ในรอยร้าว In the crack

ตอนที่ 10 : ในรอยร้าว 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 912
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    27 ต.ค. 61

มุทิตาไม่ได้พูดเอ่ยสิ่งใดต่อเพียงพยักหน้ารับรู้ไปเท่านั้น ก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารและสนทนากับเพื่อนในเรื่องสับเพเหระไปเรื่อยเปื่อย เพราะก็นานเกือบเดือนแล้วที่ไม่ได้ร่วมวงสนทนากัน นั่งทานอาหารด้วยกันสักพักเสียงของมุทิตาก็เอ่ยถึงสิ่งที่ตนต้องการบอก

  “มุจะกลับแล้วนะ นาจะกลับด้วยกันมั้ย”


 “ไม่เป็นไรมุเพราะว่านากะว่าจะเข้าไปที่ทำงานหน่อย”


 “ก็ไปทางเดียวกันนิ ไปเถอะน่า”


 “โอเคก็ได้ ไหนๆก็ไปทางเดียวกัน ตอนแรกนาคิดว่ามุจะไปอีกทีซะอีก”


 “ไม่หรอกที่นั่นมุลางานทั้งวันแต่ที่จะไปน่ะอีกที”


 “แล้ววัฒน์ล่ะจะกลับยัง”


 “จะกลับแล้ว แต่ว่าจะเข้าไปโรงพยาบาลสักหน่อย พ่อเรียกหาสงสัยกลัวลูกชายสุดหล่อโดนสาวฉุด”


 “แหม่จ๊ะ พ่อคนหล่อ แต่ว่าโรงพยาบาลวัฒน์ก็ไปทางเดียวกับที่ทำงานของมุกับนาไม่ใช่หรอมันน่าจะเป็นทางผ่านอยู่แหละมั้ง น่าจะไปด้วยกันเพื่อนจะได้ไม่ต้องเสียเงินในการขึ้นรถเมล์นะ ฮ่ะๆๆ” เธอเคยไปที่ทำงานกับนาธินันท์ครั้งหนึ่งแล้วเห็นว่าโรงพยาบาลของอธิวัฒน์ก็อยู่แถวนั้นพอดี น่าจะฝากตัวเองและเพื่อนสาวติดรถไปด้วยได้


 “ไม่เป็นไรหรอกมุเกรงใจวัฒน์ นาว่าเราจะนั่งรถเมล์ไปดีกว่า”


 “เอาเถอะน่ามุคนไม่อยากไป เราก็ไปกันสองคนก็ได้ ไปกันเถอะ สงสัยอยากโหนรถเมล์ ไปยืนคนเบียดๆกัน”


 “ทำไมพูดอย่างนั้น ไปกับวัฒน์เถอะสะดวกกว่าเยอะ”


 “ไปเถอะมุ จะเข้างานตอนเย็นด้วยไม่ใช่หรอเข้างานช้าโดนหักเงินไม่รู้นะเว้ย”


 “เอ่อใช่ๆ ป่ะนา” มุทิตาดึงมือของนาธินันท์มาขึ้นรถของอภิวัฒน์ตามตนไป ทั้งสองเลือกหย่อนก้นลงที่เบาะหลัง


 “ออกรถได้เลยค่ะพี่โชเฟอร์!” มุทิตาแซวชายหนุ่มที่ทำหน้าที่เป็นพลเรือนคนขับจนชายหนุ่มหันมาลั่นเสียงใส่ว่าตนนั้นไม่ใช่คนขับรถเสียหน่อยแค่ต้องทำหน้าที่ให้มันถูกแค่นั้นเองเพราะจะให้หญิงสาวในนี้ขับก็ไม่มีใครน่าจะขับได้


นั่งรถมาได้สักพักมุทิตาก็ต้องลงเพราะมันถึงเป้าหมายของตนแล้ว


 “Thank you นะคะพี่โชเฟอร์ ฮ่าๆ” บอกกับอภิวัฒน์ก่อนจะไปบอกกับนาธินันท์ที่นั่งอยู่ข้างกัน


 “ไปแล้วนะนา แล้วเจอกันเด้อ” หันมาส่งยิ้มหวานให้เพื่อนสาวก่อนจะก้าวเท้าลงจากรถไป


 นาธินันท์พยักหน้าและยิ้มตอบหญิงสาวคืนไปแทนคำพูด


 “ลงมานั่งข้างหน้าสิ ฉันไม่ใช่คนขับรถให้เธอนั่งสบายๆนะ”


 “......” นาธินันท์ไม่พูดสิ่งใดแค่ขยับตัวตามคำบอกของเขา


 “ทางมันไปทางไหนฉันไม่เคยไป ครั้งหน้าฉันจะได้ไม่ต้องขับรถผ่าน” หันมาถามเธอเสียงเรียบ


 “แค่ตรงไปแล้วพอเจอซอยก็เลี้ยวเข้าไปแล้วจอดได้เลย เดี๋ยวฉันเดินลงไปเอง”


 “ดี”


หลังจบการสนทนาการถามทางจบสิ้น ก็ไม่มีเสียงใดเปล่งออกมาอีกเลยจนถึงเส้นทางที่หญิงสาวจะต้องลงไปเฮก็เอ่ยเพียงแค่การของบคุณเท่านั้นแล้วก็ไม่ได้พูดสิ่งใดต่อไป


 “ฮึก ฮึก ฮือ!”


รถที่นั่งมานั้นขับเคลื่อนออกไปแล้ว เสียงสะอื้นไห้ที่แผ่วเบาก็ล่องลอยตามมา...



 “เตรียมของขึ้นรถให้เรียบร้อยนะครับ ใครที่นั่งรถคันไหนก็เตรียมตัวให้พร้อมแล้วเดินขึ้นตามป้ายรถเลยครับ ส่วนใครที่ยังไม่ทราบว่านั่งคันไหนที่บอร์ดมีบอกนะครับ” อภิวัฒน์กล่าวเตรียมเรียกความพร้อมให้กับนักศึกษาที่มีจิตอาสาตั้งแต่ชั้นปีที่หนึ่งถึงสี่ให้พร้อมต่อการเดินทางในครั้งนี้


 “อีกสิบห้านาทีรถออก ตรวจสัมภาระให้เรียบร้อยทุกคนนะครับ”


 “เฮ้ย! วัฒน์ นายังไม่มาเลยรถจะออกแล้ว” มุทิตาที่วิ่งตาตื่นมาหาเพื่อนต้องโอดอวยเพราะเพื่อนสาวคนสนิทนั้นยังไม่แววว่าจะโผล่มาแม้แต่เงาก็ยังไม่มีมาเลย


 “เดี๋ยวก็มาเองแหละน่า หรือว่าอาจจะไม่ไปแล้วมั้ง”


 “บ้าหรอ เราไปด้วยกันทุกปีเดี๋ยวก็มาแหละ”


 “นั้นไง! มาแล้วๆๆ วัฒน์! นามาแล้ว” เธอแทบอยากจะกรี๊ดร้องดังๆเพื่อนเธอมาแล้ว มาโน่นแล้วจริงๆ แถมเหมือนเจ้าตัวจะวิ่งหน้าตาตื่นมาเหมือนกัน


 “ทันมั้ยมุ นามาทันมั้ยเนี่ย” เพราะมั่วแต่ทำงานเลยลืมเก็บของมาถึงก็สลบลงเตียงทันทีสุดท้ายก็ต้องมาสปีดตอนเช้าเสีย


 “ไม่ทันจ๊ะ”


 “จริงดิ แล้วมุก็ไม่ทันเหมือนกันหรอ”


 “นี่วิ่งมาไม่ได้ดูรถเลยหรอ” เธอเอียงสายตามองไปยังรถที่เพิ่งจะเลี้ยวออกมาหลังจากที่ไปกลับรถเพื่อเตรียมให้นักศึกษาขึ้นรถ


 “โธ่ นึกว่าจะไม่ทัน”


 “ป่ะขึ้นรถกันเถอะ แล้วทำไมนามาสายจัง ลืมตื่นหรอ”


 “เปล่าหรอก ก็แค่เลิกงานเสร็จถึงบ้านก็หลับคาเตียงลืมเก็บของก็เท่านั้นเองแหละ ฮ่ะๆๆ”


ทั้งสองก้าวเท้าขึ้นรถประจำตามที่มีชื่อกำหนดไว้ว่าต้องนั่งคันไหน เส้นทางที่เดินทางมาเรื่อยๆจากในเมืองสู่ชนบทตอนเหนือของประเทศไทยแม้ว่าจะไม่ได้ไกลสุดแดนสยามประเทศแต่พื้นที่ที่พวกเธอไปนั้นมันก็เป็นทางที่รถนั้นขึ้นได้ยากนัก เมื่อมาถึงจุดสิ้นสุดทางเดินรถที่นั่งมาแล้ว 


นักศึกษาทุกคนจึงต้องช่วยกันขนของและเดินเท้าขึ้นไปยังจุดหมาย เส้นทางในการเดินทางแม้ว่าจะเป็นทางดินลานยาวลงมาแต่มันก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่จะเดินขึ้นไปได้ ทุกอย่างมันถูกมองเห็นได้อย่างชัดเจนว่าพื้นที่ตรงนี้มันชั่งต่างกับในเมืองที่พวกเธอมาเหลือเกิน เส้นทางนี้มันยากลำบากในการเดินทางเกินไป 


ดังนั้นการที่จะลงมาจากข้างบนเพื่อไปทำธุระในเมืองจึงเป็นเรื่องใหญ่มากสำหรับคนที่นี่และเพราะเช่นนี้พวกเธอจึงต้องมา แม้ว่าจะไม่ได้ช่วยสิ่งใดให้มันดีขึ้นมากแต่การได้มาบรรเทาทุกข์ให้พวกเขาที่ห่างจากความสะดวกสบายก็ถือว่ามันเป็นสิ่งที่ดีแล้วที่เรายังคอยช่วยเหลือเขาเหล่านั้นได้


มาเเล้วจ้าาา

ฝากด้วยนะคะ


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

141 ความคิดเห็น