Otome Girl & Real Otome World

ตอนที่ 33 : Ch.23 Sugawara Kenta 2/2

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,198
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 46 ครั้ง
    27 ก.พ. 60

      



             ในตอนที่เธอได้เจอผมครั้งแรกในตอนลืมตาตื่นคือห้องรับแขกของคุณอา แม้จะยังเดินมาจากที่ไกลๆผมก็เห็นได้ว่าเอทำหน้าตาแปลกๆอยู่ นั้นสินะเธอเป็นผู้ถูกเลือกย่อมรู้เรื่องราวและชะตากรรมของมานามิตัวจริงอยู่แล้ว อย่างตัวผมเองครั้งแรกที่เจอมานามิก็เป็นช่วงขึ้นชั้นประถมแล้วมาเจอกันตอนนี้เลยอีกฝ่ายก็คงงงไม่น้อย


                ญาติของผมทำหน้านิ่งเดินนำเธอมาอย่างไม่สนใจอะไร แต่มันทำให้ผมรู้ได้ว่าลูกพี่ลูกน้องคนนี้เปลี่ยนไปแล้วนิดหน่อย ผมลอบยิ้มให้กับเรื่องราวที่ลูซี่นำมารายงานก่อนหน้า ก่อนที่จะหันกลับไปมองมานามิคนใหม่อีกครั้ง ซึ่งตอนนี้เธอกำลังฉีกยิ้มไร้เดียงสาที่ไม่ค่อยเข้ากับดวงตานั้นเท่าไหร่นักออกมาแต่ก็น่ารักดี


                คุณอาแนะนำหลานสาวคนใหม่ให้พ่อแม่ของผมและแนะนำผมกับพี่สาวให้ลูกพี่ลูกน้องคนใหม่รู้จัก ในตอนนี้ผมได้แอบเหล่เห็นพี่สาวตัวเองทำตาเป็นประกายก่อนจะรีบไปมุงสมาชิกใหม่พร้อมพ่อกับแม่ อันนี้ผมคงต้องบอกว่าโรคของยัยนี้กำเริบอีกซะแล้ว พี่คาเอะนั้นเป็นพวกคลั่งไคล้ผมสีบลอน ไม่ว่าจะออกเฉดเงินเฉดทอง แค่เห็นประกายระยิบระยับจากเส้นผมสวยๆเข้าให้หน่อยก็หลงรักไปแล้ว


เมื่อก่อนพี่สาวปลื้มเส้นผมอันเจิดจ้าของพี่ยูมากและเล่นกับมันมากจนพี่ยูแขยงพี่คาเอะไปเลย ตอนนี้เธอคงล็อคเป้าหมายที่จะเล่นผมของสาวน้อยตรงหน้าแล้วล่ะ เสียดายที่ตอนชาติก่อนพี่สาวไม่ได้มีโอกาสยุ่งเกี่ยวกับมานามิมากนักเพราะตอนผมขึ้นประถมพี่สาวก็ได้ทุนเรียนต่างประเทศด้านกีฬาเวทมนต์ไปแล้ว ซึ่งเธอโชคดีแล้วล่ะที่ไม่ได้เจอมานามิคนเก่า


                ผมที่ได้ถูกแนะนำเป็นคนสุดท้ายเห็นว่าคนในครอบครัวตัวเองเกือบจะทำให้เด็กตรงหน้าช้ำไปทั้งตัวแล้วก็เลยเดินไปทักทายด้วยการจับมืออย่างลืมตัวเหมือนสมัยที่ผมยังเป็นด็อกเตอร์ แต่ก็พยายามตีหน้าเนียนๆให้ดูเหมือนเป็นเด็กเล่นเลียนแบบผู้ใหญ่ที่สุดไป


                “ยินดีที่ได้รู้จักนะคุณลูกพี่ลูกน้อง ฉันเคนตะเรียกว่าเคนเฉยๆก็ได้”


                ตอนที่ผมพูดไปแบบนั้นเธอดูเหมือนจะลังเลเล็กน้อยก่อนที่จะยอมเรียกผมว่าเคนคุง ผมเลยขอเรียกเธอว่านานะจังไป เป็นเพราะไม่อยากเรียกชื่อเต็มๆอย่างมานามิเท่าไหร่และอยากแกล้งลูกพี่ลูกน้องอีกคนที่เริ่มปล่อยรังสีแสดงความไม่มิตรออกมาจากด้านหลังของเธอ พวกเราดูเหมือนจะทำตัวสนิทกันรวดเร็วทั้งๆที่ไม่ได้รู้จักกันเลย


                …………….


                หลังจากที่ทางผู้ใหญ่ตกลงอะไรกันเองหลายๆอย่างพวกเด็กๆที่รวมถึงผมก็ได้รับอนุญาตให้มาเลือกของใช้สำหรับการเดินทางกัน แน่นอนว่าก่อนที่จะออกจากบ้านของคุณอาผมก็ได้ให้ลูซี่เตรียมการต้อนรับผู้ที่จะมาเล่นเกมแห่งชีวิตกับพวกผมเอาไว้แล้ว


                เมื่อรถจอดลงที่ทางเข้าห้างสรรพสินค้าโปเปีย ซึ่งเป็นชื่อแปลกๆที่ตั้งมาจากชื่อของหญิงสาวชนเผ่าพื้นเมืองคนหนึ่งในนิทานตำนานแฟรี่สีฟ้าอันโด่งดังของทวีปทางเหนือ ว่ากันว่าแฟรี่ทางเหนือนั้นยังมีอยู่จริงเป็นตัวตนที่อธิบายได้ยากของโลกใบนี้แม้พวกเราจะใช้เวทมนต์ได้แต่ก็เทียบไม่ได้กับเหล่าแฟรี่ที่ซ่อนตัวหลบหนีจากความเจริญก้าวหน้าอันเห็นแก่ตัวของมนุษย์


                ทางภาคเหนือเชื่อกันว่าแฟรี่สีฟ้าคือแฟรี่แห่งความสุขและโปเปียสาวพื้นเมืองในนิทานก็เป็นหญิงสาวที่ออกตามหาแฟรี่ตัวนั้นจนตัวเองประสบความสำเร็จทางด้านการค้าและได้แต่งงานอย่างมีความสุขกับคนรักที่เป็นนักบุกเบิกจากทวีปตะวันออก และคนที่ตั้งชื่อให้กับที่นี้คือพ่อของผมเอง ที่เมื่อตอนไปเที่ยวทางทวีปเหนือได้ฟังเรื่องเล่าฉบับดังเดิมมา


                มันเป็นเรื่องเล่าที่พ่อเคยเล่าให้ผมฟังบ่อยๆก่อนที่ท่านจะหายไป ดังนั้นไม่ว่าผมจะมาที่นี่อีกซักกี่ครั้งก็ยังคงนึกถึงเรื่องเล่านี้ไม่เคยลบเลื่อนไป แต่ผมในวันนี้ไม่ได้มาที่นี่เพื่อย้อนลำลึกความหลังผมมาเพื่อที่จะสร้างอนาคตขึ้นมาใหม่ต่างหาก แต่พอมองคนที่จะมาช่วยในเรื่องนี้นั้นผมกลับกำลังเห็นเธอยืนขาสั่นหวาดกลัวอยู่ไม่ไกลจากผมเท่าไหร่ มันทำให้ผมนึกถึงเรื่องที่โหดร้ายพอสมควรของมาโกะโตะที่เป็นตอนนี้อยู่ในร่างของมานามิ จึงอดไม่ได้ที่จะเข้าไปหาเธอ


                “นี่ๆมานะจังพวกเราเองก็ไปเตรียมของด้วยกันเถอะ!


                ผมยิ้มให้เธออย่างร่าเริงเท่าที่จะทำได้และบีบมือให้กำลังใจแน่นๆ ผมไม่อยากให้เธอรู้สึกแย่แม้ว่าตอนนี้ตัวผมเองก็เหมือนจะเป็นคนหนึ่งที่นำเรื่องเดือดร้อนมาให้เธอก็ตาม


                แต่ดูเหมือนผมจะดูถูกสองพี่น้องที่เป็นลูกพี่ลูกน้องของผมไป ท่าทางตอนตอนชะงักตอนผมเข้าหามานามิคนนี้และรีบตรงดึ่งมาแยกผมออกช่างน่ารักน่าแกล้งจริงๆ ให้ตายสิเธอคนนี้ช่างทำให้ผมแปลกใจได้มากขึ้นเรื่อยๆจริงๆ เรื่องที่มานามิคนก่อนทำไม่ได้แต่เธอกลับทำได้ ช่างเป้นเพลย์เยอร์เกมโอโตเมะที่ไม่ธรรมดาจริงๆ


                “เคนตะนายทำตัวสนิทสนมเกินไปหน่อยรึป่าว?”


                คำพูดนั้นทำเอาผมแทบกลั้นเสียงหัวเราะเอาไว้ไม่อยู่ จึงได้แต่พยายามยิ้มต่อไปอย่างอยากลำบาก ดังนั้นผมจึงตัดสินใจแกล้งลูกพี่ลูกน้องของตัวเองอีกซักหน่อยถือเป็นการแก้แค้นที่ทำให้ผมกลั้นหัวเราะจนเริ่มปวดท้องแล้วกัน


เอ๋ ก็เพราะพึ่งรู้จักกันฉันก็เลยต้องยิ่งทำความรู้จักกับคุณญาติคนใหม่สิครับ อีกอย่างพวกเราเองก็อายุเท่าๆกันนี่หน่า ยังไงฉันกับมานะจังก็ต้องเรียนชั้นเดียวกันด้วย เนอะ~


                ผมพูดพร้อมหันไปถามสาวน้อยที่ยืนอยู่ตรงกลางระหว่างพี่ยูและไอ้หนูทาเคะ และดูเหมือนเธอเองก็จะเริ่มรู้ตัวแล้วว่าผมกำลังแกล้งสองพี่น้องนี่อยู่ ไม่ได้เห้นพี่ยูทำหน้าเขียวแดงสลับสีไปมามานานเท่าไหร่แล้วนะ


                และเรื่องก็ยิ่งสนุกขึ้นเมื่อพี่สาวของผมที่ยืนเหล่ดูอยู่นานได้เข้ามาร่วมวง อันนี้ผมเองก้ขอความร่วมมือกับพี่สาวเอาไว้ว่าอยากรู้จักญาติผู้น้องคนใหญ่จึงขอให้ช่วยกันพี่ยูไว้ให้หน่อยซึ่งพี่สาวที่ชอบแกล้งพี่ยูอยู่แล้วก็รับปากช่วยอย่างสนุกสนานจริงๆ


มานะจังหายกลัวแล้วหรือยัง?”


ผมพูดพร้อมเอานิ้วจิ้มแก้มเธอไปเพื่อเรียกสติ ถ้าเธอเป็นมานามิตัวจริงผมคงโดนจิกด้วยสายตาและความโมโหร้ายของเธอฆ่าตายไปแล้ว ตอนนี้มานามิตรงหน้าดูจะอาการดีขึ้นและผมคิดว่าพวกเราควรได้พูดคุยกันจริงๆจังซักที


……………


“แล้วเธอรู้จักวาคาบะ มาโกโตะมั้ย?”


เมื่อผมพูดคำนี้ออกไปหน้าของเธอเริ่มซีดขาวจนไม่อาจขาวได้มากกว่านี้อีกแล้ว ตอนนี้เธอเริ่มที่จะเหม่อลอยอีกครั้งหนึ่ง คงจะนึกถึงเรื่องราวของวาคาบะ มาโกโตะอยู่สินะแต่ผมคงปล่อยให้เธอคิดถึงอดีตนานๆได้เพราะเรื่องเวลาและสถานที่มันเป็นโซนที่ไม่ค่อยมีคนนิยมผมเลยให้ลูซี่ติดต่อซื้อร้านซักร้านมาอย่างเร่งด่วนเมื่อไม่กี่วันก่อน ดูๆไปบรรยากาศก็ไม่เลวร้ายทีเดียว


“เอาล่ะมานะจัง….เราไปคุยกันซักพักดีกว่าไม่สิยังไงตอนนี้ต้องเรียกเธอว่าคุณPlayerรึป่าวนะ?”


ผมพูดกระตุ้นให้เธอยากรู้ จะได้ไม่หวาดกลัวจนหนีไปซะก่อน แน่นอนตอนนี้เธอเริ่มระแวงและคิดว่าผมไม่ใช่สุกาวาระ เคนตะ แต่ผมก็คือสุกาวาระ เคนตะอยู่ดีเพียงแค่เป็นสุกาวาระ เคนตะผู้สิ้นหวังและมีหวังกับการเดิมพันธ์ให้เกมชีวิตครั้งสุดท้ายนี้เท่านั้น


แน่นอนว่าผมเล่าความจริงให้เธอฟังแต่ไม่ใช่ความจริงบางส่วน เรื่องบางอย่างผมยังไม่สามารถบอกเธอได้และตัวผมเองก็ไม่รู้จริงๆ นั้นสินะถ้าเล่าความจริงว่าผมคือคนที่คิดจะเปลี่ยนแปลงโลกนี้เองไม่ใช่มานามิล่ะก็เธออาจจะมองผมเป็นตัวร้ายกาจและไม่ยอมร่วมมือแน่ๆ ตอนนี้ผมต้องการคนที่จะสามารถมอบอนาคตให้ผมได้ผมจะไม่ยอมให้เรื่องราวทุกอย่างพังลงไปอีกเด็ดขาด และในตอนนี้ผมขอยอมรับคนตรงหน้าในฐานะมานะจังที่ไม่ใช่มานามิคนเดิม ผมจะคอยช่วยเหลือเธอและก้าวเดินไปกับเธอ เพื่อตัวผมเองในฐานะเคนคุง


…….


ในตอนนั้นผมเป็นเพียงผู้ชายที่เห็นแก่ตัวคนหนึ่ง แต่ผมเองก็ไม่คิดเหมือนกันว่าอนาคตที่ผมและเธอช่วยกันขีดขึ้นใหม่อีกครั้ง จะทำให้ผมอยากที่จะมีอนาคตร่วมกับเธอตลอดไปเหมือนกัน

 




 

จบพาทนี่แล้วค่ะในที่สุดเราก็มาต่อเนื้อเรื่องแล้วนะ แต่ในอนาคตเคนตะย่อมออกมาอีกแน่นอน สิ่งที่เคนคุงหลอกมานามิบางส่วนนั้นก็อยู่ในCh.19เป็นต้นไปนะคะ ย้อนอ่านกันได้เลย(เราเชื่อว่าหลายคนคงลืมแล้วล่ะ TwT) เคนตะน่ะยังไม่หลงน้องแมงกะพรุนหรอกนะ เรียกว่าสภาพจิตใจที่เป็นผู้ใหญ่แล้วมองโลกอะไรๆได้กว้างขึ้นทำให้การปักธงแบบปกติใช้กับเขาไม่ได้ผลหรอกค่ะ เรื่องของทั้งคู่ก็มีสายสัมพันธ์แบบนี้แหละ พวกเขาไม่ได้เข้ามาเติมเต็มกันและกัน ไม่ใช่ความแปลกใหม่น่าคนหาหลงไหลแรกพบในรูปลักษณ์ แต่เป็นคนที่มีความหวังร่วมกันพึ่งพากันสร้างอนาคตที่ยืนยาว(แลดูมีความเป็นพระนางชัดแต่ไม่เด่นเลย  5555)

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 46 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

984 ความคิดเห็น

  1. #571 uๅuะ~* (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 09:47
    ขอบคุณที่กลีบมาต่อนะคะ
    #571
    1
  2. #568 Asahi_san (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560 / 00:25
    เคน...นายหวังบทพระเอกไม่ได้หรอกมั้ง? หวังจริงๆคนต้องตบตีอีกเยอะ แต่แอบสนับสนุนเล็กน้อย อย่างน้อยก็เป็นคนที่รู้จังตัวตนของนางเอกจริงๆ ไม่อยากให้จบฮาเร็มเลย..เฮ้อ...
    #568
    0
  3. #564 Boot-MIC (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 23:21
    ดีใจน้ำตาไหล ไรท์มาเขียนต่อแล้ว
    #564
    1
  4. #563 เจ้าหญิงแห่งสงคราม (จากตอนที่ 33)
    วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2560 / 22:47
    มาต่อแล้ว เย้ๆ
    โอ้ เรื่องนี้จะฮาเร็มมั้ยหว่า 
    อยากเก็บเธอไว้ ทุกๆคนนนนนนนนนนนน      
    #563
    1