คาวแค้นแสนเสน่หา

ตอนที่ 14 : บทที่6 จบตอน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    25 พ.ค. 59

ธามกับพิมพ์ภัสสรโดดเด่นอยู่บนเวทีได้รับความสนใจมากกว่านางเอกสาวคนดังที่แทบกรีดร้องออกมาด้วยความคับแค้นใจที่งานนี้แทบไม่มีใครกล่าวถึงเธอเลยสักคน แม้แต่เหล่านางแบบที่มาร่วมงานด้วยกันต่างก็พากันมายืนออกันอยู่หลังม่านดูการประมูลอันคึกคักและพากันชื่นชมพิมพ์ภัสสรกับธามกันไม่ขาดปากยิ่งทำให้จินนี่แค้นใจอะไรก็ขวางหูขวางตาไปเสียหมด

“แม่ดูมันสิ ดูมั้นนน...”

“น่าลูกใจเย็นๆ เราไม่ได้อยู่ที่บ้านนะ รักษาภาพพจน์หน่อยสิ...” นางจันวิภาพยายามเตือนสติบุตรสาวที่กระทืบเท้าเร่าๆ อยู่ข้างๆ อย่างหวั่นใจว่าใครจะมาเห็นท่าทางของนางเอกสาวตอนนี้เข้า

“แม่ก็ดูสินังเพื่อนมันมาแย่งซีนฉันได้ยังไงกัน ฉันไม่ยอมนะแม่ คนที่เด่นในงานนี้มันควรจะเป็นฉันไม่ใช่เหรอ”

“ก็จะให้ทำยังไงล่ะหึ ก็เจ้าของงานเขาให้ตำแหน่งนั้นมันไป ฉันก็ไม่รู้จะทำอะไรได้นี่หว่า...” นางจันวิภาเท้าสะเอวใส่ลูกสาวหน้าหงิกพอๆ กัน วันทั้งวันนี้จินนี่เอาแต่ตวาดใส่ตนนิดๆ หน่อยๆ ก็ไม่พอใจ ทั้งที่วันนี้ต่างวางแผนกันไว้ว่าจะหาจังหวะให้ธามกับจินนี่ได้อยู่ใกล้ชิดกันแล้วให้มดดำกับมดแดงคอยถ่ายรูปของทั้งสองไว้แล้วนำมาปล่อยข่าว แต่กลายเป็นว่างานนี้นั่งตบยุงกันไปเพราะธามยังไม่มีทีท่าว่าจะเข้ามาเฉียดใกล้จินนี่เลยแม้แต่น้อย...

“โอ๊ย แล้วฉันจะทำยังไงดีล่ะเนี่ย...”

“ใจเย็นๆ ให้คุณธามเขาลงมาจากเวทีก่อนแล้วเราค่อยหาทางเข้าไปใกล้เขาแม่จะคอยกันนังเพื่อนให้เอง”

“โอเคๆ ฉันจะรอจังหวะก็แล้วกัน”

“ดีมาก... ว่าแต่เมื่อคืนแกคุยอะไรกับเสี่ยวิทิตบ้าง ทำไมเขาให้เบนซ์แกมาขับเลยวะ” แล้วนางก็ถามเปลี่ยนเรื่องเมื่อวันนี้พวกตนมางานนี้อย่างเฉิดฉายด้วยเบนซ์ราคานับสิบล้าน

“ช่างเถอะน่าเอาเป็นว่าวันนี้ฉันไม่อยากได้ยินชื่อเสี่ยวิทิต แม่เงียบๆ ก่อนได้มั้ยฉันใช้สมาธิคิดแผนอยู่”

“เออๆ ตามใจ” ผู้เป็นแม่ค้อนบุตรสาวอย่างหงุดหงิดไม่แพ้กัน

 

ทางด้านเวทีการประมูลก็เริ่มเข้มข้นขึ้นเมื่อมีมหาเศรษฐีมากมายให้ความสนใจเครื่องเพชรชุด เลอค่าแทนฤทัยอย่างคับคั่งจนหญิงสาวเจ้าของแบรนด์ชิ้นนี้ยิ้มแก้มปริ

“เอาล่ะครับ ตอนนี้มูลค่าประมูลอยู่ที่ห้าสิบล้าน มีใครจะให้ราคาสูงกว่านี้มั้ยครับ...” พิธีกรกิตติมศักดิ์ประกาศก้องด้วยความตื่นเต้นเมื่อเครื่องเพชรชุดเล็กๆ ที่งดงามประณีตนี้แม้ไม่ได้อลังการมากด้วยจำนวนกะรัตเพชรก็ตาม แต่มูลค่าของเครื่องเพชรชุดนี้กลับสูงขึ้นเรื่อยๆ อย่างไม่น่าเชื่อ ไม่รู้ว่าเพราะคนสวยใส่หรือเพราะดีกรีเจ้าของเครื่องเพชรชุดนี้ก็ไม่อาจจะรู้ได้เพราะทั้งเพชรและสาวงามทั้งสองนั้นงดงามพอๆ กัน โดยเฉพาะสองสาวที่ยืนอยู่คู่กันขนาบข้างชายหนุ่มผู้หล่อเหลาราวเทพบุตรนั้นเจิดจรัสจนเป็นที่กล่าวขวัญ ความสวยงามของแทนฤทัยกับพิมพ์ภัสสรนั้นแม้จะสวยคนละแบบแต่เรียกได้ว่าทำให้ชายหนุ่มในงานยินยอมพร้อมใจกันวางหัวใจไว้แทบเท้าพวกเธอได้เลยทีเดียว

“สามร้อยล้านบาทครับ...” เสียงนุ่มทุ้มของชายหนุ่มคนหนึ่งดังขึ้นพร้อมกับเรือนร่างสูงสง่าของเขาก็ปรากกฎตัวขึ้น เรือนผมสีทองอร่ามเจิดจรัสมากขึ้นเมื่อโดนแสงไฟจับจ้องทำให้ทุกคนอุทานด้วยความตื่นเต้น ทั้งตื่นเต้นกับจำนวนเงินและรูปลักษณ์ของเขา... ราฟาเอล ฟร้องซ์ ก้าวเดินเข้ามาด้านหน้าเวทีด้วยท่าทางของเขาราวราชสีห์เจ้าสำราญที่กินอาหารอิ่มแล้วก็ออกมาเดินชมนกชมไม้อย่างสบายอารมณ์อย่างไรอย่างนั้น...

ร่างสูงสง่างามเจ้าของเรือนผมสีทองอันเป็นเอกลักษณ์กับใบหน้าที่หล่อเหลาไม่แพ้ธาม ธอมป์สันนั้นยิ้มพรายให้กับทุกคน หากแต่รอยยิ้มนั้นราวจะเยาะคนทั้งโลกเสียมากกว่า ราฟาเอลค้อมศีรษะให้พิมพ์ภัสสรเสมือนเป็นการทักทายซึ่งหญิงสาวก็ยิ้มรับด้วยดี ในขณะที่ธามจ้องมองราฟาเอลอย่างไม่พอใจเช่นเดียวกันกับแทนฤทัยหน้าตึงทันทีที่เห็นหน้าชายหนุ่มผู้ซึ่งขโมย จูบแรก ของเธอไปอย่างอาจหาญ แต่ด้วยสปิริตนักธุรกิจทำให้เธอข่มใจเพื่อให้งานนี้จบลงด้วยดี...

 

“ใครปล่อยให้ไอ้ราฟมันเข้ามาในงานได้วะ ไอ้คนไหนมันทำงานพลาด บอกมา...” เมื่องานจบลงด้วยการประมูลสิ้นสุดลงที่ราฟาเอลซึ่งได้ครอบครองเครื่องเพชรชุดนั้นพร้อมทั้งได้ดินเนอร์กับเจ้าของผลงานด้วยทำให้ธามฉุนเฉียวมาก เมื่อเขาลงจากเวทีมาจัดการไล่บี้ลูกน้องทุกคนที่ดูแลความปลอดภัยให้กับงานอย่างหัวเสีย...

“หากคนที่ทำงานพลาดหมายถึงการให้ราฟเข้ามาในงาน ก็คงเป็นพ่อเองล่ะธาม” เสียงของคุณธีร์ดังขึ้นทำให้ธามหันไปมองบิดาที่โบกมือไล่คนของเขาร่วมสิบคนออกไปจากห้องอย่างไม่ชอบใจ

“คุณพ่อ...”

“ทำไม ในเมื่อราฟเขาก็ไม่ใช่คนอื่น...”

“เขาไม่ใช่คนอื่นน่ะใช่ เพราะมันคือศัตรูของผม...” ชายหนุ่มเสยผมอย่างหงุดหงิดยิ่งเมื่อเห็นบิดายักไหล่อย่างไม่ยี่หระเหมือนที่เขาชอบทำไม่มีผิดก็ยิ่งหงุดหงิดไม่เข้าใจเลยว่าทำไมบิดาถึงได้ยังดูเอ็นดูราฟาเอลอยู่ไม่เสื่อมคลาย

“เรื่องที่ผ่านมา มันก็นานแล้วนะธาม พ่อไม่อยากให้ลูกผูกติดอยู่กับอดีตที่ทำให้เราฝันร้ายอยู่ตลอดเวลา อีกอย่างพ่อว่าลูกคิดไปคนเดียวว่าเขาเป็นศัตรู...”

“ผมไม่ได้ฝันร้าย...” ชายหนุ่มปฏิเสธเสียงแข็งหากแต่ไม่ยอมสบตาบิดา

“ก็ตามใจ เมื่อไหร่ที่ลูกยอมรับความจริงลูกก็จะหลุดพ้นมันเอง และพ่อหวังว่ามันคงไม่สายเกินไป ทั้งลูกทั้งราฟนั่นล่ะ” พูดจบบิดาก็เดินออกไปจากห้องพักผ่อนของบุตรชาย ปล่อยให้ธามเดินไปเดินมาอย่างหงุดหงิดอยู่คนเดียว

“โธ่เว้ยยยย...” ชายหนุ่มตะโกนก้องอยู่คนเดียวอย่างไม่รู้จะทำอย่างไรดีเมื่อครั้งนี้เขาทำอะไรได้ไม่ถนัดเพราะบิดาอยู่ข้างราฟาเอลและสนับสนุนให้แทนฤทัยดินเนอร์กับราฟาเอลอย่างออกหน้าออกตาและดูเหมือนมารดาก็เห็นดีเห็นงามไปด้วย

“อุ๊ย ขอโทษค่ะ...” เสียงหวานดังขึ้นพร้อมกับประตูที่เปิดออกโดยไร้เสียงเคาะทำให้ชายหนุ่มหันไปมองอย่างไม่สบอารมณ์แต่เมื่อเห็นใบหน้าใสสะอ้านไร้เครื่องสำอางของเจ้าหล่อนเข้าเขาก็ชะงักเล็กน้อยแล้วเรียกเธอไว้ก่อนที่เธอจะงับประตูปิด

“เดี๋ยวก่อน...”

“คือเพื่อนไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนนะคะ เพียงแต่คุณแทมมี่บอกว่าให้เพื่อนมาพักที่ห้องรับรองก่อนเพราะเห็นว่าดึกแล้ว กลัวว่าหากเพื่อนกลับไปตอนนี้จะอันตราย แต่ไม่คิดว่า เอ่อ คุณ จะอยู่ที่นี่ หรือบางทีเพื่อนอาจจะเข้าห้องผิด แต่เพื่อนไม่ได้ตั้งใจจะมารบกวนคุณจริงๆ นะคะ..” หญิงสาวรีบบอกเขารัวๆ หน้าตาตื่นๆ ของเธอทำให้เขานึกเอ็นดูอยู่ไม่น้อย มันน่าดูกว่าสีหน้าหยิ่งๆ เชิดๆ เริดๆ ก่อนหน้านี้ลิบลับ

“ไม่เป็นไร ฉันเองต้องขอโทษหากเสียงดังจนเธอตกใจ...”

“เอ่อ เพื่อนไม่รบกวนดีกว่าค่ะ เดี๋ยวเพื่อนจะเดินไปอีกห้องดีกว่า”

“อยู่เป็นเพื่อนฉันก่อนสักครู่ได้ไหมล่ะ หากไม่รังเกียจห้องของเธอก็อยู่ตรงข้ามกับห้องนี้แค่นี้เอง” เขาบุ้ยใบ้ให้เธอมองไปยังห้องอีกห้องหนึ่งซึ่งอยู่เยื้องกันไปอีกนิด หญิงสาวแสร้งก้มมองพื้นเก้อๆ ซ่อนความพอใจไว้ในรอยยิ้มนั้นมิดชิด

 

 

ฝากติดตามคาวแค้นแสนเสน่หาด้วยนะคะ และเรื่องนี้มีภาคต่อของ แทนฤทัยกับราฟาเอลนะคะ รอติดตามใน คู่แค้นแสนเสน่หา เร็สๆ นี้ค่าา 

และฝากติดตามผลงานเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ ขอบคุณค่ะ 

 

 

 

 

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น