ใต้ร่มวันฝนซา ☔ [E-Book มาแล้ว & รอบสต็อกเร็วๆ นี้]

ตอนที่ 11 : ☔ 8 ไป

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,808
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 354 ครั้ง
    7 ต.ค. 63


ลงครั้งแรก 7 ก.ย. 2559

รีไรต์ 7 ต.ค. 2563


8

ไป


ผมเหม่อมองดอกกล้วยไม้สีขาวที่อยู่ในกรอบรูป ผมทำให้มันเป็นดอกไม้แห้งและใส่ไว้กับดอกสวีทพี จัดวางอย่างสวยงามก่อนนำมาแขวนหลังเคาน์เตอร์คิดเงิน  

ผมชอบต้นไม้ ดอกไม้ก็ด้วย แต่ผมไม่เคยได้รับมันมาก่อน ทำให้ต้องเสิร์ชหาวิธีเก็บรักษาเป็นการใหญ่ โชคดีที่ทำสำเร็จและผลออกมาสวยน่าดู พอมองเจ้าดอกไม้พวกนี้ทีไรก็อดคิดถึงคนให้ไม่ได้ ผมซบหน้าลงกับฝ่ามือตัวเอง

เขาคิดอะไรอยู่กันนะ ถึงเอาดอกไม้มาให้แบบนี้

“จีบมั้ง” พี่ตรีตอบคำถามที่ผมไม่ได้ถามออกมา

“พี่ตรี?”

“แอบให้ดอกไม้กันตอนไหน” เธอยิ้มเจ้าเล่ห์

“พี่ก็พูดไปเรื่อย แค่เป็นเพื่อนเขายังไม่ตกลงเลย เรื่องจีบนั่นยิ่งเพ้อเจ้อใหญ่ ผมไม่ใช่สาวน้อยน่ารักที่ต้องมาจีบสักหน่อย” ผมถอนหายใจ เป็นเพื่อนให้ได้ก่อนเถอะ

“เดี๋ยวนี้ต้องจีบแต่สาวน้อยเสียที่ไหน ความรักไม่จำกัดเพศไง”

“ไม่ใช่สำหรับทุกคนไหมครับ เลิกพูดดีกว่า พี่ไปเรียนได้แล้ว ผมจะเตรียมขนมปัง” ผมเลิกจดจ้องดอกไม้ หันมาหยิบแป้งโดออกจากตู้เย็นแทน

“ไม่พูดก็ไม่พูด ขี้อายกันทั้งสองคน คงต้องรอจนพี่แก่เป็นยายก่อนมั้งถึงจะได้เรื่อง” เธอยื่นมือมาขยี้หัวผมและสะพายกระเป๋าออกจากร้านไป

ผมเริ่มทำเมนูพิเศษอาทิตย์ละครั้ง นอกเหนือไปจากขนมปังพื้นฐานที่วางขาย คราวนี้เป็นขนมปังเดนิชซึ่งในร้านมีวางขายใส่แยมสับปะรด และแอปเปิล แต่เมนูพิเศษผมทำเป็นไส้ผลไม้รวม มีทั้งสตรอว์เบอร์รี่ บลูเบอร์รี่ และกีวี่ที่สดใหม่

ความอร่อยของขนมปังเดนิชอยู่ที่ชั้นของมัน ผมทำตามสูตรดั้งเดิมซึ่งแป้งจะบางแต่มีชั้นมากถึงยี่สิบเจ็ดชั้น กัดแล้วกรุบกรอบ ผมตั้งอกตั้งใจทำอย่างพิถีพิถัน และทำขนมปังอื่นที่วางขายเป็นประจำไปด้วย ปกติมักทำขนมปังจำนวนไม่มากนัก ตามจำนวนลูกค้า แต่การปิดร้านเร็วช่วงที่ผ่านมา ทำให้ผมคิดว่าควรต้องพิจารณาเรื่องหาผู้ช่วย

“สตรอว์เบอร์รี่ลูกโต๊โต!” น้องเอมร้องเสียงดัง เมื่อผมนำเมนูใหม่มาให้ชิมเป็นคนแรก ส่วนน้องพลูรับไปแล้วงับทันทีเศษขนมปังหกลงบนเสื้อน้องนิดหน่อย

“อร่อยไหมคะ” ถามน้องเอมในขณะที่เช็ดเสื้อให้น้องพลูไปด้วย

“อร่อยม๊ากมาก พี่วีเป็นเทวดาแห่งขนมปัง ทำอะไรก็อร่อยไปหมดเลยค่า” น้องเอมยิ้มหวาน แก้มกลมขึ้นหน่อยแล้ว ผมต้องคิดหาขนมปังที่ใช้เนยจำนวนน้อยลงบ้าง เพราะโดยทั่วไปขนมปังพวกนี้ใช้เนยและน้ำตาลสูงทีเดียว

“เอาอีก” น้องพลูแบมือมาข้างหน้า ในขณะที่ยังเคี้ยวไม่หมด ปากก็เลอะ

“ชิ้นเดียวพอเนอะ กินมากเดี๋ยวท้องแตกนะครับ น้องพลูต้องกินนมด้วยแล้วก็เตรียมไปโรงเรียนกัน เดี๋ยวจะสาย” ผมลูบหัวน้อง ยื่นแก้วนมที่เตรียมไว้ให้ เขาทำหน้าบูดเล็กน้อย แต่พอบอกว่าถ้าเป็นเด็กดื้อตอนเย็นจะไม่ได้กินขนมปังน้องก็รีบดื่ม


ช่วงสายฝนเริ่มตกปรอยๆ ฟ้ามืดลงแต่ไม่ได้ทำให้ภายในร้านมืดมาก อากาศขมุกขมัวชวนอึดอัด ผมไม่แน่ใจว่าฝนตกเล็กน้อยแบบนี้เขาจะมารึเปล่า ถึงจะเล็กน้อย แต่มันก็ตกนี่นา ผมเถียงกับตัวเองอยู่ในใจ

วันธรรมดาแบบนี้กว่าลูกค้าจะมาซื้อขนมปังก็ตอนเลิกเรียนเลิกงาน ในร้านจึงเงียบเหงาพอควร ผมนั่งเปิดหนังสือทำขนม หาเมนูที่น่าสนใจและทันสมัย

“คุณ!” ดีดตัวจากหลังเคาน์เตอร์ วางหนังสือในมือทันที เมื่อเสียงประตูหน้าเปิด พร้อมกับชายในชุดสีดำที่คุ้นเคย ผมส่งยิ้มออกไปเองโดยไม่ได้ตั้งใจ เดินไปยกกระถางดอกไม้ออกจากที่นั่งให้เขาเช่นเดิม

“วันนี้มีเมนูพิเศษประจำสัปดาห์ ขนมปังเดนิชผลไม้รวมครับ ทานกับน้ำผลไม้ให้ความรู้สึกสดชื่น ผมแนะนำเป็นน้ำส้มก็แล้วกัน”

เจย์เดนพยักหน้ารับ ไม่เคยปฏิเสธสิ่งที่ผมยื่นให้ มือของเขาดึงผ้าปิดปากออก เผยให้เห็นใบหน้าที่ซ่อนอยู่ ผมชอบเผลอจ้องทุกที จึงพยายามมองไปรอบร้านแทน

“ฝนตกนิดเดียว นึกว่าคุณจะไม่มาซะแล้ว”

“มาสิ นิดเดียวก็ต้องมา” เขาพึมพำในลำคอ ผมได้ยินไม่ถนัดนัก จึงได้แต่ยิ้ม ปลีกตัวออกมาเตรียมขนมปังให้ ผมอยากนั่งลงพูดคุยกับเขา แต่ลูกค้าประจำมาเสียก่อนจึงต้องออกไปต้อนรับ

อยู่กับเขาทีไรนึกอยากให้ร้านไม่มีลูกค้าขึ้นมา

ไม่สิ คิดแบบนั้นได้ยังไง ขืนไม่มีลูกค้าจริงๆ ผมกับพี่ตรีคงลำบากแย่

“ขายดีมากเลยนะวี ลุงดีใจด้วย แต่ลุงไม่กล้าเข้าร้านวันเสาร์อาทิตย์เลย เด็กเยอะ ลุงทำตัวไม่ถูก แอบเหงาเหมือนกันนะ” ลุงโชคยิ้มให้ผมและสั่งขนมปังไส้กรอกของโปรดแถมด้วยเมนูใหม่ไปลองชิมอีกชิ้น

“งั้นวันธรรมดายกให้ลูกค้าประจำอย่างลุงโชค ว่าแต่เรื่องนั้นเป็นยังไงบ้างครับ” ผมยักคิ้ว ทำหน้าเจ้าเล่ห์ใส่เป็นเชิงถามถึงคู่เดทของลุง ลุงแกก็หัวเราะและมีท่าทีเขินนิดหน่อย ผมนั่งคุยกับลุงไปตามประสา แอบมองไปทางโต๊ะในสุดบ้าง เห็นเจย์เดนใส่ผ้าปิดปากกลับไปตามเดิมและกำลังมองมาทางผม

พอสบตากันต่างฝ่ายก็ต่างเลื่อนสายตาหนีไปมองอย่างอื่น 

เขาคงอึดอัดน่าดูกับการซ่อนหน้าไว้เสมอ 

“ทำเก่งขึ้นทุกวันนะเรา คุณพ่อคงจะดีใจ” ลุงโชคยิ้มให้ผมอย่างอ่อนโยนเมื่อชิมขนมปังเดนิช ผมยิ้มอย่างตื้นตันกับคำพูดนั้น ลุงโชคเป็นลูกค้าประจำมาตั้งแต่ผมยังเป็นเด็ก ตอนนั้นลุงยังหนุ่มอยู่เลย พอได้ยินคำชมจากคนที่เคยชิมฝีมือพ่อก็อดไม่ได้ที่จะรู้สึกดีและคิดถึงรสชาติที่ผมลอกเลียนแบบไม่ได้

รสชาติของพ่อ

“เขาอาจจะบ่นก็ได้ครับ พ่อน่ะพอเป็นเรื่องขนมปังแล้วขี้บ่นมากเลย”

“บ่นเยอะ จะได้ออกมาดี ไม่เสียแรงที่เป็นลูกชายพ่อใช่ไหม”

ผมยิ้มและบอกลาเมื่อลุงโชคต้องออกไปเข้ากะ

จากนั้นผมจมอยู่ในภวังค์เพราะเกิดคิดถึงพ่อขึ้นมา มองไปยังขนมปังที่วางเรียงรายกันอยู่แล้วหยิบขึ้นมาชิม มันอาจจะอร่อยมากแต่ก็ไม่เท่าของพ่อ ผมไม่เคยคิดว่าจะมีวันที่ทำได้เทียบเท่าหรือเหนือกว่าพ่อ ก็พ่อเป็นคนทำขนมปังที่เก่งที่สุดเลยนี่นา

“รวี” เสียงอ่อนโยนเรียกให้ผมหันกลับไปมอง

เขายืนอยู่ข้างหลังผม ไม่รู้ว่ามายืนนานแค่ไหนแล้ว ผมรีบเช็ดปาก เป็นคนขายแท้ๆ มายืนกินให้ดูได้ยังไงนะ

“อร่อยมาก” 

คำพูดสั้นๆ ไม่มีคำต่อ คำขยาย แต่กลับเหมือนอุ้งมือแผ่วเบาที่ปลอบประโลมผม หัวใจผมสั่นไหวไปชั่วครู่ ก่อนจะยิ้มตอบเขากลับไป

“ขอบคุณครับ”

“ฝนจะหยุดตกแล้ว…” เขาพึมพำ

“ครับ ไว้เจอกันคราวหน้า ผมจะทำอะไรอร่อยๆ ให้ทานอีกนะ” ผมตอบรับเขาอย่างเข้าใจ มองออกไปเห็นฟ้าเริ่มกลับมาสว่างอีกครั้ง แต่คราวนี้เขาไม่รีบร้อน ยังคงมองผมอยู่ เรายืนนิ่งกันอยู่หน้าชั้นวางขนมปัง ผมขมวดคิ้วอย่างไม่เข้าใจ

“อยู่คนเดียวได้ใช่ไหม” จากสายตาแสนเศร้ากลับเต็มไปด้วยความห่วงใยที่ไม่มีปิดบัง เขาคงได้ยินบทสนทนาของผมกับลุงโชค

“ได้สิ ได้” ผมตอบไม่เต็มเสียง

“รวี” 

แค่เสียงเรียกชื่อเท่านั้นกลับทำให้สิ่งที่อยู่ในใจผมพรั่งพรูออกมา

“ผมไม่เป็นไรหรอก ตอนนี้พ่อก็คงดีใจที่ร้านยังไม่ถูกปิดแถมยังมีลูกค้าเยอะขึ้นอีกต่างหาก” ผมมองดอกกล้วยไม้สีม่วงที่แขวนอยู่รอบร้าน พ่อเคยบ่นว่ามีต้นไม้ในร้านมากไม่ได้ ร้านขนมปังควรจะสว่างและอบอุ่น ตอนนี้ต้องบ่นผมอยู่แน่

ถึงจะไม่สว่างแต่ร้านผมก็อบอุ่นนะ ขนมปังของผมมีแต่คนชม มันคงจะดีกว่านี้ ถ้าพ่อได้ชิมมันด้วยตัวเอง ถ้าเพียงแต่คำว่า ‘อร่อย’ มาจากปากของพ่อ

“พ่อจากไปเป็นปีแล้วไม่น่าจะต้องเศร้าอีก”

“จะกี่ปีก็เศร้าได้ เพราะเขาเป็นคนสำคัญ”

ผมเม้มปากแน่นเมื่อเขาพูดอย่างนั้น มือของเขาเลื่อนมาแตะโดนหัวของอย่างลังเลแต่ระมัดระวัง ผมไม่ได้ขยับหนี ปล่อยให้เขาลูบหัวอยู่อย่างนั้น พยายามเป็นอย่างมากไม่ให้น้ำตามันไหลออกมา

“ผมคิดถึงเขามากเลย ได้แต่จินตนาการว่าถ้าเขาอยู่ตรงนี้มันจะเป็นยังไง”

“ผมก็คิดอย่างนั้น”

ผมมองหน้าเจย์เดนอย่างงุนงง

“แม่ของผมจากไปได้ปีหนึ่ง อาจเป็นช่วงเวลาเดียวกัน วันเดียวกัน ที่โรงพยาบาลเดียวกัน ผมเห็นคุณร้องไห้แต่ไม่กล้าเข้าไปหา”

มีแค่ครั้งเดียวในชีวิตที่ผมร้องไห้ในที่สาธารณะโดยเฉพาะอย่างยิ่งที่โรงพยาบาล นั่นคือวันที่พ่อจากไป เขาเห็นผมมาตั้งนานแล้วงั้นเหรอ

“คุณ” ว่าจะถามสิ่งที่ค้างคา แต่เสียงฝนที่หายไปชวนให้ตระหนก “คุณไม่ต้องรีบไปเหรอ ฝนหยุดแล้ว คุณจะทำยังไงล่ะ”

“ก็อยู่ที่นี่จนกว่าร้านจะปิด”

“จริงเหรอ” ผมเผลอยิ้มอย่างมีความหวัง

เขาเลื่อนมือออกจากหัวผม พยักหน้ายืนยัน

ความดีใจจากไหนไม่รู้หลั่งไหลกันเข้ามา ผมยืนยิ้มเหมือนคนบ้า มองเขาที่กลับไปนั่งที่เดิม เมื่อตั้งสติได้จึงทำน้ำปั่นให้เขาอีกสักแก้ว ตามมาด้วยขนมปังอื่น ความเศร้าหมองเบาบางที่มีอยู่จางหายไป

เราไม่ได้พูดอะไรกัน ผมอยู่หลังเคาน์เตอร์ ส่วนเขานั่งกินขนมปังเงียบๆ อยู่ที่มุมส่วนตัว มองเขาที่กินขนมปังด้วยท่าทางพอใจแล้วผมก็ยิ้มตาม

“วันนี้ขนมปังก็น่ารักอีกแล้ว” เด็กสาววัยมัธยมซึ่งทยอยกันมาหลังเลิกเรียนยกมือถ่ายรูปขนมปังเดนิชกันใหญ่ มีคนหนึ่งหันมามองผม

“คนขายก็น่ารักแก” 

ผมยิ้มแห้ง เจอแบบนี้หลายครั้งแต่ไม่รู้ว่าควรมีปฏิกิริยายังไง ส่องกระจกกี่ครั้งก็คิดว่าตัวเองหน้าตาธรรมดา หุ่นก็ไม่ดี มีกล้ามเนื้อแค่แขนเพราะนวดขนมปังเป็นประจำ จะว่าผิดสัดส่วนก็ได้ ผมก็ตัดตามใจช่าง ไม่ได้จัดแต่งอะไร

“มีอันที่กินแล้วไม่อ้วนไหมคะ” บางคนก็ถึงกับถามหาของยาก

“มีขนมปังธัญพืชที่แถบนี้ครับ ไว้จะประยุกต์ทำชนิดอื่นเพิ่มขึ้นนะ”

“โอ๊ย ใจดี ถ้ายังไม่มีใครในหัวใจ รับหนูไปพิจารณานะคะ” พวกเธอหยอกอย่างไม่ได้จริงใจอะไรนัก สะกิดกันในหมู่เพื่อนพลางหัวเราะคิกคัก

ส่วนผมรับออเดอร์มือเป็นระวิง ลูกค้าหลายคนแอบมองเจย์เดน ซุบซิบว่าทำไมแต่งตัวแบบนั้นบ้างล่ะ เป็นดารารึเปล่าบ้างล่ะ เขานั่งอยู่ไม่นานก็ลุกขึ้นจากโต๊ะ คว้าร่มเดินออกไป ผมนึกเป็นห่วงแต่ก็ปลีกตัวไปไหนไม่ได้

ไม่น่าเลย ผมน่าจะให้เขากลับเสียตั้งแต่ตอนที่ฝนหยุดตก เขาไม่ชอบการถูกจ้องมอง ยิ่งโดยเฉพาะกับคนจำนวนมากอย่างนี้

“โต๊ะว่างแล้วไปนั่งเร็ว” สาวๆ รีบไปนั่งต่อทันที

ผมมองโต๊ะประจำของเขาซึ่งกลายเป็นที่ของคนอื่นด้วยความรู้สึกวูบโหวงในใจ ต้องปลอดตัวเองว่าเป็นร้านค้าจะไล่ลูกค้าคงไม่ได้ ผมเดินไปเก็บจานเปล่าของเจย์เดนและเงินที่วางไว้ เขามักวางแบงก์พันเอาไว้เสมอ ไม่ค่อยเปิดโอกาสให้ผมได้ทอนเงิน

เขาทำงานอะไรกันนะหรือว่ายังเรียนอยู่ ท่าทางเป็นคนมีเงิน

“พี่คะ คนเมื่อกี้เขาเป็นดารารึเปล่า ปิดหน้าปิดตามาเชียว” หนึ่งในลูกค้าที่นั่งโต๊ะของเขาทักขึ้น คงเห็นว่าวางเงินเอาไว้เยอะ รูปร่างของเขาก็สูงกว่าคนทั่วไป

“เปล่าครับ” ผมปฏิเสธ ปลีกตัวออกมาโดยไม่คิดตอบคำถามอื่น


เมื่อลูกค้าเยอะถึงแม้ว่าผมจะพยายามกันโต๊ะของเจย์เดนเอาไว้ให้ แต่เขาก็ไม่มา ซ้ำร้ายฝนดันตกช่วงเย็น ร้านผมเนืองแน่นไปด้วยคนทุกครั้งที่ฝนตก

ผมไม่รู้ว่าควรจะทำยังไง กลับไม่รู้สึกดีใจทั้งที่ยอดขายและผลกำไรเยอะกว่าที่เคยเปิดร้านมาตลอดหนึ่งปี ผมมองสายฝนที่โหมกระหน่ำด้านนอกแล้วถอนหายใจ

“คนเยอะ ไม่ได้เล่นกับพี่ชายเลยนะคะ” น้องเอมเอียงคอมองผมจากใต้เคาน์เตอร์ซึ่งตอนนี้เป็นที่เล่นใหม่ ผมหาผ้ามาปูและทำเป็นเหมือนบ้านหลังเล็กให้พวกเขาเล่นจะได้ไม่รบกวนลูกค้าคนอื่น และจะได้ไม่มีใครมารุมถ่ายรูปน้องด้วย

“คิดถึงพี่ชายเหรอคะ” ผมย่อตัวลงคุยกับพวกเขา

“อื้อ ฝนตก…พี่ชาย” น้องพลูพยักหน้า เอามือชี้ขึ้นฟ้า

“พี่ชายไม่ชอบคนเยอะค่ะ คงไม่ได้เจอกันอีกแล้วมั้ง” ผมพึมพำท้ายประโยค

เขาบอกว่าสบายใจที่อยู่ร้านผม แต่ถ้าตอนนี้เขาไม่สบายใจอีกแล้วก็คงไม่มีเหตุผลให้เข้ามา

“พี่วีก็คิดถึงพี่ชายใช่ไหมคะ” 

ผมชะงักกับคำถามของน้อง เสียงฝนที่ดังแว่วเข้ามาทำให้ผมโกหกไม่ได้

“ครับ” จำต้องยอมรับ

“พี่ชายมานะ” น้องพลูพึมพำ ผมกับน้องเอมหันไปมองหน้าเขาทันที

“มาเหรอครับ?”

“อื้อ ข้างนอก น้องเห็น มานี่จิ” น้องจับมือผม ออกแรงจูงออกมาจากร้าน

ผมรีบคว้าร่ม ตะโกนบอกให้น้องเอมรออยู่ในร้านก่อนและหันมากางร่มให้น้องพลูโดยไม่ได้สนใจว่าตัวเองจะโดนฝนรึเปล่า เราเดินเข้ามาจนถึงต้นไม้ใหญ่ ต้นเดิมที่ผมเคยยืนคุยกับเขา มีปลายเท้ายื่นออกมาจากมุมมืด น้องพลูยืดอก ยิ้มอย่างภูมิใจ

“พี่ชาย!” เขาส่งเสียงเรียก

คนที่ซ่อนตัวอยู่ค่อยๆ เอียงหน้าออกมา ผมกะพริบตามองเขาอย่างงุนงง เขาไม่ได้เข้าไปในร้าน แต่อยู่ตรงนี้มาตลอดอย่างนั้นเหรอ

ต้นไม้ไม่ใหญ่มากนักแต่เวลาฝนตกมันก็ค่อนข้างมืด ยิ่งคนใส่ชุดสีดำทั้งตัวแบบชายใต้ร่ม ถ้าไม่สังเกตก็คงไม่เห็น ผมส่งร่มให้น้องพลู ก้าวเท้าเข้าไปหาคนที่ซ่อนอยู่

“ถ้ามาแล้วทำไมไม่เข้าไปล่ะ”

“…” เขาก้มหน้าลง ท่าทางเหมือนเด็กถูกจับได้เวลาทำผิด

“อย่ามายืนตากฝนอย่างนี้สิ เดี๋ยวก็ป่วยหรอก เข้าไปในร้านนะ”

“ไม่” เขาพูดขึ้นทันควัน เหลือบตามองไปด้านข้าง ผมมองตามสายตาเขา จากมุมนี้พอเห็นร้านของผมและด้านในเล็กน้อย 

“เปาะแปะๆๆ เล่นกัน” น้องพลูร้องขึ้นอย่างไม่ได้สนใจว่าเรากำลังพูดอะไรกันอยู่ น้องย่ำเท้าเล่นน้ำฝน หมุนร่มในมือที่ใหญ่กว่าตัวมากไปมา

พอผมละสายตากลับไปมองชายตรงหน้า เขาก็กางร่มให้ผมเสียแล้ว ร่มสีดำคันเดิมที่มีก้อนเมฆอยู่ด้านใน ผมสบตากับเขาอย่างครุ่นคิด รู้ว่าในร้านวุ่นวายเกินกว่าจะให้เขาพักผ่อนหย่อนใจ

“คุณรออยู่นี่ก่อนนะ ดูน้องพลูด้วยครับ”

วิ่งกลับเข้าไปในร้าน อุ่นขนมปังสองสามชิ้นและนำมันใส่ถุงกระดาษ

กลับออกมาเห็นเขานั่งลงหลังต้นไม้ กำลังมองอะไรสักอย่างอยู่กับน้องพลู เดินเข้าไปใกล้มากขึ้นก็เห็นว่าพวกเขากำลังคุยกันและมองกบตัวเล็กสองสามตัวในพงหญ้า มือของเขาถือร่มสีดำให้ ทำให้น้องไม่เปียกแม้ว่าจะเล่นซนอยู่

ส่วนร่มของผมนอนกลิ้งบนพื้นให้ต้องหยิบมาถือไว้เอง

“คุณ ถ้าไม่อยากเข้าไปผมเอามาให้ ไม่ต้องจ่ายเงินนะที่คุณจ่ายคราวก่อนก็พอที่จะกินได้อีกหลายวัน” ผมส่งถุงขนมปังให้เขา ยังคงจำได้ว่าเขาไม่ชอบให้เรียกชื่อ ดังนั้นผมก็เรียกได้แค่คุณๆ นี่แหละ

“หนมปังหย่อย” น้องพลูเลิกสนใจกบ หันมามองถุงกระดาษตาเป็นมัน

“น้องพลูกินเยอะแล้ว กลับไปเล่นกับพี่เอมนะครับ อย่าไปกวนพี่ชายเลย” ผมคว้าตัวน้องมาอุ้ม ไม่ให้ยื่นมือไปแย่งขนมปังมาได้

“ถ้าคุณจะมาคราวหน้า โทรหาผมก็ได้นะ ผมจะเอาขนมปังออกมาให้ นี่เบอร์ร้าน” ผมยืนนามบัตรของร้านให้เขา เกิดเขินขึ้นมาเมื่อคิดได้ว่าเขาอาจจะโทรมาจริงๆ 

เจย์เดนรับมันไปเก็บใส่กระเป๋ากางเกง พยักหน้าให้ผมเล็กน้อย เรายังคงยืนมองหน้ากันแม้ว่าบทสนทนาจะจบลงแล้ว ผมยังไม่อยากไปไหนแต่ก็ไม่มีอะไรจะพูดต่อ มีแค่เสียงน้องพลูที่พึมพำร้องเพลงเด็กอยู่ข้างหูผม

“คุณได้กินอะไรบ้างรึเปล่า” ผมถามออกไปในที่สุด เมื่อหน้าเขาดูซูบลง ผ้าปิดปากเสริมให้เห็นโครงหน้าของเขาเด่นชัด ข้อมือที่โผล่พ้นชายเสื้อมาก็ดูผอมมาก

“ขนมปัง” เขาพึมพำ

“ขนมปัง? ร้านผม? ตั้งแต่วันนั้นเหรอ” ผมอุทาน เขาไม่ได้มาร้านผมตั้งหลายวัน ยิ่งเขากดหน้าลงอย่างยืนยันผมยิ่งอยากจะเป็นลม

“เจย์เดน!” ผมดุเขาอย่างช่วยไม่ได้

“ผมไม่ได้อยากกินอะไร”

“ต้องกินสิ ผมไม่เข้าใจเลย คุณอดอาหารไม่ได้ หยุดอยู่ตรงนี้ ห้ามขยับไปไหน!” ผมพูดเสียงดัง อุ้มน้องพลูกลับเข้าไปในร้าน กำชับให้น้องเอมดูแล

จากนั้นผมก็เข้าหลังครัว โกยขนมปังทั้งหมดที่มีใส่ถุงใหญ่ กลับไปหาเขาอีกครั้ง ยัดมันใส่อ้อมกอดเขา ทั้งหมดนั่นคงกินได้อีกหลายวัน

“กินให้ผมดูก่อนเลย ไม่งั้นผมไม่ยอมปล่อยคุณไปไหนแน่” ผมจับแขนเขาไว้ข้างหนึ่งกันการหลบหนี เขาจ้องมองผมแล้วก็ยิ้ม มันไม่ใช่เวลามายิ้มสักหน่อย

“ผมไม่เป็นไรหรอก”

“เป็นสิ! ใครเขาไม่กินข้าวหลายวันได้บ้าง” ผมค้าน เลื่อนมือไปแกะผ้าปิดปากเขาออก ชะงักเล็กน้อยเมื่อพบว่าเขาผอมลงจริงๆ จากที่คิดว่าเขาอาจจะแค่กวนผมก็ขนลุกขึ้นมาเมื่อคิดว่าเขาอาจจะไม่ได้กินอะไรตามที่พูด

“ผมกินให้ดูก็ได้รวี” เขาแกะขนมปังออกมาหนึ่งอันและกัดมัน

“ทำไมถึงไม่กินข้าว”

“ผมไม่อยากกิน”

“ไม่เอาคำตอบนั้น” ผมคาดคั้น

มันเป็นครั้งแรกที่ผมไม่ยอมให้เขาบ่ายเบี่ยง นี่เป็นเรื่องคอขาดบาดตาย ถ้าน้องพลูไม่เห็นเขา ไม่พาผมออกมา เมื่อไหร่เขาจะได้กิน ถ้าเขาเป็นอะไรขึ้นมาจะมีคนรู้ไหม ที่บ้านเขาเป็นยังไงทำไมปล่อยให้อด

ผมไม่รู้อะไรเลยและนั่นยิ่งทำให้สถานการณ์น่ากลัวกว่าเดิม

“หมดแล้ว”

“?” ผมขมวดคิ้วเมื่อเขาพึมพำขึ้นมาอีก

“ของหมด เงินที่เก็บไว้ใช้ก็หมดแล้ว”

“คุณอยู่คนเดียวเหรอ?” ผมถามสิ่งที่ค้างคาออกไปทันที เขาพยักหน้า

ในเมื่อเขาไม่ชอบถูกมอง ไม่ชอบคนเยอะ เขาจะไปทำงานยังไง ไม่สิ งานที่ทำที่บ้านก็อาจพอมี เขาใช้ชีวิตอยู่ยังไงจนถึงตอนนี้ ผมจินตนาการไม่ออก

“ผมไม่ได้ตั้งใจจะซื้ออะไร ผมไม่ได้วางแผนว่าจะอยู่จะต่อ ก่อนหน้านี้ ผมวางแผนว่าจะ...ไป”

ผมหัวหมุนกับสิ่งที่เขาพูด ตีความอะไรไม่ได้ 

“แต่ผมก็มาหาคุณอีกแล้ว” เขาเศร้าลง ก้มมองขนมปังของผมที่กินเข้าไป เกิดเซเล็กน้อยและพิงต้นไม้เอาไว้ หน้าเขาซีดมาก จากที่ปกติผิวขาวซีดเป็นทุนเดิมอยู่แล้ว ตอนนี้ไม่มีสีเลือดอยู่เลย ผมจับข้อมือเขาไว้แน่น สับสนไปหมด

“คุณตั้งใจจะตายเหรอ” 

แม้แต่ผมเองยังสั่นกับความคิดนั้น

เขามองผมนิ่งและพยักหน้า ใจผมหล่นวูบ สมองแทบไม่สั่งการอะไรอีกต่อไป ผมได้แต่มองหน้าเขา พูดไม่ออกเมื่อเขาดูสงบนิ่งและไม่ได้มีความหวาดกลัวใดๆ กับคำที่ร้ายแรงอย่างนั้น

“คุณบอกกับผมแล้วนี่ว่าจะมา ผมก็บอกว่ารออยู่ไง คุณลืมแล้วเหรอ เจย์เดน!” ผมร้องเสียงดังเพราะเขาล้มลงตรงหน้าผม

ขนมปังทั้งหมดหล่นลงบนพื้น ผมคว้าเขาเอาไว้ เขย่าตัวเขาเพื่อเรียกสติ ผิวกายเย็นเฉียบ พอได้แตะตัวเขาอย่างนี้แล้วผมยิ่งตัวสั่นกว่าเดิม เขาผอมมาก ผมกลัวจนขยับตัวไม่ได้ มองเขาที่หลับตานิ่ง

“เจย์เดน! คุณ ขยับสิ” ผมจับหน้าเขา แต่เขาไม่มีปฏิกิริยาตอบสนอง ลมหายใจของเขาแผ่วเบาเหมือนแทบไม่หายใจออกมาเลย

สิ่งที่เขาจะตั้งใจจะทำมันคงไม่เกิดขึ้นวันนี้หรอกใช่ไหม 


#ใต้ร่มวันฝนซา


☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂☂


***** ถ้าหากมีความคิดอยากฆ่าตัวตาย กรุณาติดต่อ 1323 สายด่วนสุขภาพจิต

ชีวิตของคุณสำคัญและมีค่านะคะ *****


วันนี้มาลงตอนที่ลงท้ายด้วยความหม่นหมอง

เหตุผลอะไรทำให้เจย์เดนมีแผนการอย่างนี้

แต่อยู่ในมือของรวีแล้ว ทุกอย่างจะต้องดีขึ้นแน่ๆ 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 354 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

2,249 ความคิดเห็น

  1. #2227 thesky13 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 10 ธันวาคม 2563 / 00:33
    หน่วงเป็นที่สุด ฮือออออ เจย์ต่องอยู่นะ
    #2,227
    0
  2. #2172 Oill1478 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 18 มิถุนายน 2563 / 16:59
    ไม่เอาสิเเง
    #2,172
    0
  3. #2134 GnajBz (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 14 เมษายน 2563 / 22:22
    จุกมาก กลัวที่จะอ่านตอนต่อไป กลัวจบไม่ดี แต่ก็ต้องอ่าน เพราะอยากอ่าน แม่จ๋าาาาา ฮือ
    #2,134
    0
  4. #2099 61_9201 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 28 มีนาคม 2563 / 11:50
    ใจร้ายจังนะ
    #2,099
    0
  5. #2074 HanaTarita (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 13 มีนาคม 2563 / 23:47
    เจย์เดนนนนนน อิพี่อย่าเป็นอะไรนะ
    #2,074
    0
  6. #2030 _jppm (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 25 กุมภาพันธ์ 2563 / 16:50
    เจย์เดน T3T
    #2,030
    0
  7. #1953 annylycan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 กันยายน 2562 / 19:18
    ฮืออออออออ...เห็นหนมแล้วหิว เดนิชนี่ของโปรดเลยอ่ะ
    #1,953
    1
    • #1953-1 qrdqt(จากตอนที่ 11)
      20 มกราคม 2563 / 02:58
      เนื้อเรื่องเศร้าๆ มาเจอขนมปังปลอบใจตอนท้ายบทก็ดีบ้าง แต่ก็เศร้าอีกเพราะไม่มีให้กิน ฮึ่ยๆๆๆ
      #1953-1
  8. #1931 mileylovely (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2562 / 17:20
    ร้องไห้อีกแล้ว อยากให้เจย์เดนย้ายมาอยู่กับรวี อย่างน้อยก็มีคนคอยดูแล
    #1,931
    0
  9. #1859 อาร์ลิส (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 มกราคม 2562 / 07:38

    ไม่ได้แล้วแบบนี้ ยอมอายดีกว่าหิว

    #1,859
    0
  10. #1794 trois.z (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 4 สิงหาคม 2561 / 23:56
    พระเอกหายใจแผ่ว อาจจะหิวมากคล้ายจะเป็นลมก็ได้นะ ฮ่า
    #1,794
    0
  11. #1761 KiHaE*129 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 22 พฤษภาคม 2561 / 22:10

    โอ้ยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย

    กลัวอะ

    หน่วงที่ใจไปหมดดดดดดดดดด

    #1,761
    0
  12. #1631 ไม่บอกกก1 (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 22:22
    ชีวิตพระเอกทำไมเศร้าใจขนาดนี้ อย่าไปเลย
    #1,631
    0
  13. #818 Oshfly (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 / 14:14
    มาอยู่กับวีดีมั้ย เจย์ไม่มีใคร มาอยู่กับวีสิ
    #818
    0
  14. #730 -Shawty- (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2559 / 06:11
    โอ้ยยย เจย์ อย่าเพิ่งท้อสิ เจอแสงสว่างของใจแล้วไม่ใช่หรอ ทำไมยังคิดจะไปอีก
    รึว่าเพราะคำพูดที่พวกสาวๆแกล้งหยอกวีวันนั้น เลยเก็บไปคิดมากจนทำให้อยากไปอีก
    รวีช่วยด้วยยยย เค้นให้บอกออกมาให้ได้ว่าเจย์เป็นโรคแพ้แสง ละก้ให้มาอยุด้วยกันเลยเป็นไง อย่างน้อยได้ช่วยๆกันดูแล หาไรให้กินกันได้
    ไปอยู่คนเดียวแบบนั้น น่าเป็นห่วงเกินไปนะ จะคิดมากอยากไปตอนไหนอีกก็ไม่รู้
    #730
    0
  15. #583 Pop Blieber (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 7 ตุลาคม 2559 / 13:26
    โกรธเจย์ที่ทำแบบนี้นะ????
    #583
    0
  16. #556 อนุบาลตัวแม่ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 ตุลาคม 2559 / 17:45
    อย่าเพิ่งไปตอนนี้สิ อุตส่าห์ได้กลับมาเจอกันอีกแท้ๆ
    #556
    0
  17. #479 InFiniTe'L (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2559 / 16:47
    เปลี่ยนใจได้มั้ย ไม่ต้องไปได้รึป่าว
    #479
    0
  18. #457 dlky (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2559 / 15:09
    ฮืออออ ทำเราน้ำตาคลอสองรอบแล้วนะคะ อ่านไปฝนตกไปยิ่งเสริมบรรยากาศ อย่าทำแบบนี้อีกนะ!
    #457
    0
  19. #307 Feremaka (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 9 กันยายน 2559 / 19:38
    ใจร้ายยย ห้ามไปไหนเว้ยยย แกต้องอยุ่กับรวีนะ!!!!
    #307
    0
  20. #283 shshshx (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 22:24
    แง อย่าไปไหนนเลยยยยย มาอยู่กับรวีก็ได้นะนะนะน
    #283
    0
  21. #282 bampen (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 17:46
    เจย์เดน T^T อย่าเป็นอะไรเลยนะ~~~ ที่ว่าจะไปน่ะคือโรงบาลใช่มั้ย ม่ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย #โคตรอินจัด
    #282
    0
  22. #281 Pharam.ภารัมย์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 6 กันยายน 2559 / 09:47
    เจย์เดนจะไปไหนอ่ะ โอยยยยสงสารรวีมากกกตอนนี้
    #281
    0
  23. #280 ริปไทด์ (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 20:20
    แฮปปี้เถอะค่ะขอร้องงงง สงสารรวีกับเจย์เดน
    #280
    0
  24. #279 Purplenose (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 16:08
    ถึงจะวางแผน แต่ก็มาหารวีนะ แสดงว่าเปลี่ยนใจใช่ไหม แต่เพราะไม่มีอะไรกินเลยวูบไป แก ฮือ ห้ามเป็นอะไรนะเจย์เดน เราเชื่อว่ารวีไม่ปล่อยให้เป็นอะไรไปหรอก ; -? ;
    #279
    0
  25. #278 NuaNan (จากตอนที่ 11)
    วันที่ 5 กันยายน 2559 / 15:02
    ม๊ายยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #278
    0