คัดลอกลิงก์เเล้ว

[TWICE] OS : Resume #เพลงรักมิแชง

โดย --ce

"ในเมื่อเริ่มต้นใหม่ไม่ได้ ก็ตัดเข้าตอนจบสิ"

ยอดวิวรวม

668

ยอดวิวเดือนนี้

1

ยอดวิวรวม


668

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


29
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  3 มี.ค. 60 / 21:39 น.
นิยาย [TWICE] OS : Resume #ŧѡᪧ

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้

เพลงที่เป็นแรงบรรดาลใจ
Seven Lions x Illenium x Said The Sky - Rush Over Me (feat. HALIENE)







 





TALK 


Short Fic เรื่องที่สามก็ได้คลอดออกมาสักที! T^T 555+ และอยู่ในโปรเจค #เพลงรักมิแชง ด้วยยย
ต้องขออภัยสำหรับความล่าช้าเต่าล้านปีของเรา ที่ทำอะไรก็ไม่เป็นโล้เป็นพายตลอด 555+ 
แต่สุดท้ายก็ได้ตัดสินใจเปิดเรื่องนี้ขึ้นมาจนได้ เลยอยากให้มิแชงมารับบทซะ >3<
สิ่งหนึ่งที่เขียนเรื่องนี้ขึ้น บวกกับได้ฟังเพลงก็เลยทำให้คิดถึงเรื่องหนึ่งที่เราเจอมากับตัว เลยจัดซะ
อ่านให้สนุกนะคะ ฝาก #มิแชง ไว้ในอ้อมใจนานๆ ด้วยน้าาา ♥♥♥








THANKS :)

themy butter

t
b

เนื้อเรื่อง อัปเดต 3 มี.ค. 60 / 21:39




สถานบันเทิง X

 

 

                “แชยอง...แชยอง! เอาแต่นั่งเหม่ออยู่ได้ ใจคอแกไม่คิดจะสร้างสัมพันธ์กับเพื่อนๆ หน่อยหรอ

 

เสียงเรียกของเพื่อนสนิทตัวดีของฉันดาฮยอนส่งเสียงจิ๊จ๊ะในลำคอแทบจะทุกอิริยาบถเวลาหล่อนมองฉันสลับกับท่าทีที่น่ารำคาญจากผู้หญิงกลุ่มอื่นๆ ในอาณาบริเวณโต๊ะข้างๆ

 

                “มันไม่มีอารมณ์ว่ะ”

 

                “ไม่มีอารมณ์หรือเพราะไม่มีใครกันแน่”

 

                “รู้ดีแชยองเขม่นตาใส่เพื่อนสนิททีหนึ่งก่อนจะวางแก้วแอลกอฮอล์ในมือลงบนโต๊ะตามเดิม

 

 

~ ~  

 

 

                “เดี๋ยวฉันไปเข้าห้องน้ำก่อนนะ

               

ไม่ต้องรอพูดพร่ำทำเพลง ฉันก็จะลุกออกมาอยู่ดี แม้ว่าข้างในจะมีบรรยากาศชวนน่าปวดหัวแค่ไหน แต่เหนือสิ่งอื่นใด ถ้าไม่มีแรงจูงใจมากพอฉันก็ไม่ค่อยอยากจะนั่งอยู่เฉยๆ ตรงนั้นอยู่ดี

 

ปึก!

               

...แหก!

               

เหมือนโลกเราจะมีมาตรฐานการสร้างประตูไม่ค่อยเป็นธรรมเท่าไร โดยเฉพาะประตูห้องน้ำของที่นี่ ฉันไม่เข้าใจว่าทำไมต้องทำพื้นห้องน้ำต่ำกว่าพื้นข้างนอกด้วย ฉันจะไม่โทษตัวเองที่สูงไม่ถึงมาตรฐานผู้หญิงทั่วไป หรือเพราะฉันขาสั้นหรอกนะ และคงเป็นอีกเหตุผลหนึ่งที่จะทำให้ฉันจะลงไปจูบกับพื้นตามแรงโน้มถ่วงของโลก

 

                “ไหวไหมคะ?”

 

เสียงนิ่มๆ ของใครบางคนช่วยเรียกสติฉันให้กลับคืนมายังโลกความจริงอีกครั้ง และฉันก็ได้เห็นความจริงที่ลืมไม่ลงอย่างหนึ่งว่า พื้นห้องน้ำของผับแห่งนี้มันสกปรกมากแค่ไหนในระยะห่างไม่ถึงคืบ

 

                “ฉันว่าคุณคงจะเมา ลุกไหวไหมคะ”

 

เมื่ออีกฝ่ายพูดจบ ร่างสั้นๆ ของฉันก็ถูกกระชากขึ้นมาอย่างรวดเร็ว ก่อนที่จะหงายหลังไปอีกฉันไม่ลืมที่จะคว้าสิ่งที่ใกล้ตัวที่สุดเพื่อยึดตัวเองไว้

                “ขอบคุณที่ช่วยนะคะ ฉันไม่เป็นไร

 

บอกตามตรงถ้าไม่ใช่เพราะฤทธิ์แอลกอฮอล์ที่ฉันดื่มมันลงไป ก็คงเพราะแสงสีในนี้ล่ะมั้งที่ทำให้ฉันละสายตาจากผู้หญิงตรงหน้าไม่ได้เลย นัยน์ตากลมโตภายใต้คอนแทคเลนส์สีฟ้าน้ำทะเลชวนน่ามอง บวกกับใบหน้ามนใสกับริมฝีปากอิ่มสีแดงระเรื่อ คนอะไรสวยชิบ!

 

                “ฉันว่าคุณเป็นนะ เหมือนคุณจะเมา ถึงได้ล้มคะมำขนาดนั้น

 

                “ฉันไม่ได้เมา แค่สะดุดพื้นเท่านั้นเอง

 

                “สะดุดพื้นหรอคะ...อย่างนี้นี่เอง

 

                “ประมาณนั้นล่ะ

 

                “โทษทีนะคะสงสัยเราจะเปิดประตูจังหวะตรงกันพอดี เลยทำให้คุณสะดุด

 

                “ไม่มีใครผิดค่ะ พื้นมันผิด”

 

                “เชิญค่ะ”

 

บทสนทนาที่น่ากระอักกระอ่วนเริ่มหายไป ไม่รู้เป็นเพราะอะไรถึงได้คุยกับคนแปลกหน้าที่เพิ่งเคยเจอกันครั้งแรก กลายเป็นเรื่องปกติธรรมดาไปซะได้ เราแยกกันตรงทางเข้า น่าเสียดายที่ไม่ได้ถามชื่อหล่อนไว้

 

.

 

แอ๊ดด~

 

               

                “มาคนเดียวหรอคะ?

 

                “!!!

               

                “ตกใจหรอคะ”

               

                “ทำไมคุณ...ยืนอยู่ตรงนี้

 

                “ฉันรอคุณน่ะ ว่าไงคะมาคนเดียวหรือเปล่า?”

 

“ก็...” แชยองเหลือบมองไปที่โต๊ะตัวเองสลับกับคนตรงหน้า เมื่อเห็นเพื่อนสนิทตัวดีทำท่าทางจะเค้นเอาเหตุผลที่เธอกลับไปที่โต๊ะช้ามาแต่ไกล “ค่ะ ฉันมาคนเดียว”

 

“ถ้าไม่รังเกียจ อยากมานั่งด้วยกันไหมคะ ฉันเองก็มาคนเดียวด้วยสิ”

 

“เอาสิคะ ฉันรู้สึกเบื่อๆอยู่เหมือนกัน”

 

“เยี่ยมเลย ทางนี้ค่ะ”

 

[..แกจะไปไหน..]

 

ประโยคสุดท้ายที่ฉันอ่านจากปากดาฮยอนได้แทบหลุดขำ ก่อนจะเดินตามผู้หญิงแปลกหน้าคนนี้มาเสียดื้อๆ นี่ฉันไปเอาความกล้ามาจากไหนตั้งมากมายกัน ถึงได้ไม่รู้จักปฎิเสธให้เป็น

 

                “นั่งสิคะ ไม่ต้องเกรงใจ

 

                “ขอบคุณ...

 

                “มากับเพื่อนหรอคะ

 

                “ฉันบอกไปแล้วนี่คะว่ามาคนเดียว

 

                “...หญิงสาวแปลกหน้าส่งยิ้มหวานๆ แทนคำตอบก่อนจะหันไปกระซิบกระซาบกับเด็กเสิร์ฟใกล้ๆ

               

                “มาเที่ยวคนเดียวบ่อยหรอคะ”

 

                “ก็นะ ฉันเที่ยวคนเดียวจนชินแล้วล่ะ”

 

                “แล้วทำไม...ไม่ลองชวนแฟนมาด้วยล่ะคะ”

 

นี่ฉันเปิดคำถามแปลกๆ ออกไปหรือเปล่านะ แล้วฉันจะไปอยากรู้เรื่องส่วนตัวหล่อนทำไมล่ะ?! สวยๆ แบบนี้คงจะมีมาให้เลือกไม่ขาดสายสิท่า

 

                “แล้วทำไมคุณไม่พาแฟนมาด้วยล่ะคะ”

 

                “...”

 

                “ฮ่ะๆ ฉันยังโสดสนิท ไม่คิดอยากผูกมัดกับใครหรอกค่ะ”

 

                “ฉันก็เหมือนกัน พูดให้ถูกก็คงยังไม่เจอคนที่ถูกใจล่ะมั้ง”

 

“ขอโทษที่ให้รอครับ”

 

                “เดี๋ยวค่ะ! ฉันไม่ได้...สั่งนะ”

 

                “แก้วนั้นฉันเลี้ยงคุณเองค่ะ ถือเป็นการตอบแทนที่คุณมานั่งดื่มเป็นเพื่อนฉันละกัน”

 

                “ก็ได้ค่ะ ถ้าคุณพูดถึงขนาดนั้น”

 

แม้ว่าเครื่องดื่มแปลกๆ ในมือฉันจะเป็นแค่น้ำอัดลม ฉันก็ยังไม่อยากจะดื่มมันเท่าไร อะไรบางอย่างทำให้ฉันฉุดคิดได้ว่ามันกำลังจะมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้น

               

                “หลังจากนี้คุณจะไปต่อที่ไหนอีกไหมคะ”

 

                “คงไม่ล่ะ”

 

                “...”

 

                “ทำไมคุณถึงเอาแต่ยิ้มแบบนั้น ไม่เมื่อยหรอ”

 

                “ยิ้มให้คนน่ารักๆ แบบคุณ ถึงเมื่อยฉันก็ยอมค่ะ”

 

                “รู้ไหมคะ ท่าทีแบบนั้นถ้าคุณเป็นผู้ชายล่ะก็ พวกผู้หญิงคงหลงกันหัวปักหัวปำแน่”

 

                “รวมถึงคุณด้วยหรือเปล่าคะ”

 

เฮ่ย! ผู้หญิงคนนี้ไม่ธรรมดาซะแล้ว แล้วทำไมหัวใจฉันต้องเต้นแรงตามด้วยนะ ผู้หญิงนะเว่ยพวกเราเป็นผู้หญิงทั้งคู่ ฉันจะมาหวั่นไหวแค่คำหยอดหวานๆ จากผู้หญิงแบบนี้ไม่ได้!

 

                “...”

 

                “หมดแก้วเลยหรอคะ...มันไม่ดีนะ”

 

ก็ไม่อยากตอบเลยต้องก้มหน้าดื่มให้หมดนี่ไง ข้างในร้อนไปหมดแล้ว รีบปลีกตัวไปจากตรงนี้ให้เร็วที่สุดดีกว่า ขืนนั่งต่อมีหวังไม่ได้หยุดแค่แก้วนี้แน่

 

                “นี่มันก็ดึกแล้ว ฉันคงต้องขอตัวกลับก่อน” แชยองซัดอึกสุดท้ายจนหมดก่อนจะละล่ำละลักพูดขึ้น

 

                “นั่นสินะ ฉันก็อยากกลับแล้วเหมือนกัน”

 

                “ขอบคุณที่เลี้ยงนะคะ...

 

หลังขอบคุณอีกฝ่ายฉันก็รีบยัดตัวเองมาในฝูงคนจำนวนมากที่ยืนเบียดเสียดกันอยู่ทันที ไม่ใช่ไม่อยากกลับนะ แต่ถ้าผ่านกลุ่มคนเยอะๆออกไป เป็นไปได้ที่ฉันจะไม่ได้เจอผู้หญิงคนนั้นอีกเป็นหนที่สองน่ะสิ

 

 

.

 

 

.

 

 

 

.

 

 

ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ

 

 

                “ยัยนั่นสั่งอะไรให้ฉันดื่มเนี่ย เล่นซะมึนเลย

 

ฉันเดินอย่างทุลักทุเลสุดๆ ไปยังลานจอดรถเพื่อที่จะรอให้ดาฮยอนออกมาหา และรอให้อาการเมาลดลง บอกตามตรงฉันยังไม่รู้ด้วยซ้ำว่าฉันเดินตรงอยู่หรือเปล่า ก่อนที่ร่างบ้าๆ จะทรุดตัวลงไปที่รถคันหนึ่ง

 

หมับ!

 

                “นี่คุณ ไหวหรือเปล่า

 

เสียงแปลกๆ อีกแล้ว? ใครสักคนกำลังเอามือมาลูบที่หัวฉัน มือเล็กๆ ที่ไม่เหมือนมือผู้ชายไล้ไปตามไรผมของฉันก่อนจะมาหยุดที่ต้นคอ และกำลังจะพลิกร่างฉันให้หงายขึ้นมา

 

                “ฉัน...ฉันโอเค เดี๋ยวเพื่อนฉันก็ออกมาแล้ว”

 

                “เพื่อนหรอ? คุณมาคนเดียวไม่ใช่หรอคะ แล้วเพื่อนคุณจะออกมาหาได้ยังไง”

 

                “ไม่ใช่...ฮ่าๆ ไม่ใช่ๆ เดี๋ยวเพื่อนฉันออกมาหาฉันจริงๆ นะ”

 

น่าขำ เหมือนโลกมันหมุนจนฉันเริ่มทรงตัวไม่ได้ แต่ฉันมั่นใจว่าสติสัมปชัญญะของฉันยังอยู่ครบแน่นอน ฉันจำคนแปลกหน้าตรงหน้าฉันได้ไม่ลืม แม้ว่ามันจะมองไม่ค่อยชัดก็ตาม

 

                “กินนี่สิ คุณจะได้หายเมา”

 

                “นั่นยาอะไร คุณคิดจะมอมเหล้าฉันอีกหรอ ก่อนหน้านี้คุณสั่งอะไรมาให้ฉันดื่ม หืมม?”

 

                “มันก็แค่ยาแก้เมาเท่านั้น นี่ค่ะน้ำ”

 

ตุบ!

           

ฉันปัดมืออีกฝ่ายทันทีที่ถูกยื่นมา ไม่รู้เพราะอารมณ์ตอนนี้มันแปรปรวนหรือเพราะฉันไม่สามารถบังคับตัวเองได้ก็ไม่รู้ ฉันต้องการใครสักคนพาฉันออกไปจากสถานการณ์บ้าๆ นี่ให้ได้

 

[ซน แชยอง! แกอยู่นั่นหรือเปล่า?]

 

                “อ๊ะ นั่นเสียงเพื่อนฉัน...คุณ...อึกก

 

ริมฝีปากเล็กถูกเบียดแน่นอย่างรวดเร็ว คำพูดต่างๆ ถูกกลืนไปในพริบตา เจ้าของ ลิ้นอุ่นๆ ได้รุกล้ำเข้ามาพร้อมกับส่งยาเม็ดสุดท้ายให้คนตัวเล็กกลืนมันลงไป และไม่ลืมที่จะชวนอีกฝ่ายให้ตอบรับคำชวนอันหอมหวานจากเธอเช่นกัน

                “อึกก...”

 

เหมือนในหัวจะขาวโพลนไปหมด รสชาติหวานปนขมกำลังไหลลงคอไปเรื่อยๆ ในคอฉันแห้งผากเหมือนต้องการอะไรมาทำให้ชุ่มชื่น จูบที่หนักหน่วงจากคนตรงหน้าทำให้ฉันลืมโลกความจริงไปชั่วขณะ พลันสายตาของเราทั้งคู่จับจ้องกันและกันไม่ละห่าง ฉันรู้สึกได้ถึงแรงผลักมหาศาลจากท้ายทอยที่ถูกฝ่ามือหนาต้านไว้ไม่ให้ฉันหนีไปไหนได้ ก่อนที่รสจูบจะเปลี่ยนไปจากหน้ามือเป็นหลังมือ แอลกอฮอล์แรงๆ ที่ยังคงเหลืออยู่ในตัวฉันเริ่มแผลงฤทธิ์ขึ้นมาอีกครั้ง และมันทำให้ฉันไม่สามารถบังคับร่างกายนี้ได้อีกต่อไป

 

                “...”

 

ร่างเล็กกระตุกอีกครั้งเมื่อถูกรุกหนักจนไม่มีจังหวะเว้นให้เธอได้มีโอกาสหายใจได้ทัน คนตัวสูงใช้มืออีกข้างที่ว่างสอดมือไปใต้เสื้อตัวโคล่งเพื่อไล้ตามแผ่นหลังอีกฝ่ายจนมาถึงช่วงเอวเพื่อกระตุ้นให้แชยองตอบรับสัมผัสอันหนักหน่วงที่เธอได้มอบให้ และเป็นดั่งหมายเมื่อร่างเล็กตวัดลิ้นเร่งเร้าเหมือนปรารถนามากขึ้นอีก

 

                “อืมม...”

 

                “แฮ่กๆ...”

 

                “เดี๋ยวได้ตายพอดี” คนตัวสูงถอนริมฝีออกพร้อมกับกระซิบที่ข้างหูแชยองเบาๆ “ขึ้นรถ”

 

เหมือนอารมณ์ฉันยังค้างอยู่ หลังจากฉันถูกปล่อยจากพันธนาการเมื่อครู่ ก็รีบตักตวงอากาศเข้าปอดอย่างเต็มที่ก่อนที่จะถูกผลักให้เข้าไปในรถคันข้างๆ

 

 

บรื๊นน~

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

               

หลังจากที่ผู้หญิงคนนี้ขับรถออกมาได้สักพัก ความเงียบก็เริ่มเข้าปกคลุมรถทันที สติฉันก็ยังกลับมาไม่มากนักเพราะที่เราจูบกันเมื่อครู่มันทำให้ใจฉันเริ่มอยู่ไม่สุขสักนิดเดียว กลับกันยิ่งฉันนั่งใกล้หล่อนขนาดนี้ แม้แอร์ในรถจะเย็นฉ่ำแต่ร่างกายกับร้อนระอุ

 

 

อย่าเพิ่งติดใจล่ะ”                               

 

หึ...คุณเอาอะไรให้ฉันกิน ตอนเราจูบกัน

 

ยาแก้เมาน่ะ คุณไม่ยอมกินมันดีๆ ฉันเลยป้อนให้

 

 

“คุณเป็นคนดีใช่ไหม?”

 

“เดี๋ยวก็รู้”

 

อีกฝ่ายตอบเสียงเรียบพร้อมกับแสยะยิ้มมาให้ฉัน นี่เพราะสติฉันยังมีไม่ครบนะ ประสาทการรับรู้เลยลดลงไปด้วย ไม่รู้เหตุผลเพราะอะไรฉันถึงได้ละสายตาจากหล่อนไม่ได้เลย

 

 

.

 

 

6.00 AM

 

 

 

อืม...

 

เมื่อปรับสายตาเข้ากับแสงภายในห้องได้ เหมือนร่างกายมันจะยังน็อคอยู่ฉันเลยทำได้เพียงแค่กวาดตาไปรอบๆ เพื่อหาจุดสนใจบางอย่าง...และฉันก็ปวดเนื้อปวดตัวไปหมดเหมือนกัน

 

“ที่ไหนเนี่ย...โอ๊ย!

 

เหมือนร่างมันจะพังให้ได้ ทันทีที่ฉันพยายามจะลุกออกจากเตียง ความเจ็บปวดก็แล่นมาที่สะโพกโดยไม่ทันตั้งตัว จากขาตะเกียบที่กึ่งลุกกึ่งยืนก็แย่พออยู่แล้ว ยังจะมาเจ็บซ้ำอีก เพิ่งสังเกตว่าตัวฉันไม่ได้ใส่เสื้อผ้าสักชิ้นเดียว เหมือนยิ่งนึกถึงเรื่องเมื่อคืนก็ยิ่งปวดหัว

 

“เมื่อคืนเหมือนจะตามผู้หญิงคนนั้นมา...หรือว่า”

 

“นี่ฉันมีเซ็กส์กับผู้หญิงด้วยกันหรอเนี่ย!

 

จะท้องไหมนะ? ไม่หรอกน่า! ฉันไม่ควรมาคิดมากเรื่องแบบนี้ ปัญหาคือผู้หญิงคนนั้นต่างหาก จะรีบหายหัวไปไหนนะ หลอกฟันกันชัดๆ

 

 

.

 

 

.

 

 

.

 

 

สถานบันเทิง X

 

 

คืนนี้คนเยอะกว่าปกติเพราะเป็นวันศุกร์ ฉันเลยตัดสินใจมาคนเดียวและไม่อยากให้เค้ารู้ว่าฉันพาคนอื่นมาเพื่อต้องการรู้ตัวจริง ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น วันนี้ฉันก็ต้องคุยกับผู้หญิงคนนั้นให้ได้

 

 

~ ~

 

 

                อะแฮ่ม! จะรังเกียจไหมครับถ้าจะขอนั่งด้วยคน

 

จู่ๆ ก็มีผู้ชายวัยยี่สิบกลางๆ เดินเข้ามาตบที่พนักเก้าอี้ตรงข้ามกับฉัน ก่อนจะทำท่าหย่อนก้นลงนั่งโดยไม่คิดจะสนใจคำตอบจากฉันสักคำ เขาขยับใบหน้าที่เกลี้ยงเกลาและหล่อเหลาขนาดเรียกสายตาจากสาวๆ รอบข้างเพื่อหว่านเสน่ห์ หรือเพื่ออะไรสักอย่างตามแต่เขาเคยทำเป็นกิจวัตรประจำวันที่จำเจสุดๆ

 

                “รังเกียจค่ะ”

 

                “...”

 

                “เสียงฉันเบาไปหรอคะ”

 

            “แหมๆ อย่าเพิ่งดุสิครับ ทำไมเราไม่ลองแลกเบอร์กันหน่อยล่ะครับ”

 

                “ยังไม่ลุกไปอีก งั้นฉันไปเองก็ได้”

 

                “...”

 

หลังโดนปฏิเสธไป ผู้ชายคนนั้นก็ได้แต่นั่งยิ้มแหยๆ กันหน้าแหกไปสักพัก ใครกันจะหน้าด้านพอที่จะทนอยู่ตรงนั้นได้ จ้องจะกินอยู่ได้ไม่เจียมตัวเลย

 

หมับ!

 

                “ทำไมคืนนี้ถึงมาเที่ยวที่นี่ล่ะคะ”

 

                “...”

 

ตึกๆ...ตึกๆ...ตึกๆ 

 

แม้ในผับแห่งนี้จะไม่ค่อยสว่าง และมีเสียงเพลงที่ดังสนั่นไปทั่วอาณาบริเวณ และฉันก็ยังไม่ได้ดื่มอะไรสักนิด ก็เดาได้ทันที่ว่าเจ้าของเสียงเบาๆ ที่ข้างหูนี้เป็นของใคร

 

 

ตึกๆ...ตึกๆ...ตึกๆ 

 

 

“เมาอยู่หรือเปล่าคะเนี่ย หืมม?”

 

ใบหน้าคมของเจ้าหล่อนโน้มลงมาเกยที่ไหล่ของฉันทันที โดยไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดมือ พร้อมกับกระชับมือที่โอบรอบเอวฉันจากข้างหลังไว้ให้แน่นขึ้นเหมือนจะกันไม่ให้ฉันเดินหนีไปไหน แต่ตัวฉันเอง กลับแข็งทื่อ ยืนนิ่งเป็นลูกกวางที่รอถูกขย้ำในอ้อมแขนเจ้าหล่อนซะได้

 

                “ทำไมคุณถึงหลอกฉันล่ะคะ

 

                “ฉันไปหลอกคุณตั้งแต่เมื่อไรคะ

 

                “คุณไม่ใช่คนดี กล้ามากนะที่หลอกฉันเมื่อคืน

 

                “เมื่อคืนที่ว่า คือที่ไหนคะฉันจำไม่เห็นได้เลยว่าอยู่กับคุณ

 

                “กี่ร้อยแปดเหตุผลคะ ที่คุณใช้กับคนอื่นๆ

 

นี่…” คนตัวสูงกว่าเริ่มยิ้มออกเมื่อเห็นอีกฝ่ายเริ่มมีท่าทีจะงอน พร้อมกับจับไหล่เล็กให้หันมาเผชิญหน้ากับเธอ “แล้วฉันบอกเมื่อไรล่ะคะ ว่าฉันเป็นคนดีอย่างที่คุณพูด”

 

“คุณก็ใจร้ายเกินไป ใจคอไม่คิดจะบอกชื่อให้ฉันรู้จักหน่อยหรอ”

 

“ไม่จำเป็นต้องบอกนี่คะ เราต่างก็เป็นแค่นักท่องราตรี ความสัมพันธ์ไม่ยั่งยืนอยู่แล้ว”

 

“แค่คิดรักสนุกเท่านั้นหรอไง แล้วทำไมถึงต้องมาเจาะจงที่ฉันด้วยล่ะ”

 

“ก็เคยคิดแบบนั้น”

 

“อยู่คนเดียวไปตลอดชีวิตแบบคุณก็ดีเหมือนกันนี่ ไม่เดือดร้อนใครดี”

 

                ฉันเดินตัดพ้อออกมาด้วยอารมณ์เซ็งๆ กับผู้หญิงที่ฉันอยากจะคาดหวังกับคำพูดเค้าทั้งๆ ที่เราเพิ่งจะเคยเจอหน้าเป็นครั้งที่สอง แล้วฉันดันไปหลงชอบเค้าได้

 

 

ซ่าาา!

 

               

                “ไอ้แชง! ตื่นมาโลกความจริงได้แล้วโว้ย!”                         

 

ฉันตบหน้าตัวเองเบาๆ ก่อนจะล้างหน้าให้ชื่นใจเพื่อเรียกสติตัวเองทีหนึ่ง โดยไม่ลืมที่จะหาคำมาปลุกใจตัวเองให้รู้สึกดีขึ้น

 

 

แอ๊ดด~~

 

 

                “...”

 

                “...”

 

                “ถ้าคุณจะใช้อ้างล่างมือก็ระวังหน่อยนะ ฉันอาจจะเปิดน้ำแรงไปหน่อย มันเลยกระเด็น”

 

                “คุณยังไม่ตอบฉันเลยว่าทำไมถึงมาเที่ยวที่นี่ในคืนนี้”

 

                “เรามันพวกนักท่องราตรี ไม่มีอะไรแน่นอนอยู่แล้วนี่คะ ก็คงเหมือนลมเพลมพัดนั่นแหละ”

 

                “แต่ฉันว่ามันมีอะไรมากกว่านั้นนะ”

 

ฉันจำเป็นต้องถอยหลังออกมาเรื่อยๆ เมื่ออีกฝ่ายไม่พูดเปล่า แต่ยังเขยิบเข้ามาหาฉันเรื่อยๆ จนหลังชิดกับผนังห้องน้ำจนได้

 

                “มีอะไรอีกล่ะคะ”

 

                “ฉันบอกไปแล้วนี่คะว่าเคยคิดแบบเดิมๆ แต่ตอนนี้รู้สึกอยากทำอะไรสักอย่างที่แตกต่างออกไป”

 

                “ทำแล้วคุณจะได้ประโยชน์อะไรล่ะ”

 

                “เรียกฉันว่า มินะได้ไหมคะคุณแชยอง

 

                “อะไรนะ?”

 

 

คลิกก!

 

 

                เพราะฉันจะสานต่อเรื่องของเราต่อที่นี่ไงล่ะคะ

 

ฉันได้ยินเสียงล็อคประตูเป็นเสียงสุดท้ายก่อนที่สติฉันจะขาดหายไป แล้วปล่อยให้ร่างกายทำตามความรู้สึกของมัน และตอบรับความรู้สึกของตัวฉัน พร้อมกับทิ้งรอยความเป็นเจ้าของที่ต้นคอของมินะไว้ดูเล่น

 

 



                                                            ----จบ----




***
ผิดพลาดตรงไหน ต้องขออภัยด้วยนะคะ ^_^
ที่แต่งแนวนี้ไม่ใช่เพราะเราชอบเที่ยวนะ 55555
ฟิคเรื่องนี้ยังอยู่ในโปรเจค #เพลงรักมิแชง ด้วย
อย่าลืมติดตามอีกหลายๆ เรื่อง จากไรท์คนอื่นๆ ด้วยน้าาา :D 

ผลงานอื่นๆ ของ --ce

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 11 มีนาคม 2560 / 11:50
    เผ็ดมากกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกกก ชอบค่ะ 555555555
    #1
    0