[GOT7-FIC] Bad Neighbours & Upside Down #2209Bnior #2209UpsideDown

ตอนที่ 116 : EP.50 The Day After (ตอนจบ)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,542
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 55 ครั้ง
    24 ก.พ. 61

Upside Down


#2209UpsideDown

โลกของผม โลกของคุณ โลกของเรา ที่ไม่มีอะไรเหมือนเดิม




Welcome To The Upside Down

EP.50 The Day After


เนิ่นนานเท่าไรไม่รู้ที่รอเธอ ฉันจำไม่ได้

ที่จำได้ดีคือฉันมีเพียงเธอ แม้นานสักแค่ไหน


เธออยู่ที่ใดยังรักกันไหม ฉันไม่รู้

แต่ที่รู้คือฉันนั้นยังไม่เปลี่ยนใจ

ยังอยู่ตรงนี้ถึงแม้จะเหงาและเดียวดาย


ไม่ผิดใช่ไหมที่ฉันจะยังรักเธอ

ไม่ว่าเธอกับฉันวันนี้จะอยู่แสนไกล

ก็ยังจะรออย่างมีความหวัง ยังคงไม่เปลี่ยนไป

ไม่ว่าใครจะมองว่าฉันงมงาย

ฉันก็ยังเหมือนเดิม


งมงาย

Artist: Bodyslam

Album: Bodyslam






2 ปีต่อมา...




BEE's PART




"ถามถึงเสปคของคุณบีได้ไหมคะ คิดว่าเป็นคำถามที่คงถูกถามบ่อยๆ แต่ก็เป็นคำถามที่แฟนๆ อาจจะอยากอัพเดทว่าหลังจากที่กลับมาเป็นโสดอีกครั้ง ตอนนี้มีเสปคสาวในฝันเป็นยังไงคะ"

เสียงของพิธีกรสาวถามด้วยท่าทางกระมิดกระเมี้ยนแสดงออกชัดเจนเลยว่าเธอสนใจผม ผมอมยิ้มให้เธอเล็กน้อยขณะที่เหลือบไปมองคนที่ยืนอยู่ด้านนอกห้องส่ง ยัยแจนเบ้ปากกรอกตาเหมือนตาจะกลับไปอยู่ด้านหลัง ผู้จัดการของผมไม่ค่อยแฮปปี้เท่าไหร่เวลาเจอผู้หญิงที่ "ออกอาการ" ประมาณนี้


"ผมไม่มีเสปคครับ ถ้าเจอแล้วชอบก็คือชอบ ถ้าเป็นคนที่ใช่ก็คือใช่"

ผมตอนออกไปและมองแจนอีกครั้ง เธอดูพอใจกับคำตอบนั้น แม้ว่ามันจะไม่ถูกเตรียมกันมาก่อนก็ตาม เพราะทุกครั้งที่มีคำถาม "นอกสคิป" ผมมักจะมัวแต่อ้ำอึ้ง จนบางทีผู้กำกับก็สั่งคัทไปเลย


งานของวันนี้สิ้นสุดลงเวลาสี่ทุ่มกว่า ยัยแจนหาวหวอดๆ ขณะที่เดินเข้ามาขอบคุณทีมงานและเดินเคียงข้างผมออกไปจากสตูดิโอ ผมมองแจนก่อนจะพูดแซว


"เมื่อไหร่จะกลับมาผอม ไอ้แจ็คคงเศร้าอะถ้ารู้ว่าเธอปล่อยเนื้อปล่อยตัวขนาดนี้"

"ทำไมต้องเศร้า? ฉันไม่ได้ปล่อยเนื้อปล่อยตัวย่ะ ฉันกำลังแฮปปี้ กินดีอยู่ดีมีความสุขมากเว่อร์"

แจนตอบพลางโยนกุญแจรถให้ผม

"เธอขับนะฉันง่วงอะ"

"นี่เธอเป็นผู้จัดการจริงปะเนี่ย?" ผมบ่นก่อนจะเดินอ้อมไปเปิดประตูฝั่งคนขับ ยัยแจนรอผมปลดล็อคประตูแล้วเข้ามานั่งปรับเบาะให้ตัวเองนอนสบายที่สุด

"ผู้จัดการเว้ย ไม่ใช่คนขับรถ" เธอบอกก่อนจะหลับตากอดอกไม่สนใจผมอีกต่อไป


ผมถอนใจเล็กน้อยก่อนจะสตาร์ทรถ ตั้งแต่ผมประสบอุบัติเหตุอะไรๆ ก็เปลี่ยนไปมาก รวมทั้งแจนเองก็เปลี่ยนไปมากเช่นกัน ผมไม่รู้ว่าอะไรทำให้แจนกลายเป็นผู้หญิงอารมณ์ดี ยิ้มเก่งขึ้นกว่าแต่ก่อนเป็นกอง (น้ำหนักก็ขึ้นด้วย) แต่ที่แน่ๆ ส่วนหนึ่งก็คงต้องขอบคุณ "ผู้ชายคนนั้น" ที่ยัยนี่ไปฉุดคร่ามาทำผัวได้สำเร็จทั้งที่อายุห่างกับเกือบสิบปี


พอมองแจนทีไรผมก็คิดถึงแจ็ค ผมเคยถามมันว่าคิดจะกลับมาที่นี่บ้างไหม แต่คำตอบก็คือ "งานเยอะชิบหายให้ไปยังไงวะ" ผมคิดถึงมันแต่ก็ไม่เคยพูดไปตรงๆ เพราะสองปีก่อนเรายังเป็นเพื่อนรักเพื่อนแค้นกันอยู่ พอไม่มีมันแล้วก็รู้สึกเหงาๆ จะโทรไปหามันก็เกรงใจ เพราะตั้งแต่มันไปทำงานเป็นวิศวกรของบริษัทที่ทำพวกระบบโทรคมนาคม มันก็รับอาสาไปอยู่สาขาใหญ่ที่ฮ่องกงตั้งแต่เดือนแรกที่มันเข้าทำงานจนป่านนี้สองปีแล้วมันก็ไม่คิดจะกลับมาไทย แต่ดีที่ครอบครัวมันไปเยี่ยมบ่อยๆ เพราะยัยน้ำหวานร้องจะไปหาอาตลอด


ผมขับรถมาถึงบ้านแจนก่อนจะปลุกและบอกลาเธอที่เดินงัวเงียลงรถไป ผมพยักหน้าทักทาย "เด็กหนุ่ม" ที่เดินออกมารับแจน เขายกมือทักทายผมก่อนจะเดินไปโอบไหล่แจนเข้าบ้าน ผมมองแผ่นหลังของเดินคนนั้นและนึกถึงพี่ชายของเขา


ไม่แน่ใจเหมือนกันว่ายัยแจนไปทำอีท่าไหนถึงได้ "โจ" มาเป็นแฟน ไม่ใช่แค่ผมแต่ทุกคนที่รู้จักแจนมักจะแอบพูดลับหลังเสมอว่า "ยัยนั่นบ้าไปแล้วแน่ๆ" ไม่ก็ "เลี้ยงเด็กมหาลัยต้องใช้เงินหนาขนาดไหนวะ?" เพราะไม่มีใครเชื่อว่าสองคนนั้นจะคบกันได้โดยปราศจากเงื่อนไข ผมน่าจะเป้นคนเดียวที่เชื่อเพราะผมสนิทกับแจน แจนอาจจะเคยเป็นผู้หญิงร้ายๆ ที่ไม่น่าคบเท่าไหร่ แต่เธอก็ยอมเปลี่ยนอะไรหลายๆ อย่างหลังจากเริ่มคบกับแฟนเด็ก


ผมยังสงสัยอยู่เหมือนกันว่าตอนที่จีนรู้ว่าน้องชายมาคบกับแจน เขาจะรู้สึกยังไง? หรือ เขาจะรู้ไหม? โจจะบอกพี่ชายไหมว่าตัวเองย้ายจากหอพักนักศึกษามาอยู่บ้านผู้หญิงที่อายุมากกว่าตัวเองถึง8ปี ผมเองก็ไม่อยากไปละลาบละล้วงเรื่องส่วนตัวเพื่อน รู้แค่ว่าแจนมันมีความสุขดีก็คงพอแล้ว


ทันทีที่เปิดประตูห้องผมสามารถเดินเข้าไปได้โดยไม่ต้องเปิดไฟแม้แต่ดวงเดียวเพราะแสงของดวงจันทร์ที่ส่องสว่างเข้ามาผ่านประตูระเบียงบานใหญ่ที่ผมเปิดม่านทิ้งไว้ เสื้อผ้าที่ใส่ทำงานวันนี้ผมต้องเอาไปส่งให้แจนคืนให้สไตลิสของรายการพวกเขาใจดีมากที่ไม่เร่งรีบให้ผมถอดก่อนออกมา เพราะทุกคนคงจะเหนื่อยกับการทำงานดึกดื่นและอยากพักผ่อนกันทั้งนั้น


ผมพยายามห้ามใจตัวเองไม่ให้ทิ้งตัวลงบนเตียงทั้งที่ยังไม่ได้อาบน้ำ มันเป็นระเบียบวินัยข้อแรกๆ ที่ผมต้องทำตอนที่อยู่กับจีน ผมเปิดไฟห้องน้ำแล้วเดินเข้าไปทำธุระส่วนตัวจนเสร็จ เปิดไฟหัวเตียงแล้วเดินไปที่ชั้นหนังสือ ตอนนี้ผมมีชั้นหนังสือแทนที่คอลเลคชั่นกีต้าร์ราคาแพง ผมไม่จำเป็นต้องสะสมของพวกนั้นแล้ว มีแค่กีตาร์โปร่งตัวเดียวที่วางไว้บนขาตั้งข้างเตียงก็เพียงพอแล้ว มันเป็นกีตาร์ที่พิมพ์ซื้อมาหัดเล่นและเป็นกีตาร์ตัวเดียวที่ผมเก็บเอาไว้ที่นี่ นอกนั้นก็ขายให้คนรู้จักบ้าง รุ่นน้องในค่ายเดียวกันบ้าง


ชั้นหนังสือของผมครึ่งหนึ่งเป็นหนังสือที่จีนเขียน นามปากกาจินตภัทรเรียงอยู่ในชั้นสี่แถวและมีหนังสือแปลอีกครึ่งหนึ่งที่ผมซื้อตามที่จีนแนะนำไว้ในนิตยสารที่ไปสัมภาษณ์เขา บางร้านหนังสือมีป้ายใหญ่เขียนไว้ว่า "หนังสือแนะนำโดยคุณจินตภัทร" เลยด้วยซ้ำ ตอนนี้เขากลายเป็นนักเขียนคนดังไปแล้ว หลังจากหนังสือเขาได้รับรางวัลซีไรต์และเป็นนักเขียนที่น่าจะอายุน้อยที่สุดที่ถูกเสนอชื่อเข้าชิงในปีที่แล้วด้วย หนังสือของจีนถูกตีพิมพ์หลายภาษา ผมส่งดอกไม้ไปแสดงความยินดีด้วยวันที่เขาได้รางวัล เพราะผมติดถ่ายละครก็เลยไม่ได้ไปด้วยตัวเอง


ผมทิ้งตัวลงนอนพร้อมหนังสือแปลเล่มหนึ่ง นอนอยู่บนเตียงเตียงเดิมที่ผมเคยนอนกับจีน ผมยังอยู่ในห้องเดิมที่เราเคยอยู่ด้วยกัน ทั้งที่ตอนแรกกลัวว่าความเหงามันจะทำให้ผมเศร้าเกินกว่าจะอยู่ที่นี่ได้ แต่สุดท้ายผมนั่นแหละที่นอนไม่หลับถ้าไม่กลับมานอนเตียงนี้ ทุกครั้งที่ผมนอนตะแคงไปทางฝั่งที่จีนเคยนอน มันเป็นความเคยชินที่ผมจะนอนที่เดิมเสมอและปล่อยให้ข้างๆ ยังเป้ณที่ของจีน ผมยังจำได้ดี...เช้าวันนั้นที่ผมตื่นขึ้นมาและพบกระดาษสมุดที่พับเอาไว้เป็นรูปนกอยู่บนหมอนที่จีนเคยนอนข้างกัน ผมพยายามไม่ร้องไห้ออกมา แล้วค่อยๆ แกะเจ้านกคลี่กระดาษที่เต็มไปด้วยลายมือของจีน ข้อความที่อ่านเพียงแค่ครั้งเดียวก็จดจำมันได้ขึ้นใจจนทุกวันนี้


- 'บีจำได้ไหมครั้งแรกที่เราเจอกัน เราเจอกันในห้องส่วนกลางของคอนโด เพราะห้องของเราสลับกัน พอคิดถึงตอนนั้นแล้วนั่นคือครั้งแรกที่หัวใจของจีนเต้นแรงเพราะบี ผู้ชายตัวสูง หน้าตี๋ๆ และดูขี้เก๊กหน่อยๆ แต่ทุกอย่างที่รวมกันเป็นบีมันเท่มากเลยนะ ความทรงจำแรกที่เราได้เจอกันจีนยังจำมันได้เสมอ ตอนที่บีเป็น บีเดฟโซล นักร้องดังข้างห้องที่ทำให้จีนประหม่าทุกครั้งที่เจอ ผู้ชายทำให้หัวใจเต้นแรงมากขึ้นเรื่อยๆ จนกระทั่งวันที่เรารักกัน


หลังจากวันนั้น ไม่เคยมีวันไหนเลยที่จีนจะไม่รักบี ความรักมันยิ่งเพิ่มขึ้นในทุกๆ วินาทีที่เราอยู่ด้วยกัน มากขึ้นเรื่อยๆ และมากขึ้นเรื่อยๆ ไม่มีที่สิ้นสุด ตอนนี้ก็เหมือนกันจีนก็ยังรักบีมากกว่าเมื่อวาน มากกว่าเมื่อชั่วโมงที่แล้ว มากกว่าเมื่อวินาทีที่แล้ว


แต่จีนเชื่อเสมอว่าความรักจะไม่ทำให้เราเสียใจ ความรักที่ดีจะไม่ต้องแลกกับการเสียสละของใคร หรือทำให้ใครต้องเจ็บ


ความรักที่ดี คนรักที่ดี จะไม่ทำให้อีกฝ่ายต้องเลือก จีนเองก็อยากเป็นคนรักที่ดี และจีนรู้ว่าถ้าเราต้องรักกันต่อไป คนที่ต้องเลือกก็คือบี ซึ่งจีนไม่อยากให้มันเป็นแบบนั้น บีไม่จำเป็นต้องทิ้งสิ่งที่ตัวเองรักมาเพื่อคบกับคนๆหนึ่ง ถ้าบีบอกว่าจีนสำคัญ บีก็สำคัญสำหรับจีนเหมือนกัน บีไม่ต้องทิ้งทุกอย่างเพื่อจีน อย่าทำแบบนั้นเพราะจีนไม่ดีใจเลยสักนิดหากคนที่จีนรักต้องทิ้งความฝันของตัวเองมา ความรักที่ดีคือความรักที่ไม่ต้องแลกกับอะไรทั้งนั้น ไม่จำเป็นต้องทิ้งทุกอย่าง ไม่จำเป็นต้องมีแค่ความสุขเวลาที่อยู่ด้วยกัน แต่เราต้องมีความสุขในทุกขณะที่เราใช้ชีวิตอยู่ จีนอยากให้บีมีความสุขในทุกขณะของชีวิตได้ทำในสิ่งที่ตัวเองอยากทำ ไม่ต้องทำเพื่อใคร ทำเพื่อตัวเอง


จีนอยากเป็นคนรักที่ดีพอ คนรักที่ดีจะไม่พรากอะไรไปจากอีกฝ่าย

ในวันนึงที่จีนสามารถเป็นคนรักที่ดีได้ จีนเชื่อว่าเราจะเดินกลับมาเจอกันอีกครั้ง โดยไม่รู้สึกเสียดายอะไรทั้งนั้น

หลายๆเหตุการณ์ทำให้จีนตัดสินใจได้ว่าควรจะกลับไปเขียนหนังสืออย่างจริงจังสักทีเพราะนั่นคือสิ่งที่จีนควบคุมมันได้และจัดการมันได้ดีกว่าชีวิตของเราตอนนี้





เมื่อเราเจอกันอีกครั้ง...

หวังว่าบีจะไม่เปลี่ยนใจไปซะก่อนนะ

รักบีเสมอ

-จีน-




................




JEEN's PART


เสียงเจ้าของบ้านเช่าเรียกผมอยู่หน้าห้อง ผมบิดขี้เกียจและผละออกจากโต๊ะทำงานเดินมาเปิดประตูและยิ้มให้เขา


"ขอโทษที่รบกวนนะครับ จินซัง มีพัสดุมาส่งเยอะเลยน่ะครับ" เขาพูดกับผมเป็นภาษาญี่ปุ่นพลางยื่นพัสดุให้ผมกล่องใหญ่ ชายวัยกลางคนที่ทำให้ผมนึกเปรียบเทียบกับพ่อเสมอ เขาดูใจดีมากตั้งแต่สีหน้าจนถึงเสียงพูด ในขณะที่พ่อผมโคตรจะดุ

"ขอบคุณครับ ขอโทษที่รบกวนให้รับพัสดุอยู่บ่อยๆ นะครับ"


ผมบอกเขาไปเป็นภาษาเดียวกัน ผมเรียนภาษาญี่ปุ่นตั้งแต่ผมตัดสินใจจะอยู่ที่นี่ ก่อนหน้านี้ผมไปอยู่เซอรวิสอพาร์ตเม้นท์ที่เอินหาให้แต่มันแพงเกินไป แล้วก็ใหญ่โตเกินกว่าจะทำความสะอาดไหว แม้จะเป็นเซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์แต่ผมไม่ชอบให้ใครเข้าๆ ออกห้องบ่อยๆ สุดท้ายก็ได้มาอยู่บ้านเช่าแถวชานเมือง ประเทศญี่ปุ่นเจริญมากไม่ว่าคุณจะอยู่ที่ไหนก็มีรถสาธารณะให้ใช้ตลอดจะไปไหนมาไหนก็สะดวกสบาย ทำให้แพลนที่วางไว้ว่าจะแค่มาเที่ยวสักเดือนนึง ก็กลายเป็นหนึ่งปี และล่วงเลยมาเป็นปีที่สองแล้วในตอนนี้ ผมเจอพ่อกับแม่บ้างเวลาที่พวกท่านบินมาหา


ผมบอกพวกท่านก่อนมาว่าผมอยากหาแรงบันดาลใจในการเขียนงาน ผมชอบประเทศญี่ปุ่น ทั้งสงบและเต็มไปด้วยหนังสือน่าอ่านมากมาย ห้องสมุดที่นี่มีแต่หนังสือดีๆ นั่นคือสาเหตุที่ผมต้องลงเรียนคอร์สภาษาที่นี่ ผมเรียนในเดือนที่สองที่มาอยู่ จริงจังกับมันมากพอๆ กับการสร้างวินัยให้ตัวเองส่งต้นฉบับให้ตรงเวลา โชคดีที่ประเทศญี่ปุ่นเวลาเดินเร็วกว่าที่ไทย ผมส่งงานก่อนเดทไลน์ 1 วันเสมอ


แต่ปัญหามันก็มีอยู่บ้างเมื่อผมอยู่ในประเทศที่อีกซีกโลกหนึ่งที่เพื่อนผมอยู่ดันช้ากว่ากันเป็นวัน ตอนนี้บ่ายสองของวันที่ 14 กุมภาพันธ์ ที่แอลเอก็คงยังเป็นเวลาสามทุ่มของวันที่ 13 กุมภาพันธ์ตอนนี้เอินมันคงยังอยู่ที่สนามบินและเข่นฆ่ากับลูกทัวร์ไม่จบไม่สิ้น ปากอย่างมันไม่รู้ไปเป็นทัวร์ลีดเดอร์ได้ยังไงกลัวมันจะฆ่าลูกทัวร์ทิ้งซะก่อน


เพราะพี่สาวของเอินทำบริษัททัวร์ที่นั่น เอินมันเลยได้ใบบุญพี่พาไปสอบไกด์จนได้บัตรมาติดหน้าอก ให้ผมเดาน่าจะเส้นสายตามเดิม แต่ดูเหมือนมันจะชอบงานนี้มากกว่ามานั่งตามต้นฉบับให้ผม หน้าที่ของเอินที่นั่นหลักๆ จะรับลูกค้าจากสนามบินที่ซื้อแพคเกจทัวร์กับบริษัทพี่สาวมันไปเดินตะลอนให้ทั้งเมืองที่มันอยู่ แล้วก็ถีบลูกทัวร์ใส่เครื่องบินกลับไป มันยังไม่เก่งกาจพอที่จะออกนอกประเทศ แต่ก็ได้เปรียบตรงที่พ่อแม่มันทำงานที่นั่นตั้งแต่มีพี่สาวตัวเอินเองเลยคลอดที่นู้นและได้สัญชาติสามารถทำงานได้ในฐานะพลเมืองอเมริกัน


ผมกลับเข้ามาในห้องของตัวเอง อีกสามชั่วโมงหว่าจะถึงเวลาอาหารเย็น ที่นี่เขาดูแลผมเหมือนลูกชายเลยแหละ อาจจะมีความเกรงใจบ้างเพราะเขารู้ว่าผมเป็นนักเขียนมีชื่อเสียง แต่เวลาอาหารเราจะกินพร้อมหน้ากันเสมอ ผม เจ้าของบ้านและภรรยาของเขาที่พิการทางสายตา ผมแกะกล่องพัสดุที่ส่งมา มันถูกส่งมาจากสำนักพิมพ์เป็นพวกจดหมายจากแฟนนิยายแล้วก็ของขวัญเล็กๆน้อยๆ ที่คุณโฉมฉายคัดแล้วว่าสามารถส่งมาให้ผมได้ ผมแกะจดหมายออกมาเรียงไว้ในกล่องหัวเตียง ผมจะแกะอ่านก่อนนอนเสมอผมหยิบขึ้นมาเรียงไว้อย่างเป็นระเบียบและมองไปเห็นกล่องเล็กๆ ที่อยู่ใต้สุด ดูเหมือนมันจะไม่ได้ส่งไปที่บริษัทผมทางไปรษณีย์เป็นกล่องลายจุดสีแดงที่ผูกไว้ด้วยริบบิ้นสีขาวน่ารัก ผมแกะออกอย่างระวังและเปิดมาเจอทัมป์ไดรฟ์สีเขียวกับจดหมายน้อยที่อยู่ด้านใน


- เพลงใหม่อยากให้ลองฟัง วิจารณ์กลับมาด้วยนะว่าฟังแล้วเป็นยังไงบ้าง-


เหมือนที่ผมเคยได้รับมาตลอด ผมมีทัปไดรฟ์สีเขียวอันเท่านิ้วก้อยหลายร้อยอันในโถแก้ว ผมมองเพื่อนของมันที่ผมได้รับก่อนหน้านี้แล้วหันไปเสียบสมาชิกใหม่กับโน้ตบุ๊ค ในนั้นมีไฟล์เพลงอยู่สองเพลงผมดึงออกมาลงเครื่องก่อนจะเปิดฟัง...

เสียงของบียังเพราะเหมือนเดิม เป็นเสียงที่มีเอกลักษณ์ เสียงสูงๆ ที่ฟังแล้วนึกถึงหน้าเขาออกเลย เขาร้องคลอไปกับเสียงกีต้าร์ที่เล่นเอง เพลงนี้คงอัดในห้องนอน ผมนั่งอมยิ้มไปกับเพราะรักที่ฟังแล้วใจเต้นแรง จนกระทั่งเสียงของบีจบลง ตอนแรกกะว่าจะกดปิดแล้วแต่ดูที่หน้าโปรแกรมเล่นเพลงมันเหลือเวลาอีกเกือบห้านาที ผมเลื่อนเคอร์เซอร์เม้าส์ไปนิดหน่อย มันถูกปล่อยให้เงียบไปประมาณครึ่งนาทีจนกระทั่งเสียงของบีดังขึ้นหลังจากนั้น


(สุขสันต์วันวาเลนไทน์นะจีน ปีนี้บีก็คิดถึงจีนอีกแล้วล่ะ วันนี้บีไปร้านหนังสือมาที่ไทยมีชั้นวางหนังสือของจีนโดยเฉพาะเลยนะ อากาศที่นั่งเป็นไงมั่งอะ ที่นี่แม่งโคตรร้อนเลย บีพยายามไม่เปิดแอร์ประหยัดไฟแต่ไม่ไหวอะ ร้อนมาก บีได้ข่าวแผ่นดินไหวด้วยคงไม่ไม่ได้ใกล้กับที่จีนอยู่ใช่ไหม เนี่ยพอพูดแล้วจะร้องไห้เลย ฮ่าๆๆๆ จำมุกนี้ได้ปะที่พี่ป๋อมแป๋มพูดในคลับฟรายเดย์.....)


เสียงของบีดูร่าเริงดี เขายังเล่นมุกบ้าๆบอๆเสมอ ซึ่งมันก็ดีกว่าช่วงแรกๆ ที่เขาร้องเพลงส่งมาแล้วร้องไห้สูดน้ำมูกไปด้วยทุกเพลงเลย..


(จีนคงไม่ได้ชอบคนอื่นใช่ไหม...หมายถึงผู้ชายญี่ปุ่นหล่อๆ มาจีบบ้างรึเปล่าอะ อยู่ที่นี่บีคิดถึงแต่จีนคนเดียว...บียัง..รักจีนคนเดียวนะ อืม...คิดถึงจีนนะครับ)


เขาร้องไห้..แม้จะไม่มีเสียงสะอื้นแทรกเข้ามาแต่ผมรู้ว่าเขาร้องไห้..อีกแล้ว


ผมเองก็ร้องไห้เหมือนกันตอนที่ฟังจบประโยค ผมเองก็คิดถึงเขามากเหมือนกัน


ผมโดนเอินด่าว่าโง่ ตอนที่ทิ้งบีมาญี่ปุ่น ผมเองก็ด่าเอินกลับเหมือนกันว่ามันก็โง่ไม่ต่างที่หนีแจ็คไปอยู่แอลเอ


ทุกอย่างมันเกิดขึ้นเพราะเราต่างไม่อยากเจ็บปวด ผมไม่อยากทำให้บีต้องเจ็บปวด ถ้าเขาต้องเลือกทิ้งทุกอย่างมาหาผม


ผมคิดว่ามันถูกต้องแล้วที่ผมเดินออกมาเสียเอง แต่พอมาถึงตอนนี้ผมก็ยังไม่รู้ว่ามันดีกับใคร


ในเมื่อตอนนี้ทั้งผมและบีต่างก็เอาแต่เศร้าและเสียใจทุกครั้งที่เราคิดถึงกัน




...............




สนามบิน LAX



"ผีบ้าเอ้ย! แม่งลืมอะไรไม่ลืม เสือกลืมโน้ตบุ๊คอันใหญ่ขนาดนี้ได้ไงวะ ส่งกลับไปรษณีย์ก็ไม่ได้อีก เสียเวลาทำมาหากินชิบหาย"


เสียงบ่นของผู้ชายตัวผอมเจ้าของเรือนผมสีบลอนด์ทองที่ดูท่าทางหงุดหงิดแสดงออกว่าเซงสุดชีวิตผ่านใบหน้าที่ดูสวยงามไม่ต่างจากพี่สาวที่ขับรถมาส่งเมื่อครู่


อนิลกำลังซวยสุดๆเพราะเช็คกระเป๋าลูกค้าไม่ครบแล้วก็มีอีตาแก่ชาวจีนที่ไม่รู้อัลไซเมอร์กินหรือรีบเกินเหตุถึงกลับไปโดยไม่เอากระเป๋าโน้ตบุ๊คกลับไปด้วย เดือดร้อนให้อนิลต้องเอามาคืนให้กับผู้ชายอีนหนึ่งที่ทางเจ้าของบอกว่าเป็นวิศวกรที่แวะต่อเครื่องที่เพื่อไปสำนักงานที่ดีซี ทำให้อนิลรู้ว่าต่อให้เป็นทัวร์ลุงป้าอากงอาซิ่มจากเมืองจีนส่วนหนึ่งก็เป็นผู้บริหารวัยเกษียณทั้งนั้น เขาเองก็โดนพ่นภาษาจีนใส่เพราะเข้าใจผิดหลายต่อหลายครั้ง ต้องคอยบอกว่าเป็นคนไทยๆ จนปากเปียกปากแฉะ


JACKSON : Where would you like to meet? (คุณสะดวกนัดเจอที่ไหนครับ?)


"ผี! มาถึงแล้วเหรอวะ" อนิลสบถกับตัวเองหลังจากที่ก้มลงดูข้อความLINEของคนที่นัดจะมารับโน้ตบุ๊คของลูกค้าไปจากเขา ขาเรียวจ้ำอ้าวพร้อมกับแบกโน้ตบุ๊คขนาด 17 นิ้วที่หนักจนแขนเปลี้ยไปด้วย


"แจ็คสันๆ ไอ้เชี้ยถ้าไม่หล่อเหมือนชื่อนะมึง กูจะคิดค่าเสียเวลาสักห้าสิบ(USD)"


ร่างบางเดินสบถเป็นภาษาไทยอยู่คนเดียวก่อนจะมาหยุดหน้าเทอร์มินอล5 ที่มีทางเชื่อมไปฝั่งเทอมินอลที่เชื่อมไปสายการบินระหว่างประเทศที่อีกฝ่ายจะต้องเดินผ่านไปต่อเครื่องบินต่อไปดีซี เขายืนชะเง้อหาอีกฝ่ายที่คาดว่าจะเป็นคนจีนแต่ที่นี่คนจีนเป็นร้อยเป็นพัน

อนิลถอนใจก่อนจะกดดูรูปโปรไฟล์อีกฝ่ายก็ดันเป็นรูปเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักที่นั่งหันข้างใส่แว่นกันแดดสีแดงแปร๊ด เดาว่าคงเป็นลูกสาวของอีกฝ่าย ก็เจ๊ากันกับเขาที่เอารูปไลลาลูกของพี่สาวเป็นโปรไฟล์แทนเหมือนกัน เพราะมันช่วยได้มากเวลามีพวกขี้หลีพยายามจะจีบ


MARK : Ummm connector terminal4 ,Hope you can come :)


แน่นอนว่าเขาจะไม่เดินอีกแล้วถึงได้ส่งข้อความไปหาอีกฝ่ายว่า "หวังว่าคุณจะมาได้นะครับ" นั่นหมายความว่าฝ่ายนั้นต้องหาเขาให้เจอเอง


JACKSON : SUER!


MARK :



"งงดิ งงดิมึง"


หลังจากส่งสติ๊กเกอร์ใส่อีกฝ่ายทั้งที่มันเป็นภาษาไทย อนิลหัวเราะอยู่เพียงลำพังแต่แปลกที่อีกฝ่ายไม่ได้ตอบกลับเหมือนคนอื่นๆที่จะถามว่า "สติ๊กเกอร์นี้มันหมายความว่าอะไรเหรอ?"



JACKSON : คนไทยเหรอครับ?




"เอ้าชิบหายยยยย"


อนิลสบถเสียงดัง เพราะคุยมาตั้งนานเพิ่งรู้ว่าอีกฝ่ายเป็นคนไทยเหมือนกัน เพราะเจ้าของโน้ตบุ๊คนี่ก็ไม่บอกเขาว่าลูกน้องตัวเองเป็นคนไทย



"สวัสดีครับ"



เสียงทักมาจากด้านหลังทำเอาอนิลสะดุ้งเฮือก ร่างบางค่อยๆหันไปมองอีกฝ่าย ไม่ใช่เพราะตกใจที่พูดไทยได้...


แต่เป็นเพราะเสียงของอีกฝ่ายที่อนิล "ยังคงจำมันได้ดี" แม้จะไม่ได้ยินมาเกือบสองปีแล้ว





.............



JACK's PART




(อาแจ็คยูปายถึงรึยาง?)


"ครับถึงแล้ว กำลังจะนัดเจจอกับเขาน่ะครับ"


เสียงของเถ้าแก่พูดไทยชัดมั่งไม่ชัดมั่งถามไถ่ความเป็นไปของผมมาทางโทรศัพท์


ผมถอนใจเบาๆ เพราะแทนที่ผมจะได้นั่งเครื่องต่อไปดีซีเลยกลับต้องมาเสียเวลาอยู่ที่แอลเอเกือบสิบชั่วโมงเพราะเครื่องที่จะต่อไปดีซีที่เร็วที่สุดมันออกไปแล้ว ตอนนี้ก็เกือบสี่ทุ่มของที่นี่แล้วเที่ยวบินเร็วที่สุดก็พรุ่งนี้เช้าเลย


กะอีแค่โน้ตบุ๊คเครื่องเดียว...ทำลูกน้องเสียเวลาชีวิตไปหนึ่งวัน


ผมส่งข้อความหาคุณมาร์คที่เป็นไกด์ดูแลเจ้านายผมเราโต้ตอบภาษาอังกฤษกันตลอดเวลา ผมเดินลากกระเป๋าของตัวเองวนอยู่หน้าเทอมินอล4ที่เขานัดจนเมื่อยขา ก่อนตัดสินใจไปนั่งรอตรงที่พักผู้โดยสาร ผมคิดว่าผมน่าจะมาถึงก่อนเวลาขณะที่กำลังก้มดูรูปโปรไฟล์ของอีกฝ่าย สิ่งหนึ่งที่ทำให้รู้สึกเอะใจคือรอยยิ้มของเด็กหญิงในรูปที่ยิ้มกว้างเห็นเขี้ยวซี่เล็กๆ ที่เห็นแล้วรู้สึกคุ้นเคยแปลกๆ



"แจ็คสันๆ ไอ้เชี้ยถ้าไม่หล่อเหมือนชื่อนะมึง กูจะคิดค่าเสียเวลาสักห้าสิบ(USD)"



ผมสะดุ้งเพราะคำสบถที่ดังมาจากร่างผอมบางที่เดินแบกกระเป๋าโน้ตบุ๊คผ่านหน้าผมไป หัวใจของผมเต้นแรงมากทุกขณะที่มองตามแผ่นหลังของคนๆ นั้นไป ผมลากกระเป๋ามายืนหลบมุมอยู่ตรงเสาที่เขาไม่สังเกตก็คงไม่เห็น


เอินยังเหมือนเดิม...


เหมือนกับวันที่ผมเห็นเขาครั้งสุดท้าย


ที่ต่างไปคือสีหน้าที่ดูร่าเริงและมีแววตาขี้เล่นเสียงเตือนข้อความดังขึ้นมาพร้อมกับสติ๊กเกอร์ลูกไก่สีเหลือง ผมมองแล้วอมยิ้มออกมาแทนจะในทันที แม้ว่าจะยังรู้สึกผิดทุกครั้งที่คิดถึงสีหน้าของเอินในวันที่เขาไปเจรจากับทนายของพี่ชายผมเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เราจะหายไปจากชีวิตของกันและกันสองปีเต็มๆ


ผมเห็นเขาคุยกับทนายแล้วกล่าวขอโทษพี่ชายผมซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาไม่ยอมเชื่อพ่อและทนายของเขาว่าไม่ต้องมาด้วยตัวเอง


แต่เอินก็คือเอิน เขาไม่ใช่คนขี้ขลาดแบบผม เขามาหาพี่ชายผมด้วยตัวเองพร้อมกับกล่าวคำขอโทษโดยไม่สนใจเลยว่าพี่ชายผมจะด่าไล่เขาไม่ต่างกับคนเสียสติ ผมทำได้แค่แอบมองเอินอยู่ห่างๆ เพราะวันที่เขามาตรงกับวันที่ผมไปเยี่ยมพี่พอดี จนกระทั่งเขาเดินออกไปจากบ้าน เราต้องใช้เวลาเยียวยาพี่กวีกันอยู่หลายเดือนกว่าเขาจะทำใจได้และสารภาพกับพี่ฝนว่าเกิดอะไรขึ้นระหว่างที่เขาหายตัวไป



ผมมองเขาอยู่ตรงนี้ที่ๆ ผมไม่แน่ใจว่าคควรจะทักทายเขาว่ายังไง ผมไม่รู้ว่าสองปีที่ผ่านมานั้นเขาเปลี่ยนไปมากแค่ไหน เขาอาจจะมีคนอื่นไปแล้ว รักคนอื่นไปแล้ว


ผมไม่เหมือนไอ้บีที่ยอมอยู่ที่เดิมเพื่อรอ

ผมย้ายไปอยู่ฮ่องกงอยู่อพาร์ตเม้นท์เล็กๆ ที่บริษัทไว้ให้


ผมไม่เคยพยายามติดต่อเอินเหมือนที่ไอ้บีมันพยายามตามหาว่าจีนอยู่ที่ไหน

ผมไม่พยายามแม้แต่จะรับรู้ว่าตอนนี้เอินทำะไรอยู่ที่ไหนเพราะกลัวว่าจะทนไม่ได้แล้วทิ้งทุกอย่างเพื่อไปตามหาเขา


ผมทำแบบไอ้บีไม่ได้ ก้มหน้าก้มตาทำงาน กลับห้องไปอ่านหนังสือที่เมียมันเขียนทำตัวฮิปสเตอร์แต่งเพลงใส่ทัมป์ไดรฟ์พร้อมคำพร่ำพรรณาส่งไปให้เมียมันที่ญี่ปุ่น

ผมทำไม่ได้...


ผมนั่งทำใจอยู่สักพักก่อนจะลากกระเป๋าเดินไปหาเขาพร้อมกับแชทไปถามเขาพอเป็นพิธีว่าเขาเป็นคนไทยเหรอ.. ผมต้องการให้เขาก้มหน้าอยู่กับโทรศัพท์ขณะที่ผมเดินเข้าไปหาอย่างช้าๆ


"สวัสดีครับ"


ลำคอของผมมันตีบตันไปหมดตอนที่เขาหันกลับมา เขาถอยหลังไปนิดหน่อยสีหน้าเหมือนเห็นผี


"มาร์ค?"


"เอ่อ..คะ ครับ นี่ๆ ของเจ้านายคุณ" เขารีบยัดกระเป๋าโน้ตบุ๊คใส่มือผมแล้วรีบทำท่าจะเดินหนีไป ผมได้แต่ยืนมองเขาที่เก้ๆ กังๆ ทำตัวไม่ถูก บางอย่างบอกให้ผมรั้งเขาเอาไว้ แต่ผมเขินเกินกว่าจะพูดออกไปตรงๆ


"Can I talk to you for a minute?" ผมถามเขา ขอเวลาคุยกับเขาอีกสักนิด..

"เอ่อ..ไอ เอ่อ suddenly have a business." (ฉันมีธุระด่วนน่ะ)


เขาตอบแล้วทำท่าจะหนีไป ผมรู้ว่ามันไม่ถูกต้อง รู้ว่าผมอาจจะมาเจอเขาช้าเกินไป รู้ว่าอะไรๆ มันคงไม่เหมือนเดิมอีกต่อไปแล้ว...


"เอิน..."


ผมเรียกชื่อเขา ชื่อที่ผมไม่เคยเอ่ยเลยตลอดหลายปีที่ผ่านมา ต่อให้บีพูดถึงเอินผมก็จะเรียกแทนชื่อเอินว่า "เขา" ผมเลี่ยงมันมาตลอด มันมีผลกับจิตใจผมมากเกินไป เพียงชื่อพยางค์เดียว...


เขาหยุด..


แล้วก้มหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง ไหล่ของเอินสั่นไปตามแรงสะอื้น ผมเงยหน้าขึ้นข่มใจไม่ให้ตัวเองแสดงความอ่อนแอออกไปเหมือนแต่ก่อน ผมไม่ร้องไห้มาเกือบสองปีแล้วไม่ว่าจะเรื่องเล็กน้อยแค่ไหน เพราะไม่มีเรื่องไหนที่จะทำให้ผมอ่อนแอได้อีกแล้วหลังจากที่เราเลิกกัน...


ผมเดินเข้าไปหาเขากอดเขาเอาไว้จากด้านหลัง เอินผอมมากตัวเล็กมากกว่าเดิมแต่ไม่แน่ใจว่าเป็นเพราะผมเองด้วยรึเปล่าที่ตัวหนาขึ้นกว่าแต่ก่อนเพราะตอนผมอยู่ฮ่องกงผมไม่มีอะไรทำเลยใช้เวลาส่วนใหญ่ในวันหยุดไปกับการออกกำลังกาย


เขาพลิกตัวเข้ามาซบหน้ากับอกผม เขาจะได้ยินเสียงหัวใจของผมไหม..

เขาจะรู้ไหมว่าในใจของผมยังคงมีเขาเสมอ...

เขาจะรู้ไหมว่าผมไม่เคยเปลี่ยนใจไปจากเขาเลยตลอดเวลาที่ผ่านมา

เขาจะรู้ไหมว่าผมคิดถึงเขามากแค่ไหน ผมพยายามมากแค่ไหนที่จะเปลี่ยนตัวเองให้เข้มแข็งขึ้นกว่าเมื่อก่อน

ตอนนี้พี่ชายของผมไม่สามารถสั่งอะไรผมได้อีกแล้ว และอีกสองเดือนข้างหน้า มรดกจากพ่อแม่ในส่วนของผมทั้งหมดที่พี่ชายผมดูแลอยู่ มันจะกลายเป็นของผมแล้ว เพราะผมแสดงให้พี่เห็นแล้วว่าผมไม่ใช่คนเดิมที่ไร้ปัญญาจะต่อกรกับเขา

ผมมีงานที่มั่นคง มีเงินเดือนสูงพอที่จะซื้อรถดีๆ ขับและซื้อบ้านเป็นของตัวเอง แต่ผมยังไม่ซื้อเพราะผมไม่รู้จะอยู่กับใคร ตั้งแต่แบมไปเรียนต่อเกาหลี ยัยนั่นเพลิดเพลินกับอิสระของตัวเองจนมีเวลาคุยผมแค่ไม่กี่คำ


ตอนนี้ผมแค่ต้องมีใครสักคน ผมอายุ 28 แล้ว

และ...ผมไม่พร้อมจะเริ่มต้นใหม่กับใครทั้งนั้น


ผมอยากได้คนเดิมที่ผมยังคงรักเขาหมดหัวใจ

แต่มันจะเป็นไปได้ไหม?


"ทำไมชื่อมาร์คอะ..." ผมก้มลงไปถามเขา แน่ล่ะผมไม่เคยรู้ แถมเขายังเปลี่ยนไลน์ด้วยผมจะไปรู้ได้ไงว่าคนเดียวกัน

"ชื่อตอนเกิด" เสียงอู้อี้ตอบกลับมาเขินๆ เขายังมุดหน้าอยู่กับอกผมซ่อนแก้มแดงๆไว้

"แล้วชื่อเอินอะ?" ผมยังไม่หายสงสัย..เพราะชื่อมันให้ความรู้สึกที่ต่างกันมากเลยนะ

"แม่ตั้งให้มันมาจากภาษาจีน 恩 Ēn ที่แปลว่าสง่างาม" เขาเงยหน้ามองผมพลางย่นจมูกใส่เหมือนไม่พอใจที่ผมถามเรื่องชื่อที่เขาไม่น่าจะชอบเท่าไหร่

"แล้วมาร์คนี่มายังไง"

"พ่อตั้ง..คงคิดว่าเท่ แล้วสุดท้าย ลูกกลายเป็นตุ๊ด เก็ทมะ?"


ผมหัวเราะออกมา เป็นเสียงหัวเราะที่ดังที่สุดหลังจากที่ผมไม่ได้หัวเราะแบบนี้มานานมากแล้ว ผมกอดเอินแล้วหัวเราะขำไปด้วยกัน เขาถามผมว่าต้องรอต่อเครื่องนานแค่ไหน ผมบอกเขาว่าผมต้องบินพรุ่งนี้เช้าแล้วเอินก็บอกให้ผมหยุดกระทันหัน เขายกโทรศัพท์ขึ้นมากลางทางเดิน เขาเขย่งตัวกอดคอผมไว้ ขณะที่กล้องนับเวลาถอยหลังมันอดไม่ได้ที่จะกดจมูกหอมแก้มนุ่มๆ ของคนข้างกาย รูปออกมาในแบบที่เอินกรีดร้องออกมาอย่างชอบใจ ก่อนจะกดส่งไปให้ใครบางคนที่ผมเดาได้ไม่ยากเลย...




.............



Epilog

บทส่งท้าย




JEEN's PART



(แล้วจะย้ายกลับไปอยู่ที่นั่นเลยเหรอ?)


"ไม่เชิงอะ ดูก่อนอะ ไม่ได้เอาของไปหมดนะ ห้องที่นี่หายากจะตาย แล้วว่าแต่แกเหอะ เป็นไงมั่ง โอเคป่าว ตื่นมาเจอรูปที่แกส่งมาแล้วอยากลบทิ้งอะ หมั่นไส้"


(อิจฉาปะ? อิจฉาก็รีบๆ กลับไปหาคุณนักร้องซะซี่)


จินตภัทรอมยิ้มขณะที่เก็บหนังสือลงกระเป๋า เขาเองก็กำลังจะกลับไปอยู่นี่ไงล่ะขณะที่กำลังคิดอยู่ว่าจะซื้อของอะไรไปฝากน้องชายกับพ่อแม่ เสียงของเจ้าของบ้านก็เรียกเขาให้ออกไปจากห้องนอน


เขายืนส่งผมที่หน้าประตูบ้านพร้อมกับภรรยาของเขา เมื่อรถจากสนามบินมารับผมตรงเวลาเป๊ะ ผมมองหน้าเจ้าของบ้านแล้วนึกถึงตอนพ่อมาส่งผมที่สนามบิน



"ไม่ต้องเศร้านะรับ เดี๋ยวผมก็กลับมาแล้ว" ผมบอกเขาพลางกอดปลอบ


"มีเรื่องเร่งด่วนใช่ไหมครับจินซัง ปกติไม่เห็นรีบร้อนแบบนี้" เขาถามด้วยสีหน้าเป็นห่วง


"ใช่ครับ ผมมีคนที่ต้องรีบไปเจอ" ผมตอบและยิ้มให้เขา


"คงเป็นคนสำคัญของจินซังมากใช่ไหมครับ"


"ครับ เขาสำคัญกับผมมาก เอาไว้ผมจะพาเข้ามาเจอนะครับ"



ผมขึ้นรถไปแล้วก็โบกมือลาพวกเขา แน่นอนว่าผมจะกลับมาแน่ๆ แต่คราวนี้ผมจะไม่กลับมาคนเดียว



ขณะที่ผมยิ้มค้างอยู่เพียงลำพัง รถค่อยๆ เคลื่อนตัวไปตามเส้นทางที่จะไปสนามบิน อยู่ๆ โทรศัพท์ของผมก็ดังขึ้น แม่ของผมโทรมา ตอนนี้ที่ไทยน่าจะประมาณเที่ยง ผมกดรับสายแม่ ตอนแรกที่คิดว่าจะบอกข่าวดีกับแม่ว่าผมกำลังจะกลับไปหา แต่สิ่งที่แม่บอกผมก่อนที่ผมจะทันได้พูดอะไรออกไปนั้น...มันเป็นสิ่งที่ทำให้รอยยิ้มของผมหายไปแทบจะในทันที




..............




"ท้อง?"

"อืม..."

"ผมก็คิดว่าเจ๊อ้วน นี่เจ๊ท้องเลยเหรอ!"


เสียงของจอมพลถามคนที่นั่งข้างกันในรถ ยามเช้าที่ควรจะมีแต่สิ่งดีๆ เพราะวันนี้เขากำลังจะไปรับเงินค่าตัว แต่ผู้จัดการของจอมพลกลับขึ้นรถมาพร้อมข่าวที่ดียิ่งกว่า


ยลรดาถอนใจออกมาก่อนจะเอื้อมไปตบหัวไอ้เพื่อนปากหมาสาระแนมาว่าเธออ้วน ใครจะไปรู้ล่ะว่าตัวเองอ้วนขึ้นมากแค่ไหน ที่แน่ๆ พอประจำเดือนหายไปเธอก็คิดตลอดว่าสงสัยจะเครียด เพราะก่อนหน้านี้มันก็มาๆหายๆเป็นประจำอยู่แล้ว แถมอาการแพ้ท้องอะไรก็ไม่มี พอไปหาหมอก็ได้รับคำชื่นชมว่า "แปลว่าคุณแม่สุขภาพดีมากเลยนะคะที่ไม่แพ้ท้องสักนิด" ใช่เธอไม่แพ้ท้องสักนิด แถมกินหนักกว่าเดิมหลายเท่า หิวแทบจะตลอดเวลา


"โจรู้ยัง..."

"รู้แล้วสิ ผัวฉันมันก็ไปโรงพยาบาลกับฉันก่อนไปสอบเนี่ย"


ฟังแล้วจะให้รู้สึกยังไงดี..

ระหว่างผัวที่ทำหน้าที่ไม่ขาดตกบกพร่อง

กับผัวที่เรียนอยู่แค่ปีสามเรียนอุตส่าเจียดเวลาพาเมียอายุยี่สิบแปดไปฝากครรภ์


"แล้วพี่โจรู้ยัง"

"ยังหรอก โจบอกว่าจะคุยกับแม่ก่อน"

"คือจะแต่งงานตอนนี้เลยเหรอ"

"นี่ มหาลัยเขาไม่ได้ห้ามคนมีลูกมีเมียเข้าไปเรียนนะเว้ย นี่ไม่ได้ทำคนอื่นท้องด้วย จะแต่งกันอยู่แล้ว ก็แค่รออีกปี"

"หมายความว่าไงวะ? รออีกปี เธอจะอั้นไว้คลอดปีหน้าเหรอ? คนหรือช้างะท้องเป็นปีเลย"

"อีบี๋! หุบปากแล้วขับรถไป น่ารำคาญจริงๆ เลย"



จอมพลเข้ามารับเงินที่บริษัทและเหลือบไปเห็นคุณพริมอยู่กับเด็กใหม่ที่เธอกำลังจะปั้นให้เป็นศิลปินดัง ใช่...บีเดฟโซลตกกระป๋องไปแล้วเรียบร้อย หลังจากที่คุณพริมโดนเรียกไปสอบสวนคดีจ้างวานให้เด็กแฟนคลับมาถ่ายรูปแบลคเมล์ศิลปินตัวเองเพราะเรื่องหึงหวงส่วนตัว ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่จินตภัทรทิ้งไว้ให้จอมพลพร้อมกับจดหมาย


หลังจากที่จินตภัทรไปญี่ปุ่น จอมพลก็เหมือนนักโทษที่ได้รับการประกันตัว เขาไม่ต้องมีคุณพริมคอยบงการชีวิตอีกต่อไป แต่ถึงจะเป็นอย่างนั้นคุณพริมก็ยังกลับมายู่ในตำแหน่งผู้บริหารได้อยู่ดีเพราะเธอมีทั้งอำนาจเงินและมีบุญคุณกับบุคลากรในบริษัทมากมาย ไม่มีใครอยากให้คุณพริมออกไปหรอก แต่กลายเป็นจอมพลเองที่มีแต่คนอยากให้หมดสัญญาไปไวๆ เพราะหลังจากที่เขาปิดกล้องละครเรื่องแรกไป ทางเอ็กซิกค์ก็ขอให้เขาเซ็นสัญญาเป็นนักแสดง แน่นอนว่าเขารับโอกาสนี้ไว้โดยไม่ต้องคิดซ้ำ เพราะนอกจะได้เงินก้อนโต ทั้งละครโทรทัศน์ ก็ได้เล่นละครเวทีด้วย


เจ้าของบริษัทเอ็กซิกค์เองก็เป็นผู้ถือหุ้นคนสำคัญของบริษัทต้นสังกัดเดิมของเขาเช่นกัน ทำให้เขายังสามารถลอยหน้าลอยตาอยู่ในตึกบริษัทเดิมได้อยู่จนทุกวัน แม้ว่าคุณพริมจะสะบัดตูดเดินหนีเขาไปทุกครั้ง





.................


BEE's PART



"อ้าว ไม่กลับพร้อมคุณแจนเหรอคะ?" ป้าแม่บ้านถามผมขณะที่ผมเดินออกมาจากตึกคนเดียว ทั้งที่ก่อนหน้านี้ผมเดินเข้ามาพร้อมยัยแจน


"ไม่ครับ เดี๋ยวแฟนแจนเขามารับไปกินข้าว ผมโดนเพื่อนทิ้งแล้วละครับ" ผมอ้อนป้าแม่บ้านที่เป็นหนึ่งในไม่กี่คนในบริษัทนี้ที่ยังทักทายผมเหมือนเดิม


"แหม รูปหล่ออย่างคุณบีใครจะทิ้งได้ลงคะ กลับบ้านดีๆ นะคะ" คุณป้าอวยชัยให้พรผมด้วยรอยยิ้มที่จริงใจ ผมเดินล้วงกระเป๋าและเงยหน้ามองฟ้า


พระเจ้าใจร้ายชะมัด...


ฝนตกอีกแล้วเหรอเนี่ย ผมจะทำยังไงกับการต้องอยู่คนเดียวในคืนทีฝนตกแบบนี้ ทุกครั้งที่ฝนตก ผมก็กลายเป็นไอ้บ้าจิตตกตามไปด้วย ผมร้องไห้ง่ายมากในช่วงเวลาแบบนี้ ผมไม่ชอบอยู่คนเดียวในคืนฝนตก มันทำให้ผมคิดถึงวันสุดท้ายที่เรากอดกัน


ผมคิดถึงจีน...





ผมกลับมาถึงห้องด้วยความรู้สึกที่มันอึดอัดไปหมด เสียงฝนข้างนอกหน้าต่างยังไม่ซาลงเลยแม้แต่น้อย อากาศเย็นทั้งที่ผมยังไม่ได้เปิดแอร์


นี่มันหน้าอะไรกันแน่วะ...เดี๋ยวร้อนเดี๋ยวหนาว


ผมเดินอยู่ในห้องโดยไม่เปิดไฟเหมือนเดิม ผมเคยชินแบบนั้น ผมไม่อยากเปิดไฟเพราะนอกจากมันจะไม่จำเป็นแล้ว มันยังทำให้ผมรู้สึกว่าห้องที่ผมอยู่มันกว้างเกินไป ผมต้องเห็นจีนในทุกพื้นของห้องนี้เหมือนภาพหลอน


ผมเดินเข้ามาในห้องนอนทิ้งตัวคว่ำหน้าลงบนเตียง วินัยในการอาบน้ำก่อนขึ้นเตียงของผมถูกยกเว้นในวันฝนตก ผมไม่อยากไปไหน ไม่อยากทำอะไรนอกจากอยู่บนเตียงและ...ร้องไห้


ผมห้ามตัวเองไม่ได้ยามที่อยากจะร้องไห้ออกมา น้ำตามันไหลออกมาเอง ยิ่งเสียงฝนสาดประทะหน้าต่างมากขึ้นเท่าไหร่ ผมก็ปล่อยเสียงสะอื้นออกมาดังมากขึ้นเท่านั้น


ผมไม่จำเป็นต้องอายใคร ไม่มีใครได้เห็นผมในมุมนี้อยู่แล้ว.....


ผมนอนขดตัวอยู่บนเตียง ผ้าห่มถูกถีบไหลไปอยู่ข้างเตียงแล้ว ผมพยายามควานหามัน จนสุดท้ายก็ต้องลุกขึ้นเปิดไฟหัวเตียงเพราะหาไม่เจอว่ามันหล่นไปฝั่งไหน



"ว๊ากกกกกกกกกกกกกกกก!"


ผมกรีดร้องสุดเสียงพร้อมกับหงายหลังตกเตียง

อยู่ๆ ผมก็เห็นคนนั่งอยู่ที่เก้าอี้หนังสีดำตรงโต๊ะคอมพิวเตอร์ของผม

เก้าอี้มันหันมากลับมาพร้อมกับะไรสักอย่างที่คล้ายๆ จะเป็นคนนั่งขัดสมาธิอยู่บนนั้น ผมไม่กล้ามอง ผมแน่ใจว่าไม่ใช่โจรขโมยแน่ คอนโดนี้รักษาความปอดภันแน่นหนาขึ้นหลังจากที่ผมโดนเด็กแฟนคลับแอบงัดห้องเข้ามา


"บี.."


โอเคผีชัวร์ ไอ้เหี้ยรู้ชื่อกูด้วย ไม่ผีแฟนเก่าก็ผีเจ้าที่แน่ๆ ถึงจะไม่เคยเจอก็เถอะ แต่ก็ไม่ควรจะมาทักทายตอนกูกำลังร้องไห้คิดถึงเมียปะวะ สัด ไม่ดูกาลเทศะเลย


"บี"


เสียงนั้นใก้เข้ามาพร้อมกับสัมผัสที่แขน

ผีห่าถึงเนื้อถึงตัวกูด้วย สัด! รู้ว่ากูเป็นดาราแน่ๆ


ผมดีดสิครับ ดีดสุดชีวิต แขนขาฟาดไปมั่วซั่วเลยครับ

แต่สงสัยผีแม่งหายตัวทัน ตีไม่โดนห่าอะไรสักอย่าง


ผมพยายามฮึด

ลุกขึ้น!

และเตรียมวิ่งสิครับ สู้ไม่ไหวแล้ว

สู้อะไรก็สู้ได้ แต่ให้สู้กับสิ่งที่ไม่มีชีวิตนี่ยากเกินไป!



ขณะที่ผมกำลังจะกระโจนออกไปจากห้องนอนอ เสียงหัวเราะที่คุ้นหูก็ดังขึ้น ผมหันกลับไปมองช้าๆ พอเห็นว่าเป็นใคร จากตอนแรกที่กลัว ตอนนี้น้ำตาผมไหลเลยครับ


"จีน..เกิดอะไรขึ้น ฮึก เกิดอะไรขึ้นที่นั่น ฮือออออ"


ผมทิ้งตัวลงร้องไห้เหมือนคนบ้า

ทำไมต้องเกิดเรื่องแบบนี้ขึ้นกับแฟนผมด้วย

ผมไปหาเขาช้าไปใช่ไหม...เขามาบอกลาผมใช่ไหม

เกิดอะไรขึ้นที่นั่น แผ่นดินไหวรึเปล่า หรือว่า...


"เป็นบ้าปะเนี่ย หัวฟาดพื้นแล้วสมองพังไปแล้วเหรอ"


ขณะที่ผมกำลังร้องไห้จาตาพร่าไปหมด อีกฝ่ายก็ยืนด่าผมพร้อมกับลากแขนผมให้ไปนั่งดีๆ


อ่าว...ไม่ใช่วิญญาณมาบอกลาหรอกเหรอ?


ผมนั่งเป็นไอ้โง่ขณะที่ใช้สองมือบีบแก้มของคนตรงหน้าไปมา สัมผัสมันเหมือนจริงมากๆ แก้มนุ่มมาก...


โอเค..อ่า จีนตัวจริงสินะ งั้นก็...ชิบหายกว่าเดิม


ผมหน้าร้อนผ่าว แน่นอนว่ามันต้องแดงมากแน่ๆ อายสัดๆ


ภาพที่ผมนอนงอก่องอขิงเหมือนแย้ย่างเมื่อกี้บนเตียง


ภาพที่ผมหวีดเสียงเหมือนตุ๊ดโดนกระทำชำเราแล้วหงายท้องตกเตียงอีกล่ะ


ภาพที่ผมโบกมือโบกตีนเหมือนรำพัดไล่ตีผีเมื่อครู่


โอ้โห...อายจนอยากพุ่งตัวทะลุหน้าต่างลงไปจากชั้นยี่สิบสอง



"กลับมาแล้ว" จีนบอกพลางอมยิ้ม


ผมดีใจมากเลย แม้จะอายก็เถอะ ผมกอดจีนไว้แน่น สูดกลิ่นหอมๆ จากซอกคอขาว กลิ่นจีนยังเหมือนเดิม กลิ่นสบู่ที่เขาชอบใช้


"จีนกลับมาอยู่ด้วยกันแล้วใช่ไหมอะ.."


เสียงสั่นเครือเลยไอ้สัด...เกลียดตัวเองชิบหาย อยากขาดเสลดเดี๋ยวนี้เลย




"อ๋อเปล่า เรากลับมาเพราะน้องชายเราทำผู้หญิงท้องน่ะ"


หมดกันความโรแมนติก..เหมือนก่อนหน้านี้มีเพลง คู่ชีวิต ของวงค็อกเทลกำลังบรรเลงอยู่ดีๆ แล้วโดนเปลี่ยนเป็นเพลงธรณีกรรแสงแทบจะในทันที


น้อยใจอะ...

ผมผละออกจากอ้อมกอดแล้วถอนใจออกมาอย่างไม่ปิดบัง

ถ้าไม่มีเรื่องน้องชายตัวเองจีนก็คงไม่กลับมาหาผมใช่ไหม


ผมเหลือบมองใบหน้าแป้นแล้นของจีน เขายิ้มเหมือนไม่รู้สึกผิดสักนิด เป็นรอยยิ้มที่ทำให้ผมรู้ในทันทีว่าตัวเองกำลังโดนหลอก..


หอมกลิ่นทุ่งหญ้าเขียวขจีเลยสัด...ควายเอ้ย!


"โหยยยยย"


ผมงอแงใส่จีนก่อนที่เขาจะขยับมาหอมแก้มผม สองแขนของจีนอดผมเอาไว้แน่น ผมเองก็กอดเอวของเขาไว้เช่นกัน




"กลับมาแล้วววว" จีนบอกผมอีกครั้ง


"คิดถึงจัง" ผมตอบ











..........FIN........


ในเล่มจะมีตอนพิเศษอีก 2ตอนยาวๆ ของทั้งสองคู่นะคะ

ถ้าไม่ซื้อเล่มก็ซื้อผ่าน E-BOOK ได้ค่ะ เพียงแต่อาจจะออกช้ากว่า


ขอแจ้งให้ทราบว่าหนังสือยังโอนได้จนถึง 5 มีนานี้นะคะ

เราต้องเลื่อนวันจัดส่งออกไปวันที่ 16 มีนา จากเดิม จะส่งวันที่ 10มีนา

เพราะทางพิสูจน์อักษรแจ้งมาว่าอยากเชคคำผิดให้ละเอียดกว่านี้

แล้วเล่มที่แล้ว2209เรามีหลุดเยอะเหมือนกันค่ะ แหะๆ ^__^;;

ยังไงคนที่จ่ายเงินมาแล้วช่วยรบกวนรอหน่อยนะคะเพื่อความสมบูรณ์ของหนังสือ 500 กว่าหน้า

 ฝึกกล้ามแขนไว้ด้วยนะคะ 5555 

แล้วคนที่ยังไม่ได้สั่งก็สามารถสั่งได้จนถึงต้นเดือนมีนาตามที่แจ้งไว้ข้างต้นค่ะ


จิ้มสั่งหนังสือ




ใครอยากจะอ่านบีเนียร์เวอร์ชั่นไทยๆอยู่ก็ Fav. เรื่องนี้ไว้นะคะ

V

V


#ชายสี่ซอยสอง





 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 55 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

18,309 ความคิดเห็น

  1. #18287 Lhilhi Jj (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 27 มกราคม 2563 / 17:56
    ชอบที่แจนได้จบแบบแฮปปี้นะคะ เพราะเรื่องหลังนี้ นางก็น่ารักดี
    #18,287
    0
  2. #18245 Keiharu_jbjy (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2561 / 20:15
    จบด้วยความตื้นตัน เรานอยด์ฟีลเราดิ่งแต่จะร้องก็ร้องไม่ออก จุกไปหมด เศร้าสร้อยตาทตัวละครไป แต่หลังจากที่ต่างฝ่าย ต่างได้ให้เวลาตัวเอง ได้เว้นพื้นที่ต่อกัน เอาบทเรียนที่ได้เรียนรู้มาสร้างตัวตนเวอร์ชั่นใหม่ที่ดีขึ้น พร้อมจะรักใครจริงๆ แล้ว ..เป็นบทสรุปที่น่ารักแล้วก็ฮ่าาา โอ้ย ขำบีจนเหนื่อยบ้าบอจริงๆ คิดว่าวิญญาณแฟนมาหา ฮื่อ
    #18,245
    0
  3. #18226 Jolly bunny (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 12 พฤศจิกายน 2561 / 00:02
    ช็อตที่จีนเขียนจม.ทิ้งไว้ให้บีคืออ่านแล้วร้องไห้เลยอ่ะมันหน่วงไปหมด ละนี่เป็นฟิคเรื่องแรกที่ทำเราร้องไห้ ปมซ้อนปมอ่านแล้วลุ้นตามตลอด เครียดแทนตัวละคร 5555 สนุกมากก
    #18,226
    0
  4. #18223 SnowwhiteZilla (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 13:26
    ในที่สุดก็อ่านจนจบ แล้วก็คิดว่า นี่มันชีวิตมนุษย์จริงๆเลย ทุกคนคิดแต่ความสุขของตัวเองเป็นใหญ่ รักตัวเองก่อนคนอื่นเสมอ เขียนได้ดีมากเลยค่ะ ชอบตรง flashback flashcome มันเหมือนกับว่า ถ้าเธอทำอย่างนั้น เธอจะได้รับอย่างนี้นะ ทุกอย่างมีที่มาที่ไป คนอื่นอาจจะมองว่า บางเรื่องมันนิยายเกินไป แต่เราว่าไม่เลยค่ะ ชีวิตจริงยิ่งกว่านี้อีก มีบางคำ บางประโยคที่ชอบมากๆ ถึงขั้นจดเก็บไว้ แต่แอบมีคำผิดนิดหน่อย ให้อภัยค่ะ เขียนดี ^_^ เป็นกำลังใจให้ค่ะ
    #18,223
    0
  5. #18218 memexph (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2561 / 01:29
    ไม่เคยอ่านฟิคแล้วปวดตับเท่านี้มาก่อนเลยค่ะ TT แต่รักทุกเรื่องราวจากตัวอักษรของไรท์มากๆ ชอบที่ทุกตัวละครมีปมให้ขบคิด พอขมวดกันแล้วมาเฉลยตอนหลังนี่ทำให้ช็อคได้ตลอดเลย ขอบคุณที่แต่งฟิคสนุกๆแบบนี้ให้อ่านกันนะคะ
    #18,218
    0
  6. #18193 Cartoonpbct (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 16:01
    และแล้วเค้าก็ลงเอย ฮรืออออ ปริ่มมาก สองปีที่ต่างคนต่างไปเคลียร์ปัญหาชีวิต แต่ก็นะ คนเราถ้าเป็นคู่กันแล้ว มันก็ไม่แคล้วกัน
    #18,193
    0
  7. #18191 wwm. (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2561 / 14:50
    ไม่รู้ว่าไรท์จะเห็นมั้ย แต่เราอยากบอกว่ากลับมาอ่านอีกครั้งก็ยังรู้สึกอินจริงๆค่ะ เรื่องนี้จะเป็นตัวเลือกแรกของเราเสมอถ้าไม่รู้จะทำอะไร เราชอบมาเลือกอ่านตอนที่ชอบ ซ้ำไปซ้ำมา5555 เคยแม้กระทั่งอ่านแค่บี-จีนล้วนๆไม่อ่านอย่างอื่นเลย เพราะชอบเรื่องราว ชอบความสัมพันธ์ของทั้งคู่ เราอ่านซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้งมากจนจำได้ว่าบทสนทนาต่อไปเค้าจะคุยอะไรกัน555555 และเหตุผลอีกอย่างที่กลับมาอ่านอีกครั้งคือมาเก็บรายละเอียดค่ะ บางทีอ่านแล้วหลงลืมไปบ้าง หลุดๆไปบ้างเลยมาอ่านอีกรอบให้มันปลดล็อกสิ่งที่ติดค้างในใจว่า เอ๊ะ ทำไมนะ ยังไงนะ คนนี้ทำเพราะเหตุผลอะไรนะ และอย่างที่บอกค่ะ อินมาก อินเหมือนเดิม ขอบคุณนะคะที่เขียนเรื่องนี้ขึ้นมา ไรท์เก่งมากๆเลยค่ะ ขอบคุณอีกครั้งค่ะ
    #18,191
    0
  8. #17980 Little-Chick (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 5 มีนาคม 2561 / 02:44
    ชอบมากกกกกก ขอบคุณนะคะ^^
    #17,980
    0
  9. #17978 DefjeffAum (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 1 มีนาคม 2561 / 00:18
    ฮื่อออออ เราตามอ่านตั้งแต่เรื่องบีเป็นนักร้องในคลับอะ ถึงแม้ว่าจะงงไปคิดสลับกับเรื่องเก่าอยู่บ้างก็เถอะ 5555 เรื่องเก่าเราชอบมากๆเลยนะคะ ชอบตั้งแต่อ่านอินโทรแล้ว นี่เราไปทวงให้เพื่อนมาอ่านเรื่องนี้ให้ได้ทุกวันเลย ดีจริงๆค่ะ มาเรื่องที่สองก็สนุกอีก ปมเยอะมาก ไรท์แต่งได้ดีจริงๆค่ะ ตามอ่านผลงานเรื่องอื่นของไรท์อยู่เหมือนกัน อีกเรื่องที่ประทับใจคือชู้ บีเนียร์ มันพลิกไปหมด เราร้องไห้ด้วย ชอบมากๆเลยนะคะ ติดตามผลงานเรื่องใหม่ๆของไรท์เรื่อยนะคะ ภาษาไรท์เราอ่านแล้วอินมาก ขอบคุณที่มีฟิคดีๆแบบนี้ให้อ่านนะคะ สู้ๆนะคะไรท์
    #17,978
    0
  10. #17977 pimonwan.mome (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:55
    ขอบคุณไรท์มากๆนะคะ เรื่องนี้เราประทับใจอีกแล้วครบรสจริงๆดำเนินเรื่องได้น่าติดตามและไม่เคยเดาอะไรถูกเลยมีอะไรที่พีคๆๆๆๆๆอยู่ตลอดเสมอ จะติดตามเรื่องใหม่ๆของไรท์นะคะ
    #17,977
    0
  11. #17976 G327875 (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:52
    งื้อเผือกเรื่องชาวบ้านจนถึงฝั่งฝันรุสึกอินเหมือนเกาะอยู่แถวๆข้างฝาบ้านเค้าเลยอ่ะดีต่อใจตลอดๆชื่นชมฝีมือการประพันธ์ของคุณมากค่ะมีความสมจริงและสอดแทรกแง่คิดดีๆตลอดเวลาเลยอ่านๆไปเฮ้ยมันโดน(ตรูเต็มๆ)ได้ข้อคิดดีๆมามองย้อนดูตัวเองเยอะแยะเลยเฮ้ยเจ๋งว่ะ!
    #17,976
    0
  12. #17975 FMBN9394_ (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:14
    งืออออจบแล้วววว คือมันลงตัวมากๆเลยค่ะ ในที่สุดบีก็ไม่ต้องนอนร้องไห้แล้ว จีนกลับมาแล้วนะฮื่อออออ ส่วนแจ๊คกับเอินก็ไปเจอกันโดยบังเอิญแต่ก็ทำให้กลับมาคุยกันแล้วรักกันเหมือนเดิมได้แล้ววว แจนก็ดีงามมาก มีความหลังเด็กวัยละอ่อน ท้องแล้วด้วย โอ้มายก้อดมากเว่อ5555555 ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆมากๆเลยนะคะ ทั้งภาคที่แล้วกับภาคนี้ เป็นอะไรที่อ่านแล้วไม่มีเบื่อเลย เหมือนดูซีรี่ย์มากเว่อ จะติดตามผลงานไปเรื่อยๆนะค้าาา สู้ๆค่ะฮึ่บๆๆ
    #17,975
    0
  13. #17974 nook_sunny24 (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:58
    เย้จบแล้วจบแฮปปี้ด้วยชอบๆตอนแรกก็หน่วงๆหน่อยๆแต่สุดท้ายเขาทั้งสองคู่ก็แฮปปี้ได้อยู่กันกับคนที่เขารักถึงจะต้องห่างกันไปถึง2ปี ถึงห่างสองปีแต่ความรู้สึกก็ยังเหมือนเดิมไม่เปลี่ยนพิสูจน์แล้วว่ารักกันมากแค่ไหน ตลกบีนี่ก็งยังเด๋อเหมือนเดิมเลยนะคิดไปนู้นนว่าจีนตาย5555555555555 เสียติมากๆ ส่วนป้าแจนนี่ตกใจมากๆโอ๊ยยยใกล้ๆนี่เองเนาะน้องชายจีนน้องโจ แต่ก็ดีใจกับป้าแจนด้วยที่มีเบบี๋ตัวน้อยๆแล้ว

    สุดท้ายนี้ก็ต้องขอบคุณพี่ไรท์ที่แต่งมาให้อ่านเรื่องนี้มีหลายอารมณ์มีให้ลุ้นได้ทุกตอนเดาอะไรก็ไม่ค่อยถูก แต่ชอบมากๆเขียนดีเว่อร์ จะรอติดตามผลงานชิ้นต่อๆไปเรื่อยๆค่าาาาา
    #17,974
    0
  14. #17973 JubJujube (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 12:50
    แง่มมมมมมม ดีใจอ่าาา
    #17,973
    0
  15. #17972 Toeykak (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:40
    แล้วกันนิชาไม่มีคู่เลยหรอแงงงงง
    #17,972
    1
    • #17972-1 LilyHZT(จากตอนที่ 116)
      25 กุมภาพันธ์ 2561 / 11:03
      มีค่ะ ไม่ทันอ่านตอนก่อนหน้ารึเปล่าคะ
      #17972-1
  16. #17971 Jannie18 (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 10:28
    บีเด๋อเหมือนเดิม55555 พีคป้าแจนกับโจอ่ะ55555
    #17,971
    0
  17. #17970 Yunau (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2561 / 01:18
    ขำพีบีมากหมดกันพี่บีเดฟโซล 5555555
    #17,970
    0
  18. #17969 pbangrum (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:44
    ฮืออออ ตอนจบดีงามมากๆ
    #17,969
    0
  19. #17968 jan05199 (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:28
    ขอบคุณไรท์มากนะคะทำเราร้องไห้อีกแล้วแต่ก็มาขำตอนท้ายเฉยๆ
    #17,968
    0
  20. #17967 ไมโลโอวัลติน (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 23:15
    จะติดตามเรื่องต่อๆไปนะคะ รอสเปเล็กเล้กกกจากความเมตตาของไรท์55555
    #17,967
    0
  21. #17965 Nxtt_Ps08 (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:41
    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ ฮืออ จบแล้วว คิดถึงตายเลย
    #17,965
    0
  22. #17964 nnuuttaappoorrnn (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:20
    ไรท์ง่าา จบแล้ว คงคิดถึงจอมพลกับจินตภัทรอีกนาน
    #17,964
    0
  23. #17963 ออมม่า (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 18:45
    ขอบคุณ ที่ทำให้พวกเขาได้กลับมารักกันอีกครั้ง ปริ่มมาก
    #17,963
    0
  24. #17962 Sine Jaru (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 17:09
    จบแล้วววว ขอบคุณไรท์มากนะคะ เป็นฟิคที่เรารักมากกกอีกเรื่องเลย จะติดตามผลงานตลอดนะคะ Love
    #17,962
    0
  25. #17961 topingcute (จากตอนที่ 116)
    วันที่ 24 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:43
    มันกำลังจะเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง จากตอนที่แล้วทำเอาบ่อน้ำตาแตก รอบนี้ทำเอาน้ำตาซึม เพราะความปริ่ม ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่ะ ขอบคุณมากๆๆๆ
    #17,961
    0