คาวแค้นแสนเสน่หา

ตอนที่ 13 : บทที่ 6

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 154
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    15 พ.ค. 59

“แหม ทำมาทั้งตัวเปลี่ยนชื่อเปลี่ยนหน้าแล้วยังลดอายุลงอีกด้วยนะ เจ๋งจริงๆ” พิมพ์ภัสสรเอ่ยขึ้นลอยๆ ขณะยืนรอขึ้นเดินแบบและรอนายแบบหนุ่มที่ดูจะเล่นตัวเสียเหลือเกินไม่ยอมออกมาเสียที

“หล่อนว่าใครยะ” จินนี่หันขวับมามองอย่างกินเลือดกินเนื้อแต่น้ำเสียงของพวกเธอไม่ดังมากกว่าได้ยินกันแค่สองคน พิมพ์ภัสสรหันมาปรายมองอย่างท้าทายแล้วแค่นยิ้มบางๆ ให้ด้วยสีหน้ายียวนจนจินนี่แทบจะเก็บอาการไม่อยู่

“แหมๆ อย่าร้อนตัวสิ เก็บอาการหน่อยก็ดีนะคะคุณนางเอก เดี๋ยวหน้าจะไม่แบ๊วนะคะ”

“แก...”

“หึหึ คุณธามมาแล้ว อย่าแสดงสันดานไพร่ออกมาสิ เจนจิรา...” หญิงสาวเน้นชื่อเดิมของนางเอกสาวอย่างจงใจทำให้จินนี่ถึงกับหน้าถอดสีร้อนรุ่มในอกอยากจะจิกตบคนตรงหน้าให้หายคับแค้นใจ แต่ก็ทำได้เพียงจ้องมองใบหน้าสวยของพิมพ์ภัสสรอย่างจะกินเลือดกินเนื้อเงียบๆ

“ว้าย คุณธามขามาแล้วๆ เชิญทางนี้เลยค่ะ สาวๆ รอคุณธามอยู่เชียวค่ะ นี่กำลังจะถึงคิวคุณธามขึ้นเวทีแล้วค่า” เจ๊เขียวผู้ทำหน้าที่จัดคิวนางแบบนายแบบด้วยนั้นร้องเรียกชายหนุ่มอย่างตื่นเต้นดีใจ

ธามเดินมาหาเจ๊เขียวอย่างเซ็งๆ เพราะไม่ได้อยากเดินแบบเลยด้วยซ้ำแต่ขัดน้องสาวไม่ได้จึงจำใจมาและมาช้ากว่าทุกคนอย่างตั้งใจ แต่แล้วหญิงสาวสองคนซึ่งยืนหันหลังให้เขาที่ต่างก็หันมาทางเขาพร้อมๆ กันทำให้หัวใจชายหนุ่มกระตุกอย่างช่วยไม่ได้เมื่อเห็นใบหน้าของเจ้าหล่อนหนึ่งในสองคนนั้น...

“ถึงคิวของคุณน้องจินนี่แล้วค่า ขึ้นเวทีได้เลยค่ะ...” จินนี่กะพริบตาปริบๆ อย่างไม่อยากจะเชื่อในสิ่งที่ได้ยิน

สรุปว่าเธอไม่ได้เดินคู่กับธาม เธอแต่งตัวสวยเริดอลังการมาตั้งหลายชั่วโมงแต่กลับไม่ได้เดินชุดแกรนด์ ฟินาเล่คู่กับธาม จินนี่ปรายตามองพิมพ์ภัสสรอย่างฉุนเฉียวความแค้นจุกแน่นอยู่ในอกเมื่อรู้แล้วว่าคู่แค้นของตนจะได้เดินแบบคู่กับชายหนุ่มที่หมายตาไว้แน่นอน

“คุณจินนี่คะ เชิญค่ะ...” เจ๊เขียวย้ำอีกครั้งเธอจึงจำต้องขึ้นไปบนเวทีด้วยสีหน้ายิ้มแย้มอ่อนหวาน แต่ในใจมันตรงกันข้ามกันสุดโต่ง

ทางด้านธามตอนนี้เขากำลังรู้สึกเหมือนว่าลมหายใจติดขัดขึ้นมาทันที่เมื่อเห็นเธออีกครั้ง... หญิงสาวอยู่ในชุดสีฟ้าน้ำทะเลซึ่งขับผิวขาวผ่องของเธอให้เด่นกระจ่าง ตัวเสื้อแบบเกาะอกที่ดูเหมือนว่ามันจวนจะหลุดแหล่มิหลุดแหล่นั้นประดับตกแต่งด้วยคริสตัลระยิบระยับไปทั้งตัวพราวระยับราวอัญมณีน้ำงามแห่งท้องทะเลนั้นอวดเนินอกขาวผ่องอิ่มเอิบให้ใจคนมองไหวหวั่น ผ้าไหมเงาระยับทิ้งตัวแนบไปกับเรือนร่างแล้วบานออกช่วงเข่าไปถึงปลายเท้าคล้ายหางปลาชายกระโปรงยาวกรอมเท้าส่งให้ร่างงามระเหิดระหงราวนางเงือกแสนสวยที่จำแลงแปลงกายมายืนอวดโฉมให้ผู้ชายหลงใหล คางเล็กที่เชิดขึ้นน้อยๆ ดูเย่อหยิ่งไว้ตัวแต่ก็ยิ่งทำให้เจ้าหล่อนน่าค้นหาและน่าปรารถนามากขึ้น

“สวัสดีครับ...”เขาเอ่ยทักเธอก่อนในใจก็คิดอยากจะเอาชนะเธออยู่ไม่น้อยไม่มีผู้หญิงคนไหนเชิดใส่เขาแบบนี้ และไม่มีผู้หญิงรอดพ้นเสน่ห์ของเขาไปได้ พิมพ์ภัสสรก็เช่นกัน

“ค่ะ” เธอตอบกลับมาสั้นๆ ยิ่งทำให้ธามรู้สึกหงุดหงิดในใจ แต่เขาก็ไม่ได้สนทนากับเธอมากกว่านั้น

“ได้คิวน้องเพื่อนกับคุณธามแล้วนะคะ เตรียมตัวเลยนะคะอีกหนึ่งนาทีค่า...” เสียงเจ๊เขียวดังขึ้นทำให้บรรดาช่างแต่งตัวรีบเข้ามาดูความเรียบร้อยให้หนุ่มสาวเป็นครั้งสุดท้ายก่อนที่เจ๊เขียวจะให้สัญญาณว่าให้เธอกับเขาขึ้นไปบนเวทีเดินเป็นคู่สุดท้ายเพื่อโชว์ชุดเครื่องเพชรสุดอลังการของแบรนด์แทนฤทัยอันโด่งดัง...


นายแบบสุดหล่อและนางแบบสาวสวยในชุดสุดอลังการโดดเด่นอยู่บนพรมแดงต่างได้รับความสนใจจากบรรดามหาเศรษฐีทั้งหลาย ด้วยนายแบบหนุ่มเนื้อหอมทายาทของตระกูลดังที่ยังคงรักษาความโสดไว้อย่างเหนียวแน่นก็ยังทำให้บรรดาสาวน้อยสาวใหญ่ต่างมีความหวังว่าอาจจะโชคดีได้เป็นส่วนหนึ่งของตระกูลดัง ส่วนหญิงสาวบนเวทีต่างก็ทำให้บรรดาชายหนุ่มต่างชื่นชมหลงใหลกับความงดงามชนิดหนึ่งไม่มีสองของเธอไปตามๆ กันยิ่งได้รู้ว่าเธอคือพริตตี้คนดังซึ่งค่าตัวแพงลิบที่ไม่ค่อยได้เห็นเธอบ่อยนักก็ยิ่งเพิ่มเสียงฮือฮาเป็นที่จับตามองว่าเจ้าของแบรนด์คว้าตัวเธอมาเดินชุดฟินาเล่คู่กับพี่ชายสุดหวงของตนได้แทนที่จะให้นางเอกดัง ทำให้งานนี้เกิดปรากกฎการณ์ พริตตี้เงินล้านแย่งซีนนางเอกดาวรุ่งอย่างไม่ต้องสงสัย และนักข่าวก็คงเขียนข่าวกันอย่างเมามัน...

“แล้วตอนนี้ชุดเครื่องเพชรสุดอลังการที่เราจะทำการประมูลในวันนี้ก็พร้อมให้คุณๆ ได้ชื่นชมแล้วครับ รายได้ก็เพื่อสมทบทุนสร้างอาคารผู้ป่วยพิเศษของโรงพยาบาล... และบัดนี้ก็เรียนเชิญคุณธามสวม สร้อยคอกับแหวนเพชรชุด เลอค่าแทนฤทัย ให้กับน้องเพื่อนนางแบบกิตติมศักดิ์ของเราด้วยครับ...” 

เสียงพิธีกรเอ่ยขึ้นไม่นานไฟในงานก็หรี่ลงจนเหลือเพียงแสงสว่างอยู่ที่เธอกับเขาเพียงสองคนเพื่อรอคนเชิญเครื่องเพชรมาให้ซึ่งก็คือเจ้าของงานนั่นเอง...

แล้วแทนฤทัยในชุดสีแดงสดเรียบหรูซึ่งแนบไปกับเรือนร่างระหงของเธอก็ก้าวออกมาพร้อมด้วยกล่องกำมะหยี่สีน้ำเงินซึ่งบรรจุเครื่องเพชรซึ่งเธอออกแบบและทำมันขึ้นมาด้วยฝีมือของเธอเองมายังธามกับพิมพ์ภัสสรด้วยใบหน้ายิ้มแย้มและสวยสะดุดตาไม่แพ้นางแบบคนสวยในงาน นายแบบหนุ่มค่อยๆ หยิบสร้อยเพชรน้ำงามมาบรรจงสวมลงบนลำคอระหงแผ่วเบาหากแต่มันทำให้หญิงสาวใจเต้นระทึกกึกก้องอยู่ในอก

ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดลำคอนั้นทำให้เธอรู้สึกร้อนจนแทบมอดไหม้ได้ไม่ยากหากเขายังยืนอยู่ตรงนี้นานอีกหน่อย แต่แล้วเขาก็ผละห่างออกไปเพื่อรับแหวนจากน้องสาวมาสวมให้เธอ ธามคุกเข่าลงแล้วบรรจงสวมแหวนเพชรน้ำงามลงบนนิ้วเรียวข้างซ้ายที่มันสวมกับนิ้วเธอได้พอดิบพอดีท่าทางของเขาเหมือนว่ากำลังขอสาวคนรักต่างงานอย่างไรอย่างนั้น...

แล้วหัวใจของพิมพ์ภัสสรแทบหยุดเต้นเมื่อเขายกมือบางขึ้นจุมพิตเบาๆ อย่างไม่ให้เธอตั้งตัว แต่ด้วยความเป็นมืออาชีพทำให้พิมพ์ภัสสรยิ้มหวานให้เขาก่อนจะหันมายิ้มให้กล้องที่ส่งแสงแฟลซวูบวาบราวสายฟ้าฟาดก่อนที่การประมูลจะเริ่มขึ้น...

และแล้วทุกคนในงานก็ลืมจินนี่นางเอกสาวดาวรุ่งไปเสียสนิท ไม่มีใครพูดถึงเธอเลยแม้แต่คนเดียว

 ฝากติดตาม พี่ธามกับน้องเพื่อนด้วยนะคะ ว่าจะแซบร้อนแรงแค่ไหน 

ขอบคุณค่ะ และฝากติดตามอีบุ๊กเรื่องอื่นๆ ด้วยนะคะ 

ขอบคุณค่าา  

 



นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น