{ FIC Assassination Classroom/AC `♚THe SToRY ; USAGI MOMOKA♚ ( REWRITE )

ตอนที่ 2 : `♚THe SToRY 001. คาบเรียนแนะนำตัว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1220
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 33 ครั้ง
    19 ส.ค. 61


`THe SToRY 001. คาบเรียนแนะนำตัว





      “ตายซะเถอะอาจารย์โคโระ”


      เด็กสาวได้กล่าววาจาลั่นไปทั่วห้องเรียน 3-E ร่างเพรียวบางพุ่งเข้าประชิดตัวอาจารย์โคโระและใช้เท้าเหยียบหนวดอีกฝ่ายเอาไว้จนเขาหลบไม่ทัน


      ความเร็วแบบนี้มันเหนือมนุษย์เกินไปแล้ว!!


      ถึงแม้อุซางิ โมโมกะนักเรียนใหม่คนนี้จะเร็วไม่เท่าตัวโคโระเองก็ตาม แต่ก็จัดได้ว่าเร็วมากกว่ามนุษย์ปกติเป็นเท่าตัว เขาเหงื่อตกออกมาอย่างเห็นได้ชัดมากแต่ยังคงทำหน้ายิ้มสู้เด็กสาวตรงหน้าที่กำลังง้างมือเพื่อใช้มีดสีเขียวแทงไปที่เนคไทของอาจารย์โคโระ


      “น่าเบื่อ..”


      เธอเอ่ยเสียงแผ่ว แต่ทว่าอาจารย์โคโระได้ยินสิ่งที่เธอพูดและใช้ความเร็ว 20 มัคใช้หนวดจับแขนของเธอเอาไว้


      “!!”


      โมโมกะพยายามสะบัดแขนให้หลุดจากหนวดของอีกฝ่าย คิ้วเรียวขมวดคิ้วด้วยความไม่พอใจตรงกันข้ามกับโคโระที่ตอนนี้ทำหน้าราวกับถือไพ่เหนือกว่า


      “นุรุฟุฟุฟุ อาจารย์เข้าใจนะครับว่าเพราะเข้ามาใหม่เลยอาจจะไฟแรงไปไม่นิด แต่นี่จะเริ่มคาบเรียนแล้วนะครับ อาจารย์ต้องสอนเพื่อนๆร่วมห้องของคุณนะครับ”


      “...” เมื่อได้ยินดังนั้นเด็กสาวเรือนผมสีชมพูอ่อนก็ถอนหายใจเบาๆและหยุดดิ้นทันที ริมฝีปากบางเม้มแน่นก่อนที่จะยิ้มบางๆให้กับอาจารย์โคโระ “เข้าใจแล้วค่ะ ไว้ค่อยฆ่าตอนที่ไม่ใช่ระหว่างคาบเรียนคงไม่ว่ากันใช่ไหมคะ?”


      “ถูกต้องเลยครับ นุรุฟุฟุฟุ”โคโระปล่อยแขนของเธอพลางทำสีหน้าเป็นสีส้มมีวงกลมสีแดงซึ่งหมายความว่าถูกต้อง โมโมกะแอบถอนหายใจอีกรอบและหยิบมีดเก็บกับตัวเอาไว้พลางหยิบกระเป๋านักเรียนตัวเองไปด้วย


      “ตรงนั้นคือที่ของฉันใช่ไหมคะ?”


      เธอชี้นิ้วไปที่โต๊ะเรียนว่างๆที่อยู่ข้างหลังโต๊ะของนักเรียนหญิงผมเปียสวมแว่นคนนึง เมื่อเห็นว่าโคโระพยักหน้าให้แล้วโมโมกะจึงเดินไปนั่งที่โต๊ะเรียนของตนโดยไม่รีรออะไรเพื่อให้โคโระเริ่มทำการสอนคาบเรียนที่จะถึงในอีกไม่ช้านี้


      โมโมกะมองอาจารย์โคโระที่ทำการสอนคาบแรกไปเรื่อยๆ นัยน์ตาสีขี้เถ้าเหลือบมองที่นั่งด้านขาวมือของตนเป็นเด็กหนุ่มเรือนผมสีแดงสด จะว่ายังไงดีล่ะ..ที่เผลอมองก็เพราะทรงผมมันคล้ายๆกับคนที่เธอรุ้จักคนนึง ถึงคนๆนั้นจะผมสีส้มก็เถอะ แต่มองจากภายนอกแล้วดูคล้ายๆกันจนเผลอมองไปซะได้


      “มองอะไรเหรอคุณนักเรียนใหม่?”


      เด็กหนุ่มผมแดงเอ่ยถามโมโมกะด้วยสีหน้ายิ้มระรื่นทันทีรู้สึกได้ว่าโดนอีกฝ่ายจ้อง


      “...”โมโมกะเบนสายตาไปทางหน้ากระดานตรงหน้าห้องเรียนทันทีโดยไม่ตอบคำถามของเด็กหนุ่ม


      เธอนั่งเท้าคางมองอาจารย์โคโระสอนไปเรื่อยๆ แม้จะลองฟังที่สอนดูมันก็เนื้อหาที่เธอเคยเรียนแล้วทั้งนั้น..เพราะก่อนที่จะมาญี่ปุ่นเธอก็เรียนระดับมหาลัยแล้ว กะอีแค่ความรู้ของม.ต้นก็ไม่ได้ยากอะไรเลยด้วยซ้ำ


      “เอาล่ะ เดี๋ยวอาจารย์จะให้การบ้านนะครับ นุรุฟุฟุฟุ”


      เมื่อใกล้หมดคาบก็ถึงเวลาที่อาจารย์จะให้การบ้านก็เป็นเรื่องปกติ มีเสียงบ่นจากนักเรียนบางส่วนที่ไม่อยากได้การบ้านสักเท่าไหร่นักแต่อาจารย์โคโระก็ไม่สนใจและสั่งการบ้านของตัวเองต่อไป


      “เอ่อ..”


      “คะ?”โมโมกะเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นเด็กผู้หญิงที่นั่งข้างหน้าหันหน้ามาคุยกับเธอ


      “ถ้ามีอะไรไม่เข้าใจหรือตามไม่ทันให้ฉันสอนการบ้านให้ก็ได้นะคะ”


      คงจะเป็นเพราะโมโมกะเข้าเรียนช้าไปตั้งเทอมนึง แถมเทอมที่สองนี้กว่าเธอจะเข้ามาเรียนก็ปาไปเป็นอาทิตย์..เด็กผู้หญิงตรงหน้าเลยอยากจะช่วยล่ะมั้ง?


      “ใจดีจัง..แต่ไม่เป็นไรค่ะ ขอบคุณนะคะ”เจ้าของเรือนผมสีชมพูยิ้มบางให้เด็กสาวที่นั่งโต๊ะข้างหน้า


      ไม่จำเป็นต้องให้ใครมาช่วยสักนิด


      แม้จะคิดแบบนั้นเธอก็ไม่ได้พูดออกไป


      พักเที่ยง


      “ว้า~ หิวจัง”


      “ปะ กินข้าวกัน”


      เสียงจากนักเรียนห้อง 3-E ดังขึ้นมาเมื่อถึงเวลาพักกินข้าวแล้ว โมโมกะหรี่ตาลงมองโทรศัพท์ในมืออย่างเบื่อหน่าย จะไปกินข้าวที่โรงอาหารของตึกหลักดีไหมนะ เพราะว่าไม่ได้เอาข้าวกล่องมาซะด้วยสิ หรือว่าจะติดต่อหาคุณพ่อดี?


      “เอ่อ...คุณอุซางิคะ?”เด็กผู้หญิงสวมแว่นที่นั่งโต๊ะข้างหน้าตัดสินใจเรียกโมโมกะอีกครั้ง นัยน์ตาสีขี้เถ้าเหลือบมองเด็กสาวผมเปียที่วันนี้ทักเธอเป็นรอบที่สองของวัน


      “คะ?”


      “ทานข้าวด้วยกันไหมคะ?”


      “ไม่ดีกว่าค่ะ”


      แม้จะยิ้มให้อีกฝ่ายแต่ก็ปฏิเสธทันทีอย่างไร้เยื่อใยและเปลี่ยนไปมองโทรศัพท์ในมือที่กดปุ่มบนหน้าจอคุยกับคุณพ่อของเธอเรื่องมื้อกลางวัน เมื่อได้ความว่าให้ไปทานข้าวที่ตึกหลักได้เด็กสาวจึงเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากระโปรงและเตรียมเดินออกจากห้องเรียน


      “น่าๆ อย่าปฏิเสธแบบไร้เยื่อใยแบบนั้นสิ!!”


      ตุบ!


      ฝ่ามือของเด็กนักเรียนอีกคนตบไปที่หลังของโมโมกะจนเธอหันไปมองอีกคนทันควัน เมื่อมองไปรอบๆดีๆก็มีนักเรียนหญิงบางส่วนมารวมตัวเป็นกลุ่มมองมาที่เธอเป็นทางเดียว


      “นั่นสิ พวกเราอยากรู้จักกับคุณอุซางินะ!”

      โมโมกะหรี่ตามองคนที่พูดเสริมขึ้นมา เธอลอบถอนหายใจเบาๆและตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงปกติ “ไม่ได้เอาข้าวกล่องมาค่ะ ขอตัวนะคะ”

      “ไม่เป็นไร เดี๋ยวเราแบ่งให้”

      “...”


      เมื่อเจอพวกนักเรียนหญิงจะให้เธอไปทานข้าวด้วยกันให้ได้ โมโมกะเงียบไปทันที ดวงตากลมโตไล่มองนักเรียนหญิงทีล่ะคนอย่างไม่เข้าใจว่าทำไมอยากให้เธอไปทานข้าวด้วยกันขนาดนี้


      ขี้ตื้อซะจริง


      “...” เธอยิ้มนิดๆให้กับพวกนักเรียนหญิงที่เธอไม่รู้จักชื่อ “แต่ฉันกินเยอะนะคะ”


      “งั้นแสดงว่าตกลงแล้วนะ! ไปกันเถอะ!”


      โมโมกะลอบถอนหายใจอีกครั้งโดยไม่เห็นใครเห็นและจำใจเดินตามนักเรียนหญิงไปนั่งทานข้าวด้วยกัน เอาตามตรงเธอไม่ค่อยชอบการสุงสิงกับใครเท่าไหร่นัก เพราะมันทั้งน่าเบื่อและน่ารำคาญมากๆกับการที่ต้องยุ่งกับใครหรือแคร์ใคร


      เดินมาถึงในป่าและตัดสินใจนั่งทานข้าวกันตรงที่โล่งๆ โมโมกะนั่งลงกับพื้นมองเด็กนักเรียนหญิงคุยกันอย่างออกรสซึ่งเธอก็ไม่เข้าใจนักว่าทำไมต้องมาทำอะไรแบบนี้ด้วย แต่เพราะอีกฝ่ายตื้อขนาดนั้นเลยมาให้จบๆดีกว่า


      นักเรียนหญิงในที่นี้มีสักราวๆ 5-6 คนได้ แน่นอนว่ามีเด็กใส่แว่นผมเปียที่เธอปฏิเสธไปก่อนหน้านี้ด้วย


      “รู้สึกเกร็งๆหรือเปล่าคุณอุซางิ? เธอยังรู้จักพวกเราไม่ครบทุกคนเลยใช่ไหม?”


      เด็กสาวผมเขียวแปลกตาเอ่ยถามเธอ โมโมกะพยักหน้าให้เธอ


      หลังจากนั้นก็มีแนะนำตัวทำความรู้จักกับโมโมกะกันทุกคน และยังมีบอกอีกว่าเดี๋ยวจะพาไปรู้จักคนอื่นๆในห้องที่เหลือ


      “ไม่เป็นไรค่ะ”


      เธอจำได้ว่าตอบปฏิเสธไป แต่ไม่มีใครฟังเธอสักคน


      อะไรเนี่ย


      โมโมกะยิ้มให้กับเพื่อนร่วมห้องที่นั่งคุยกับเธอพลางครุ่นคิดอยู่ในใจ ทั้งโดนลากมา ทั้งต้องไปรู้จักชื่อเสียงเรียงนามและทำความรู้จักกับนักเรียนในห้องนี้ทุกคน ไหนจะโดนนักเรียนหญิงป้อนข้าวให้อีก


      แต่อันหลังนี่ก็ไม่ได้เลวร้ายอะไรนะ


      พอกินข้าวกันเสร็จแล้วก็จะเดินกลับไปที่อาคารไม้เพื่อไปทำความรู้จักกับคนในห้องที่เหลือจนหมดทุกคน โมโมกะแทบจะนับได้ว่าเธอยิ้มให้เพื่อนร่วมห้องกี่คนคือมันเยอะมาก!ยิ้มจนเมื่อยหน้าไปหมด โดยคายาโนะ คาเอเดะอาสาว่าจะพาไปรู้จักกับเพื่อนในห้องเองจนกระทั่งเหลือสองคนสุดท้ายในห้องที่ยังไม่ได้คุยด้วยก็คือผู้ชายผมแดงกับคนที่ผมสีฟ้าๆทรงทวินเทล


     “มีอะไรเหรอ?”

     เด็กหนุ่มผมแดงหันมามองอย่างไม่เข้าใจ ดวงตาคมเหลือบหันไปมองโมโมกะที่ยืนอยู่ข้างหลังคายาโนะก่อนที่จะลอบยิ้มออกมา

      “อ๋อ~ ที่ว่าพานักเรียนใหม่ไปทำความรู้จักกับคนในห้องสินะ” เขาหัวเราะออกมา และยื่นมือไปทางโมโมกะ “ฉันอาคาบาเนะ คารุมะ ยินดีที่ได้รู้จักนะคุณนักเรียนใหม่~”


      “อุซางิ โมโมกะค่ะ ยินดีที่ได้รู้จักค่ะ”


      นี่เป็นรอบที่ 27 ที่เธอต้องแนะนำตัวตอบเพื่อนร่วมห้อง โมโมกะยิ้มบางให้กับคนที่ชื่ออาคาบาเนะ คารุมะอย่างรู้สึกเมื่อยหน้านิดหน่อย เธอไม่ยื่นมือไปจับมือกับเขาและหันไปบอกคายาโนะว่าแล้วคนต่อไปล่ะ?


      แม้เธอจะยิ้มแย้มแค่ไหนแต่เขาก็ดูออกว่าจริงๆแล้วเธอคงไม่ได้อยากทำแบบนี้แน่ๆ


      สายตาแสดงออกเต็มที่เลยนะว่าอยากพูดว่า‘ไม่อยากรู้จักสักนิด’มากกว่าน่ะ~


      อาคาบาเนะ คารุมะยิ้มตาปิดเมื่อเห็นโมโมกะเดินไปกับคายาโนะเพื่อไปหานางิสะ นักเรียนใหม่คนนี้มาถึงก็ตัดหนวดอาจารย์ปลาหมึกนั่นได้..แถมท่าทางที่ไม่อยากรู้จักใครนั่นก็ดี จะหน้าตารูปร่างที่จัดว่าใช้ได้นั่นก็ดี ความเก่งที่ถึงขั้นทำอาจารย์โคโระลนลานได้นั่นก็น่าสนใจ


      ดูท่าจะได้ของเล่นชิ้นใหม่แล้วสิ~


      “คนสุดท้ายแล้วล่ะ!” คายาโนะยิ้มกว้างให้กับโมโมกะ และกวักมือเรียกเด็กหนุ่มหน้าหวานคนนึงที่กำลังยืนใต้ต้นไม้จดอะไรบางอย่างอยู่คนเดียว “นางิสะ~ พานักเรียนใหม่มาทำความรู้จักล่ะ!”


      “...”เด็กหนุ่มที่ถูกเรียกว่านางิสะเงยหน้าขึ้นมาจากสมุดโน๊ตที่ตนกำลังจดอยู่ เขาหันไปมองหน้าของเด็กสาวผมชมพูที่เดินตามหลังคายาโนะมาติดๆ


      “งั้นคุยกันไปก่อนนะ”เด็กสาวผมสีเขียวหันมายิ้มให้โมโมกะอีกครั้งและเดินออกจากบริเวณนั้นไปเลยทิ้งให้โมโมกะยืนอยู่กับนางิสะกันสองคน ในหัวเธอตอนนี้คิดแต่ว่าคนสุดท้ายสักที คนสุดท้ายสักที ในที่สุดก็คนสุดท้ายที่เธอต้องมาทำอะไรแบบนี้!!


      “เอ่อ..ไม่เป็นไรใช่ไหม?” เด็กหนุ่มหน้าหวานถามโมโมกะที่เผลอแสดงสีหน้าเบื่อๆแต่ก็ดูดีใจแบบแปลกๆอย่างชัดเจน “ผมชิโอตะ นางิสะนะ เธอชื่ออุซางิ โมโมกะใช่ไหม?”


      “อุซางิ โมโมกะค่ะ”


      เธอตอบกลับไปเพียงแค่นั้น และมองหน้านางิสะอยู่ครู่นึงพอๆกับการที่นางิสะเองก็จ้องหน้าของเธอเหมือนกัน บรรยากาศน่าอึดอัดที่ไม่พูดอะไรเลยร่วมสิบนาทีแต่กลับจ้องหน้าแบบตาแทบไม่กระพริบก็จบลงเมื่อโมโมกะเริ่มพูดขึ้นมาต่อ


      “หน้าเหมือนผู้หญิงเลยนะคะ”


      น้ำเสียงใสๆกับรอยยิ้มบางๆนั้นไม่ได้ทำให้นางิสะรู้สึกดีไปด้วยเลย มีคนมองว่าเขาคล้ายผู้หญิงอีกแล้ว!


      โมโมกะจ้องใบหน้าของอีกฝ่ายอีกครั้งและเดินกลับเข้าห้องเรียนทันที นี่ไม่ใช่นิสัยของเธอเลยสักนิดที่ต้องมาทำความรู้จักกับคนอื่นเขา คงเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีที่ผ่านมาเลยที่ต้องมาทำความรู้จักกับเพื่อนร่วมห้องของตัวเองแบบนี้น่ะ


      ใช่ เธอเป็นพวกที่ไม่มีใครคบ


      หรือจะเรียกว่าเธอไม่อยากยุ่งกับใครมากกว่าดี?


      เธอตัวคนเดียวมาตั้งแต่เด็กแล้ว ไม่ว่าจะใครหน้าไหนก็มองว่าเธอประหลาดทุกคน มีแค่คุณพ่อของเธอเท่านั้นที่ยังทำดีกับเธอ


      ชีวิตนี้ทุกอย่างมันถึงได้น่าเบื่อไปหมดยกเว้นเรื่องคุณพ่อ ของกิน แล้วก็กระต่าย!


      เธอเองก็หวังว่าจะมีเรื่องไหนนอกจากสามเรื่องที่กล่าวไปก่อนหน้านี้จะทำให้เธอมีความสุขกับมันโดยไม่เบื่อบ้าง


      เจ้าของเรือนผมสีชมพูยาวเดินเข้าห้องเรียนเพื่อรอเรียนคาบต่อไป ในหัวก็คิดว่าจะฆ่าปลาหมึกสีเหลืองนั่นยังไงดี ทั้งๆที่เมื่อเช้าถ้าเธอเร็วเท่าความเร็ว 20 มัคของอาจารย์ปลาหมึกนั่นก็คงชนะไปแล้ว แต่นี่เธอเร็วไม่เท่า!


      “ว่าไงคุณนักเรียนใหม่~”เสียงของใครคนนึงพูดอยู่ด้านขวามือของเธอ


      ซึ่งนั่นก้ไม่ใช่ใครที่ไหน หนุ่มหัวแดงอย่างคารุมะนั่นแหละที่เดินมานั่งโต๊ะเรียนซึ่งอยู่ข้างๆเธอ


      “ว่าไงคะ คุณหัวแดง”

      ว่าแล้วก็ยกยิ้มราวกับล้อเลียนเด็กหนุ่ม โมโมกะหันหน้ากลับไปและจะหยิบโทรศัพท์มาเช็คนู่นนี่

      “ถ้าฉันเป็นคุณหัวแดง งั้นก็เรียกเธอว่าคุณหัวชมพูแล้วกัน~”


      “..”


      เมื่อได้ยินดังนั้นเธอก็ไม่คิดจะตอบอะไรทั้งสิ้น และหันไปสนใจหน้าจอโทรศัพท์ของตนมากกว่า ยังไงซะก็มาห้องเรียนนี้เพื่อฆ่าปลาหมึกสีเหลืองเฉยๆอยู่แล้ว ไม่จำเป็นต้องไปผูกมิตรกับใครให้มาก เพราะงั้นการพูดจากับใครนานๆน่ะขอบาย


      นัยน์ตาสีขี้เถ้าจ้องรูปในหน้าจอโทรศัพท์ของตนเพลินๆ แต่ทว่ากลับมีเสียงนึงดังขึ้นมาในหัว


“ก็แค่ของปลอมเหมือนพวกเราแท้ๆ”

“ทำไมแกถึง..”
“ตายไปพร้อมกับพวกเราซะ”

      !!


      อะไรน่ะ


      เมื่อกี้นี้..


      เสียงที่แว่วขึ้นมาในหัวของเธอ ทำให้โมโมกะเลิกสนใจโทรศัพท์ในมือและหันไปมองรอบห้องเรียนที่นักเรียนคนอื่นเริ่มทยอยเข้าห้องเรียนเพื่อเรียนคาบบ่าย ก็ยังไม่มีใครสักคนที่ดูท่าทางจะพูดเหมือนที่เธอได้ยินเมื่อครู่เลยสักนิด เหงื่อเริ่มผุดขึ้นมาตามใบหน้าของเธอ


      ดวงตากลมโตกรอกตาไปมารอบๆห้องเรียนเพื่อมองว่าใครเป็นเจ้าของเสียงเมื่อกี้ แต่เด็กสาวผมสีชมพูต้องกุมขมับทันทีเมื่อรู้ตัวว่าเสียงแว่วที่ได้ยินไม่ใช่เสียงใครที่ไหนในห้องเรียนนี้ แต่เป็นเสียงจากความทรงจำของเธอที่แว้บเข้ามาในหัวอีกครั้ง


      เป็นเสียงที่ไม่ว่าจะผ่านไปสักกี่ปีก็ไม่สามารถลบออกไปจากหัวได้เลย





      เป็นวันแรกของการเรียนที่เธอไม่นึกเลยว่าจะต้องมาเจอสิ่งมีชีวิตแปลกประหลาดมาสอนเรื่องเรียนให้แบบนี้ คาบบ่ายวันนี้เองก็ไม่ได้มีอะไรมากนอกเสียว่าถ้าเป็นคาบของอาจารย์โคโระจะเรียกเธอให้ตอบคำถามบ่อยจนผิดปกติ


      เอาคืนจากที่เมื่อเช้าเธอไปตัดหนวดเข้ารึไง?


      แน่นอนว่าคำถามที่อาจารย์โคโระถามมาเธอจะตอบได้หมดไม่มีบิดพลิ้วก็เถอะ แต่คิดสภาพที่นั่งได้ไม่ถึง 10 นาทีก็ต้องลุกตอบแล้วก็ลุกตอบสิ! รู้สึกเหนื่อยใจสุดๆกับการที่ไม่เรียกใครเลยนอกจากเธอ


      ‘อาจารย์จะสุ่มเรียกตอบคำถามนะครับ’


      นั่นคือคำที่เธอได้ยิน


      แต่สุ่มบ้าสุ่มบออะไรกันล่ะ คนโดนสุ่มมีแค่เธอ!


      โมโมกะอยากจะบอกเหลือเกิน ให้เธอยืนทั้งคาบเถอะ ไม่ต้องลุกแล้วนั่ง ลุกแล้วนั่งแล้วก็ได้!


      “งั้น..เดี๋ยวจะสุ่มเรียกให้คนตอบคำถามอาจารย์นะครับ นุรุฟุฟุฟุ”

      ค่าๆ สุ่มได้เธออีกแล้วสินะ

      เธอลุกขึ้นตอบคำถามครั้งที่ 25 และนั่งลงโดยสีหน้าอาจารย์โคโระดูแล้วมีสีหน้าไม่ดีเท่าไหร่นัก


      “มะ-ไม่นึกว่าจะเก่งขนาดนี้”


      อาจารย์โคโระพูดเบาแค่ไหนแต่ว่าเธอเองก็ได้ยินอยู่ดี ถึงแม้ความห่างระหว่างอาจารย์โคโระกับเธอจะเป็นหน้ากระดานห้องเรียนกับหลังห้องเรียนก็เถอะ สายตาจากเพื่อนร่วมห้องที่หันมามองโมโมกะเป็นตาเดียวต่างพึมพำกันว่าโคตรเก่ง!


      “หลังเลิกเรียนไปพบอาจารย์ด้วยนะครับคุณอุซางิ”


      “..ค่ะ อาจารย์”


      เรียกไปทำไม? จะใช้อำนาจมืดแก้แค้น?


      แต่ก็ดีเลย..ไปพบแล้วจะได้ฆ่าทิ้งซะ เท่านี้ก็จบงานที่คุณพ่อให้มา~


      หลังจากผ่านคาบเรียนของอาจารย์โคโระมาได้ก็เรียกเธอไปซะ 50 รอบ คือก็ไม่เข้าใจว่าเรียกเพื่ออะไร? เหงาเหรอคะอาจารย์?


      ตอนแรกๆก็ไม่เข้าใจเท่าไหร่ว่าแค่สิ่งมีชีวิตประหลาดๆถึงไม่โดนฆ่าสักที อาจจะเพราะนักเรียนอ่อนเกินไปหรือเปล่า? ไม่ค่อยเชื่อเท่าไหร่ว่าจะมีสิ่งมีชีวิตประหลาดๆที่มีความเร็วถึง 20 มัค..แต่พอเมื่อเช้าที่เธอจะแทงปลาหมึกนั่นก็จับตัวเธอได้ทันทีแบบมองแทบไม่ทันก็พอจะเข้าใจมาบ้างแล้วแหละว่าทำไมอาจารย์โคโระไม่มีใครฆ่าได้สักที แรกเริ่มความมั่นใจที่จะฆ่าได้ของเธอมีเต็ม 100% แต่พอเห็นความเร็วนั่นกับตาก็เหลือความมั่นใจแค่ 95%


      ไม่ได้มั่นหน้านะ แต่เธอเชื่อว่าความสามารถของเธอสามารถฆ่าได้จริงๆ


      ก็เพราะเธอน่ะพิเศษกว่าใครๆ ดังนั้นจะมีความสามารถมากกว่าคนอื่นก็ไม่แปลก


      คุณแม่บอกเอาไว้แบบนั้น


      . . .


      . .


      .


      “แล้ว..เรียกฉันมาทำไมคะ?”


      โมโมกะยืนกอดอกเอ่ยถามอาจารย์โคโระที่นั่งจิบชาในห้องพักครู นี่เป็นยามเลิกเรียนแล้วคนที่ยังอยู่ในคารเรียนก็มีแค่คนบางส่วนและอาจารย์บางคนเท่านั้นรวมถึงเธอที่กำลังคุยกับอาจารย์โคโระในห้องพักครูด้วย


      “นุรุฟุฟุ นั่งลงก่อนสิครับคุณอุซางิ อ้อ..แล้วก็ท่าทางแบบนั้นไม่น่ารักเลยนะครับ”อาจารย์โคโระยังคงหัวเราะประหลาดเหมือนเคยและใช้หนวดดึงเก้าอี้มาให้เธอนั่ง เจ้าของเรือนผมสีชมพูถอนหายใจออกมาแล้วนั่งเก้าอี้แต่โดยดี ไม่วายยังเอามือกอดอกเหมือนเดิม


      “ท่าทางแบบไหนเหรอคะ?”ริมฝีปากบางยิ้มให้กับฝ่ายตรงข้าม ขาเรียวสวยก็ไขว้ขาอีกอีกเป็นนั่งไขว่ห้างจนอาจารย์โคโระได้แต่คิดว่าก็ไอ้ท่าทางแบบนี้นี่แหละที่มันไม่น่ารัก! มีอย่างที่ไหนมานั่งไขว่ห้างกอดอกตอนคุยกับอาจารย์กันเล่า!


      แต่ช่างเรื่องนี้เถอะ ถึงบอกไปดูท่าเด็กคนนี้คงจะยิ่งทำท่าทางอวดดีกว่าเดิมแน่ๆ


      “ที่อาจารย์เรียกมาก็ไม่ได้มีอะไรมากหรอกครับ แค่อยากจะคุยด้วยนิดหน่อยเรื่องห้องเรียนน่ะครับ นุรุฟุฟุ”


      “ห้องเรียน?” เธอเลิกคิ้วขึ้นอย่างไม่เข้าใจคำถามเท่าไหร่ และไม่กี่วินาทีต่อมาก็เข้าใจในคำถามของอีกฝ่ายแล้วจึงตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงปกติ “เรื่องมาเรียนช้ากว่าคนอื่นแล้วก็จะเข้ากับคนในห้องเรียนได้ไหมน่ะเหรอคะ?”


      “โอ๊ะ ใช่เลยครับ คุณอุซางินี่เข้าใจอะไรง่ายจริงๆ”

      “อย่าแรกเลยนะคะ เรื่องเรียนช้ากว่าคนอื่นน่ะไม่เป็นไรค่ะ เพราะก่อนที่จะย้ายมาห้องE..ฉันเรียนระดับมหาลัยที่อเมริกา”

      มิน่าล่ะ ตอนเรียกตอบคำถามถึงได้เก่งขนาดนั้น!


      โมโมกะหรี่ตาลงมองฝ่ายตรงข้ามที่ทำหน้าตาดูตกใจเล็กน้อย เธอยิ้มอีกครั้งและพูดต่อด้วยน้ำเสียงเรียบๆ


      “และเรื่องที่สองฉันไม่ต้องการเพื่อนค่ะ..เพราะงั้นไม่ต้องกังวลนะคะว่าฉันจะเข้ากับคนอื่นได้ไหม”


      “ไม่ได้นะครับคุณอุซางิ เพื่อนน่ะเป็นสิ่งจำเป็นนะครับ!”อาจารย์โคโระใช้หนวดจับไหล่ของเธอเอาไว้ และเตือนด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง แต่โมโมกะยังคงยิ้มตอบ


      “ไม่ต้องหรอกค่ะอาจารย์โคโระ”


      “เอ๋?”

      “ก็เพราะว่าพอฆ่าคุณที่นี่แล้วฉันก็จะกลับไปอเมริกาต่อทันที”

      เด็กสาวหุบยิ้มลงเมื่อตอบคำถามเสร็จหมดแล้ว ดวงตาสีเทาหันไปมองหนวดที่จับไหล่ของเธอเอาไว้และยิ้มออกมาอีกครา


      หมับ!


      โมโมกะใช้มือซ้ายของตนจับหนวดนั้นเอาไว้ทันทีจนอาจารย์โคโระชักหนวดกลับไม่ทัน สีหน้าของอาจารย์ซีดยิ่งกว่าไก่ต้มพลางคิดในใจว่าซวยแล้วไงเล่า..


      ตั้งแต่ตอนเช้าที่เจอเด็กคนนี้ฟันหนวดเขาขาด เขาก็สัมผัสได้ว่าคุณอุซางิมีอะไรที่ต่างออกไปจากคนอื่นๆ


      “อยู่นิ่งๆนะคะอาจารย์โคโระ”


      เธอใช้มือซ้ายกำหนวดแน่นกว่าเดิมเพื่อไม่ให้อีกฝ่ายหนีไปได้ ในขณะเดียวกันที่มือขวาก็หยิบมีดสีเขียวที่ซ่อนไว้ออกมา เมื่อเห็นท่าไม่ดีโคโระจะชักหนวดกลับแต่ดันทำไม่ได้เมื่อเธอยังจับแน่นไม่ปล่อย


      แรงอะไรกันนี่!!!


      โคโระมองไปที่เด็กผู้หญิงตรงหน้าที่ใช้มือข้างเดียวจับหนวดเขาเอาไว้ ว่าแล้วเชียวว่าเด็กคนนี้แตกต่างจากคนอื่นจริงๆ!

      ไม่รู้ว่าเป็นใคร มาเรียนที่นี่เพื่ออะไร ใครเป็นคนส่งเธอมากันแน่


      เด็กผู้หญิงตัวเล็กๆตรงหน้าที่ดูไม่น่าจะมีเรี่ยวแรงถึงขนาดเขาออกแรงดึงหนวดกลับมายังดิ้นไม่หลุด! เธอกำลังง้างมีดมาที่เขาอีกครั้งและเล็งไปที่เนคไท


      เธอคนนี้มีความสามารถมากก็จริง แต่แค่นั้นมันยังไม่พอหรอก


      เพี๊ยะ!!!


      หนวดของอาจารย์โคโระปัดมือของเด็กสาวจนมือเธอฟาดไปด้านหลังตามแรงตบของหนวด แค่กระนั้นเธอยังกำมีดแน่นและเตรียมแทงเขาอีกครั้ง


      “อาจารย์พอจะรู้แล้วล่ะครับคุณอุซางิ ว่าทำไมเธอถึงมั่นใจว่าจะฆ่าอาจารย์ได้ขนาดนี้”

      ปลาหมึกนี่กำลังยิ้ม?

      โมโมกะขมวดคิ้วเรียวมองอีกฝ่ายที่ยังยิ้มออก เธอแทงลงไปด้วยความเร็วสูงอีกครั้งแต่ก็ต้องตกตะลึงเมื่ออาจารย์โคโระไม่ได้อยู่กับที่เดิมแล้วแต่เป็นข้างหลังของเธอต่างหาก! เธอหันมามองมือซ้ายของตนที่กำหนวดของอีกฝ่ายเอาไว้ ตอนนี้เป็นแค่หนวดที่ขาดออกมาจากร่างกายของอาจารย์โคโระ นัยน์ตาสีขี้เถ้าเหลือไปมองโคโระที่ใช้หนวดเอาผ้าเช็ดหน้าจับมีดพลาสติกสีเขียวนั่นเอาไว้

      หรือว่ามีดนั่น…


      อ่า..ในมือขวาของเธอกลายเป็นถือไม้บรรทัดตั้งแต่เมื่อไหร่ก็ไม่รู้!


      “หึหึ” เธอหัวเราะในลำคอเบาๆ และประชันหน้ากับอาจารย์โคโระ “ใช้ความเร็ว 20 มัคนั่นใช้ผ้าเช็ดหน้าจับมีดของฉันแล้วตัดหนวดที่โดนฉันจับได้ทิ้งเพราะเห็นว่าสลัดไม่หลุดสินะคะ”


      “ฟุฟุ เป็นนักเรียนที่ค่อนข้างฉลาดน่าดูเลยนะครับ”


      เธอยิ้มรับคำตอบนั้นสื่อเป็นนัยๆว่าขอบคุณที่ชม เธอทิ้งหนวดและไม้บรรทัดในมือลงกับพื้นและหยิบปืนที่ใส่กระสุนที่จัดการกับอาจารย์โคโระขึ้นมา


      ซ่อนไว้ตรงไหนครับเนี่ย! อาจารย์โคโระทักท้วงในใจที่เห็นเธอหยิบมาจากในเสื้อฮู้ดสีดำของตน


      “ถ้าอาจารย์ไปตายซะจะดีกับฉันมากนะคะ”


      เธอหันปลายกระบอกปืนไปทางหัวของเขา นิ้วเรียวเตรียมเหนี่ยวไก


      “ไม่ได้หรอกครับ ก็อาจารย์ยังต้องสอนพวกเธออีกเยอะเลยนี่นา”


      ปัง!! ปัง!! ปัง!!


      เธอเหนี่ยวไกยิงกระสุนไปทางอาจารย์โคโระเป็นระลอกใหญ่แต่เขากลับหลบได้หมด ก่อนที่จะใช้ความเร็ว 20 มัครวบเอวและจับแขนทั้งสองข้างของเธอเอาไว้ได้ โมโมกะกำปืนในมือแน่นแต่สภาพนี้ขยับตัวไม่ได้เลยสักนิดเพราะโดนหนวดรวบแขนกับเอวเอาไว้


      “เก่งมากเลยครับคุณอุซางิ แต่วันนี้พอแค่นี้ก่อนเถอะครับ นุรุฟุฟุ”


      เธอยังคงดิ้นไม่หยุดแต่หนวดล็อคไว้แน่นมากจนดิ้นไม่หลุด เด็กสาวถอนหายใจเฮือกใหญ่ออกมาและค่อยๆหยุดดิ้นจนยืนนิ่งและปล่อยปืนในมือร่วงลงพื้น ท่าทางเหมือนจะยอมแพ้แล้วแต่โคโระไม่คิดแบบนั้น..


      เด็กคนนี้ถึงจะไม่รู้ว่าเพราะอะไรแต่ดูจะอยากฆ่าเขาซะเหลือเกิน


      “ฟู่~”เธอถอนหายใจออกมาอีกครา แล้วสูดลมหายใจเข้าลึกๆในขณะที่โคโระเดาใจไม่ถูกว่าเธอจะทำอะไรกันแน่


      ผลัวะ!!!


      โมโมกะใช้เท้ากระทืบหนวดของฝ่ายอย่างแรงจนเขาตกใจเผลอคลายหนวดที่ตรึงแขนกับเอวของเธอเอาไว้ ความรู้สึกที่ทำให้ตกใจจนคลายหนวดออกมาคือเจ็บ


      เรี่ยวแรงของเด็กคนนี้มันแปลก..


      หมับ!!


      โมโมกะจับหนวดของเขาได้อีกครั้งและเตรียมทำท่าบางอย่างเหมือนจะเหวี่ยงเขา


      เฮ้ๆๆ อย่าบอกนะครับว่า..


      เธอกำลังจะจับตัวอาจารย์โคโระทุ่มลงพื้น!!!


      ฟุบ


      ทันทีที่เธอทุ่มเขาลงกับพื้น แต่นัยน์ตาสีขี้เถ้าก็ต้องเบิกกว้างทันทีเมื่อร่างของอาจารย์โคโระหายไปแล้ว เธอเงยหน้าไปมองทางหน้าต่างที่เปิดเอาไว้มีอาจารย์โคโระกำลังยืนเช็ดเหงื่ออยู่ข้างนอกอาคารเรียนโดยมีนักเรียนห้อง E ที่ยังไม่กลับบ้านออกมาดูอาจารย์โคโระที่ดูท่าแปลกๆ แต่กระนั้นยังใช้มีดพยายามแทงอาจารย์โคโระให้โดนไปด้วยในขณะที่ถามด้วยความเป็นห่วง มันดูขัดกันสุดๆ! แถมอาจารย์โคโระก็ยังหลบไปแล้วตอบนักเรียนที่ถามด้วยความเป็นห่วงด้วยอารมณ์ซาบซึ้ง


      “หนีไปทางหน้าต่าง..?”เสียงใสพึมพำกับตนแลกระโดดออกนอกอาคารเรียนทางหน้าต่าง


      “คุณอุซางิ?”นักเรียนหญิงสวมแว่นนามโอคุดะ มานามิหันมามองโมโมกะที่กำลังเดินไปทางอาจารย์โคโระ


      โคโระมองอีกฝ่ายด้วยสีหน้าไม่ดีเท่าไหร่ ไม่ใช่ว่ากลัวจะโดนเธอฆ่าได้..แต่เป็นบางอย่างในตัวของเธอต่างหากที่ทำให้เขาค่อนข้างกังวล ไอ้ที่จะจับเขาทุ่มกับพื้นทำเอาตกใจสุดๆ! เด็กผู้หญิงที่ไหนจะจับสิ่งมีชีวิตประหลาดอย่างเขาทุ่มกับพื้นบ้างล่ะ!


      ว่าแล้วเชียวว่าเด็กผุ้หญิงคนนี้แปลกๆ..


      เรี่ยวแรงที่ดูเยอะเกินคนทั่วไปนั่นแหละที่แปลก


      ทักษะการต่อสู้ถึงตอนนี้จะยังงัดออกมาใช้ไม่หมดแต่เขาขอได้เดาว่าต้องอยู่ระดับต้นๆของห้องเรียน 3-E แน่นอน


      “อะไรกันน่ะ นักเรียนใหม่จะลอบสังหารอาจารย์โคโระเหรอ!?”เสียงนักเรียนที่ยังหลงเหลือในอาคารไม้พูดออกมาด้วยความสงสัย แม้การกระทำของเธอจะเป็นการฆ่าตรงๆไม่ใช่ลอบฆ่าก็ตามที


      “ถ้าอาจารย์ไม่เอาจริงหรือทำตัวประมาทอีกจะโดนฆ่าเอานะคะ”


      เธอเดินเข้ามาเรื่อยแต่ขาก็ต้องหยุดชะงักเมื่อมีเสียงข้อความเข้าจากโทรศัพท์ของเธอ


      “อ๊ะ” โมโมกะอุทานออกมาเมื่อเห็นเนื้อหาข้อความ เธอเก็บโทรศัพท์แล้วยิ้มออกมา “เสียดายจังที่ต้องกลับบ้านก่อน ไว้เจอกันพรุ่งนี้นะคะอาจารย์โคโระ”


      “เรี่ยวแรงผิดปกตินั่น แถมต้องการจะฆ่าผมให้ได้อีก.. เธอเป็นใครกันแน่นะครับคุณอุซางิ”โคโระพึมพำออกมาเบาๆ แต่โมโมกะที่กำลังจะเดินไปเอากระเป๋าตัวเองในห้องพักครูก็หันหลังกลับมาคุยกับเขา


      “งั้นก็ขอแนะนำตัวอีกครั้งแล้วกันนะคะอาจารย์โคโระ” เด็กสาวเจ้าของเรือนผมสีชมพูยิ้มอีกครั้ง ทำให้อาจารย์โคโระตกใจมากขึ้นไปอีกเพราะไม่คิดว่าเธอจะได้ยิน “อุซางิ โมโมกะค่ะ”


      “ก่อนหน้านี้เรียนมหาลัยที่ต่างประเทศใกล้จะจบแล้ว.. แต่ต้องลาออกเพื่อมาฆ่าอาจารย์ เพราะอะไรรู้ไหมคะ?”


      “คุณพ่อสั่งมาค่ะว่าให้ฆ่าคุณซะ”


      “คุณพ่อ?”เขาถามเสียงสูงด้วยความสงสัย รวมทั้งนักเรียนคนอื่นที่เห็นเหตุการณ์ก็ต่างมองเธอเป็นตาเดียว


      “อาซาโนะ กาคุโฮคือพ่อของฉันเองค่ะ”


      สิ้นเสียงของเธอทุกอย่างก็เงียบกริบ ไม่มีนักเรียนคนใดเอ่ยปากออกมา แม้กระทั่งอาจารย์โคโระก็ชะงักไปทันที


      แต่ก็ไม่กี่วิ อาจารย์โคโระพุ่งตรงมาทางเธอและใช้หนวดกอดขาจนเธอสะดุ้ง!


      “อะ-อะไรอะ!”โมโมกะตกใจมาก ที่จู่ๆอีกฝ่ายก็มากอดขาของตน


      “ปะ-เป็นลูกสาวผู้อำนวยการงั้นเหรอครับ! ทำไมไม่บอกอาจารย์ก่อนล่ะครับ!ไม่งั้นอาจารย์คงจะทำกับเธออย่างอ่อนโยนมากกว่านี้แท้ๆ!”


      เฮ้ยๆ ทำไมคำพูดมันดูกำกวม!!


      “เอ๋.. คะ-คุณอุซางิกับอาจารย์โคโระ..มะ-มะ-มีความสัมพันธ์กันแบบนั้—”

      “ไม่ใช่ค่ะ คุณโอคุดะ!!! นั่นหมายถึงตอนสู้กันเฉยๆ!!!”

      เธอหันหน้าไปทางโอคุดะที่เอามือปิดปากทำท่าอย่างเขินอายเหมือนรู้ความลับอะไรบางอย่างเข้า แล้วหน้าไปทางอาจารย์โคโระ


      “อย่าบอกให้ผู้อำนวยการหักเงินเดือนอาจารย์นะครับ!! แล้วทีหลังอาจารย์จะทำให้อ่อนโยนมากกว่านี้!”


      “จริงๆด้วยสินะคะคุณอุซางิ”

      “บอกว่าไม่ใช่ไงเล่า!!คุณโอคุดะ!!!” เธอหันไปตอบโอคุดะอีกครั้งแล้วหันควับมาทางอาจารย์ พลางใช้มือกระชากคอเขาขึ้นมา “อย่าพูดจากำกวมได้ไหมคะ!!!!”

      เรียกว่ามาดเด็กผู้หญิงที่ดูถือตัวหยิ่งๆนั้นหายไปพริบตากลายเป็นหลุดมาดไปโวยวายใส่อาจารย์ซะงั้น

      “เฮ้อ..”

      หลังจากสงบลงเธอก็ปล่อยคอเสื้ออาจารย์โคโระแล้วถอนหายใจออกมา เรียกว่าแทบจะหายใจหอบมากกว่าการต่อสู้ซะอีกก็เพราะเพื่อนร่วมห้องที่ยังอยู่ในอาคารเรียนดันพูดส่งเสียงตะโกนจากในห้องเรียนว่ารับผิดชอบเธอซะ รับผิดชอบเธอซะ..คือ!รับผิดชอบอะไร!! เข้าใจผิดกันไปใหญ่แล้ว! แถมอาจารย์โคโระก็เอาแต่บอกว่าอย่าบอกให้ผู้อำนวยการหักเงินเดือนอาจารย์นะซ้ำไปมาอย่างกับอัดเทปแล้วเล่นวนอย่างนั้น!

      จะได้กลับบ้านสักที..


      เธอเดินไปเก็บมีดกับปืนและกระเป๋าตัวเองที่ห้องพักครูก็หันไปมองอาจารย์โคโระที่นั่งในห้องพักครูด้วยสีหน้ายิ้มอย่างสดใสเมื่อเธอบอกว่าจะไม่ให้ผู้อำนวยการหักเงินเดือนหรอก


      แปลกจริงๆสิ่งมีชีวิตประหลาดตนนี้..


      “ไว้จะมาฆ่าใหม่นะคะอาจารย์โคโระ”เธอยิ้มให้กับเขาและก้าวเท้าเดินออกจากห้องไป ก่อนที่จะนึกอะไรขึ้นได้เลยเดินกลับมา


      “อะไรเหรอครับคุณอุซางิ? คงไม่ใช่ว่าเปลี่ยนใจจะไปบอกให้หักเงินเดือนอาจารย์นะครับ!!”


      “เปล่าค่ะ แค่สงสัยว่าทำไมถึงตั้งหน้าตั้งตาอยากสอนนักเรียนขนาดนั้นล่ะคะ? ทั้งๆที่เป็นสิ่งมีชีวิตที่จะทำลายโลกในปีหน้าแล้วแท้ๆ”


      “งั้นอาจารย์จะบอกให้แล้วกันครับว่าทำไมในห้องเรียนถึงได้เรียกคุณอุซางิมาตอบคำถามบ่อยขนาดนั้น” เขาหัวเราะตามสไตล์ปกติและจับเก้าอี้มาให้เธอนั่งฟังเขา ซึ่งคราวนี้เธอก็เลิกคิ้วด้วยความสงสัยแต่ก็มานั่งแต่โดยดี “ครั้งนี้คงจะไม่ฆ่าอาจารย์อีกรอบนะครับ? นุรุฟุฟุ”


      เธอยิ้มออกมาและส่ายหัวให้


      “เพราะตั้งแต่เธอเข้ามาเรียนที่ห้องนี้ก็ถือว่าเป็นลูกศิษย์ของอาจารย์แล้วล่ะครับ”


      “คะ?”


      “ได้ยินลูกศิษย์ของตัวเองพูดว่าน่าเบื่อด้วยสีหน้าเศร้าๆแบบนั้น คนเป็นอาจารย์จะปล่อยให้นิ่งดูดายก็คงไม่ได้”

      เศร้า?...เป็นอีกครั้งที่เธอขมวดคิ้ว แต่ยังนั่งฟังอาจารย์พูดต่อ

      “อาจารย์เลยอยากกระตุ้นเรื่องการเรียนซะหน่อยเพื่อดูปฏิกิริยาจากเธอ..แต่ก็ดันตอบได้ทุกคำถาม เพราะงั้นคงไม่ใช่ว่าการเรียนแย่จนทำให้เธอแสดงสีหน้าเศร้าแบบนั้นได้แน่” เขาใช้หนวดลูบหัวเธออย่างอ่อนโยน “อาจารย์เลยคิดออกแล้วว่าจะต้องสอนอะไรให้นักเรียนอย่างเธอ”


      “อาจารย์ไม่ได้จะสอนหนังสือตามตำราหรอกครับ แต่ดูเหมือนเธอจะมีปมในใจบางอย่างก็เลยดูเป็นคนที่ใช้ชีวิตได้ไม่คุ้มซะนี่”


      “ความสนุกของชีวิตช่วงวัยรุ่น การได้คบกับเพื่อนๆที่ต่างกันไป การที่ได้ลองทำอะไรกับเพื่อนๆ ไม่ต้องเก็บความรู้สึกไว้คนเดียว เลิกสร้างกำแพงแล้วลองเปิดใจให้คนอื่นดู..คิดได้แล้วล่ะครับว่าสิ่งเหล่านี้เป็นสิ่งที่เด็กอย่างคุณอุซางิต้องมี”


      “ฉัน…?”หลังจากเงียบมานาน เธอก็เริ่มพูดขึ้นมาแบบไม่เข้าใจเท่าไหร่


      “เรียกว่าคาบเรียนชีวิตก็คงได้.. อาจารย์อยากจะให้เด็กอย่างเธอได้พบประสบการณ์แบบเด็กรุ่นราวคราวเดียวของเธอต้องเจอบ้าง”


      “ฮึ” เธอหัวเราะออกมาแล้วปัดหนวดอาจารย์ที่ลูบหัวของเธอออก “สำหรับฉันพวกนั้นไม่จำเป็นหรอกค่ะ ก็นึกว่าเรื่องอะไรซะอีกถึงได้มานั่งฟัง”


      โมโมกะลุกจากเก้าอี้แล้วเดินออกนอกห้องเรียนไปทันที ขาเรียวสวยก้าวเดินฉับๆในหัวก็ครุ่นคิดที่อาจารย์โคโระได้เอ่ยออกมา


      เรื่องพรรค์นั้นไม่เห็นจำเป็น


      เธอเปิดหน้าจอโทรศัพท์อีกครั้ง แชทของเธอกับคุณพ่อที่ส่งมาบอกว่ารอเธอมานานแล้วทำให้เธอต้องเร่งความเร็วตัวเองให้ไปถึงหน้าโรงเรียนเร็วๆ


      “ขอโทษค่ะคุณพ่อ! หนูคุยธุระกับอาจารย์ที่นั่นนานไปหน่อย!”


      เด็กสาววิ่งไปหาคุณพ่อของเธอหรือก็คือผู้อำนวยการโรงเรียน..อาซาโนะ กาคุโฮยิ้มให้แล้วเข้าไปนั่งในรถส่วนตัวของตน เด็กสาวขยับตัวจะเข้าไปนั่งในรถบ้าง แต่ก็ต้องชะงักเมื่อมีเด็กหนุ่มอีกคนนั่งอยู่ในรถด้วย..และที่สำหรับเธอคือนั่งข้างเด็กหนุ่มคนนั้น


      นี่เป็นอีกสาเหตุนึงที่เธออยากจะรีบฆ่าอาจารย์โคโระแล้วรีบกลับไปต่างประเทศ


      “ไม่ได้เจอกันนานเลยนะ อยู่ห้อง E งั้นรึ? ก็เหมาะสำหรับคนแบบเธอแล้วนะ..คุณอุซางิ โมโมกะ”


      เด็กหนุ่มเรือนผมสีส้มเอ่ยเสียงเย้ยหยัน นัยน์ตาคู่คมสีม่วงมองเธอด้วยหางตา..ลูกชายอีกคนของคุณพ่อของเธออาซาโนะ กาคุชู


      เมื่อได้ยินแบบนั้นเด็กสาวก็ขยับตัวเข้าไปนั่งข้างกายเด็กหนุ่มพลางกอดอก เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อยและมองเขาด้วยหางตาเช่นเดียวกัน..กลีบปากสีชมพูระเรื่อยิ้มหวานไม่สายตาจะเย็นชามากก็ตามที


      “โอ้โฮ~ ได้เจอกันนานน่าดูเลยนะคะ ว่าไงคะ? ยังเลี้ยงสุนัขไว้ในปากอีกรึเปล่า..คุณอาซาโนะ กาคุชู”


      ท่ามกลางบรรยากาศอันน่าอึดอัดนี้ กาคุโฮที่ได้ยินลูกๆของตัวเองทักทายกันก็ไม่ได้พูดอะไร..ตามตรงก็ไม่ได้สนใจเท่าไหร่ด้วย


      คำพูดที่ไม่เหมือนคนในครอบครัวเดียวกันใช้พูดกันเลยสักนิด ทันทีที่ทั้งสองคนต่างฟังคำทักทายอีกฝ่ายก็ได้แต่ยิ้มแล้วหัวเราะในลำคอด้วยท่าทีปกติ


      พวกเขาทั้งสองอาจจะเป็นครอบครัวเดียวกันก็จริง แต่ก็ไม่ถูกกันเลยสักนิด




▼△▼△▼△ To Be Contiuned ▽▲▽▲▽▲



(บ่นตรงนี้เสร็จจะมีแนะนำตัวละครต่อข้างล่างค่ะ)



สวัสดีค่ะ กลับมาอัพแล้วนะคะ ขอออกตัวก่อนเลยนะคะว่าเป็นคนที่เขียน

ฉากบู๊ไม่เก่ง ฉากตลกก็ไม่เก่งค่ะ55555 ตอนนี้ค่อนข้างจะมีบู๊นิดๆด้วยถ้าเขียน

แปลกไปหรือน่าเบื่อไปต้องขอโทษด้วยนะคะ!เวอร์รีไรท์นี้จะเห็นได้ชัดว่าโมโมกะ

เกรียนขึ้น55555 คือนิสัยโมโมกะวางไว้ทำนองนี้อยู่แล้ว แต่เวอร์เก่าเราดันเขียน

ให้นางนิสัยดีเร็วเกิน(......) ทุกคนจะต้องเห็นนางมั่นหน้า เชิดๆไปอีกนานค่ะกว่า

นางจะนิสัยดีขึ้นมาบ้าง55555 อันนี้พยายามเขียนให้นิสัยนางซอฟต์ลงมาหน่อย

เพราะตอนแรกที่เขียน นางดูเชิดเกินจนเราคิดว่ามันไม่โอนะ แต่งใหม่ดีกว่า  เลย

กลายมาเป็นแบบที่เห็นในฟิคนี้ค่ะ ส่วนตัวคิดว่าอาจารย์โคโระเวอร์รีไรท์ควรจะมี

บทเยอะกว่าเวอร์ก่อนค่ะ เพราะที่นางมาญี่ปุ่นก็เพราะอาจารย์โคโระและเราคิด

-ว่าควรให้อาจารย์โคโระเป็นหนึ่งในตัวแปรที่จะทำให้โมโมกะเปิดใจกับคนอื่นได้

บ้าง ตอนที่1เลยค่อนข้างจะเทบทไปทางอาจารย์โคโระ (หรือจริงๆอาจารย์โคโระ

จะเป็นพระเอก----) แต่ตอนต่อไปนักเรียนห้อง 3-E คนอื่นจะมีบทเพิ่มเรื่อยๆแน่

-นอนค่ะ และที่ตอนนี้อาจารย์โคโระมักจะเสียท่าให้โมโมกะซะส่วนมากเพราะว่า

อาจารย์โคโระยังไม่ได้เอาจริงค่ะ และคิดไม่ถึงว่าโมโมกะจะบ้าพลังเล่นจับหนวด

ไม่ให้ดิ้นหนีบ้าง เล่นจะจับทุ่มลงพื้นบ้าง.. ถ้าตอบแบบจริงๆที่เราคิดคือโมโมกะ

เก่งนะคะแต่ยังฆ่าอาจารย์โคโระที่มีความเร็ว 20 มัคไม่ได้อยู่ดี555 เรื่องความเก่ง

ของโมโมกะจะอยู่ระดับประมาณไหนของห้อง 3-E ต้องรออ่านตอนต่อๆไปนะคะ!

ส่วนคู่กาคุชูโมโมกะเวอร์เก่าไม่ถูกกันยังไง เวอร์รีไรท์ก็ไม่ถูกกันแบบนั้นค่ะ..  ส่วน

พระเอกเรื่องนี้คือใคร?คนเขียนยังตัดสินใจไม่ได้ค่-- ไว้รอโมเมนต์ในเรื่องเอานะคะ

ว่าตัวโมโมกะจะได้ผู้ชายคนไหนมาชอบบ้าง----- แค่กๆ

บ่นเยอะไหมคะ? เรายังคิดเลยค่ะว่าตัวเองพิมพ์ไรตั้งเยอะ (............)

งั้นไปดูแนะนำตัวละครจากตอนนี้กันเถอะค่ะ ใครสงสัยอะไรหรือรู้สึกยังไงกับ

ตอนนี้ก็เม้นมาได้นะคะ เราอ่านทุกคอมเม้นแน่นอน♥




CHARACTER


殺せんせー • อาจารย์โคโระ


赤羽 業 • อาคาบาเนะ คารุมะ


奥田 愛美 • โอคุดะ มานามิ


茅野 カエデ • คายาโนะ คาเอเดะ


潮田 渚 • ชิโอตะ นางิสะ


浅野 學峯 • อาซาโนะ กาคุโฮ


浅野 学秀 • อาซาโนะ กาคุชู


兎 モモカ • อุซางิ โมโมกะ

CV: Sakamoto Maaya ( ตัวอย่างเสียง: https://youtu.be/BXe8K8OimHE  )

อายุ: 14 (วันเกิด: 15 ก.ค.)

ส่วนสูง: 160 กก.

น้ำหนัก: 43 กก.

สิ่งที่ชอบ: กาคุโฮ , คุณแม่ , กระต่าย , โบว์ผูกผมของตัวเอง

สิ่งที่เกลียด: ตัวเอง

วิชาที่ถัด: ถนัดทุกวิชา

วิชาที่ไม่ถนัด: ไม่มี

ของกินที่ชอบ: แกงกะหรี่

ของกินที่ไม่ชอบ: ถั่วเน่า

ความสามารถพิเศษ: ความจำดีมาก(ถึงขนาดที่พูดได้ทุกภาษาและเห็นอะไรผ่านตาก็จำได้หมด) , ทักษะร่างกายและการต่อสู้สูงมาก

เป้าหมายในชีวิต: ไม่มีอะไรเป็นพิเศษ

งานอดิเรก: ดูรูปกระต่าย , ไปคาเฟ่กระต่าย

เหตุผลที่มาอยู่ห้อง3-E: ผอ.ส่งมา

ถ้าได้เงินรางวัลจากการฆ่าอาจารย์โคโระจะเอาไปทำอะไร ?: เอาไปให้กาคุโฮ ถ้ากาคุโฮไม่ต้องการก็เก็บไว้กับตัวเอง

===

พละกำลัง: 5/5

ความเร็ว: 5/5

ลอบฆ่าระยะประชิด: 4.5/5

ลอบฆ่าระยะไกล: 4.5/5

มันสมอง: 5/5

สกิลเฉพาะตัว(การจำ , การเรียนรู้ได้ไว): 5/5




✎ติดตามข่าวสารการอัพฟิค/คุยเล่นได้ที่

FACEBOOK :  https://www.facebook.com/MarchmallowASL/


TWITTER : https://twitter.com/SweF_DSK






ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 33 ครั้ง

63 ความคิดเห็น

  1. #63 KazekaYuki (@KazekaYuki) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 13:22

    มาต่อให้หน่อยยยยย~
    #63
    1
    • #63-1 (@hoshi_sora) (จากตอนที่ 2)
      11 ตุลาคม 2561 / 15:01
      จะมาต่อให้แน่นอนค่า
      #63-1
  2. #62 wal_5678 (@wal_5678) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 19 สิงหาคม 2561 / 19:26

    โมโมกะตอนหลุดมาดน่ารักมากอ่ะแง๊ (โอคุดะก็น่ารัก พายเรือโอคุโมโมกะได้มั้ย---แค่ก)


    รูปเต็มตัวน้องแอบเซกซี่เบาๆ>///< แล้วก็รอตอนต่อไปน้าาา



    ปล-สิ่งที่เกลียดนี่......

    #62
    1
    • #62-1 (@hoshi_sora) (จากตอนที่ 2)
      19 สิงหาคม 2561 / 20:31
      พายเรือได้ตามสบายเลยค่ะ---แค่ก
      จะรีบเข็นตอนต่อไปมาทันเดือนหน้านะคะ!
      #62-1
  3. #61 M_May0-0 (@M_May0-0) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 16:39
    มาแล้ววววววว ชอบบบบบ
    //รอต่องับ สนุกมาก&#128513;
    #61
    1
    • #61-1 (@hoshi_sora) (จากตอนที่ 2)
      16 สิงหาคม 2561 / 19:43
      ขอบคุณค่า รออ่านตอนต่อไปได้เลยย &#128150;&#128150;&#128150;&#128150;
      #61-1
  4. #60 Aumaimzaza (@Aumaimzaza) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2561 / 09:23

    เป็นกำลังใจให้
    #60
    1
    • #60-1 (@hoshi_sora) (จากตอนที่ 2)
      16 สิงหาคม 2561 / 09:26
      ขอบคุณค่า
      #60-1
  5. #50 ` TOY . (@may726567) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 17:40
    นางเอกท่าทางจะโหดไม่เบา ชอบ555555554
    #50
    0
  6. #28 Marius Yo (@tongue) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2558 / 22:44
    เอ๋..!!จริงดิ ...อืมแล้วจะถูกไปห้องE สุดเลิฟเปล่านะ
    #28
    0
  7. #7 Wissuta Saengkrut (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 พฤษภาคม 2558 / 01:18
    ว้าวๆ!! น่าสนุกมากเลยค่ะไรท์ พยายามเข้าน้ะค่ะ เป็นกำลังใจให้อยู่นร้าาาา>_<b
    #7
    1
    • #7-1 `✖F E W S {ฟิวส์} (@hoshi_sora) (จากตอนที่ 2)
      26 พฤษภาคม 2558 / 06:23
      จะพยายามแต่งต่อไปเรื่อยๆนะคะ ขอบคุณค่ะ! :3
      #7-1
  8. #3 fairysnow (@cartbear) (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 พฤษภาคม 2558 / 13:27
    โอ้ มีเพจด้วย ดีเลยค่ะจะได้ตามไปก่อกวน(ทวงฟิค)ได้ 5555
    #3
    1
    • #3-1 `✖F E W S {ฟิวส์} (@hoshi_sora) (จากตอนที่ 2)
      16 พฤษภาคม 2558 / 13:37
      ไม่น้าาาาา(?) 5555555 ก่อกวนและทวงฟิคได้เลยค่ะ จะได้ไม่เหงา 555555
      #3-1