คัดลอกลิงก์เเล้ว

Nightmare MHA [KatsuDeku]

โดย Marine'

หากวันหนึ่งเดกุจบหน้าที่ฮีโร่ต่อหน้ากราวน์ซีโร่ที่ทำอะไรไม่ได้ จนกระทั่งตื่นมาอีกครั้งแล้วพบว่าทุกอย่างย้อนกลับแต่ก็ไม่เป็นเหมือนเดิม

ยอดวิวรวม

1,145

ยอดวิวเดือนนี้

37

ยอดวิวรวม


1,145

ความคิดเห็น


11

คนติดตาม


78
จำนวนโหวต : ยังไม่มีคนโหวต
เรื่องสั้น
อัปเดตล่าสุด :  10 มี.ค. 62 / 10:03 น.
นิยาย Nightmare MHA [KatsuDeku] Nightmare MHA [KatsuDeku] | Dek-D

ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้



หากวันนึง บาคุโก คัตสึกิตื่นขึ้นมา
"ทุกคนนี่ มิโดริยะ อิซึคุ เพื่อนรักของฉันเอง"
เพื่อนสมัยเด็กของเขา
.
.
.
.
.
.
กลายเป็นของคนอื่น


เนื้อเรื่อง อัปเดต 10 มี.ค. 62 / 10:03






            “ครีเอตี้ เซโรโฟน อุราวิตี้ ฝากด้วยนะ!!!”


“ได้ค่ะ ระวังด้วยนะคะเดกุซัง” มิโดริยะ อิซึคุวิ่งผ่านหน้าเพื่อนร่วมห้องทั้งสามคนที่กำลังช่วยอพยพผู้บริสุทธิ์ออกไปจากที่เกิดเหตุ “รีบไป!!!” โทโดโรกิ โชโตะที่วิ่งตามมิโดริยะมาช่วยสร้างกำแพงน้ำแข็งยักษ์เพื่อถ่วงเวลาให้ทั้งสามคน


บึ๊ม!!!


“กราวน์ซีโร่ อย่าทำให้เมืองเละกว่าเดิมสิวะ!!!”


“หนวกหู!!! เดี๋ยวพ่อจับบึ๊มอีกคน” คามินาริ เดนกิถึงกับกุมขมับแค่พวกวิลเลินโจมตีก็สร้างความเสียหายมากพอแล้วไอ้เพื่อนตัวดีอย่างบาคุโก คัตสึกิดันทำเพิ่มอีก คราวนี้พวกเขาต้องถูกอาจารย์ในยูเอต่อว่าแน่นอน “เรดไรอ็อต ช่วยผมหน่อยครับ” “มาเลยเดกุ!!!” มิโดริยะตะโกนบอกคิริชิม่า เอย์จิโร่ที่อยู่ไม่ไกลให้เป็นฐานเหยียบช่วยส่งตัวเองขึ้นไป “มันมาแล้ว” สายตาของวิลเลินจับจ้องไปยังฮีโร่ชุดเขียวที่พุ่งทะยานขึ้นมาหา


สแมชซ์!!!


กำปั้นของมิโดริยะอัดเข้าไปเต็มช่วงท้องของโนมุจนกระเด็นปลิวไป “พวกมันขนโนมุมากี่ตัวกัน” มิโดริยะลงสู่พื้นข้างอิดะ เท็นยะที่กำลังวิเคราะห์จำนวนโนมุ มนุษย์กลายพันธุ์ที่แข็งแกร่งจนทำให้อดีตฮีโร่อันดับหนึ่งอย่างออลไมท์บาดเจ็บมาแล้ว “โชโตะ ช่วยผมจับที” มิโดริยะตะโกนไปหาโทโดโรกิที่รอคำขอจากเขาอยู่ พายุน้ำแข็งห่อล้อมฝูงโนมุที่พุ่งมาหามิโดริยะและอิดะจนถูกแช่แข็งทั้งหมด ทั้งสองคนอาศัยความเร็วอัดเหล่าโนมุที่ยังขยับไม่ได้ให้แตกเป็นเสี่ยงๆ “ฉันขอร่วมด้วย กราวน์ซีโร่บ้าไปแล้ว” คามินาริเปลี่ยนมาหาฝั่งมิโดริยะที่ร่วมมือกันเป็นอย่างดี ไฟฟ้าของเขามีจำกัดจะใช้สุ่มสี่สุ่มห้าไม่ได้ “ดีเลยชาร์ตโบวซ์”








“กลับลงหลุมพวกแกไปซะ!!!”


“ไม่เจอกันนาน บาคุโก คัตสึกิ” เสียงเย็นแหบที่โผล่มาข้างหลังทำเอาบาคุโกต้องรีบหันกลับไปพร้อมกับไฟระเบิดของเขา “วันนี้ฉันพาเพื่อนคนใหม่มาแนะนำ” ชิการาคิ โทมูระผายมือของเขาก่อนที่จะมีอะไรบางอย่างพุ่งตรงไปหาบาคุโก “อะไรวะ!!!” ลำคอของบาคุโกถูกคว้าโดยเด็กสาวภายใต้หน้ากากขนนกก่อนที่ริมฝีปากสีคล้ำจะจุมพิตลงไปที่ขมับซ้ายของเขา “ไอ้เด็กสกปรก!!!” เป็นจุมพิตที่เหมือนเอาค้อนมาทุบเล่นเอาบาคุโกมึนงงไปชั่วขณะ “ซากะกุจังไม่ชอบพี่เลี้ยงก้าวร้าวนะ” โทมูระเหยียดยิ้มให้กับบาคุโกก่อนจะพยุงเด็กสาวที่ชื่อซากะกุให้ลุกขึ้นยืน


“คัตจัง!!!” มิโดริยะที่ตามมาช่วยเตรียมจะพุ่งเข้าไปแต่ถูกโนมุที่หลบอยู่พุ่งขึ้นมาต่อย “ซากะกุจังไม่ชอบพี่คนนี้หรอ งั้นคนนู้นดีมั้ย” โทกะ ฮิมิโกะกอดเด็กสาวพร้อมกับชี้ไปยังมิโดริยะ บาคุโกหวังจะปล่อยหมัดอัดสาวโรคจิตสักเปรี้ยงแต่กลับกลายเป็นว่า เขาขยับไม่ได้!!! อัตลักษณ์บ้าอะไรวะ ปล่อยนะโว้ย!!! บาคุโกพยายามคิดว่าวิลเลินคนใหม่ที่พวกมันพามาด้วยมีความสามารถอะไรจนถึงตอนนี้เขาก็ยังไม่ได้ยินเจ้าเด็กนั้นพูดสักคำ “ไม่หรอ ชอบพี่บาคุโกมากกว่าสินะ” “อย่ามายุ่งกับฉันไอ้เด็กใบ้!!!”


สายตาของเขาเหลือบไปเห็นมิโดริยะที่กำลังวิ่งมา คงจัดการโนมุตัวเมื่อครู่ไปได้แล้ว “คัตจัง!!!” “เกะกะสมคำร่ำลือ” โทมูระบ่นนิดหน่อยก่อนจะอุ้มให้ซากะกุหันไปทางมิโดริยะ “จะทำอะไร” บาคุโกเห็นซากะกุยกมือขึ้นมาก็อดใจกระตุกไม่ได้ เดกุหนีไป “หนีไปเดกุ!!!” ไม่ทัน เสียงของเขาไปไม่ทันความเร็วของมิโดริยะ ไอสีดำพุ่งออกจากฝ่ามือของซากะกุตรงไปยังร่างของมิโดริยะทันที


“เดกุ!!!”


“มิโดริยะ!!!”


ร่างของมิโดริยะร่วงลงไปกองกับพื้นท่ามกลางความตกใจของเพื่อนฮีโร่คนอื่นๆ “เก่งมากซากะกุจัง” โทมูระลูบหัวซากะกุที่ยืนนิ่ง “ต่อจากนี้จะน่ากลัวซะหน่อย คุโรกิริ พาเธอกลับไปนอน” โทมูระส่งซากะกุไปให้เจ้าของอัตลักษณ์วาร์ปเกทอย่างคุโรกิริ ก่อนที่เขาจะเดินไปเขี่ยร่างมิโดริยะที่นอนนิ่งกัดฟันอยู่ “ไอ้เด็กเวร” บาคุโกพยายามขยับแขนของเขา ถ้าแขนขยับได้ทุกอย่างก็จะ “ทายาทวันฟอร์ออล” เสียงของโทมูระทำให้บาคุโกเบิกตากว้าง


“น่าเสียดาย อายุสั้นไปหน่อย”


“เดกุ!!!”


“คะ คัตจัง ช่วยผะ…” ฝ่ามือแห้งกร่านของโทมูระจับที่ลำคอของมิโดริยะ สิบห้าวิ เขามีเวลาสิบห้าวินาทีที่จะไปช่วยเดกุ “คัตจัง” เสียงของมิโดริยะที่แผ่วเบาพร้อมกับใบหน้าที่เริ่มมีรอยแยกทำให้บาคุโกได้แต่คำรามด้วยความกลัว “ไม่ เดกุ!!!” โทมูระลุกขึ้นจากตัวของมิโดริยะก่อนจะเรียกกลุ่มสมาพันธ์กลับเข้าวาร์ปของคุโรกิริที่กลับมารับ ขยับได้แล้ว


               “เดกุ!!!” ขาของบาคุโกวิ่งไปหาฮีโร่ฮูดกระต่ายที่ยื่นมือมาหาเขา “ไม่ๆ ใครก็ได้พารีโคฟเวอร์รี่เกิร์ลมาที!!!” อิซึคุกำลังจะหายไป สองมือที่เคยอัดระเบิดใส่ตอนนี้กลับประคับประคองร่างที่กำลังจะกลายเป็นฝุ่นผง “แกห้ามทิ้งฉันเดกุ!!! ไอ้สี่ตา!!! ไอ้ครึ่งสี!!! เพื่อนแกกำลังจะตายหายหัวไปไหนวะ!!!”


“ผมไม่ไหวแล้วคัตจัง”


“แกต้องทน ไอ้สี่ตากำลังพารีโคฟเวอร์รี่เกิร์ลมา”


“ไม่ทันหรอก อย่าร้องไห้เลยคัตจัง” มือซีดยกขึ้นชิดมุมปากตัวเองพร้อมกับฉีกยิ้มกว้าง “ยิ้มนะครับ” สิ้นเสียงร่างกายของมิโดริยะของแหลกสลายกลายเป็นฝุ่นล่องลอยไปกับสายลม ทิ้งไว้เพียงชุดฮีโร่บนตักของบาคุโก







“อิซึคุ!!! อ๊ากกกกกกกกก!!!”
















“ฮึก ฮื่อ”


“อิงโกะ” บาคุโก มิทซุกิกอดเพื่อนรักของเธอมิโดริยะ อิงโกะที่กำลังนั่งร้องไห้จะขาดใจกับการสูญเสียลูกชายเพียงคนเดียวของตนเองหน้าแท่นหินหลุมศพที่ไร้ศพ “แบบนี้อิซึคุคุงเขาจะเป็นห่วงนะ” ตั้งแต่วันที่ได้รับสายจากบาคุโกคนลูก บาคุโกคนแม่ก็วิ่งมาหาเธอที่บ้านพร้อมกับกอดให้กำลังใจเธอและคอยดูแลไม่ห่าง ถึงแม้ทางโรงเรียนจะรับผิดชอบเรื่องครอบครัวมิโดริยะและทำพิธีศพให้แต่ก็ไม่สามารถทำให้อิงโกะคลายเศร้าได้เลยแม้แต่น้อย “อิซึคุ ฮึก แม่ ฮึก” อิงโกะพยายามอดทนแต่มันเกินความสามารถของคนเป็นแม่ แค่ข่าวต่างๆที่ลูกชายของเธอมักได้รับบาดเจ็บร้ายแรงเสมอยังทำให้เธอกลัวที่อิซึคุจะกลับไปเรียน แต่คราวนี้อิซึคุไปแล้ว


ไปแบบไม่มีวันกลับ


“พี่มิโดริยะสัญญากับผมว่าพรุ่งนี้จะไปสวนสนุกด้วยกัน ฮึก เราจะไปเล่นบ้าน ฮึก ผีสิงด้วยกัน” เสียงของเด็กน้อยโคตะ อิซุมิที่เสียฮีโร่ที่เขาชื่นชมดังก้องไปทั่วทำเอาผู้ใหญ่หลายคนอดคว้าเด็กน้อยมาปลอบขวัญไม่ได้ เหมือนเป็นเหตุการณ์ซ้ำซ้อนของโคตะคุงที่เสียพ่อแม่ในหน้าที่ฮีโร่แล้วยังมาเสียพี่ชายคนโปรดในหน้าที่ฮีโร่ไปอีก


“บาคุโกจัง” อาซุย สึยุยื่นมือไปจับบ่าของบาคุโกคนลูกที่เอาแต่นั่งเงียบอยู่ข้างต้นไม้ “คุณแม่ของบาคุโกจังบอกว่าให้บาคุโกจังดูแลตัวเอง” อาซุยกลัวว่าบาคุโกอาจจะไม่เข้าใจจึงยื่นกระจกของอาโอยาม่า ยูกะไปให้ เด็กหนุ่มหน้าตาขวางโลกเลือดร้อนตอนนี้กลายเป็นดวงตาเลื่อนลอยและหมองคล้ำ “บาคุโก ฝนใกล้จะตกแล้วเข้าไปหลบกันก่อนเถอะ” คิริชิม่านั่งยองๆตรงหน้าเพื่อนสนิทที่ไม่ยอมพูดจากับใครแม้แต่แม่ของตัวเอง คิริชิม่า คามินาริและอาซุยมองหน้ากันอย่างลำบากใจ ดูยังไงบาคุโกคงไม่ยอมเคลื่อนย้ายตวเองไปไหนแน่ๆ






เสียงร้องไห้ของมิโดริยะคนแม่ในวันที่เขาโทรไปบอกข่าวร้ายยังติดอยู่ในหัวของเขา


เสียงขอความช่วยเหลือและคำปลอบใจของมิโดริยะคนลูกยังติดตาของเขา


ร่างกายที่แหลกสลายของ มิโดริยะ อิซึคุ สัมผัสยังอยู่ที่ฝ่ามือของ บาคุโก คัตสึกิ









‘ทายาทวันฟอร์ออล’


‘น่าเสียดาย อายุสั้นไปหน่อย’









วันฟอร์ออล















‘คัตจังรอด้วย’


‘กลับบ้านไปเลยไปเดกุ’









‘เหวอ คัตจัง’


‘แกกำลังล้อฉันเล่นรึไงวะเดกุ!!!’







‘คัตจัง’



สองเท้าหยุดที่หน้าแท่นหินท่ามกลางสายฝน “ถ้าฉันทำดีกับแก แกจะยังอยู่กับฉันใช่มั้ย” สองเข่าทรุดลงกับพื้นหญ้าที่เจิ่งนองไปด้วยน้ำฝน “ถ้าเราไม่ได้เจอออลไมท์ แกจะยังอยู่กับฉันใช่มั้ย” สองมือเอื้อมโอบแท่นหินราวกับว่ามีคนนั่งอยู่ตรงนั้น “ถ้าฉันเป็นเพื่อนที่ดีของแก แกจะยังอยู่กับฉันใช่มั้ย” นัยตาสีแดงพล่ามัวไปด้วยน้ำตาและสายฝน


“ไม่สิ ถ้าฉันไม่ใช่เพื่อนของแก แกจะยังมีชีวิตอยู่ใช่มั้ย”


“บาคุโก!!!”


“คัตสึกิ!!!”










คืนก่อนวันวิลเลินโจมตี


“มิโดริยา~ เล่นเกมนี้กับฉันหน่อยสิ”


“ได้เลยคิริชิม่าคุง” เมื่อได้คำตอบคิริชิม่าก็รีบวิ่งไปต่อเกมจอยเข้ากับทีวีก่อนจะกระเด้งตัวไปนั่งข้างมิโดริยะ “ทำอะไรกันเอ่ยหนุ่มๆ” อะชิโด้ มินะและอุรารากะ โอชาโกะที่อาบน้ำเสร็จก็พากันมาดูสองหนุ่มที่ส่งเสียงด้วยความตื่นเต้น “เร็วเข้ามิโดริยะ” คิริชิม่าทิ้งตัวไปนั่งที่พื้นแทนพร้อมกับมุดไปที่หว่างขาของมิโดริยะ เวลาเล่นเกมแล้วตื่นเต้นเกินไปเขาต้องหาที่ซุกตัวเพื่อความอุ่นใจ “คิริชิม่าคุง ทางซ้ายๆ” สองหนุ่มติดพันกับเกมอย่างสนุกสนานท่ามกลางความสนใจของเพื่อนคนอื่นๆ โทโดโรกิเองก็ดูสนใจเป็นพิเศษเพราะเขาไม่เคยเล่นเกมแบบนี้มาก่อนจึงค่อยๆหย่อนตัวนั่งข้างๆเพื่อไม่ให้รบกวนสมาธิทั้งสองคน


คามินาริเองที่อยากร่วมแจมแต่ต้องรอรอบต่อไปก็นั่งส่งเสียงเชียร์ไม่ขาดสาย “สู้เขามิโดริยะ เฮ้คิริชิม่าแบบนั้นแหละ” เหตุการณ์ทั้งหลายอยู่ในสายตาของอิดะที่ยืนดูอย่างอมยิ้ม “เฮ้โทโดโรกิ นายอยากลองเล่นมั้ย” “ฉันเล่นไม่เป็น” “งั้นฉันต่อให้ มิโดริยะ นายช่วยโทโดโรกินะ” คามินาริสลับกับคิริชิม่าที่เกิดอาการอยากเข้าห้องน้ำหลังเล่นเสร็จ เด็กหนุ่มผมแดงเดินผ่านหน้าเด็กหนุ่มดินระเบิดที่นั่งเท้าคางมองไปที่ห้องนั่งเล่นรวม “นี่บาคุโก สักตามั้ย” ไม่ต้องคาดเดาคำตอบ บาคุโกปฏิเสธมันทันที “นายนี่น่า มิโดริยะอดทนกับนายจริงๆเลยให้ตายเถอะ” คิริชิม่ายักไหล่ไม่สนใจและเตรียมจะไปแจมกับสามคนที่สุ่มหัวหน้าทีวี


“หา!!!”


“นายโชคดีนะที่มีคนเข้าใจนายน่ะ ฉันว่ามิโดริยะเป็นเพื่อนที่วิเศษคนหนึ่งเลยล่ะ”


“ถามฉันรึยังว่าอยากเป็นเพื่อนกันมันมั้ย!!!”


“อ้าวหรอ? แต่ยังไงฉันก็อยากเป็นเพื่อนกับมิโดริยะอยู่ดี” คิริชิม่าสะบัดก้นหนีระเบิดอย่างเฉียดฉิว บาคุโกนั่งกระทืบเท้าโมโหอยู่คนเดียวจนชินโซ ฮิโตชิสมาชิกใหม่ของห้องเอเปรยหางตามามอง “ถ้าไม่ได้ยินที่คิริชิม่าบอก ฉันนึกว่านายกับมิโดริยะเป็นศัตรูกันซะอีก” ชินโซแหย่พอให้บาคุโกหันมาโวยวายใส่ก่อนจะหนีไปหาสี่หน่อหน้าทีวี “คำก็มิโดริยะ สองคำก็มิโดริยะ โถ่เว้ย!!!” บาคุโกทึงผมตัวเองก่อนจะหนีไปที่บันได


“คัตจัง!!! เล่นมั้ยครับ”


“ใครอยากจะไปเล่นกับแกห๊ะไอ้เวร!!!”


“ไม่สุภาพเลยนะครับบาคุโกคุง มิโดริยะคุงเป็นเพื่อนของนายนะ”


“เรื่องของฉัน!!!”










ทุกคนเป็นเพื่อนของนาย


ทั้งไอ้ครึ่งสี ไอ้สี่ตา ยัยลอยได้ ไอ้หัวองุ่น ไอ้หลงตัวเองหรือแม้กระทั่งไอ้ล้างสมอง
















“คัตสึกิ!!! ตื่นเดี๋ยวนี้!!!”


เสียงแม่ของเขาทำให้บาคุโกกระเด้งตัวขึ้นมา “ไปเข้าพิธีจบสายแม่จะไล่กระทืบแก” พิธีจบ? บาคุโกมองหน้าแม่ของตัวเองที่ยืนกอดอกอยู่ข้างเตียง ด้านหลังมีตู้เสื้อผ้าของเขาที่แขวนชุดนักเรียนมอต้นไว้ บ้าหน่า เขาเข้ายูเอไปแล้วไม่ใช่หรอ ย้อนเวลา? ไอ้เด็กใบนั่นอัตลักษณ์ย้อนเวลา? ถ้างั้นเดกุ!!!


“ไงคัตสึกิ ทำไมวันนี้มาช้าจังวะ”


“เดกุอยู่ไหน!!!”


“... หื้ม?” เพื่อนทั้งห้องตกในอาการงงงวยที่คนเก่งของห้องจู่ๆก็ตะโกนหาคนบางคน “ใครวะเดกุ ชื่อตลกชะมัดฮ่าๆๆๆ” “มิโดริยะ อิซึคุ” บาคุโกเดินตรงไปหาเพื่อนร่วมห้องที่นั่งอยู่ที่โต๊ะที่เขาจำได้ดีว่าเป็นโต๊ะที่มิโดริยะนั่งเรียนสมัยมอต้น “เห? โรงเรียนเรามีคนชื่อนี้ด้วยหรอวะ?” พูดเป็นเล่น


“นั่งที่ๆ เราจะเตรียมเข้าพิธีจบกันแล้วและข่าวดี บาคุโก คัตสึกิสอบติดโรงเรียนยูเอตามที่เขาได้บอกพวกเราไว้ ยินดีด้วยบาคุโก” ไม่ใช่ มันต้องมีเดกุด้วย



‘ไปให้พ้นหน้าฉันเดกุ!!!’



ไม่ ไม่เอา “เอ้ยคัตสึกิ เป็นไรวะตั้งแต่เมื่อกี้ละ” เพื่อนของเขาเดินมาตบไหล่ให้รีบลุกไปเข้าแถว แกหายไปไหนน่ะเดกุ





“แบบนี้ต้องฉลองฮีโร่คนใหม่กันหน่อย”


“เฮ้ยคัตสึกิจะไปไหนน่ะ!!!”


ถ้าเดกุไม่อยู่โรงเรียน บ้านล่ะ ใช่ บ้านอพาร์ทเม้น บาคุโกไม่สนใจเพื่อนๆที่ตะโกนตามหลังมา เขาจำไม่ได้ว่าตอนสอบวิ่งเขาวิ่งได้เร็วเท่าไหร่แต่ตอนนี้เขาให้เร็วพอที่จะพาตัวเขาไปเห็นว่ามิโดริยะยังอยู่ที่นั้น “หลบหน่อยครับ รถเร็ว” เสียงน่ารำคานหลังอยู่ข้างหลังบาคุโกที่กำลังรีบแต่เพื่อความปลอดภัยของตัวเองเขาจึงหลบชิดร้านกาแฟเพื่อให้จักรบานไปก่อน “ไปเลยเอย์จัง”


เสียงนี้


“เดกุ” บาคุโกหันไปมองข้างหลัง ไม่มี แสดงว่าจักรยานนั่น บาคุโกรีบวิ่งไปตามเสียงทันที ไม่ผิดแน่ เสียงเล็กๆของเด็กผู้ชายชอบเรียกชื่อคนอื่นแบบนี้มีคนเดียว มิโดริยะ อิซึคุ “เดกุ!!!” พอเขาวิ่งมาถึงจุดที่เขาคิดว่าต้องมีมิโดริยะอยู่กลับเป็นเพียงหน้าร้านที่มีจักรยานสามสี่คันที่จอดอยู่ หนึ่งในนั้นต้องมีคันที่มิโดริยะซ้อนมาแน่ๆเขาจึงผลักประตูร้านเข้าไปพร้อมกับกวาดสายตามองหา ต้องหาให้เจอ “โผล่หัวมาสิวะ” จนแล้วจนรอดเขาก็ไม่เห็นกลุ่มผมสีเขียวฟูยุ่งที่คุ้นเคยเลย ถ้าไม่เจอที่นี่ ไปดักรอมันที่บ้านก็ได้


“เอ๋? หนูมาหาใครหรอจ๊ะ?”


ไม่ใช่น้าอิงโกะ เป็นผู้หญิงวัยกลางคนที่ผมเผ้ายุ่งเหยิงพร้อมกับเสียงของเด็กเล็กที่อยู่ข้างใน “ไม่ใช่บ้านมิโดริยะหรอครับ?” บางทีน้าอิงโกะอาจจะขายบ้าน “น้าอยู่ที่นี่มาสิบกว่าปีแล้วนะ หนูจำผิดรึเปล่าจ๊ะ” นี่มันอะไรกันวะ!!!















วันนี้มันต้องโผล่มา


แต่ก่อนมันจะมาไอ้สี่ตาก็วุ่นวายคนอื่นแต่เช้า


“เอาขาพาดบนโต๊ะเรียนมันไม่ดีนะครับ”


“พูดมากว่ะ!!!” คนกำลังหงุดหงิด นัยตาสีแดงเพลิงจ้องไปที่ประตูรอคอยบางคนที่จะเปิด เดี๋ยวไอ้เดกุก็จะโผล่มาก่อนยัยลอยได้ “ไฮ อุรารากะ โอชาโกะจ้า” “ยินดีที่ได้รู้จักครับอูรารากะคุง ผมอิดะ เท็นยะ”




หมายความว่ายังไง!!!



ทำไมมิโดริยะถึงไม่โผล่มา บาคุโกรีบลุกขึ้นเดินไปหาอุรารากะที่กำลังทักทายกับอิดะ “นี่!!! เธอเห็นไอ้คนหัวเขียวๆที่ช่วยเธอวันสอบมั้ย” “เอ๋? ไม่มีใครช่วยฉันนะแล้วนายมาตะคอกฉันได้ยังไง” อุรารากะพองแก้มด้วยความไม่พอใจ วันสอบก็ต่างคนต่างเอาตัวรอดจะไปช่วยกันได้ยังไง “เพื่อนของนายสุดยอดไปเลยนะ ทำข้อเขียนได้คะแนนเต็ม” คามินาริเดินคู่มากับคิริชิม่าที่มาในทรงผมลู่ลงเป็นธรรมชาติไม่ใช่ทรงตั้งแข็งพร้อมกับพูดคุยผูกมิตรกัน “ใช่แล้ว อิซึคุน่ะเก่งมากๆ แถมยังติดสาขาสนับสนุนอีก” อิซึคุ? ไม่ผิดแน่ เขากำลังย้อนกลับมาโดยที่เดกุกลายเป็นเพื่อนกับคิริชิม่าไม่ใช่เขา



“ไม่สิ ถ้าฉันไม่ใช่เพื่อนของแก แกจะยังมีชีวิตอยู่ใช่มั้ย”



“ถ้าอยากหาเพื่อนก็ไปทำความรู้จักกันที่อื่น” เสียงเหนื่อยๆของครูประจำชั้นอย่างอาจารย์ไอซาว่า โชตะที่คลานกระดึ๊บมาในถุงนอนสีเหลืองคู่ใจ นี่คือสภาพของอาจารย์ไอซาว่าที่เดกุมันเห็นตอนนั้นน่ะหรอ





และทุกอย่างก็ดำเนินไปเหมือนที่บาคุโกเคยผ่านมาไม่มีผิด


เว้นเสียแต่ห้องเอเหลือจำนวนนักเรียนเพียงสิบเก้าคน


แบบนี้มันก็ดีแล้ว


งั้นหรอ?


“นายมีปัญหาอะไรกับฉันรึเปล่าบาคุโก ฉันกลัวนะโว้ย” บาคุโกเผลอหันเหลือบไปข้างหลังทุกที ปกติจะมีเสียงพึมพำของมิโดริยะแต่ถูกแทนที่ด้วยหัวม่วงๆของมิเนตะ มิโนรุที่เริ่มหงุดหงิดที่เพื่อนจอมระเบิดชอบหันมาบ่อยๆ “ชิ” เหงา ไม่สิ อาจจะเป็นความเคยชิน ทั้งเขาและเดกุอยู่ด้วยกันมาเกือบสิบหกปี ตั้งสิบหกปีเชียวนะ อ่า เป็นสิบปีกว่าที่เขาหันระเบิดใส่มันด้วยสิ ตอนนี้ไปเป็นเพื่อนของคิริชิม่าคงมีความสุขดีแล้วนะ ไม่ต้องร้องไห้ ไม่ต้องกลัวว่าคิริชิม่าจะรังแก


“ไปเปลี่ยนชุดซะ เราจะไปฝึกกู้ภัยกัน”


ฝึกกู้ภัย พวกวิลเลินจะบุกยูเอเป็นครั้งแรก เขาควรทำยังไง บอกให้อาจารย์งด? บอกให้ออลไมท์ไปด้วย? หรือให้ไอ้สี่ตาแสตนบายนอกข้างนอก? ถ้าเขาเปลี่ยนแปลงสิ่งที่ไอ้เด็กใบ้สร้างตอนนี้จะเป็นอะไรมั้ยนะ? “สีหน้านายดูไม่ค่อยดีเลยนะบาคุโก” เป็นคิริชิม่าที่มาสะกิดถาม ตอนนี้เดกุมันสบายดีใช่มั้ย โดนเพื่อนสาขาสนับสนุนรังแกรึเปล่า เขาอยากถามออกไปแต่เกรงว่าอาจจะถูกคิริชิม่าสงสัยว่าไปรู้จักเพื่อนของเขาตอนไหน “เปล่า”


“งั้นหรอ ถ้าไม่สบายก็… อิซึคุ~”


“เอย์จัง~” คิริชิม่าทิ้งเขาไว้แล้ววิ่งไปยกตัวเพื่อนตัวเล็กของเขา เขาในที่นี้คือคิริชิม่าไม่ใช่บาคุโก “มาทำอะไรหรออิซึคุ” “อาจารย์ไอซาว่าให้ไปฝึกกับเขาน่ะ” คำตอบของมิโดริยะทำเอาคิริชิม่าเอียงคอสงสัยจะว่าไปที่เอวของเพื่อนรักมี


“เหมือนของอาจารย์ไอซาว่าเลยแหะ”


“มิโดริยะเขาเป็นนักเรียนพิเศษน่ะ ครูใหญ่กับออลไมท์ขอให้ครูช่วยเขาฝึกป้องกันตัว”


“เยี่ยมไปเลยอิซึคุ นายจะได้ใช้วิชาของอาจารย์ไอซาว่าด้วย”


“รู้จักกันอยู่แล้วก็ดี ดูแลเพื่อนด้วย”


“ครับอาจารย์ ไปเร็วอิซึคุฉันจะแนะนำเพื่อนในห้องของฉันให้นายรู้จัก” บาคุโกปล่อยให้คิริชิม่าจูงมือมิโดริยะขึ้นรถไป ดีแล้ว คิริชิม่าคงรู้แล้วว่าเดกุมันไม่เหมือนคนอื่น ไร้อัตลักษณ์ สีหน้าของคิริชิม่าตอนที่รู้ว่าอาจารย์ไอซาว่าจะสอนเดกุใช้ผ้าป้องกันตัวเขาดูดีใจสุดๆไปเลย “แกไม่ใช่เดกุของฉันอีกแล้วสินะ”


“ทุกคน นี่มิโดริยะ อิซึคุเพื่อนรักของฉันเอง”


“ยะยินดีที่ได้รู้จักครับ”


“ทำไมมิโดริยะจังถึงมีผ้าพันที่เอวล่ะ” อาซุยชี้ไปที่เอวเล็กๆของเพื่อนใหม่ที่เหมือนเป็นเดจาวูกับของครูประจำชั้น “คือ ผมไม่มีอัตลักษณ์น่ะครับเลยต้องหาอุปกรณ์ป้องกันตัว” “นายไม่มีอัตลักษณ์หรอ?” ทันทีที่คามินาริสงสัยคิริชิม่าก็เอาตัวเองไปบังมิโดริยะไว้ทันทีเพราะกลัวว่าเพื่อนคนอื่นจะแกล้งเพื่อนรักของเขา “ถึงอิซึคุจะไม่มีอัตลักษณ์ตะ แต่เขาช่วยฉันไว้หลายอย่างรวมถึงเรื่องมาเข้ายูเอด้วย” คิริชิม่าพยายามปกป้องมิโดริยะที่แอบอยู่ข้างหลัง



นี่คือสิ่งที่เขากับคิริชิม่าต่างกัน



“ไม่ต้องห่วง นายชื่อมิโดริยะใช่มั้ย ไฟฟ้าของฉันจะช่วยนายช๊อตพวกที่มารังแกนายเอง”


“กรดของฉันก็ทำประโยชน์ได้เยอะนะ ขอแค่นายขอให้ฉันช่วย”


“เลเซอร์สุดเจิดจ้าของฉันน่ะสุดยอดที่สุดแล้ว ฉันจะปกป้องนายเอง”


มิโดริยะน้ำตาคลอที่นักเรียนห้องเอไม่ได้รังเกลียดเขาเหมือนที่เขากลัว “ผะผมจะไม่ทำตัวเดือดร้อนครับ” “ร้องไห้อีกแล้ว ไม่เอาสิ” คิริชิม่าหันไปเช็ดน้ำตาให้เพื่อนขี้แยที่ประทับใจในการต้อนรับที่อบอุ่น “มิโดริยะคุงต้องออกกำลังกายนะ ตัวเล็กแบบนี้โดนอิดะคุงสะกิดก็ล้มแล้วมั้ง” “ผมไม่มีวันทำแบบนั้นหรอกอุรารากะคุง แต่ที่อุรารากะคุงพูดก็ถูกนะครับ มิโดริยะคุงผอมเกินไปสุขภาพที่แย่เอา” อิดะสับมือขึ้นลงตามจังหวะการพูดของเขาสร้างรอยยิ้มให้กับมิโดริยะ “อิซึคุน่ะกินเท่าไหร่ก็ไม่ยอมอ้วน ออกแก้มอย่างเดียว” คิริชิม่าบีบแก้มอิซึคุเล่นก่อนจะช่วยนั่งลงข้างอาซุยที่ตบเบาะข้างๆรอ


“ทำไมมิโดริยะจังไม่พันไว้ที่คอเหมือนอาจารย์ล่ะ”


“ผมพยายามพันแล้วครับ แต่มันก็ร่วงลงมาตลอดผมเลยเอาผูกเอวไว้” มิโดริยะคลายผ้าที่พันรอบเอวให้อาซุยดู “มิโดริยะซังไหล่ค่อนข้างแคบเลยประคองผ้าไว้ไม่ได้สินะคะ” ยาโอโยโรสุ โมโมะวิเคราะห์รูปร่างของเพื่อนใหม่สาขาสนับสนุนที่นั่งอยู่ไม่ไกล “จริงสิ ดิชั้นทำที่เสริมไหล่ให้ดีมั้ยคะมิโดริยะซัง” ยาโอโยโรสุปิ๊งไอเดียขึ้นมาได้อย่างหนึ่ง “แต่แบบนั่นมิโดริยะคุงก็ต้องใส่ที่เสริมไว้ตลอดนะครับ” อิดะเสนอความเห็นขึ้นทำให้ยาโอโยโรสุต้องหน้าจ๋อยไป “ขอบคุณนะครับยาโอโยโรสุซัง ไว้ผมจะมาขอให้ช่วยนะครับ” มิโดริยะไม่อยากปฏิเสธน้ำใจของยาโอโรโยสุ


ใช่ ทั้งหมดอยู่ในสายตาของบาคุโกที่นั่งมองอยู่ข้างๆจิโร่ เคียวกะที่เปิดมือถือฟังเพลงอยู่ ช่างต่างจากที่เคยเป็นมาก่อน เขากับเดกุในตอนนั้นราวกับสิงโตกับลูกกระต่าย


“สวัสดียามสาย”


“หมายเลขสิบสาม!!!”


นักเรียนทั้งหลายต่างตื่นเต้นที่ได้พบโปรฮีโร่อีกคนที่มาเป็นอาจารย์ในยูเอ “เราจะแบ่งกลุ่มไปแต่ละโซน นั่นมิโดริยะสาขาสนับสนุนใช่มั้ย” หมายเลขสิบสามเจ้าของอัตลักษณ์หลุมดำเดินไปหามิโดริยะที่ยืนอยู่ด้านหลังคิริชิม่า “อืม งั้นมิโดริยะรอตรงนี้ก่อนนะ เดี๋ยวครูหาอุปกรณ์มาให้เราก่อน” หมายเลขสิบสามตบบ่ามิโดริยะก่อนที่เขาจะรู้สึกว่าในยูเอสเจไม่ได้มีแค่พวกเขา


“ขอโทษที่มาขัดจังหวะการสอน เรามาหาอาจารย์ออลไมท์ไม่ทราบว่าเขายู่ที่นี่รึเปล่า” จู่ๆก็มีกลุ่มหมอกสีดำโผล่มาข้างหลังมิโดริยะจนหมายเลขสิบสามต้องดึงตัวมาหลบ “อ้าว ไม่อยู่หรอเสียดายจังนะ” คุโรกิริส่งลูกน้องวิลเลินล้อมกลุ่มนักเรียนและหมายเลขสิบสามไว้ “วิลเลิน” อาจารย์ไอซาว่าพุ่งเข้ามาขวางไม่ให้พวกวิลเลินเข้าใกล้นักเรียน “มิโดริยะ เธอห้ามห่างครูเด็ดขาด” หมายเลขสิบสามอ้อมแขนไปโอบตัวมิโดริยะไว้หากแทบนักเรียนทุกคนที่อยู่ในนี้มิโดริยะน่าเป็นห่วงที่สุด


ต้องฝ่าออกไป


ออกไปหาออลไมท์


ทั้งตอนนั้นและตอนนี้ ทั้งเขาและคิริชิม่าต่างคิดเหมือนกันจึงพุ่งไปหวังจะโค่นคุโรกิริลงเพื่อให้เพื่อนคนอื่นออกไปได้ “ไม่มีประโยชน์” คุโรกิริแผ่อัตลักษณ์ล้อมเหล่านักเรียนจนมองไม่เห็น “คิริชิม่า ไปช่วยเพื่อนของแกซะ!!!” ตอนนี้เดกุมันอ่อนแอ ไปปกป้องมันซะ “อิซึคุ!!!” “เอย์จัง!!! เอย์จังช่วยด้วย!!!” เสียงร้อนรนของมิโดริยะทำให้บาคุโกตัดสินใจพุ่งไปหาแทน “จับมือฉัน!!!” มิโดริยะส่งมือไปให้บาคุโกที่ยื่นมาหา “ได้ตัวแล้วเหวอ~”


ตุบ ตุบ ตุบ


“แอ๊บ!!! แค่กๆ อิซึคุๆ” คิริชิม่าวิ่งมาดูอาการของมิโดริยะที่นั่งกุมขาตัวเอง “เอย์จัง ขาผม” มิโดริยะชี้ขาตัวเองที่บิดผิดรูปให้คิริชิม่าดู “โอ๊ะโอ” เสียงลูกน้องวิลเลินดังขึ้นด้านหลังคิริชิม่า “เกะกะ!!!” เป็นบาคุโกที่พุ่งมาระเบิดให้กระเด็นไป ถึงเหตุการณ์จะไม่ใช่แต่ก็ใกล้เคียง เดกุหลงมากับกลุ่มของเขาก็จริงที่ตอนนี้ขาหักเหมือนตอนนั้นไม่มีผิด “ถอดผ้ามา” บาคุโกถอดผ้าที่มิโดริยะพันรอบเอวมาผูกด้ามขาของมิโดริยะไว้ “ข้างหลัง!!!” มิโดริยะร้องบอกบาคุโก เจ้าหนุ่มระเบิดคว้าหมับที่หัวของวิลเลินกิ่งก่าก่อนจะระเบิดอัดจนมันหมดสติ


“คิริชิม่า อุ้มเพื่อนแกขึ้นหลังฉัน”


“เห?”


“ฉันจะแบกเพื่อนของแกไป เวลาแกเผลอแข็งตัวเพื่อนแกจะได้ไม่เจ็บ”


“จริงด้วย ขอบใจนะบาคุโก” คิริชิม่าอุ้มมิโดริยะขึ้นหลังบาคุโกก่อนที่เจ้าตัวเอาดึงผ้าพันลำตัวของเขากับคนบนหลัง “เกาะดีๆล่ะ” บาคุโกกระชับคนบนหลังก่อนจะกระโดดลงจากตึกนำคิริชิม่าไป ใช่ เขาจำได้ทุกอย่างว่ามันจะเกิดอะไรขึ้นต่อไป แต่ตอนนี้ต้องไปช่วยไอ้หัวองุ่นกับยัยกบก่อน








“เด มิโดริยะ ฉันต้องสู้พร้อมกับแบกแก อดทนหน่อย” บาคุโกไม่สามารถทิ้งคนบนหลังได้แต่โทมูระก็กำลังจะจับหน้ายัยกบเหมือนกัน “ถอยไป!!!” บาคุโกระเบิดไปเพื่อให้โทมูระถอยแต่กลับไม่ใช่โทมูระ “โนมุ” “รู้จักด้วยงั้นหรอ ทักทายกันหน่อยสิ” โทมูระหันไปสั่งให้โนมุจัดการบาคุโกทำให้บาคุโกต้องเหวี่ยงมิโดริยะไปให้พ้น “คิริชิม่า!!!” เขาส่งมิโดริยะไปให้คิริชิม่าที่รอรับอยู่แล้ว “บาคุโกคุง!!!”


ปัง!!!


“ฉันมาแล้ว!!!” ออลไมท์ บาคุโกไม่รู้สึกดีใจเท่านี้มาก่อน “มันจบแล้วสินะ โนมุฆ่าเด็กนั่นซะ” โทมูระสั่งให้โนมุปล่อยบาคุโก ฆ่าใคร? สายตาของบาคุโกหันไปยังคิริชิม่าและมิโดริยะทันที เดกุ “หนีไป!!! พาอิซึคุหนีไป!!!” บาคุโกตะโกนบอกคิริชิม่าสุดเสียงแต่ความเร็วไม่น่าเชื่อของโนมุนั้นพุ่งตรงไปทางมิโดริยะที่นั่งอยู่ที่ขาของคิริชิม่า








“อิซึคุ!!!”












เฮือก!!!


ตาสีแดงเพลิงเบิกกว้างอย่างรวดเร็ว


ฝันหรอ ไม่สิแผลที่แขนของเขายังมี


“ฟื้นแล้ว รีโคฟเวอร์รี่เกิร์ลครับ บาคุโกคุงฟื้นแล้ว” เสียงนี่มัน “เดกุ” บาคุโกหันไปมองด้านข้าง “บาคุโกคุง ฮึก เป็นยังไงบ้างครับ ปวดหรือว่าเจ็บตรงไหนอีกมั้ย” มิโดริยะนั่งร้องไห้น้ำตาไหลอยู่ข้างเตียง นี่เขาหมดสติไปตอนไหน “แกไม่เป็นไรใช่มั้ย” บาคุโกยื่นมือไปเช็ดน้ำตาที่ไหลสองข้างแก้มตกกระนั่น ขี้แยเหมือนเดิม “รีโคฟเวอร์รี่เกิร์ลรักษาผมแล้วครับ ตอนนี้ผมแข็งแรงดีแล้ว” ดีแล้ว


“ไงหนุ่มน้อยบาคุโก”


“ออลไมท์” ออลไมท์เปิดประตูห้องพยาบาลมาหาเขา “หนุ่มน้อยมิโดริยะเป็นห่วงเธอมากเลยนะ แล้วเธอก็เก่งมากที่ปกป้องเขา” บาคุโกเลื่อนสายตากลับไปมองมิโดริยะที่ส่งยิ้มขอบคุณมาให้ “ขอบคุณครับบาคุโกคุง”



‘ว้าวคัตจัง’


‘คัตจังสุดยอดไปเลย’


‘สำหรับผม คัตจังเป็นคนที่สุดยอดที่ผมชื่นชมมาตลอด คนที่ใกล้ชิดกับผมมากกว่าออลไมท์!!!’


หยุดชื่นชมฉันเถอะเดกุ ฉันเป็นคนที่รังแกนายมาตลอดนะ



“อยู่นี่เองอิซึคุ อ้าวบาคุโกฟื้นแล้วหรอ” คิริชิม่าที่ตามหาอิซึคุเพราะได้เวลากลับบ้านแล้วก็มาเจอที่ห้องพยาบาล “ไงเพื่อน นายโคตรเท่ห์เลยตอนพุ่งระดมระเบิดใส่เจ้าตัวนั้นน่ะ” คิริชิม่ากล่าวชื่นชมพร้อมกับเล่าเหตุการณ์ทั้งหมดให้ฟัง “จู่ๆนายก็ล้มฟุบลงไปทุกคนตกใจหมดเลยนะ” แล้วทำไมเขาถึงจำอะไรไม่ได้เลยล่ะ ไม่สิต้องพูดว่า


เขาเห็นโนมุทุบร่างของเดกุจนเลือดสาดกระเซ็นไปทั่วพื้น


“งั้นฉันกับอิซึคุกลับบ้านก่อนนะ” คิริชิม่ากอดคอมิโดริยะออกไป เหมือนบาคุโกจะเห็นเหมือนมีใครบางคนยืนอยู่หน้าประตูเมื่อครู่ “เอาล่ะ ช่วงนี้ก็พักผ่อนสลับกับซ้อนร่างกายสำหรับงานกีฬาล่ะบาคุโก” งานกีฬา เป็นวันที่ไอ้ครึ่งสีกับเดกุจะสู้กัน ต่อจากนั้นก็กลายเป็นเพื่อนกัน ต้องรวมไอ้ล้างสมองด้วยมั้ยนะ


“กลับมาแล้ว”


“คัตสึกิ มีคนมาหาลูกน่ะ” ใครวะ? บาคุโกทิ้งกระเป๋าไว้ที่บันไดก่อนจะเดินไปที่ห้องรับรองแขก กลุ่มสมสีน้ำตาลซีดที่โผล่เกินโซฟาขึ้นมานิดหน่อย ไอ้เด็กใบ้!!! บาคุโกไม่รอช้าพุ่งไปกระชากคอเสื้อยืดสีดำนั่นเพื่อยกซากะกุขึ้นมาจ้องหน้า  “ใจเย็นก่อนพี่ชาย” เขาสาบานเลยว่าเขาได้ยินเสียงเด็กคนนี้โดยที่เธอไม่ได้ขยับปาก “ตอนนี้หนูแอบเข้ามาในความฝันพี่ อยู่ได้ไม่นานเดี๋ยวพวกมันรู้ตัว” ซากะกุยกมือชูข้างตัวแสดงอาการยอมแพ้ให้บาคุโก “ความฝัน? แต่ยัยป้าเห็นแก” “พี่ชายหมายถึงคุณแม่ของพี่ใช่มั้ย? เธอเป็นส่วนหนึ่งของความฝันของพี่” ซากะกุค่อยๆอธิบายราวกับว่าไม่สามารถพูดเร็วไปกว่านี้ได้


“ทำให้ฉันกลับเป็นเหมือนเดิมเดี๋ยวนี้”


“หนูก็อยากทำ แต่ตอนนี้หนูกลับไปหาร่างของพี่ชายไม่ได้”


“พูดอะไรของแก”


“ตอนที่เดินกลับบ้าน พี่ชายรู้สึกเหนื่อยใช่มั้ย ส่วนหนึ่งมันอยู่ที่ร่างหนู”


“งั้นก็คืนมาเส่!!!”


“ก็ต้องให้ร่างหนูกับร่างของพี่เจอกันถึงจะคืนได้แต่ตอนนี้หนูต้องมาเตือนพี่ก่อน”


“อะไร”


“ในระหว่างนี้พี่ชายต้องพยายามทำให้ทุกอย่างดำเนินเป็นเหมือนเดิม ถ้ามีอะไรผิดไปจากอดีตของพี่ มันจะย้ายพลังของพี่มาที่หนู พี่เข้าใจมั้ย”


“งั้นแสดงว่า”


“ขอหนูดูหน่อย” ซากะกุยื่นมือไปแตะที่ขมับทั้งสองข้างของบาคุโกพร้อมกับหลับตา “ใช่แล้ว พี่ชายผมเขียวตายไปแล้วหนึ่งรอบ” นี่มันอัตลักษณ์บ้าอะไรวะ!!! “นี่แหละที่หนูจะเตือน ถ้าคนในอดีตของพี่ตาย พี่ก็จะสคริปข้ามเหตุการณ์เหมือนไม่มีอะไรเกิดขึ้นเพราะพลังชีวิตพี่จะย้ายมาที่หนู” บาคุโกอยากจับเด็กในมือทุ่มลงพื้นเพื่อระบายความหงุดหงิดนี้ “ฟังนะ ในความเป็นจริงทุกคนคงปลอดภัยดีแต่หนูต้องฝากข้อความผ่านร่างกายพี่ไป” ยังไง?








“เจ็บโว้ย!!!”


“เป็นฮีโร่ทนเจ็บแค่นี้ไม่ได้หรอ”


ฮีโร่ก็เจ็บเป็นเข้าใจมั้ย บาคุโกยื่นแขนขวาให้ซากะกุกรีดข้อความเพื่อบอกคนในโลกความจริงถึงวิธีช่วยเหลือเขา “ตกลงแกเป็นใบ้จริงใช่มั้ย” “ใช่ และอีกอย่าง หนูต้องอมพลังชีวิตพี่ไว้ไม่ให้ไหลออกไปไม่งั้นพวกสมาพันธ์วิลเลินจะได้อัตลักษณ์ของพี่ไปเสริมให้โทมูระ” บาคุโกเริ่มเข้าใจสีหน้าเหมือนจะอาเจียนตลอดเวลาของเด็กหญิงตรงหน้าเขาแล้ว “แค่พาตัวแกไปหาตัวของฉันแค่นั้นใช่มั้ย” “ใช่” เรื่องนี้ เจ้าพวกเดกุทำได้อยู่แล้ว “ฉันขอถามอีกเรื่อง”


“อัตลักษณ์ของแกคืออะไรกันแน่”


“กินฝันร้าย”














บาคุโกพยายามทำตามที่ซากะกุบอก


ไม่ว่าจะเป็นการเข้ากลุ่มกับพวกคิริชิม่า หรือแม้กระทั่ง


ไล่ระเบิดตูมตามใส่คนอื่นรวมถึงมิโดริยะในความฝันก็ด้วย


“หยุดนะบาคุโก นายระเบิดใส่พวกเราไม่ว่าอะไรแต่นายจะรังแกอิซึคุไม่ได้” ก็ไอ้เด็กใบ้มันไม่ได้บอกนิว่าทำเหมือนเดิมคือทำแบบไหนบ้าง “ฮึก บาคุโกคุง ผมทำอะไรให้ไม่พอใจรึเปล่า” มิโดริยะกอดแขนคิริชิม่าร้องไห้ด้วยความกลัว เขากลัวอัตลักษณ์ของบาคุโก ตอนนี้บาคุโกกำลังเครียดหาวิธีให้มิโดริยะชนะการแข่งรอบแรกในวันกีฬาจนหัวแทบระเบิด ตอนมิโดริยะทดสอบสมรรถภาพก็ได้คะแนนต่ำจนน่าเหนื่อยใจ แถมรอบสองต้องให้เข้าทีมกับพวกสมองนก รอบสามต้องให้มันชนะไอ้ล้างสมองและแพ้ไอ้ครึ่งสีโดยไม่ตายอีก


“มิโดริยะ ห้องเราจะเข้าเรียนแล้วนะ”


“อื้อ ไปแล้วๆ ผมไปก่อนจะเอย์จัง” มิโดริยะปล่อยแขนคิริชิม่าที่ยืนจ้องบาคุโกเขม็งแล้วรีบวิ่งกลับไปหาเพื่อนร่วมสาขา “นายเป็นอะไรไปน่ะบาคุโก ที่ยูเอสเจนายยังเป็นฮีโร่ของอิซึคุอยู่เลยนะ” คิริชิม่าพยายามสงบสติอารมณ์ที่ถึงแม้จะโกรธบาคุโกที่รังแกเพื่อนรักแต่เขาเองก็ไม่อยากมีปัญหากับเพื่อนร่วมห้อง “ฮีโร่?” “ใช่ อิซึคุเอาแต่บอกว่าบาคุโกคุงเก่งอย่างนั้นอย่างนี้ เห็นทีฉันต้องให้อิซึคุออกห่างจากนาย”



และแล้ววันกีฬาก็มาถึง


“พยายามเข้านะอิซึคุ”


“อื้ม เอย์จังก็ด้วยนะ” บาคุโกมองสองเพื่อนสนิทที่ให้กำลังใจกัน ที่เอวของมิโดริยะยังคงมีผ้าพันไว้เพราะเป็นสิทธิพิเศษของนักเรียนสาขาสนับสนุนที่สามารถใช้อุปกรณ์ได้แต่ต้องเป็นอุปกรณ์ที่พวกเขาทำขึ้นมาเอง ในกระเป๋ากางเกงของบาคุโกก็มีชิ้นนึงเหมือนกัน “มิโดริยะ” เหมือนกรรมการให้นักเรียนไปรวมตัวที่จุดปล่อยตัวบาคุโกก็รีบประชิดตัวมิโดริยะทันที “ครับ?” “ฉันขอฝากหน่อยแข่งเสร็จวันนี้ค่อยเอามาคืนฉัน” บาคุโกซุกของลงในกระเป๋ากางเกงของมิโดริยะทันที “ห้ามแอบดู”


“อาร์ยูเรดี้!!! โก!!!”


ทันทีที่พรีเซ็นไมค์เป่านกหวีดบาคุโกก็ระเบิดทำลายน้ำแข็งของโทโดโรกิที่หวังจะใช้หยุดการเคลื่อนไหวของนักเรียนคนอื่นๆเพื่อเปิดทางให้มิโดริยะ แต่เขาลืมมองไปอีกทาง แท่งน้ำแข็งของโทโดโรกิพุ่งตรงมายังเขาก่อนที่ทุกอย่างจะดับวูบไป


เขาตายงั้นหรอ?


“เหนื่อยหรอเพื่อน ก็นะเล่นซะทีมของโมโนมะหมดสภาพเลย” เสียงของคิริชิม่าทำให้สติของเขากลับมา ในสภาพฟุบหลับที่โต๊ะห้องเก็บตัว เขาข้ามเหตุการณ์ ไอ้เด็กใบ้ต้องรู้แน่ “บาคุโกคุง สีหน้าไม่ค่อยดีเลยนะครับ” มิโดริยะเดินมาถามเขาด้วยความเป็นห่วง เรื่องข้ามเหตุการณ์ช่างมันก่อนตอนนี้เขาต้องทำให้มิโดริยะชนะชินโซให้ได้ “ของยังอยู่มั้ย?” มิโดริยะตบกระเป๋ากางเกงตัวเองเป็นการยืนยัน “ห้ามหาย ห้ามเอาออกมาเด็ดขาดไม่อย่างนั้นฉันจะฆ่าแก”


“คู่ต่อไป มิโดริยะ อิซึคุจากสาขาสนับสนุนเจอกับชินโซ ฮิโตชิจากสาขาทั่วไป!!!”


“ไอ้เอ๋อ มานี่ดิ”


“จะไปไหนน่ะ” บาคุโกลากคอคามินาริให้เดินตามเขาไปที่โถงทางเดินใกล้กับจุดจำหน่ายไฟฟ้า “รู้สึกคันมือว่ะ” บาคุโกหักกระดูกข้อมือเรียกแรงพลางฟังเสียงพรีเซ็นไมค์ไปด้วย “อีกไม่กี่ก้าวเขาก็จะออกจากสนามแล้ว ไม่นะเขาจะเป็นเหมือนโอจิโร่สาขาฮีโร่อย่างนั้นหรอ” “จ๊ากกกกก!!!” บาคุโกคว้าคามินาริมาอัดระเบิดใส่ที่ทำให้คามินาริปล่อยกระแสไฟฟ้าจำนวนมากออกมา “วี๊~” “หึ”


“นั่นอะไรกัน เหมือนเมื่อครู่ไฟฟ้าลัดวงจรจนทำให้อุปกรณ์ของมิโดริยะระเบิดนะครับ โอ้ เขาได้สติแล้ว” บาคุโกไปยืนแอบดูที่ทางออกฝั่งมิโดริยะ ใช่ ของที่เขายัดเยียดให้มิโดริยะคือระเบิดขนาดเล็กที่ต้องให้กระแสไฟฟ้าให้การกระตุ้น กว่าเขาจะไปขอให้ฮัตสึเมะ เมย์สาขาสนับสนุนทำให้เล่นเอาปวดหัวไม่น้อย และเป็นไปตามคาด มิโดริยะใช้ผ้าตบเข้าที่ตัวของชินโซจนกระเด็นออกนอกสนามไป ต่อจากนี้ต้องคิดหาวิธีไม่ให้มิโดริยะตายจากการสู้กับโทโดโรกิ


“บาคุโกคุง!!!” มิโดริยะที่ถูกปล่อยกลับมาเก็บตัววิ่งตามบาคุโกที่เตรียมจะไปลงสนาม “ฝีมือบาคุโกคุงใช่มั้ยครับ ทำไมล่ะบาคุโกคุง” มิโดริยะควักระเบิดจิ๋วออกมาให้บาคุโกดูพร้อมกับน้ำตาของความไม่เข้าใจ “เอย์จังบอกกับผมว่านายเป็นคนเดาใจยาก ก้าวร้าว เห็นแก่ตัว แต่มันไม่จริงใช่มั้ยครับ บาคุโกคุงให้มันกับผมเพื่อแบบนี้ใช้มั้ยครับ ใช้มันป้องกันตัวผม” “พูดมากว่ะ หุบปาก!!!” บาคุโกเลี่ยงที่จะพบหน้ามิโดริยะอีกครั้ง


การสู้กับโทโคยามิ ฟุมิคาเงะนั้นง่ายดายเหลือเกิน แต่ความสบายใจของบาคุโกต้องหมดลงเหมือนถึงเวลาของคู่ต่อไป “มิโดริยะ อิซึคุสาขาสนับสนุนเจอกับโทโดโรกิ โชโตะสาขาฮีโร่!!!” ยังไงมิโดริยะต้องแพ้โทโดโรกิแน่นอนขอแค่ไม่บ้าบิ่นจนไปปลุกพลังไฟเข้า การต่อสู้ของมิโดริยะกับโทโดโรกิดำเนินไปท่ามกลางความเป็นห่วงของนักเรียนห้องเอและอาจารย์ทั้งหลาย


“พอสักที!!!”


แกเป็นบ้าอะไร!!! ตะโกนขึ้นมาทำซากอะไร!!! “เลิกดูถูกผมได้แล้วโทโดโรกิคุง!!! เพราะผมไม่มีอัตลักษณ์ใช่มั้ย นายถึงใช่พลังแค่ครึ่งเดียว” ไอ้บ้า เดี๋ยวก็ตายหรอก “เลิกปกป้องผมด้วยวิธีแบบนี้ซะที!!!” คำตัดพ้อของมิโดริยะดังก้องไปทั้งสนาม


“โทโดโรกิคุงอยากเป็นฮีโร่ แต่ใช้พลังแค่ครึ่งเดียว นายไม่ได้มีความตั้งใจเลยสักนิด!!!”


“นายจะไปรู้อะไร!!!”


“ช่างหัวเอนเดฟเวอร์สิ!!! อย่าให้คำพูดของเขามากดนาย!!!”


“มิโดริยะ”


“ถ้านายยังยืนยันจะใช้แค่ครึ่งเดียวอย่าเสนอหน้ามาช่วยผม!!! เพราะผมต้องการให้ฮีโร่ที่ใช้พลังทั้งหมดของตัวเองเพื่อคนอื่น!!!”


ไม่ดีแน่


คำพูดของมิโดริยะคงไปสะกิดถูกจุดของโทโดโรกิจนพลังซีกซ้ายลุกขึ้นมา ไม่ว่าจะตอนนั้นหรือตอนนี้แกก็พยายามจะช่วยไอ้ครึ่งสีแม้จะรู้ว่าต้องแพ้ “เข้าใจแล้ว” โทโดโรกิยิ้มขอบคุณมิโดริยะที่เตือนสติเขาก่อนจะทุ่มพลังทั้งสองฝั่งของตัวเองเข้าใส่มิโดริยะ เหล่าอาจารย์ประเมินอย่ารวดเร็วแล้วว่าอันตรายเกินไป ซีเมนต์โตสรีบสร้างกำแพงหลายชั้นเพื่อลดทอนพลังของโทโดโรกิก่อนถึงตัวมิโดริยะ “แบบนี้อิซึคุตายแน่” นี่เป็นสิ่งที่เกินคาดของบาคุโก คิริชิม่าและเท็ตสึเท็ตสึ เท็ตสึเท็ตสึจากห้องบีกระโดดลงไปที่สนามเพื่อเอาตัวบังให้มิโดริยะ เดี๋ยวก็ตายหมดนั่นหรอก!!! บาคุโกรีบกระโดดลงไปยิงระเบิดเพื่อแหวกพลังไฟนั่นให้ส่วนที่จะถูกร่างพวกเขานั้นเบาลง แต่สุดท้ายทั้งสี่คนกระเด็นชนกับผนังด้วยแรงอัตลักษณ์ของโทโดโรกิ “อิซึคุๆ” คิริชิม่าเขย่าตัวเพื่อนรักที่หมดสติในอ้อมแขน “นายนี่มัน จริงๆเลย”

















ตั้งแต่วันนั้น


เจ้าเด็กใบ้ก็ไม่โผล่หัวมาให้เห็นอีก


รู้งี้จับระเบิดไปตั้งแต่ตอนนั้นก็ดี!!!


“โอ๊ะ บาคุโกคุง” บาคุโกถึงกับสะดุ้งตกใจ เขาไม่คิิดว่าจะได้มาเจอกันมิโดริยะในระหว่างฝึกงานกับจีเนียสแถมในสภาพผมลีบแป้กางเกงขาเดฟแบบนี้!!! เดี๋ยวนะ มิโดริยะไม่ได้มาคนเดียว “สนิทกันแล้วงั้นหรอ” “เอ๋? อ๋อ ชินโซคุง นี่บาคุโก คัตสึกิสาขาฮีโร่ครับจำเขาได้มั้ย บาคุโกคุง นี่ชินโซ ฮิโตชิครับ” เร็วกว่าที่คิด ทำไมจู่ๆไอ้ล้างสมองถึงมาผูกมิตรกับแกเร็วแบบนี้ บาคุโกคงลืมไปว่ามิโดริยะในความฝันคนนี้ช่างแตกต่างจากมิโดริยะที่เติบโตมากับเขา “แล้วพวกแกสองคนมาทำอะไรที่เขตนี้” “ผมมาสำรวจเขตนี้เฉยๆครับเลยขอให้ชินโซคุงมาเป็นเพื่อน” อาจเป็นเพราะคิริชิม่าเองก็ไปฝึกงานเหมือนกับเขา “ไปเถอะมิโดริยะ เดี๋ยวจะพลาดรถไฟ” “โอ๊ะจริงด้วย ผมไปก่อนนะบาคุโกคุง สู้ๆนะครับ”


กี่ครั้งแล้วที่เขาต้องเห็นเพื่อนสมัยเด็กหันหลังให้เขาและเดินไปพร้อมกับคนอื่น


ตอนนั้นเป็นไอ้สี่ตากับไอ้ครึ่งสี


ตอนนี้เป็นคิริชิม่ากับไอ้ล้างสมอง


บาคุโกเงยหน้ามองจอแอลซีดีที่ฉายโฆษณาอยู่บนหัวของเขา ทำไมวันที่มันคุ้นๆ จะว่าไปไอ้สี่ตาก็ดูเปลี่ยนไปเหมือนมีอะไรในใจ “นี่ รู้ข่าวอินเกรเนียมมั้ย เขาถูกเสตนสังหารล่ะ” “เสตน? นักฆ่าฮีโร่งั้นหรอ น่ากลัวจัง” ใช่ มันเป็นวันที่สามคนนั้นสู้กับเสตน ดังนั้นการที่มิโดริยะมาที่เขตนี้ไม่ใช่ความบังเอิญ มิโดริยะต้องไปพบกับเสตนอย่างแน่นอน “บาคุโกจะไปไหน” พี่เลี้ยงของเขาตะโกนไล่หลังเพื่อเรียกให้เขากลับไป ถ้าโชคดีมิโดริยะจะขึ้นรถไฟไปกับชินโซและกลับถึงบ้านอย่างปลอดภัยส่วนเขาต้องไปช่วยอิดะกับโทโดโรกิ แต่โชคไม่เข้าข้างเขาเลย


“หนีไปมิโดริยะ!!!” ทันทีที่เขาวิ่งไปถึงก็พบกับชินโซที่นอนตัวแข็งอยู่ข้างๆอิดะ โทโดโรกิที่แขนเลือดอาบจากคมดาบส่วนมิโดริยะอยู่ในมือของเสตน “ฮีโร่อีกแล้ว” “บาคุโกคุง” ดวงตาสั่นไหวเต็มไปด้วยความหวาดกลัวของมิโดริยะส่งมาถึงบาคุโกที่แทบจะพุ่งไปอัดเสตนให้ปล่อยเดี๋ยวนี้ “ราตรีสวัสดิ์” มีดแหลมถูกยกขึ้นเหนือหัวของเสตนก่อนที่จะแทงเบนไปยังกลางอกของมิโดริยะ




“ไม่!!! อิซึคุ!!!”














“บาคุโก นอนอีกแล้ว”


คามินาริเขย่าตัวบาคุโกที่หลังเรียนเสร็จก็ฟุบหลับไป “เมื่อกี้พวกเราตกลงว่าจะไปซื้อของเข้าค่ายกัน นายจะไปด้วยมั้ยคิริชิม่าเองก็จะชวนมิโดริยะไปด้วย” แล้วแบบนี้เขาจะปฏิเสธได้หรอ!!! สุดท้ายบาคุโก อุรารากะ อิดะ คามินาริ อะชิโด้ โทโคยามิ จิโร่ มิเนตะ ยาโอโรโยสุ โชจิ เมโซและฮางาคุเระ โทรุมายืนรอคิริชิม่ากับมิโดริยะที่หน้าห้าง ไม่นานก็ได้ยินเสียงจักรยานของคิริชิม่าพร้อมกับเสียงสดใสของมิโดริยะที่ซ้อนท้ายมา “ขอโทษที่ให้รอ พอดีเจอลูกแมวตกท่อน่ะ” คิริชิม่าบอกเหตุผลโดยมีมิโดริยะเปิดเสื้อฮู้ดให้เห็นลูกแมวตัวเล็กที่ขอความอบอุ่นจากเขา “ข้างในมีโรงพยาบาลสัตว์” บาคุโกบอกก่อนจะเดินนำเข้าไป ไอ้เราก็นึกเป็นห่วงว่าระหว่างทางมันเกิดอะไรขึ้น


“บาคุโกคุง ขอบคุณนะครับ”


“อะไร”


“ที่ช่วยผมกับชินโซคุงวันนั้น บาคุโกคุงสุดยอดไปเลย”


“คัตจัง”


“เอ๋?” บ้าเอ้ย เผลอหลุด แต่ยังไงเขาก็อยากได้ยิน “อยากขอบคุณฉันนัก ก็เรียกฉันว่าคัตจัง” “เป็นฮีโร่เนมของบาคุโกคุงหรอครับ?” ทีอย่างนี้ล่ะสงสัยเยอะไอ้เวร “อยากให้แกเรียก” “อื้ม ขอบคุณครับคัตจัง” คิดถึงเหลือเกิน แม้ไอ้คนที่เดินอยู่ข้างๆเขาจะเหมือนกับอีกคนในทุกๆอย่างแต่มันก็ไม่ใช่คนเดียวกัน “คุณหมอครับผมเจอลูกแมวตัวนี้ตกท่อมา” สุดท้ายบาคุโกก็พามิโดริยะมาห้องโรงพยาบาลสัตว์ภายในห้าง “ตายจริง ขอดูเจ้าตัวเล็กหน่อย” คุณหมอสาวรับลูกแมวตัวจ้อยไปก่อนที่เธอจะเป็นคนอาสาดูแลให้กว่าจะมีคนมารับเจ้าลูกแมวไปเลี้ยง



“คัตจัง เอย์จัง ฮี่ๆ”


“หัวเราะอะไรของแก”


“ก็ผมดีใจที่ได้สนิทกับคัตจัง เมื่อก่อนมีแค่เอย์จังที่ยอมให้ผมเรียก” ไม่ แกมีแค่ฉันที่แกจะเรียกแบบนั้น “คัตจังจะซื้ออะไรหรอครับ” “ฉันแค่มาเดินเล่น” ตอนตอบรับคำเชิญของคามินาริก็ลืมคิดไปว่าจะซื้ออะไรเพราะจุดประสงค์เดียวของเขาคือมาดูแลคนข้างๆ ถ้าจำไม่ผิดเป็นวันที่มิโดริยะเจอกับโทมูระ ถึงไม่ได้เกิดเหตุการณ์ร้ายแต่ในเมื่อเขาหลุดเข้ามาในอัตลักษณ์กินฝันร้ายของเด็กใบ้ อะไรมันก็เกิดขึ้นได้ทั้งนั้น “งั้นผมขอเข้าห้องน้ำก่อนนะครับ” มิโดริยะแยกตัวไปเข้าห้องน้ำที่อยู่ไม่ไกลสายตาของบาคุโกแต่สิ่งที่มาแทนที่กลับเป็นซากะกุ


“กว่าจะโผล่มานะแก”


“พี่ชาย ขอหนูเช็คพลังพี่หน่อย” บาคุโกก้มหัวหลับตาปล่อยให้ซากะกุจับๆคลำๆแถวขมับของเขา “ไม่ได้แล้วนะพี่ชาย!!! พี่ชายต้องระวังมากกว่านี้!!!” “มันเป็นเพราะแกไม่ใช่รึไง” ใครมันจะไปอยากเห็นคนตายซ้ำๆโดยที่ทำอะไรไม่ได้วะ “พี่ชาย พี่ชายกับพี่ผมเขียวมีความสัมพันธ์ยังไงกันหรอ ทำไมพี่ชายถึงกลัวการตายของพี่เขาล่ะ” บาคุโกถึงกับนิ่งไปกับคำถามของซากะกุ “ที่หนูถามยังตอบตอนนี้ไม่ได้ไม่เป็นไร แต่ถ้าวันไหนที่ร่างของเราเจอกัน พี่ชายต้องตอบให้ได้นะ” เป็นหนึ่งในเงื่อนไขสินะ นั่นสิ ทำไมต้องกลัวเดกุมันตายด้วยล่ะทั้งๆที่เขาชอบไล่ให้มิโดริยะไปตายอยู่แล้ว


“เด็กใบ้”


“ถ้าฉันกลับไปได้ ฉันจะเจอกับแกในฐานะอะไร”


“วิลเลิน? ตัวประกัน? หรือแกจะกลายเป็นแค่ส่วนหนึ่งในความฝัน”


“เห๋ นี่มันนักเรียนยูเอที่ได้ที่หนึ่งในงานกีฬานี่นา” เสียงแหบเย็นที่พวกเขารู้จักดี โทมูระ สัญชาติญาณฮีโร่ของบาคุโกทำงานทันทีโดยการคว้าซากะกุมาซ่อนไว้ข้างหลังของเขา “ไม่สนุกเลยแหะ” “เกิดอะไรขึ้นหรอคัตจัง?” มิโดริยะที่กลับมาจากห้องน้ำได้เอ่ยถามบาคุโกที่เหมือนกำลังปกป้องเด็กหญิงที่อยู่ข้างหลัง “พอดีฉันกับน้องสาวทะเลาะกันนิดหน่อยนะ เพื่อนของนายเลยเข้าใจผิดจริงมั้ยซากะกุจัง” ไม่ใช่ แบบนี้ไม่ใช่แล้ว โทมูระเข้ามาในความฝันของบาคุโกอย่างนั้นหรอ


“คุณแม่ก็เคยสอนพวกเราแล้วไงว่าความลับไม่มีในโลก เป็นเด็กดีกลับไปหาคุณแม่กันนะ”


“พี่ชาย เขากำลังจะเอาหนูไป”


“แต่เธอดูกลัวคุณนะ”


“เธอแค่งอนผมน่ะครับที่เข้าข้างคุณแม่ มาเร็วซากะกุจัง”


“พี่ชายช่วยหนูด้วย”


ถ้าเขาปล่อยให้ซากะกุถูกดึงกลับไปจะเกิดอะไรขึ้น ในเมื่อตอนนี้โทมูระจับได้ว่าเธอแอบเข้ามาในความฝันของบาคุโก “เหลืออีกนิ้วเดียวแล้วนะซากะกุจัง” ทันทีที่ได้ยินซากะกุก็รีบวิ่งไปเกาะชายเสื้อของโทมูระทันที “ซากะกุจัง” “อย่า ไม่งั้นมันจะฆ่าเธอ” บาคุโกยกแขนห้ามไม่ให้มิโดริยะพุ่งไปชิงตัวซากะกุกลับมา นิ้วเดียวของโทมูระคือเหลือเพียงแค่หนึ่งนิ้วที่จะแตะบนร่างจริงของซากะกุ นั่นทำให้เขาไม่มีทางเลือก ความรู้สึกที่ช่วยไม่ได้ทั้งๆที่อยู่ในมือมันเป็นแบบนี้เองสินะ


หลังจากนั้นมิโดริยะจึงได้โทรบอกตำรวจและทั้งคู่ก็ได้รับการสอบปากคำจากตำรวจ

“เป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องแล้ว ปล่อยให้โปรฮีโร่จัดการเถอะ” อาจารย์ไอซาว่าตบบ่าบาคุโกที่นั่งเครียดอยู่ข้างๆมิโดริยะ “ซากะกุจังจะปลอดภัยครับคัตจัง” แกยังไม่เข้าใจ ถึงตัวในความฝันจะปลอดภัยแล้วตัวจริงของหล่อนล่ะ “เด มิโดริยะ” “ครับ?” “ช่วยฉันหน่อย”










“ผมทำไม่ได้หรอกคัตจัง”


“แกต้องทำ!!! แกอยากให้เด็กนั้นตายรึไง!!!” มิโดริยะกำคัตเตอร์พร้อมกับพยายามกลั้นน้ำตาที่มาจากความกลัว จู่ๆก็ลากมาที่ห้องน้ำพร้อมกับบอกให้กรีดแขนของบาคุโก “ละแล้วมันจะช่วยซากะกุจังยังไง” “บอกให้กรีดก็กรีดไป!!!” เขาอุตสาทำใจมาหลายนาทีแกอย่ามาปอดแหกแทนสิ บาคุโกเขียนข้อความลงในกระดาษเป็นต้นแบบให้มิโดริยะ “เขียนทีเดียวห้ามผิดนะโว้ย!!!” บาคุโกหลับตารอรับความเจ็บปวดซึ่งครั้งนี้เรียกว่าเจ็บยิ่งกว่าครั้งแรกที่ซากะกุทิ้งข้อความ ข้อความเดิมได้หายไปซึ่งเขาเองก็เดาว่าพวกที่อยู่โลกความจริงคงเห็นแล้วก็ให้รีโคฟเวอร์รี่เกิร์ลมารักษาเพื่อรอข้อความใหม่


“เสร็จแล้วครับฮื่อ” บาคุโกก้มดูผลงานของมิโดริยะที่เขียนลงเป็นแขนของเขา “ไปให้รีโคฟเวอ…” “ปล่อยไว้ เดี๋ยวมันก็หายเอง” บาคุโกดึงมิโดริยะที่กำลังร้องไห้มาขยี้ผมปลอบโยน ทำไมในความฝันฉันแกถึงอ่อนแอแบบนี้กันนะ ขอร้องล่ะ ช่วยรอฉันกลับไปหาแกหน่อยนะ

















“เราเปลี่ยนที่เข้าค่ายกัน แต่ก็อย่า…”


“เปิดเพลงหน่อย ช่วงนี้ซัมเมอร์กำลังมาแรง”


“อย่าเสียงดังสิครับคามินาริคุง”


“นายน่ะเสียงดังสุดเลยอิดะคุง”


“อย่างนั้นหรอ ขอโทษครับ”


ในรถยังวุ่นวายเหมือนเดิม ใช่ พวกเขากำลังไปค่ายกลางป่าโดยไม่มีมิโดริยะไปด้วย ก็แหงล่ะมันเป็นค่ายของนักเรียนสาขาฮีโร่มันจะมาได้ยังไงกัน “นี่บาคุโก ขอบใจที่ดูแลอิซึคุให้นะ” คิริชิม่าที่เดินมาขอขนมจากสาวๆแวะมาขอบคุณบาคุโกที่นั่งเมินเฉย จะว่าไปข้อความมันก็หายไปแล้วด้วย แสดงว่าต้องมีคนเฝ้าร่างจริงของเขาอยู่แน่ๆ “แค่บังเอิญ” “ฮี่ แต่ยังไงก็ขอบคุณมาก”


“คิดอะไรอยู่หรอบาคุโก”


โทโคยามิถามบาคุโกที่นั่งเหม่อไปไกล “เปล่า แค่รำคานเสียงพวกข้างหน้า” ความจริงเขากำลังคิด ตอนนั้นมีเหตุการณ์หลายอย่างเกิดขึ้นในค่าย มิโดริยะเสี่ยงชีวิตจนเกือบตายไปช่วยโคตะ แถมดาร์กแชโดว์ของโทโคยามิก็อาละวาตยกใหญ่ และเขาเองก็ถูกพวกวิลเลินจับไป การที่ไม่มีมิโดริยะในครั้งนี้เขาต้องเป็นคนปกป้องไอ้เด็กแก่แดดสินะ




น่าแปลก


การเข้าค่ายครั้งนี้ดูราบรื่นผิดปกติ จนวันนี้เป็นวันสุดท้ายของการเข้าค่ายก็ยังไม่มีพวกวิลเลินโผล่มา กิจกรรมท้าความมืดก็ไม่ได้ถูกจัดขึ้นตามคำขอของยัยกรด “หิวโว้ย” คามินาริวิ่งนำเพื่อนคนอื่นๆเข้ามายันลานเพื่อรอทานมื้อคำ “ใกล้เสร็จแล้วครับคามินาริคุง” “เอ๋ มิโดริยะ~ นายมาด้วยหรอ” คามินาริเปลี่ยนเป้าหมายจากโต๊ะกินข้าวมาเป็นมิโดริยะที่ถือหม้อแกงกะหรี่เข้ามาพร้อมกับโคตะที่เกาะชายเสื้อของเขา “โคตะคุงนั่งรอก่อนนะ เดี๋ยวเรามากินข้าวกัน” มิโดริยะส่งหม้อให้คามินาริไปวางไว้หัวโต๊ะก่อนจะจูงโคตะไปหาที่นั่งรอ “โคตะคุงดูติดมิโดริยะคุงนะ อาจเป็นเพราะมิโดริยะคุงไม่มีอัตลักษณ์รึเปล่า” อุรารากะมองดูความสัมพันธ์ในทางที่ดีของโคตะที่มีให้มิโดริยะมากกว่าคนอื่นๆ “มันดาเลย์ซังบอกว่าโคตะคุงเกลียดพวกมีอัตลักษณ์นี่เนอะ” อะชิโด้ก็เห็นด้วยกับอุรารากะ


“อิซึคุ นายไปนั่งรอกับโคตะคุงเถอะเดี๋ยวพวกฉันยกเอง” คิริชิม่ารีบไปช่วยเพื่อนสนิทที่ทยอยยกหม้อเข้ามา “ขอบคุณนะเอย์จัง” มิโดริยะปล่อยให้เหล่านักเรียนฮีโร่ช่วยยกหม้อไปแจกจ่ายตามโต๊ะ


“ทานเลยนะครับ/ทานเลยนะคะ”


“อร่อยมั้ยโคตะคุง ทานเยอะๆนะ”


“ครับ” คิ้วของบาคุโกกระตุกยิกๆ มิโดริยะในความฝันจะแสนดีจนน่าหงุดหงิดเกินไปแล้ว “มิโดริยะเหมือนเป็นพี่เลี้ยงให้โคตะคุงเลยแหะ” มิเนตะมองโคตะที่นั่งจุ้มปุกอยู่บนตักของมิโดริยะ อาจเป็นเพราะต้องนั่งร่วมโต๊ะกับนักเรียนฮีโร่จึงทำให้โคตะติดมิโดริยะยิ่งกว่าเดิม “มิโดริยะ” โทโดโรกิเรียกให้มิโดริยะสนใจ “เปื้อนแก้มน่ะ” พร้อมชี้จุดที่แกงกะหรี่เปื้อนแก้มตกกระให้แล้วเช็ดออกไป


ปัง!!!


“อะไรน่ะบาคุโก ตกใจหมด”


“แมลงสาบน่ะ”


ให้ตาย หงุดหงิดชะมัด กลับร่างเมื่อไหร่พ่อจะไล่บึ๊มให้หมด















“ออกมาทำบ้าอะไรคนเดียว”


“โอ๊ะคัตจัง ผมแค่ออกมาดูดาวน่ะ เห็นชัดกว่าในเมืองจริงๆด้วยสินะ”


“แล้วไม่ไปเลี้ยงไอ้เด็กนั่นรึไง”


“โคตะคุงหลับไปแล้วครับ” นานแค่ำหนแล้วที่เขาไม่ได้คุยกับคนตรงหน้าแบบนี้ ตั้งแต่ที่อีกฝ่ายกลายเป็นนักเรียนสาขาสนับสนุน หรือว่าตั้งแต่ขึ้นมอต้น หรือ


ตอนที่อัตลักษณ์ของเขาปรากฎ


“แกน่ะ คิดว่าฉันเป็นคนยังไง” เขาอยากรู้ จากความแทนในความฝันก็ได้ “คัตจังเป็นคนที่สุดยอดที่สุดเลยครับ ต้องได้เป็นฮีโร่อันดับหนึ่งเหมือนออลไมท์แน่นอน”


“พี่ชาย!!!”


ไอ้เด็กใบ้ บาคุโกหันซ้ายหันขวาทันทีที่ได้ยินเสียง “มีอะไรรึเปล่าครับคัตจัง?” ทำไมมาแต่เสียง “คะ อึก” จู่ๆคนตรงหน้าก็ทรุดลงไปกับพื้น “ได้เวลากลับแล้วพี่ชาย!!!” ช่วยออกมาได้งั้นหรอ “คะคัตจัง ช่วยผะ” แต่มิโดริยะที่อยู่ตรงหน้าเขากำลังทรมาน “แข็งใจไว้ ฉันจะไปเรียกคิริชิม่า”


“คัตจังอย่าทิ้งผม”


แล้วเขาควรทำยังไง ต้องเห็นมิโดริยะตายตอนหน้าอีกครั้งหรอ





















“อาการของเขาแค่หลับไปเท่านั้น แต่หากนานกว่านี้หมออาจต้องวินิจฉัยเขาเป็นเจ้าชายนิทรา” หมออ่านผลตรวจร่างกายของบาคุโกหลังศึกวิลเลินท่ามกลางความกังวลของฮีโร่คนอื่นๆ “บาคุโกพลาดท่าอีกแล้วสินะ” โทโคยามิเดินไปถามมิโดริยะที่นั่งคอตกอยู่ที่เก้าอี้ “ถ้าผมไปเร็วกว่านี้” “นายทำดีที่สุดแล้วมิโดริยะ หมอนั่นอาจจะแค่ต้องการพักผ่อน” โทโคยามิส่งดาร์กแชโดว์ไปลูบหัวปลอบใจมิโดริยะ “มิโดริยะ” โทโดโรกิพาคุณนายบาคุโกมาหามิโดริยะ “อิซึคุคุง คัตสึกิปลอดภัยดีใช่มั้ย” บาคุโกคนแม่กอดมิโดริยะราวกับต้องการที่พึ่ง “เขาจะปลอดภัยครับคุณน้า”


“ระหว่างที่รอบาคุโกฟื้น เราต้องหาให้ได้ว่าอัตลักษณ์เด็กคนนั้นคืออะไร”


คิริชิม่าเสนอความเห็นระหว่างที่ทุกคนรวมตัวกันในห้องพักของบาคุโก นี่ก็ผ่านมาเกือบอาทิตย์ที่บาคุโกนอนไม่ได้สติอยู่บนเตียง “หนีไป” หื้ม? ทั้งหมดมองหน้ากันเลิ่กลั่กว่าใครพูด “หนีไปอิซึ…” ไม่ผิดแน่ บาคุโก คนที่จะเรียกชื่อจริงของมิโดริยะได้มีแค่บาคุโก “คัตจังๆ ผมอยู่นี่” มิโดริยะรีบเข้ามาจับมือบาคุโกเพื่อให้คนที่เพ้อรับรู้ว่าตนไม่ได้ไปไหน


“ไม่ ไม่ อิซึคุ หนี”


“เขาเห็นอะไรน่ะ”


“คัตจัง ผมอยู่ตรงนี้ อยู่ข้างๆคัตจังนั่นไม่ใช่ผม”


“บาคุโกนายตั้งสติ มิโดริยะอยู่ตรงนี้”


“อ๊ากกกกกก!!!”


จู่ๆบาคุโกก็คลุ้มคลั่งโดยที่ดวงตาของเขายังปิดสนิท มิโดริยะ อิดะและคิริชิม่าต้องกดตัวบาคุโกไว้ในขณะที่เซโระวิ่งไปตามหมอมา “ผลจากอัตลักษณ์ของเด็กคนนั้นรึเปล่า” อุรารากะถามความเห็นเพื่อนๆหลังจากที่หมอเข้ามาฉีดยาคลายเครียดให้กับบาคุโก “แล้วถ้าเป็นแบบนั้น บาคุโกซังคิดว่ามิโดริยะซังอยู่ในอันตรายรึเปล่าคะ” ความเห็นของยาโอโรโยสุทำให้ทุกคนหันไปมอง “บาคุโกซังบอกให้มิโดริยะซังหนีใช่มั้ยคะ”


“เธอพูดถูก ยาโอโรโยสุ” อาจารย์ไอซาว่าที่มาเยี่ยมบาคุโกเดินเข้ามาได้ยินบทสนทนาพอดี “ทางตรวจเอาข้อมูลที่มิโดริยะให้การไปเปรียบเทียบแล้ว เด็กคนนั้นถูกแจ้งว่าหายไปเมื่อสี่ปีก่อน” อาจารย์ไอซาว่ายื่นแฟ้มข้อมูลให้กับมิโดริยะที่ยืนมองเขาอยู่ “อาคุมุ ซากะกุ” มิโดริยะเปิดแฟ้มให้เพื่อนๆดูร่วมกัน “อัตลักษณ์ กินฝันร้าย ไม่ใช่ว่ากินเพื่อให้อีกฝ่ายฝันดีหรอ” คามินาริถามด้วยความสงสัย “ถ้าให้ฝันดีพวกวิลเลินคงไม่เอาตัวไปหรอก” จิโร่เคาะหัวคามินาริที่ถามไม่เข้าท่า “ตอนนี้คงต้องผลัดกันมาดูอาการของบาคุโกคุง” อิดะปรึกษากับเพื่อนร่วมห้องที่ต่างเป็นห่วงบาคุโกเหมือนกัน

“ถึงจะไม่รู้ว่าทำไมบาคุโกถึงเอาแต่เรียกมิโดริยะนะ แต่มิโดริยะควรเป็นตัวหลักที่มาเฝ้าบาคุโก”


“ไม่ดีมั้งครับคิริชิม่าคุง”


“ต้องเป็นนายมิโดริยะ บาคุโกต้องรับรู้ว่านายตัวจริงปลอดภัยดีนั่นอาจเป็นอีกทางที่เขาจะฟื้นก็ได้” ชินโซเห็นด้วยกับคิริชิม่าในครั้งนี้ คัตจังเป็นห่วงเขางั้นหรอ? คนไร้ค่าที่ไม่อยากอยู่ใกล้แบบเขาเนี้ยนะ












“พวกสมาพันธ์วิลเลินคงย้ายที่ไปไม่ไกลจากเดิมเท่าไหร่หรอก”


“พ่อฉันเองก็ลาดตระเวนแถวนั้นถี่ขึ้น คงอีกไม่นานก็น่าจะเจอ”


วันนี้เป็นเวรของโทโดโรกิ ชินโซ คิริชิม่าและมิโดริยะที่มาเฝ้าบาคุโก เด็กหนุ่มผมเขียวฟังเพื่อนทั้งสามคนแลกเปลี่ยนความเห็นพลางบีบนวดมือของคนบนเตียงผู้ป่วยโดยหวังว่ามันจะทำให้คนที่นอนอยู่รู้ว่าเขายังอยู่ตรงนี้ “ไม่รู้ว่าฉันคิดไปเองรึเปล่าว่าบาคุโกดูโทรมลง” ชินโซอิงผนังข้างมิโดริยะพลางมองใบหน้าซีดๆของบาคุโก “ถ้าบาคุโกฟื้นเมื่อไหร่ฉันจะให้หมอนี่คำนับมิโดริยะเช้าเย็นเลยคอยดู” คิริชิม่ากอดอกพลางพยายามหาเรื่องคุย เขาและคนอื่นๆต่างผลัดเปลี่ยนหมุนเวียนกันมามีแค่มิโดริยะที่มาอยู่ด้วยทุกวันจนพยาบาลแทบจะทำเรื่องให้นอนเพราะมิโดริยะเองก็ดูเหนื่อยล้ามากเหมือนกัน “นายพักซะหน่อยก็ได้นะมิโดริยะ” มิโดริยะฟุบหน้าลงกับแขนของบาคุโกเพราะเห็นด้วยกับชินโซโดยมีโทโดโรกิลูบผมไปพลางๆ


“เอ๊ะ?”


มิโดริยะกระเด้งหัวขึ้นมาเพราะเขารู้สึกว่าหน้าของเขากำลังเปียกและเหม็นคาว “มีอะ มิโดริยะหน้าของนาย!!!” คิริชิม่าที่อยู่ฝั่งตรงข้ามตกใจแทบเป็นลมเมื่อเพื่อนผมเขียวเงยหน้าที่เต็มไปด้วยเลือดขึ้นมา “หน้าผม!!! ไม่ แขนคัตตจัง!!!” มิโดริยะที่เหลือบเห็นแขนของบาคุโกที่มีรอยกรีดบางอย่างบนแขน “ขอผ้าหรือทิชชู่ก็ได้ครับ”



แหล่งกบดานอยู่ที่เขตC เยื้องโรงงานประกอบเฟอร์นิเจอร์ รีบมานะไม่อย่างนั้นจะช่วยพี่บาคุโกไม่ทัน

ซากะกุ



“ซากะกุจังฝากข้อความมา” มิโดริยะรีบถ่ายภาพข้อความบนแขนของบาคุโกส่งเข้ามือถือของออลไมท์ให้ช่วยส่งให้โปรฮีโร่และตำรวจท่านอื่นๆ “ใช้บาคุโกเพื่อส่งข้อความสินะ” โทโดโรกิเองก็รีบส่งข่าวให้เอนเดฟเวอร์เช่นกัน งานนี้ฮีโร่อันดับหนึ่งคนใหม่ทำไม่ได้ เขาเนี้ยล่ะจะเป็นคนไปกระทืบพ่อของเขาเอง














นับตั้งแต่นั้นบาคุโกก็มีอาการคลุ้มคลั่งอีกครั้ง


คราวนี้เขาร้องไห้ด้วย


“ขอโทษนะ แต่อดคิดไม่ได้จริงว่าบาคุโกอาจจะฝันว่ามิโดริยะตายรึเปล่า” อาโอยาม่านั่งท้าวคางปรึกษามิโดริยะที่กำลังรอคุณนายบาคุโกและแม่ของเขามาเฝ้าแทนพวกเขาที่ต้องไปเรียน “แต่บาคุโกเองก็ชอบไล่มิโดริยะไปตายไม่ใช่รึไง” มิเนตะกลับไม่เห็นด้วยกับอาโอยาม่าเท่าไหร่ “แต่ความจริงฉันว่าบาคุโกไม่ได้คิดแบบนั้นนะ” โชจิใช้แขนจำลองที่เปลี่ยนรูปร่างเป็นปากแย้งมิเนตะ “นายไม่ได้สังเกตหรอมิเนตะ วันไหนที่บาคุโกอารมณ์เสียเขาจะไม่พูดกับมิโดริยะเลยนะ แถมวันก่อนยังถามฉันอยู่เลยว่ามิโดริยะไปห้องพยาบาลอีกทำไม” โชจิที่ขึ้นชื่อว่ารักเพื่อนเป็นอันดับหนึ่งเล่าให้ทั้งสามคนฟัง “ถามถึงผมหรอ?” “ใช่ โกโก้ร้อนที่ฉันเอาไปให้นายวันนั้นบาคุโกเป็นคนฝากแหละ” คำบอกเล่าของโชจิแทบไม่น่าเชื่อสำหรับอาโอยาม่าและมิเนตะ “น่าแปลกนะ บาคุโกเกลียดนายไม่ใช่หรอมิโดริยะ”


อาจเป็นเพราะวันนั้นที่พวกเขาสู้กันจนถูกกักบริเวณ


เหมือนเป็นการปรับความเข้าใจของพวกเขาไปในตัว


“แต่มิโดริยะก็ไม่เคยเกลียดบาคุโกเลยไม่ใช่หรอ คนเราจะใจร้ายเกลียดคนที่ไม่เกลียดเราต่อไปได้ยังไงกัน”


โชจิพูดมีเหตุผล บาคุโกเองก็ไม่ใช่คนหัวรั้นอะไรขนาดนั้นด้วย “นั่นอะไรน่ะ” โชจิชี้ไปที่แขนของบาคุโกที่ปรากฏข้อความใหม่



ไอ้พวกเวร เด็กนั้นถูกไอ้หน้ามือจับได้ว่าจะช่วยฉัน ไปช่วยมันเดี๋ยวนี้ - คัตสึกิ



“เราต้องไปเดี๋ยวนี้!!!” มิโดริยะกดส่งภาพไปให้โทโดโรกิเพื่อส่งต่อให้เอนเดฟเวอร์ รอก่อนจะซากะกุจัง













“โชโตะ ลูกกับเพื่อนเข้าไปช่วยเด็ก ตรงนี้ให้พ่อจัดการ”


“อืม ไปกันเถอะมิโดริยะ” โทโดโรกิให้โชจิใช้แขนจำลองฟังเสียงหาเด็กหญิง “ทางนี้” โชจิวิ่งนำเพื่อนๆไปตามเสียงที่เขาได้ยิน ไม่ใช่เสียงเด็กแต่กลับเป็นเสียงของโทกะที่กำลังบีบบังคับให้ซากะกุคายพลังของบาคุโก “เร็วเข้าซากะกุจัง ไม่อย่างนั้นพี่ต้องล้วงคอเธอนะจ๊ะ” “ไม่มีวันซะหรอก” โทโดโรกิให้น้ำแข็งพุ่งไปเพื่อจับโทกะแต่สาวโรคจิตกลับรู้ตัวเสียก่อนจึงหลบได้ทัน “มิโดริยะจัง ดีใจที่ได้เจอกันอีก” โทกะดึงซากะกุก่อนจะเรียกคุโรกิริให้มาหาเพื่อให้พาซากะกุไป


“ไม่ให้พาไปอีกเป็นครั้งที่สองหรอก” ชินโซใช้ผ้าตวัดรัดดึงตัวซากะกุมาไว้ที่ฝั่งของพวกเขา มิโดริยะเตะอัดเข้าสีข้างของคุโรกิริที่แผ่วาร์ปมาเกือบถึงชินโซกับซากะกุ “พวกนายจะไม่มีวันได้พลังของบาคุโก” “ฮีโร่อ่อนประสบการณ์อย่างพวกนายจะ…” ที่พวกเขาพาชินโซมาด้วยเพราะพวกวิลเลินคงไม่รู้เกี่ยวกับอัตลักษณ์และเงื่อนไขของชินโซแน่นอน “กลับไปหาหัวหน้าของพวกแกและมอบตัวกับตำรวจซะ”


“ไหวมั้ยซากะกุจัง อดทนอีกหน่อยนะ” มิโดริยะถามซากะกุที่ชินโซอุ้มไว้ ลำคอและใบหน้าซีกขวาของเธอมีร่องรอยร้าวสลายจากอัตลักษณ์ของโทมูระซึ่งเหล่าพี่ชายอยากพาเธอไปหารักษาก่อนจะเธอยืนยันว่าไม่เป็นไรแล้วเขียนใส่มือของโชจิว่าต้องรีบไปหาพี่บาคุโก




“มากันแล้ว บาคุโกแย่แล้วล่ะ”


จิโร่ให้เพื่อนๆแหวกทางให้ชินโซอุ้มซากะกุไปหาบาคุโก เด็กหญิงปีนขึ้นไปนั่งบนท้องของบาคุโกพลางประสานมือไว้บนท้องของบาคุโก ปากสีซีดอ้าออกไปคายไอสีแดงส้มที่คล้ายกับระเบิดของบาคุโกให้แผ่ไหลเข้าไปในตัวของเจ้าของเดิม ใช้เวลาอยู่นานกว่าซากะกุจะคายพลังคืนให้กับบาคุโกได้หมดเล่นเอาเด็กหญิงล้มพับไปข้างเตียงโชคดีที่มิโดริยะรีบเข้าไปประคอง “ซากะกุจัง ซากะกุจัง แย่แล้วตัวเธอร้อนเป็นไฟเลย” “เดี๋ยวดิชั้นพาเธอไปหาหมอก่อนนะคะ” ยาโอโรโยสุรับซากะกุจากมิโดริยะและพาเพื่อนสาวทั้งหลายไปแจ้งหมอทันที


“ทำไมบาคุโกยังไม่ฟื้น”


“นายก็เห็น ซากะกุคุงเองยังทรุดไปขนาดนั้น คงต้องให้เวลาบาคุโกคุง” อิดะตอบอาโอยาม่าที่ลุ้นให้บาคุโกตื่นขึ้นมาเสียที “มิโดริยะ โทโดโรกิ นายสองคนไปพักดีกว่านะ” คิริชิม่าดันเพื่อนทั้งสองคนให้ล้มนอนที่โซฟาในห้องพัก มิโดริยะเองก็หมดรงจากการฝ่าฟันกับพวกวิลเลินและอดนอนมาหลายวันจึงหลับโดยง่าย


“เดี๋ยวก่อนซากะกุจัง ไข้ของเธอยังไม่หายนะ”


สองชั่วโมงต่อมาเด็กหนุ่มทั้งหลายก็ได้ยินเสียงของอุรารากะที่ไล่ตามซากะกุที่มาที่ห้องพักของบาคุโก เด็กหญิงเอียงคอสงสัยก่อนจะปีนขึ้นเก้าอี้ไปคลำขมับของบาคุโก “เป็นยังไงซากะกุจัง บาคุโกเป็นยังไง” ซากะกุไม่ตอบคำถามของอุรารากะที่มาตามเธอแต่กลับวิ่งไปเขย่าแขนมิโดริยะให้ตื่นขึ้นมา “มีอะไรหรอซากะกุจัง” มิโดริยะที่ยังตื่นไม่เต็มที่ถูกเด็กหญิงลากแขนไปที่เตียงของบาคุโก “ต้องมีอะไรสักอย่างแน่ๆใช่มั้ยซากะกุคุง” อิดะขอคำตอบจากซากะกุที่ปีนขึ้นเตียงไปโดยไม่ยอมปล่อยมือมิโดริยะ เธอดึงมือของมิโดริยะให้วางไว้บนขมับของบาคุโกก่อนที่มือเล็กๆของเธอจะวางซ้อนกันไปอีกที











“นี่มันอะไรกันซากะกุจัง”


มิโดริยะพยายามถามซากะกุที่เอาแต่ลากแขนเขาวิ่ง ถ้าเขาจำไม่ผิด สถานที่ที่เขาอยู่ตอนนี้คือค่ายกลางป่าของพุชชี่แคท เกิดอะไรขึ้นที่นี่?


“พี่ชาย!!! พี่ผมเขียวตัวจริงอยู่ตรงนี้”


บาคุโกที่กำลังจะเข้าไปช่วยมิโดริยะในความฝันถึงกับหยุดชะงัก เขากลับหลังหันไปก็เจอกันซากะกุที่เหนื่อยหอบที่จูงมือมิโดริยะอีกคนมาด้วย “คัตจัง” “คัตจัง ช่วยผมด้วย” สองมิโดริยะพูดพร้อมกันจนแม้แต่ซากะกุเองยังสงสัย


“กลับกันเถอะคัตจัง”

“ผมไม่ไหวแล้วคัตจัง”


บาคุโกที่จะวิ่งไปหามิโดริยะที่อยู่กับซากะกุหันไปมองมิโดริยะที่ไอออกมาเป็นเลือด มิโดริยะคนนั้นกำลังจะตาย “พี่ชาย!!! ถ้าพี่ไม่กลับพี่ผมเขียวตัวจริงจะตายในความฝันของพี่นะ!!!” แล้วพามาทำไมล่ะวะ!!! บาคุโกวิ่งไปอุ้มซากะกุเข้าเอวก่อนจะดึงมือมิโดริยะตัวจริงให้วิ่งตามเขาไป


“อ๊ากกกก!!!” มิโดริยะในความฝันแตกสลายจนหมอกสีแดงลอยคลุ้งไปทั่ว “คัตจัง!!!” มือซ้ายของเขาที่จับมิโดริยะตัวเองหลุดไปในหมอก “เดกุ!!!” บาคุโกไขว่คว้าหามิโดริยะท่ามกลางหมอกสีแดง



คัตจัง

คัตจัง

คัตจัง

คัตจัง

คัตจัง

คัตจัง



“นี่มันอะไรวะ” บาคุโกมองไปรอบตัวมีมิโดริยะถึงหกคนที่กำลังทรมานจากการรัดของหมอกมีชีวิต “พี่ชาย หาตัวจริงของพี่ผมเขียวเร็วเข้า” ซากะกุที่เห็นปลายทางออกที่มีแสงสีขาวก็เร่งบาคุโกที่อุ้มเธออยู่ทันที แล้วเดกุมันคนไหนวะ!!! เล่นแต่งตัวเหมือนกัน ทำหน้าโง่ๆเหมือนกันอีก!!!



‘ทำไมพี่ชายกลัวพี่เขาตาย’



คำถามของซากะกุวันนั้นแล่นเข้ามาในวันเขา “เด็กใบ้ แกฟังฉันนะ” บาคุโกเรียกให้ซากะกุหันมาสนใจตัวเอง “เพราะมันคือเดกุของฉัน!!!” เขาเห็นแล้ว มือขวาที่ผิดรูปร่างจากการแข่งขันกับโทโดโรกินั่นไง มีคนเดียวที่แตกต่าง ที่กำลังยื่นมือมาหาเขา


“คัตจัง”


“ต่อให้แกสร้างมันขึ้นมากี่คน อิซึคุก็จะมีคนเดียวในใจฉัน!!!”


















เฮือก!!!


“พวกเขากลับมาแล้ว”


บาคุโกเบิกตากว้างทันทีที่ได้สติ บนตัวของเขามีซากะกุที่หมดสติอยู่ส่วนบ่าซ้ายของเขามีมิโดริยะที่กำลังจะฟื้น “เด็กใบ้ ตื่นสิวะ” บาคุโกเขย่าตัวเด็กหญิงที่อยู่บนท้องของเขาก่อนที่เธอจะถูกโชจิอุ้มออกไป “ให้สาวๆดูแลต่อเถอะ” “เดกุ แกได้ยินฉันมั้ยเดกุ” บาคุโกจับหัวยุ่งๆสีเขียวให้ตั้งสติ “คะคัตจัง?” พวกเขากลับมาแล้ว กลับมาอย่างปลอดภัย


“เหวอ”


“แกไม่เป็นไร” บาคุโกคว้าคอมิโดริยะลงมากอดอย่างโล่งใจ “ผมปลอดภัยเพราะคัตจัง ขอบคุณครับ” ยอมรับว่าตอนที่ถูกหมอกจากอัตลักษณ์ของซากะกุ เขานั้นกลัวเอามากๆ บาคุโกที่ถูกขังอยู่ในอัตลักษณ์นั้นนานๆจะรู้สึกขนาดไหน “ไอ้โง่ ไอ้เนิร์ด ไอ้เวร” เหมือนเป็นการระบายอย่างหนึ่งของบาคุโกจนเพื่อนๆหัวเราะออกมา “ตื่นมาก็ปากดีเลยนะบาคุโก” เซโระกอดอกผิงกำแพงด้วยความโล่งใจ กลับมาได้ทั้งสามคนแถมคนปากดีก็ตื่นมาด่าชาวบ้านได้เป็นปกติ














“โง่จริงๆ”


“โทโดโรกิคุง ว่าคุณพ่อแบบนั้นไม่ดีนะครับ”


เอนเดฟเวอร์มาแจ้งข่าวให้กับลูกของเขาเกี่ยวกับสมาพันธ์วิลเลินที่หนีไปได้ เมื่อเขามาถึงลูกชายคนเล็กก็เหน็บแนมให้เจ็บแสบไปหนึ่งที “ยังไงก็ยังดีที่ตัวประกันคนอื่นๆปลอดภัย แถมหนุ่มน้อยบาคุโกก็ไม่อันตรายมากด้วย” ออลไมท์เข้ามาเกลี้ยกล่อมสองพ่อลูกโทโดโรกิที่ยังไม่มีที่ท่าว่าจะลงรอยกันสักที “ตั้งใจเรียนล่ะโชโตะ” คราวนี้เอนเดฟเวอร์เป็นฝ่ายขอยอมแพ้ให้กับลูกชาย


“บาคุโกกลับมารึยัง”


“อยู่ข้างบนครับอาจารย์ไอซาว่า มีอะไรรึเปล่าครับ”


“มีคนมาเยี่ยมเขาน่ะ” ไอซาว่าเปิดประตูหอพักห้อง1-A ให้แขกเข้ามา “ซากะกุจัง” สาวๆวิ่งไปหาน้องสาวคนใหม่ด้วยความคิดถึง จากตอนแรกไม่เข้าใจว่าทำไมเธอถึงไม่ยอมพูดคุยด้วยแต่ได้บาคุโกมาอธิบายว่าเธอเป็นใบ้จากอัตลักษณ์ของเธอทำให้ยาโอโรโยสุสร้างกระดานไวท์บอร์ดและปากกาขนาดพกพาให้ซากะกุงพกติดตัวไว้ใช้ในการสื่อสาร “งั้นฉันจะไปตามให้” คิริชิม่ารับอาสาขึ้นไปตามบาคุโกลงมาสวนกับมิโดริยะที่เดินออกจากห้องน้ำพอดี “ซากะกุจัง มาหาพี่บาคุโกหรอ” มิโดริยะเข้าไปทักทายเด็กหญิงอย่างเป็นมิตร ซากะกุก้มเขียนกระดานในมือก่อนจะชูให้มิโดริยะอ่าน



วันนี้หนูจะมาถอนอัตลักษณ์ที่เหลือของหนูออกให้พี่บาคุโกค่ะ



“เอ๋? มันยังไม่หมดหรอ” อุรารากะเอียงคอสงสัย ซากะกุส่ายหน้าก่อนที่จะขำไร้เสียงเมื่อเห็นพี่ชายเลือดร้อนตีหน้ายุ่งลงมา “มานี่เลยไอ้เด็กใบ้ สนุกมากสินะมาป่วนความฝันคนอื่นเนี้ยห๊า!!!” “บาคุโก นั่นเด็กนะ” คิริชิม่ารั้งบาคุโกที่จะพุ่งไปหาเด็กหญิงที่อยู่กลางวงของเพื่อนๆ “ชิ คราวนี้เอาออกให้หมด ไม่งั้นแกตาย” บาคุโกคุกเข่าลงข้างนึงให้ความสูงของเขาเท่ากับซากะกุสร้างความประหลาดใจให้กับเพื่อนคนอื่นๆ “มือถือๆ บาคุโกคุกเข่าให้เด็ก” “เดี๋ยวแกจะไม่ตายดี” คามินาริวุ่นวายหามือถือของตัวเองมาถ่ายภาพหายากของเพื่อนจอมหยิ่ง ซากะกุจับหมับที่ขมับของบาคุโกก่อนจะหลับตาพร้อมกัน


“คงสนิทกันระดับนึงด้วยล่ะมั้ง ดูซากะกุจังไม่กลัวบาคุโกจังเลยนะ”


“เพราะตอนนี้ซากะกุจังถือไพ่เหนือกว่าบาคุโกยังไงล่ะแอ๊บ!!!” บาคุโกจัดการระเบิดต้นขาคามินาริที่พูดไม่หยุดโดยไม่ลืมตาขึ้นมามองแต่อย่างใด ซากะกุไอลมเล็กน้อยก่อนจะตบมือเปาะแปะให้บาคุโกลืมตาได้ “ต่อจากนี้ฉันก็จะไม่ได้ยินเสียงแกแล้วสินะ” บาคุโกขยี้ผมสีซีดด้วยความหมั่นเขี้ยว “บาคุโกซังเคยได้ยินเสียงเธอหรอคะ” “อืม ตอนเจ้านี่เข้ามาในหัวฉันน่ะ มันสามารถคุยกับเจ้าของความฝันได้” บาคุโกจับแก้มเด็กหญิงพร้อมกับยืดไปมาอย่างสนุกมือ “แล้วพ่อกับแม่ของเธอจะมาเมื่อไหร่หรอครับอาจารย์” อิดะหันกลับไปถามไอซาว่าที่นั่งรออยู่ที่โซฟา “พวกเขาโทรว่าคงพรุ่งนี้ช่วงค่ำๆกว่าจะลงเครื่อง เธอถามก็ดี” ไอซาว่าลุกขึ้นยืนเตรียมพาซากะกุกลับไปพักที่หอพักอาจารย์


“พรุ่งนี้ครูจะพาเอริไปตรวจร่างกาย ครูจะฝากเธอไว้กับพวกเธอแล้วกัน”


“ฝากตอนนี้เลยก็ได้นะคะอาจารย์”


“อย่างนั้นหรอ ตามใจพวกเธอแล้วกัน”


“มาเร็วซากะกุจัง เราจัดปาร์ตี้ชุดนอนกันเถอะ”


“ฉันไปด้วยสิสาวๆ” มิเนตะไม่พลาดที่จะขอร่วมวงแต่เขาคงลืมไปว่าไอซาว่ายังไม่ได้ออกจากหอไปจึงถูกผ้าพิฆาตรัดคอจนแทบหายใจไม่ออก




















ก๊อกๆ


“ใคร มีอะไร” บาคุโกที่กำลังจะล้มตัวลงนอนต้องลุกขึ้นมาเปิดประตูว่าใครมารบกวน “ผมขอคุยด้วยแปบนะได้มั้ยคัตจัง” เป็นมิโดริยะที่มาเคาะประตูห้องเขา บาคุโกเบี่ยงตัวให้มิโดริยะเข้ามาในห้องตามมารยาท “คือผม อยากรู้ว่าคัตจังฝันเห็นอะไรหรอครับ” “ฝัน?” “ที่คัตจังบอกให้ผมในความฝันหนีไป ช่วยบอกผมได้มั้ย” บาคุโกนั่งลงบนเตียงของเขาพร้อมกับมิโดริยะที่ลงไปนั่งทับขาที่พื้น “ความจริงผมไปถามซากะกุจังก็ได้ แต่ผมว่าผมควรถามคัตจังเองจะดีกว่า” มิโดริยะเงยหน้าถามเพื่อนสมัยเด็กที่ตีหน้ายุ่งใส่ “เรื่องอะไรที่ฉันต้องบอกแก” บาคุโกกอดอกอย่างไม่ใส่ใจ มิโดริยะถึงกับถอนหายใจ ทั้งๆที่รู้อยู่แล้วยังจะมาถามให้น้อยใจทำไมก็ไม่รู้ มิโดริยะหน้าโง่ “เข้าใจแล้ว ขอบคุณครับคัตจัง” มิโดริยะหน้าเสียกลับไปที่ประตู


“พรุ่งนี้สิบโมง”


“ครับ?”


“ฉันจะไปซื้อของ แกพาไอ้เด็กใบ้นั่นไปด้วย” มิโดริยะต้องรีบหาความเชื่อมโยงในคำพูดของบาคุโก หมายถึงบาคุโกจะไปซื้อของเลยชวนเขาและซากะกุไปด้วยสินะ “ครับ” มิโดริยะยิ้มหน้าบานที่เห็นถึงความเปลี่ยนแปลงของบาคุโกในทางที่ดีขึ้นจากเมื่อก่อน












ที่ไม่บอกเพราะยังไงฉันก็ไม่ยอมให้แกหายไปไหนอีกแล้ว























Special



“ซากะกุจังเอาอีกมั้ย”


“ตกลงเมื่อคืนซากะกุจังนอนห้องยาโอโมโมหรอ”


บาคุโกลงมาที่ชั้นล่างก็พบกับแก๊งค์พี่สาวพี่ชายขี้เห่อที่พากันป้อนขนมให้ซากะกุ โดยมีพี่ชายขนมหวานอย่างซาโต้ ริคิโดะทำขนมมาให้อย่างไม่ขาดสาย บาคุโกเดินเข้าไปกลางวงก่อนจะดึงตัวซากะกุขึ้นมาอุ้ม “พี่ผมเขียวของแกอยู่ไหน” “เฮ้ นายมาแย่งแบบนี้ได้ยังไง” บาคุโกไม่สนใจคำตำหนิของคามินาริกับคิริชิม่าแต่กลับมองตามมือของเด็กหญิงที่ชี้ไปที่ห้องครัว มิโดริยะกับชินโซกำลังช่วยกันทำความสะอาดอยู่ “เหวอคัตจัง” มิโดริยะถูกหิ้วคอเสื้อให้เดินตามบาคุโกไป “เอาแต่ใจเสมอ” ชินโซส่ายหน้าให้กับพฤติกรรมของบาคุโกที่ได้สัมผัสหลังจากย้ายมาเรียนห้องเอ


มิโดริยะต้องรีบเดินตามบาคุโกที่อุ้มซากะกุนำหน้าไป ส่วนเด็กหญิงเองก็ดูสงสัยเหมือนกันว่าเกิดอะไรขึ้น “พี่บาคุโกจะพาซากะกุจังไปเดินเล่นล่ะ” มิโดริยะฉีกยิ้มให้กับซากะกุที่เกาะบ่าบาคุโก เด็กหญิงมองซ้ายมองขวามองตึกมากมายด้วยความสนใจ “คัตจังใจดีขึ้นเยอะเลยนะ” “อะไรของแก” มิโดริยะที่พึมพำกับตัวเองแต่บาคุโกที่เดินอยู่ข้างๆกลับได้ยินเต็มๆ “เพราะซากะกุจังถูกขังไว้ตั้งสี่ปี คัตจังเลยพามาให้ปรับตัวใช่มั้ยครับ” มิโดริยะเริ่มเข้าใจความต้องการในวันนี้ของบาคุโกแล้ว บาคุโกจิ๊จ๊ะเล็กน้อย ต่อให้ผ่านมากี่ปีคนที่รู้ใจเขาที่สุดก็คือคนข้างกาย น่าโมโหชะมัด


บาคุโกพาทั้งคู่มานั่งทานเบเกอร์ในร้านชื่อดังเพราะซากะกุดูสนใจเป็นพิเศษ “แกอุ้มมันทีดิ่แล้วไปหาที่นั่งไป” บาคุโกส่งเด็กหญิงไปให้มิโดริยะอุ้มต่อก่อนจะหยิบกระเป๋าตังค์ของตัวเองขึ้นมาจ่ายค่าอาหาร มิโดริยะเลือกที่นั่งที่มีโซฟาให้อิงก่อนจะหย่อนเด็กหญิงลง  “ซากะกุจังรู้มั้ยว่าตัวเองอายุเท่าไหร่” มิโดริยะนั่งฝั่งตรงข้ามพร้อมกับชวนคุย ซากะกุยกมือขึ้นมาแปดนิ้วเป็นคำตอบ “แต่ตัวเล็กพอๆกับเอริจังเลยแหะ รู้จักเอริจังใช่มั้ย” เด็กหญิงพยักหน้าเป็นคำตอบ จะว่าไปบาคุโกดันอุ้มออกมาเฉยโดยที่เด็กหญิงยังไม่ทันได้หยิบกระดานพกพามาด้วย “แกไปนั่งฝั่งนู้น” บาคุโกถือถาดอาหารมาก่อนจะไล่มิโดริยะให้ไปนั่งกับเด็กหญิง


“คัตจังเพิ่มซอสพริกมั้ยครับ”


“อืม” มิโดริยะที่เห็นว่าเด็กหญิงไม่ต้องการซอสเพิ่มแล้วจึงหันไปใส่ให้กับบาคุโกแทน “มีอะไรหรอซากะกุจัง” มิโดริยะที่ถูกเด็กหญิงกระตุกเสื้อก็รีบหันไปมอง “มันกำลังจะบอกแกว่าแก้มแกเปื้อน” “อ่ะ ขอบใจนะซากะกุจัง” มิโดริยะเช็ดแก้มที่เลอะของตัวเองให้เรียบร้อยก่อนจะลงมือทานต่อ ซากะกุยังคงกระตุกชายเสื้อของมิโดริยะไม่หยุดจนเธอต้องลุกขึ้นยืนพร้อมกับจับหน้าพี่ชายผมเขียวให้หันไปมอง


“อิซึคุลูก แม่โบกมือให้เราตั้งนาน”


“อ้าวแม่ ผมขอโทษครับ” อิซึคุผายมือเชิญแม่ของเขาและคุณนายบาคุโกที่คงออกมาซื้อของด้วยกันให้นั่งลงก่อน “หนูคนนี้ใช่มั้ยที่ทำให้เจ้าคัตสึกิหลับ ตัวแค่นี้แต่เก่งนะเรา” คุณนายบาคุโกจับแก้มเด็กหญิงเพื่อใช้อัตลักษณ์ของเธอรักษารอยแผลบนใบหน้าและลำคอของซากะกุ “แกน่าจะโทรหาแม่ แม่จะได้มาช่วยรักษาหนูน้อยดูสิเด็กเล็กไม่ควรมีแผลแบบนี้เลย” คุณนายบาคุโกคลึงๆนวดๆให้กลีเซอรีนของเธอไปซึมเข้าผิวเด็กพลางบ่นเจ้าลูกชายตัวดีที่ดูดน้ำอัดลมอยู่ “เด็กเล็กอะไร มันแปดขวบแล้วเถอะโอ๊ย!!!” คุณนายบาคุโกจัดการตบหัวลูกชายทิ่มลงโต๊ะไปเป็นที่เรียบร้อย “คุณแม่กับคุณน้าออกมาซื้อของกันหรอครับ” มิโดริยะชวนคุณแม่ทั้งสองคุย “ใช่แล้วจ้ะ แต่เดินผ่านมาเห็นลูกๆเลยเข้ามาหาไม่นึกว่าจะได้เจอซากะกุจังด้วยนะเนี้ย” คุณนายมิโดริยะเช็ดปากที่เลอะซอสให้เด็กหญิงที่อยู่บนตักลูกชายของเธอ


ซากะกุหยิบกระดาษมาเช็ดมือก่อนจะเขียนบนแขนของมิโดริยะ “เธอบอกว่าขอบคุณครับ” “ลำบากแย่เลยนะ ถ้าเป็นเจ้าคัตสึกิคงอกแตกตายไปแล้ว” “เงียบไปเลยยัยป้า!!!” สองแม่ลูกมิโดริยะและหนึ่งเด็กหญิงได้แต่มองสองแม่ลูกซาดิสต์ที่ตั้งแต่อัตลักษณ์ของบาคุโกคนลูกปรากฏ เป็นการเลี้ยงลูกด้วยลำแข้งและฝ่ามืออย่างแท้จริง “แกกินเสร็จแล้วใช่มั้ย” บาคุโกคนลูกหันไปถามเพื่อนสมัยเด็กก่อนจะอุ้มเด็กหญิงตัวลอยขึ้นมา “เจ้าลูกคนนี้ อุ้มน้องให้ดีๆหน่อย” แต่ก็ไม่วายถูกแม่เขกหัวซ้ำอีก วันนี้มันวันซวยของบาคุโก คัตสึกิจริงๆ “แล้วก็ปล่อยให้น้องเดินบ้าง แกเห่อรึไง” “ใช่ที่ไหนเล่ายัยป้า เวลาไอ้เด็กใบ้มันจะพูดก็จะได้เขียนใส่มือไง แค่นี้ก็ไม่รู้” เหมือนความสงสัยของมิโดริยะได้ถูกไขออก ถึงว่าบาคุโกไม่ยอมปล่อยให้ซากะกุห่างตัว แถมยังกำชับให้เขาคอยอุ้มเหมือนกัน



คัตจังเปลี่ยนไปแล้วจริงๆ




“ให้ผมอุ้มมั้ยคัตจัง คัตจังจะได้เลือกของสะดวก” มิโดริยะสะกิดบาคุโกที่กำลังอ่านฉลากยาสีฟันอยู่ ในแขนของเขาก็ยังคงอุ้มซากะกุที่อิ่มท้องก็หลับไปแล้ว บาคุโกส่งเด็กหญิงไปให้อย่างเบามือ มิโดริยะรับมาพร้อมกับโยกตัวเบาๆราวกับเป็นคุณแม่ที่กำลังกล่อมลูกสาว


ครืด ครืด ครืด


“อะไรของแก”


[เน่ นายช่วยพาซากะกุจังไปเที่ยวแล้วค่อยกลับมาตอนห้าโมงได้มั้ย]


“ทำไมต้องนานขนาดนั้นวะ”


[ยาโอโมโมเสนอว่าจะจัดปาร์ตี้ให้ซากะกุจังที่จะได้กลับบ้านน่ะ ไม่เลวใช่มั้ยล่ะ]


บาคุโกฟังเสียงคามินาริที่โทรมาเล่าแผนการให้เขาฟังพลางเหลือบมองมิโดริยะที่เดินตามเป็นระยะ “มีอะไรหรอคัตจัง”


[โอ๊ะลืมไป นายอยู่กับมิโดริยะด้วยนี่นา ไปเล่นพ่อแม่ลูกให้สนุกนะบาคุโก]


“หุบปากไปไอ้เอ๋อ!!!” บาคุโกกดวางสายทันทีแต่เหมือนเขาจะเผลอเสียงดังไปหน่อยทำให้เด็กหญิงตื่นซะแล้ว “คัตจัง” มิโดริยะขึ้นเสียงตำหนิบาคุโกเล็กน้อย ซากะกุเองก็ตื่นมาอย่างงงๆแต่เหมือนว่าถ้าให้เธอกลับไปนอนก็คงไม่นอนแล้วถึงได้อิงแก้มตัวเองกับอกของมิโดริยะมองบาคุโกเลือกของไปเรื่อยๆ “วากะกุจังดูนี่สิ น่ารักมั้ย” มิโดริยะชวนเด็กหญิงที่ดูน่าจะเบื่อกับการรอบาคุโกด้วยการชี้ไปยังพวงกุญแจกระต่ายสีเหลืองที่แถมกับยาสีฟันเด็กยี่ห้อหนึ่ง ซากะกุจิ้มเล่นอยู่สักพักก่อนจะหันมายิ้มเห็นด้วยกับมิโดริยะ “ไปได้แล้ว” บาคุโกเดินนำทั้งคู่ไปที่เคาน์เตอร์จ่ายเงิน



“คัตจังรอตรงนี้ก่อนได้มั้ย”


“ทำไม แกจะไปไหน”


“ผมขอพาซากะกุจังแวะร้านนู้นหน่อยนะ” มิโดริยะรีบพาเด็กหญิงเข้าร้านกิ๊ฟช้อปสีหวานโดยมีบาคุโกเดินตามไป “อันไหนดีน้า ซากะกุจังชอบสีไหนเอ่ย” มิโดริยะอุ้มซากะกุให้ดูบรรดากิ๊ฟติดผมทั้งหลาย ซากะกุมองกองกิ๊ฟตาโตในจำนวนของมันก่อนจะเขียนลงบนแขนของมิโดริยะ “ไม่รู้หรอ งั้นพี่ช่วยเลือกนะ” มิโดริยะหยิบกิ๊ฟมาสองสามตัวเพื่อจะลองติดให้กับซากะกุแต่ถูกบาคุโกแย่งเด็กหญิงไปอุ้มแทน “เดี๋ยวมันก็ตกหรอก” บาคุโกปรับท่าให้ซากะกุอยู่ในแขนของเขาได้สบายที่สุดก่อนจะปล่อยให้มิโดริยะและซากะกุสนุกกับบรรดากิ๊ฟติดผม สุดท้ายเด็กหญิงเลือกดวงดาวสีส้มและสีเขียวที่เป็นตัวแทนของพี่ชายคนโปรดทั้งสองคน


“เอาล่ะกลับกันเถอะ” ดูเหมือนพวกเขาใช้เวลาไม่น้อย จวบจนใกล้จะห้าโมงแล้วน่ะสิ “แกมองอะไรน่ะ” บาคุโกเหลือบดูซากะกุที่หันหลังไปมองอะไรบางอย่าง เด็กหญิงดิ้นเพื่อให้บาคุโกปล่อยเธอลงก่อนจะคว้าหมับที่มือซ้ายของบาคุโกและมือขวาของมิโดริยะ “เอ๋?” ทั้งคู่เกือบจะดึงมือออกถ้าไม่ติดว่าซากะกุยิ้มอย่างมีความสุขออกมาให้ทั้งคู่ “หึ” ใช่แล้ว เมื่อครู่เด็กหญิงมองพ่อแม่ลูกที่เดินจูงมือพูดคุยกัน เดี๋ยวแกก็ได้เจอพ่อกับแม่แล้ว “ถ้าเมื่อยขาจะไม่อุ้มนะ” บาคุโกยักคิ้วให้มิโดริยะที่ยังคงดูงงๆกับเหตุการณ์ตรงหน้า











“กลับมาแล้ว”


“เซอร์ไพรส์!!!” ทันทีที่ทั้งสามกลับมาถึง พลุดึงทั้งหลายก็ถูกยิงเปาะแปะพร้อมกับกระดาษหลากสีต้อนรับ “ซากะกุจัง นี้คืนปาร์ตี้!!!” อะชิโด้วิ่งมาพาเด็กหญิงไปยังห้องนั่งเล่นที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็นปาร์ตี้ขนาดย่อม “นี่คือสิ่งที่คามินาริบอกใช่มั้ยครับ” มิโดริยะหันไปถามบาคุโกที่เตรียมเอาของขึ้นไปเก็บ “เออ” บาคุโกขึ้นบันไดไปโดยปล่อยให้เพื่อนคนอื่นๆดูแลเด็กหญิง “นี่มิโดริยะ มาทานเค้กกันเถอะ” “อื้ม”


“ได้เวลาเลิกปาร์ตี้ได้แล้ว” ไอซาว่าประตุูหอพักเข้ามาเพื่อพาซากะกุไปส่งคืนผู้ปกครองของเธอ “ซากะกุจัง เขียนจดหมายมาหาพวกพี่บ่อยๆนะ นี่ที่อยู่หอจ้ะ” อุรารากะเขียนที่อยู่ของหอพักแห่งนี้ให้กับซากะกุ “แท๊นแท้น อันนี้เป็นรูปซากะกุกับพวกพี่นะ พี่ยาโอโมโมทำให้เมื่อกี้เลย” คามินาริยื่นกล่องรูปถ่ายที่ยาโอโรโยสุใช้อัตลักษณ์ของเธอสร้างกล้องถ่ายรูปออกมา เด็กหญิงยิ้มกว้างให้กับรูปที่ดูมีความสุข “อย่าลืมกันนะซากะกุคุง” อิดะสับมือขึ้นลงพร้อมกับส่งเสียงปลุกใจทุกคน เด็กหญิงโบกมือให้กับเหล่าพี่ชายและพี่สาวใจดีก่อนจะรีบเดินไปหาไอซาว่าที่รออยู่หน้าประตู เมื่อคนสำคัญของงานออกไปก็ได้เวลาจัดการทำความสะอาด “อ้าว จะไปไหนน่ะบาคุโก” “เดี๋ยวฉันมา” คิริชิม่าร้องทักบาคุโกที่ลุกออกไป มิโดริยะที่เห็นท่าทางแปลกๆจึงแอบตามออกไป


“เดี๋ยว”


ไอซาว่าและซากะกุหยุดเท้าเมื่อได้ยินเสียงบาคุโก “มานี่แปบนึงสิ” บาคุโกกวักมือเรียกให้ซากะกุกลับมาหาเขา “เอาไป” มือหยาบหย่อนของบางอย่างลงในมือของเด็กหญิงก่อนที่เขาจะย่อตัวลงไปหา มันคือพวงกุญแจกระต่ายสีเหลืองอันนั้น “ขอบใจที่ช่วยฉัน” ซากะกุเอียงคอสงสัยว่าพี่ชายคนนี้มาขอบคุณเธอทำไม


“ขอบใจที่ทำให้ฉันรู้ว่าชีวิตหมอนั่นมีค่าสำหรับฉันแค่ไหน”


“ขอบใจที่อุตสาไว้ใจฮีโร่บ้าๆแบบฉัน”


“อย่าลืมพี่กับพี่มิโดริยะล่ะ ซากะกุจัง” เด็กหญิงพุ่งกอดบาคุโกที่อ้าแขนรอเธออยู่แล้ว “โชคดีล่ะ” บาคุโกขยี้หัวเด็กหญิงในอ้อมกอดก่อนจะปล่อยเธอคืนไปให้กับไอซาว่า “คัตจัง” บาคุโกถึงกับสะดุ้งเมื่อเสียงของมิโดริยะดังอยู่ข้างหลัง “แกมาตั้งแต่เมื่อไหร่” บาคุโกหันไปมองมิโดริยะที่ยิ้มกว้างมาให้ “ตั้งแต่ที่คัตจังให้คุณกระต่ายกับซากะกุจังน่ะครับ” เขาว่าแล้วเชียว คัตจังน่ะไม่มีทางใช้ยาสีฟันแบบเด็กๆหรอกแต่เขาซื้อมาเพราะจะให้ของเล่นกับซากะกุ


“งั้นแกก็ได้ยินหมดแล้วสินะ”


“ได้ยินอะไรหรอครับ?”


“ห๊า?”


“ทำไมล่ะ คัตจังคุยกับซากะกุจังเบาขนาดนั้นใครจะไปได้ยินกัน คุยกันเรื่องผมใช่มั้ย บอกมานะคัตจัง” ตอนแรกก็จะะไม่สงสัยอะไรต่อแล้วแต่ท่าทางลุกลี้ลุกลนของบาคุโกทำให้มิโดริยะต้องขอเค้นคำตอบ “แกอยากรู้?” “อืม” บาคุโกยินคิดสักพักก่อนจะเดินไปหา “ฉันบอกไอ้เด็กใบ้ว่า”







ฟอด







“เหวอ คัตจัง!!!”


“ก็แกอยากรู้ ฉันก็บอกไง”









คัตจังบ้าที่สุด


ผลงานอื่นๆ ของ Marine'

บทวิจารณ์

ยังไม่มีบทวิจารณ์ของเรื่องนี้

คำนิยม Top

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

คำนิยมล่าสุด

ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

11 ความคิดเห็น

  1. #11 Akashi💗 (@MildTetsuya) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2563 / 14:34

    งือ~ คือดีอะ
    #11
    0
  2. วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 / 19:32

    ดีต่อใจมากกกก

    #10
    0
  3. วันที่ 7 กุมภาพันธ์ 2563 / 14:21
    โหโหหห ทำไมเราถึงเพิ่งมาได้อ่านนะแบบว่าดีมากเลยค่ะ ประทับใจมากแงง แต่งได้สนุกมาก ตอบจบแบบว่าโอ้ยทำไมน่ารักกันจังเลย-เจ้าพวกนี้555555555555 ฮือออชอบมากเลยคับ
    #9
    0
  4. #8 Alicia V wallker (@Su_nut) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2562 / 08:05
    สนุกมากกกกกก อ่านไม่เหมือนเรื่องสั้นเลย อ่านเพลินมากๆ😍
    #8
    0
  5. #7 malefactor (@malefactor9029) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2562 / 08:50

    เป็นฟิคสั้นที่ยาวมาก~~~
    สนุกมากๆแถาคาร์คือดี
    #7
    0
  6. วันที่ 4 สิงหาคม 2562 / 00:13

    ชอบโมเม้นพ่อลูกโทโดโรกิ555+ 'เขาเนี้ยล่ะจะเป็นคนไปกระทืบพ่อของเขาเอง'โอ๊ยขำ555+!!! แต่อันนี้"โง่จริงๆ"อันนี้เจ็บมั้ยคุณพ่อ555+ แถมนึกหน้ามิโดริยะออกเลยว่าทำหน้ายังไงตอนที่บอกโทโดโรกิว่าว่าพ่อไ่ม่ดีนะน่ะ555+!!!
    #6
    0
  7. #5 FujiChan030 (@FujiChan030) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 กรกฎาคม 2562 / 22:24
    ชอบๆถึงแม้เราจะไม่ใช่สาววายแต่อ่านแล้วเห็นภาพได้ชัดเจน สนุกมาก เป็นกำลังใจให้นะคะ
    #5
    0
  8. วันที่ 4 กรกฎาคม 2562 / 23:59
    สนุกมากเลยค่ะชอบมากๆ ตอนท้ายอ่านไปยิ้มไปหุบยิ้มไม่ได้เลยค่ะ
    #4
    0
  9. #3 SATANGAPA (@SATANGAPA) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 เมษายน 2562 / 01:28

    แงงงงงง มีหวานกันตอนท้ายด้วยยยย ชอบๆๆๆ รักเรื่องนี้เลยอ่ะ ตั๊ลล๊ากกกกกก
    #3
    0
  10. วันที่ 15 มีนาคม 2562 / 07:06

    กี้ดดดดดดดด ชอบมากค่ะ หน่วงจนไม่รู้จะหน่วงยังไง รักน้องให้มากๆล่ะคัต เดี๋ยวโดนแย่งอีกนะ! ตอนพิเศษก็อบอุ่นหัวใจเฟ่อๆ ฮื้ออออออ

    #2
    0
  11. #1 KuwanoFujoshi (@KuwanoFujoshi) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 มีนาคม 2562 / 11:41
    สนุกมากค่ะ ชอบคัตตังกับเดกุในความฝันมากดูเป็นการ์ตูนโชโจมากๆ55555 ตอนพิเศษนี่สัมผัสได้ถึงความพ่อแม่ลูกสุดๆ ฮื่ออน่ารัก
    #1
    0