คาวแค้นแสนเสน่หา

ตอนที่ 15 : บทที่ 7

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 190
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    9 มิ.ย. 59

“ขอบคุณพี่ธามมากนะคะที่อุตส่าห์คุยเป็นเพื่อน ดูสิเพื่อนรบกวนเสียดึกเลย” หญิงสาวยิ้มให้เมื่อเขาเดินมาส่งถึงหน้าห้อง สรรพนามแสนสนิทสนมมันทำให้รู้สึกใจชื้นขึ้นว่าแผนการของตนไปได้ดีและการลงทุนครั้งนี้จะไม่ทำให้เธอผิดหวัง ไม่น่าเชื่อว่าจะสามารถเข้าถึงธามได้ง่ายขนาดนี้...

“พี่ต่างหากที่ต้องขอบคุณเพื่อนที่ยอมคุยกับพี่ พี่คิดว่าเพื่อนอาจจะรังเกียจไม่คุยกับพี่เสียมากกว่า”

“โธ่... เพื่อนต่างหากล่ะคะที่ต้องคิดแบบนั้น อีกอย่างที่เพื่อนพยายามไม่คุยกับพี่ธามก็เพราะว่ากลัวจะเป็นข่าวมากกว่าไม่ได้มีเหตุผลอื่นนอกจากนี้หรอกค่ะ” 

“อืม พี่น่ากลัวขนาดนั้นเชียว”

“ก็ ไม่เท่าไหร่ค่ะ แค่เพื่อนไม่อยากเป็นข่าว เห็นสาวๆ แต่ละคนที่เป็นข่าวกับพี่ธามก็สวยๆ เริดๆ ทั้งนั้น เพื่อนน่ะหางแถวค่ะ กลัวจะทำให้พี่ธามเสียชื่อ” พิมพ์ภัสสรยิ้มล้อเลียน

“เพื่อนก็ล้อพี่เสียหายหมดเลย” ธามยิ้มกว้างใบหน้าหล่อเหลาดูอ่อนโยนขี้เล่นราวหนุ่มน้อยมากกว่าคาสโนวาตัวพ่อที่มีหญิงสาวล้อมหน้าล้อมหลัง

“ราตรีสวัสดิ์นะคะ” หญิงสาวรีบตัดบทเมื่อกลัวว่าตนจะหลงเสน่ห์ของธาม

“เดี๋ยวก่อนสิเพื่อน...”

“คะ...” หญิงสาวชะงักแล้วหันมามองหน้าเขานิ่ง

“เอ่อ... Good nightจ้ะ” ธามเกาท้ายทอยของตัวเองเขินๆ ที่ต้องพูดอะไรแบบนี้ เป็นครั้งแรกที่เขาพูดจาแบบนี้กับผู้หญิงที่ไม่ใช่มารดากับน้องสาวและไม่ได้ทำอะไรมากกว่าพูดจบแล้วก็เดินกลับห้องของตน

พิมพ์ภัสสรมองดูร่างสูงที่เดินกลับเข้าห้องของเขาไปด้วยหัวใจพองโตคับอก ความร้อนซู่แล่นพล่านไปทั่วกายมารวมกันบนใบหน้าที่รู้สึกว่ามันเหมือนจะไหม้เกรียม ก็ธามน่ารักเสียขนาดนี้ เธอไม่แปลกใจเลยที่สาวๆ ค่อนประเทศหลงใหลได้ปลื้มไปกับเขา

“อย่าไขว้เขวนะเพื่อน...” หญิงสาวบอกตัวเองแล้วค่อยๆ ปิดประตูด้วยรอยยิ้มปลื้มปริ่ม

 

ในกลางดึกคนนั้นเองร่างบางนอนกระสับกระส่ายอยู่บนที่นอนนุ่ม เหงื่อเม็ดโตผุดพราวเต็มใบหน้างาม แต่ดวงตาของเธอยังปิดแน่นเหมือนอยากจะลืมตาก็ลืมไม่ขึ้น จะหลับก็หลับไม่ลง แล้วภาพต่างๆ ในอดีตอันโหดร้ายก็แทรกเข้ามาในความฝัน ผันร้าย ที่ยังตามหลอหลอนอยู่ร่ำไป...

“เพื่อนไปเรียนเถอะแพงอยู่คนเดียวได้” พิมพ์บงกชบอกพี่สาวซึ่งอยู่ในชุดนักศึกษางดงามน่ารักสมวัย แม้ว่าเธอจะไม่มีโอกาสได้เรียนต่อเพราะร่างกายอ่อนแอและรู้ตัวว่าหัวไม่ดีเหมือนพี่สาวฝาแฝด แต่พิมพ์บงกชก็ไม่ได้รู้สึกอิจฉาพิมพ์ภัสสรที่เก่งกว่าแข็งแรงกว่า อีกอย่างเธอชอบอยู่บ้านเงียบๆ มากกว่าที่สำคัญเธอรู้สึกกลัวโลกภายนอก เธอไม่อยากแม้แต่จะออกจากบ้าน...

“จ้ะ แพงห้ามเปิดประตูให้ใครนอกจากเพื่อนกับแม่หวานนะรู้มั้ย”

“จ้า ย้ำเป็นร้อยๆ รอบแล้วจ้า”

“เพื่อนไปนะแพง...” พิมพ์ภัสสรหันมาบอกน้องสาวฝาแฝดอีกครั้งก่อนจะก้าวออกจากประตูรั้วอัลลอยด์ลวดลายงดงามแล้วคล้องกุญแจล็อกอย่างแน่นหนาทั้งมองกล้องวงจรปิดหน้าบ้านแล้วโบกมือให้น้องสาวที่อยู่ด้านในก่อนจะก้าวขึ้นรถยนต์คันเล็กแล้วขับออกไปด้วยความรู้สึกที่ไม่ค่อยสบายใจนัก ไม่รู้ว่าทำไมวันนี้ตนถึงได้รู้สึกกังวลอย่างบอกไม่ถูก

ตั้งแต่วันที่เธอกับน้องสาวเหมือนกำลังจะจมดิ่งสู่ท้องน้ำอันหนาวเหน็บได้มีมือหนึ่งของใครคนหนึ่งดึงเธอทั้งสองขึ้นมาท่ามกลางพายุฝนที่ตกหนักและพวกเธอก็กำลังจะหมดแรง เมื่อเธอกับน้องสาวฟื้นขึ้นมาที่โรงพยาบาลแห่งหนึ่งซึ่งไกลจากบ้านของเธอพอสมควรและไกลพอที่ป้ากับลุงของเธอจะตามไม่เจอ หลังจากนั้นเด็กหญิงฝาแฝดก็ได้เจ๊หวานหญิงสาวในร่างชายอุปการะไว้เมื่อได้ฟังเรื่องราวอันหดหู่ของพวกเธอ อีกทั้งพิมพ์บงกชก็มีท่าทางหวาดกลัวผู้ชายมากไม่ยอมให้แม้แต่หมอเข้าใกล้

ความหวาดผวาในดวงตาเด็กหญิงทำให้เจ๊หวานผู้อารีเห็นใจและสงสารเด็กทั้งสองอีกทั้งก็รู้สึกถูกชะตากับเด็กๆ จึงไม่ลังเลที่จะอุปการะเลี้ยงดูพิมพ์ภัสสรกับพิมพ์บงกชมานับแต่นั้น เจ๊หวานส่งเสียให้พิมพ์ภัสสรเรียนและสอนงานทุกอย่างที่เธอทำจนสาวน้อยฉายแววโดดเด่น เจ๊หวานจึงปั้นให้พิมพ์ภัสสรเป็น พริตตี้ชั้นแนวหน้าของบริษัทซึ่งพิมพ์ภัสสรเองก็ยินดีที่จะตอบแทนเจ๊หวานด้วยการตั้งใจทำงานและตั้งใจเรียน ผลการเรียนที่ดีการงานก็ไม่มีบกพร่องทำให้เจ๊หวานรักและเอ็นดูพิมพ์ภัสสรมาก

“ทำไมเรารู้สึกไม่สบายใจเลยนะ ต้องเกิดอะไรไม่ดีกับแพงแน่ๆ หากรู้สึกแบบนี้” พิมพ์ภัสสรคิดวุ่นวายในอกก่อนตัดสินใจเลี้ยวรถกลับไปยังบ้านหลังเล็กที่อย่างรีบเร่งเมื่อลางสังหรณ์บางอย่างบอกเธอว่าต้องมีเรื่องไม่ดีเกิดขึ้นกับน้องสาวฝาแฝดแน่นอน และขณะนั้นเองเจ๊หวานก็โทรศัพท์เข้ามา

“เพื่อน นี่เราอยู่ไหนแล้ว งานจะเริ่มแล้วนะจ๊ะ”  

“เพื่อนขอยกเลิกนัดทั้งหมดในวันนี้นะคะแม่หวาน เพื่อนรู้สึกไม่ดี เพื่อนกำลังจะกลับบ้าน...”

“ไม่ได้นะเพื่อน ทุกคนเขามากันพร้อมแล้ว รอแค่เพื่อนคนเดียว” เป็นครั้วแรกที่เจ๊หวานรู้สึกไม่พอใจในการกระทำของพิมพ์ภัสสร

“เพื่อนไปไม่ได้จริงๆ ค่ะขอโทษนะคะ เพื่อนเป็นห่วงน้อง”

“เพื่อน...” เสียงปลายสายเต็มไปด้วยความฉุนเฉียวแม้ว่านี่จะเป็นครั้งแรกที่พิมพ์ภัสสรไม่ไปตามนัดก็ตามทำให้เจ๊หวานจำต้องยกเลิกงานถ่ายแบบของเหล่าพริตตี้ทั้งหมดในชุดคลอสเพลย์จากการ์ตูนดัง แล้วรีบกลับบ้านด้วยตั้งใจจะกลับมาจัดการสาวน้อยที่บังอาจยกเลิกนัดกะทันหัน

แต่วันนั้นคือวันที่เจ๊หวานได้เข้าใจว่าสายใยอันแสนพิเศษที่คู่แฝดส่งถึงกันนั้น มันไม่อาจจะอธิบายด้วยคำพูดและมันก็ทำให้เจ๊หวานรู้สึกรักและผูกพันกับสาวน้อยทั้งสองมากขึ้น และรักมากจนพร้อมจะทำทุกอย่างเพื่อปกป้องพวกเธอด้วยชีวิตของตนเลยทีเดียว...

“มะ ไม่นะ แพง อย่าเป็นอะไรนะ ม่ายยย... เฮือกกก...” พิมพ์ภัสสรตะเกียกตะกายลุกขึ้นจากที่นอนนุ่มด้วยความหวาดผวา

หญิงสาวกวาดตามองไปรอบห้องกว้างสว่างไสวที่ไม่คุ้นตาแล้วผ่อนลมหายใจออกมาอย่างโล่งอก เธอไม่เคยปิดไฟนอนมาหลายปีแล้ว แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้อะไรดีขึ้นสักเท่าไหร่เพราะฝันร้ายก็ยังเกิดขึ้นกับเธออยู่เรื่อยไป หญิงสาวลุกขึ้นจากที่นอนเข้าห้องน้ำแล้วล้างหน้าหวังว่าน้ำเย็นๆ มันจะช่วยให้ฝันร้ายจางหายไป แต่มันก็ไม่ได้ช่วยให้เธอดีขึ้นสักเท่าไหร่นัก

ในขณะที่พิมพ์ภัสสรผวาตื่นจากฝันร้าย ชายหนุ่มในอีกห้องหนึ่งก็มีอาการไม่แตกต่างกันนัก ธามผวาจากที่นอนนุ่มของตนด้วยใบหน้าและร่างกายที่เปียกชุ่มด้วยเหงื่อเม็ดโต ชายหนุ่มลูบใบหน้าหล่อเหลาด้วยความรู้สึกหดหู่และเครียดเขม็งไปทั้งกายและใจร่างสูงก้าวลงจากที่นอนอย่างฉุนเฉียวกับฝันร้ายที่เขาพยายามจะคิดว่ามันเป็นเพียงฝันมาตลอดหลายปี

“บัดซบ...” ร่างสูงที่สวมเพียงกางเกงนอนเนื้อดีลุกขึ้นเสยผมรวกๆ แล้วเดินออกมานอกระเบียงกว้างเพื่อรับลมเย็นๆ ให้ผ่อนคลาย แต่แล้วเขาก็ยังไม่รู้สึกว่ามันจะช่วยได้จึงเดินออกมาจากห้องแล้วตรงไปยังบาร์เครื่องดื่มทันสมัยซึ่งในชั้นนี้ทั้งชั้นของโรงแรมหรูในเครือธอมป์สันกรุ๊ปเสมือนบ้านกว้างๆ หลังหนึ่งซึ่งมีทุกอย่างครบครันเพียบพร้อมเลยทีเดียว ธามชะงักเล็กน้อยเมื่อพบว่าตนเองไม่ได้อยู่ที่ห้องโถงโอ่อ่าเพียงคนเดียวเพราะมีหญิงสาวในชุดนอนลายการ์ตูนน่ารักยืนรับลมอยู่ที่ระเบียงใหญ่เหมือนกำลังครุ่นคิดอะไรอยู่และดูเธอเหม่อลอยไปไกลแสนไกล

“นอนไม่หลับเหรอครับ...”

“อุ๊ย ว๊ายยย...” หญิงสาวตกใจผวากับเสียงเขาเล็กน้อยจนชายหนุ่มต้องคว้าเอวบางไว้เมื่อเธอทำท่าเซเหมือนจะล้ม ซึ่งมันทำให้เขารู้สึกผิดอยู่ไม่น้อยที่ทำให้เธอตกใจขนาดนั้นยิ่งเห็นแววตาตื่นๆ ของเธอเขาแทบไม่อยากเชื่อเลยว่าเธอคือพริตตี้สาวสุดเปรี้ยวเข็ดฟันที่เขาเจอเธอที่บริษัทของเสี่ยมงคล

“พี่ขอโทษที่ทำให้ตกใจ...”

“มะ ไม่เป็นไรคะ ก็พี่ธามเล่นมาเงียบๆ เพื่อนกำลังคิดอะไรเพลินๆ เลยตกใจ” หญิงสาวตอบเบาๆ รู้สึกหายใจติดขัดด้วยความรู้สึกอื่นขึ้นมาเมื่อรับรู้ว่าเธอกับเขาอยู่ใกล้กันมากแค่ไหน มือบางพยายามดันอกกว้างไว้เพื่อป้องกันไม่ให้อกนุ่มของตนสัมผัสกับแผงอกแกร่งเปล่าเปลือยของเขา

“เอ่อ พี่ธามปล่อยเพื่อนได้แล้วล่ะค่ะ” หญิงสาวหน้าแดงก่ำในความสลัวของแสงไฟเมื่อมือบางสัมผัสกับอกกว้างของเขาโดยบังเอิญ ซึ่งเธอรู้สึกชาๆ ที่ปลายนิ้วเหมือนโดนไฟฟ้าช็อตเลยทีเดียว

“เอ่อ... ขอโทษจ้ะ” ธามรู้สึกตัวเมื่อเขาเองก็รู้สึกถึงความใกล้ชิดจนได้กลิ่นหอมอ่อนๆ จากกายสาวและนั่นเป็นสัญญาณที่ไม่ดีเลยสักนิดเพราะมันทำให้เขาร้อนขึ้นมาในกายแกร่งอย่างน่าโมโห

“พี่ธามนอนไม่หลับหรือคะ” หญิงสาวกระแอมเบาๆ แล้วถอยห่างเขามาก้าวหนึ่ง

“ก็ พอดีว่าพี่ฝันไม่ค่อยดีเลยตกใจตื่นแล้วเพื่อนล่ะ”

“ก็ฝันร้ายนิดหน่อยค่ะ”

“บอกพี่ได้มั้ยว่าฝันร้ายอะไร...” เหมือนหัวใจสองดวงสื่อถึงกันโดยไม่รู้ตัวหนุ่มสาวหันมาสบตากันแล้วก็เป็นพิมพ์ภัสสรเองที่หลบตาเขา เธอจะอ่อนแอหรืออ่อนไหวไปกับเขามากกว่านี้ไม่ได้ เธอไม่ได้ต้องการให้มันเป็นอย่างนั้นหญิงสาวพยายามบอกตัวเอง

“เอ่อ เพื่อนว่าเพื่อนไปนอนดีกว่า”

“เดี๋ยวสิเพื่อน...”

“อุ้ย...” ไม่ทันที่หญิงสาวจะหลบหน้าเขาพ้นด้วยความรีบทำให้แข้งขาที่อ่อนๆ เปลี้ยๆ ขึ้นมาเสียดื้อๆ นั้นพันกันจนเธอเซถลาเกือบจะล้มคะมำหากเขาไม่เข้ามาโอบรัดเอวบางไว้เสียก่อนสุดท้ายเธอก็ตกอยู่ในอ้อมกอดแข็งแรงของเขาโดยไม่มีทางหลีกเลี่ยงและไม่ได้แกล้งล้มเพื่อให้ได้ใกล้ชิดเขาด้วย กลิ่นกายชายที่หอมสดชื่นในแบบบุรุษแท้ๆ ทำให้หญิงสาวหัวหมุนมึนๆ งงๆ ยิ่งเมื่อเขาโน้มใบหน้าเข้ามาใกล้พิมพ์ภัสสรก็ยิ่งใจเต้นแรงพานจะเป็นลมเสียอย่างนั้น...


ฝากติดตามพี่ธามกับเพื่อนด้วยนะคะ 

และรอติดตามเรื่องราวของ แทนฤทัยกับราฟาเอลได้ใน คู่แค้นแสนเสน่หา เร็วๆ นะคะ

ขอบคุณทุกท่านที่ติดตามค่ะ  



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น