[OS] My Sunday l Heejin x Hyunjin - [OS] My Sunday l Heejin x Hyunjin นิยาย [OS] My Sunday l Heejin x Hyunjin : Dek-D.com - Writer

    [OS] My Sunday l Heejin x Hyunjin

    ไหนใครชอบทูจินเหมือนไรท์บ้างคะ จัด os ใสๆไป อ่านแล้วชอบแชร์ได้น้า >< #ficmysunday

    ผู้เข้าชมรวม

    910

    ผู้เข้าชมเดือนนี้

    6

    ผู้เข้าชมรวม


    910

    ความคิดเห็น


    3

    คนติดตาม


    8
    เรื่องสั้น
    อัปเดตล่าสุด :  18 ก.พ. 60 / 05:25 น.


    ข้อมูลเบื้องต้นของเรื่องนี้


      My Sunday





              สองขาเพรียววิ่งฝ่าผู้คนจำนวนไม่น้อยที่กำลังเดินทอดน่องเดินชมพุ่มดอกมูกุงฮวาผลิบานสะพรั่งตามแนวคลอง บ้างก็มากับครอบครัว บ้างก็มากับกลุ่มเพื่อน และไม่น้อยที่ควงคู่มากับคนรัก เมฆขาวบนฟ้าสีครามกับกลีบมูกุงฮวาสีชมพูอ่อนเคลื่อนตามลมเอื่อยอย่างเชื่องช้า คล้ายภาพนิ่งเพราะสิ่งแวดล้อมเหล่านี้เคลื่อนไหวน้อยมากเมื่อเป็นฉากหลังให้เด็กสาวที่กำลังวิ่งไม่ลืมหูลืมตาจนเลยลำคลอง เธอค่อยๆชะลอฝีเท้าเพราะความเหนื่อย แต่ก็ยังพยายามสาวเท้ารุดหน้าอย่างเร็วเหมือนขาจะพันกัน ลมหายใจถี่รั่ว ผมดำยาวยุ่งเหยิงแตกน้อย เธอใช้มืออีกข้างจัดผมเผ้าให้เข้าที่ ก่อนจะถึงจุดหมายในไม่ช้า สีหน้าเธอดูหวาดหวั่น เจ้าตัวพ่นลมหายใจออกจากปากลดความประหม่า และตัดสินใจกดกริ่งเพื่อเรียกเจ้าของบ้านหลังข้างหน้า

              มาสาย
              “ขอโทษนะ ตอนใกล้จะเดินออกร้านอยู่แล้วเชียว เจ้ายอจินเผลอไปโกโก้ลูกค้าหกซะได้ ต้องรีบขอโทษขอโพย เช็ดทำความสะอาด ชงแก้วใหม่ให้แทบไม่ทัน..” คนมาสายไม่วายยิ้มขอความเห็นใจทั้งเหงื่อที่ย้อยลงตามแนวหน้าจากอากาศร้อนอบอ้าว แดดยังจ้าถึงจะเป็นเวลาเกือบห้าโมงแล้ว

              จอนฮีจินทำงานพาร์ทไทม์ที่คาเฟ่แมวมาได้เกือบปีแล้ว ยกเว้นช่วงปิดเทอมหน้าร้อนนี้ที่ขอทำแบบเต็มวัน ส่วนสาเหตุของการสาย เจ้ายอจินที่ว่า คือลูกแมวน้อยจอมซนที่เพิ่งเข้ามาเป็นสมาชิกใหม่หมาดๆของร้าน อันที่จริงเป็นนักเรียนก็แค่ต้องตั้งใจเรียนอย่างเดียวก็พอ เว้นเสียแต่เด็กที่ไม่ชอบการเรียนนักอย่างฮีจิน ที่อยากมีรายได้ เพราะวางแผนไว้ว่าอยากเก็บเงินสักก้อนเพื่อไปเที่ยวต่างประเทศปีหน้า หญิ
    งสาวตรงหน้าฮีจิน สูงและผอมกว่าเธอเล็กน้อย ใบหน้าจิ้มลิ้มกำลังขมวดคิ้วไม่มีสีท่าว่าจะคลาย เธอเปิดประตูทิ้งไว้แล้วหันกลับเข้าบ้าน ปล่อยให้แขกเดินตามเข้ามาและปิดประตูให้เอง เป็นบ้านเล็กๆแต่ดูกว้างเพราะสะอาดสะอ้านและปลอดโปร่ง 

              ฮีจินเดินตะคุ่มๆโผล่หน้าแอบมองร่างเพรียวที่กำลังเตรียมบางอย่างอยู่ในครัว เธอเดินค่อยๆเข้าไปกอดร่างคุ้นเคยแน่น พร้อมเอาหน้าเกยไว้บนไหล่อีกคน อีกฝ่ายสะดุ้งเล็กน้อย แต่พอรู้ว่าเป็นฮีจินก็นิ่งทำเป็นไม่สนใจ จัดการเตรียมของว่างต่อไป

              “เจ้าฮยอนจิน
              ฮีจินหันหน้าไปเรียกชื่อคนที่กำลังกอดอยู่ อีกแค่ไม่กี่เซน จมูกมนของเธอก็จะชนเข้ากับของเพื่อนรัก คิมฮยอนจินเข้าแล้ว เจ้าของชื่อยังคงหน้าเรียบ ฮีจีนมักจะบอกว่าฮยอนจินเหมือนแมว บางทีก็ชอบปฏิบัติกับเธอเหมือนเป็นแมว อย่างการเรียกชื่อโดยมี เจ้า นำหน้าเป็นต้น

              เกะกะน่า ไม่เห็นเหรอว่าทำอะไรอยู่
              ฮยอนจินตอบเสียงเรียบ ฮีจินเห็นหน้าบูดบึ้งเลยนึกอยากแกล้งเข้า ไม่รอช้ารีบขยี้จมูกมนเข้ากับลำคอระหงอีกฝ่ายจนฮยอนจินจั๊กจี้ทนไม่ไหวต้องส่งเสียงคิกคักออกมา ฮีจินยังคงรัดแน่นไม่ปล่อยจนฮยอนจินต้องหันไปเผชิญหน้าเปื้อนรอยยิ้มซุกซนนั้น
             
    หายงอนนะ
              “อือ ก็ได้
              ฮยอนจินอมยิ้ม คนตรงหน้าน่ารักขนาดไหน ทำใจแข็งได้ไม่นานก็ต้องพ่ายแพ้ให้แววตาหมาน้อยคู่นี้ทุกที ฮีจินได้ยินก็ได้ใจยื่นหน้าเข้าใกล้ จ้องตาเรียวของฮยอนจินใหญ่ คล้ายกับว่ามีแรงดึงดูดบ
    างอย่างที่ทำให้ผละสายตาออกจากกันไม่ได้ สายตาของฮีจินเริ่มลุกล้ำมากขึ้น ฮยอนจินยินยอมให้ฮีจินทำสิ่งที่ต้องการ ถึงจะรู้สึกกล้าๆกลัวๆแต่ก็อยากได้รับความรู้สึกที่ฮีจินพยายามถ่ายทอด 


              ทั้งคู่นั่งพื้นตรงข้ามกันโดยมีโต๊ะกาแฟเตี้ยๆกั้นอยู่ น้ำส้มในแก้วกับคุ้กกี้บนจานพร่องลงจนเกือบหมด ฮีจินเคาะดินสอกับหน้าผากตัวเองเบาๆเชื่อว่ามันจะกะเทาะคำตอบบางอย่างออกมาได้ หลังจากที่วนเวียนอยู่กับโจทย์ภาษาอังกฤษข้อนี้มาเกือบสิบนาทีแล้ว เป็นข้อที่เธอเว้นไว้ ข้ามไปทำข้ออื่นในแบบฝึกหัดจนเสร็จ และกลับมาปวดหัวกับมันใหม่อีกครั้ง ฮยอนจินมองฮีจินไม่วางตา ภาษาอังกฤษเป็นวิชาที่ฮีจินอ่อนที่สุดในบรรดาวิชาทั้งหมด นั่นเป็นสาเหตุให้เธอขอฮยอนจินให้ช่วยติวทุกวันเสาร์เย็น
             
    มั่วเลยละกัน
              “มั่วแบบมีหลักการนะ คิดดีแล้วใช่ไหม
              “มันลังเลอ่ะ!”
              “นับหนึ่งถึงสาม ให้ตัดสินใจเลยนะ ตอบข้อไหนก็ข้อนั้น โอเคมั้ย
              “อื้อๆ
              “หนึ่งสองสามคำตอบคือ…”
              ฮีจินคลายสีหน้าและเริ่มเผยยิ้ม หญิงสาวเงยหน้าขึ้นมาจากหนังสือแบบฝึกหัด เตรียมเปล่งคำตอบออกมาอย่างมั่นใจ ฮยอนจินรอลุ้นฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ ภาวนาให้เป็นข้อถูกระหว่างสองข้อที่ฮีจินลังเลอยู่
             
    เธอ

              “ว่าไงนะ

              “คำตอบคือ เธอ
              ฮยอนจินหน้าแดงเรื่อ ระหว่างอีกคนพูดออกมาอย่างชัดถ้อยชัดคำไม่มีสีท่าเขินอายแม้แต่น้อย ฮยอนจินไม่เข้าใจนักว่าทำไมฮีจินถึงชอบพูดจาแบบนี้ใส่ เธอไม่ชอบที่ตัวเองรู้สึกลุกลี้ลุกล้นทั้งๆที่เป็นคนคงเส้นคงวา แต่ชอบที่ตัวเองรู้สึกดีกับการที่มีฮีจินคอยมาทำอะไรแบบนี้ใส่อยู่เรื่อย

              อย่าเพิ่งเล่นสิ
              “ไม่ได้เล่นสักหน่อย
              “จอนฮีจิน!” พอโดนเรียกแบบเต็มยศแล้วฮีจินก็กลั้นขำไว้ไม่อยู่ ฮย
    อนจินน่ารักเกินไป เป็นเรื่องยากในการหักห้ามใจไม่ให้แกล้งถึงแม้จะไม่มีปฏิกิริยาตอบสนองไปมากกว่านี้ก็ตาม

              “ก็ได้ๆ  ฮีจินกลั้นใจเปล่งเสียงตอบด้วยความลังเลที่มีอยู่เต็มอกแต่ก็ยังทำเป็นมั่นใจ
             
    ตอบข้อเอใช่ไหมล่ะ
              ฮยอนจินระบายยิ้มบางออกมาด้วยความพึงพอใจเมื่อคำตอบของฮีจินเป็นอย่างที่เธอคาดหวังไว้
             
    ถูกต้อง! ตอนแรกลังเลใช่ไหม เพราะสองข้อนี้เหมือนจะถูกทั้งคู่ แต่ถ้าสังเกตที่บริบทของผู้พูดกับสิ่งที่คู่สนทนาโต้ตอบแล้วเนี่ย ยังไงก็ต้องตอบเอ เพราะผู้พูดอยู่ในสถานะที่ต่ำกว่า ใช้ปร
    ะโยคข้อเอก็เลยเหมาะสมกว่า จะมองข้ามสิ่งเล็กๆน้อยๆไม่ได้เลยนะ ต้องอ่านให้ขาดแล้วก็สังเกตให้ดีๆ

              ฮีจินไม่ได้ชอบแค่ที่ความฉลาดของฮยอนจิน นั่นเป็นเหตุผลที่เพื่อนๆส่วนใหญ่ในชั้นชอบเธอแล้วมาขอลอกการบ้านอยู่บ่อยๆ แต่สำหรับฮีจินแล้วนั่นก็แค่ส่วนเล็กๆส่วนหนึ่ง มีหลายอย่างที่ประกอบกันจนเกิดเป็นคิมฮยอนจิน ความใจดี ความอ่อนโยน ความอ่อนน้อม ความเจ้าระเบียบเนี๊ยบทุกตารางนิ้ว แฟนพันธุ์แท้ขนมปัง ขี้อ้อนโดยธรรมชาติ ยิ้มง่าย เหมือนแมวแต่กลับแพ้ขนแมว ฯลฯ สิ่งเหล่านี้ ฮีจินชอบมันทั้งหมด ฟันเขี้ยวที่ฮยอนจินมักบ่นว่าไม่ชอบและอยากไปเหลาออกก็ด้วย แม้แต่สิ่งที่ฮยอนจินไม่ชอบเกี่ยวตัวเอง ฮีจินกลับหลงรักมันทุกอย่าง  

              อื้มๆ
              ฮีจินยิ้มจนหน้าบานระหว่างคนหน้าหวานกำลังตั้งอกตั้งใจอธิบาย ไม่ได้สนใจมองตามนิ้วที่ชี้อธิบายเป็นพลวันบนแบบฝึกหัดเลยสักนิด
             
    ไม่เข้าใจตรงไหน ให้รีบบอกเลยนะ ไม่งั้นจะยิ่งงงฮยอนจินเงยหน้าขึ้นเตือน เห็นตาเยิ้มๆก็รู้เลยว่าฮีจินไม่ได้ตั้งใจฟังนัก หรือจะพูดให้ถูก อันที่จริงแล้ว ฮีจินไม่มีกะจิตกะใจจะฟังมากกว่า ที่สำคัญมันเป็นแบบนี้เสี
    ยแทบทุกครั้ง ฮยอนจินเกิดหงุดหงิดเล็กน้อย แต่ฮีจินก็ยังคงจ้องหน้าเธอต่อไป

              ทำไมจะไม่ฟังเล่า ถ้าแพทเทิร์นประโยคเป็นแบบนี้ ก็แสดงว่าผู้พูดอยู่ในสถานะต่ำกว่า ถูกไหมฮีจินเป็นคนหัวใจแต่ไม่ชอบการเรียนหนังสือหรือท่องจำเท่าไหร่ พาลให้เกิดขี้เกียจเรียนบ่อยๆ ฮยอนจินนึกแปลกใจครั้งที่ฮีจินเอาสมุดเธอมาคืนให้ถึงห้อง บอกว่าครั้งหน้าอย่าให้ใครเอาไปลอกอีก สมุดยับยู่ยี่หมดแล้ว แถมยังประกาศหน้าห้องว่าใครจะลอกการบ้านฮยอนจินต้องมาขออนุญาตฮีจินห้องสามก่อน รู้จักทำเองบ้างสิพวกบ้า ฉันทำไม่เป็นยังไม่เห็นลอกเลย!” นั่นเป็นครั้งแรกที่ฮีจินกับฮยอนจินได้รู้จักกันหลังจากเห็นหน้าคร่าตาในรั้วโรงเรียนมานาน

              ถูกต้อง..” ถึงจะดูไม่สนใจ แต่ฮีจินก็ใส่ใจฟังดังเช่นทุกครั้ง ฮยอนจินเบาใจ บางทีที่เธอรู้สึกอึดอัด มันไม่ได้เป็นเพราะฮีจินดูไม่ตั้งใจเรียน หรือไม่สนใจที่เธอพูดในบางครั้งหรอก แต่เป็นเพราะ.. เขินอายต่างหาก ไม่รู้ควรจะชอบหรือไม่ชอบความรู้สึกแปลกๆที่เกิดขึ้นขณะฮีจินส่งสายตามาแบบนี้ดี

     

              เสียงคลื่นซัดเข้าฝั่งดังขึ้นเป็นระยะ แดดจ้าจนเหลือเพียงเด็กที่เล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน ส่วนผู้ใหญ่ต่างพากันเข้ามาหลบร้อนในร้านค้าริมหาด ในร่มอบอ้าวแต่ไม่ร้อนจนเกินไปเพราะมีลมทะเลพัดเอื่อยทั้งวัน วันอาทิตย์แบบนี้ที่หาดบยอนซานมีผู้คนคร่าครั่งหนาตาเป็นพิเศษ นอกจากคนในพื้นที่แล้ว ยังเป็นที่นิยมในหมู่นักท่องเที่ยวจากเมืองหรือจังหวัดข้างเคียงมาก ฮยอนจินก้มมองเวลาบนหน้าจอมือถือ อีกไม่นานฮีจินคงมาถึงตามเวลาที่นัดกันไว้ ปกติ วันอาทิตย์ ฮยอนจินมักอยู่อ่านหนังสือเตรียมสอบที่บ้าน แต่พอได้รู้จักกับฮีจินแล้ว วันอาทิตย์ของเธอมักจะหมดไปกับการไปไหนมาไหนตามคำชวนของฮีจินเสมอ เพราะเป็นวันที่คาเฟ่แมวหยุดด้วยเช่นกัน ฮยอนจินสูดลมหายใจเข้าเต็มปอด ลมทะเลระลอกนี้แรงกว่าทุกคราจนต้องจับผมยาวไสวไว้

              ฮยอนจิน!”  ฮีจินโบกมือทักทายตั้งแต่ไกล ก่อนเร่งฝีเท้าเข้ามาใกล้เรื่อยๆ ใจเต้นตึกตักเร็วยิ่งขึ้นเมื่อเห็นหน้าฮยอนจินชัดๆขณะเธอรวบผมยาวมาจับไว้ข้างเดียว ฮยอนจินอยู่ในชุดวันพีซสีขาวที่มีการ์ดิแกนสีฟ้าอ่อนสวมทับไว้ ฮีจินยื่นมือให้ และคนตรงหน้าก็คว้าจับมันไว้อย่างรู้ใจ ทั้งสองเดินจูงเข้าสู่บริเวณหาดด้วยกัน กลุ่มวัยรุ่นชายกลุ่มใหญ่มองตามฮีจินและฮยอนจิน ก่อนส่งเสียงซุบซิบที่กลายเป็นเสียงโหวกเหวกในไม่ช้า กลุ่มนั้นผลักผู้ชายร่างโปร่งคนนึงออกมา เขาเดินมาแล้วสาวเท้าตามทั้งคู่ช้าๆ ก่อนรุดไปดักข้างหน้า
             
    เอ่อ.. ว่าไง ฮีจิน
              ฮีจินจำเขาได้ทันที จองแจฮยอนหนุ่มนักกีฬาร่วมชั้นนั่นเอง
             
    ไง แจฮยอน มาเที่ยวเหรอ
              “ใช่ มากับเพื่อนชมรมฟุตบอลน่ะแจฮยอนชี้ไปทางกลุ่มนั้น ในกลุ่มส่วนมากเคยเห็นหน้าคร่าตากันมาแล้วทั้งนั้นในโรงเรียน มีทั้งรุ่นเดียวกันและรุ่นน้องอยู่หลายคน
             
    แล้วคนนี้ เพื่อนเธอเหรอเขาหันมองไปด้านฮยอนจิน แววตาหลงไหลแบบเดียวกันนั้น ฮีจินสัมผัสได้ว่าแจฮยอนไม่ได้ตั้งใจเดินเข้ามาทักเพื่อนร่วมห้องอย่างเธอแน่ๆ ฮยอนจินบีบมือ
    ฮีจินแน่น

              “ใช่ ฮยอนจินห้องหนึ่งฮยอนจินหันมองขวับหาฮีจินที่ตัดหน้าแนะนำตัวแทนเธอ
              “ใช่ๆ เห็นหน้าบ่อยๆตอนอยู่โรงเรียน แต่ไม่รู้ชื่อน่ะ หวัดดี ฉันแจฮยอนห้องสามนะ
              “สวัสดี..” ฮยอนจินตอบ
             
    ไม่อ้อมค้อมละกัน คือเธอ.. น่ารักดีนะ มีไอดีคาทกไหม
              “……..” ฮยอนจินบีบมือฮีจินอีกครั้ง คล้ายจะส่งสัญญาณอะไรบางอย่างให้ ฮีจินรู้ตัวก็รีบตัดบท
             
    โทษทีนะ แจฮยอน พอดีเรารีบน่ะฮีจินเลิกคิ้วยิ้มให้ก่อนจะดึงเพื่อนสาวเดินต่อ แต่ถูกรั้งไว้ ฮยอนจินสบตาฮีจินอยู่ชั่วครู่ เป็นวินาทีที่โลกทั้งใบหยุดหมุนได้เลย

             
    ขอโทษนะ พอดี.. มีคนที่ชอบแล้วน่ะ

             
    ฮยอนจิน.. ว่าไงนะ

              ฮยอนจินหันไปปฏิเสธแจฮยอนอย่างสุภาพ แล้วก้มห้วเบาๆให้เขา เป็นเชิงขอโทษ แจฮยอนยิ้มพยักหน้าตอบ สีหน้าดูผิดหวังและไม่เดินมาตามตื๊ออะไรอีก หัวสมองฮีจินเคว้งคว้างเมื่อได้ยิน ฮยอนจินบอกว่าตัวเองมีคนที่ชอบแล้ว

             

              จูงมือกันเดินสักพัก มือฮีจินก็เริ่มชุ่มเหงื่อเยอะขึ้นเรื่อยๆ จึงเป็นฝ่ายผละออกก่อน ฮยอนจินหัวเราะเบาๆจนเขี้ยวน่ารักน่าชังโผล่ เธอยกมือฮีจินขึ้นมากำไว้อย่างทะนุถนอม ก่อนหยิบผ้าเช็ดหน้าให้กระเป๋าสะพายออกมาบรรจงเช็ดเหงื่อที่ฝ่ามือให้ และเก็บผ้าเช็ดหน้าเข้ากระเป๋าอย่างเดิม
             
    ขอบคุณนะคะ ที่รัก
              “เอ ทุกที มือไม่เห็นเหงื่อออกเยอะแบบนี้เลย ร้อนมากเหรอ พักไหม
              “ยืนพักร่มๆตรงนี้แปบนึงก็ได้

              อื้อ
              “แจฮยอนหล่อดีนะ
              “หือ ฉันไม่ได้สนใจแจฮยอนเลย แล้วนี่ ใช้เวลานานจังนะ กว่าจะเข้าใจ
              ก็นึกว่าอาจจะสนใจเฉยๆ
              “ถ้าเขามาลอกการบ้านฉันอีกล่ะ
              “ไม่! ไม่ยอมให้ใครหน้าไหนมาแตะการบ้านคิมฮยอนจินเด็ดขาด
              “อือ ปกป้องแบบนี้ไปตลอดเลยนะฮยอนจินคว้าแขนฮีจินมากอดหลวมๆ
             
    ด้วยเกียรติเนตรนารี

              ฮีจินไม่อยากคิดเข้าข้างตัวเองเลย เธอเป็นฝ่ายพูดจาหยอกล้อทำตัวคลุมเครื
    อกับฮยอนจินมาตลอด ด้วยความอยากเป็นมากกว่าเพื่อน แต่ก็กลัวว่าอีกฝ่ายไม่ได้คิดแบบนั้น รู้สึกผิดที่ตนรู้สึกไม่บริสุทธิ์ใจ บางทีคงจะดีกว่า หากต่อไปนี้ ฮีจินจะเว้นระยะห่างอีกนิดหน่อยจากฮยอนจินแม้ไม่อยาก อย่างไรก็ตาม การกระทำมักไปไวกว่าความคิดเสมอ มือฮีจินทัดปอยผมที่ปลิวอยู่ให้ฮยอนจินอย่างเบามือ มีเพียงสายตาคู่นี้ที่สามารถดึงดูดกันได้แบบนี้ ฮยอนจินยิ้ม ฮีจินก็ยิ้ม

              ฮยอนจินอา คนที่ชอบน่ะ ใครเหรอทำเหมือนเป็นคำถามธรรมดา แต่หวั่นใจอยู่แทบตาย
             
    อะไรกัน ไม่รู้จริงๆเหรอ
              “จะไปรู้ได้ไงเล่า นี่ ชั้นเดียวกัน อายุเท่ากันเหรอ ฉันเคยเห็นหน้าไหม
              “เคยสิ.. ใช่ อายุเท่ากัน
              ฮีจินหรี่ตามองโพ้นทะเล กอดอกครุ่นคิดถึงคนในชั้นเดียวกันที่ฮยอนจินน่าจะหลงชอบ ไม่อยากคิดเลย แต่ถ้าไม่รู้คงอกแตกตายคาหาดแน่ๆ
              “คิดหนักขนาดนั้นเลย
              “เผื่อเขาเป็นคนที่เคยลอกการบ้านเธอไง เธอชอบเหรอคนขี้ลอกฮีจินอมยิ้มทะเล้นเศร้าๆ
             
    ไม่เห็นจะเกี่ยวเลย ถ้าชอบจริงๆ ยอมมากกว่าให้ลอกอีก
              “คิมฮยอนจิน!”

              ฮยอนจินขำ  
              “ถ้าอยากรู้หลับตาสิ แล้วจะบอก

              หญิงสาวพ่นลมหายใจจากปาก เงยหน้า ตาหลุกหลิกมองฟ้าสีคราม ริมปากบางเม้มแน่น กลืนน้ำลายดังเอือก มือเรียวสองข้างจับชายกระโปรงตัวเองไว้แน่น เมื่อพร้อมแล้วจึงโน้มคอลงเล็กน้อยหาคนตัวต่ำกว่า ลมทะเลโชยทำผมดำไหมทั้งคู่ปลิวว่อน สิ่งแรกที่ฮีจินรับรู้ได้คือ กลิ่นพีชที่หอมขึ้นเรื่อยๆ ถัดจากนั้นก็เป็นผิวสัมผัสอ่อนนุ่ม ไม่นานมาก แต่เป็นรสสัมผัสที่วิเศษที่สุดที่ฮีจินเคยได้รับ มันนุ่มละมุน อบอุ่น และอ่อนนวล 



             
    ฮีจินอา.... ฉันเพิ่งให้จูบแรกเขาไป

    ตั้งค่าการอ่าน

    ค่าเริ่มต้น

    • เลื่อนอัตโนมัติ

      นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

      loading
      กำลังโหลด...

      คำนิยม Top

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      คำนิยมล่าสุด

      ยังไม่มีคำนิยมของเรื่องนี้

      ความคิดเห็น

      ×