เลยจริง ๆ

 

ฉันลืมบอกไปเลยว่าไม่ต้องรอ ฉันกินกับที่บ้านมาแล้วล่ะซานะบอก “มิตังลืมอ่านข้อความที่ฉันตอบใช่ไหม ว่าคืนนี้ฉันต้องกลับบ้าน”

 

“...”

 

เป็นแบบนี้อีกแล้ว!’

 

ดูสิอาหารตั้งเยอะแยะ มิตังกินไม่หมดหรอก...

 

 

!!!

 

 

ถ้าไม่มีใครกินก็ทิ้งไปสิฉันกระแทกเสียงใส่เธอก่อนจะเทอาหารมากมายลงถังขยะ “ฉันกินไม่ลงแล้วล่ะ”

 

“มิตัง”

 

 

ปังง!!

 

 

            ฉันมองแถบข้อความถาดเข้าในโทรศัพท์อย่างเสียความรู้สึก ตัวเลขศูนย์ได้ตอกย้ำความจริงบางอย่างให้ฉันรับรู้เพิ่มขึ้นอีกข้อว่าตอนนี้ความสัมพันธ์ของฉันกับซานะมันกำลังเปลี่ยนไป เสียงอู้อี้หน้าประตูห้องนอนเริ่มเบาลงแล้วหลังจากเธอพูดประโยคสุดท้ายจบ นี่ไม่ใช่ครั้งแรกที่ซานะพูดแบบนั้น เธอมักจะทำเหมือนธุระของเธอสำคัญกว่าความรู้สึกของคนอื่นเสมอ ๆ ที่เจ็บกว่าคือความจริงแล้วเธอก็แค่เป็นหมากตัวหนึ่งที่พ่อของเธอเลือกใช้ต่างหากล่ะ

 

ฉันไม่รู้ด้วยซ้ำว่าซานะเคยรักฉันบ้างไหม

 

.

 

สองวันถัดมา

 

 

“อ้าว วันนี้คุณแชยองไม่ได้มาด้วยหรอคะ”

 

            ฉันใช้ลูกตาสองลูกที่สั้นแล้วสั้นอีกกวาดมองรอบ ๆ เพื่อหาใครบางคนที่นัดกันไว้เมื่อหลายวันก่อน แต่ก็พบกับความว่างเปล่า วันนี้เรามาที่บริษัทของลูกค้าเพื่อเปลี่ยนบรรยากาศ หัวหน้าของแชยองเหลือบมองฉันครั้งหนึ่งก่อนจะตอบคำถามอย่างไม่ค่อยเต็มใจนัก

 

“ฉันให้แชยองไปทำธุระ คุณถามทำไมคะ ถ้าไม่มีเด็กคนนั้นคุณจะทำงานไม่ได้ใช่ไหม?”

 

ตอบไม่ตรงคำถามเลยนะป้า

 

เอ่อ...ไม่แน่นอนค่ะ ทุกอย่างจะเรียบร้อยฉันมั่นใจฉันแถต่อ “คุณนายอนเช็คงานได้เลยนะคะ”

 

“อึก...ฮึก ๆ ”

           

            โซตะคงจะรู้แล้วว่าตอนนี้สีข้างฉันไม่น่าเหลือชิ้นดี เขากลั้นหัวเราะเบา ๆ อยู่ข้างหลังฉันโดยไม่คิดจะยื่นมือเข้ามาช่วยลูกน้องตัวเล็ก ๆ อย่างฉันด้วยซ้ำ ผู้เข้าประชุมคนอื่น ๆ ต่างนิ่งเงียบเมื่อได้ยินเสียงขู่จากผู้หญิงคนนี้เข้า ส่วนหนึ่งก็รุมหัวซุบซิบนินทาอย่างสนุกปาก เพราะว่ามินะคนนี้กำลังจะทำให้ชื่อเสียงของบริษัทพังไม่เป็นท่าด้วยคำถามที่ไม่เกี่ยวกับงานเลย

 

 

.

 

“งานคุณเกินคาดนะคะ”

 

รู้สึกเหมือนได้กู้ระเบิดเลย

 

“...”

 

[คืนนี้จะไถ่โทษให้นะ เจอกันที่ร้าน Y 1 ทุ่มนะคะมิตัง]

 

            พอเปิดข้อความอ่านก็ไม่อยากจะเชื่อสายตาตัวเองว่าชื่อผู้ส่งจะเป็นซานะได้ ในประโยคชวนดินเนอร์สั้น ๆ เหมือนจะไม่มีอะไร ในความดีใจเล็ก ๆ กลับมีความกลัวแทรกอยู่ด้วย ฉันกลัวว่าจะต้องถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวอีก...ฉันจะไปดีไหม?

 

“เหมือนคนบางคนแถวนี้จะเผลอกินรังแตนเข้านะ” โซตะถามขึ้น “เจอข่าวร้ายหรอครับ”

 

“โซตะ คุณจะทำยังไงถ้าแฟนที่ไม่ค่อยมีเวลาให้ ชวนคุณดินเนอร์...” ฉันถามเขา “ฉันรู้สึกอึดอัด”

“เวลาวิ่งตามใครสักคนมันเหนื่อยขนาดนั้นเลยเหรอ” เขายิ้ม “แต่ก็ขึ้นอยู่กับหัวใจคุณนะ เรื่องนี้ผมคงช่วยอะไรไม่ได้ ถ้าหัวใจมั่นคง เราจะไม่มีวันลังเลเลยไม่ใช่หรอครับ”

 

ฉันมัวลังเลอะไรอยู่?

.

 

 

21.00 น.

 

...รับอะไรเพิ่มไหมครับคุณลูกค้า...

 

“ไม่แล้วค่ะ ฉันจะกลับแล้ว”

 

            สามชั่วโมงที่สูญเปล่ากำลังทำให้ฉันเกลียดพนักงานเสิร์ฟร้านนี้ไปอีกสักระยะ ฉันวางค่าเสียเวลาและค่าเหนื่อยของพนักงานคนนั้นไว้บนโต๊ะแล้วรีบออกมาทันทีด้วยความรำคาญ

 

 

!!!

 

 

“ขอโทษค่ะ! คุณเป็นอะไร...ไหมคะ”

 

เป็น...กับคุณได้ไหมล่ะ

 

แชยอง?

 

คุณมาทำธุระแถวนี้หรอคะฉันเป็นฝ่ายเริ่มทักเธอ “โชคร้ายหน่อยนะที่โดนฉันเดินชนเอาน่ะ ฮ่า ๆ”

 

“ธุระของฉันก็คือคุณไง”

 

            แชยองตอบเสียงเรียบแต่ใบหน้ากลับอมยิ้มแล้วมองมาที่ฉันนานเป็นนาทีที่ฉันยืนนิ่งพูดไม่ออก คืนนี้เธอดูดีเป็นพิเศษ เธอดูเหมาะกับเดรสสั้นสีเชอร์รี่เปิดไหล่ตัวนั้น

 

“ทำไมเป็นฉันล่ะ? หรือว่าโซตะนัดกับคุณไว้...”

 

“ได้ยินว่ามีคนถามหาฉันในห้องประชุม เลยอยากมาเจอเขาสักหน่อย” เธอบอก “และถ้าคุณไม่ว่าอะไร ไปดื่มต่อกับฉันไหมคะ”

 

“อืมม ไปสิคะ”

 

            ฉันไม่รู้ว่าตัวเองเป็นคนใจง่ายแบบนี้ตั้งแต่เมื่อไร พออีกฝ่ายเอ่ยปากชวนฉันก็รีบตอบรับไปทันที เราสองคนพากันเดินลัดริมถนนมาเรื่อย ๆ จนถึงหน้าบาร์แห่งหนึ่งไม่ไกลที่จอดรถมากนัก ถึงจะไม่ใช่ครั้งแรกที่เข้าร้านแบบนี้ พอได้เข้ามาจริง ๆ แล้วกลับรู้สึกชอบอย่างบอกไม่ถูก ภายในถูกตกแต่งด้วยสีน้ำตาลเข้มและอ่อนสลับกัน ยังมีโคมไฟดวงเล็ก ๆที่ช่วยทำให้ในร้านไม่มืดจนเกินไป

 

ฉันเลี้ยงเอง

 

...

 

            ไม่นานนักเครื่องดื่มสองแก้วก็ถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าฉัน แชยองยิ้มแล้วบอกให้ฉันเลือกหนึ่งในสองแก้วนี้เพื่อความสบายใจหากแอลกอฮอล์ในแก้วทำพิษกับฉัน สุดท้ายฉันก็หยิบมันขึ้นมาลองดื่มดูอย่างทุกลักทุเล ท่าทางของฉันคงดูตลกเหมือนกัน เธอถึงกลั้นขำไว้ก่อนจะหยิบอีกแก้วไปดื่มบ้าง

 

“คุณมินะดื่มบ่อยไหมคะ”

 

ดื่มแล้ว...คออ่อนคอพับเลยค่ะคุณ

 

“ไม่เลย ฉันไม่ค่อยชอบรสชาติมันเท่าไร” ฉันตอบ “แล้วคุณล่ะ ดื่มบ่อยไหม”

 

ขึ้นอยู่กับว่าตอนนั้นอยู่กับ...ไม่หรอก ฉันเองก็เป็นพวกไม่ชอบดื่มเหมือนกันคนตัวเล็กเปลี่ยนคำถาม “ไม่ต้องรีบดื่มนะคะ ฉันอยากอยู่นานอีกหน่อย”

 

            โอลด์แฟชั่นในมือฉันหมดเกลี้ยง หลังจากกลืนอึกสุดท้ายลงคอถึงคิดได้ว่าแชยองกำลังแนะนำอะไรอยู่ แต่เพราะมันผ่านไปแล้ว เลยทำได้แค่หัวเราะกลบเกลื่อน ก่อนจะส่งซิกให้ลุงบาเทนเดอร์ทำเพิ่มอีกแก้ว และใช่ ลุงเขาหัวเราะเบา ๆ อย่างอารมณ์ดีพอเห็นฉันสั่งเพิ่ม ไม่กี่วินาทีถัดมาแก้วใบใหม่ก็มาแทนที่ในมือฉันเรียบร้อย

 

“ฉันดีใจนะที่คุณชอบ”

 

ชอบสิ

 

“ไว้คราวหน้าเรามาที่นี่กันอีกได้ไหม”

 

            ถึงแม้ว่าเสียงเพลงในร้านดังคลอเบา ๆ บวกกับเสียงพูดคุยจากลูกค้าคนอื่น ๆ จะทำให้หูอื้อไปบ้าง แต่พอได้คุยกับแชยองแล้ว กลับรู้สึกเหมือนในร้านนี้จะมีแค่ฉันที่ได้ยินเสียงเธอชัดเจนกว่าปกติ หรือเพราะฉันอยากฟังแค่เสียงของผู้หญิงคนนี้กันนะ...

 

ได้ทุกเมื่อที่คุณต้องการเลย”       

 

            พอได้ยินคำตอบ หัวใจมันก็เต้นเร็วขึ้น แต่ฉันคิดว่าสิ่งที่ส่งผลโดยตรงน่าจะเป็นรอยยิ้มกระชากใจนั่นมากกว่า ฉันเลยกระดกของเหลวในมือลงคออีกครั้งเพื่อแก้เขิน หลังจากวางแก้วลงคนตรงหน้าก็ยื่นมือมาห้ามไว้อีกแล้วหัวเราะเบา ๆ

 

คุณจะดื่มต่อหรอ

 

ใช่ มันดีต่อตัวคุณนี่คะ...เรากลับกันเถอะ

 

แต่ฉันยังไม่อยากกลับนะ

 

            ฉันเดินออกมาอย่างเสียดายบรรยากาศข้างในนั่น เพราะฉันจอดรถไว้อีกที่ทำให้ต้องเดินกลับไปอย่างช่วยไม่ได้ นี่มันก็ดึกแล้วจะให้เรียกแท็กซี่ก็คงไม่เหมาะ ตัวแชยองเองก็คงคิดเหมือนกับฉัน ระหว่างทางที่เราเดินสวนกับบรรดานักเที่ยวกลางคืนทั้งหลาย ความรู้สึกกังวลแล่นเข้ามาทันทีเมื่อมีแต่คนมองมาที่คนตัวเล็ก

 

“ทำไมคนพวกนั้นต้องมองมาที่คุณด้วยนะ” ฉันพูดขึ้นลอย ๆ ก่อนจะถอดสูทตัวนอกออกแล้วเอาคลุมให้แชยองแทน “ยังหนาวอยู่ไหมคะ”

 

ทำแบบนี้ก็ไม่หนาวแล้วล่ะ

 

“…”

 

            คนตัวเล็กวาดแขนข้างซ้ายโอบเอวฉันไว้พร้อมกับเอาแขนอีกข้างหนึ่งของฉันคล้องคอเธอบ้าง ได้แต่หวังว่าจะเป็นเพราะแอลกอฮอล์ที่ทำให้หน้าฉันร้อนขนาดนี้

 

คุณมินะขับรถกลับไหวหรือเปล่าคะ อยากจะพักสักหน่อยไหม

 

ถ้าได้เดินอีกสักหน่อยก็ดีเหมือนกันค่ะฉันยิ้มให้เธอ “เดี๋ยวฉันไปส่งคุณที่ห้องนะ”

 

คุณใจดีจังเลย

 

.

 

ฝันดีนะ...!?”

 

เข้ามาไหมคะมินะ ฉันอยู่คนเดียวไม่ต้องเกรงใจหรอก

 

            ทีแรกว่าจะเดินมาส่งเฉย ๆ แต่ตอนนี้ฉันกลับมาอยู่ในห้องของเธอตั้งแต่เมื่อไรก็ไม่รู้ เรานั่งคุยกันต่อสักพักท่ามกลางความมืด แสงสีข้างนอกสาดเข้ามาเหมือนเมืองนี้ไม่เคยหลับไหล เราแลกเปลี่ยนความสนใจ ได้รู้จักตัวตนอีกฝ่ายมากขึ้นอีกขั้นโดยไม่ถึงชั่วโมงหลังออกจากบาร์ข้างล่าง บทสนทนาผ่านไปไวเหมือนโกหก แค่มองคนตัวเล็กก็รู้สึกได้เลยว่ามันน่าสนใจและน่าค้นหามากแค่ไหน...

 

เราคบกันแล้ว มิตังไม่ต้องเกรงใจฉันอีกแล้วนะ...

...ซานะก็ด้วยนะ ช่วยพึ่งพาฉันเยอะ ๆ ด้วยล่ะ...

 

คุณมินะคะ?

 

            มันเป็นความทรงจำที่ดีและยากจะลืม ตอนนั้นฉันมความสุขมาก อิ่มเอมกับความรักที่ฉันกับซานะมีให้กันและกัน มันเป็นเรื่องยากถ้าเราเป็นเพื่อนสนิทกันมาก่อน แต่ก็ตัดสินใจคบกันเพราะความใกล้ชิดมากกว่า เธอบอกเรื่องความสัมพันธ์ของเรากับครอบครัวไปแล้ว และพวกเขาก็รับได้ แต่หลังจากนั้นไม่นาน ซานะก็มีเวลาให้น้อยลง จะด้วยเรื่องงานหรือเพราะเรื่องครอบครัวก็ตาม ฉันพยายามยอมรับและแสร้งทำเป็นเข้าใจมาโดยตลอด เพราะความรู้จักกันมานาน ทำไมจะไม่รู้ว่าเธอกำลังมีความลับกับฉันอยู่ ใช่...เธอโกหกไม่เป็น ไม่ใช่เรื่องแปลกถ้าฉันจับพิรุธเธอได้...ความเชื่อใจที่สะสมมาเกือบจะขาดสะบั้นลงทุกครั้งที่เรามีปากเสียงกัน สถานะของเรามันไม่เหมือนคนรักด้วยซ้ำ...แต่เหมือนกับ หมาห้วงก้างต่างหาก ถึงจะถูกต้อง

 

ว่าไงคะ

 

นี่มันก็ดึก...แล้ว

 

ค่ะ

 

คืนนี้ฉันจะคิดถึงแค่ตัวเอง

 

...

 

แชยอง คุณยังไม่มีใครใช่ไหมคะ... ฉันยิงคำถามใส่เธออย่างใจเย็น และไม่ว่าคำตอบจะออกมาเป็นแบบไหน ฉันจะไม่สนอะไรทั้งนั้น “มานี่สิ...”

 

“ค่ะ”

 

            มินะไล้ปลายจมูกลงบนหลังมือคนตัวเล็กอย่างเอ็นดู เรื่อยขึ้นไปจนถึงหัวไหล่ก่อนจะกดริมฝีปากเน้นจนรอยลิปสติกติดจาง ๆ ไม่มีถ้อยคำใดหลุดออกมาอีกหลังจากนั้น เธอเลยสอดแขนทั้งสองข้างไปด้านหลังอีกฝ่ายแล้วออกแรงเบา ๆ ให้แชยองโน้มเข้ามาใกล้มากยิ่งขึ้นจนร่างเล็กล้มลงไปด้านข้าง

 

ฉันอยากรู้จักคุณมากกว่านี้แชยอง

 

“คุณคงจะเมา”

 

“อยากให้พิสูจน์ไหมคะ”

 

            มินะเลื่อนใบหน้ามากระซิบแหบพร่าจนแชยองแอบอมยิ้มเมื่อได้ยินดังนั้น เธอตอบรับการกระทำที่ไร้เหตุผลนี้ด้วยการคล้องแขนไว้รอบคอมินะเพื่อให้เคลื่อนไหวได้ง่ายยิ่งขึ้น เดรสสีแดงถูกมือหนาถลกร่นลงไปกองข้างล่าง เหลือเพียงชั้นในตัวบางที่ปิดบังเรือนร่างที่สวยงามนี้ไว้ ร่างหนาขบเม้มสายบราเส้นเล็กจิ๋วอย่างหมั่นเขี้ยวแล้วออกแรงทึ้งให้มันหลุดออกไปจากสายตา มืออีกข้างที่ว่างลูบไล้ปราการสุดท้ายส่วนล่างอย่างพอใจ เธอใช้ปลายนิ้วเรียวกดคลึงจนสติแชยองขาดผึงโดยไม่ตั้งใจ ร่างเล็กพยายามจับมือที่ซุกซนของมินะไว้ให้ผ่อนจังหวะลงครั้งแล้วครั้งเล่าจนเม็ดเหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาด้วยความร้อน และการบิดเกร็งช่วงท้องทำให้เธอเริ่มมีอาการเหนื่อยหอบตามมาติด ๆเป็นครั้งแรกของชีวิตที่มีคนทำให้เธอกลัวได้ขนาดนี้ คนที่นุ่มนิ่มเกินกว่าจะทำเรื่องอย่างว่าได้อย่างหน้าซื่อตาใส

 

“อ๊ะ! พอก่อน...คุณมินะ”

 

“เรียกแค่ชื่อฉันก็พอ ทำได้ไหมคะ” มินะแกล้งหยอกล้อกับเธอ เมื่ออีกฝ่ายเริ่มจะรับไม่ไหว “ไม่อย่างนั้นฉันจะไม่หยุดทำนะคะ”

 

“อึก...มินะคะ ฉันจะ...ไม่ไหวแล้ว”

 

“อืม”

 

            เสียงครางกระเส่าของแชยองทำให้มินะพอใจเป็นอย่างมาก ร่างเล็กกลับมาสงบลงอีกครั้งทันทีที่มินะยกปลายนิ้วออก ร่างเล็กเหลือบมองคนตัวสูงเล็กน้อยก่อนจะคว้าเอวอีกฝ่ายมากอดไว้เหมือนเด็กที่กลัวของเล่นหายไปเมื่อตื่นขึ้นมาในวันใหม่

 

พรุ่งนี้ฉันต้องคิดถึงคุณแน่ ๆ

 

.

 

วันรุ่งขึ้น

 

 

“อรุณสวัสดิ์ค่ะ” พอฉันลืมตาตื่นก็เห็นแชยองนั่งเท้าคางในชุดคลุมอาบน้ำอยู่ปลายเตียงซะแล้ว “คุณจะไปทำงานแล้วเหรอ”

 

“เมื่อคืนฉันไม่ได้ใส่เสื้อผ้านะคะ อย่างน้อยตอนนี้ก็ต้องหาอะไรมาคลุมสิ”

 

“มันเหมาะกับคุณดีนะ” ฉันยิ้มให้เธอ “เดี๋ยวฉันขอทำธุระก่อนนะคะ เดี๋ยวจะไม่ทันมื้อเช้าเอา”

 

 

.

 

 

ไม่ทันจริงดิ

 

ฉันเดินเข้าบริษัทด้วยความอ่อนล้า นอกจากจะตื่นสายแล้วฉันยังต้องรีบขับรถออกมาจากคอนโดของแชยองอีก ถ้าให้ออกไปหาอะไรกินตอนนี้คงต้องฝ่ากลุ่มมนุษย์เงินเดือนทั้งหลายกับนักเรียนเป็นโขยง แล้วฉันก็จะกลับเข้ามาไม่ทัน...ฉันสะบัดหัวไล่ไอเดียไร้สาระออกก่อนจะเดินไปยังมุมกาแฟของชั้นเพื่อซัดคาเฟอีนเข้าเส้นเลือดสักหน่อย

 

อรุณสวัสดิ์ครับคุณมินะเสียงทุ้ม ๆ แทรกขึ้น “ปกติคุณไม่มาเช้าขนาดนี้นี่ วันนี้ต้องมีเรื่องดี ๆ เกิดขึ้นแน่เลย!

 

“ขนาดโซตะยังตื่นเช้าได้ ทำไมฉันจะตื่นเช้าบ้างไม่ได้ล่ะ” ฉันตอบเสียงเอื่อย “แล้วนั่นอะไร ทำไมคุณแต่งตัวเรียบร้อยแบบนั้นล่ะ หรือว่าวันนี้จะมีคนมาตรวจงาน?”

 

“แล้วทำไมคุณถึงใส่ชุดเดิมของเมื่อวานล่ะครับ หืม?” เขาเน้นเสียง “วันนี้ใส่เชิ้ตกับสูทหรอครับ...น่าสนใจดีนะ”

 

            หยุดทำตัวเป็นนักสืบก่อนได้ไหมพ่อคนอัจฉริยะ ตอนนี้ฉันแค่อยากดื่มด่ำกับกาแฟสำเร็จรูปที่เพิ่งชงเสร็จร้อน ๆ ให้สมองมันแล่นกว่านี้น่ะ ยังไม่อยากมาถูกสอบสวนเรื่องส่วนตัวจากเพื่อนร่วมงานนะคะคุณ

 

“ฉันไปค้างข้างนอกมา เมื่อคืนไม่ได้กลับบ้านน่ะ” ฉันตอบก่อนจะซดกาแฟไปอึกใหญ่ “มันก็แค่เสื้อ ทำไมคุณต้องจับผิดฉันด้วยล่ะคะ”

 

“เปล่าเลย คนอย่างผมไม่กล้าจับผิดคุณมินะหรอกครับ เชื่อผมเถอะเดี๋ยวก็มีคนถามถึงเหมือนกัน ฮ่า ๆ” โซตะระเบิดหัวเราะออกมาเสียงดังลั่น

 

“ให้มาหาเรื่องถามสิ พ่อจะทุบให้”

 

.

 

.

 

“มิตัง”

 

“ซานะมาทำอะไรที่นี่คะ ถ้าจะคุยธุระเอาไว้หลังเลิกงานได้ไหม...” ฉันบอกซานะก่อนจะสั่งกาแฟกับพนักงานที่เพิ่งรันคิวถึงฉันพอดี “ยังไม่พักเที่ยงเลยนะคะ”

 

“ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย แค่สิบนาทีก็พอ” เธอพูดด้วยสีหน้าอมทุกข์ “ฉันไม่อยากรบกวนเวลางานของมิตัง”

 

“เฮ้ออ ฉันต้องยอมให้ซานะตลอดเลยใช่ไหมเนี่ย...” ฉันถอนหายใจด้วยความเซ็ง “นั่งตรงนั้นคุยกันเถอะ”

 

“อืม” เธอพยักหน้ารับ

 

“มีเรื่องอะไรจะคุยหรอ ถ้าเรื่องเมื่อวานฉันลืมไปแล้วล่ะ ซานะไม่ต้องใส่ใจก็ได้”

 

“ต้องใส่ใจสิ ก็ฉันเป็นคนผิดสัญญากับมิตังเองนี่ ทั้งเรื่องนัดเมื่อวาน และเรื่องที่ผ่านมาด้วย ฉันขอโทษนะมิตัง...” เธอพูด “ขอโทษที่ฉันเป็นแฟนแย่ ๆ ฉันอยากไถ่โทษด้วย...”

 

“ซานะห้ามสัญญาเด็ดขาด ถ้าตัวเองทำไม่ได้อย่างที่พูด” ฉันตอบกลับเสียงแข็ง “มันจะทำให้อีกคนเสียความรู้สึก ไม่รู้หรือไง?”

 

“ฉะ...ฉันไม่ตั้งใจจะทำให้มิตังโกรธนะ อย่าเพิ่งเย็นชาใส่ฉันสิ”

 

มุกบีบน้ำตาอีกละ

 

อย่าร้องไห้เลยนะ ฉันขอโทษที่พูดแรงเกินไป ยิ้มหน่อยสิ~”

 

            จากที่อารมณ์กำลังขึ้น ฉันต้องรีบปรับลงทันทีพอเห็นซานะทำท่าจะร้องไห้ออกมา ถ้าใครมาเห็นเข้าคงมองฉันเหี้ยไปเลยล่ะ อารมณ์เดียวกับนางอิจฉาถูกมองว่าใส่ร้ายนางเอก แต่ความจริงแล้วนางอิจฉาอาจจะแค่แพะรับบาปตัวหนึ่งที่มีอารมณ์รุนแรงเท่านั้นเอง พอปลอบอีกฝ่ายได้ เธอก็เริ่มอธิบายเหตุผลร้อยแปดสำหรับเรื่องไร้ความรับผิดชอบที่เธอทำไว้กับฉัน พร้อมกับบอกล่วงหน้าว่าเธออาจจะย้ายไปอยู่บ้าน เพราะต้องสืบทอดธุรกิจของครอบครัว

 

“ฉันต้องไปดูงานที่ญี่ปุ่นหนึ่งอาทิตย์ ต้องเดินทางพรุ่งนี้แล้ว...มิตังไม่โกรธใช่ไหม”

 

“ซานะไปทำงานนี่คะ ฉันจะโกรธทำไม ฮ่า ๆ ขอให้เดินทางปลอดภัยนะคะ” ฉันยกเหตุผลเข้าว่า “...เอ่อ ฉันว่าคงได้เวลาไปแล้วล่ะ มีประชุมหลังจากนี้น่ะ”

 

.

 

“คุณมินะ! เจอพอดีเลย รอนานไหมครับ”

 

“ไม่เท่าไรค่ะ นี่กาแฟของคุณ...แล้วออกไปไหนมา ถึงได้มากระชั้นชิดแบบนี้ล่ะ” ฉันถาม “ประชุมจะเริ่มแล้วนะ”

 

“ผมไปรับคนคนหนึ่งมาน่ะ...”

 

“เจอกันอีกแล้วนะคะมินะ”

 

“แชยองเข้าประชุมครั้งนี้ด้วยหรอคะ ดีจังเลย” พอเห็นคนที่มากับโซตะ ฉันแทบหุบยิ้มไม่ได้เลย “มาสิคะ เดี๋ยวฉันพาไป”

 

.

 

“...”

 

“สวัสดีครับคุณซานะ ที่มาวันนี้...มีธุระกับผม หรือมาหามินะล่ะ”

 

“ทั้งคู่”

 

“โอเคครับ ไว้เลิกประชุมผมจะมาคุยด้วย...ขอตัวนะครับ”

 

 

 

พักเที่ยง

 

 

“ยินดีที่ได้รู้จักนะคะคุณซานะ ฉันแชยองค่ะ”

 

“เช่นกันนะคะ เราอย่าเกรงใจกันเลยดีไหม เดี๋ยวจะสนิทกันยากนะ ฮ่า ๆ”

 

“พวกคุณดูเหมือนคู่รักเลย น่ารักดีนะคะ”

 

“แค่ดูเหมือนน่ะค่ะ ความจริงเราเป็นเพื่อนสนิทกันมาตั้งแต่เด็กแล้ว...หลายครั้งที่คนอื่นมองว่าเราเหมือนคู่รัก”

 

            ฉันพูดแทรกทันทีที่ซานะพยายามจะอธิบายถึงสถานะเราทั้งคู่ ฉันมั่นใจว่าเธอคงไม่กล้าบอกตามตรงว่าพวกเราเป็นมากกว่าเพื่อน และใช่ พอฉันตัดบทสนทนานี้ซานะดูเจื่อนไปเลยล่ะ เธอคลายมือที่คล้องแขนฉันไว้ลงก่อนจะหันไปสนใจแชยองแทน ฉันแกล้งหัวเราะเพื่อให้บทสนทนาผ่อนคลายลง และดูเหมือนการถามตอบที่ไม่ซีเรียสเกินไป

 

“อ๊ะ! เสื้อแชยองสวยจังเลยนะครับ วันนี้คุณแต่งตัวน่ารักดีนะ” โซตะพูดขึ้นลอย ๆ “ออลแบล็คเหมือนคนบางคนแถวนี้เลย ฮ่า ๆ”

 

ไหนว่าจะไม่จับผิดกันไงตาบ้า!’

 

สวยไหมคะคุณโซตะฉันแกล้งย้อนใส่เขาบ้าง

 

“แน่นอนสิครับ” เขายักคิ้วใส่ฉันก่อนจะหันไปสนใจอาหารตรงหน้าต่อ

 

“...”

 

            แม้บรรยากาศจะเต็มไปด้วยเรื่องขบขันชวนสนุก แต่มีความรู้สึกหนึ่งที่ทำให้รู้สึกแย่ ระหว่างที่เราสองคนแซวกันเรื่อย ๆ สายตาของซานะกลับจ้องมาที่ฉันเหมือนจะคาดโทษอะไรสักอย่าง สีหน้าแบบนั้นกำลังซ้ำเติมความผิดที่ฉันกระทำลงไปในเมื่อคืน...ตอนนี้อาหารบนโต๊ะกินไม่อร่อยอีกแล้ว

 

.

 

.

 

“อาทิตย์นี้โซตะไม่อยู่สินะ...โทรไปหาดีกว่า”

 

            วันว่าง ๆ ของคนที่ไม่ว่าง ตั้งแต่ซานะไปญี่ปุ่น ฉันก็ไม่ได้ไปนอนที่คอนโดตัวเองอีก เข้าวันที่ห้าแล้วทั้งซานะและโซตะก็ไม่ได้ติดต่อมาหาฉันเลย ภาระเรื่องงานเลยตกมาอยู่ที่ฉัน

 

“มินะคะ คุณโซตะไม่อยู่แบบนี้ คุณก็ต้องรับงานไว้คนเดียวน่ะสิ” แชยองเอ่ยขึ้น “ดูเหมือนผู้ชายบ้างานเลย”

 

“แชงแชงคะ รู้ไหมว่าโซตะเขาไปทำอะไรที่ญี่ปุ่น” ฉันยิ้มพร้อมกับอธิบายให้เธอฟัง “เขามีงานหมั้นกับว่าที่ภรรยาค่ะ ถึงได้ต้องรีบกลับไป ฮ่า ๆ”

 

            ฉันเล่าให้แชยองฟังเป็นฉาก ๆ ตอนที่โซตะโทรทางไกลมาเล่าเรื่องงานหมั้นให้ฉันฟัง ที่น่าตลกก็คือเป็นครั้งแรกที่เขาชอบงานคลุมถุงชนแบบนี้ เพราะว่าภรรยาเป็นคนที่เขาและครอบครัวยอมรับ

 

!!!

 

“นั่นไง โซตะคงส่งรูปมาให้ดูแล้วล่ะ...แชงแชงดูสิคะ”

 

            พอเสียงข้อความแจ้งเตือนดังขึ้น ฉันไม่รีรอที่จะเปิดโปแกรมแชทเพื่อเช็คดูทันทีว่าที่เขาอวดสรรพคุณว่าที่ภรรยาของเรานักหนา จะเป็นเรื่องจ้อจี้หรือเปล่า คงไม่มีเรื่องอะไรแจ็คพ๊อตกว่านี้แล้วล่ะ

 

“มินะดูสิ ในรูปนี่มัน...”

 



จบดีไหม ๕๕๕๕๕

-------------------------------------------------------------------------------------------

อิอิ อาจผิดพลาดอยู่บ้าง ต้องขออภัยล่วงหน้าไว้ ณ ที่นี้ด้วยค่ะ ^^




ผลงานอื่นๆ ของ --ce

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

2 ความคิดเห็น

  1. #2 48281857 (@48281857) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 กันยายน 2561 / 21:11
    ต้องเป็นซานะเเน่ๆ
    #2
    0
  2. วันที่ 27 สิงหาคม 2561 / 11:45
    ภรรยาของโชตะต้องเป็นซานะแน่ๆเลย
    #1
    0