นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

คัดลอกลิงก์เเล้ว

ไม่รู้เหรอว่าอะไรที่ทำให้ผมร้าย?

ความขัดแย้งกับสังคมที่ทำร้ายคนๆหนึ่งส่งผลให้เขาต้องผันตัวเอง เปลี่ยนพฤติกรรม ความคิด รวมถึงหนทางที่ถูกต้อง จนกลายเป็น"คนร้าย..."

ยอดวิวรวม

49

ยอดวิวเดือนนี้

0

ยอดวิวรวม


49

ความคิดเห็น


0

คนติดตาม


1
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  12 ม.ค. 62 / 19:28 น.
นิยาย ÷?

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้
ยินดีต้อนรับครับ
นี่คือนิยายที่จะเอาไปเขียนลงใส่สมุดเล่มเล็กในงานภาษาไทย อ่านเขียนครับ...


ถ้าสนใจก็อยู่อ่านต่อ
ถ้าไม่สนใจก็ต้องอ่านต่อ
เพราะถ้าคุณไม่อ่านให้จบ
.
.
.
.

...เขาอาจไปฆ่าคุณ


CHARACTER

ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ หนุ่มแว่น อนิเมะ

"คิว"
คิวเด็กหนุ่มอายุ 18 ปี เป็นเด็กตั้งใจเรียน ขยันหมั่นเพียรทำงานพาร์ทไทม์และงานอื่นๆเสริมเพื่อครอบครัวที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวของเขาซึ่งก็คือ...น้องสาวของเขานั่นเอง





ผลการค้นหารูปภาพสำหรับ เด็กผู้หญิงผมดำ น่ารัก อนิเมะ

"เทคแคร์"
เทคแคร์หรือแคร์ น้องสาวของคิว สาววัยกระเตาะเพิ่งอายุครบ 14 ปีบริบูรณ์ เป็นเด็กเรียนเก่ง รักพี่ของตนมาก ชอบคิดมากมีอะไรก็เก็บไว้คนเดียวไม่บอกใครเพราะไม่อยากทำให้ใครเดือดร้อน

เนื้อเรื่อง อัปเดต 12 ม.ค. 62 / 19:28


ปัง!!

เสียงลั่นไกดังสนั่นไปทั่วโกดังร้าง ลูกตะกั่วกระเด็นกระดอนไปตามทิศของปากกระบอกมันเป็นครั้งที่เท่าไหร่...ผมก็ไม่ได้นับซะด้วยสิ

ผมยังคงจ่อปลายกระบอกปืนไปที่เพื่อนเก่าของผมทั้งสามคนที่ตอนนี้นั่งกุมหัวอยู่กับพื้น ผมไม่ได้ยิงใส่พวกเขาเอาจริงๆก็แค่เฉียดๆ แต่มันก็ไม่สามารถทำให้ความโกรธแค้นของผมที่มีต่อพวกเขาดับลงไปได้หรอกนะ ไฟที่สุมอยู่ในอกของผมมันช่างเดือดดาลสุดจะทน ผมมองพวกเขาอย่างน่าสมเพชเวทนาแล้วเอ่ยพูดขึ้น

"เพราะคนแบบพวกมึงนั่นแหละ...ที่ทำให้กูเป็นแบบนี้ ก็ในสังคมมีคนอย่างพวกมึงยังไงล่ะ เพราะตำรวจทำอะไรมึงไม่ได้ไงกูถึงต้องลงมือทำแบบนี้"ผมย่อตัวลงในมือยังคงถือปืนอยู่แล้วเอียงคอมองเขาพลางเหยียดยิ้ม

ผมใช้มือจิกหัวของเพื่อนเก่าอย่าง'ทราย'อีกทั้งยังเป็นหัวหน้ากลุ่มออกมาจากเพื่อนอีกสองคนของมัน'ธาร'และ'โปร'

"ฮึก! มึงกูขอโทษ!! ไอ้คิวอย่าทำอะไรพวกกูเลย!!!"ชายหนุ่มที่เจาะหูข้างละสามห่วงหรือก็คือไอ้ทรายยกมือไหว้ผมอย่างอ้อนวอน ลูกน้องของมันก็ทำเช่นกัน

"แล้ววันนั้นที่น้องกูขอพวกมึงแบบนี้ทำไมพวกมึงไม่หยุดล่ะ..."

ผมจับพวกมันสามคนมัดไว้ด้วยเชือกเส้นหนาและทิ้งหลักฐานมัดตัวพวกมันไว้ไม่ไกลนักมีทั้งคลิปจากกล้องวงจรปิด ผลตรวจดีเอ็นเอและอาวุธที่ตำรวจหาไม่เจอ

ผมรีบออกมาจากโกดังร้างแล้วโทรให้ตำรวจมาลากตัวพวกมันเข้าคุก

พวกคุณที่อ่านมาถึงตรงนี้อาจจะสงสัยว่าทำไมพวกมันถึงถูกจับ..เรื่องมันเกิดขึ้นเมื่อสองสัปดาห์ที่แล้ว...

ผมชื่อ 'คิว' ครับ ผมสวมแว่นหนาเตอะผมปรกตาและไม่ค่อยสุงสิงกับใครมากนัก ผมเป็นนักศึกษาที่ตอนนี้อาศัยอยู่ที่หอกับน้องสาวแท้ๆที่ชื่อ 'แคล์' เธอยังเป็นเด็กมอต้นวัยใสกำลังน่ารักเลยครับ อ้อ! ส่วนพ่อแม่ของพวกผมท่านเสียไปเมื่อสี่ปีก่อนครับ เราสองพี่น้องจึงต้องพึ่งพิงกันด้วยกำลังของเราสองคนครับ

หลังจากที่ผมเลิกคลาสการเรียนการสอนของมหาวิทยาลัย ผมก็จะรีบตรงไปที่ทำงานพิเศษทันทีครับ ที่ที่ผมทำเป็นร้านอาหารหรูชื่อดังไม่ไกลจากมหาลัยของผมมากนัก เมื่อเลิกงานผมก็จะรีบกลับบ้านไปทำอาหารให้น้องที่กำลังรอผมที่หอเพราะแคล์เลิกเรียนไวกว่าผมดังนั้นจึงต้องกลับก่อน

ทุกวันของผมมีความสุข ถึงแม้จะมีแค่เราสองพี่น้องแต่ก็อบอุ่นและสบายใจ ผมและแคล์เรารักกันมากครับ เป็นห่วงเป็นใยและเอาใจใส่กันเสมอเมื่อเวลาไม่เข้าใจกันเราจะไม่ให้พูดคำหยาบและให้พูดกันด้วยเหตุผล

ผมอยากให้ทุกวันเป็นวันที่ดีของเราสองพี่น้องตลอดไป

วันนี้เป็นวันอาทิตย์วันหยุดของน้องแต่มันยังเป็นวันทำงานของผม

"คิวไปเสิร์ฟโต๊ะสาม"เสียงของลุงหัวหน้าเชฟเรียกผมจากหลังเคาน์เตอร์พร้อมกับวางอาหารจานหรูไว้

"ครับเชฟ"ผมขานรับแล้วเดินไปหยิบจานนั้นใส่ถาดเงินบนมืออย่างชำนาญแล้วตรงไปที่โต๊ะสามเพื่อเสิร์ฟอาหาร

"อ้าว ไอ้คิวมึงทำงานที่นี่เหรอวะ"คนคนนี้ผมจำได้ว่าเคยเป็นเพื่อนเก่าของผม มันชื่อ'ทราย'

"สวัสดีเพื่อนเก่า"นี่คือ'ธาน'

"ไม่เปลี่ยนไปเลยนะคิว"และคนนี้คือ'โปร'

"อาหารได้แล้วครับ"ถ้าถามผม ผมบอกได้เลยว่าไม่ได้สนิทกันขนาดที่จะต้องใส่ใจอะไรมากนัก เมื่อผมวางจานอาหารเสร็จผมก็ขอตัวออกมาจากตรงนั้นทันที

ผมทำงานตั้งแต่สิบโมงเช้าจนถึงสี่ทุ่มครึ่ง ซึ่งตอนนี้ก็สี่โมงเย็นแล้ว..

"อ้าว คิวคิดอะไรอยู่ล่ะ ทำหน้าเครียดเชียว?"ลุงหัวหน้าเชฟเข้ามาห้องพักพนักงานแล้วทักผมเมื่อเห็นผมทำหน้าครุ่นคิดอย่างเคร่งเครียด

"แฮะๆ พอดีวันนี้วันเกิดน้องสาวของผม ผมเลยกำลังคิดว่าจะให้อะไรน้องดีน่ะครับ"ผมตอบพลางพยายามคิดถึงสิ่งที่น้องแคล์ชอบ

"ไม่พามาเลี้ยงอาหารที่นี่ล่ะ"

"โห เชฟครับเชฟก็รู้ว่าอาหารที่นี่แพงเกินกำลังของผม ผมจ่ายไม่ไหวหรอกครับ"

"เอางี้เดี๋ยวฉันเลี้ยงเอง"

"เอ๊ะ!!? จะดีหรือครับเชฟ!"

"ดีสิ ก็เอ็งตั้งใจทำงานขยันขันแข็งขนาดนี้แค่เลี้ยงค่าอาหารเอ็งกับน้องเอ็งแค่นี้กระเป๋าฉันไม่รั่วหรอก"

แน่นอนว่าผมต้องตอบตกลง แม้จะเกรงใจอยู่บ้างแต่นานๆทีจะมีคนเต็มใจที่จะมาเลี้ยงก็ดีเหมือนกัน

หลังจากที่คุยกับคนในครัวเรื่องเลี้ยงอาหารเนื่องในโอกาสวันเกิดน้องของผมแล้วผมก็รีบโทรหาแคล์น้องรักให้มาที่ร้านอาหารที่ผมทำงานอยู่ทันที จริงๆก็เคยมีครั้งหนึ่งที่ให้น้องมาที่ร้านอาหารที่ผมทำงานอยู่เพราะผมลืมชุดพนักงานไว้ที่บ้านและแคล์ก็เอามาให้ผมถึงร้านในไม่กี่นาที

ผมใจจดใจจ่อรอให้แคล์มาผลักประตูร้านเข้ามา...

นี่ก็ปาเข้าไปสามชั่วโมงแล้ว...

ทำไมแคล์ยังไม่มาอีก...

"คิว ฉันว่าเอ็งลองโทรไปตามน้องเอ็งก่อนไหม?"ลุงหัวหน้าเชฟบอกผม

"ครับ"

ผมเริ่มกังวลมากขึ้น เมื่อน้องของผมไม่รับโทรศัพท์สักที สีหน้าของผมเริ่มไม่สู้ดีนักจนผมต้องขอตัวออกไปตามน้อง

ผมวิ่งออกมาจากร้านอาหารที่ผมทำงาน ในมือยังคงถือสายรอน้องของผมอยู่ เหงื่อเม็ดโตผุดเต็มใบหน้าและฝ่ามือ ใจของผมกระตุกรัวอย่างใจหายราวกับกำลังหวั่นกลัว 

กึก!

ผมหยุดวิ่งแล้วหันมองทุกทิศทางเพราะผมได้ยินเสียงอะไรบางอย่างซึ่งไม่ไกลมากนัก มันคือเสียงโทรศัพท์ของแคล์ เมื่อผมได้ยินผมจึงรีบสาวเท้าไปที่ซอกตึกที่มีเสียงนั้นดังลอดออกมาอย่างทันทีทันใด

"แคล์!!!"ผมตะโกนลั่นแล้วรีบเข้าไปประคองแคล์ขึ้นมาอิงบนท่อนแขนของผม

ผมแทบจะไม่อยากเชื่อสายตัวเอง เสื้อผ้าที่ขาดวิ่นกระจัดกระจาย รอยแผลช้ำเลือดช้ำหนองทั้งบนใบหน้าและร่างกาย รอยดูดจนเขียวทั่วหน้าอก รอยเหมือนถูกขี้บุหรี่จี้บนใบหน้า รอยฟกช้ำที่ท้อง คราบน้ำกามที่เปรอะบนใบหน้า ช่องทวารหนักและ...ช่องทางด้านล่างของแคล์ที่ท่วมไปด้วยเลือดรอยฉีกขาดและน้ำอสุจิจำนวนมาก

"พะ...พี่....ฮึก!"แคล์ก็คงไม่รู้สึกตัวแต่เธอก็พยายามเค้นเสียงที่แหบพร่าเอ่ยถึงผมตลอดเวลาที่ไม่มีสติ"พี่...ค...คิว.."

"แคล์อย่าเป็นอะไรไปเลยนะพี่ขอร้อง!! ฮือ! อยู่กับพี่ก่อนพี่เหลือแคล์แค่คนเดียวนะแคล์!!!"ผมไม่กล้ากอดเธอแน่นกลัวว่าจะไปกระทบแผลของเธอ ผมได้แต่จิกเล็บลงบนมือของตัวเองแล้วร้องไห้"ไม่สิ!! ฮึก!!"ตอนนี้ผมต้องมีสติก่อน ผมต้องโทรเรียกรถพยาบาลและตำรวจ!!

เมื่อรถพยาบาลมาถึงก็รีบหามตัวน้องของผมขึ้นรถทันที ผมตามขึ้นไปบนรถพลางจับมือของแคล์มากุมไว้เบาๆไม่ยอมปล่อย

"แคล์...พี่ขอร้อง.....อย่าจากพี่ไปอีกคนเลยนะ"

ผมได้แต่ภาวนาให้ยังทันทีเถอะ

แคล์ถูกนำตัวเข้าห้องไอซียู ส่วนผมก็ได้แค่นั่งรออยู่ด้านนอกเท่านั้น 

หลังจากนั้นเพียงหนึ่งวันผลตรวจก็ออกมาว่า เกิดจากการถูกรุมโทรมอย่างรุนแรงจนเกือบถึงแก่ชีวิต เกิดการติดเชื้อเอชไอวี โรคมะเร็งปากมดลูก หนองใน โรคที่ติดจากเชื้อแบคทีเรียจากการทำกิจกรรมทางเพศที่สัมผัสกับแผลโดยตรง ติดเชื้อปรสิตชนิดหนึ่งผ่านการทีเพศสัมพันธ์ทางปาก อวัยวะเพศและทวารหนักหรือโรคไทรโคโมนิอาสิส แผลฟกช้ำจากการถูกตบต่อยที่หน้า เตะที่ท้อง ถูกจี้ด้วยขี้บุหรี่ที่แก้มและอาการเลือดคั่งเฉพาะจุดจากการถูกดูดอย่างรุนแรง

ผมรับไม่ได้กับสิ่งที่เกิดขึ้น ผมไม่เคยคิดว่าเรื่องแบบนี้จะเกิดขึ้นกับน้องของผม ผมไม่รู้ว่าควรจะทำอะไรต่อไปดีแล้วน้องผมจะรอดหรือเปล่า ถ้าผมจ่ายเต็มที่หมอจะทำให้น้องผมหายได้ใช่ไหม ผมยอมทำทุกอย่างขอแค่ให้น้องผมดีขึ้นหรือถ้าเป็นไปได้ก็หายขาดไปเลยยิ่งดี

แต่คำตอบที่ได้จากหมอ...

"ขึ้นอยู่กับจิตใจของคนไข้แล้วล่ะครับว่าจะรับการรักษาไหวไหม เพราะโรคและอาการที่ออกมาตามผลตรวจอันตรายมากและเยอะมาก รุนแรงจนอาจถึงแก่ชีวิตได้นะครับ อย่างไรก็ตามถ้าคุณสามารถทำให้น้องของคุณมีจิตใจที่เข้มแข็งและต่อสู้กับความเจ็บปวดได้ หมอก็จะช่วยเต็มที่ครับ"

ผมได้แต่พยักหน้าตอบรับในสิ่งที่หมอพูด.....

ผมเดินไปทางห้องที่น้องผมนอนพักอยู่ 

"พี่ได้แต่มองน้องจากกระจกใสนี้เท่านั้นนะแคล์ พี่ไม่สามารถเข้าไปสวมกอดน้องได้ พี่ไม่สามารถกุมมือน้องได้ พี่ได้แต่ให้กำลังใจน้องตรงนี้เท่านั้นนะแคล์ แคล์ต้องสู้นะ...ฮึก! เพราะพี่ก็จะสู้เพื่อแคล์เหมือนกัน รอพี่ก่อนนะ!"ผมไม่สามารถห้ามน้ำสีใสที่เอ่อล้นออกมาจากตาได้ มันช่าง...เจ็บปวดใจเหลือเกิน

ผมรีบตั้งสติแล้วรีบไปที่โรงพักเพื่อดูความคืบหน้าของคดี

ณ โรงพักแห่งหนึ่ง

"คดีคืบหน้าไปถึงไหนแล้วครับสารวัตร"เมื่อผมเข้ามาด้านในโรงพักผมก็รีบสอบถามทันที

"ยังไม่คืบหน้าเลยครับ ไม่เหลือหลักฐานอะไรไว้ในที่เกิดเหตุเลยครับ"เขาตอบผมอย่างไม่ค่อยสนใจนัก

"แล้วน้ำอสุจิพวกนั้นล่ะครับ! เอาไปตรวจหรือยังครับ!!"

"เราต้องใช้เวลาครับ คงต้องรอผลตรวจออกมา"

"นานแค่ไหนล่ะครับ!!"

"ไม่ทราบครับ ต้องรอทางฝั่งตรวจสอบติดต่อกลับมาครับ"

"ละ...แล้วกล้องวงจรปิดล่ะครับ!!!"

"ในซอกตึกระแวกนั้นไม่มีกล้องวงจรปิดเลยครับจึงทำให้การสืบสวนสอบสวนเป็นไปได้ยากมากครับ ตอนนี้ผมต้องไปปฏิบัติหน้าที่แล้วขอตัวก่อนนะครับ"

"...นี่มันเรื่องบ้าอะไรกัน ทำไมคุณถึงเมินเฉยกับคดีนี้ มันเป็นคดีที่ร้ายแรงนะครับ!! พวกคุณต้องรีบตรวจสอบสิ!!"ผมพูดเสียงดังลั่นโรงพักด้วยความหัวเสีย

สุดท้ายผมก็โดนลากออกมาจากโรงพัก ผมว่าแบบนี้มันไม่ถูกต้อง พวกเขาดูก็เพิกเฉยกับคดีนี้....มันแปลกเกินไป...แต่แล้วผมก็จำต้องล้มเลิกในเรื่องของคนที่โรงพักแล้วกลับมาที่ทำงานพิเศษ และหางานที่อื่นทำเสริมอีกเพื่อเป็นค่ารักษาให้แคล์

หลายวันต่อมา

ผมขอที่ทำงานว่าไม่อยากได้วันหยุดและช่วยเพิ่มงานให้ผมเพื่อเพิ่มค่าแรง ผมทำงานติดต่อกันสามเดือนในระหว่างนั้นผมก็คอยแวะไปที่โรงพักเพื่อดูความคืบหน้าเสมอแต่มันก็ไม่มีอะไรดีขึ้น...

วันนี้เป็นวันที่ผมจะได้ค่าแรงงานของผม ตอนนี้ผมเก็บเงินพอที่จะเป็นค่ารักษาให้แคล์ได้แล้ว ผมรีบปรี่ไปที่โรงพยาบาลที่แคล์นอนรักษาอยู่

ณ โรงพยาบาล

ห้องสีขาวและมีกระจกใสกั้นไว้ทำให้ผมไม่สามารถเข้าไปหาแคล์ได้ แคล์อาการดีขึ้นเล็กน้อยแต่หมอก็ยังบอกว่าอย่าเพิ่งนิ่งนอนใจพวกหมอและพยาบาลจึงคอยผลัดกันมาดูแลแคล์ ผมมองดูผู้เป็นน้องที่อยู่บนเตียงขาวสะอาด

"แคล์..."ผมเปล่งเสียงเบาๆแล้วพูดต่อ"พี่มาเยี่ยมแล้วนะ... พี่คิดถึงน้องแคล์นะ รีบฟื้นมาคุยกันนะ..รีบหายนะแล้ว..กลับหอด้วยกันใช้ชีวิตด้วยกันเหมือนเดิมนะแคล์"ผมได้แต่พึมพำอยู่คนเดียว แต่ทันใดนั้น! ผมเห็นมือของแคล์เริ่มขยับ

"...."แม้จะเล็กน้อยแต่เธอก็เริ่มรู้สึกตัว แคล์ขยับแล้ว!!"แคล์!"ผมเอ่ยเสียงเรียก เธอหันมามองผมอย่างช้าๆเหมือนยังไม่ได้สตินักและเธอก็ร้องไห้ออกมมาโดยที่ไร้เสียงมีแค่น้ำสีใสเท่านั้นที่ไหลอาบแก้มไม่หยุด ผมรีบแจ้งหมอและพยาบาลทันทีที่ได้สติ

โล่งใจจริงๆที่เห็นแคล์ฟื้นขึ้นมา พี่ดีใจมากจริงๆนะแคล์...

แต่ทั้งๆที่คิดว่าเรื่องมันจะเริ่มดีขึ้น ผมก็ดีใจได้ไม่นานนัก....หมอบอกกับผมในสัปดาห์ต่อมาว่า

"น้องของคุณทนรับความเจ็บปวดของโรคและการผ่าตัดไม่ไหว...จนสิ้นใจไปเมื่อไม่กี่นาทีที่แล้ว หมอขอแสดงความเสียใจด้วยนะครับ"ชายวัยกลางคนในชุดขาวโค้งตัวลงอย่างเศร้าสลดใจ

น้องของผม ครอบครัวเพียงคนเดียวของผม น้องที่ผมรักมากที่สุดพยายามดูแลปกป้องมาตลอด...ตอนนี้....ไม่มีอีกแล้ว

ในขณะที่ผมกำลังเดินออกจากโรงพยาบาลผมได้ยินเสียงของคนที่คุ้นเคยอย่าง 'ไอ้ทราย' ที่กำลังคุยโทรศัพท์อยู่ ผมคิดที่จะเดินผ่านไปอย่างไม่สนใจ แต่เรื่องที่มันพูดออกมาทำให้ผมต้องหยุดชะงักพร้อมกับหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาอัดเสียงเผื่อไว้ก่อน

"กูมารอส่งเงินให้คนที่รับทำคดีให้มันไง นัดที่โรงพักกูก็โดนสงสัยไหมวะไอ้ธารไอ้โง่ หัดฉลาดเหมือนกูบ้างนะ ไม่สินอกจากฉลาดมึงต้องมีเงินด้วยสิ เพราะเงินน่ะมันซื้อได้ทุกอย่าง แม้กระทั่งตำรวจ ฮ่าๆๆๆ มีปัญหาแค่มีเงินก็แก้ได้แล้วเป็นลูกคนใหญ่คนโตนี่มันดีจริงๆเลยโว้ย! ฮ่าๆๆ"มันพูดโอ้อวดอย่างภูมิใจหลังจากนั้นก็มีรถตำรวจมาจอดขวางหน้าไอ้ทราย มีคนลงมาสองคน ซึ่งหนึ่งในนั้นคือสารวัตร...ที่ผมไปแจ้งความ เขารีบรับเงินแล้วขึ้นรถจากไป

"พวกเลวเอ๊ย!!! ที่คดีไม่คืบหน้ามันเพราะแบบนี้เองสินะ!!! ได้! พวกมึงจะทำแบบนี้ใช่ไหมเดี๋ยวมึงเจอกู!!! กูจะทำให้พวกมึงเข้าคุกให้ได้!!!"ผมพยายามสกัดกลั้นอารมณ์โกรธของตัวเองไว้แล้ววางแผนลากหัวพวกมันเข้าคุก

ตกเย็น

เมื่อผมกลับมาที่หอผมก็ใช้เงินทั้งหมดที่ผมอุส่าจะเก็บไว้เป็นค่ารักษาให้แคล์แต่ตอนนี้คงต้องเอาไปใช้จับตัวพวกมันแทนแล้วล่ะครับ

ผมศึกษาวิธีการแฮกข้อมูลข้ามวันข้ามคืนโดยใช้เวลาเพียงสามวันผมก็เข้าใจมันอย่างทะลุปรุโปร่งและดำเนินการตามแผนที่ผมวางไว้

ผมติดต่อที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติเพื่อแจ้งเรื่องดังกล่าวแล้วส่งทั้งหลักฐานจากคลิปเสียงที่ผมแอบอัดไว้ตอนที่ไอ้ทรายคุยโทรศัพท์ พร้อมทั้งส่งคลิปวีดิโอในตอนเกิดเหตุที่มีกล้องวงจรปิดของหอใกล้ๆบันทึกไว้ได้ทุกวินาทีที่เกิดเหตุ อ้อ เจ้าของหอไม่ได้ให้ผมหรอกนะครับเพราะเขาก็โดนซื้อด้วยเงินของไอ้ทราย ผมเลยแฮกมานั่นแหละครับ แน่นอนว่าผมไม่ได้บอกที่สำนักงานว่าผมแฮกมา ฮ่าๆๆ


และแล้วข่าวในเช้าวันต่อมาก็มีหน้าพวกมันในจอทีวีหรือแม้กระทั่งหนังสือพิมพ์รวมถึงในโลกโซเชียลด้วย ได้ดังกันแล้วนะ ทราย ธาน โปร หึ! แต่ในด้านลบอะนะ

"มึงโดนประณามขนาดนี้ออกมาจากคุกพวกมึงก็คงไม่มีที่ยืนในสังคมแล้วล่ะ"ผมเสยผมขึ้นพลางแสยะยิ้ม"นิ่งนอนใจอยู่รึเปล่า ถ้าคิดว่าให้ติดคุกกิ๊กก๊อกแล้วเรื่องจะจบมันสบายไปนะ"ผมหยิบรีโมทกดปิดทีวี

"ไว้ออกจากคุกแล้ว...กูจะตามไปเก็บพวกมึงนะเพื่อนเก่า:)"




 


จบ

ผลงานอื่นๆ ของ สมน้ำ สมเนื้อ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

0 ความคิดเห็น