นิยาย Dek-D

ไม่พลาดทุกการอัปเดต
เพียงอ่านผ่านแอปนิยาย Dek-D

แอปที่จะทำให้คุณสามารถอ่านนิยายได้ทุกที่ ทุกเวลา พร้อมฟังก์ชันการใช้งานหลากหลาย รับรองสนุกไม่มีเบื่อ! ดาวน์โหลดฟรีได้แล้ว บน Android, iOS และ HUAWEI

ยอดวิวรวม

1,149

ยอดวิวเดือนนี้

3

ยอดวิวรวม


1,149

ความคิดเห็น


1

คนติดตาม


9
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  9 มิ.ย. 58 / 05:21 น.
นิยาย ... ѡ֧ ll HKSfanficProject ll HKS

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้









โปรเจครวมเรื่องสั้นฮั่นแกงส้ม จากนักเขียนฟิค 10 ท่าน
เพื่อนำรายได้หลังหักค่าใช้จ่ายมอบให้กับ


มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
Thai Heart Foundation

http://www.thaiheartfound.org/








ขยายเวลาการโอนเงิน ถึงวันที่ 20 มกราคม 2558 แล้วครับ !!!














พี่ . . .   กู รัก มึง ว่ะ

By คอ.นอ. ll @KNFanfiC







 




----------------------------

 



ติดตามรายละเอียดที่ FB: https://www.facebook.com/SpecialHKSfanfic
 

เนื้อเรื่อง อัปเดต 9 มิ.ย. 58 / 05:21




-เหมือนเสียงถูกกลืนหายไปในลำคอ ผมทำได้แค่เรียกเขาเบา ๆ เท่านั้น-

KS: พี่...





-แม้เสียงเรียกจะเบาจนแทบไม่ได้ยิน แต่เสียงในหัวใจตัวเอง ก็ดังพอที่จะหยุด-

H: กูรักมึงว่ะ


----------------------------



พี่ . . .   กู รัก มึง ว่ะ

By คอ.นอ. ll @KNFanfiC



            เรื่องมันเริ่มต้นที่ห้องน้ำ เขาเลือกให้เป็นแบบนั้น เพราะหากจะให้เดินเข้าไปที่เคาท์เตอร์บาร์เพื่อสั่งเครื่องดื่มราคาแพงมานั่งจิบอย่างสำราญใจเหมือนใครคนอื่น ก็คงทำได้ยากเต็มที


 

                สองขาอ่อนแรงจากการนั่งรถทัวร์มาเป็นเวลานาน ก้าวลงเหยียบพื้นที่เขตจังหวัดกรุงเทพมหานคร เป็นสัญญาณบอกเขาว่า ได้เดินทางมาถึงแล้ว

 

                ...สถานที่ที่อาจจะเปลี่ยนชีวิตของเขาไปตลอดหลังจากนี้

 

                เด็กหนุ่มร่างสูงโปร่งเดินทอดน่องอย่างหมดอาลัยตายอยาก จากสถานีขนส่งมาถึงตึกคูหาสี่ชั้นที่ภายนอกดูเก่ามากแล้ว มันถูกตั้งอยู่ในซอยใกล้ ๆ กับสถานีรถทัวร์เมื่อเดินเข้ามาไม่ลึกมากนัก ทว่าภาพบรรยากาศภายในนั้นกลับดูต่างออกไป มันช่างครึกครื้นและมีชีวิตชีวา

 

                “อื้อหือ” เป็นเสียงในลำคอของเด็กหนุ่มคนนั้น ทันทีที่หยุดชะงักลงบริเวณด้านหน้าทางเข้าตัวตึก

 

                เสียงดนตรีดังสนั่นลั่นไปทั่วทั้งซอย เด็กหนุ่มยังยืนจังก้าอยู่ที่หน้าตึกคูหา เขาก้มมองเศษกระดาษน้อยในมือ สลับกับมองทะลุเข้าไปยังด้านในของคูหาอย่างนึกสงสัยในใจว่า...

 

                นี่หรือคือบ้านของคุณหมี... คนใจดีที่มอบทุนการศึกษาให้กับเรา

 

                เด็กหนุ่มชั่งใจ ก่อนพับเศษกระดาษน้อยเก็บใส่กระเป๋ากางเกงยีนส์ เขาขยับเป้สะพายหลังให้เข้าที่เข้าทาง แล้วถอนหายใจยาวครั้งสุดท้ายเป็นเชิงเรียกกำลังใจ

 

                เมื่อเดินเข้ามาข้างใน แทบทุกสายตาตรงนั้นจ้องมองมายังเขา นั่นยิ่งสร้างความกระอักกระอ่วนในความรู้สึกของเด็กหนุ่มอีกเป็นเท่าตัว รอยยิ้มจากคนเหล่านั้นถูกส่งตรงมาให้ ราวกับเป็นการต้อนรับเพื่อนคนใหม่ที่เพิ่งเดินทางมาถึงสวรรค์ชั้นที่เจ็ดนี้

 

                เสี้ยววินาทีหนึ่ง เด็กหนุ่มลอบมองไปยังด้านหน้าเวทีที่ตั้งอยู่ด้านในสุดของคูหา เสียงดนตรีจากกลุ่มนักดนตรีเหล่านั้นเป็นสิ่งที่ดึงดูดความสนใจของเขา ทว่าสายตาหลากคู่ด้านล่างที่จับจ้องมา ทำให้เขารู้สึกอึดอัดจนต้องละความสนใจจากเวทีที่ว่า

 

                ความประหม่าเริ่มก่อกวนเด็กหนุ่มเล็กน้อย แล้วความกลัวก็เริ่มตามมาเล่นงานในเวลาต่อมา เขาเริ่มไม่แน่ใจว่าอะไรเป็นสิ่งที่พาให้ตัวเองเดินทางมาที่นี่ และละทิ้งทุกอย่างจากสถานสงเคราะห์เด็กกำพร้าในจังหวัดเชียงราย เพื่อเข้ารับทุนการศึกษาระดับมหาวิทยาลัยในกรุงเทพ ฯ ตามหนังสือเชิญจากผู้ชายที่ถูกเรียกว่า “คุณหมี” คนแสนดีที่ส่งเงินมาให้สถานสงเคราะห์ที่เขาอาศัยอยู่ทุกปี

 

                และในปีนี้ “แม่อ้อ” ในฐานะผู้ดูแลเด็ก ๆ ทุกคนในสถานสงเคราะห์ ก็ได้แจ้งข่าวดีที่สุดกับเด็กหนุ่ม ว่าเขาพร้อมแล้วที่จะต้องออกเดินทางไกล เพื่อไปนำความรู้จากเมืองใหญ่กลับมาพัฒนาบ้านหลังนี้แทนเธอในอนาคต

 

                ...นั่นอาจเป็นเหตุผลทั้งหมดที่ทำให้เขาเริ่มต้นการเดินทาง

 

.               “แม่-... คิดผิดฉิบหาย” บ่นกับตัวเองเบา ๆ ก็มันน่าไหมล่ะ คนดีที่ไหนเขาจะมาเปิดร้านเหล้า เปิดผับบาร์กันแบบนี้ ถึงมันจะดูใกล้เคียงกับร้านอาหารที่เปิดยามค่ำคืนทั่วไปก็เถอะ แต่มันก็ยังถือว่าเป็นแหล่งมั่วสุมอยู่ดี

 

                ...แล้วนี่หรอ บ้านที่ต้องทนอยู่ไปจนกว่าจะเรียนจบ สถานที่แบบนี้หรอ ที่คนเป็นนักศึกษาเขาควรมาอยู่อาศัยกัน “คุณหมี” ของแม่อ้อนี่เขาเป็นคนยังไงกันแน่นะ เด็กหนุ่มคิดในใจ

 

                ยิ่งคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อย ระหว่างที่ยังยืนนิ่ง ๆ สำรวจทุกสรรพสิ่งภายในร้านคูหาสี่ชั้น เขาก็ยิ่งรู้สึกอึดอัดจนอยากจะหนีไปให้พ้นจากที่ตรงนี้ ขอแค่ที่ไหนก็ได้ที่ดูสงบกว่านี้สักหน่อย เขาแค่อยากพักหลังจากที่เดินทางเหนื่อยมาทั้งวัน   

 

                ...เรื่องมันจึงเริ่มต้นที่ห้องน้ำ เขาเลือกให้เป็นแบบนั้น

 

                เด็กหนุ่มเพียงแค่อยากจะเข้ามาล้างหน้าล้างตาให้ตัวเองรู้สึกสดชื่นกว่าเดิมเท่านั้น ทว่าเพียงแค่สาดน้ำในอุ้งมือเข้าใบหน้าหล่อของตัวเอง ราวกับสมองปลอดโปร่งจนนึกอะไรบางอย่างออก

 

                 เขากวาดตามองไปรอบบริเวณภายในห้องน้ำ จนมาชะงักให้ใครคนหนึ่งที่กำลังยืนทำธุระส่วนตัวอยู่ที่โถปัสสาวะ กลิ่นไม่พึงประสงค์อบอวลฟุ้งไปทั่วทุกอณูบริเวณ ทั้งกลิ่นควันบุหรี่ กลิ่นแอลกอฮอล์ และอาจรวมไปถึงกลิ่นของคราบอะไรต่อมิอะไรที่เลอะเทอะอยู่เต็มพื้นห้องน้ำนั่นด้วย เด็กหนุ่มยกมือขึ้นอุดจมูกแล้วทำหน้ายู่ลงราวกับไม่คุ้นชินกับสิ่งโสมมเหล่านั้น

 

                ใครคนนั้นที่ทำให้เขาชะงักใช้แขนข้างหนึ่งยันผนังกำแพงสีเทาเอาไว้ คนเข้ามาใหม่คาดเอาเองว่าหมอนั่นคงทำแบบนั้น เพื่อไม่ให้ร่างทั้งร่างล้มลงไปกองกับพื้นเพราะฤทธิ์ของแอลกอฮอลล์  มือทั้งสองข้างถูกลดระดับลงจากจมูก เขาสูดหายใจเข้าปอดลึก ๆ อย่างคนเตรียมพร้อม ทว่ากลิ่นที่สูดเข้าไปกลับทำให้เขาสำลักเสียงดัง

 

                แอ่ก ๆ ...จนคนที่หน้าโถปัสสาวะเอี้ยวหันกลับมามอง

 

                “เมาหรอน้อง?” หมอนั่นเอี้ยวคอถามแล้วหันหน้ากลับไปทางกำแพง ก่อนพ่นน้ำลายลงในโถปัสสาวะ

 

                ไม่มีเสียงตอบกลับมา คนถูกถามชะงักให้กับเสียงแรกที่ผู้ชายคนนั้นทักทาย มันฟังดูคุ้นหูราวกับเคยได้ยินเสียงนั้นมาก่อน แต่เขานึกไม่ออก เด็กหนุ่มจ้องมองแผ่นหลังของผู้ชายคนนั้นอย่างพิจารณา แล้วเดินย่างเข้าไปหาหมอนั่นใกล้ขึ้น หัวใจเต้นแรงอย่างคนกำลังตื่นเต้น และยิ่งรู้สึกรุนแรงมากขึ้นเมื่อเดินเข้าไปใกล้

 

                หมอนั่นยืนโงนเงนคล้ายคนไม่ได้สติ นั่นถือเป็นจังหวะที่ดี เด็กหนุ่มล้วงมือเข้าไปยังกระเป๋าหลังกางเกงยีนส์สีดำสนิทของผู้ชายที่หน้าโถปัสสาวะ ตั้งใจเพียงแค่จะขโมยกระเป๋าสตางค์แล้วจากไปอย่างรีบร้อน

 

                ...หากมันสำเร็จ

 

                แต่เขาคิดผิดถนัด ผู้ชายที่หน้าโถปัสสาวะกลับหลังหันมาอย่างรวดเร็ว และคว้าข้อมือของเด็กหนุ่มเอาไว้ ก่อนพูด

 

                “พี่ก็นึกว่าน้องต้องการอะไร ไม่ต้องรุกขนาดนี้ก็ได้ เดี๋ยวพี่จัดให้เองหมอนั่นพูดด้วยน้ำเสียงยียวน ดวงตาคมหยาดเยิ้มของคนพูดทำให้เด็กหนุ่มตัวสั่นและใจสั่นมากขึ้นเพราะความกลัว

 

                “ผม ...ไม่ได้ตั้งใจร่างสูงโปร่งพยายามอธิบาย

 

                “ไม่เป็นไร คนที่มาเที่ยวที่นี่ก็ต้องการแบบนี้ทั้งนั้นแหละ แล้วนี่นายจะเอายังไง ตรงนี้...? หรือข้างในห้องน้ำ หรือจะไป...หมอนั่นหยุดพูด สะอึกเล็กน้อยเมื่อสิ่งมึนเมาที่ดื่มเข้าไปก่อนหน้าทำท่าจะโจมตีออกมา มือหนาของเขายกเกลี่ยใบหน้าของเด็กหนุ่ม ยิ้มอย่างพอใจแล้วพูดต่อ

 

                “หรือจะไป ที่ห้องพี่!!!

 

                “ไม่ไป ผมไม่ไปไหนทั้งนั้นแหละ ผมขอโทษนะพี่ ผมก็แค่...

 

                พลั่ก !!!

 

                “อย่าโง่ไปหน่อยเลย มึงก็รู้อยู่แล้วว่ากูเป็นใคร แล้วอีกอย่าง…” หมอนั่นผลักเด็กหนุ่มกระแทกเข้าไปกับประตูห้องน้ำห้องในสุด แล้วตะโกนใส่หน้าอย่างคนโมโห เขาเดินตามเด็กหนุ่มเข้าไปในทันที และกระชากคอเสื้อยืดสีขาวของคนถูกผลัก

 

                “ใครมาเที่ยวที่ร้านกู ก็ต้องการเป็นของกูทั้งนั้นแหละ ไม่ว่าผู้หญิง หรือผู้ชายอ่อนแออย่างมึง

 

                คนถูกผลักหายใจรุนแรงด้วยความตื่นกลัว ดูเหมือนเจตนาของเขา กับความต้องการของหมอนั่นจะไม่เป็นไปในทางเดียวกันเสียแล้ว เด็กหนุ่มหลับตาลง ยกมือทั้งสองข้างขึ้นไหว้อย่างอ้อนวอน ในใจนึกภาวนาให้มีใครสักคนเดินผ่านมาให้เขาได้ขอความช่วยเหลือ ..แค่สักคนก็ยังดี แต่เห็นได้ชัดว่าความคิดนั้นไม่เป็นผล

 

                พลั่ก !!!

 

                อีกครั้ง ที่โดนหมอนั่นผลักกระแทกเข้าไปกับกำแพงห้องน้ำ มันอาจไม่รุนแรงเท่าในครั้งแรก แต่เด็กหนุ่มยิ่งรู้สึกกลัว สองมือของเขาถูกรวบขึงไว้เหนือหัวอย่างแน่นหนาด้วยมือข้างเดียวของคนแข็งแรง ส่วนปลายคางที่เพิ่งรู้สึกเจ็บ ถูกมืออีกข้างของคู่กรณีบีบเอาไว้

 

                “อื้อคุณ... ผมเจ็บ” มันเป็นเพียงเสียงในลำคอที่หมอนั่นทำทีไม่ได้ยิน ไม่แน่ใจว่าเป็นการแกล้งไม่ได้ยิน หรือเขาอาจจะเมามากจนหูดับไป

 

                “มึงเป็นคนปลุกมันขึ้นมาเองนะ ไอ้อารมณ์ดิบเถื่อนของกูเนี่ย” เพียงแค่คำพูดเบา ๆ ราวกระซิบของหมอนั่นจบลงที่ข้างหูของเด็กหนุ่ม ซอกคอของเขาก็ถูกรุกรานจากเจ้าของเสียงเมื่อครู่ทันที

 

                สัญชาตญาณการต่อสู้ที่ควรมี ถูกความตกใจเข้าแทรกไปเสีย   ดื้อ ๆ มันอาจยังไม่ถูกใช้ในตอนนี้ หมอนั่นดันตัวประชิดแนบแน่นกับเด็กหนุ่มที่กำแพงห้องน้ำ ทุกส่วนของร่างกายเบียดเสียดกัน เขากัดซอกคอของคนอวดดีเบา ๆ ให้พอมีร่องรอยทิ้งเอาไว้ให้อีกคนได้รู้สึกผิดเล่น ๆ

 

                “จะเปิดดูก่อนก็ได้นะ เงินในกระเป๋าตังค์กูน่ะ มันคงพอจะซื้อตัวมึง” หมอนั่นพูด มือข้างที่เคยบีบคางเด็กหนุ่มผ่อนแรงลงเล็กน้อยเสมือนเป็นการเปิดทางกับการกระทำต่อไป คนคุมเกมประกบปากจูบคนไม่มีทางสู้ มันรวดเร็วจนเด็กหนุ่มดวงตาเบิกโพลง แต่คงทำได้แค่ดิ้นขลุกขลักอยู่ในอ้อมแขนของหมอนั่นเท่านั้น

 

                สองลิ้นเกี่ยวกระหวัดพันกันมั่วซั่วไปหมด มันดูเร่าร้อนจนเด็กหนุ่มเริ่มแขนขาอ่อนแรง ...แต่ยังคงพอมีสติ

 

                “อื้อ...” สัญชาตญาณการต่อสู้ที่ควรมีเริ่มถูกดึงมาใช้เมื่อตั้งสติได้มากพอ เขาสู้อุตส่าห์เดินทางมาไกลถึงที่นี่แล้ว ฉะนั้นหมอนี่ไม่มีสิทธิ์มาทำลายความตั้งใจทุกอย่างให้พังลง

 

                เพียงแค่ได้ยินเสียงครางตอบรับในลำคอจากคนในอ้อมแขน คนที่อยู่ในเกมเหนือกว่าเมื่อครู่ก็คลายข้อมือน้อยสองข้างของเด็กหนุ่มที่เคยบีบรัดไว้ออกทันที แต่สิ่งที่ยังคงรุกรานอยู่ไม่ขาดคือจูบเร่าร้อนนั่น

 

                เด็กหนุ่มคลำกระเป๋าสตางค์สีดำเมื่อครู่ที่ฉกมาได้ในกางเกงยีนส์ตัวเอง เมื่อพบว่ามันยังอยู่ดี เขาจึงเปลี่ยนเป้าหมายไปโอบกอดคนตรงหน้าเอาไว้แน่น มันอาจจะเป็นการกระทำที่ดูว่าแปลก ๆ ไปสักหน่อยสำหรับเขา แต่ไม่เป็นไร... เขาจะคิดเสียว่ากำลังกอดอยู่ใครสักคนที่รู้จัก หรืออาจเป็นใครสักคนที่กำลังคิดถึง

 

            หรือบางทีมันอาจจะเป็น... พี่ชายก็ได้

 

                หมอนั่นดูจะพอใจที่อีกคนเริ่มคล้อยตาม มันทำให้เขาเริ่มไว้ใจไอ้หน้าหวานตรงหน้า

 

                คนตามเกมเป็นฝ่ายสอดลิ้นรุกล้ำเข้าไปบ้าง เขาเพียงต้องการให้รางวัลกับเจ้าของกระเป๋าสตางค์ก็เท่านั้น หรือบางทีเขาอาจจะคิดแค่ว่า

 

                ...เราจะได้ไม่มีอะไรติดค้างกัน ในเมื่อต่างคนต่างได้ในสิ่งที่ตัวเองต้องการแล้วทั้งคู่

 

                เด็กหนุ่มดันหมอนั่นไปติดกำแพงอีกฝั่งของห้องน้ำ ทุกส่วนของร่างกายทั้งคู่ยังคงสัมผัสแนบชิดติดกันสักพัก ก่อนที่วินาทีสุดท้ายจะมาถึง เขาคลายกอดออกจากเอวหมอนั่นช้า ๆ ผละตัวเองออกมาให้พอมีระยะห่าง แล้วซัดหมัดต่อยเข้าไปที่มุมปากข้างหนึ่งจนคนถูกกระทำล้มลง เขายิ้มอย่างพอใจในผลงาน เมื่อพบว่าหมอนั่นคงไม่มีแรงที่จะลุกขึ้นมาปะทะอะไรกับเขาได้อีก
 

                “ขอโทษนะคุณ ผมให้ได้เท่านี้จริง ๆ”

 

                 เด็กหนุ่มเดินออกมาจากห้องน้ำด้านในสุด ปิดประตูกระแทกเสียงดัง แต่มันไม่ดังพอที่จะกลบความรู้สึกในใจ มีหยดน้ำตาเล็กน้อยไหลลงมาที่แก้ม เขายกมือแตะริมฝีปากอย่างนึกคิดอะไรบางอย่าง หลับตาลงแรง ๆ ก่อนตัดสินใจเดินจากออกมา

 

                ...แล้วทิ้งความรู้สึกทุกอย่างที่เกิดขึ้น ไว้ที่ห้องน้ำห้องนั้น      


 

...  
   
[Part ll รออ่านกันหลังจัดส่งรูปเล่มนะครับ]




ขยายเวลาการโอนเงิน ถึง 20 มกราคม 2558 นะครับ !!!

ติดตามรายละเอียดได้ที่ FB: https://www.facebook.com/SpecialHKSfanfic      

 

ผลงานอื่นๆ ของ KNclub

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

ยังไม่มีรีวิวของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

1 ความคิดเห็น

  1. #1 Ya-nang
    วันที่ 12 มกราคม 2558 / 13:04
    อยากอ่านต่อแระ มาอัพเร็ว ๆ นะคะ



    ....



    น่าติดตาม
    #1
    0